ลกฺขณหารวณฺณนา
อาฆาตาทิคฺคหเณน โกธูปนาหมกฺขปลาสอิสฺสามจฺฉริยสารมฺภปรวมฺภนาทีนํ สงฺคโห ปฏิฆจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนตาย เอกลกฺขณตฺตา. อานนฺทาทิคฺคหเณน อภิชฺฌาวิสมโลภมานาติมานมทปฺปมาทานํ สงฺคโห โลภจิตฺตุปฺปาทปริยาปนฺนตาย เอกลกฺขณตฺตา. ตถา อาฆาตคฺคหเณน อวสิฏฺฐคนฺถนีวรณานํ สงฺคโห กายคนฺถนีวรณลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา. อานนฺทคฺคหเณน ผสฺสาทีนํ สงฺคโห สงฺขารกฺขนฺธลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา. สีลคฺคหเณน อธิจิตฺตาธิปญฺญาสิกฺขานํ สงฺคโห สิกฺขาลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา. ทิฏฺฐิคฺคหเณน อวสิฏฺฐอุปาทานานํ สงฺคโห อุปาทานลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘เวทนาน’’นฺติ เอตฺถ เวทนาคฺคหเณน อวสิฏฺฐอุปาทานกฺขนฺธานํ สงฺคโห อุปาทานกฺขนฺธลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา. ตถา ธมฺมายตนธมฺมธาตุปริยาปนฺนเวทนาคฺคหเณน สมฺมสนุปคานํ สพฺเพสมฺปิ อายตนานํ, ธาตูนญฺจ สงฺคโห อายตนลกฺขเณน, ธาตุลกฺขเณน จ เอกลกฺขณตฺตา. ‘‘อชานตํ อปสฺสต’’นฺติ เอตฺถ อวิชฺชาคฺคหเณน เหตุอาสโวฆโยคนีวรณาทีนํ สงฺคโห เหตาทิลกฺขเณน เอกลกฺขณตฺตา, ตถา ‘‘ตณฺหาคตานํ ปริตสฺสิตวิปฺผนฺทิต’’นฺติ เอตฺถ ตณฺหาคฺคหเณนปิ. ‘‘ตทปิ ผสฺสปจฺจยา’’ติ เอตฺถ ผสฺสคฺคหเณน สญฺญาสงฺขารวิญฺญาณานํ สงฺคโห วิปลฺลาสเหตุภาเวน, ขนฺธลกฺขเณน จ เอกลกฺขณตฺตา. ฉผสฺสายตนคฺคหเณน อวสิฏฺฐขนฺธายตนธาตินฺทฺริยาทีนํ สงฺคโห ผสฺสุปฺปตฺตินิมิตฺตตาย, สมฺมสนียภาเวน จ เอกลกฺขณตฺตา. ภวเนตฺติคฺคหเณน อวิชฺชาทีนํ สํกิเลสธมฺมานํ สงฺคโห วฏฺฏเหตุภาเวน เอกลกฺขณตฺตาติ. อยํ สุตฺเต อนาคเตปิ ธมฺเม เอกลกฺขณตาทินา อาคเต วิย นิทฺธารณลกฺขโณ ลกฺขณหาโร นาม. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘วุตฺตมฺหิ เอกธมฺเม, เย ธมฺมา เอกลกฺขณา’’ติอาทิ (เนตฺติ. ๔.๕).