อาวตฺตหารวณฺณนา

อาฆาตาทีนมกรณียตาวจเนน ขนฺติโสรจฺจานุฏฺฐานํ. ตตฺถ ขนฺติยา สทฺธาปญฺญาปราปการทุกฺขสหคตานํ สงฺคโห, ตถา โสรจฺเจน สีลสฺส. สทฺธาทิคฺคหเณน จ สทฺธินฺทฺริยาทิสกลโพธิปกฺขิยธมฺมา อาวตฺตนฺติ. สีลคฺคหเณน อวิปฺปฏิสาราทโย สพฺเพปิ สีลานิสํสธมฺมา อาวตฺตนฺติ. ปาณาติปาตาทีหิ ปฏิวิรติวจเนน อปฺปมาทวิหาโร, เตน สกลํ สาสนพฺรหฺมจริยํ อาวตฺตติ. คมฺภีรตาทิวิเสสยุตฺตธมฺมคฺคหเณน มหาโพธิปกิตฺตนํ. อนาวรณญาณปทฏฺฐานญฺหิ อาสวกฺขยญาณํ, อาสวกฺขยญาณปทฏฺฐานญฺจ อนาวรณญาณํ มหาโพธีติ วุจฺจติ, เตน ทสพลาทโย สพฺเพ พุทฺธคุณา อาวตฺตนฺติ. สสฺสตาทิทิฏฺฐิคฺคหเณน ตณฺหาวิชฺชานํ สงฺคโห, ตาหิ อนมตคฺคํ สํสารวฏฺฏํ อาวตฺตติ. เวทนานํ ยถาภูตํ สมุทยาทิปฏิเวธเนน ภควโต ปริญฺญาตฺตยวิสุทฺธิ, ตาย ปญฺญาปารมิมุเขน สพฺพาปิ ปารมิโย อาวตฺตนฺติ. ‘‘อชานตํ อปสฺสต’’นฺติ เอตฺถ อวิชฺชาคฺคหเณน อโยนิโสมนสิการปริคฺคโห, เตน จ นว อโยนิโสมนสิการมูลกา ธมฺมา อาวตฺตนฺติ. ‘‘ตณฺหาคตานํ ปริตสฺสิตวิปฺผนฺทิต’’นฺติ เอตฺถ ตณฺหาคฺคหเณน นว ตณฺหามูลกา ธมฺมา อาวตฺตนฺติ. ‘‘ตทปิ ผสฺสปจฺจยา’’ติอาทิ สสฺสตาทิปญฺญาปนสฺส ปจฺจยาธีนวุตฺติทสฺสนํ, เตน อนิจฺจตาทิลกฺขณตฺตยํ อาวตฺตติ. ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ ยถาภูตํ ปชานเนน วิมุตฺติสมฺปทานิทฺเทโส, เตน สตฺตปิ วิสุทฺธิโย อาวตฺตนฺติ. ‘‘อุจฺฉินฺนภวเนตฺติโก ตถาคตสฺส กาโย’’ติ ตณฺหาปหานํ วุตฺตํ, เตน ภควโต สกลสํกิเลสปฺปหานํ อาวตฺตตีติ อยํ เทสนาย คหิตธมฺมานํ สภาควิสภาคธมฺมวเสน อาวตฺตนลกฺขโณ อาวตฺตหาโร นาม. ยถาห ‘‘เอกมฺหิ ปทฏฺฐาเน, ปริเยสติ เสสกํ ปทฏฺฐาน’’นฺติอาทิ (เนตฺติ. ๔.๗).