ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา

อิทานิ ‘‘ปฐมมหาสงฺคีติกาเล’’ติ วจนปฺปสงฺเคน ตํ ปฐมมหาสงฺคีตึ ทสฺเสนฺโต, ยสฺสํ วา ปฐมมหาสงฺคีติยํ นิกฺขิตฺตานุกฺกเมน สํวณฺณนํ กตฺตุกามตฺตา ตํ วิภาเวนฺโต ตสฺสา ตนฺติยา อารุฬฺหายปิ อิธ วจเน การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปฐมมหาสงฺคีติ นาม เจสา’’ติอาทิมาห. เอตฺถ หิ กิญฺจาปิ…เป… มารุฬฺหาติ เอเตน นนุ สา สงฺคีติกฺขนฺธเก ตนฺติมารุฬฺหา, กสฺมา อิธ ปุน วุตฺตา, ยทิ จ วุตฺตา อสฺส นิรตฺถกตา, คนฺถครุตา จ สิยาติ โจทนาเลสํ ทสฺเสติ. ‘‘นิทาน…เป… เวทิตพฺพา’’ติ ปน เอเตน นิทานโกสลฺลตฺถภาวโต ยถาวุตฺตโทสตา น สิยาติ วิเสสการณทสฺสเนน ปริหรติ. ‘‘ปฐมมหาสงฺคีติ นาม เจสา’’ติ เอตฺถ จ-สทฺโท อีทิเสสุ ฐาเนสุ วตฺตพฺพสมฺปิณฺฑนตฺโถ. เตน หิ ปฐมมหาสงฺคีติกาเล วุตฺตํ นิทานญฺจ อาทิ, เอสา จ ปฐมมหาสงฺคีติ นาม เอวํ เวทิตพฺพาติ อิมมตฺถํ สมฺปิณฺเฑติ. อุปญฺญาสตฺโถ วา จ-สทฺโท, อุปญฺญาโสติ จ วากฺยารมฺโภ วุจฺจติ. เอสา หิ คนฺถการานํ ปกติ, ยทิทํ กิญฺจิ วตฺวา ปุน อปรํ วตฺตุมารภนฺตานํ จ-สทฺทปโยโค. ยํ ปน วชิรพุทฺธิตฺเถเรน วุตฺตํ ‘‘เอตฺถ จ-สทฺโท อติเรกตฺโถ, เตน อญฺญาปิ อตฺถีติ ทีเปตี’’ติ (วชิร ฏี. พาหิรนิทานกถาวณฺณนา), ตทยุตฺตเมว. น เหตฺถ จ-สทฺเทน ตทตฺโถ วิญฺญายติ. ยทิ เจตฺถ ตทตฺถทสฺสนตฺถเมว จ-กาโร อธิปฺเปโต สิยา, เอวํ สติ โส น กตฺตพฺโพเยว ปฐมสทฺเทเนว อญฺญาสํ ทุติยาทิสงฺคีตีนมฺปิ อตฺถิภาวสฺส ทสฺสิตตฺตา. ทุติยาทิมุปาทาย หิ ปฐมสทฺทปโยโค ทีฆาทิมุปาทาย รสฺสาทิสทฺทปโยโค วิย. ยถาปจฺจยํ ตตฺถ ตตฺถ เทสิตตฺตา, ปญฺญตฺตตฺตา จ วิปฺปกิณฺณานํ ธมฺมวินยานํ สงฺคเหตฺวา คายนํ กถนํ สงฺคีติ, เอเตน ตํ ตํ สิกฺขาปทานํ, ตํตํสุตฺตานญฺจ อาทิปริโยสาเนสุ, อนฺตรนฺตรา จ สมฺพนฺธวเสน ฐปิตํ สงฺคีติการกวจนํ สงฺคหิตํ โหติ. มหาวิสยตฺตา, ปูชิตตฺตา จ มหตี สงฺคีติ มหาสงฺคีติ, ปฐมา มหาสงฺคีติ ปฐมมหาสงฺคีติ. กิญฺจาปีติ อนุคฺคหตฺโถ, เตน ปาฬิยมฺปิ สา สงฺคีติมารุฬฺหาวาติ อนุคฺคหํ กโรติ, เอวมฺปิ ตตฺถารุฬฺหมตฺเตน อิธ โสตูนํ นิทานโกสลฺลํ น โหตีติ ปน-สทฺเทน อรุจิยตฺถํ ทสฺเสติ. นิททาติ เทสนํ เทสกาลาทิวเสน อวิทิตํ วิทิตํ กตฺวา นิทสฺเสตีติ นิทานํ, ตสฺมึ โกสลฺลํ, ตทตฺถายาติ อตฺโถ.

อิทานิ ตํ วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ธมฺมจกฺกปวตฺตนญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สตฺตานํ ทสฺสนานุตฺตริยสรณาทิปฏิลาภเหตุภูตาสุ วิชฺชมานาสุปิ อญฺญาสุ ภควโต กิริยาสุ ‘‘พุทฺโธ โพเธยฺย’’นฺติ (พุ. วํ. อฏฺฐ. อพฺภนฺตรนิทาน ๑; จริยา. อฏฺฐ. ปกิณฺณกกถา; อุทาน อฏฺฐ. ๑๘) ปฏิญฺญาย อนุโลมนโต วิเนยฺยานํ มคฺคผลุปฺปตฺติเหตุภูตา กิริยาว นิปฺปริยาเยน พุทฺธกิจฺจํ นามาติ ตํ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนญฺหิ…เป… วินยนา’’ติ วุตฺตํ. ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนโต ปน ปุพฺพภาเค ภควตา ภาสิตํ สุณนฺตานมฺปิ วาสนาภาคิยเมว ชาตํ, น เสกฺขภาคิยํ, น นิพฺเพธภาคิยํ ตปุสฺสภลฺลิกานํ สรณทานํ วิย. เอสา หิ ธมฺมตา, ตสฺมา ตเมว มริยาทภาเวน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สทฺธินฺทฺริยาทิ ธมฺโมเยว ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกํ. อถ วา จกฺกนฺติ อาณา, ธมฺมโต อนเปตตฺตา ธมฺมญฺจ ตํ จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ. ธมฺเมน ญาเยน จกฺกนฺติปิ ธมฺมจกฺกํ. วุตฺตญฺหิ ปฏิสมฺภิทายํ –

‘‘ธมฺมญฺจ ปวตฺเตติ จกฺกญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ. จกฺกญฺจ ปวตฺเตติ ธมฺมญฺจาติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺเมน ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺกํ, ธมฺมจริยาย ปวตฺเตตีติ ธมฺมจกฺก’’นฺติอาทิ (ปฏิ. ม. ๒.๔๐, ๔๑).

ตสฺส ปวตฺตนํ ตถา. ปวตฺตนนฺติ จ ปวตฺตยมานํ, ปวตฺติตนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนาตีตวเสน ทฺวิธา อตฺโถ. ยํ สนฺธาย อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ ‘‘ธมฺมจกฺกปวตฺตนสุตฺตนฺตํ เทเสนฺโต ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตติ นาม, อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรสฺส มคฺคผลาธิคตโต ปฏฺฐาย ปวตฺติตํ นามา’’ติ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๑๐๘๑-๑๐๘๘; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๒.๔๐). อิธ ปน ปจฺจุปฺปนฺนวเสเนว อตฺโถ ยุตฺโต. ยาวาติ ปริจฺเฉทตฺเถ นิปาโต, สุภทฺทสฺส นาม ปริพฺพาชกสฺส วินยนํ อนฺโตปริจฺเฉทํ กตฺวาติ อภิวิธิวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตญฺหิ ภควา ปรินิพฺพานมญฺเจ นิปนฺโนเยว วิเนสีติ. กตํ ปรินิฏฺฐาปิตํ พุทฺธกิจฺจํ เยนาติ ตถา, ตสฺมึ. กตพุทฺธกิจฺเจ ภควติ โลกนาเถ ปรินิพฺพุเตติ สมฺพนฺโธ, เอเตน พุทฺธกตฺตพฺพสฺส กิจฺจสฺส กสฺสจิปิ อเสสิตภาวํ ทีเปติ. ตโตเยว หิ ภควา ปรินิพฺพุโตติ. นนุ จ สาวเกหิ วินีตาปิ วิเนยฺยา ภควตาเยว วินีตา นาม. ตถา หิ สาวกภาสิตํ สุตฺตํ ‘‘พุทฺธภาสิต’’นฺติ วุจฺจติ. สาวกวิเนยฺยา จ น ตาว วินีตา, ตสฺมา ‘‘กตพุทฺธกิจฺเจ’’ติ น วตฺตพฺพนฺติ? นายํ โทโส เตสํ วินยนุปายสฺส สาวเกสุ ฐปิตตฺตา. เตเนวาห –

‘‘น ตาวาหํ ปาปิม ปรินิพฺพายิสฺสามิ, ยาว เม ภิกฺขู น สาวกา ภวิสฺสนฺติ วิยตฺตา วินีตา วิสารทา พหุสฺสุตา ธมฺมธรา…เป… อุปฺปนฺนํ ปรปฺปวาทํ สห ธมฺเมน สุนิคฺคหิตํ นิคฺคเหตฺวา สปาฏิหาริยํ ธมฺมํ เทเสสฺสนฺตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๒.๑๖๘; อุทา. ๕๑).

‘‘กุสินาราย’’นฺติอาทินา ภควโต ปรินิพฺพุตเทสกาลวิเสสวจนํ ‘‘อปรินิพฺพุโต ภควา’’ติ คาหสฺส มิจฺฉาภาวทสฺสนตฺถํ, โลเก ชาตสํวทฺธาทิภาวทสฺสนตฺถญฺจ. ตถา หิ มนุสฺสภาวสฺส สุปากฏกรณตฺถํ มหาโพธิสตฺตา จริมภเว ทารปริคฺคหาทีนิปิ กโรนฺตีติ. กุสินารายนฺติ เอวํ นามเก นคเร. ตญฺหิ นครํ กุสหตฺถํ ปุริสํ ทสฺสนฏฺฐาเน มาปิตตฺตา ‘‘กุสินาร’’นฺติ วุจฺจติ, สมีปตฺเถ เจตํ ภุมฺมํ. อุปวตฺตเน มลฺลานํ สาลวเนติ ตสฺส นครสฺส อุปวตฺตนภูเต มลฺลราชูนํ สาลวเน. ตญฺหิ สาลวนํ นครํ ปวิสิตุกามา อุยฺยานโต อุปจฺจ วตฺตนฺติ คจฺฉนฺติ เอเตนาติ อุปวตฺตนํ. ยถา หิ อนุราธปุรสฺส ทกฺขิณปจฺฉิมทิสายํ ถูปาราโม, เอวํ ตํ อุยฺยานํ กุสินาราย ทกฺขิณปจฺฉิมทิสายํ โหติ. ยถา จ ถูปารามโต ทกฺขิณทฺวาเรน นครํ ปวิสนมคฺโค ปาจีนมุโข คนฺตฺวา อุตฺตเรน นิวตฺตติ, เอวํ อุยฺยานโต สาลปนฺติ ปาจีนมุขา คนฺตฺวา อุตฺตเรน นิวตฺตา, ตสฺมา ตํ ‘‘อุปวตฺตน’’นฺติ วุจฺจติ. อปเร ปน ‘‘ตํ สาลวนมุปคนฺตฺวา มิตฺตสุหชฺเช อปโลเกตฺวา นิวตฺตนโต อุปวตฺตนนฺติ ปากฏํ ชาตํ กิรา’’ติ วทนฺติ. ยมกสาลานมนฺตเรติ ยมกสาลานํ เวมชฺเฌ. ตตฺถ กิร ภควโต ปญฺญตฺตสฺส ปรินิพฺพานมญฺจสฺส สีสภาเค เอกา สาลปนฺติ โหติ, ปาทภาเค เอกา. ตตฺราปิ เอโก ตรุณสาโล สีสภาคสฺส อาสนฺโน โหติ, เอโก ปาทภาคสฺส. ตสฺมา ‘‘ยมกสาลานมนฺตเร’’ติ วุตฺตํ. อปิจ ‘‘ยมกสาลา นาม มูลกฺขนฺธวิฏปปตฺเตหิ อญฺญมญฺญํ สํสิพฺเพตฺวา ฐิตสาลา’’ติปิ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. มา อิติ จนฺโท วุจฺจติ ตสฺส คติยา ทิวสสฺส มินิตพฺพโต, ตทา สพฺพกลาปาริปูริยา ปุณฺโณ เอว มาติ ปุณฺณมา. สทฺทวิทู ปน ‘‘โม สิโว จนฺทิมา เจวา’’ติ วุตฺตํ สกฺกตภาสานยํ คเหตฺวา โอการนฺตมฺปิ จนฺทิมวาจก ม-สทฺทมิจฺฉนฺติ. วิสาขาย ยุตฺโต ปุณฺณมา ยตฺถาติ วิสาขาปุณฺณโม, โสเยว ทิวโส ตถา, ตสฺมึ. ปจฺจูสติ ติมิรํ วินาเสตีติ ปจฺจูโส, ปติ-ปุพฺโพ อุส-สทฺโท รุชายนฺติ หิ เนรุตฺติกา, โสเยว สมโยติ รตฺติยา ปจฺฉิมยามปริยาปนฺโน กาลวิเสโส วุจฺจติ, ตสฺมึ. วิสาขาปุณฺณมทิวเส อีทิเส รตฺติยา ปจฺฉิมสมเยติ วุตฺตํ โหติ.

อุปาทียเต กมฺมกิเลเสหีติ อุปาทิ, วิปากกฺขนฺธา, กฏตฺตา จ รูปํ. โส ปน อุปาทิ กิเลสาภิสงฺขารมารนิมฺมถเน อโนสฺสฏฺโฐ, อิธ ขนฺธมจฺจุมารนิมฺมถเน โอสฺสฏฺโฐน เสสิโต, ตสฺมา นตฺถิ เอติสฺสา อุปาทิสงฺขาโต เสโส, อุปาทิสฺส วา เสโสติ กตฺวา ‘‘อนุปาทิเสสา’’ติ วุจฺจติ. นิพฺพานธาตูติ เจตฺถ นิพฺพุติมตฺตํ อธิปฺเปตํ, นิพฺพานญฺจ ตํ สภาวธารณโต ธาตุ จาติ กตฺวา. นิพฺพุติยา หิ การณปริยาเยน อสงฺขตธาตุ ตถา วุจฺจติ. อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ จายํ กรณนิทฺเทโส. อนุปาทิเสสตาสงฺขาตํ อิมํ ปการํ ภูตสฺส ปตฺตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส ภควโต ลกฺขเณ นิพฺพานธาตุสงฺขาเต อตฺเถ ตติยาติ วุตฺตํ โหติ. นนุ จ ‘‘อนุปาทิเสสายา’’ติ นิพฺพานธาตุยาว วิเสสนํ โหติ, น ปรินิพฺพุตสฺส ภควโต, อถ กสฺมา ตํ ภควา ปตฺโตติ วุตฺโตติ? นิพฺพานธาตุยา สหจรณโต. ตํสหจรเณน หิ ภควาปิ อนุปาทิเสสภาวํ ปตฺโตติ วุจฺจติ. อถ วา อนุปาทิเสสภาวสงฺขาตํ อิมํ ปการํ ปตฺตาย นิพฺพานธาตุยา ลกฺขเณ สญฺชานนกิริยาย ตติยาติปิ วตฺตุํ ยุชฺชติ. อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยาติ จ อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุ หุตฺวาติ อตฺโถ. ‘‘อูนปญฺจพนฺธเนน ปตฺเตนา’’ติ (ปารา. ๖๑๒). เอตฺถ หิ อูนปญฺจพนฺธนปตฺโต หุตฺวาติ อตฺถํ วทนฺติ. อปิจ นิพฺพานธาตุยา อนุปาทิเสสาย อนุปาทิเสสา หุตฺวา ภูตายาติปิ ยุชฺชติ. วุตฺตญฺหิ อุทานฏฺฐกถาย นนฺทสุตฺตวณฺณนายํ ‘‘อุปฑฺฒุลฺลิขิเตหิ เกเสหีติ อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ กรณวจนํ วิปฺปกตุลฺลิขิเตหิ เกเสหิ อุปลกฺขิตาติ อตฺโถ’’ติ (อุทา. อฏฺฐ. ๒๒) เอสนโย อีทิเสสุ. ธาตุภาชนทิวเสติ เชฏฺฐมาสสฺส สุกฺกปกฺขปญฺจมีทิวสํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตญฺจ น ‘‘สนฺนิปติตาน’’นฺติ เอตสฺส วิเสสนํ, ‘‘อุสฺสาหํ ชเนสี’’ติ เอตสฺส ปน วิเสสนํ ‘‘ธาตุภาชนทิวเส ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสี’’ติ อุสฺสาหชนนสฺส กาลวเสน ภินฺนาธิกรณวิเสสนภาวโต. ธาตุภาชนทิวสโต หิ ปุริมตรทิวเสสุปิ ภิกฺขู สนฺนิปติตาติ. อถ วา ‘‘สนฺนิปติตาน’’นฺติ อิทํ กายสามคฺคิวเสน สนฺนิปตนเมว สนฺธาย วุตฺตํ, น สมาคมนมตฺเตน. ตสฺมา ‘‘ธาตุภาชนทิวเส’’ติ อิทํ ‘‘สนฺนิปติตาน’’นฺติ เอตสฺส วิเสสนํ สมฺภวติ, อิทญฺจ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสีติ เอตฺถ ‘‘ภิกฺขูน’’นฺติ เอเตนปิ สมฺพชฺฌนียํ. สงฺฆสฺส เถโร สงฺฆตฺเถโร. โส ปน สงฺโฆ กึ ปริมาโณติ อาห ‘‘สตฺตนฺนํ ภิกฺขุสตสหสฺสาน’’นฺติ. สงฺฆสทฺเทน หิ อวิญฺญายมานสฺส ปริมาณสฺส วิญฺญาปนตฺถเมเวตํ ปุน วุตฺตํ. สทฺทวิทู ปน วทนฺติ –

‘‘สมาโส จ ตทฺธิโต จ, วากฺยตฺเถสุ วิเสสกา;

ปสิทฺธิยนฺตุ สามญฺญํ, เตลํ สุคตจีวรํ.

ตสฺมา นามมตฺตภูตสฺส สงฺฆตฺเถรสฺส วิเสสนตฺถเมเวตํ ปุน วุตฺตนฺติ, นิจฺจสาเปกฺขตาย จ เอทิเสสุ สมาโส ยถา ‘‘เทวทตฺตสฺส ครุกุล’’นฺติ. นิจฺจสาเปกฺขตา เจตฺถ สงฺฆสทฺทสฺส ภิกฺขุสตสหสฺสสทฺทํ สาเปกฺขตฺเตปิ อญฺญปทนฺตราภาเวน วาเกฺย วิย อเปกฺขิตพฺพตฺถสฺส คมกตฺตา. ‘‘สตฺตนฺนํ ภิกฺขุสตสหสฺสาน’’นฺติ หิ เอตสฺส สงฺฆสทฺเท อวยวีภาเวน สมฺพนฺโธ, ตสฺสาปิ สามิภาเวน เถรสทฺเทติ. ‘‘สตฺตนฺนํ ภิกฺขุสตสหสฺสาน’’นฺติ จ คณปาโมกฺขภิกฺขูเยว สนฺธาย วุตฺตํ. ตทา หิ สนฺนิปติตา ภิกฺขู เอตฺตกาติ คณนปถมติกฺกนฺตา. ตถา หิ เวฬุวคาเม เวทนาวิกฺขมฺภนโต ปฏฺฐาย ‘‘นจิเรเนว ภควา ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ สุตฺวา ตโต ตโต อาคเตสุ ภิกฺขูสุ เอกภิกฺขุปิ ปกฺกนฺโต นาม นตฺถิ. ยถาหุ –

‘‘สตฺตสตสหสฺสานิ, เตสุ ปาโมกฺขภิกฺขโว;

เถโร มหากสฺสโปว, สงฺฆตฺเถโร ตทา อหู’’ติ.

อายสฺมา มหากสฺสโป อนุสฺสรนฺโต มญฺญมาโน จินฺตยนฺโต หุตฺวา อุสฺสาหํ ชเนสิ, อนุสฺสรนฺโต มญฺญมาโน จินฺตยนฺโต อายสฺมา มหากสฺสโป อุสฺสาหํ ชเนสีติ วา สมฺพนฺโธ. มหนฺเตหิ สีลกฺขนฺธาทีหิ สมนฺนาคตตฺตา มหนฺโต กสฺสโปติ มหากสฺสโป. อปิจ ‘‘มหากสฺสโป’’ติ อุรุเวลกสฺสโป นทีกสฺสโป คยากสฺสโป กุมารกสฺสโปติ อิเม ขุทฺทานุขุทฺทเก เถเร อุปาทาย วุจฺจติ. กสฺมา ปนายสฺมา มหากสฺสโป อุสฺสาหํ ชเนสีติ อนุโยเค สติ ตํ การณํ วิภาเวนฺโต อาห ‘‘สตฺตาหปรินิพฺพุเต’’ติอาทิ. สตฺต อหานิ สมาหฏานิ สตฺตาหํ. สตฺตาหํ ปรินิพฺพุตสฺส อสฺสาติ ตถา ยถา ‘‘อจิรปกฺกนฺโต, มาสชาโต’’ติ, อนฺตตฺถอญฺญปทสมาโสยํ, ตสฺมึ. ภควโต ปรินิพฺพานทิวสโต ปฏฺฐาย สตฺตาเห วีติวตฺเตติ วุตฺตํ โหติ, เอตสฺส ‘‘วุตฺตวจน’’นฺติ ปเทน สมฺพนฺโธ, ตถา ‘‘สุภทฺเทน วุฑฺฒปพฺพชิเตนา’’ติ เอตสฺสปิ. ตตฺถ สุภทฺโทติ ตสฺส นามมตฺตํ, วุฑฺฒกาเล ปน ปพฺพชิตตฺตา ‘‘วุฑฺฒปพฺพชิเตนา’’ติ วุตฺตํ, เอเตน สุภทฺทปริพฺพาชกาทีหิ ตํ วิเสสํ กโรติ. ‘‘อลํ อาวุโส’’ติอาทินา เตน วุตฺตวจนํ นิทสฺเสติ. โส หิ สตฺตาหปรินิพฺพุเต ภควติ อายสฺมตา มหากสฺสปตฺเถเรน สทฺธึ ปาวาย กุสินารํ อทฺธานมคฺคปฏิปนฺเนสุ ปญฺจมตฺเตสุ ภิกฺขุสเตสุ อวีตราเค ภิกฺขู อนฺตรามคฺเค ทิฏฺฐอาชีวกสฺส สนฺติกา ภควโต ปรินิพฺพานํ สุตฺวา ปตฺตจีวรานิ ฉฑฺเฑตฺวา พาหา ปคฺคยฺหํ นานปฺปการํ ปริเทวนฺเต ทิสฺวา เอวมาห.

กสฺมา ปน โส เอวมาหาติ? ภควติ อาฆาเตน. อยํ กิเรโส ขนฺธเก อาคเต อาตุมาวตฺถุสฺมึ (มหาว. ๓๐๓) นหาปิตปุพฺพโก วุฑฺฒปพฺพชิโต ภควติ กุสินารโต นิกฺขมิตฺวา อฑฺฒเตฬเสหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ อาตุมํ คจฺฉนฺเต ‘‘ภควา อาคจฺฉตี’’ติ สุตฺวา ‘‘อาคตกาเลยาคุทานํ กริสฺสามี’’ติ สามเณรภูมิยํ ฐิเต เทฺว ปุตฺเต เอตทโวจ ‘‘ภควา กิร ตาตา อาตุมํ อาคจฺฉติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ อฑฺฒเตฬเสหิ ภิกฺขุสเตหิ, คจฺฉถ ตุเมฺห ตาตา, ขุรภณฺฑํ อาทาย นาฬิยา วา ปสิพฺพเกน วา อนุฆรกํ อาหิณฺฑถ, โลณมฺปิ เตลมฺปิ ตณฺฑุลมฺปิ ขาทนียมฺปิ สํหรถ, ภควโต อาคตสฺส ยาคุทานํ กริสฺสามี’’ติ. เต ตถา อกํสุ. อถ ภควติ อาตุมํ อาคนฺตฺวา ภุสาคารกํ ปวิฏฺเฐ สุภทฺโท สายนฺหสมยํ คามทฺวารํ คนฺตฺวา มนุสฺเส อามนฺเตตฺวา ‘‘หตฺถกมฺมมตฺตํ เม เทถา’’ติ หตฺถกมฺมํ ยาจิตฺวา ‘‘กึ ภนฺเต กโรมา’’ติ วุตฺเต ‘‘อิทญฺจิทญฺจ คณฺหถา’’ติ สพฺพูปกรณานิ คาหาเปตฺวา วิหาเร อุทฺธนานิ กาเรตฺวา เอกํ กาฬกํ กาสาวํ นิวาเสตฺวา ตาทิสเมว ปารุปิตฺวา ‘‘อิทํ กโรถ, อิทํ กโรถา’’ติ สพฺพรตฺตึ วิจาเรนฺโต สตสหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา โภชฺชยาคุญฺจ มธุโคฬกญฺจ ปฏิยาทาเปสิ. โภชฺชยาคุ นาม ภุญฺชิตฺวา ปาตพฺพยาคุ, ตตฺถ สปฺปิมธุผาณิตมจฺฉมํสปุปฺผผลรสาทิ ยํ กิญฺจิ ขาทนียํ นาม อตฺถิ, ตํ สพฺพํ ปวิสติ. กีฬิตุกามานํ สีสมกฺขนโยคฺคา โหติ สุคนฺธคนฺธา.

อถ ภควา กาลสฺเสว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ปิณฺฑาย จริตุํ อาตุมาภิมุโข ปายาสิ. อถ ตสฺส อาโรเจสุํ ‘‘ภควา ปิณฺฑาย คามํ ปวิสติ, ตยา กสฺส ยาคุ ปฏิยาทิตา’’ติ. โส ยถานิวตฺถปารุเตเหว เตหิ กาฬกกาสาเวหิ เอเกน หตฺเถน ทพฺพิญฺจ กฏจฺฉุญฺจ คเหตฺวา พฺรหฺมา วิย ทกฺขิณํ ชาณุมณฺฑลํ ภูมิยํ ปติฏฺฐเปตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ เม ภนฺเต ภควา ยาคุ’’นฺติ อาห. ตโต ‘‘ชานนฺตาปิ ตถาคตา ปุจฺฉนฺตี’’ติ ขนฺธเก (มหาว. ๓๐๔) อาคตนเยน ภควา ปุจฺฉิตฺวา จ สุตฺวา จ ตํ วุฑฺฒปพฺพชิตํ วิครหิตฺวา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ อกปฺปิยสมาทานสิกฺขาปทํ, ขุรภณฺฑปริหรณสิกฺขาปทญฺจาติ เทฺว สิกฺขาปทานิ ปญฺญเปตฺวา ‘‘อเนกกปฺปโกฏิโย ภิกฺขเว โภชนํ ปริเยสนฺเตเหว วีตินามิตา, อิทํ ปน ตุมฺหากํ อกปฺปิยํ, อธมฺเมน อุปฺปนฺนํ โภชนํ อิมํ ปริภุญฺชิตฺวา อเนกานิ อตฺตภาวสหสฺสานิ อปาเยเสฺวว นิพฺพตฺติสฺสนฺติ, อเปถ มา คณฺหถา’’ติ วตฺวา ภิกฺขาจาราภิมุโข อคมาสิ, เอกภิกฺขุนาปิ น กิญฺจิ คหิตํ. สุภทฺโท อนตฺตมโน หุตฺวา ‘‘อยํ สพฺพํ ชานามี’’ติ อาหิณฺฑติ, สเจ น คเหตุกาโม เปเสตฺวา อาโรเจตพฺพํ อสฺส, ปกฺกาหาโร นาม สพฺพจิรํ ติฏฺฐนฺโต สตฺตาหมตฺตํ ติฏฺเฐยฺย, อิทญฺจ มม ยาวชีวํ ปริยตฺตํ อสฺส, สพฺพํ เตน นาสิตํ, อหิตกาโม อยํ มยฺห’’นฺติ ภควติ อาฆาตํ พนฺธิตฺวา ทสพเล ธรมาเน กิญฺจิ วตฺตุํ นาสกฺขิ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘อยํ อุจฺจา กุลา ปพฺพชิโต มหาปุริโส, สเจ กิญฺจิ ธรนฺตสฺส วกฺขามิ, มมํเยว สนฺตชฺเชสฺสตี’’ติ.

สฺวายํ อชฺช มหากสฺสปตฺเถเรน สทฺธึ คจฺฉนฺโต ‘‘ปรินิพฺพุโต ภควา’’ติ สุตฺวา ลทฺธสฺสาโส วิย หฏฺฐตุฏฺโฐ เอวมาห. เถโร ปน ตํ สุตฺวา หทเย ปหารํ วิย, มตฺถเก ปติตสุกฺขาสนึ วิย (สุกฺขาสนิ วิย ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๒๓๒) มญฺญิ, ธมฺมสํเวโค จสฺส อุปฺปชฺชิ ‘‘สตฺตาหมตฺตปรินิพฺพุโต ภควา, อชฺชาปิสฺส สุวณฺณวณฺณํ สรีรํ ธรติเยว, ทุกฺเขน ภควตา อาราธิตสาสเน นาม เอวํ ลหุํ มหนฺตํ ปาปํ กสฏํ กณฺฏโก อุปฺปนฺโน, อลํ โข ปเนส ปาโป วฑฺฒมาโน อญฺเญปิ เอวรูเป สหาเย ลภิตฺวา สาสนํ โอสกฺกาเปตุ’’นฺติ.

ตโต เถโร จินฺเตสิ ‘‘สเจ โข ปนาหํ อิมํ มหลฺลกํ อิเธว ปิโลติกํ นิวาเสตฺวา ฉาริกาย โอกิราเปตฺวา นีหราเปสฺสามิ, มนุสฺสา ‘สมณสฺส โคตมสฺส สรีเร ธรมาเนเยว สาวกา วิวทนฺตี’ติ อมฺหากํ โทสํ ทสฺเสสฺสนฺติ, อธิวาเสมิ ตาว. ภควตา หิ เทสิตธมฺโม อสงฺคหิตปุปฺผราสิสทิโส, ตตฺถ ยถา วาเตน ปหฏปุปฺผานิ ยโต วา ตโต วา คจฺฉนฺติ, เอวเมว เอวรูปานํ วเสน คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล วินเย เอกํ เทฺว สิกฺขาปทานิ นสฺสิสฺสนฺติ, สุตฺเต เอโก เทฺว ปญฺหาวารา นสฺสิสฺสนฺติ, อภิธมฺเม เอกํ เทฺว ภูมนฺตรานิ นสฺสิสฺสนฺติ, เอวํ อนุกฺกเมน มูเล นฏฺเฐ ปิสาจสทิสา ภวิสฺสาม, ตสฺมา ธมฺมวินยสงฺคหํ กริสฺสามิ, เอวํ สติ ทฬฺหสุตฺเตน สงฺคหิตปุปฺผานิ วิย อยํ ธมฺมวินโย นิจฺจโล ภวิสฺสติ. เอตทตฺถญฺหิ ภควา มยฺหํ ตีณิ คาวุตานิ ปจฺจุคฺคมนํ อกาสิ, ตีหิ โอวาเทหิ (สํ. นิ. ๒.๑๔๙, ๑๕๐, ๑๕๑) อุปสมฺปทํ อกาสิ, กายโต จีวรปริวตฺตนํ อกาสิ, อากาเส ปาณึ จาเลตฺวา จนฺโทปมปฏิปทํ กเถนฺโต มญฺเญว สกฺขึ กตฺวา กเถสิ, ติกฺขตฺตุํ สกลสาสนรตนํ ปฏิจฺฉาเปสิ, มาทิเส ภิกฺขุมฺหิ ติฏฺฐมาเน อยํ ปาโป สาสเน วฑฺฒึ มา อลตฺถ, ยาว อธมฺโม น ทิปฺปติ, ธมฺโม น ปฏิพาหิยฺยติ, อวินโย น ทิปฺปติ, วินโย น ปฏิพาหิยฺยติ, อธมฺมวาทิโน น พลวนฺโต โหนฺติ, ธมฺมวาทิโน น ทุพฺพลา โหนฺติ, อวินยวาทิโน น พลวนฺโต โหนฺติ, วินยวาทิโน น ทุพฺพลา โหนฺติ, ตาว ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคายิสฺสามิ, ตโต ภิกฺขู อตฺตโน อตฺตโน ปโหนกํ คเหตฺวา กปฺปิยากปฺปิเย กเถสฺสนฺติ, อถายํ ปาโป สยเมว นิคฺคหํ ปาปุณิสฺสติ, ปุน สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺขิสฺสติ, สาสนํ อิทฺธญฺเจว ผีตฺตญฺจ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา โส ‘‘เอวํ นาม มยฺหํ จิตฺตํ อุปฺปนฺน’’นฺติ กสฺสจิปิ อนาโรเจตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ สมสฺสาเสตฺวา อถ ปจฺฉา ธาตุภาชนทิวเส ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อายสฺมา มหากสฺสโป สตฺตาหปรินิพฺพุเต…เป… ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสี’’ติ.

ตตฺถ อลนฺติ ปฏิกฺเขปวจนํ, น ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. อาวุโสติ ปริเทวนฺเต ภิกฺขู อาลปติ. มา โสจิตฺถาติ จิตฺเต อุปฺปนฺนพลวโสเกน มา โสกมกตฺถ. มา ปริเทวิตฺถาติ วาจาย มา วิลาปมกตฺถ. ‘‘ปริเทวนํ วิลาโป’’ติ หิ วุตฺตํ. อโสจนาทีนํ การณมาห ‘‘สุมุตฺตา’’ติอาทินา. เตน มหาสมเณนาติ นิสฺสกฺเก กรณวจนํ, สฺมาวจนสฺส วา นาพฺยปฺปเทโส. ‘‘อุปทฺทุตา’’ติ ปเท ปน กตฺตริ ตติยาวเสน สมฺพนฺโธ. อุภยาเปกฺขเญฺหตํ ปทํ. อุปทฺทุตา จ โหมาติ ตํกาลาเปกฺขวตฺตมานวจนํ, ‘‘ตทา’’ติ เสโส. อตีตตฺเถ วา วตฺตมานวจนํ, อหุมฺหาติ อตฺโถ. อนุสฺสรนฺโต ธมฺมสํเวควเสเนว, น ปน โกธาทิวเสน. ธมฺมสภาวจินฺตาวเสน หิ ปวตฺตํ สโหตฺตปฺปญาณํ ธมฺมสํเวโค. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘สพฺพสงฺขตธมฺเมสุ, โอตฺตปฺปาการสณฺฐิตํ;

ญาณโมหิตภารานํ, ธมฺมสํเวคสญฺญิต’’นฺติ. (สารตฺถ. ฏี. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา);

อญฺญํ อุสฺสาหชนนการณํ ทสฺเสตุํ ‘‘อีทิสสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อีทิสสฺส จ สงฺฆสนฺนิปาตสฺสาติ สตฺตสตสหสฺสคณปาโมกฺขตฺเถรปฺปมุขคณนปถาติกฺกนฺตสงฺฆสนฺนิปาตํ สนฺธาย วทติ. ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชตี’’ติอาทินาปิ อญฺญํ การณํ ทสฺเสติ. ติฏฺฐติ เอตฺถ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ ฐานํ, เหตุ. โขติ อวธารเณ. ปนาติ วจนาลงฺกาเร, เอตํ ฐานํ วิชฺชเตว, โน น วิชฺชตีติ อตฺโถ. กึ ปน ตนฺติ อาห ‘‘ยํ ปาปภิกฺขู’’ติอาทิ. ยนฺติ นิปาตมตฺตํ, การณนิทฺเทโส วา, เยน ฐาเนน อนฺตรธาเปยฺยุํ, ตเทตํ ฐานํ วิชฺชติเยวาติ. ปาเปน ลามเกน อิจฺฉาวจเรน สมนฺนาคตา ภิกฺขู ปาปภิกฺขู. อตีโต สตฺถา เอตฺถ, เอตสฺสาติ วา อตีตสตฺถุกํ ยถา ‘‘พหุกตฺตุโก’’ติ. ปธานํ วจนํ ปาวจนํ. ปา-สทฺโท เจตฺถ นิปาโต ‘‘ปา เอว วุตฺยสฺสา’’ติอาทีสุ วิย. อุปสคฺคปทํ วา เอตํ, ทีฆํ กตฺวา ปน ตถา วุตฺตํ ยถา ‘‘ปาวทตี’’ติปิ วทนฺติ. ปกฺขนฺติ อลชฺชิปกฺขํ. ‘‘ยาว จา’’ติอาทินา สงฺคีติยา สาสนจิรฏฺฐิติกภาเว การณํ, สาธกญฺจ ทสฺเสติ. ‘‘ตสฺมา’’ติ หิ ปทมชฺฌาหริตฺวา ‘‘สงฺคาเยยฺย’’นฺติ ปเทน สมฺพนฺธนียํ.

ตตฺถ ยาว จ ธมฺมวินโย ติฏฺฐตีติ ยตฺตกํ กาลํ ธมฺโม จ วินโย จ ลชฺชิปุคฺคเลสุ ติฏฺฐติ. ปรินิพฺพานมญฺจเก นิปนฺเนน ภควตา มหาปรินิพฺพานสุตฺเต (ที. นิ. ๒.๒๑๖) วุตฺตํ สนฺธาย ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติอาทิมาห. หิ-สทฺโท อาคมวเสน ทฬฺหิโชตโก. เทสิโต ปญฺญตฺโตติ ธมฺโมปิ เทสิโต เจว ปญฺญตฺโต จ. สุตฺตาภิธมฺมสงฺคหิตสฺส หิ ธมฺมสฺส อติสชฺชนํ ปโพธนํ เทสนา, ตสฺเสว ปการโต ญาปนํ วิเนยฺยสนฺตาเน ฐปนํ ปญฺญาปนํ. วินโยปิ เทสิโต เจว ปญฺญตฺโต จ. วินยตนฺติสงฺคหิตสฺส หิ อตฺถสฺส อติสชฺชนํ ปโพธนํ เทสนา, ตสฺเสว ปการโต ญาปนํ อสงฺกรโต ฐปนํ ปญฺญาปนํ, ตสฺมา กมฺมทฺวยมฺปิ กิริยาทฺวเยน สมฺพชฺฌนํ ยุชฺชตีติ เวทิตพฺพํ.

โสติ โส ธมฺโม จ วินโย จ. มมจฺจเยนาติ มม อจฺจยกาเล. ‘‘ภุมฺมตฺเถ กรณนิทฺเทโส’’ติ หิ อกฺขรจินฺตกา วทนฺติ. เหตฺวตฺเถ วา กรณวจนํ, มม อจฺจยเหตุ ตุมฺหากํ สตฺถา นาม ภวิสฺสตีติ อตฺโถ. วุตฺตญฺหิ มหาปรินิพฺพานสุตฺตวณฺณนายํ ‘‘มยิ ปรินิพฺพุเต ตุมฺหากํ สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสตี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๑๖). ลกฺขณวจนเญฺหตฺถ เหตฺวตฺถสาธกํ ยถา ‘‘เนตฺเต อุชุํ คเต สตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๗๐; เนตฺติ. ๑๐.๙๐, ๙๓). อิทํ วุตฺตํ โหติ – มยา โว ฐิเตเนว ‘‘อิทํ ลหุกํ, อิทํ ครุกํ, อิทํ สเตกิจฺฉํ, อิทํ อเตกิจฺฉํ, อิทํ โลกวชฺชํ, อิทํ ปณฺณตฺติวชฺชํ, อยํ อาปตฺติ ปุคฺคลสฺส สนฺติเก วุฏฺฐาติ, อยํ คณสฺส, อยํ สงฺฆสฺส สนฺติเก วุฏฺฐาตี’’ติ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อวีติกฺกมนียตาวเสน โอติณฺณวตฺถุสฺมึ สขนฺธกปริวาโร อุภโตวิภงฺโค มหาวินโย นาม เทสิโต, ตํ สกลมฺปิ วินยปิฏกํ มยิ ปรินิพฺพุเต ตุมฺหากํ สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสติ ‘‘อิทํ โว กตฺตพฺพํ, อิทํ โว น กตฺตพฺพ’’นฺติ กตฺตพฺพากตฺตพฺพสฺส วิภาเคน อนุสาสนโต. ฐิเตเนว จ มยา ‘‘อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, ปญฺจินฺทฺริยานิ, ปญฺจ พลานิ, สตฺต โพชฺฌงฺคา, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’ติ เตน เตน วิเนยฺยานํ อชฺฌาสยานุรูเปน ปกาเรน อิเม สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺเม วิภชิตฺวา วิภชิตฺวา สุตฺตนฺตปิฏกํ เทสิตํ, ตํ สกลมฺปิ สุตฺตนฺตปิฏกํ มยิ ปรินิพฺพุเต ตุมฺหากํ สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสติ ตํตํจริยานุรูปํ สมฺมาปฏิปตฺติยา อนุสาสนโต, ฐิเตเนว จ มยา ‘‘อิเม ปญฺจกฺขนฺธา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๑๖), ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส ธาตุโย, จตฺตาริ สจฺจานิ, พาวีสตินฺทฺริยานิ, นว เหตู, จตฺตาโร อาหารา, สตฺต ผสฺสา, สตฺต เวทนา, สตฺต สญฺญา, สตฺต เจตนา, สตฺต จิตฺตานิ. ตตฺราปิ เอตฺตกา ธมฺมา กามาวจรา, เอตฺตกา รูปาวจรา, เอตฺตกา อรูปาวจรา, เอตฺตกา ปริยาปนฺนา, เอตฺตกา อปริยาปนฺนา, เอตฺตกา โลกิยา, เอตฺตกา โลกุตฺตรา’’ติ อิเม ธมฺเม วิภชิตฺวา วิภชิตฺวา อภิธมฺมปิฏกํ เทสิตํ, ตํ สกลมฺปิ อภิธมฺมปิฏกํ มยิ ปรินิพฺพุเต ตุมฺหากํ สตฺถุกิจฺจํ สาเธสฺสติ ขนฺธาทิวิภาเคน ญายมานํ จตุสจฺจสมฺโพธาวหตฺตา. อิติ สพฺพมฺเปตํ อภิสมฺโพธิโต ยาว ปรินิพฺพานา ปญฺจจตฺตาลีส วสฺสานิ ภาสิตํ ลปิตํ ‘‘ตีณิ ปิฏกานิ, ปญฺจ นิกายา, นวงฺคานิ, จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานี’’ติ เอวํ มหปฺปเภทํ โหติ. อิมานิ จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ ติฏฺฐนฺติ, อหํ เอโกว ปรินิพฺพายิสฺสามิ, อหญฺจ ปนิทานิ เอโกว โอวทามิ อนุสาสามิ, มยิ ปรินิพฺพุเต อิมานิ จตุราสีติ พุทฺธสหสฺสานิ ตุเมฺห โอวทิสฺสนฺติ อนุสาสิสฺสนฺติ โอวาทานุสาสนกิจฺจสฺส นิปฺผาทนโตติ.

สาสนนฺติ ปริยตฺติปฏิปตฺติปฏิเวธวเสน ติวิธมฺปิ สาสนํ, นิปฺปริยายโต ปน สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา. อทฺธานํ คมิตุมลนฺติ อทฺธนิยํ, อทฺธานคามิ อทฺธานกฺขมนฺติ อตฺโถ. จิรํ ฐิติ เอตสฺสาติ จิรฏฺฐิติกํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เยน ปกาเรน อิทํ สาสนํ อทฺธนิยํ, ตโตเยว จ จิรฏฺฐิติกํ ภเวยฺย, เตน ปกาเรน ธมฺมญฺจ วินยญฺจ ยทิ ปนาหํ สงฺคาเยยฺยํ, สาธุ วตาติ.

อิทานิ สมฺมาสมฺพุทฺเธน อตฺตโน กตํ อนุคฺคหวิเสสํ สมนุสฺสริตฺวา จินฺตนาการมฺปิ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยญฺจาหํ ภควตา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘ยญฺจาห’’นฺติ เอตสฺส ‘‘อนุคฺคหิโต, ปสํสิโต’’ติ เอเตหิ สมฺพนฺโธ. ยนฺติ ยสฺมา, กิริยาปรามสนํ วา เอตํ, เตน ‘‘อนุคฺคหิโต, ปสํสิโต’’ติ เอตฺถ อนุคฺคหณํ, ปสํสนญฺจ ปรามสติ. ‘‘ธาเรสฺสสี’’ติอาทิกํ ปน วจนํ ภควา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล มหากสฺสปตฺเถเรน ปญฺญตฺตสงฺฆาฏิยํ นิสินฺโน ตํ สงฺฆาฏึ ปทุมปุปฺผวณฺเณน ปาณินา อนฺตนฺเตน ปรามสนฺโต อาห. วุตฺตเญฺหตํ กสฺสปสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) มหากสฺสปตฺเถเรเนว อานนฺทตฺเถรํ อามนฺเตตฺวา กเถนฺเตน –

‘‘อถ โข อาวุโส ภควา มคฺคา โอกฺกมฺม เยน อญฺญตรํ รุกฺขมูลํ เตนุปสงฺกมิ, อถ ขฺวาหํ อาวุโส ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏึ จตุคฺคุณํ ปญฺญเปตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจํ ‘อิธ ภนฺเต ภควา นิสีทตุ, ยํ มมสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’ติ. นิสีทิ โข อาวุโส ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน, นิสชฺช โข มํ อาวุโส ภควา เอตทโวจ ‘มุทุกา โข ตฺยายํ กสฺสป ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏี’ติ. ปฏิคฺคณฺหาตุ เม ภนฺเต ภควา ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏึ อนุกมฺปํ อุปาทายาติ. ธาเรสฺสสิ ปน เม ตฺวํ กสฺสป สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานีติ. ธาเรสฺสามหํ ภนฺเต ภควโต สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานีติ. โส ขฺวาหํ อาวุโส ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏึ ภควโต ปาทาสึ, อหํ ปน ภควโต สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานิ ปฏิปชฺชิ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔).

ตตฺถ มุทุกา โข ตฺยายนฺติ มุทุกา โข เต อยํ. กสฺมา ปน ภควา เอวมาหาติ? เถเรน สห จีวรํ ปริวตฺเตตุกามตาย. กสฺมา ปริวตฺเตตุกาโม ชาโตติ? เถรํ อตฺตโน ฐาเน ฐเปตุกามตาย. กึ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา นตฺถีติ? อตฺถิ, เอวํ ปนสฺส อโหสิ ‘‘อิเม น จิรํ ฐสฺสนฺติ, ‘กสฺสโป ปน วีสวสฺสสตายุโก, โส มยิ ปรินิพฺพุเต สตฺตปณฺณิคุหายํ วสิตฺวา ธมฺมวินยสงฺคหํ กตฺวา มม สาสนํ ปญฺจวสฺสสหสฺสปริมาณกาลํ ปวตฺตนกํ กริสฺสตี’’ติ อตฺตโน นํ ฐาเน ฐเปสิ, เอวํ ภิกฺขู กสฺสปสฺส สุสฺสุสิตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตี’’ติ ตสฺมา เอวมาห. เถโร ปน ยสฺมา จีวรสฺส วา ปตฺตสฺส วา วณฺเณ กถิเต ‘‘อิมํ ตุเมฺห คณฺหถา’’ติ วจนํ จาริตฺตเมว, ตสฺมา ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ เม ภนฺเต ภควา’’ติ อาห.

ธาเรสฺสสิ ปน เม ตฺวํ กสฺสปาติ กสฺสป ตฺวํ อิมานิ ปริโภคชิณฺณานิ ปํสุกูลานิ ปารุปิตุํ สกฺขิสฺสสีติ วทติ. ตญฺจ โข น กายพลํ สนฺธาย, ปฏิปตฺติปูรณํ ปน สนฺธาย เอวมาห. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อหํ อิมํ จีวรํ ปุณฺณํ นาม ทาสึ ปารุปิตฺวา อามกสุสาเน ฉฑฺฑิตํ สุสานํ ปวิสิตฺวา ตุมฺพมตฺเตหิ ปาณเกหิ สมฺปริกิณฺณํ เต ปาณเก วิธุนิตฺวา มหาอริยวํเส ฐตฺวา อคฺคเหสึ, ตสฺส เม อิมํ จีวรํ คหิตทิวเส ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ มหาปถวี มหาวิรวํ วิรวมานา กมฺปิตฺถ, อากาสํ ตฏตฏายิ, จกฺกวาเฬ เทวตา สาธุการํ อทํสุ, อิมํ จีวรํ คณฺหนฺเตน ภิกฺขุนา ชาติปํสุกูลิเกน ชาติอารญฺญิเกน ชาติเอกาสนิเกน ชาติสปทานจาริเกน ภวิตุํ วฏฺฏติ, ตฺวํ อิมสฺส จีวรสฺส อนุจฺฉวิกํ กาตุํ สกฺขิสฺสสีติ. เถโรปิ อตฺตนา ปญฺจนฺนํ หตฺถีนํ พลํ ธาเรติ, โส ตํ อตกฺกยิตฺวา ‘‘อหเมตํ ปฏิปตฺตึ ปูเรสฺสามี’’ติ อุสฺสาเหน สุคตจีวรสฺส อนุจฺฉวิกํ กาตุกาโม ‘‘ธาเรสฺสามหํ ภนฺเต’’ติ อาห. ปฏิปชฺชินฺติ ปฏิปนฺโนสึ. เอวํ ปน จีวรปริวตฺตนํ กตฺวา เถเรน ปารุปิตจีวรํ ภควา ปารุปิ, สตฺถุ จีวรํ เถโร. ตสฺมึ สมเย มหาปถวี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา อุนฺนทนฺตี กมฺปิตฺถ.

สาณานิ ปํสุกูลานีติ มตกเฬวรํ ปริเวเฐตฺวา ฉฑฺฑิตานิ ตุมฺพมตฺเต กิมี ปปฺโผเฏตฺวา คหิตานิ สาณวากมยานิ ปํสุกูลจีวรานิ. นิพฺพสนานีติ นิฏฺฐิตวสนกิจฺจานิ, ปริโภคชิณฺณานีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ เอกเมว ตํ จีวรํ, อเนกาวยวตฺตา ปน พหุวจนํ กตนฺติ มชฺฌิมคณฺฐิปเท วุตฺตํ. จีวเร สาธารณปริโภเคนาติ เอตฺถ อตฺตนา สาธารณปริโภเคนาติ อตฺถสฺส วิญฺญายมานตฺตา, วิญฺญายมานตฺถสฺส จ สทฺทสฺส ปโยเค กามาจารตฺตา ‘‘อตฺตนา’’ติ น วุตฺตํ. ‘‘ธาเรสฺสสิ ปน เม ตฺวํ กสฺสป สาณานิ ปํสุกูลานี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) หิ วุตฺตตฺตา ‘‘อตฺตนาว สาธารณปริโภเคนา’’ติ วิญฺญายติ, นาญฺเญน. น หิ เกวลํ สทฺทโตเยว สพฺพตฺถ อตฺถนิจฺฉโย, อตฺถปกรณาทินาปิ เยภุยฺเยน อตฺถสฺส นิยมิตตฺตา. อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ปเนตฺถ เอวํ วุตฺตํ ‘‘จีวเร สาธารณปริโภเคนาติ เอตฺถ ‘อตฺตนา สมสมฏฺฐปเนนา’ติ อิธ วุตฺตํ อตฺตนา – สทฺทมาเนตฺวา ‘จีวเร อตฺตนา สาธารณปริโภเคนา’ติ โยเชตพฺพํ.

ยสฺส เยน หิ สมฺพนฺโธ, ทูรฏฺฐมฺปิ จ ตสฺส ตํ;

อตฺถโต หฺยสมานานํ, อาสนฺนตฺตมการณนฺติ.

อถ วา ภควตา จีวเร สาธารณปริโภเคน ภควตา อนุคฺคหิโตติ โยชนียํ. เอกสฺสาปิ หิ กรณนิทฺเทสสฺส สหาทิโยคกตฺตุตฺถโชตกตฺตสมฺภวโต’’ติ. สมานํ ธารณเมตสฺสาติ สาธารโณ, ตาทิโส ปริโภโคติ สาธารณปริโภโค, เตน. สาธารณปริโภเคน จ สมสมฏฺฐปเนน จ อนุคฺคหิโตติ สมฺพนฺโธ.

อิทานิ –

‘‘อหํ ภิกฺขเว, ยาวเท อากงฺขามิ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ, กสฺสโปปิ ภิกฺขเว ยาวเท อากงฺขติ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๑๕๒) –

นวานุปุพฺพวิหารฉฬภิญฺญาปเภเท อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม อตฺตนา สมสมฏฺฐปนตฺถาย ภควตา วุตฺตํ กสฺสปสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๒.๑๕๑) อาคตํ ปาฬิมิมํ เปยฺยาลมุเขน, อาทิคฺคหเณน จ สงฺขิปิตฺวา ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อหํ ภิกฺขเว’’ติอาทิ.

ตตฺถ ยาวเทติ ยาวเทว, ยตฺตกํ กาลํ อากงฺขามิ, ตตฺตกํ กาลํ วิหรามีติ อตฺโถ. ตโตเยว หิ มชฺฌิมคณฺฐิปเท, จูฬคณฺฐิปเท จ ‘‘ยาวเทติ ยาวเทวาติ วุตฺตํ โหตี’’ติ ลิขิตํ. สํยุตฺตฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘ยาวเท อากงฺขามีติ ยาวเทว อิจฺฉามี’’ติ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒.๑๕๒) อตฺโถ วุตฺโต. ตถา หิ ตตฺถ ลีนตฺถปกาสนิยํ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ‘‘ยาวเทวาติ อิมินา สมานตฺถํ ‘ยาวเท’ติ อิทํ ปท’’นฺติ วุตฺตํ. โปตฺถเกสุ ปน กตฺถจิ ‘‘ยาวเทวา’’ติ อยเมว ปาโฐ ทิสฺสติ. อปิ จ ยาวเทติ ยตฺตกํ สมาปตฺติวิหารํ วิหริตุํ อากงฺขามิ, ตตฺตกํ สมาปตฺติวิหารํ วิหรามีติ สมาปตฺติฏฺฐาเน, ยตฺตกํ อภิญฺญาโวหารํ โวหริตุํ อากงฺขามิ, ตตฺตกํ อภิญฺญาโวหารํ โวหรามีติ อภิญฺญาฐาเน จ สห ปาฐเสเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรนาปิ ตเทวตฺถํ ยถาลาภนเยน ทสฺเสตุํ ‘‘ยตฺตเก สมาปตฺติวิหาเร, อภิญฺญาโวหาเร วา อากงฺขนฺโต วิหารามิ เจว โวหรามิ จ, ตถา กสฺสโปปีติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. อปเร ปน ‘‘ยาวเทติ ‘ยํ ปฐมชฺฌานํ อากงฺขามิ, ตํ ปฐมชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหารามี’ติอาทินา สมาปตฺติฏฺฐาเน, อิทฺธิวิธาภิญฺญาฐาเน จ อชฺฌาหริตสฺส ต-สทฺทสฺส กมฺมวเสน ‘ยํ ทิพฺพโสตํ อากงฺขามิ, เตน ทิพฺพโสเตน สทฺเท สุณามี’ติอาทินา เสสาภิญฺญาฐาเน กรณวเสน โยชนา วตฺตพฺพา’’ติ วทนฺติ. วิวิจฺเจว กาเมหีติ เอตฺถ เอว-สทฺโท นิยมตฺโถ, อุภยตฺถ โยเชตพฺโพ. ยเมตฺถ วตฺตพฺพํ, ตทุปริ อาวิ ภวิสฺสติ.

นวานุปุพฺพวิหารฉฬภิญฺญาปฺปเภเทติ เอตฺถ นวานุปุพฺพวิหารา นาม อนุปฏิปาฏิยา สมาปชฺชิตพฺพตฺตา เอวํสญฺญิตา นิโรธสมาปตฺติยา สห อฏฺฐ สมาปตฺติโย. ฉฬภิญฺญา นาม อาสวกฺขยญาเณน สห ปญฺจาภิญฺญาโย. กตฺถจิ โปตฺถเก เจตฺถ อาทิสทฺโท ทิสฺสติ. โส อนธิปฺเปโต ยถาวุตฺตาย ปาฬิยา คเหตพฺพสฺส อตฺถสฺส อนวเสสตฺตา. มนุสฺเสสุ, มนุสฺสานํ วา อุตฺตริภูตานํ, อุตฺตรีนํ วา มนุสฺสานํ ฌายีนญฺเจว อริยานญฺจ ธมฺโมติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม, มนุสฺสธมฺมา วา อุตฺตรีติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม. ทส กุสลกมฺมปถา เจตฺถ วินา ภาวนามนสิกาเรน ปกติยาว มนุสฺเสหิ นิพฺพตฺเตตพฺพโต, มนุสฺสตฺตภาวาวหนโต จ มนุสฺสธมฺโม นาม, ตโต อุตฺตริ ปน ฌานาทิ อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมติ เวทิตพฺโพ. สมสมฏฺฐปเนนาติ ‘‘อหํ ยตฺตกํ กาลํ, ยตฺตเก วา สมาปตฺติวิหาเร, ยตฺตกา อภิญฺญาโย จ วฬญฺเชมิ, ตถา กสฺสโปปี’’ติ เอวํ สมสมํ กตฺวา ฐปเนน. อเนกฏฺฐาเนสุ ฐปนํ, กสฺสจิปิ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส อเสสภาเวน เอกนฺตสมฏฺฐปนํ วา สนฺธาย ‘‘สมสมฏฺฐปเนนา’’ติ วุตฺตํ, อิทญฺจ นวานุปุพฺพวิหารฉฬภิญฺญาภาวสามญฺเญน ปสํสามตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ อายสฺมา มหากสฺสโป ภควา วิย เทวสิกํ จตุวีสติโกฏิสตสหสฺสสงฺขฺยา สมาปตฺติโย สมาปชฺชติ, ยมกปาฏิหาริยาทิวเสน จ อภิญฺญาโย วฬญฺเชตีติ. เอตฺถ จ อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม อตฺตนา สมสมฏฺฐปเนนา’’ติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ –

‘‘โอวท กสฺสป ภิกฺขู, กโรหิ กสฺสป ภิกฺขูนํ ธมฺมึ กถํ, อหํ วา กสฺสป ภิกฺขู โอวเทยฺยํ, ตฺวํ วา. อหํ วา กสฺสป ภิกฺขูนํ ธมฺมึ กถํ กเรยฺยํ, ตฺวํ วา’’ติ –

เอวมฺปิ อตฺตนา สมสมฏฺฐปนมกาสิเยวาติ.

ตถาติ รูปูปสํหาโร ยถา อนุคฺคหิโต, ตถา ปสํสิโตติ. อากาเส ปาณึ จาเลตฺวาติ ภควตา อตฺตโนเยว ปาณึ อากาเส จาเลตฺวา กุเลสุ อลคฺคจิตฺตตาย เจว กรณภูตาย ปสํสิโตติ สมฺพนฺโธ. อลคฺคจิตฺตตายาติ วา อาธาเร ภุมฺมํ, อากาเส ปาณึ จาเลตฺวา กุลูปกสฺส ภิกฺขุโน อลคฺคจิตฺตตาย กุเลสุ อลคฺคนจิตฺเตน ภวิตุํ ยุตฺตตาย เจว มญฺเญว สกฺขึ กตฺวา ปสํสิโตติ อตฺโถ. ยถาห –

‘‘อถ โข ภควา อากาเส ปาณึ จาเลสิ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว, อยํ อากาเส ปาณิ น สชฺชติ น คยฺหติ น พชฺฌติ, เอวเมว โข ภิกฺขเว ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขุโน กุลานิ อุปสงฺกมโต กุเลสุ จิตฺตํ น สชฺชติ น คยฺหติ น พชฺฌติ ‘ลภนฺตุ ลาภกามา, ปุญฺญกามา กโรนฺตุ ปุญฺญานี’ติ. ยถา สเกน ลาเภน อตฺตมโน โหติ สุมโน, เอวํ ปเรสํ ลาเภน อตฺตมโน โหติ สุมโน. เอวรูโป โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ อรหติ กุลานิ อุปสงฺกมิตุํ. กสฺสปสฺส ภิกฺขเว กุลานิ อุปสงฺกมโต กุเลสุ จิตฺตํ น สชฺชติ น คยฺหติ น พชฺฌติ ‘ลภนฺตุ ลาภกามา, ปุญฺญกามา กโรนฺตุ ปุญฺญานี’ติ. ยถา สเกน ลาเภน อตฺตมโน โหติ สุมโน, เอวํ ปเรสํ ลาเภน อตฺตมโน โหติ สุมโน’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๔๖).

ตตฺถ อากาเส ปาณึ จาเลสีติ นีเล คคนนฺตเร ยมกวิชฺชุกํ สญฺจาลยมาโน วิย เหฏฺฐาภาเค, อุปริภาเค, อุภโต จ ปสฺเสสุ ปาณึ สญฺจาเลสิ, อิทญฺจ ปน เตปิฏเก พุทฺธวจเน อสมฺภินฺนปทํ นาม. อตฺตมโนติ สกมโน, น โทมนสฺเสน ปจฺฉินฺทิตฺวา คหิตมโน. สุมโนติ ตุฏฺฐมโน, อิทานิ โย หีนาธิมุตฺติโก มิจฺฉาปฏิปนฺโน เอวํ วเทยฺย ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ‘อลคฺคจิตฺตตาย อากาเส จาลิตปาณูปมา กุลานิ อุปสงฺกมถา’ติ วทนฺโต อฏฺฐาเน ฐเปติ, อสยฺหภารํ อาโรเปติ, ยํ น สกฺกา กาตุํ, ตํ กาเรหี’’ติ, ตสฺส วาทปถํ ปจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘สกฺกา จ โข เอวํ กาตุํ, อตฺถิ เอวรูโป ภิกฺขู’’ติ อายสฺมนฺตํ มหากสฺสปตฺเถรเมว สกฺขึ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘กสฺสปสฺส ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห.

อญฺญมฺปิ ปสํสนมาห ‘‘จนฺโทปมปฏิปทาย จา’’ติ, จนฺทปฏิภาคาย ปฏิปทาย จ กรณภูตาย ปสํสิโต, ตสฺสํ วา อาธารภูตาย มญฺเญว สกฺขึ กตฺวา ปสํสิโตติ อตฺโถ. ยถาห –

‘‘จนฺทูปมา ภิกฺขเว กุลานิ อุปสงฺกมถ อปกสฺเสว กายํ, อปกสฺส จิตฺตํ นิจฺจนวกา กุเลสุ อปฺปคพฺภา. เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส ชรุทปานํ วา โอโลเกยฺย ปพฺพตวิสมํ วา นทีวิทุคฺคํ วา อปกสฺเสว กายํ, อปกสฺส จิตฺตํ, เอวเมว โข ภิกฺขเว จนฺทูปมา กุลานิ อุปสงฺกมถ อปกสฺเสว กายํ, อปกสฺส จิตฺตํ นิจฺจนวกา กุเลสุ อปฺปคพฺภา. กสฺสโป ภิกฺขเว จนฺทูปโม กุลานิ อุปสงฺกมติ อปกสฺเสว กายํ, อปกสฺส จิตฺตํ นิจฺจนวโก กุเลสุ อปฺปคพฺโภ’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๔๖).

ตตฺถ จนฺทูปมาติ จนฺทสทิสา หุตฺวา. กึ ปริมณฺฑลตาย สทิสาติ? โน, อปิจ โข ยถา จนฺโท คคนตลํ ปกฺขนฺทมาโน น เกนจิ สทฺธึ สนฺถวํ วา สิเนหํ วา อาลยํ วา นิกนฺตึ วา ปตฺถนํ วา ปริยุฏฺฐานํ วา กโรติ, น จ น โหติ มหาชนสฺส ปิโย มนาโป, ตุเมฺหปิ เอวํ เกนจิ สทฺธึ สนฺถวาทีนํ อกรเณน พหุชนสฺส ปิยา มนาปา จนฺทูปมา หุตฺวา ขตฺติยกุลาทีนิ จตฺตาริ กุลานิ อุปสงฺกมถาติ อตฺโถ. อปิจ ยถา จนฺโท อนฺธการํ วิธมติ, อาโลกํ ผรติ, เอวํ กิเลสนฺธการวิธมเนน, ญาณาโลกผรเณน จ จนฺทูปมา หุตฺวาติ เอวมาทีหิปิ นเยหิ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

อปกสฺเสว กายํ, อปกสฺส จิตฺตนฺติ เตเนว สนฺถวาทีนมกรเณน กายญฺจ จิตฺตญฺจ อปกสฺสิตฺวา, อกฑฺฒิตฺวา อปเนตฺวาติ อตฺโถ. นิจฺจนวกาติ นิจฺจํ นวิกาว, อาคนฺตุกสทิสา เอว หุตฺวาติ อตฺโถ. อาคนฺตุโก หิ ปฏิปาฏิยา สมฺปตฺตเคหํ ปวิสิตฺวา สเจ นํ ฆรสามิกา ทิสฺวา ‘‘อมฺหากํ ปุตฺตภาตโรปิ วิปฺปวาสคตา เอวํ วิจรึสู’’ติ อนุกมฺปมานา นิสีทาเปตฺวา โภเชนฺติ, ภุตฺตมตฺโตเยว ‘‘ตุมฺหากํ ภาชนํ คณฺหถา’’ติ อุฏฺฐาย ปกฺกมติ, น เตหิ สทฺธึ สนฺถวํ วา กโรติ, กิจฺจกรณียานิ วา สํวิทหติ, เอวํ ตุเมฺหปิ ปฏิปาฏิยา สมฺปตฺตฆรํ ปวิสิตฺวา ยํ อิริยาปเถสุ ปสนฺนา มนุสฺสา เทนฺติ, ตํ คเหตฺวา ปจฺฉินฺนสนฺถวา เตสํ กิจฺจกรณีเย อพฺยาวฏา หุตฺวา นิกฺขมถาติ ทีเปติ. อปฺปคพฺภาติ น ปคพฺภา, อฏฺฐฏฺฐาเนน กายปาคพฺภิเยน, จตุฏฺฐาเนน วจีปาคพฺภิเยน, อเนกฏฺฐาเนน มโนปาคพฺภิเยน จ วิรหิตา กุลานิ อุปสงฺกมถาติ อตฺโถ.

ชรุทปานนฺติ ชิณฺณกูปํ. ปพฺพตวิสมนฺติ ปพฺพเต วิสมํ ปปาตฏฺฐานํ. นทีวิทุคฺคนฺติ นทิยา วิทุคฺคํ ฉินฺนตฏฏฺฐานํ. เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ชรุทปานาทโย วิย หิ จตฺตาริ กุลานิ, โอโลกนปุริโส วิย ภิกฺขุ, ยถา ปน อนปกฏฺฐกายจิตฺโต ตานิ โอโลเกนฺโต ปุริโส ตตฺถ ปตติ, เอวํ อรกฺขิเตหิ กายาทีหิ กุลานิ อุปสงฺกมนฺโต ภิกฺขุ กุเลสุ พชฺฌติ, ตโต นานปฺปการํ สีลปาทภญฺชนาทิกํ อนตฺถํ ปาปุณาติ. ยถา ปน อปกฏฺฐกายจิตฺโต ปุริโส ตตฺถ น ปตติ, เอวํ รกฺขิเตเนว กาเยน, รกฺขิตาย วาจาย, รกฺขิเตหิ จิตฺเตหิ, สูปฏฺฐิตาย สติยา อปกฏฺฐกายจิตฺโต หุตฺวา กุลานิ อุปสงฺกมนฺโต ภิกฺขุ กุเลสุ น พชฺฌติ, อถสฺส สีลสทฺธาสมาธิปญฺญาสงฺขาตานิ ปาทหตฺถกุจฺฉิสีสานิ น ภญฺชนฺติ, ราคกณฺฏกาทโย น วิชฺฌนฺติ, สุขิโต เยนกามํ อคตปุพฺพํ นิพฺพานทิสํ คจฺฉติ, เอวรูโป อยํ มหากสฺสโปติ หีนาธิมุตฺติกสฺส มิจฺฉาปฏิปนฺนสฺส วาทปถปจฺฉินฺทนตฺถํ มหากสฺสปตฺเถรํ เอว สกฺขึ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘กสฺสโป ภิกฺขเว’’ติอาทิมาหาติ. เอวมฺเปตฺถ อตฺถมิจฺฉนฺติอลคฺคจิตฺตตาสงฺขาตาย จนฺโทปมปฏิปทาย กรณภูตาย ปสํสิโต, ตสฺสํ วา อาธารภูตาย มญฺเญว สกฺขึ กตฺวา ปสํสิโตติ, เอวํ สติ เจว-สทฺโท, จ-สทฺโท จ น ปยุชฺชิตพฺโพ ทฺวินฺนํ ปทานํ ตุลฺยาธิกรณตฺตา, อยเมว อตฺโถ ปาโฐ จ ยุตฺตตโร วิย ทิสฺสติ ปรินิพฺพานสุตฺตวณฺณนายํ ‘‘อากาเส ปาณึ จาเลตฺวา จนฺทูปมํ ปฏิปทํ กเถนฺโต มํ กายสกฺขึ กตฺวา กเถสี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๓๒) วุตฺตตฺตาติ.

ตสฺส กิมญฺญํ อาณณฺยํ ภวิสฺสติ, อญฺญตฺร ธมฺมวินยสงฺคายนาติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ ตสฺสาติ ยํ-สทฺทสฺส การณนิทสฺสเน ‘‘ตสฺมา’’ติ อชฺฌาหริตฺวา ตสฺส เมติ อตฺโถ, กิริยาปรามสเน ปน ตสฺส อนุคฺคหณสฺส, ปสํสนสฺส จาติ. โปตฺถเกสุปิ กตฺถจิ ‘‘ตสฺส เม’’ติ ปาโฐ ทิสฺสติ, เอวํ สติ กิริยาปรามสเน ‘‘ตสฺสา’’ติ อปรํ ปทมชฺฌาหริตพฺพํ. นตฺถิ อิณํ ยสฺสาติ อณโณ, ตสฺส ภาโว อาณณฺยํ. ธมฺมวินยสงฺคายนํ ฐเปตฺวา อญฺญํ กึ นาม ตสฺส อิณวิรหิตตฺตํ ภวิสฺสติ, น ภวิสฺสติ เอวาติ อตฺโถ. ‘‘นนุ มํ ภควา’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ อุปมาวเสน วิภาเวติ. สกกวจอิสฺสริยานุปฺปทาเนนาติ เอตฺถ กวโจ นาม อุรจฺฉโท, เยน อุโร ฉาทียเต, ตสฺส จ จีวรนิทสฺสเนน คหณํ, อิสฺสริยสฺส ปน อภิญฺญาสมาปตฺตินิทสฺสเนนาติ ทฏฺฐพฺพํ. กุลวํสปฺปติฏฺฐาปกนฺติ กุลวํสสฺส กุลปเวณิยา ปติฏฺฐาปกํ. ‘‘เม’’ติ ปทสฺส นิจฺจสาเปกฺขตฺตา สทฺธมฺมวํสปฺปติฏฺฐาปโกติ สมาโส. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สตฺตุสงฺฆนิมฺมทฺทเนน อตฺตโน กุลวํสปฺปติฏฺฐาปนตฺถํ สกกวจอิสฺสริยานุปฺปทาเนน กุลวํสปฺปติฏฺฐาปกํ ปุตฺตํ ราชา วิย ภควาปิ มํ ทีฆทสฺสี ‘‘สทฺธมฺมวํสปฺปติฏฺฐาปโก เม อยํ ภวิสฺสตี’’ติ มนฺตฺวา สาสนปจฺจตฺถิกคณนิมฺมทฺทเนน สทฺธมฺมวํสปฺปติฏฺฐาปนตฺถํ จีวรทานสมสมฏฺฐปนสงฺขาเตน อิมินา อสาธารณานุคฺคเหน อนุคฺคเหสิ นนุ, อิมาย จ อุฬาราย ปสํสาย ปสํสิ นนูติ. อิติ จินฺตยนฺโตติ เอตฺถ อิติสทฺเทน ‘‘อนฺตรธาเปยฺยุํ, สงฺคาเยยฺยํ, กิมญฺญํ อาณณฺยํ ภวิสฺสตี’’ติ วจนปุพฺพงฺคมํ, ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชตี’’ติอาทิ วากฺยตฺตยํ นิทสฺเสติ.

อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ สงฺคีติกฺขนฺธกปาฬิยา สาเธนฺโต อาห ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ. ตตฺถ ยถาหาติ กึ อาห, มยา วุตฺตสฺส อตฺถสฺส สาธกํ กึ อาหาติ วุตฺตํ โหติ. ยถา วา เยน ปกาเรน มยา วุตฺตํ, ตถา เตน ปกาเรน ปาฬิยมฺปิ อาหาติ อตฺโถ. ยถา วา ยํ วจนํ ปาฬิยํ อาห, ตถา เตน วจเนน มยา วุตฺตวจนํ สํสนฺทติ เจว สเมติ จ ยถา ตํ คงฺโคทเกน ยมุโนทกนฺติปิ วตฺตพฺโพ ปาฬิยา สาธนตฺถํ อุทาหริตภาวสฺส ปจฺจกฺขโต วิญฺญายมานตฺตา, วิญฺญายมานตฺถสฺส จ สทฺทสฺส ปโยเค กามาจารตฺตา. อธิปฺปายวิภาวนตฺถา หิ อตฺถโยชนา. ยถา วา เยน ปกาเรน ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหํ ชเนสิ, ตถา เตน ปกาเรน ปาฬิยมฺปิ อาหาติ อตฺโถ. เอวมีทิเสสุ.

เอกมิทาหนฺติ เอตฺถ อิทนฺติ นิปาตมตฺตํ. เอกํ สมยนฺติ จ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ, เอกสฺมึ สมเยติ อตฺโถ. ปาวายาติ ปาวานครโต, ตตฺถ ปิณฺฑาย จริตฺวา ‘‘กุสินารํ คมิสฺสามี’’ติ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโนติ วุตฺตํ โหติ. อทฺธานมคฺโคติ จ ทีฆมคฺโค วุจฺจติ, ทีฆปริยาโย เหตฺถ อทฺธานสทฺโท. มหตาติ คุณมหตฺเตนปิ สงฺขฺยามหตฺเตนปิ มหตา. ‘‘ปญฺจมตฺเตหี’’ติอาทินา สงฺขฺยามหตฺตํ ทสฺเสติ, มตฺตสทฺโท จ ปมาณวจโน ‘‘โภชเน มตฺตญฺญุตา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๓.๑๖) วิย. ‘‘ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ อุสฺสาหํ ชเนสี’’ติ เอตสฺสตฺถสฺส สาธนตฺถํ อาหตา ‘‘อถ โข’’ติอาทิกา ปาฬิ ยถาวุตฺตมตฺถํ น สาเธติ. น เหตฺถ อุสฺสาหชนนปฺปกาโร อาคโตติ โจทนํ ปริหริตุมาห ‘‘สพฺพํ สุภทฺทกณฺฑํ วิตฺถารโต เวทิตพฺพ’’นฺติ. เอวมฺเปสา โจทนา ตทวตฺถาเยวาติ วุตฺตํ ‘‘ตโต ปรํ อาหา’’ติอาทิ. อปิจ ยถาวุตฺตตฺถสาธิกา ปาฬิ มหตราติ คนฺถครุตาปริหรณตฺถํ มชฺเฌ เปยฺยาลมุเขน อาทิอนฺตเมว ปาฬึ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพํ สุภทฺทกณฺฑํ วิตฺถารโต เวทิตพฺพ’’นฺติ อาห. เตน หิ ‘‘อถ ขฺวาหํ อาวุโส มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีที’’ติ (จูฬว. ๔๓๗) วุตฺตปาฬิโต ปฏฺฐาย ‘‘ยํ น อิจฺฉิสฺสาม, น ตํ กริสฺสามา’’ติ (จูฬว. ๔๓๗) วุตฺตปาฬิปริโยสานํ สุภทฺทกณฺฑํ ทสฺเสติ.

‘‘ตโต ปร’’นฺติอาทินา ปน ตทวเสสํ ‘‘หนฺท มยํ อาวุโส’’ติอาทิกํ อุสฺสาหชนนปฺปการทสฺสนปาฬึ. ตสฺมา ตโต ปรํ อาหาติ เอตฺถ สุภทฺทกณฺฑโต ปรํ อุสฺสาหชนนปฺปการทสฺสนวจนมาหาติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. มหาคณฺฐิปเทปิ หิ โสเยวตฺโถ วุตฺโต. อาจริยสาริปุตฺตตฺเถเรนาปิ (สารตฺถ. ฏี. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) ตเถว อธิปฺเปโต. อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน ปน ‘‘ตโต ปรนฺติ ตโต ภิกฺขูนํ อุสฺสาหชนนโต ปรโต’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) วุตฺตํ, ตเทตํ วิจาเรตพฺพํ เหฏฺฐา อุสฺสาหชนนปฺปการสฺส ปาฬิยํ อวุตฺตตฺตา. อยเมว หิ อุสฺสาหชนนปฺปกาโร ยทิทํ ‘‘หนฺท มยํ อาวุโส ธมฺมญฺจ วินยญฺจ สงฺคาเยยฺยาม, ปุเร อธมฺโม ทิปฺปตี’’ติอาทิ. ยทิ ปน สุภทฺทกณฺฑเมว อุสฺสาหชนนเหตุภูตสฺส สุภทฺเทน วุตฺตวจนสฺส ปกาสนตฺตา อุสฺสาหชนนนฺติ วเทยฺย, นตฺเถเวตฺถ วิจาเรตพฺพตาติ. ปุเร อธมฺโม ทิปฺปตีติ เอตฺถ อธมฺโม นาม ทสกุสลกมฺมปถปฏิปกฺขภูโต อธมฺโม. ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ อุสฺสาหชนนปฺปสงฺคตฺตา วา ตทสงฺคายนเหตุโก โทสคโณปิ สมฺภวติ, ‘‘อธมฺมวาทิโน พลวนฺโต โหนฺติ, ธมฺมวาทิโน ทุพฺพลา โหนฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา สีลวิปตฺติอาทิเหตุโก ปาปิจฺฉตาทิโทสคโณ อธมฺโมติปิ วทนฺติ. ปุเร ทิปฺปตีติ อปิ นาม ทิปฺปติ. สํสยตฺเถ หิ ปุเร-สทฺโท. อถ วา ยาว อธมฺโม ธมฺมํ ปฏิพาหิตุํ สมตฺโถ โหติ, ตโต ปุเรตรเมวาติ อตฺโถ. อาสนฺเน หิ อนธิปฺเปเต อยํ ปุเร-สทฺโท. ทิปฺปตีติ ทิปฺปิสฺสติ, ปุเร-สทฺทโยเคน หิ อนาคตตฺเถ อยํ วตฺตมานปโยโค ยถา ‘‘ปุรา วสฺสติ เทโว’’ติ. ตถา หิ วุตฺตํ –

‘‘อนาคเต สนฺนิจฺฉเย, ตถาตีเต จิรตเน;

กาลทฺวเยปิ กวีหิ, ปุเรสทฺโท ปยุชฺชเต’’ติ. (วชิร. ฏี. พาหิรนิทานกถาวณฺณนา);

‘‘ปุเรยาวปุราโยเค, นิจฺจํ วา กรหิ กทา;

ลจฺฉายมปิ กึ วุตฺเต, วตฺตมานา ภวิสฺสตี’’ติ จ.

เกจิ ปเนตฺถ เอวํ วณฺณยนฺติ – ปุเรติ ปจฺฉา อนาคเต, ยถา อทฺธานํ คจฺฉนฺตสฺส คนฺตพฺพมคฺโค ‘‘ปุเร’’ติ วุจฺจติ, ตถา อิธาปิ มคฺคคมนนเยน อนาคตกาโล ‘‘ปุเร’’ติ วุจฺจตีติ. เอวํ สติ ตํกาลาเปกฺขาย เจตฺถ วตฺตมานปโยโค สมฺภวติ. ธมฺโม ปฏิพาหิยฺยตีติ เอตฺถาปิ ปุเร-สทฺเทน โยเชตฺวา วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ, ตถา ธมฺโมปิ อธมฺมวิปรีตวเสน, อิโต ปรมฺปิ เอเสว นโย. อวินโยติ ปหานวินยสํวรวินยานํ ปฏิปกฺขภูโต อวินโย. วินยวาทิโน ทุพฺพลา โหนฺตีติ เอวํ อิติ-สทฺเทน ปาโฐ, โส ‘‘ตโต ปรํ อาหา’’ติ เอตฺถ อาห-สทฺเทน สมฺพชฺฌิตพฺโพ.

เตน หีติ อุยฺโยชนตฺเถ นิปาโต. อุจฺจินเน อุยฺโยเชนฺตา หิ มหากสฺสปตฺเถรํ เอวมาหํสุ ‘‘ภิกฺขู อุจฺจินตู’’ติ, สงฺคีติยา อนุรูเป ภิกฺขู อุจฺจินิตฺวา อุปธาเรตฺวา คณฺหาตูติ อตฺโถ. ‘‘สกล…เป… ปริคฺคเหสี’’ติ เอเตน สุกฺขวิปสฺสกขีณาสวปริยนฺตานํ ยถาวุตฺตปุคฺคลานํ สติปิ อาคมาธิคมสมฺภเว สห ปฏิสมฺภิทาหิ ปน เตวิชฺชาทิคุณยุตฺตานํ อาคมาธิคมสมฺปตฺติยา อุกฺกํสคตตฺตา สงฺคีติยา พหูปการตํ ทสฺเสติ. สกลํ สุตฺตเคยฺยาทิกํ นวงฺคํ เอตฺถ, เอตสฺสาติ วา สกลนวงฺคํ, สตฺถุ ภควโต สาสนํ สตฺถุสาสนํ สาสียติ เอเตนาติ กตฺวา, ตเทว สตฺถุสาสนนฺติ สกลนวงฺคสตฺถุสาสนํ. นว วา สุตฺตเคยฺยาทีนิ องฺคานิ เอตฺถ, เอตสฺสาติ วา นวงฺคํ, ตเมว สตฺถุสาสนํ, ตญฺจ สกลเมว, น เอกเทสนฺติ ตถา. อตฺถกาเมน ปริยาปุณิตพฺพา สิกฺขิตพฺพา, ทิฏฺฐธมฺมิกาทิปุริสตฺถํ วา นิปฺผาเทตุํ ปริยตฺตา สมตฺถาติ ปริยตฺติ, ตีณิ ปิฏกานิ, สกลนวงฺคสตฺถุสาสนสงฺขาตา ปริยตฺติ, ตํ ธาเรนฺตีติ ตถา, ตาทิเสติ อตฺโถ. ปุถุชฺชน…เป… สุกฺขวิปสฺสกขีณาสวภิกฺขูติ เอตฺถ –

‘‘ทุเว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา;

อนฺโธ ปุถุชฺชโน เอโก, กลฺยาเณโก ปุถุชฺชโน’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๖๑; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๕๑; จูฬนิ. อฏฺฐ. ๘๘; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑๓๐); –

วุตฺเตสุ กลฺยาณปุถุชฺชนาว อธิปฺเปตา สทฺทนฺตรสนฺนิธาเนนปิ อตฺถวิเสสสฺส วิญฺญาตพฺพตฺตา. สมถภาวนาสิเนหาภาเวน สุกฺขา ลูขา อสินิทฺธา วิปสฺสนา เอเตสนฺติ สุกฺขวิปสฺสกา, เตเยว ขีณาสวาติ ตถา. ‘‘ภิกฺขู’’ติ ปน สพฺพตฺถ โยเชตพฺพํ. วุตฺตญฺหิ –

‘‘ยญฺจตฺถวโต สทฺเทกเสสโต วาปิ สุยฺยเต;

ตํ สมฺพชฺฌเต ปจฺเจกํ, ยถาลาภํ กทาจิปี’’ติ.

ติปิฏกสพฺพปริยตฺติปฺปเภทธเรติ เอตฺถ ติณฺณํ ปิฏกานํ สมาหาโร ติปิฏกํ, ตํสงฺขาตํ นวงฺคาทิวเสน อเนกเภทภินฺนํ สพฺพํ ปริยตฺติปฺปเภทํ ธาเรนฺตีติ ตถา, ตาทิเส. อนุ อนุ ตํ สมงฺคินํ ภาเวติ วฑฺเฒตีติ อนุภาโว, โสเยว อานุภาโว, ปภาโว, มหนฺโต อานุภาโว เยสํ เต มหานุภาวา. ‘‘เอตทคฺคํ ภิกฺขเว’’ติ ภควตา วุตฺตวจนมุปาทาย ปวตฺตตฺตา ‘‘เอตทคฺค’’นฺติ ปทํ อนุกรณชนามํ นาม ยถา ‘‘เยวาปนก’’นฺติ, ตพฺพเสน วุตฺตฏฺฐานนฺตรมิธ เอตทคฺคํ, ตมาโรปิเตติ อตฺโถ. เอตทคฺคํ เอโส ภิกฺขุ อคฺโคติ วา อาโรปิเตปิ วฏฺฏติ. ตทนาโรปิตาปิ อวเสสคุณสมฺปนฺนตฺตา อุจฺจินิตา ตตฺถ สนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติ วุตฺตํ. ติสฺโส วิชฺชา เตวิชฺชา, ตา อาทิ เยสํ ฉฬภิญฺญาทีนนฺติ เตวิชฺชาทโย, เต เภทา อเนกปฺปการา เยสนฺติ เตวิชฺชาทิเภทา. อถ วา ติสฺโส วิชฺชา อสฺส ขีณาสวสฺสาติ เตวิชฺโช, โส อาทิ เยสํ ฉฬภิญฺญาทีนนฺติ เตวิชฺชาทโย, เตเยว เภทา เยสนฺติ เตวิชฺชาทิเภทา. เตวิชฺชฉฬภิญฺญาทิวเสน อเนกเภทภินฺเน ขีณาสวภิกฺขูเยวาติ วุตฺตํ โหติ. เย สนฺธาย วุตฺตนฺติ เย ภิกฺขู สนฺธาย อิทํ ‘‘อถ โข’’ติอาทิวจนํ สงฺคีติกฺขนฺธเก วุตฺตํ. อิมินา กิญฺจาปิ ปาฬิยํ อวิเสสโตว วุตฺตํ, ตถาปิ วิเสเสน ยถาวุตฺตขีณาสวภิกฺขูเยว สนฺธาย วุตฺตนฺติ ปาฬิยา สํสนฺทนํ กโรติ.

นนุ จ สกลนวงฺคสตฺถุสาสนปริยตฺติธรา ขีณาสวา อเนกสตา, อเนกสหสฺสา จ, กสฺมา เถโร เอเกนูนมกาสีติ โจทนํ อุทฺธริตฺวา วิเสสการณทสฺสเนน ตํ ปริหริตุํ ‘‘กิสฺส ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กิสฺสาติ กสฺมา. ปกฺขนฺตรโชตโก ปน-สทฺโท. โอกาสกรณตฺถนฺติ โอกาสกรณนิมิตฺตํ โอกาสกรณเหตุ. อตฺถ-สทฺโท หิ ‘‘ฉณตฺถญฺจ นครโต นิกฺขมิตฺวา มิสฺสกปพฺพตํ อภิรุหตู’’ติอาทีสุ วิย การณวจโน, ‘‘กิสฺส เหตู’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๓๘) วิย จ เหตฺวตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ. ตถา หิ วณฺณยนฺติ ‘‘ฉณตฺถนฺติ ฉณนิมิตฺตํ ฉณเหตูติ อตฺโถ’’ติ. เอวญฺจ สติ ปุจฺฉาสภาคตาวิสฺสชฺชนาย โหติ, เอส นโย อีทิเสสุ.

กสฺมา ปนสฺส โอกาสมกาสีติ อาห ‘‘เตนา’’ติอาทิ. หิ-สทฺโท การณตฺเถ. ‘‘โส หายสฺมา’’ติอาทินา ‘‘สหาปิ วินาปิ น สกฺกา’’ติ วุตฺตวจเน ปจฺเจกํ การณํ ทสฺเสติ. เกจิ ปน ‘‘ตมตฺถํ วิวรตี’’ติ วทนฺติ, ตทยุตฺตํ ‘‘ตสฺมา’’ติ การณวจนทสฺสนโต. ‘‘ตสฺมา’’ติอาทินา หิ การณทสฺสนฏฺฐาเน การณโชตโกเยว หิ-สทฺโท. สญฺญาณมตฺตโชตกา สาขาภงฺโคปมา หิ นิปาตาติ, เอวมีทิเสสุ. สิกฺขตีติ เสกฺโข, สิกฺขนํ วา สิกฺขา, สาเยว ตสฺส สีลนฺติ เสกฺโข. โส หิ อปริโยสิตสิกฺขตฺตา, ตทธิมุตฺตตฺตา จ เอกนฺเตน สิกฺขนสีโล, น อเสกฺโข วิย ปรินิฏฺฐิตสิกฺโข ตตฺถ ปฏิปฺปสฺสทฺธุสฺสาโห, นาปิ วิสฺสฏฺฐสิกฺโข ปจุรชโน วิย ตตฺถ อนธิมุตฺโต, กิตวเสน วิย จ ตทฺธิตวเสนิธ ตปฺปกติยตฺโถ คยฺหติ ยถา ‘‘การุณิโก’’ติ. อถ วา อริยาย ชาติยา ตีสุปิ สิกฺขาสุ ชาโต, ตตฺถ วา ภโวติ เสกฺโข. อปิจ อิกฺขติ เอตายาติ อิกฺขา, มคฺคผลสมฺมาทิฏฺฐิ, สห อิกฺขายาติ เสกฺโข. อุปริมคฺคตฺตยกิจฺจสฺส อปริโยสิตตฺตา สห กรณีเยนาติ สกรณีโย. อสฺสาติ อเนน, ‘‘อปฺปจฺจกฺขํ นามา’’ติ เอเตน สมฺพนฺโธ. อสฺสาติ วา ‘‘นตฺถี’’ติ เอตฺถ กิริยาปฏิคฺคหกวจนํ. ปคุณปฺปวตฺติภาวโต อปฺปจฺจกฺขํ นาม นตฺถิ. วินยฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อสมฺมุขา ปฏิคฺคหิตํ นาม นตฺถี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) วุตฺตํ, ตํ’’ เทฺว สหสฺสานิ ภิกฺขุโต’’ติ วุตฺตมฺปิ ภควโต สนฺติเก ปฏิคฺคหิตเมว นามาติ กตฺวา วุตฺตํ. ตถา หิ สาวกภาสิตมฺปิ สุตฺตํ ‘‘พุทฺธภาสิต’’นฺติ วุจฺจตีติ.

‘‘ยถาหา’’ติอาทินา อายสฺมตา อานนฺเทน วุตฺตคาถเมว สาธกภาเวน ทสฺเสติ. อยญฺหิ คาถา โคปกโมคฺคลฺลาเนน นาม พฺราหฺมเณน ‘‘พุทฺธสาสเน ตฺวํ พหุสฺสุโตติ ปากโฏ, กิตฺตกา ธมฺมา เต สตฺถารา ภาสิตา, ตยา จ ธาริตา’’ติ ปุจฺฉิเตน ตสฺส ปฏิวจนํ เทนฺเตน อายสฺมตา อานนฺเทเนว โคปกโมคฺคลฺลานสุตฺเต, อตฺตโน คุณทสฺสนวเสน วา เถรคาถายมฺปิ ภาสิตา. ตตฺถายํ สงฺเขปตฺโถ – พุทฺธโต สตฺถุ สนฺติกา ทฺวาสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ อหํ คณฺหึ อธิคณฺหึ, เทฺว ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานิ ภิกฺขุโต ธมฺมเสนาปติอาทีนํ ภิกฺขูนํ สนฺติกา คณฺหึ. เย ธมฺมา เม ชิวฺหาคฺเค, หทเย วา ปวตฺติโน ปคุณา วาจุคฺคตา, เต ธมฺมา ตทุภยํ สมฺปิณฺเฑตฺวา จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานีติ. เกจิ ปน ‘‘เยเมติ เอตฺถ ‘เย อิเม’ติ ปทจฺเฉทํ กตฺวา เย อิเม ธมฺมา พุทฺธสฺส, ภิกฺขูนญฺจ ปวตฺติโน ปวตฺติตา, เตสุ ธมฺเมสุ พุทฺธโต ทฺวาสีติ สหสฺสานิ อหํ คณฺหึ, เทฺว สหสฺสานิ ภิกฺขุโต คณฺหึ, เอวํ จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานี’’ติ สมฺพนฺธํ วทนฺติ, อยญฺจ สมฺพนฺโธ ‘‘เอตฺตกาเยว ธมฺมกฺขนฺธา’’ติ สนฺนิฏฺฐานสฺส อวิญฺญายมานตฺตา เกจิวาโท นาม กโต.

‘‘สหาปิ น สกฺกา’’ติ วตฺตพฺพเหตุโต ‘‘วินาปิ น สกฺกา’’ติ วตฺตพฺพเหตุเยว พลวตโร สงฺคีติยา พหุการตฺตา. ตสฺมา ตตฺถ โจทนํ ทสฺเสตฺวา ปริหริตุํ ‘‘ยทิ เอว’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยทิ เอวนฺติ เอวํ วินา ยทิ น สกฺกา, ตถา สตีติ อตฺโถ. เสกฺโขปิ สมาโนติ เสกฺขปุคฺคโล สมาโนปิ. มาน-สทฺโท เหตฺถ ลกฺขเณ. พหุการตฺตาติ พหูปการตฺตา. อุปการวจโน หิ การ-สทฺโท ‘‘อปฺปกมฺปิ กตํ การํ, ปุญฺญํ โหติ มหปฺผล’’นฺติอาทีสุ วิย. อสฺสาติ ภเวยฺย. อถ-สทฺโท ปุจฺฉายํ. ปเญฺห ‘‘อถ ตฺวํ เกน วณฺเณนา’’ติ หิ ปโยคมุทาหรนฺติ. ‘‘เอวํ สนฺเต’’ติ ปน อตฺโถ วตฺตพฺโพ. ปรูปวาทวิวชฺชนโตติ ยถาวุตฺตการณํ อชานนฺตานํ ปเรสํ อาโรปิตอุปวาทโต วิวชฺชิตุกามตฺตา. ตํ วิวรติ ‘‘เถโร หี’’ติอาทินา. อติวิย วิสฺสตฺโถติ อติเรกํ วิสฺสาสิโก. เกน วิญฺญายตีติ อาห ‘‘ตถา หี’’ติอาทิ. ทฬฺหีกรณํ วา เอตํ วจนํ. ‘‘วุตฺตญฺหิ, ตถา หิ อิจฺเจเต ทฬฺหีกรณตฺเถ’’ติ หิ วทนฺติ สทฺทวิทู. นนฺติ อานนฺทตฺเถรํ. ‘‘โอวทตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อานนฺทตฺเถรสฺส เยภุยฺเยน นวกาย ปริสาย วิพฺภมเน มหากสฺสปตฺเถโร ‘‘น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) อาห. ตถา หิ ปรินิพฺพุเต ภควติ มหากสฺสปตฺเถโร ภควโต ปรินิพฺพาเน สนฺนิปติตสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มชฺเฌ นิสีทิตฺวา ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ปญฺจสเต ภิกฺขู อุจฺจินิตฺวา ‘‘ราชคเห อาวุโส วสฺสํ วสนฺตา ธมฺมวินยํ สงฺคายิสฺสาม, ตุเมฺห ปุเร วสฺสูปนายิกาย อตฺตโน อตฺตโน ปลิโพธํ ปจฺฉินฺทิตฺวา ราชคเห สนฺนิปตถา’’ติ วตฺวา อตฺตนา ราชคหํ คโต.

อานนฺทตฺเถโรปิ ภควโต ปตฺตจีวรมาทาย มหาชนํ สญฺญาเปนฺโต สาวตฺถึ คนฺตฺวา ตโต นิกฺขมฺม ราชคหํ คจฺฉนฺโต ทกฺขิณาคิริสฺมึ จาริกํ จริ. ตสฺมึ สมเย อานนฺทตฺเถรสฺส ตึสมตฺตา สทฺธิวิหาริกา เยภุยฺเยน กุมารกา เอกวสฺสิกทุวสฺสิกภิกฺขู เจว อนุปสมฺปนฺนา จ วิพฺภมึสุ. กสฺมา ปเนเต ปพฺพชิตา, กสฺมา จ วิพฺภมึสูติ? เตสํ กิร มาตาปิตโร จินฺเตสุํ ‘‘อานนฺทตฺเถโร สตฺถุวิสฺสาสิโก อฏฺฐ วเร ยาจิตฺวา อุปฏฺฐหติ, อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐานํ สตฺถารํ คเหตฺวา คนฺตุํ สกฺโกติ, อมฺหากํ ทารเก เอตสฺส สนฺติเก ปพฺพเชยฺยาม, เอวํ โส สตฺถารํ คเหตฺวา อาคมิสฺสติ, ตสฺมึ อาคเต มยํ มหาสกฺการํ กาตุํ ลภิสฺสามา’’ติ. อิมินา ตาว การเณน เนสํ ญาตกา เต ปพฺพาเชสุํ, สตฺถริ ปน ปรินิพฺพุเต เตสํ สา ปตฺถนา อุปจฺฉินฺนา, อถ เน เอกทิวเสเนว อุปฺปพฺพาเชสุํ. อถ อานนฺทตฺเถรํ ทกฺขิณาคิริสฺมึ จาริกํ จริตฺวา ราชคหมาคตํ ทิสฺวา มหากสฺสปตฺเถโร เอวมาหาติ. วุตฺตเญฺหตํ กสฺสปสํยุตฺเต –

‘‘อถ กิญฺจรหิ ตฺวํ อาวุโส อานนฺท อิเมหิ นเวหิ ภิกฺขูหิ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวาเรหิ โภชเน อมตฺตญฺญูหิ ชาคริยํ อนนุยุตฺเตหิ สทฺธึ จาริกํ จรสิ, สสฺสฆาตํ มญฺเญ จรสิ, กุลูปฆาตํ มญฺเญ จรสิ, โอลุชฺชติ โข เต อาวุโส อานนฺท ปริสา, ปลุชฺชนฺติ โข เต อาวุโส นวปฺปายา, น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสีติ.

อปิ เม ภนฺเต กสฺสป สิรสฺมึ ปลิตานิ ชาตานิ, อถ จ ปน มยํ อชฺชาปิ อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส กุมารกวาทา น มุจฺจามาติ. ตถา หิ ปน ตฺวํ อาวุโส อานนฺท อิเมหิ นเวหิ ภิกฺขูหิ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวาเรหิ โภชเน อมตฺตญฺญูหิ ชาคริยํ อนนุยุตฺเตหิ สทฺธึ จาริกํ จรสิ, สสฺสฆาตํ มญฺเญ จรสิ, กุลูปฆาตํ มญฺเญ จรสิ, โอลุชฺชติ โข เต อาวุโส อานนฺท ปริสา, ปลุชฺชนฺติ โข เต อาวุโส นวปฺปายา, น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔).

ตตฺถ สสฺสฆาตํ มญฺเญ จรสีติ สสฺสํ ฆาเตนฺโต วิย อาหิณฺฑสิ. กุลูปฆาตํ มญฺเญ จรสีติ กุลานิ อุปฆาเตนฺโต วิย อาหิณฺฑสิ. โอลุชฺชตีติ ปลุชฺชติ ภิชฺชติ. ปลุชฺชนฺติ โข เต อาวุโส นวปฺปายาติ อาวุโส อานนฺท เอเต ตุยฺหํ ปาเยน เยภุยฺเยน นวกา เอกวสฺสิกทุวสฺสิกทหรา เจว สามเณรา จ ปลุชฺชนฺติ. น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสีติ อยํ กุมารโก อตฺตโน ปมาณํ น วต ชานาตีติ เถรํ ตชฺเชนฺโต อาห. กุมารกวาทา น มุจฺจามาติ กุมารกวาทโต น มุจฺจาม. ตถา หิ ปน ตฺวนฺติ อิทมสฺส เอวํ วตฺตพฺพตาย การณทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ยสฺมา ตฺวํ อิเมหิ นเวหิ อินฺทฺริยสํวรวิรหิเตหิ โภชเน อมตฺตญฺญูหิ สทฺธึ วิจรสิ, ตสฺมา กุมารเกหิ สทฺธึ วิจรนฺโต ‘‘กุมารโก’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหสีติ.

น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสีติ เอตฺถ วา-สทฺโท ปทปูรเณ. วา-สทฺโท หิ อุปมานสมุจฺจยสํสยวิสฺสคฺควิกปฺปปทปูรณาทีสุ พหูสุ อตฺเถสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส ‘‘ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๖๓) อุปมาเน ทิสฺสติ, สทิสภาเวติ อตฺโถ. ‘‘ตํ วาปิ ธีรา มุนิ เวทยนฺตี’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๒๑๓) สมุจฺจเย. ‘‘เก วา อิเม กสฺส วา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๙๖) สํสเย. ‘‘อยํ วา อิเมสํ สมณพฺราหฺมณานํ สพฺพพาโล สพฺพมูโฬฺห’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑๘๑) ววสฺสคฺเค. ‘‘เย หิ เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา’’ติอาทีสุปิ (ม. นิ. ๑.๑๗๐; สํ. นิ. ๒.๑๓) วิกปฺเป. ‘‘น วาหํ ปณฺณํ ภุญฺชามิ, น เหตํ มยฺห โภชน’’นฺติอาทีสุ ปทปูรเณ. อิธาปิ ปทปูรเณ ทฏฺฐพฺโพ. เตเนว จ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วา-สทฺทสฺส อตฺถุทฺธารํ กโรนฺเตน วุตฺตํ ‘‘น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสี’’ติอาทีสุ ปทปูรเณ’’ติ. สํยุตฺตฏฺฐกถายมฺปิ อิทเมว วุตฺตํ ‘‘น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสีติ อยํ กุมารโก อตฺตโน ปมาณํ น วต ชานาสีติ เถรํ ตชฺเชนฺโต อาหา’’ติ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๕๔). เอตฺถาปิ ‘‘วตา’’ติ วจนสิลิฏฺฐตาย วุตฺตํ. ‘‘น วาย’’นฺติ เอตสฺส วา ‘‘น เว อย’’นฺติ ปทจฺเฉทํ กตฺวา เว-สทฺทสฺสตฺถํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘วตา’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ เว-สทฺทสฺส เอกํสตฺถภาเว ตเทว ปาฬึ ปโยคํ กตฺวา อุทาหรนฺติ เนรุตฺติกา. วชิรพุทฺธิตฺเถโร ปน เอวํ วทติ ‘‘น วายนฺติ เอตฺถ จ วาติ วิภาสา, อญฺญาสิปิ น อญฺญาสิปี’’ติ, (วชิร. ฏี. ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) ตํ ตสฺส มติมตฺตํ สํยุตฺตฏฺฐกถาย ตถา อวุตฺตตฺตา. อิทเมกํ ปรูปวาทสมฺภวการณํ ‘‘ตตฺถ เกจี’’ติอาทินา สมฺพชฺฌิตพฺพํ.

อญฺญมฺปิ การณมาห ‘‘สกฺยกุลปฺปสุโต จายสฺมา’’ติ. สากิยกุเล ชาโต, สากิยกุลภาเวน วา ปากโฏ จ อายสฺมา อานนฺโท. ตตฺถ…เป… อุปวเทยฺยุนฺติ สมฺพนฺโธ. อญฺญมฺปิ การณํ วทติ ‘‘ตถาคตสฺส ภาตา จูฬปิตุปุตฺโต’’ติ. ภาตาติ เจตฺถ กนิฏฺฐภาตา จูฬปิตุปุตฺตภาเวน, น ปน วยสา สหชาตภาวโต.

‘‘สุทฺโธทโน โธโตทโน, สกฺกสุกฺกามิโตทนา;

อมิตา ปาลิตา จาติ, อิเม ปญฺจ อิมา ทุเว’’ติ.

วุตฺเตสุ หิ สพฺพกนิฏฺฐสฺส อมิโตทนสกฺกสฺส ปุตฺโต อายสฺมา อานนฺโท. วุตฺตญฺหิ มโนรถปูรณิยํ –

‘‘กปฺปสตสหสฺสํ ปน ทานํ ททมาโน อมฺหากํ โพธิสตฺเตน สทฺธึ ตุสิตปุเร นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จุโต อมิโตทนสกฺกสฺส เคเห นิพฺพตฺติ, อถสฺส สพฺเพ ญาตเก อานนฺทิเต ปโมทิเต กโรนฺโต ชาโตติ ‘อานนฺโท’เตฺวว นามมกํสู’’ติ.

ตถาเยว วุตฺตํ ปปญฺจสูทนิยมฺปิ –

‘‘อญฺเญ ปน วทนฺติ – นายสฺมา อานนฺโท ภควตา สหชาโต, วยสา จ จูฬปิตุปุตฺตตาย จ ภควโต กนิฏฺฐภาตาเยว. ตถา หิ มโนรถปูรณิยํ เอกนิปาตวณฺณนายํ สหชาตคณเน โส น วุโต’’ติ.

ยํ วุจฺจติ, ตํ คเหตพฺพํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ วิสฺสตฺถาทิภาเว สติ. อติวิสฺสตฺถสกฺยกุลปฺปสุตตถาคตภาตุภาวโตติ วุตฺตํ โหติ. ภาเวนภาวลกฺขเณ หิ กตฺถจิ เหตฺวตฺโถ สมฺปชฺชติ. ตถา หิ อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน เนตฺติฏฺฐกถายํ ‘‘คุนฺนญฺเจ ตรมานาน’’นฺติ คาถาวณฺณนายํ วุตฺตํ –

‘‘สพฺพา ตา ชิมฺหํ คจฺฉนฺตีติ สพฺพา ตา คาวิโย กุฏิลเมว คจฺฉนฺติ, กสฺมา? เนตฺเต ชิมฺหคเต สติ เนตฺเต กุฏิลํ คเต สติ, เนตฺตสฺส กุฏิลํ คตตฺตาติ อตฺโถ’’ติ.

อุทานฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘อิติ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตี’’ติ สุตฺตปทวณฺณนายํ ‘‘เหตุอตฺถตา ภุมฺมวจนสฺส การณสฺส ภาเวน ตทวินาภาวี ผลสฺส ภาโว ลกฺขียตีติ เวทิตพฺพา’’ติ (อุทา. อฏฺฐ. ๑.๑). ตตฺถาติ วา นิมิตฺตภูเต วิสฺสตฺถาทิมฺหีติ อตฺโถ, ตสฺมึ อุจฺจินเนติปิ วทนฺติ. ฉนฺทาคมนํ วิยาติ เอตฺถ ฉนฺทา อาคมนํ วิยาติ ปทจฺเฉโท. ฉนฺทาติ จ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนํ, ฉนฺเทน อาคมนํ ปวตฺตนํ วิยาติ อตฺโถ, ฉนฺเทน อกตฺตพฺพกรณมิวาติ วุตฺตํ โหติ, ฉนฺทํ วา อาคจฺฉติ สมฺปโยควเสนาติ ฉนฺทาคมนํ, ตถา ปวตฺโต อปายคมนีโย อกุสลจิตฺตุปฺปาโท. อถ วา อนนุรูปํ คมนํ อคมนํ. ฉนฺเทน อคมนํ ฉนฺทาคมนํ, ฉนฺเทน สิเนเหน อนนุรูปํ คมนํ ปวตฺตนํ วิย อกตฺตพฺพกรณํ วิยาติ วุตฺตํ โหติ. อเสกฺขภูตา ปฏิสมฺภิทา, ตํปตฺตาติ ตถา, อเสกฺขา จ เต ปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตา จาติ วา ตถา, ตาทิเส. เสกฺขปฏิสมฺภิทาปฺปตฺตนฺติ เอตฺถาปิ เอส นโย. ปริวชฺเชนฺโตติ เหตฺวตฺเถ อนฺตสทฺโท, ปริวชฺชนเหตูติ อตฺโถ. อนุมติยาติ อนุญฺญาย, ยาจนายาติ วุตฺตํ โหติ.

‘‘กิญฺจาปิ เสกฺโข’’ติ อิทํ อเสกฺขานํเยว อุจฺจินิตตฺตา วุตฺตํ, น เสกฺขานํ อคติคมนสมฺภเวน. ปฐมมคฺเคเนว หิ จตฺตาริ อคติคมนานิ ปหียนฺติ, ตสฺมา กิญฺจาปิ เสกฺโข, ตถาปิ เถโร อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อุจฺจินตูติ สมฺพนฺโธ. น ปน กิญฺจาปิ เสกฺโข, ตถาปิ อภพฺโพ อคตึ คนฺตุนฺติ. ‘‘อภพฺโพ’’ติอาทินา ปน ธมฺมสงฺคีติยา ตสฺส อรหภาวํ ทสฺเสนฺโต วิชฺชมานคุเณ กเถติ, เตน สงฺคีติยา ธมฺมวินยวินิจฺฉเย สมฺปตฺเต ฉนฺทาทิวเสน อญฺญถา อกเถตฺวา ยถาภูตเมว กเถสฺสตีติ ทสฺเสติ. น คนฺตพฺพา, อนนุรูปา วา คตีติ อคติ, ตํ. ปริยตฺโตติ อธิคโต อุคฺคหิโต.

‘‘เอว’’นฺติอาทินา สนฺนิฏฺฐานคณนํ ทสฺเสติ. อุจฺจินิเตนาติ อุจฺจินิตฺวา คหิเตน. อปิจ เอวํ…เป… อุจฺจินีติ นิคมนํ, ‘‘เตนายสฺมตา’’ติอาทิ ปน สนฺนิฏฺฐานคณนทสฺสนนฺติปิ วทนฺติ.

เอวํ สงฺคายกวิจินนปฺปการํ ทสฺเสตฺวา อญฺญมฺปิ สงฺคายนตฺถํ เทสวิจินนาทิปฺปการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ โข’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เอตทโหสีติ เอตํ ปริวิตกฺกนํ อโหสิ. นุ-สทฺเทน หิ ปริวิตกฺกนํ ทสฺเสติ. ราชคหนฺติ ‘‘ราชคหสามนฺตํ คเหตฺวา วุตฺต’’นฺติ คณฺฐิปเทสุ วทนฺติ. คาโว จรนฺติ เอตฺถาติ โคจโร, คุนฺนํ จรณฏฺฐานํ, โส วิยาติ โคจโร, ภิกฺขูนํ จรณฏฺฐานํ, มหนฺโต โส อสฺส, เอตฺถาติ วา มหาโคจรํ. อฏฺฐารสนฺนํ มหาวิหารานมฺปิ อตฺถิตาย ปหูตเสนาสนํ.

ถาวรกมฺมนฺติ จิรฏฺฐายิกมฺมํ. วิสภาคปุคฺคโล สุภทฺทสทิโส. อุกฺโกเฏยฺยาติ นิวาเรยฺย. อิติ-สทฺโท อิทมตฺเถ, อิมินา มนสิกาเรน เหตุภูเตน เอตทโหสีติ อตฺโถ. ครุภาวชนนตฺถํ ญตฺติทุติเยน กมฺเมน สงฺฆํ สาเวสิ, น อปโลกนญตฺติกมฺมมตฺเตนาติ อธิปฺปาโย.

กทา ปนายํ กตาติ อาห ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิ. เอวํ กตภาโว จ อิมาย คณนาย วิญฺญายตีติ ทสฺเสติ ‘‘ภควา หี’’ติอาทินา. อถาติ อนนฺตรตฺเถ นิปาโต, ปรินิพฺพานนฺตรเมวาติ อตฺโถ. สตฺตาหนฺติ หิ ปรินิพฺพานทิวสมฺปิ สงฺคณฺหิตฺวา วุตฺตํ. อสฺสาติ ภควโต, ‘‘สรีร’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ. สํเวควตฺถุํ กิตฺเตตฺวา กิตฺเตตฺวา อนิจฺจตาปฏิสญฺญุตฺตานิ คีตานิ คายิตฺวา ปูชาวเสน กีฬนโต สุนฺทรํ กีฬนทิวสา สาธุกีฬนทิวสา นาม, สปรหิตสาธนฏฺเฐน วา สาธูติ วุตฺตานํ สปฺปุริสานํ สํเวควตฺถุํ กิตฺเตตฺวา กิตฺเตตฺวา กีฬนทิวสาติปิ ยุชฺชติ. อิมสฺมิญฺจ ปุริมสตฺตาเห เอกเทเสเนว สาธุกีฬนมกํสุ. วิเสสโต ปน ธาตุปูชาทิวเสสุเยว. ตถา หิ วุตฺตํ มหาปรินิพฺพานสุตฺตฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๓๕) –

‘‘อิโต ปุริเมสุ หิ ทฺวีสุ สตฺตาเหสุ เต ภิกฺขู สงฺฆสฺส ฐานนิสชฺโชกาสํ กโรนฺตา ขาทนียํ โภชนียํ สํวิทหนฺตา สาธุกีฬิกาย โอกาสํ น ลภึสุ, ตโต เนสํ อโหสิ ‘อิมํ สตฺตาหํ สาธุกีฬิตํ กีฬิสฺสาม, ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ, ยํ อมฺหากํ ปมตฺตภาวํ ญตฺวา โกจิเทว อาคนฺตฺวา ธาตุโย คเณฺหยฺย, ตสฺมา อารกฺขํ ฐเปตฺวา กีฬิสฺสามา’ติ, เตน เต เอวมกํสู’’ติ.

ตถาปิ เต ธาตุปูชายปิ กตตฺตา ธาตุปูชาทิวสา นาม. อิเมเยว วิเสเสน ภควติ กตฺตพฺพสฺส อญฺญสฺส อภาวโต เอกเทเสน กตมฺปิ สาธุกีฬนํ อุปาทาย ‘‘สาธุกีฬนทิวสา’’ติ ปากฏา ชาตาติ อาห ‘‘เอวํ สตฺตาหํ สาธุกีฬนทิวสา นาม อเหสุ’’นฺติ.

จิตกายาติ วีสสตรตนุจฺจาย จนฺทนทารุจิตกาย, ปธานกิจฺจวเสเนว จ สตฺตาหํ จิตกายํ อคฺคินา ฌายีติ วุตฺตํ. น หิ อจฺจนฺตสํโยควเสน นิรนฺตรํ สตฺตาหเมว อคฺคินา ฌายิ ตตฺถ ปจฺฉิมทิวเสเยว ฌายิตตฺตา, ตสฺมา สตฺตาหสฺมินฺติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปุริมปจฺฉิมานญฺหิ ทฺวินฺนํ สตฺตาหานมนฺตเร สตฺตาเห ยตฺถ กตฺถจิปิ ทิวเส ฌายมาเน สติ ‘‘สตฺตาเห ฌายี’’ติ วตฺตุํ ยุชฺชติ. ยถาห –

‘‘เตน โข ปน สมเยน จตฺตาโร มลฺลปาโมกฺขา สีสํ นฺหาตา อหตานิ วตฺถานิ นิวตฺถา ‘มยํ ภควโต จิตกํ อาฬิมฺเปสฺสามา’ติ น สกฺโกนฺติ อาฬิมฺเปตุ’’นฺติอาทิ (ที. นิ. ๒.๒๓๓).

สตฺติปญฺชรํ กตฺวาติ สตฺติขคฺคาทิหตฺเถหิ ปุริเสหิ มลฺลราชูนํ ภควโต ธาตุอารกฺขกรณํ อุปลกฺขณวเสนาห. สตฺติหตฺถา ปุริสา หิ สตฺติโย ยถา ‘‘กุนฺตา ปจรนฺตี’’ติ, ตาหิ สมนฺตโต รกฺขาปนวเสน ปญฺชรปฏิภาคตฺตา สตฺติปญฺชรํ. สนฺธาคารํ นาม ราชูนํ เอกา มหาสาลา. อุยฺโยคกาลาทีสุ หิ ราชาโน ตตฺถ ฐตฺวา ‘‘เอตฺตกา ปุรโต คจฺฉนฺตุ, เอตฺตกา ปจฺฉโต, เอตฺตกา อุโภหิ ปสฺเสหิ, เอตฺตกา หตฺถีสุ อภิรุหนฺตุ, เอตฺตกา อสฺเสสุ, เอตฺตกา รเถสู’’ติ เอวํ สนฺธึ กโรนฺติ มริยาทํ พนฺธนฺติ, ตสฺมา ตํ ฐานํ ‘‘สนฺธาคาร’’นฺติ วุจฺจติ. อปิจ อุยฺโยคฏฺฐานโต อาคนฺตฺวาปิ ยาว เคเหสุ อลฺลโคมยปริภณฺฑาทีนิ กโรนฺติ, ตาว เทฺว ตีณิ ทิวสานิ ราชาโน ตตฺถ สนฺถมฺภนฺติ วิสฺสมนฺติ ปริสฺสยํ วิโนเทนฺตีติปิ สนฺธาคารํ, ราชูนํ วา สห อตฺถานุสาสนํ อคารนฺติปิ สนฺธาคารํ ห-การสฺส ธ-การํ, อนุสราคมญฺจ กตฺวา, ยสฺมา วา ราชาโน ตตฺถ สนฺนิปติตฺวา ‘‘อิมสฺมึ กาเล กสิตุํ วฏฺฏติ, อิมสฺมึ กาเล วปิตุ’’นฺติ เอวมาทินา นเยน ฆราวาสกิจฺจานิ สมฺมนฺตยนฺติ, ตสฺมา ฉินฺนวิจฺฉินฺนํ ฆราวาสํ ตตฺถ สนฺธาเรนฺตีติปิ สนฺธาคารํ. วิสาขปุณฺณมิโต ปฏฺฐาย ยาว วิสาขมาสสฺส อมาวาสี, ตาว โสฬส ทิวสา สีหฬโวหารวเสน คหิตตฺตา, เชฏฺฐมูลมาสสฺส สุกฺกปกฺเข จ ปญฺจ ทิวสาติ อาห ‘‘อิติ เอกวีสติ ทิวสา คตา’’ติ. ตตฺถ จริมทิวเสเยว ธาตุโย ภาชยึสุ, ตสฺมึเยว จ ทิวเส อยํ กมฺมวาจา กตา. เตน วุตฺตํ ‘‘เชฏฺฐมูลสุกฺกปกฺขปญฺจมิย’’นฺติอาทิ. ตตฺถ เชฏฺฐนกฺขตฺตํ วา มูลนกฺขตฺตํ วา ตสฺส มาสสฺส ปุณฺณมิยํ จนฺเทน ยุตฺตํ, ตสฺมา โส มาโส ‘‘เชฏฺฐมูลมาโส’’ติ วุจฺจติ. อนาจารนฺติ เหฏฺฐา วุตฺตํ อนาจารํ.

ยทิ เอวํ กสฺมา วินยฏฺฐกถายํ, (ปารา. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) มงฺคลสุตฺตฏฺฐกถายญฺจ (ขุ. ปา. อฏฺฐ. มงฺคลสุตฺตวณฺณนา) ‘‘สตฺตสุ สาธุกีฬนทิวเสสุ, สตฺตสุ จ ธาตุปูชาทิวเสสุ วีติวตฺเตสู’’ติ วุตฺตนฺติ? สตฺตสุ ธาตุปูชาทิวเสสุ คหิเตสุ ตทวินาภาวโต มชฺเฌ จิตกาย ฌายนสตฺตาหมฺปิ คหิตเมวาติ กตฺวา วิสุํ น วุตฺตํ วิย ทิสฺสติ. ยทิ เอวํ กสฺมา ‘‘อฑฺฒมาโส อติกฺกนฺโต, ทิยฑฺฒมาโส เสโส’’ติ จ วุตฺตนฺติ? นายํ โทโส. อปฺปกญฺหิ อูนมธิกํ วา คณนูปคํ น โหติ, ตสฺมา อปฺปเกน อธิโกปิ สมุทาโย อนธิโก วิย โหตีติ กตฺวา อฑฺฒมาสโต อธิเกปิ ปญฺจทิวเส ‘‘อฑฺฒมาโส อติกฺกนฺโต’’ติ วุตฺตํ ทฺวาสีติขนฺธกวตฺตานํ กตฺถจิ ‘‘อสีติ ขนฺธกวตฺตานี’’ติ วจนํ วิย, ตถา อปฺปเกน อูโนปิ สมุทาโย อนูโน วิย โหตีติ กตฺวา ทิยฑฺฒมาสโต อูเนปิ ปญฺจทิวเส ‘‘ทิยฑฺฒมาโส เสโส’’ติ วุตฺตํ สติปฏฺฐานวิภงฺคฏฺฐกถายํ (วิภ. ๓๕๖) ฉมาสโต อูเนปิ อฑฺฒมาเส ‘‘ฉมาสํ สชฺฌาโย กาตพฺโพ’’ติ วจนํ วิย, อญฺญถา อฏฺฐกถานํ อญฺญมญฺญวิโรโธ สิยา. อปิจ ทีฆภาณกานํ มเตน ติณฺณํ สตฺตาหานํ วเสน ‘‘เอกวีสติ ทิวสา คตา’’ติ อิธ วุตฺตํ. วินยสุตฺตนิปาตขุทฺทกปาฐฏฺฐกถาสุ ปน ขุทฺทกภาณกานํ มเตน เอกเมว ฌายนทิวสํ กตฺวา ตทวเสสานํ ทฺวินฺนํ สตฺตาหานํ วเสน ‘‘อฑฺฒมาโส อติกฺกนฺโต, ทิยฑฺฒมาโส เสโส’’ติ จ วุตฺตํ. ปฐมพุทฺธวจนาทีสุ วิย ตํ ตํ ภาณกานํ มเตน อฏฺฐกถาสุปิ วจนเภโท โหตีติ คเหตพฺพํ. เอวมฺเปตฺถ วทนฺติ – ปรินิพฺพานทิวสโต ปฏฺฐาย อาทิมฺหิ จตฺตาโร สาธุกีฬนทิวสาเยว, ตโต ปรํ ตโย สาธุกีฬนทิวสา เจว จิตกฌายนทิวสา จ, ตโต ปรํ เอโก จิตกฌายนทิวโสเยว, ตโต ปรํ ตโย จิตกฌายนทิวสา เจว ธาตุปูชาทิวสา จ, ตโต ปรํ จตฺตาโร ธาตุปูชาทิวสาเยว, อิติ ตํ ตํ กิจฺจานุรูปคณนวเสน ตีณิ สตฺตาหานิ ปริปูเรนฺติ, อคหิตคฺคหเณน ปน อฑฺฒมาโสว โหติ. ‘‘เอกวีสติ ทิวสา คตา’’ติ อิธ วุตฺตวจนญฺจ ตํ ตํ กิจฺจานุรูปคณเนเนว. เอวญฺหิ จตูสุปิ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตวจนํ สเมตีติ วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. วชิรพุทฺธิตฺเถเรน ปน วุตฺตํ ‘‘อฑฺฒมาโส อติกฺกนฺโตติ เอตฺถ เอโก ทิวโส นฏฺโฐ, โส ปาฏิปททิวโส, โกลาหลทิวโส นาม โส, ตสฺมา อิธ น คหิโต’’ติ, (วชิร. ฏี. ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) ตํ น สุนฺทรํ ปรินิพฺพานสุตฺตนฺตปาฬิยํ (ที. นิ. ๒.๒๒๗) ปาฏิปททิวสโตเยว ปฏฺฐาย สตฺตาหสฺส วุตฺตตฺตา, อฏฺฐกถายญฺจ ปรินิพฺพานทิวเสน สทฺธึ ติณฺณํ สตฺตาหานํ คณิตตฺตา. ตถา หิ ปรินิพฺพานทิวเสน สทฺธึ ติณฺณํ สตฺตาหานํ คณเนเนว เชฏฺฐมูลสุกฺกปกฺขปญฺจมี เอกวีสติโม ทิวโส โหติ.

จตฺตาลีส ทิวสาติ เชฏฺฐมูลสุกฺกปกฺขฉฏฺฐทิวสโต ยาว อาสฬฺหี ปุณฺณมี, ตาว คเณตฺวา วุตฺตํ. เอตฺถนฺตเรติ จตฺตาลีสทิวสพฺภนฺตเร. โรโค เอว โรคปลิโพโธ. อาจริยุปชฺฌาเยสุ กตฺตพฺพกิจฺจเมว อาจริยุปชฺฌายปลิโพโธ, ตถา มาตาปิตุปลิโพโธ. ยถาธิปฺเปตํ อตฺถํ, กมฺมํ วา ปริพุนฺเธติ อุปโรเธติ ปวตฺติตุํ น เทตีติ ปลิโพโธ ร-การสฺส ล-การํ กตฺวา. ตํ ปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา ตํ กรณียํ กโรตูติ สงฺคาหเกน ฉินฺทิตพฺพํ ตํ สพฺพํ ปลิโพธํ ฉินฺทิตฺวา ธมฺมวินยสงฺคายนสงฺขาตํ ตเทว กรณียํ กโรตุ.

อญฺเญปิ มหาเถราติ อนุรุทฺธตฺเถราทโย. โสกสลฺลสมปฺปิตนฺติ โสกสงฺขาเตน สลฺเลน อนุปวิฏฺฐํ ปฏิวิทฺธํ. อสมุจฺฉินฺนอวิชฺชาตณฺหานุสยตฺตา อวิชฺชาตณฺหาภิสงฺขาเตน กมฺมุนา ภวโยนิคติฏฺฐิติสตฺตาวาเสสุ ขนฺธปญฺจกสงฺขาตํ อตฺตภาวํ ชเนติ อภินิพฺพตฺเตตีติ ชโน. กิเลเส ชเนติ, อชนิ, ชนิสฺสตีติ วา ชโน, มหนฺโต ชโน ตถา, ตํ. อาคตาคตนฺติ อาคตมาคตํ ยถา ‘‘เอเกโก’’ติ. เอตฺถ สิยา – ‘‘เถโร อตฺตโน ปญฺจสตาย ปริสาย ปริวุตฺโต ราชคหํ คโต, อญฺเญปิ มหาเถรา อตฺตโน อตฺตโน ปริวาเร คเหตฺวา โสกสลฺลสมปฺปิตํ มหาชนํ อสฺสาเสตุกามา ตํ ตํ ทิสํ ปกฺกนฺตา’’ติ อิธ วุตฺตวจนํ สมนฺตปาสาทิกาย ‘‘มหากสฺสปตฺเถโร ‘ราชคหํ อาวุโส คจฺฉามา’ติ อุปฑฺฒํ ภิกฺขุสงฺฆํ คเหตฺวา เอกํ มคฺคํ คโต, อนุรุทฺธตฺเถโรปิ อุปฑฺฒํ คเหตฺวา เอกํ มคฺคํ คโต’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) วุตฺตวจนญฺจ อญฺญมญฺญํ วิรุทฺธํ โหติ. อิธ หิ มหากสฺสปตฺเถราทโย อตฺตโน อตฺตโน ปริวารภิกฺขูหิเยว สทฺธึ ตํ ตํ ทิสํ คตาติ อตฺโถ อาปชฺชติ, ตตฺถ ปน มหากสฺสปตฺเถรอนุรุทฺธตฺเถราเยว ปจฺเจกมุปฑฺฒสงฺเฆน สทฺธึ เอเกกํ มคฺคํ คตาติ? วุจฺจเต – ตทุภยมฺปิ หิ วจนํ น วิรุชฺฌติ อตฺถโต สํสนฺทนตฺตา. อิธ หิ นิรวเสเสน เถรานํ ปจฺเจกคมนวจนเมว ตตฺถ นยวเสน ทสฺเสติ, อิธ อตฺตโน อตฺตโน ปริสาย คมนวจนญฺจ ตตฺถ อุปฑฺฒสงฺเฆน สทฺธึ คมนวจเนน. อุปฑฺฒสงฺโฆติ หิ สกสกปริสาภูโต ภิกฺขุคโณ คยฺหติ อุปฑฺฒสทฺทสฺส อสเมปิ ภาเค ปวตฺตตฺตา. ยทิ หิ สนฺนิปติเต สงฺเฆ อุปฑฺฒสงฺเฆน สทฺธินฺติ อตฺถํ คเณฺหยฺย, ตทา สงฺฆสฺส คณนปถมตีตตฺตา น ยุชฺชเตว, ยทิ จ สงฺคายนตฺถํ อุจฺจินิตานํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ มชฺเฌ อุปฑฺฒสงฺเฆน สทฺธินฺติ อตฺถํ คเณฺหยฺย, เอวมฺปิ เตสํ คณปาโมกฺขานํเยว อุจฺจินิตตฺตา น ยุชฺชเตว. ปจฺเจกคณิโน เหเต. วุตฺตญฺหิ ‘‘สตฺตสตสหสฺสานิ, เตสุ ปาโมกฺขภิกฺขโว’’ติ, อิติ อตฺถโต สํสนฺทนตฺตา ตเทตํ อุภยมฺปิ วจนํ อญฺญมญฺญํ น วิรุชฺฌตีติ. ตํตํภาณกานํ มเตเนวํ วุตฺตนฺติปิ วทนฺติ.

‘‘อปรินิพฺพุตสฺส ภควโต’’ติอาทินา โยเชตพฺพํ. ปตฺตจีวรมาทายาติ เอตฺถ จตุมหาราชทตฺติยเสลมยปตฺตํ, สุคตจีวรญฺจ คณฺหิตฺวาติ อตฺโถ. โสเยว หิ ปตฺโต ภควตา สทา ปริภุตฺโต. วุตฺตญฺหิ สมจิตฺตปฏิปทาสุตฺตฏฺฐกถายํ ‘‘วสฺสํวุตฺถานุสาเรน อติเรกวีสติวสฺสกาเลปิ ตสฺเสว ปริภุตฺตภาวํ ทีเปตุกาเมน ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา สุนิวตฺถนิวาสโน สุคตจีวรํ ปารุปิตฺวา เสลมยปตฺตมาทาย ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต ทกฺขิณทฺวาเรน นครํ ปวิสิตฺวา ปิณฺฑาย จรนฺโต’’ติ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗) คนฺธมาลาทโย เนสํ หตฺเถติ คนฺธมาลาทิหตฺถา.

ตตฺราติ ติสฺสํ สาวตฺถิยํ. สุทนฺติ นิปาตมตฺตํ. อนิจฺจตาทิปฏิสํยุตฺตายาติ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา’’ติอาทินา (ธ. ป. ๒๗๗) อนิจฺจสภาวปฏิสญฺญุตฺตาย. ธมฺเมน ยุตฺตา, ธมฺมสฺส วา ปติรูปาติ ธมฺมี, ตาทิสาย. สญฺญาเปตฺวาติ สุฏฺฐุ ชานาเปตฺวา, สมสฺสาเสตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. วสิตคนฺธกุฏินฺติ นิจฺจสาเปกฺขตฺตา สมาโส. ปริโภคเจติยภาวโต ‘‘คนฺธกุฏึ วนฺทิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘วนฺทิตฺวา’’ติ จ ‘‘วิวริตฺวา’’ติ เอตฺถ ปุพฺพกาลกิริยา. ตถา หิ อาจริยสาริปุตฺตตฺเถเรน วุตฺตํ ‘‘คนฺธกุฏิยา ทฺวารํ วิวริตฺวาติ ปริโภคเจติยภาวโต คนฺธกุฏึ วนฺทิตฺวา คนฺธกุฏิยา ทฺวารํ วิวรีติ เวทิตพฺพ’’นฺติ (สารตฺถ. ฏี. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถา) มิลาตา มาลา, สาเยว กจวรํ, มิลาตํ วา มาลาสงฺขาตํ กจวรํ ตถา. อติหริตฺวาติ ปฐมํ ฐปิตฏฺฐานมภิมุขํ หริตฺวา. ยถาฐาเน ฐเปตฺวาติ ปฐมํ ฐปิตฏฺฐานํ อนติกฺกมิตฺวา ยถาฐิตฏฺฐาเนเยว ฐเปตฺวา. ภควโต ฐิตกาเล กรณียํ วตฺตํ สพฺพมกาสีติ เสนาสเน กตฺตพฺพวตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. กุรุมาโน จาติ ตํ สพฺพํ วตฺตํ กโรนฺโต จ. ลกฺขเณ หิ อยํ มาน-สทฺโท. นฺหานโกฏฺฐกสฺส สมฺมชฺชนญฺจ ตสฺมึ อุทกสฺส อุปฏฺฐาปนญฺจ, ตานิ อาทีนิ เยสํ ธมฺมเทสนาโอวาทาทีนนฺติ ตถา, เตสํ กาเลสูติ อตฺโถ. สีหสฺส มิคราชสฺส เสยฺยา สีหเสยฺยา, ตทฺธิตวเสน, สทิสโวหาเรน วา ภควโต เสยฺยาปิ ‘‘สีหเสยฺยา’’ติ วุจฺจติ. เตชุสฺสทอิริยาปถตฺตา อุตฺตมเสยฺยา วา, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อถ โข ภควา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ ปาเท ปาทํ อจฺจาธาย สโต สมฺปชาโน’’ติ, (ที. นิ. ๒.๑๙๘) ตํ. กปฺปนกาโล กรณกาโล นนูติ โยเชตพฺพํ.

‘‘ยถา ต’’นฺติอาทินา ยถาวุตฺตมตฺถํ อุปมาย อาวิ กโรติ. ตตฺถ ยถา อญฺโญปิ ภควโต…เป… ปติฏฺฐิตเปโม เจว อขีณาสโว จ อเนเกสุ…เป… อุปการสญฺชนิตจิตฺตมทฺทโว จ อกาสิ, เอวํ อายสฺมาปิ อานนฺโท ภควโต คุณ…เป… มทฺทโว จ หุตฺวา อกาสีติ โยชนา. นฺติ นิปาตมตฺตํ. อปิจ เอเตน ตถากรณเหตุํ ทสฺเสติ, ยถา อญฺเญปิ ยถาวุตฺตสภาวา อกํสุ, ตถา อายสฺมาปิ อานนฺโท ภควโต…เป… ปติฏฺฐิตเปมตฺตา เจว อขีณาสวตฺตา จ อเนเกสุ…เป… อุปการสญฺชนิตจิตฺตมทฺทวตฺตา จาติ เหตุอตฺถสฺส ลพฺภมานตฺตา. เหตุคพฺภานิ หิ เอตานิ ปทานิ ตทตฺถสฺเสว ตถากรณเหตุภาวโต. ธนปาลทมน (จูฬว. ๓๔๒), สุวณฺณกกฺกฏ (ชา. ๑.๕.๙๔), จูฬหํส (ชา. ๑.๑๕.๑๓๓) -มหาหํสชาตกาทีหิ (ชา. ๒.๒๑.๘๙) เจตฺถ วิภาเวตพฺโพ. คุณานํ คโณ, โสเยว อมตนิปฺผาทกรสสทิสตาย อมตรโส. ตํ ชานนปกติตายาติ ปติฏฺฐิตปเท เหตุ. อุปการ…เป… มทฺทโวติ อุปการปุพฺพภาเวน สมฺมาชนิตจิตฺตมุทุโก. เอวมฺปิ โส อิมินา การเณน อธิวาเสสีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตเมน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ตเมนนฺติ ตํ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ. เอต-สทฺโท หิ ปทาลงฺการมตฺตํ. อยญฺหิ สทฺทปกติ, ยทิทํ ทฺวีสุ สพฺพนาเมสุ ปุพฺพปทสฺเสว อตฺถปทตา. สํเวเชสีติ ‘‘นนุ ภควตา ปฏิกจฺเจว อกฺขาตํ ‘สพฺเพเหว ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๑๘๓; สํ. นิ. ๕.๓๗๙; อ. นิ. ๑๐.๔๘) สํเวคํ ชเนสี’’ติ (ที. นิ. ฏี. ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ, เอวํ สติ ‘‘ภนฺเต…เป… อสฺสาเสสฺสถาติ ปฐมํ วตฺวา’’ติ สห ปาฐเสเสน โยชนา อสฺส. ยถารุตโต ปน อาทฺยตฺเถน อิติ-สทฺเทน ‘‘เอวมาทินา สํเวเชสี’’ติ โยชนาปิ ยุชฺชเตว. เยน เกนจิ หิ วจเนน สํเวคํ ชเนสิ, ตํ สพฺพมฺปิ สํเวชนสฺส กรณํ สมฺภวตีติ. สนฺถมฺภิตฺวาติ ปริเทวนาทิวิรเหน อตฺตานํ ปฏิพนฺเธตฺวา ปติฏฺฐาเปตฺวา. อุสฺสนฺนธาตุกนฺติ อุปจิตปิตฺตเสมฺหาทิโทสํ. ปิตฺตเสมฺหวาตวเสน หิ ติสฺโส ธาตุโย อิธ เภสชฺชกรณโยคฺยตาย อธิปฺเปตา, ยา ‘‘โทสา, มลา’’ติ จ โลเก วุจฺจนฺติ, ปถวี อาโป เตโช วาโย อากาโสติ จ เภเทน ปจฺเจกํ ปญฺจวิธา. วุตฺตญฺหิ –

‘‘วายุปิตฺตกผา โทสา, ธาตโว จ มลา ตถา;

ตตฺถาปิ ปญฺจธาขฺยาตา, ปจฺเจกํ เทหธารณา.

สรีรทูสนา โทสา, มลีนกรณา มลา;

ธารณา ธาตโว เต ตุ, อิตฺถมนฺวตฺถสญฺญกา’’ติ.

สมสฺสาเสตุนฺติ สนฺตปฺเปตุํ. เทวตาย สํเวชิตทิวสโต, เชตวนวิหารํ ปวิฏฺฐทิวสโต วา ทุติยทิวเส. วิริจฺจติ เอเตนาติ วิเรจนํ, โอสธปริภาวิตํ ขีรเมว วิเรจนํ ตถา. ยํ สนฺธายาติ ยํ เภสชฺชปานํ สนฺธาย. องฺคปจฺจงฺเคน โสภตีติ สุโภ, มนุโน อปจฺจํ มานโว, น-การสฺส ปน ณ-กาเร กเต มาณโว. มนูติ หิ ปฐมกปฺปิกกาเล มนุสฺสานํ มาตาปิตุฏฺฐาเน ฐิโต ปุริโส, โย สาสเน ‘‘มหาสมฺมตราชา’’ติ วุตฺโต. โส หิ สกลโลกสฺส หิตํ มนภิ ชานาตีติ มนูติ วุจฺจติ. เอวมฺเปตฺถ วทนฺติ ‘‘ทนฺตช น-การสหิโต มานวสทฺโท สพฺพสตฺตสาธารณวจโน, มุทฺธช ณ-การสหิโต ปน มาณวสทฺโท กุจฺฉิตมูฬฺหาปจฺจวจโน’’ติ. จูฬกมฺมวิภงฺคสุตฺตฏฺฐกถายมฺปิ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๔.๒๘๙) หิ มุทฺธช ณ-การสหิตสฺเสว มาณวสทฺทสฺส อตฺโถ วณฺณิโต. ตฏฺฏีกายมฺปิ ‘‘ยํ อปจฺจํ กุจฺฉิตํ มูฬฺหํ วา, ตตฺถ โลเก มาณวโวหาโร, เยภุยฺเยน จ สตฺตา ทหรกาเล มูฬฺหธาตุกา โหนฺตีติ ตสฺเสวตฺโถ ปกาสิโต’’ติ วทนฺติ อาจริยา. อญฺญตฺถ จ วีสติวสฺสพฺภนฺตโร ยุวา มาณโว, อิธ ปน ตพฺโพหาเรน มหลฺลโกปิ. วุตฺตญฺหิ จูฬกมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนายํ ‘‘มาณโวติ ปน ตํ ตรุณกาเล โวหรึสุ, โส มหลฺลกกาเลปิ เตเนว โวหาเรน โวหรียตี’’ติ, (ม. นิ. อฏฺฐ. ๔.๒๘๙) สุภนามเกน ลทฺธมาณวโวหาเรนาติ อตฺโถ. โส ปน ‘‘สตฺถา ปรินิพฺพุโต, อานนฺทตฺเถโร กิรสฺส ปตฺตจีวรมาทาย อาคโต, มหาชโน ตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมตี’’ติ สุตฺวา ‘‘วิหารํ โข ปน คนฺตฺวา มหาชนมชฺเฌ น สกฺกา สุเขน ปฏิสนฺถารํ วา กาตุํ, ธมฺมกถํ วา โสตุํ, เคหมาคตํเยว นํ ทิสฺวา สุเขน ปฏิสนฺถารํ กริสฺสามิ, เอกา จ เม กงฺขา อตฺถิ, ตมฺปิ นํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เอกํ มาณวกํ เปเสสิ, ตํ สนฺธายาห ‘‘ปหิตํ มาณวก’’นฺติ ขุทฺทเก เจตฺถ กปจฺจโย. เอตทโวจาติ เอตํ ‘‘อกาโล’’ติอาทิกํ วจนํ อานนฺทตฺเถโร อโวจ.

อกาโลติ อชฺช คนฺตุํ อยุตฺตกาโล. กสฺมาติ เจ ‘‘อตฺถิ เม’’ติอาทิมาห. เภสชฺชมตฺตาติ อปฺปกํ เภสชฺชํ. อปฺปตฺโถ เหตฺถ มตฺตาสทฺโท ‘‘มตฺตา สุขปริจฺจาคา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๒๙๐) วิย. ปีตาติ ปิวิตา. เสฺวปีติ เอตฺถ ‘‘อปิ-สทฺโท อเปกฺโข มนฺตา นุญฺญายา’’ติ (วชิร. ฏี. ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) วชิรพุทฺธิตฺเถเรน วุตฺตํ. อยํ ปน ตสฺสาธิปฺปาโย – ‘‘อปฺเปว นามา’’ติ สํสยมตฺเต วุตฺเต อนุญฺญาตภาโว น สิทฺโธ, ตสฺมา ตํ สาธนตฺถํ ‘‘อปี’’ติ วุตฺตํ, เตน อิมมตฺถํ ทีเปติ ‘‘อปฺเปว นาม เสฺว มยํ อุปสงฺกเมยฺยาม, อุปสงฺกมิตุํ ปฏิพลา สมานา อุปสงฺกมิสฺสาม จา’’ติ.

ทุติยทิวเสติ ขีรวิเรจนปีตทิวสโต ทุติยทิวเส. เจตกตฺเถเรนาติ เจติยรฏฺเฐ ชาตตฺตา เจตโกติ เอวํ ลทฺธนาเมน เถเรน. ปจฺฉาสมเณนาติ ปจฺฉานุคเตน สมเณน. สหตฺเถ เจตํ กรณวจนํ. สุเภน มาณเวน ปุฏฺโฐติ ‘‘เยสุ ธมฺเมสุ ภวํ โคตโม อิมํ โลกํ ปติฏฺฐเปสิ, เต ตสฺส อจฺจเยน นฏฺฐา นุ โข, ธรนฺติ นุ โข, สเจ ธรนฺติ, ภวํ (นตฺถิ ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๔๘) อานนฺโท ชานิสฺสติ, หนฺท นํ ปุจฺฉามี’’ติ เอวํ จินฺเตตฺวา ‘‘เยสํ โส ภวํ โคตโม ธมฺมานํ วณฺณวาที อโหสิ, ยตฺถ จ อิมํ ชนตํ สมาทเปสิ นิเวเสสิ ปติฏฺฐาเปสิ, กตเมสานํ โข โภ อานนฺท ธมฺมานํ โส ภวํ โคตโม วณฺณวาที อโหสี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๔๔๘) ปุฏฺโฐ, อถสฺส เถโร ตีณิ ปิฏกานิ สีลกฺขนฺธาทีหิ ตีหิ ขนฺเธหิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ติณฺณํ โข มาณว ขนฺธานํ โส ภควา วณฺณวาที’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๔๔๙) อิธ สีลกฺขนฺธวคฺเค ทสมํ สุตฺตมภาสิ, ตํ สนฺธายาห ‘‘อิมสฺมึ…เป… มภาสี’’ติ.

ขณฺฑนฺติ ฉินฺนํ. ผุลฺลนฺติ ภินฺนํ, เสวาลาหิฉตฺตกาทิวิกสฺสนํ วา, เตสํ ปฏิสงฺขรณํ สมฺมา ปากติกกรณํ, อภินวปฏิกรณนฺติ วุตฺตํ โหติ. อุปกฏฺฐายาติ อาสนฺนาย. วสฺสํ อุปเนนฺติ อุปคจฺฉนฺติ เอตฺถาติ วสฺสูปนายิกา, วสฺสูปคตกาโล, ตาย. สงฺคีติปาฬิยํ (จูฬว. ๔๔๐) สามญฺเญน วุตฺตมฺปิ วจนํ เอวํ คเตเยว สนฺธาย วุตฺตนฺติ สํสนฺเทตุํ สาเธตุํ วา อาห ‘‘เอวญฺหี’’ติอาทิ.

ราชคหํ ปริวาเรตฺวาติ พหินคเร ฐิตภาเวน วุตฺตํ. ฉฑฺฑิตปติตอุกฺลาปาติ ฉฑฺฑิตา จ ปติตา จ อุกฺลาปา จ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ภควโต ปรินิพฺพานฏฺฐานํ คจฺฉนฺเตหิ ภิกฺขูหิ ฉฑฺฑิตา วิสฺสฏฺฐา, ตโตเยว จ อุปจิกาทีหิ ขาทิตตฺตา อิโต จิโต จ ปติตา, สมฺมชฺชนาภาเวน อากิณฺณกจวรตฺตา อุกฺลาปา จาติ. ตเทวตฺถํ ‘‘ภควโต หี’’ติอาทินา วิภาเวติ. อวกุถิ ปูติภาวมคมาสีติ อุกฺลาโป ถ-การสฺส ล-การํ กตฺวา, อุชฺฌิฏฺโฐ วา กลาโปสมูโหติ อุกฺลาโป, วณฺณสงฺคมนวเสเนวํ วุตฺตํ ยถา ‘‘อุปเกฺลโส, เสฺนโห’’ – อิจฺจาทิ, เตน ยุตฺตาติ ตถา. ปริจฺเฉทวเสน เวณียนฺติ ทิสฺสนฺตีติ ปริเวณา. กุรุมานาติ กตฺตุกามา. เสนาสนวตฺตานํ ปญฺญตฺตตฺตา, เสนาสนกฺขนฺธเก จ เสนาสนปฏิพทฺธานํ พหูนมฺปิ วจนานํ วุตฺตตฺตา เสนาสนปฏิสงฺขรณมฺปิ ตสฺส ปูชาเยว นามาติ อาห ‘‘ภควโต วจนปูชนตฺถ’’นฺติ. ปฐมํ มาสนฺติ วสฺสานสฺส ปฐมํ มาสํ. อจฺจนฺตสํโยเค เจตํ อุปโยควจนํ. ‘‘ติตฺถิยวาทปริโมจนตฺถญฺจา’’ติ วุตฺตมตฺถํ ปากฏํ กาตุํ ‘‘ติตฺถิยา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ยนฺติ กติกวตฺตกรณํ. เอทิเสสุ หิ ฐาเนสุ ยํ-สทฺโท ตํ-สทฺทานเปกฺโข เตเนว อตฺถสฺส ปริปุณฺณตฺตา. ยํ วา กติกวตฺตํ สนฺธาย ‘‘อถ โข’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตเทว มยาปิ วุตฺตนฺติ อตฺโถ. เอส นโย อีทิเสสุ ภควตา…เป… วณฺณิตนฺติ เสนาสนวตฺตํ ปญฺญเปนฺเตน เสนาสนกฺขนฺธเก (จูฬว. ๓๐๘) จ เสนาสนปฏิพทฺธวจนํ กเถนฺเตน วณฺณิตํ. สงฺคายิสฺสามาติ เอตฺถ อิติ-สทฺทสฺส ‘‘วุตฺตํ อโหสี’’ติ จ อุภยตฺถ สมฺพนฺโธ, เอกสฺส วา อิติ-สทฺทสฺส โลโป.

ทุติยทิวเสติ เอวํ จินฺติตทิวสโต ทุติยทิวเส, โส จ โข วสฺสูปนายิกทิวสโต ทุติยทิวโสว. เถรา หิ อาสฬฺหิปุณฺณมิโต ปาฏิปททิวเสเยว สนฺนิปติตฺวา วสฺสมุปคนฺตฺวา เอวํ จินฺเตสุนฺติ. ราชทฺวาเรติ ราชเคหทฺวาเร. หตฺถกมฺมนฺติ หตฺถกิริยํ, หตฺถกมฺมสฺส กรณนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปฏิเวเทสุนฺติ ชานาเปสุํ. วิสฏฺฐาติ นิราสงฺกจิตฺตา. อาณาเยว อปฺปฏิหตวุตฺติยา ปวตฺตนฏฺเฐน จกฺกนฺติ อาณาจกฺกํ. ตถา ธมฺโมเยว จกฺกนฺติ ธมฺมจกฺกํ, ตํ ปนิธ เทสนาญาณปฏิเวธญาณวเสน ทุวิธมฺปิ ยุชฺชติ ตทุภเยเนว สงฺคีติยา ปวตฺตนโต. ‘‘ธมฺมจกฺกนฺติ เจตํ เทสนาญาณสฺสาปิ นามํ, ปฏิเวธญาณสฺสาปี’’ติ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓.๗๘) หิ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. สนฺนิสชฺชฏฺฐานนฺติ สนฺนิปติตฺวา นิสีทนฏฺฐานํ. สตฺต ปณฺณานิ ยสฺสาติ สตฺตปณฺณี, โย ‘‘ฉตฺตปณฺโณ, วิสมจฺฉโท’’ ติปิ วุจฺจติ, ตสฺส ชาตคุหทฺวาเรติ อตฺโถ.

วิสฺสกมฺมุนาติ สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส กมฺมากมฺมวิธายกํ เทวปุตฺตํ สนฺธายาห. สุวิภตฺตภิตฺติถมฺภโสปานนฺติ เอตฺถ สุวิภตฺตปทสฺส ทฺวนฺทโต ปุพฺเพ สุยฺยมานตฺตา สพฺเพหิ ทฺวนฺทปเทหิ สมฺพนฺโธ, ตถา ‘‘นานาวิธ…เป… วิจิตฺต’’นฺติอาทีสุปิ. ราชภวนวิภูตินฺติ ราชภวนสมฺปตฺตึ, ราชภวนโสภํ วา. อวหสนฺตมิวาติ อวหาสํ กุรุมานํ วิย. สิริยาติ โสภาสงฺขาตาย ลกฺขิยา. นิเกตนมิวาติ วสนฏฺฐานมิว, ‘‘ชลนฺตมิวา’’ติปิ ปาโฐ. เอกสฺมึเยว ปานียติตฺเถ นิปตนฺตา ปกฺขิโน วิย สพฺเพสมฺปิ ชนานํ จกฺขูนิ มณฺฑเปเยว นิปตนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘เอกนิปาต…เป… วิหงฺคาน’’นฺติ. นยนวิหงฺคานนฺติ นยนสงฺขาตวิหงฺคานํ. โลกรามเณยฺยกมิว สมฺปิณฺฑิตนฺติ ยทิ โลเก วิชฺชมานํ รามเณยฺยกํ สพฺพเมว อาเนตฺวา เอกตฺถ สมฺปิณฺฑิตํ สิยา, ตํ วิยาติ วุตฺตํ โหติ, ยํ ยํ วา โลเก รมิตุมรหติ, ตํ สพฺพํ สมฺปิณฺฑิตมิวาติปิ อตฺโถ. ทฏฺฐพฺพสารมณฺฑนฺติ เผคฺคุรหิตํ สารํ วิย, กสฏวินิมุตฺตํ ปสนฺนํ วิย จ ทฏฺฐุมรหรูเปสุ สารภูตํ, ปสนฺนภูตญฺจ. อปิจ ทฏฺฐพฺโพ ทสฺสนีโย สารภูโต วิสิฏฺฐตโร มณฺโฑ มณฺฑนํ อลงฺกาโร เอตสฺสาติ ทฏฺฐพฺพสารมณฺโฑ, ตํ. มณฺฑํ สูริยรสฺมึ ปาติ นิวาเรติ, สพฺเพสํ วา ชนานํ มณฺฑํ ปสนฺนํ ปาติ รกฺขติ, มณฺฑนมลงฺการํ วา ปาติ ปิวติ อลงฺกริตุํ ยุตฺตภาเวนาติ มณฺฑโป, ตํ.

กุสุมทามานิ จ ตานิ โอลมฺพกานิ เจติ กุสุมทาโมลมฺพกานิ. วิเสสนสฺส เจตฺถ ปรนิปาโต ยถา ‘‘อคฺยาหิโต’’ติ. วิวิธานิเยว กุสุมทาโมลมฺพกานิ ตถา, ตานิ วินิคฺคลนฺตํ วิเสเสน วเมนฺตํ นิกฺขาเมนฺตมิว จารุ โสภนํ วิตานํ เอตฺถาติ ตถา. กุฏฺเฏน คหิโต สมํ กโตติ กุฏฺฏิโม, โกฏฺฏิโม วา, ตาทิโสเยว มณีติ มณิโกฏฺฏิโม, นานารตเนหิ วิจิตฺโต มณิโกฏฺฏิโม, ตสฺส ตลํ ตถา. อถ วา มณิโย โกฏฺเฏตฺวา กตตลตฺตา มณิโกฏฺเฏน นิปฺผตฺตนฺติ มณิโกฏฺฏิมํ, ตเมว ตลํ, นานารตนวิจิตฺตํ มณิโกฏฺฏิมตลํ ตถา. ตมิว จ นานาปุปฺผูปหารวิจิตฺตํ สุปรินิฏฺฐิตภูมิกมฺมนฺติ สมฺพนฺโธ. ปุปฺผปูชา ปุปฺผูปหาโร. เอตฺถ หิ นานารตนวิจิตฺตคฺคหณํ นานาปุปฺผูปหารวิจิตฺตตายนิทสฺสนํ, มณิโกฏฺฏิมตลคฺคหณํ สุปรินิฏฺฐิตภูมิกมฺมตายาติ ทฏฺฐพฺพํ. นนฺติ มณฺฑปํ. พฺรหฺมวิมานสทิสนฺติ ภาวนปุํสกํ, ยถา พฺรหฺมวิมานํ โสภติ, ตถา อลงฺกริตฺวาติ อตฺโถ. วิเสเสน มาเนตพฺพนฺติ วิมานํ. สทฺทวิทู ปน ‘‘วิเห อากาเส มายนฺติ คจฺฉนฺติ เทวา เยนาติ วิมาน’’นฺติ วทนฺติ. วิเสเสน วา สุจริตกมฺมุนา มียติ นิมฺมียตีติ วิมานํ, วีติ วา สกุโณ วุจฺจติ, ตํ สณฺฐาเนน มียติ นิมฺมียตีติ วิมานนฺติอาทินาปิ วตฺตพฺโพ. วิมานฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เอกโยชนทฺวิโยชนาทิภาเวน ปมาณวิเสสยุตฺตตาย, โสภาติสยโยเคน จ วิเสสโต มานนียตาย วิมาน’’นฺติ (วิ. ว. อฏฺฐ. คนฺถารมฺภกถา) วุตฺตํ. นตฺถิ อคฺฆเมเตสนฺติ อนคฺฆานิ, อปริมาณคฺฆานิ อคฺฆิตุมสกฺกุเณยฺยานีติ วุตฺตํ โหติ. ปติรูปํ, ปจฺเจกํ วา อตฺถริตพฺพานีติ ปจฺจตฺถรณานิ, เตสํ สตานิ ตถา. อุตฺตราภิมุขนฺติ อุตฺตรทิสาภิมุขํ. ธมฺโมปิ สตฺถาเยว สตฺถุกิจฺจนิปฺผาทนโตติ วุตฺตํ ‘‘พุทฺธสฺส ภควโต อาสนารหํ ธมฺมาสนํ ปญฺญเปตฺวา’’ติ. ยถาห ‘‘โย โข…เป… มมจฺจเยน สตฺถา’’ติอาทิ, (ที. นิ. ๒.๒๑๖) ตถาคตปฺปเวทิตธมฺมเทสกสฺส วา สตฺถุกิจฺจาวหตฺตา ตถารูเป อาสเน นิสีทิตุมรหตีติ ทสฺเสตุมฺปิ เอวํ วุตฺตํ. อาสนารหนฺติ นิสีทนารหํ. ธมฺมาสนนฺติ ธมฺมเทสกาสนํ, ธมฺมํ วา กเถตุํ ยุตฺตาสนํ. ทนฺตขจิตนฺติ ทนฺเตหิ ขจิตํ, หตฺถิทนฺเตหิ กตนฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ทนฺโต นาม หตฺถิทนฺโต วุจฺจตี’’ติ หิ วุตฺตํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ธมฺมาสเน. มม กิจฺจนฺติ มม กมฺมํ, มยา วา กรณียํ.

อิทานิ อายสฺมโต อานนฺทสฺส อเสกฺขภูมิสมาปชฺชนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตสฺมิญฺจ ปนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตสฺมิญฺจ ปน ทิวสเอติ ตถา รญฺญา อาโรจาปิตทิวเส, สาวณมาสสฺสกาฬปกฺขจตุตฺถทิวเสติ วุตฺตํ โหติ. อนตฺถชนนโต วิสสงฺกาสตาย กิเลโส วิสํ, ตสฺส ขีณาสวภาวโต อญฺญถาภาวสงฺขาตา สตฺติ คนฺโธ. ตถา หิ โส ภควโต ปรินิพฺพานาทีสุ วิลาปาทิมกาสิ. อปิจ วิสชนนกปุปฺผาทิคนฺธปฏิภาคตาย นานาวิธทุกฺขเหตุกิริยาชนนโก กิเลโสว ‘‘วิสคนฺโธ’’ติ วุจฺจติ. ตถา หิ โส ‘‘วิสํ หรตีติ วิสตฺติกา, วิสมูลาติ วิสตฺติกา, วิสผลาติ วิสตฺติกา, วิสปริโภคาติ วิสตฺติกา’’ติอาทินา (มหานิ. ๓) วุตฺโตติ. อปิจ วิสคนฺโธนาม วิรูโป มํสาทิคนฺโธ, ตํสทิสตาย ปน กิเลโส. ‘‘วิสฺสสทฺโท หิ วิรูเป’’ติ (ธ. ส. ฏี. ๖๒๔) อภิธมฺมฏีกายํวุตฺตํ. อทฺธาติ เอกํสโต. สํเวคนฺติ ธมฺมสํเวคํ. ‘‘โอหิตภาราน’’นฺติ หิ เยภุยฺเยน, ปธาเนน จ วุตฺตํ. เอทิเสสุ ปน ฐาเนสุ ตทญฺเญสมฺปิ ธมฺมสํเวโคเยว อธิปฺเปโต. ตถา หิ ‘‘สํเวโค นาม สโหตฺตปฺปํ ญาณํ, โส ตสฺสา ภควโต ทสฺสเน อุปฺปชฺชี’’ติ (วิ. ว. อฏฺฐ. ๘๓๘) รชฺชุมาลาวิมานวณฺณนายํวุตฺตํ, สา จ ตทา อวิญฺญาตสาสนา อนาคตผลาติ. อิตรถา หิ จิตฺตุตฺราสวเสน โทโสเยว สํเวโคติ อาปชฺชติ, เอวญฺจ สติ โส ตสฺส อเสกฺขภูมิสมาปชฺชนสฺส เอกํสการณํ น สิยา. เอวมภูโต จ โส อิธ น วตฺตพฺโพเยวาติ อลมติปปญฺเจน. เตนาติ ตสฺมา เสฺว สงฺฆสนฺนิปาตสฺส วตฺตมานตฺตา, เสกฺขสกรณียตฺตา วา. เต น ยุตฺตนฺติ ตว น ยุตฺตํ, ตยา วา สนฺนิปาตํ คนฺตุํ น ปติรูปํ.

เมตนฺติ มม เอตํ คมนํ. ยฺวาหนฺติ โย อหํ, ยนฺติ วา กิริยาปรามสนํ, เตน ‘‘คจฺเฉยฺย’’นฺติ เอตฺถ คมนกิริยํ ปรามสติ, กิริยาปรามสนสฺส จ ยํ ตํ-สทฺทสฺส อยํ ปกติ, ยทิทํ นปุํสกลิงฺเคน, เอกวจเนน จ โยคฺยตา ตถาเยว ตตฺถ ตตฺถ ทสฺสนโต. กิริยาย หิ สภาวโต นปุํสกตฺตเมกตฺตญฺจ อิจฺฉนฺติ สทฺทวิทู. อาวชฺเชสีติ อุปนาเมสิ. มุตฺตาติ มุจฺจิตา. อปฺปตฺตญฺจาติ อคตญฺจ, พิมฺโพหเน น ตาว ฐปิตนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอตสฺมึ อนฺตเรติ เอตฺถนฺตเร, อิมินา ปททฺวเยน ทสฺสิตกาลานํ เวมชฺฌกฺขเณ, ตถาทสฺสิตกาลทฺวยสฺส วา วิวเรติ วุตฺตํ โหติ.

‘‘การเณ เจว จิตฺเต จ, ขณสฺมึ วิวเรปิ จ;

เวมชฺฌาทีสุ อตฺเถสุ ‘อนฺตรา’ติ รโว คโต’’ติ.

หิ วุตฺตํ. อนุปาทายาติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน กญฺจิ ธมฺมํ อคฺคเหตฺวา, เยหิ วา กิเลเสหิ มุจฺจติ, เตสํ เลสมตฺตมฺปิ อคฺคเหตฺวา. อาสเวหีติ ภวโต อา ภวคฺคํ, ธมฺมโต จ อา โคตฺรภุํ สวนโต ปวตฺตนโต อาสวสญฺญิเตหิ กิเลเสหิ. อุปลกฺขณวจนมตฺตญฺเจตํ. ตเทกฏฺฐตาย หิ สพฺเพหิปิ กิเลเสหิ สพฺเพหิปิ ปาปธมฺเมหิ จิตฺตํ วิมุจฺจติเยว. จิตฺตํ วิมุจฺจีติ จิตฺตํ อรหตฺตมคฺคกฺขเณ อาสเวหิ วิมุจฺจมานํ หุตฺวา อรหตฺตผลกฺขเณ วิมุจฺจิ. ตทตฺถํ วิวรติ ‘‘อยญฺหี’’ติอาทินา. จงฺกเมนาติ จงฺกมนกิริยาย. วิเสสนฺติ อตฺตนา ลทฺธมคฺคผลโต วิเสสมคฺคผลํ. วิวฏฺฏูปนิสฺสยภูตํ กตํ อุปจิตํ ปุญฺญํ เยนาติ กตปุญฺโญ, อรหตฺตาธิคมาย กตาธิกาโรติ อตฺโถ. ปธานมนุยุญฺชาติ วีริยมนุยุญฺชาหิ, อรหตฺตสมาปตฺติยา อนุโยคํ กโรหีติ วุตฺตํ โหติ. โหหิสีติ ภวิสฺสสิ. กถาโทโสติ กถาย โทโส วิตถภาโว. อจฺจารทฺธนฺติ อติวิย อารทฺธํ. อุทฺธจฺจายาติ อุทฺธตภาวาย. หนฺทาติ โวสฺสคฺควจนํ. เตน หิ อธุนาเยว โยเชมิ, น ปนาหํ ปปญฺจํ กโรมีติ โวสฺสคฺคํ กโรติ. วีริยสมตํ โยเชมีติ จงฺกมนวีริยสฺส อธิมตฺตตฺตา ตสฺส หาปนวเสน สมาธินา สมตาปาทเนน วีริยสฺส สมตํ สมภาวํ โยเชมิ, วีริเยน วา สมถสงฺขาตํ สมาธึ โยเชมีติปิ อตฺโถ. ทฺวิธาปิ หิ ปาโฐ ทิสฺสติ. วิสฺสมิสฺสามีติ อสฺสสิสฺสามิ. อิทานิ ตสฺส วิเสสโต ปสํสนารหภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘เตนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตนาติ จตุอิริยาปถวิรหิตตาการเณน. ‘‘อนิปนฺโน’’ติอาทีนิ ปจฺจุปฺปนฺนวจนาเนว. ปรินิพฺพุโตปิ โส อากาเสเยว ปรินิพฺพายิ. ตสฺมา เถรสฺส กิเลสปรินิพฺพานํ, ขนฺธปรินิพฺพานญฺจ วิเสเสน ปสํสารหํ อจฺฉริยพฺภุตเมวาติ.

ทุติยทิวเสติ เถเรน อรหตฺตปตฺตทิวสโต ทุติยทิวเส. ปญฺจมิยนฺติ ติถีเปกฺขาย วุตฺตํ, ‘‘ทุติยทิวเส’’ติ อิมินา ตุลฺยาธิกรณํ. ภินฺนลิงฺคมฺปิ หิ ตุลฺยตฺถปทํ ทิสฺสติ ยถา ‘‘คุโณ ปมาณํ, วีสติ จิตฺตานิ’’ อิจฺจาทิ. กาฬปกฺขสฺสาติ สาวณมาสกาฬปกฺขสฺส. ปฐมญฺหิ มาสํ ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณมกํสุ, ปฐมมาสภาโว จ มชฺฌิมปฺปเทสโวหาเรน. ตตฺถ หิ ปุริมปุณฺณมิโต ยาว อปรา ปุณฺณมี, ตาว เอโก มาโสติ โวหรนฺติ. ตโต ตีณิ ทิวสานิ ราชา มณฺฑปมกาสิ, ตโต ทุติยทิวเส เถโร อรหตฺตํ สจฺฉากาสิ, ตติยทิวเส ปน สนฺนิปติตฺวา เถรา สงฺคีติมกํสุ, ตสฺมา อาสฬฺหิมาสกาฬปกฺขปาฏิปทโต ยาว สาวณมาสกาฬปกฺขปญฺจมี, ตาว ปญฺจทิวสาธิโก เอกมาโส โหติ. สมาโนติ อุปฺปชฺชมาโน. หฏฺฐตุฏฺฐจิตฺโตติ อติวิย โสมนสฺสจิตฺโต, ปาโมชฺเชน วา หฏฺฐจิตฺโต ปีติยา ตุฏฺฐจิตฺโต. เอกํสนฺติ เอกสฺมึ อํเส, วามํเสติ อตฺโถ. ตถา หิ วงฺคีสสุตฺตวณฺณนายํ วุตฺตํ –

‘‘เอกํสํ จีวรนฺติ เอตฺถ ปุน สณฺฐาปนวเสน เอวํ วุตฺตํ, เอกํสนฺติ จ วามํสํ ปารุปิตฺวา ฐิตสฺเสตํ อธิวจนํ. ยโต ยถา วามํสํ ปารุปิตฺวา ฐิตํ โหติ, ตถา จีวรํ กตฺวาติ เอวมสฺสตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๔๕).

พนฺธ…เป… วิยาติ วณฺฏโต ปวุตฺตสุปริปกฺกตาลผลมิว. ปณฺฑุ…เป… วิยาติ สิตปีตปภายุตฺตปณฺฑุโรมชกมฺพเล ฐปิโต ชาติมา มณิ วิย, ชาติวจเนน เจตฺถ กุตฺติมํ นิวตฺเตติ. สมุคฺคตปุณฺณจนฺโท วิยาติ ชุณฺหปกฺขปนฺนรสุโปสเถ สมุคฺคโต โสฬสกลาปริปุณฺโณ จนฺโท วิย. พาลา…เป… วิยาติ ตรุณสูริยปภาสมฺผสฺเสน ผุลฺลิตสุวณฺณวณฺณปราคคพฺภํ สตปตฺตปทฺธํ วิย. ‘‘ปิญฺชรสทฺโท หิ เหมวณฺณปริยาโย’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๒๒) สารตฺถทีปนิยํ วุตฺโต. ปริโยทาเตนาติ ปภสฺสเรน. สปฺปเภนาติ วณฺณปฺปภาย, สีลปฺปภาย จ สมนฺนาคเตน. สสฺสิริเกนาติ สรีรโสภคฺคาทิสงฺขาตาย สิริยา อติวิย สิริมตา. มุขวเรนาติ ยถาวุตฺตโสภาสมลงฺกตตฺตา อุตฺตมมุเขน. กามํ ‘‘อหมสฺมิ อรหตฺตํ ปตฺโต’’ติ นาโรเจสิ, ตถารูปาย ปน อุตฺตมลีฬาย คมนโต ปสฺสนฺตา สพฺเพปิ ตมตฺถํ ชานนฺติ, ตสฺมา อาโรเจนฺโต วิย โหตีติ อาห ‘‘อตฺตโน อรหตฺตปฺปตฺตึ อาโรจยมาโน วิย อคมาสี’’ติ.

กิมตฺถํ ปนายํ เอวมาโรจยมาโน วิย อคมาสีติ? วุจฺจเต – โส หิ ‘‘อตฺตุปนายิกํ อกตฺวา อญฺญพฺยากรณํ ภควตา สํวณฺณิต’’นฺติ มนสิ กริตฺวา ‘‘เสกฺขตาย ธมฺมวินยสงฺคีติยา คเหตุมยุตฺตมฺปิ พหุสฺสุตตฺตา คณฺหิสฺสามา’’ติ นิสินฺนานํ เถรานํ อรหตฺตปฺปตฺติวิชานเนน โสมนสฺสุปฺปาทนตฺถํ, ‘‘อปฺปมตฺโต โหหี’’ติ ภควตา ทินฺนโอวาทสฺส จ สผลตาทีปนตฺถํ เอวมาโรจยมาโน วิย อคมาสีติ. อายสฺมโตมหากสฺสปสฺส เอตทโหสิ สมสมฏฺฐปนาทินา ยถาวุตฺตการเณน สตฺถุกปฺปตฺตา. ธเรยฺยาติ วิชฺชมาโน ภเวยฺย. ‘‘โสภติ วต เต อาวุโส อานนฺท อรหตฺตสมธิคมตา’’ติอาทินา สาธุการมทาสิ. อยมิธ ทีฆภาณกานํ วาโท. ขุทฺทกภาณเกสุ จ สุตฺตนิปาตขุทฺทกปาฐภาณกานํ วาโทติปิ ยุชฺชติ ตทฏฺฐกถาสุปิ ตถา วุตฺตตฺตา.

มชฺฌิมํ นิกายํ ภณนฺติ สีเลนาติ มชฺฌิมภาณกา, ตปฺปคุณา อาจริยา. ยถาวุฑฺฒนฺติ วุฑฺฒปฏิปาฏึ, ตทนติกฺกมิตฺวา วา. ตตฺถาติ ตสฺมึ ภิกฺขุสงฺเฆ. อานนฺทสฺส เอตมาสนนฺติ สมฺพนฺโธ. ตสฺมึ สมเยติ ตสฺมึ เอวํกถนสมเย. เถโร จินฺเตสิ ‘‘กุหึ คโต’’ติ ปุจฺฉนฺตานํ อตฺตานํ ทสฺเสนฺเต อติวิย ปากฏภาเวน ภวิสฺสมานตฺตา, อยมฺปิ มชฺฌิมภาณเกเสฺวว เอกจฺจานํ วาโท, ตสฺมา อิติปิ เอเก วทนฺตีติ สมฺพนฺโธ. อากาเสน อาคนฺตฺวา อตฺตโน อาสเนเยว อตฺตานํ ทสฺเสสีติปิ เตสเมว เอกจฺเจ วทนฺติ. ปุลฺลิงฺควิสเย หิ ‘‘เอเก’’ติ วุตฺเต สพฺพตฺถ ‘‘เอกจฺเจ’’ติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตีสุปิ เจตฺถ วาเทสุ เตสํ เตสํ ภาณกานํ เตน เตนากาเรน อาคตมตฺตํ ฐเปตฺวา วิสุํ วิสุํ วจเน อญฺญํ วิเสสการณํ นตฺถิ. สตฺตมาสํ กตาย หิ ธมฺมวินยสงฺคีติยา กทาจิ ปกติยาว, กทาจิ ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา, กทาจิ อากาเสน อาคตตฺตา ตํ ตทาคมนมุปาทาย ตถา ตถา วทนฺติ. อปิจ สงฺคีติยา อาทิทิวเสเยว ปฐมํ ปกติยา อาคนฺตฺวา ตโต ปรํ อากาสมพฺภุคฺคนฺตฺวา ปริสํ ปตฺตกาเล ตโต โอตริตฺวา ภิกฺขุปนฺตึ อปีเฬนฺโต ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา อาสเน อตฺตานํ ทสฺเสสีติปิ วทนฺติ. ยถา วา ตถา วา อาคจฺฉตุ, อาคมนาการมตฺตํ น ปมาณํ, อาคนฺตฺวา คตกาเล อายสฺมโต มหากสฺสปสฺส สาธุการทานเมว ปมาณํ สตฺถารา ทาตพฺพสาธุการทาเนเนว อรหตฺตปฺปตฺติยา อญฺเญสมฺปิ ญาปิตตฺตา, ภควติ ธรมาเน ปฏิคฺคเหตพฺพาย จ ปสํสาย เถรสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา. ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา วา’’ติอาทิมาห. สพฺพตฺถาปีติ สพฺเพสุปิ ตีสุ วาเทสุ.

ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ภิกฺขู อาลปีติ อยเมตฺถ อตฺโถ, อญฺญตฺร ปน ญาปเนปิ ทิสฺสติ ยถา ‘‘อามนฺตยามิ โว ภิกฺขเว, (ที. นิ. ๒.๒๑๘) ปฏิเวทยามิ โว ภิกฺขเว’’ติ (อ. นิ. ๗.๗๒) ปกฺโกสเนปิ ทิสฺสติ ยถา ‘‘เอหิ ตฺวํ ภิกฺขุ มม วจเนน สาริปุตฺตํ อามนฺเตหี’’ติ (อ. นิ. ๙.๑๑) อาลปเนปิ ทิสฺสติ ยถา ‘‘ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ‘ภิกฺขโว’ติ’’ (สํ. นิ. ๑.๒๔๙), อิธาปิ อาลปเนติ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) วุตฺตํ. อาลปนมตฺตสฺส ปน อภาวโต ‘‘กึ ปฐมํ สงฺคายามา’’ติอาทินา วุตฺเตน วิญฺญาปิยมานตฺถนฺตเรน จ สหจรณโต ญาปเนว วฏฺฏติ, ตสฺมา อามนฺเตสีติ ปฏิเวเทสิ วิญฺญาเปสีติ อตฺโถ วตฺตพฺโพ. ‘‘ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ‘ภิกฺขโว’ติ, ‘ภทฺทนฺเต’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุ’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๒๔๙) หิ อาลปนมตฺตเมว ทิสฺสติ, น วิญฺญาปิยมานตฺถนฺตรํ, ตํ ปน ‘‘ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๑.๒๔๙) ปจฺเจกเมว อารทฺธํ. ตสฺมา ตาทิเสเสฺวว อาลปเน วฏฺฏตีติ โน ตกฺโก. สทฺทวิทู ปน วทนฺติ ‘‘อามนฺตยิตฺวา เทวินฺโท, วิสฺสกมฺมํ มหิทฺธิก’นฺติอาทีสุ (จริยา. ๑๐๗) วิย มนฺตสทฺโท คุตฺตภาสเน. ตสฺมา ‘อามนฺเตสี’ติ เอตสฺส สมฺมนฺตยีติ อตฺโถ’’ติ. ‘‘อาวุโส’’ติอาทิ อามนฺตนาการทีปนํ. ธมฺมํ วา วินยํ วาติ เอตฺถ วา-สทฺโท วิกปฺปเน, เตน ‘‘กิเมกํ เตสุ ปฐมํ สงฺคายามา’’ติ ทสฺเสติ. กสฺมา อายูติ อาห ‘‘วินเย ฐิเต’’ติอาทิ. ‘‘ยสฺมา, ตสฺมา’’ติ จ อชฺฌาหริตฺวา โยเชตพฺพํ. ตสฺมาติ ตาย อายุสริกฺขตาย. ธุรนฺติ เชฏฺฐกํ. โน นปฺปโหตีติ ปโหติเยว. ทฺวิปฏิเสโธ หิ สห อติสเยน ปกตฺยตฺถทีปโก.

เอตทคฺคนฺติ เอโส อคฺโค. ลิงฺควิปลฺลาเสน หิ อยํ นิทฺเทโส. ยทิทนฺติ จ โย อยํ, ยทิทํ ขนฺธปญฺจกนฺติ วา โยเชตพฺพํ. เอวญฺหิ สติ ‘‘เอตทคฺค’’นฺติ ยถารุตลิงฺคเมว. ‘‘ยทิท’’นฺติ ปทสฺส จ อยํ สภาโว, ยา ตสฺส ตสฺส อตฺถสฺส วตฺตพฺพสฺส ลิงฺคานุรูเปน ‘‘โย อย’’นฺติ วา ‘‘ยา อย’’นฺติ วา ‘‘ยํ อิท’’นฺติ วา โยเชตพฺพตา ตถาเยวสฺส ตตฺถ ตตฺถ ทสฺสิตตฺตา. ภิกฺขูนํ วินยธรานนฺติ นิทฺธารณฉฏฺฐีนิทฺเทโส.

อตฺตนาว อตฺตานํ สมฺมนฺนีติ สยเมว อตฺตานํ สมฺมตํ อกาสิ. ‘‘อตฺตนา’’ติ หิ อิทํ ตติยาวิเสสนํ ภวติ, ตญฺจ ปเรหิ สมฺมนฺนนํ นิวตฺเตติ, ‘‘อตฺตนา’’ติ วา อยํ วิภตฺยนฺตปติรูปโก อพฺยยสทฺโท. เกจิ ปน ‘‘ลิงฺคตฺเถ ตติยา อภิหิตกตฺตุภาวโต’’ติ วทนฺติ. ตทยุตฺตเมว ‘‘เถโร’’ติ กตฺตุโน วิชฺชมานตฺตา. วิสฺสชฺชนตฺถาย อตฺตนาว อตฺตานํ สมฺมนฺนีติ โยเชตพฺพํ. ปุจฺฉธาตุสฺส ทฺวิกมฺมิกตฺตา ‘‘อุปาลึ วินย’’นฺติ กมฺมทฺวยํ วุตฺตํ.

พีชนึ คเหตฺวาติ เอตฺถ พีชนีคหณํ ธมฺมกถิกานํ ธมฺมตาติ เวทิตพฺพํ. ตาย หิ ธมฺมกถิกานํ ปริสาย หตฺถกุกฺกุจฺจมุขวิการาทิ ปฏิจฺฉาทียติ. ภควา จ ธมฺมกถิกานํ ธมฺมตาทสฺสนตฺถเมว วิจิตฺรพีชนึ คณฺหาติ. อญฺญถา หิ สพฺพสฺสปิ โลกสฺส อลงฺการภูตํ ปรมุกฺกํสคตสิกฺขาสํยมานํ พุทฺธานํ มุขจนฺทมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทตพฺพํ น สิยา. ‘‘ปฐมํ อาวุโส อุปาลิ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺต’’นฺติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ตสฺส สงฺคีติยา ปุริมกาเล ปฐมภาโว น ยุตฺโตติ? โน น ยุตฺโต ภควตา ปญฺญตฺตานุกฺกเมน, ปาติโมกฺขุทฺเทสานุกฺกเมน จ ปฐมภาวสฺส สิทฺธตฺตา. เยภุยฺเยน หิ ตีณิ ปิฏกานิ ภควโต ธรมานกาเล ฐิตานุกฺกเมเนว สงฺคีตานิ, วิเสสโต วินยาภิธมฺมปิฏกานีติ ทฏฺฐพฺพํ. กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ, เมถุนธมฺเมติ จ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ. ‘‘กตฺถ ปญฺญตฺต’’นฺติอาทินา ทสฺสิเตน สห ตทวสิฏฺฐมฺปิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘วตฺถุมฺปิ ปุจฺฉี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สงฺคีติการกวจนสมฺมิสฺสํ วา นุ โข, สุทฺธํ วา พุทฺธวจนนฺติ อาสงฺกาปริหรณตฺถํ, ยถาสงฺคีตสฺเสว ปมาณภาวํ ทสฺสนตฺถญฺจ ปุจฺฉํ สมุทฺธริตฺวา วิสฺสชฺเชนฺโต ‘‘กึ ปเนตฺถา’’ติอาทิมาห. เอตฺถ ปฐมปาราชิเกติ เอติสฺสํ ตถาสงฺคีตาย ปฐมปาราชิกปาฬิยํ. เตเนวาห ‘‘น หิ ตถาคตา เอกพฺยญฺชนมฺปิ นิรตฺถกํ วทนฺตี’’ติ. อปเนตพฺพนฺติ อติเรกภาเวน นิรตฺถกตาย, วิตถภาเวน วา อยุตฺตตาย ฉฑฺเฑตพฺพวจนํ. ปกฺขิปิตพฺพนฺติ อสมฺปุณฺณตาย อุปเนตพฺพวจนํ. กสฺมาติ อาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. สาวกานํ ปน เทวตานํ วา ภาสิเตติ ภควโต ปุจฺฉาโถมนาทิวเสน ภาสิตํ สนฺธายาห. สพฺพตฺถาปีติ ภควโต สาวกานํ เทวตานญฺจ ภาสิเตปิ. ตํ ปน ปกฺขิปนํ สมฺพนฺธวจนมตฺตสฺเสว, น สภาวายุตฺติยา อตฺถสฺสาติ ทสฺเสติ ‘‘กึ ปน ต’’นฺติอาทินา สมฺพนฺธวจนมตฺตนฺติ ปุพฺพาปรสมฺพนฺธวจนเมว. อิทํ ปฐมปาราชิกนฺติ ววตฺถเปตฺวา ฐเปสุํ อิมินาว วาจนามคฺเคน อุคฺคหณธารณาทิกิจฺจนิปฺผาทนตฺถํ, ตทตฺถเมว จ คณสชฺฌายมกํสุ ‘‘เตน…เป… วิหรตี’’ติ. สชฺฌายารมฺภกาเลเยว ปถวี อกมฺปิตฺถาติ วทนฺติ, ตทิทํ ปน ปถวีกมฺปนํ เถรานํ ธมฺมสชฺฌายานุภาเวนาติ ญาเปตุํ ‘‘สาธุการํ ททมานา วิยา’’ติ วุตฺตํ. อุทกปริยนฺตนฺติ ปถวีสนฺธารกอุทกปริยนฺตํ. ตสฺมิญฺหิ จลิเตเยว สาปิ จลติ, เอเตน จ ปเทสปถวีกมฺปนํ นิวตฺเตติ.

กิญฺจาปิ ปาฬิยํ คณนา นตฺถิ, สงฺคีติมาโรปิตานิ ปน เอตฺตกาเนวาติ ทีเปตุํ ‘‘ปญฺจสตฺตติ สิกฺขาปทานี’’ติ วุตฺตํ ‘‘ปุริมนเยเนวา’’ติ เอเตน สาธุการํ ททมานา วิยาติ อตฺถมาห. น เกวลํ สิกฺขาปทกณฺฑวิภงฺคนิยเมเนว, อถ โข ปมาณนิยเมนาปีติ ทสฺเสตุํ ‘‘จตุสฏฺฐิภาณวารา’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ภาณวาโรติ –

‘‘อฏฺฐกฺขรา เอกปทํ, เอกคาถา จตุปฺปทํ;

คาถา เจกา มโต คนฺโถ, คนฺโถ พาตฺตึสตกฺขโร.

พาตฺตึสกฺขรคนฺถานํ, ปญฺญาสทฺวิสตํ ปน;

ภาณวาโร มโต เอโก, สฺวฏฺฐกฺขรสหสฺสโก’’ติ.

เอวํ อฏฺฐกฺขรสหสฺสปริมาโณ ปาโฐ วุจฺจติ. ภณิตพฺโพ วาโร ยสฺสาติ หิ ภาณวาโร, เอเกน สชฺฌายนมคฺเคน กเถตพฺพวาโรติ อตฺโถ. ขนฺธกนฺติ มหาวคฺคจูฬวคฺคํ. ขนฺธานํ สมูหโต, ปกาสนโต วา ขนฺธโกติ หิ วุจฺจติ, ขนฺธาติ เจตฺถ ปพฺพชฺชูปสมฺปทาทิวินยกมฺมสงฺขาตา, จาริตฺตวาริตฺตสิกฺขาปทสงฺขาตา จ ปญฺญตฺติโย อธิปฺเปตา. ปพฺพชฺชาทีนิ หิ ภควตา ปญฺญตฺตตฺตา ปญฺญตฺติโยติ วุจฺจนฺติ. ปญฺญตฺติยญฺจ ขนฺธสทฺโท ทิสฺสติ ‘‘ทารุกฺขนฺโธ, (อ. นิ. ๖.๔๑) อคฺคิกฺขนฺโธ (อ. นิ. ๗.๗๒), อุทกกฺขนฺโธ’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๔๕; ๖.๓๗) วิย. อปิจ ภาคราสฏฺฐตาปิ ยุชฺชติเยว ตาสํ ปญฺญตฺตีนํ ภาคโต, ราสิโต จ วิภตฺตตฺตา, ตํ ปน วินยปิฏกํ ภาณเกหิ รกฺขิตํ โคปิตํ สงฺคหารุฬฺหนเยเนว จิรกาลํ อนสฺสมานํ หุตฺวา ปติฏฺฐหิสฺสตีติ อายสฺมนฺตํ อุปาลิตฺเถรํ ปฏิจฺฉาเปสุํ ‘‘อาวุโส อิมํ ตุยฺหํ นิสฺสิตเก วาเจหี’’ติ.

ธมฺมํ สงฺคายิตุกาโมติ สุตฺตนฺตาภิธมฺมสงฺคีตึ กตฺตุกาโม ‘‘ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๑๖) วิย ปาริเสสนเยน ธมฺมสทฺทสฺส สุตฺตนฺตาภิธมฺเมเสฺวว ปวตฺตนโต. อยมตฺโถ อุปริ อาวิ ภวิสฺสติ.

สงฺฆํ ญาเปสีติ เอตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. กตรํ อาวุโส ปิฏกนฺติ วินยาวเสเสสุ ทฺวีสุ ปิฏเกสุ กตรํ ปิฏกํ. วินยาภิธมฺมานมฺปิ ขุทฺทกสงฺคีติปริยาปนฺนตฺตา ตมนฺตเรน วุตฺตํ ‘‘สุตฺตนฺตปิฏเก จตสฺโส สงฺคีติโย’’ติ. สงฺคีติโยติ จ สงฺคายนกาเล ทีฆาทิวเสน วิสุํ วิสุํ นิยเมตฺวา สงฺคยฺหมานตฺตา นิกายาว วุจฺจนฺติ. เตนาห ‘‘ทีฆสงฺคีติ’’นฺติอาทิ. สุตฺตาเนว สมฺปิณฺเฑตฺวา วคฺคกรณวเสน ตโย วคฺคา, นาญฺญานีติ ทสฺเสตุํ ‘‘จตุตฺตึส สุตฺตานิ ตโย วคฺคา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา จตุตฺติสํ สุตฺตานิ ตโย วคฺคา โหนฺติ, สุตฺตานิ วา จตุตฺตึส, เตสํ วคฺคกรณวเสน ตโย วคฺคา, เตสุ ตีสุ วคฺเคสูติ โยเชตพฺพํ. ‘‘พฺรหฺมชาลสุตฺตํ นาม อตฺถิ, ตํ ปฐมํ สงฺคายามา’’ติ วุตฺเต กสฺมาติ โจทนาสมฺภวโต ‘‘ติวิธสีลาลงฺกต’’นฺติอาทิมาห. เหตุคพฺภานิ หิ เอตานิ. จูฬมชฺฌิมมหาสีลวเสน ติวิธสฺสาปิ สีลสฺส ปกาสนตฺตา เตน อลงฺกตํ วิภูสิตํ ตถา นานาวิเธ มิจฺฉาชีวภูเต กุหนลปนาทโย วิทฺธํเสตีติ นานาวิธมิจฺฉาชีวกุหนลปนาทิวิทฺธํสนํ. ตตฺถ กุหนาติ กุหายนา, ปจฺจยปฏิเสวนสามนฺตชปฺปนอิริยาปถสนฺนิสฺสิตสงฺขาเตน ติวิเธน วตฺถุนา วิมฺหาปนาติ อตฺโถ. ลปนาติ วิหารํ อาคเต มนุสฺเส ทิสฺวา ‘‘กิมตฺถาย โภนฺโต อาคตา, กึ ภิกฺขู นิมนฺเตตุํ. ยทิ เอวํ คจฺฉถ, อหํ ปจฺฉโต ภิกฺขู คเหตฺวา อาคจฺฉามี’’ติ เอวมาทินา ภาสนา. อาทิสทฺเทน ปุปฺผทานาทโย, เนมิตฺติกตาทโย จ สงฺคณฺหาติ. อปิเจตฺถ มิจฺฉาชีวสทฺเทน กุหนลปนาหิ เสสํ อเนสนํ คณฺหาติ. อาทิสทฺเทน ปน ตทวเสสํ มหิจฺฉตาทิกํ ทุสฺสิลฺยนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย เอว ปลิเวฐนฏฺเฐน ชาลสริกฺขตาย ชาลํ, ตสฺส วินิเวฐนํ อปลิเวฐกรณํ ตถา.

อนฺตรา จ ภนฺเต ราชคหํ อนฺตรา จ นาฬนฺทนฺติ เอตฺถ อนฺตราสทฺโท วิวเร ‘‘อปิจายํ ภิกฺขเว ตโปทาทฺวินฺนํ มหานิรยานํ อนฺตริกาย อาคจฺฉตี’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๓๑) วิย. ตสฺมา ราชคหสฺส จ นาฬนฺทสฺส จ วิวเรติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อนฺตราสทฺเทน ปน ยุตฺตตฺตา อุปโยควจนํ กตํ. อีทิเสสุ ฐาเนสุ อกฺขรจินฺตกา ‘‘อนฺตรา คามญฺจ นทิญฺจ ยาตี’’ติ เอวํ เอกเมว อนฺตราสทฺทํ ปยุชฺชนฺติ, โส ทุติยปเทนปิ โยเชตพฺโพ โหติ. อโยชิยมาเน หิ อุปโยควจนํ น ปาปุณาติ สามิวจนสฺส ปสงฺเค อนฺตราสทฺทโยเคน อุปโยควจนสฺส อิจฺฉิตตฺตา. ตตฺถ รญฺโญ กีฬนตฺถํ ปฏิภานจิตฺตวิจิตฺรอคารมกํสุ, ตํ ‘‘ราชาคารก’’นฺติ วุจฺจติ, ตสฺมึ. อมฺพลฏฺฐิกาติ รญฺโญ อุยฺยานํ. ตสฺส กิร ทฺวารสมีเป ตรุโณ อมฺพรุกฺโข อตฺถิ, ตํ ‘‘อมฺพลฏฺฐิกา’’ติ วทนฺติ, ตสฺส สมีเป ปวตฺตตฺตา อุยฺยานมฺปิ ‘‘อมฺพลฏฺฐิกา’’ เตฺวว สงฺขฺยํ คตํ ยถา ‘‘วรุณนคร’’นฺติ, ตสฺมา อมฺพลฏฺฐิกายํ นาม อุยฺยาเน ราชาคารเกติ อตฺโถ. อวิญฺญายมานสฺส หิ วิญฺญาปนตฺถํ เอตํ อาธารทฺวยํ วุตฺตํ ราชาคารเมตสฺสาติ วา ราชาคารกํ, อุยฺยานํ, ราชาคารวติ อมฺพลฏฺฐิกายํ นาม อุยฺยาเนติ อตฺโถ. ภินฺนลิงฺคมฺปิ หิ วิเสสนปทมตฺถี’’ติ เกจิ วทนฺติ, เอวํ สติ ราชาคารํ อาธาโร น สิยา. ‘‘ราชาคารเกติ เอวํนามเก อุยฺยาเน อภิรมนารหํ กิร ราชาคารมฺปิ. ตตฺถ, ยสฺส วเสเนตํ เอวํ นามํ ลภตี’’ติ (วชิร. ฏี. ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) วชิรพุทฺธิตฺเถโร. เอวํ สติ ‘‘อมฺพลฏฺฐิกาย’’นฺติ อาสนฺนตรุณมฺพรุกฺเขน วิเสเสตฺวา ‘‘ราชาคารเก’’ติ อุยฺยานเมว นามวเสน วุตฺตนฺติ อตฺโถ อาปชฺชติ, ตถา จ วุตฺตโทโสว สิยา. สุปฺปิยญฺจ ปริพฺพาชกนฺติ สุปฺปิยํ นาม สญฺจยสฺส อนฺเตวาสึ ฉนฺนปริพฺพาชกญฺจ. พฺรหฺมทตฺตญฺจ มาณวนฺติ เอตฺถ ตรุโณ ‘‘มาณโว’’ติ วุตฺโต ‘‘อมฺพฏฺโฐ มาณโว, องฺคโก มาณโว’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๕๙, ๒๑๑) วิย, ตสฺมา พฺรหฺมทตฺตํ นาม ตรุณปุริสญฺจ อารพฺภาติ อตฺโถ. วณฺณาวณฺเณติ ปสํสาย เจว ครหาย จ. อถ วา คุโณ วณฺโณ, อคุโณ อวณฺโณ, เตสํ ภาสนํ อุตฺตรปทโลเปน ตถา วุตฺตํ ยถา ‘‘รูปภโว รูป’’นฺติ.

‘‘ตโต ปร’’นฺติอาทิมฺหิ อยํ วจนกฺกโม – สามญฺญผลํ ปนาวุโส อานนฺท กตฺถ ภาสิตนฺติ? ราชคเห ภนฺเต ชีวกมฺพวเนติ. เกน สทฺธินฺติ? อชาตสตฺตุนา เวเทหิปุตฺเตน สทฺธินฺติ. อถ โข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ สามญฺญผลสฺส นิทานมฺปิ ปุจฺฉิ, ปุคฺคลมฺปิ ปุจฺฉีติ. เอตฺถ หิ ‘‘กํ อารพฺภา’’ติ อวตฺวา ‘‘เกน สทฺธิ’’นฺติ วตฺตพฺพํ. กสฺมาติ เจ? น ภควตา เอว เอตํ สุตฺตํ ภาสิตํ, รญฺญาปิ ‘‘ยถา นุ โข อิมานิ ปุถุสิปฺปายตนานี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๖๓) กิญฺจิ กิญฺจิ วุตฺตมตฺถิ, ตสฺมา เอวเมว วตฺตพฺพนฺติ. อิมินาว นเยน สพฺพตฺถ ‘‘กํ อารพฺภา’’ติ วา ‘‘เกน สทฺธิ’’นฺติ วา ยถารหํ วตฺวา สงฺคีติมกาสีติ ทฏฺฐพฺพํ. ตนฺตินฺติ สุตฺตวคฺคสมุทายวเสน ววตฺถิตํ ปาฬึ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ติวคฺคสงฺคหํ จตุตฺตึสสุตฺตปฏิมณฺฑิต’’นฺติ วจนํ อุปปนฺนํ โหติ. ปริหรถาติ อุคฺคหณวาจนาทิวเสน ธาเรถ. ตโต อนนฺตรํ สงฺคายิตฺวาติ สมฺพนฺโธ.

‘‘ธมฺมสงฺคโห จา’’ติอาทินา สมาโส. เอวํ สํวณฺณิตํ โปราณเกหีติ อตฺโถ. เอเตน ‘‘มหาธมฺมหทเยน, มหาธาตุกถาย วา สทฺธึ สตฺตปฺปกรณํ อภิธมฺมปิฏกํ นามา’’ติ วุตฺตํ วิตณฺฑวาทิมตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘กถาวตฺถุนาว สทฺธิ’’นฺติ วุตฺตํ สมานวาทิมตํ ทสฺเสติ. สณฺหญาณสฺส, สณฺหญาณวนฺตานํ วา วิสยภาวโต สุขุมญาณโคจรํ.

จูฬนิทฺเทสมหานิทฺเทสวเสน ทุวิโธปิ นิทฺเทโส. ชาตกาทิเก ขุทฺทกนิกายปริยาปนฺเน, เยภุยฺเยน จ ธมฺมนิทฺเทสภูเต ตาทิเส อภิธมฺมปิฏเกว สงฺคณฺหิตุํ ยุตฺตํ, น ปน ทีฆนิกายาทิปฺปกาเร สุตฺตนฺตปิฏเก, นาปิ ปญฺญตฺตินิทฺเทสภูเต วินยปิฏเกติ ทีฆภาณกา ชาตกาทีนํ อภิธมฺมปิฏเก สงฺคหํ วทนฺติ. จริยาปิฏกพุทฺธวํสานญฺเจตฺถ อคฺคหณํ ชาตกคติกตฺตา, เนตฺติเปฏโกปเทสาทีนญฺจ นิทฺเทสปฏิสมฺภิทามคฺคคติกตฺตา. มชฺฌิมภาณกา ปน อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน เทสิตานํ ชาตกาทีนํ ยถานุโลมเทสนาภาวโต ตาทิเส สุตฺตนฺตปิฏเก สงฺคโห ยุตฺโต, น ปน สภาวธมฺมนิทฺเทสภูเต ยถาธมฺมสาสเน อภิธมฺมปิฏเก, นาปิ ปญฺญตฺตินิทฺเทสภูเต ยถาปราธสาสเน วินยปิฏเกติ ชาตกาทีนํ สุตฺตนฺตปิฏกปริยาปนฺนตํ วทนฺติ. ยุตฺตเมตฺถ วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ.

เอวํ นิมิตฺตปโยชนกาลเทสการกกรณปฺปกาเรหิ ปฐมํ สงฺคีตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตตฺถ ววตฺถาปิเตสุ ธมฺมวินเยสุ นานปฺปการโกสลฺลตฺถํ เอกวิธาทิเภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวเมต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘เอว’’นฺติ อิมินา เอตสทฺเทน ปรามสิตพฺพํ ยถาวุตฺตสงฺคีติปฺปการํ นิทสฺเสติ. ‘‘ยญฺหี’’ติอาทิ วิตฺถาโร. อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธินฺติ อนาวรณญาณปทฏฺฐานํ มคฺคญาณํ, มคฺคญาณปทฏฺฐานญฺจ อนาวรณญาณํ. เอตฺถนฺตเรติ อภิสมฺพุชฺฌนสฺส, ปรินิพฺพายนสฺส จ วิวเร. ตเทตํ ปญฺจจตฺตาลีส วสฺสานีติ กาลวเสน นิยเมติ. ปจฺจเวกฺขนฺเตน วาติ อุทานาทิวเสน ปวตฺตธมฺมํ สนฺธายาห. ยํ วจนํ วุตฺตํ, สพฺพํ ตนฺติ สมฺพนฺโธ. กึ ปเนตนฺติ อาห ‘‘วิมุตฺติรสเมวา’’ติ, น ตทญฺญรสนฺติ วุตฺตํ โหติ. วิมุจฺจิตฺถาติ วิมุตฺติ, รสิตพฺพํ อสฺสาเทตพฺพนฺติ รสํ, วิมุตฺติสงฺขาตํ รสเมตสฺสาติ วิมุตฺติรสํ, อรหตฺตผลสฺสาทนฺติ อตฺโถ. อยํ อาจริยสาริปุตฺตตฺเถรสฺส มติ (สารตฺถ. ฏี. ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา). อาจริยธมฺมปาลตฺเถโร ปน ตํ เกจิวาทํ กตฺวา อิมมตฺถมาห ‘‘วิมุจฺจติ วิมุจฺจิตฺถาติ วิมุตฺติ, ยถารหํ มคฺโค ผลญฺจ. รสนฺติ คุโณ, สมฺปตฺติกิจฺจํ วา, วุตฺตนเยน สมาโส. วิมุตฺตานิสํสํ, วิมุตฺติสมฺปตฺติกํ วา มคฺคผลนิปฺผาทนโต, วิมุตฺติกิจฺจํ วา กิเลสานมจฺจนฺตวิมุตฺติสมฺปาทนโตติ อตฺโถ’’ติ (ที. นิ. ฏี. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา). องฺคุตฺตรฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อตฺถรสสฺสาทีสุ อตฺถรโส นาม จตฺตาริ สามญฺญผลานิ, ธมฺมรโส นาม จตฺตาโร มคฺคา, วิมุตฺติรโส นาม อมตนิพฺพาน’’นฺติ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๓๓๕) วุตฺตํ.

กิญฺจาปิ อวิเสเสน สพฺพมฺปิ พุทฺธวจนํ กิเลสวินยเนน วินโย, ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน อปายปตนาทิโต ธารเณน ธมฺโม จ โหติ, ตถาปิ อิธาธิปฺเปเตเยว ธมฺมวินเย วตฺติจฺฉาวเสน สรูปโต นิทฺธาเรตุํ ‘‘ตตฺถ วินยปิฏก’’นฺติอาทิมาห. อวเสสํ พุทฺธวจนํ ธมฺโม ขนฺธาทิวเสน สภาวธมฺมเทสนาพาหุลฺลโต. อถ วา ยทิปิ วินโย จ ธมฺโมเยว ปริยตฺติยาทิภาวโต, ตถาปิ วินยสทฺทสนฺนิธาเน ภินฺนาธิกรณภาเวน ปยุตฺโต ธมฺมสทฺโท วินยตนฺติ วิปรีตํ ตนฺติเมว ทีเปติ ยถา ‘‘ปุญฺญญาณสมฺภารา, โคพลีพทฺท’’นฺติ. ปโยควเสน ตํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘เตเนวาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เยน วินย…เป… ธมฺโม, เตเนว เตสํ ตถาภาวํ สงฺคีติกฺขนฺธเก (จูฬว. ๓๔๗) อาหาติ อตฺโถ.

‘‘อเนกชาติสํสาร’’นฺติ อยํ คาถา ภควตา อตฺตโน สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานํ อรหตฺตปฺปตฺตึ ปจฺจเวกฺขนฺเตน เอกูนวีสติมสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณสฺส อนนฺตรํ ภาสิตา, ตสฺมา ‘‘ปฐมพุทฺธวจน’’นฺติ วุตฺตา. อิทํ กิร สพฺพพุทฺเธหิ อวิชหิตํ อุทานํ. อยมสฺส สงฺเขปตฺโถ – อหํ อิมสฺส อตฺตภาวสงฺขาตสฺส เคหสฺส การกํ ตณฺหาวฑฺฒกึ คเวสนฺโต เยน ญาเณน ตํ ทฏฺฐุํ สกฺกา, ตสฺส โพธิญาณสฺสตฺถาย ทีปงฺกรปาทมูเล กตาภินีหาโร เอตฺตกํ กาลํ อเนกชาติสํสารํ อเนกชาติสตสหสฺสสงฺขฺยํ สํสารวฏฺฏํ อนิพฺพิสํ อนิพฺพิสนฺโต ตํ ญาณํ อวินฺทนฺโต อลภนฺโตเยว สนฺธาวิสฺสํ สํสรึ. ยสฺมา ชราพฺยาธิมรณมิสฺสตาย ชาติ นาเมสา ปุนปฺปุนํ อุปคนฺตุํ ทุกฺขา, น จ สา ตสฺมึ อทิฏฺเฐ นิวตฺตติ, ตสฺมา ตํ คเวสนฺโต สนฺธาวิสฺสนฺติ อตฺโถ. อิทานิ โภ อตฺตภาวสงฺขาตสฺส เคหสฺส การก ตณฺหาวฑฺฒกิ ตฺวํ มยา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌนฺเตน ทิฏฺโฐ อสิ. ปุน อิมํ อตฺตภาวสงฺขาตํ มม เคหํ น กาหสิ น กริสฺสสิ. ตว สพฺพา อวเสสกิเลส ผาสุกา มยา ภคฺคา ภญฺชิตา. อิมสฺส ตยา กตสฺส อตฺตภาวสงฺขาตสฺส เคหสฺส กูฏํ อวิชฺชาสงฺขาตํ กณฺณิกมณฺฑลํ วิสงฺขตํ วิทฺธํสิตํ. อิทานิ มม จิตฺตํ วิสงฺขารํ นิพฺพานํ อารมฺมณกรณวเสน คตํ อนุปวิฏฺฐํ. อหญฺจ ตณฺหานํ ขย สงฺขาตํ อรหตฺตมคฺคํ, อรหตฺตผลํ วา อชฺฌคา อธิคโต ปตฺโตสฺมีติ. คณฺฐิปเทสุ ปน วิสงฺขารคตํ จิตฺตเมว ตณฺหานํ ขยสงฺขาตํ อรหตฺตมคฺคํ, อรหตฺตผลํ วา อชฺฌคา อธิคตนฺติ อตฺโถ วุตฺโต.

‘‘สนฺธาวิสฺส’’นฺติ เอตฺถ จ ‘‘คาถายมตีตตฺเถ อิมิสฺส’’นฺติ เนรุตฺติกา. ‘‘ตํกาลวจนิจฺฉายมตีเตปิ ภวิสฺสนฺตี’’ติ เกจิ. ปุนปฺปุนนฺติ อภิณฺหตฺเถ นิปาโต. ปาตพฺพา รกฺขิตพฺพาติ ผาสุ ป-การสฺส ผ-การํ กตฺวา, ผุสิตพฺพาติ วา ผาสุ, สาเยว ผาสุกา. อชฺฌคาติ จ ‘‘อชฺชตนิยมาตฺตมึ วา อํ วา’’ติ วทนฺติ. ยทิ ปน จิตฺตเมว กตฺตา, ตทา ปโรกฺขาเยว. อนฺโตชปฺปนวเสน กิร ภควา ‘‘อเนกชาติสํสาร’’นฺติ คาถาทฺวยมาห, ตสฺมา เอสา มนสา ปวตฺติตธมฺมานมาทิ. ‘‘ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา’’ติ อยํ ปน วาจาย ปวตฺติตธมฺมานนฺติ วทนฺติ.

เกจีติ ขนฺธกภาณกา. ปฐมํ วุตฺโต ปน ธมฺมปทภาณกานํ วาโท. ยทา…เป… ธมฺมาติ เอตฺถ นิทสฺสนตฺโถ, อาทฺยตฺโถ จ อิติ-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐ. นิทสฺสเนน หิ มริยาทวจเนน วินา ปทตฺถวิปลฺลาสการินาว อตฺโถ ปริปุณฺโณ น โหติ. ตตฺถ อาทฺยตฺถเมว อิติ-สทฺทํ คเหตฺวา อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ‘‘เตน อาตาปิโน…เป… สเหตุธมฺม’นฺติอาทิคาถาตฺตยํ สงฺคณฺหาตี’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) อาจริยสาริปุตฺตตฺเถเรน วุตฺตํ. ขนฺธเกติ มหาวคฺเค. อุทานคาถนฺติ ชาติยา เอกวจนํ, ตตฺถาปิ วา ปฐมคาถเมว คเหตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

เอตฺถ จ ขนฺธกภาณกา เอวํ วทนฺติ ‘‘ธมฺมปทภาณกานํ คาถา มนสาว เทสิตตฺตา ตทา มหโต ชนสฺส อุปการาย นาโหสิ, อมฺหากํ ปน คาถา วจีเภทํ กตฺวา เทสิตตฺตา ตทา สุณนฺตานํ เทวพฺรหฺมานํ อุปการาย อโหสิ, ตสฺมา อิทเมว ปฐมพุทฺธวจน’’นฺติ. ธมฺมปทภาณกา ปน ‘‘เทสนาย ชนสฺส อุปการานุปการภาโว ปฐมภาเว ลกฺขณํ น โหติ, ภควตา มนสา ปฐมํ เทสิตตฺตา อิทเมว ปฐมพุทฺธวจน’’นฺติ วทนฺติ. ตสฺมา อุภยมฺปิ อุภยถา ยุชฺชตีติ เวทิตพฺพํ. นนุ จ ยทิ ‘‘อเนกชาติสํสาร’’นฺติ คาถา มนสาว เทสิตา, อถ กสฺมา ธมฺมปทฏฺฐกถายํ ‘‘อเนกชาติสํสาร’นฺติ อิมํ ธมฺมเทสนํ สตฺถา โพธิรุกฺขมูเล นิสินฺโน อุทานวเสน อุทาเนตฺวา อปรภาเค อานนฺทตฺเถเรน ปุฏฺโฐ กเถสี’’ติ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๑๕๒ อุทานวตฺถุ) วุตฺตนฺติ? อตฺถวเสน ตถาเยว คเหตพฺพตฺตา. ตตฺถาปิ หิ มนสา อุทาเนตฺวาติ อตฺโถเยว คเหตพฺโพ. เทสนา วิย หิ อุทานมฺปิ มนสา อุทานํ, วจสา อุทานนฺติ ทฺวิธา วิญฺญายติ. ยทิ จายํ วจสา อุทานํ สิยา, อุทานปาฬิยมารุฬฺหา ภเวยฺย, ตสฺมา อุทานปาฬิยมนารุฬฺหภาโวเยว วจสา อนุทาเนตฺวา มนสา อุทานภาเว การณนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘ปาฏิปททิวเส’’ติ อิทํ ‘‘สพฺพญฺญุภาวปฺปตฺตสฺสา’’ติ เอเตน น สมฺพชฺฌิตพฺพํ, ‘‘ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อุปฺปนฺนา’’ติ เอเตน ปน สมฺพชฺฌิตพฺพํ. วิสาขปุณฺณมายเมว หิ ภควา ปจฺจูสสมเย สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต. โลกิยสมเย ปน เอวมฺปิ สมฺพชฺฌนํ ภวติ, ตถาปิ เนส สาสนสมโยติ น คเหตพฺพํ. โสมนสฺสเมว โสมนสฺสมยํ ยถา ‘‘ทานมยํ, สีลมย’’นฺติ, (ที. นิ. ๓.๓๐๕; อิติวุ. ๖๐; เนตฺติ. ๓๔) ตํสมฺปยุตฺตญาเณนาติ อตฺโถ. โสมนสฺเสน วา สหชาตาทิสตฺติยา ปกตํ, ตาทิเสน ญาเณนาติปิ วฏฺฏติ.

หนฺทาติ โจทนตฺเถ นิปาโต. อิงฺฆ สมฺปาเทถาติ หิ โจเทติ. อามนฺตยามีติ ปฏิเวทยามิ, โพเธมีติ อตฺโถ. โวติ ปน ‘‘อามนฺตยามี’’ติ เอตสฺส กมฺมปทํ. ‘‘อามนฺตนตฺเถ ทุติยาเยว, น จตุตฺถี’’ติ หิ วตฺวา ตเมวุทาหรนฺติ อกฺขรจินฺตกา. วยธมฺมาติ อนิจฺจลกฺขณมุเขน สงฺขารานํ ทุกฺขานตฺตลกฺขณมฺปิ วิภาเวติ ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ. ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๕, ๔๕, ๗๖, ๗๗; ๒.๓.๑, ๔; ปฏิ. ม. ๒.๑๐) วจนโต. ลกฺขณตฺตยวิภาวนนเยเนว จ ตทารมฺมณํ วิปสฺสนํ ทสฺเสนฺโต สพฺพติตฺถิยานํ อวิสยภูตํ พุทฺธาเวณิกํ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานาธิฏฺฐานํ อวิปรีตํ นิพฺพานคามินิปฏิปทํ ปกาเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อิทานิ ตตฺถ สมฺมาปฏิปตฺติยํ นิโยเชติ ‘‘อปฺปมาเทน สมฺปาเทถา’’ติ, ตาย จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานาธิฏฺฐานาย อวิปรีตนิพฺพานคามินิปฏิปทาย อปฺปมาเทน สมฺปาเทถาติ อตฺโถ. อปิจ ‘‘วยธมฺมา สงฺขารา’’ติ เอเตน สงฺเขเปน สํเวเชตฺวา ‘‘อปฺปมาเทน สมฺปาเทถา’’ติ สงฺเขเปเนว นิรวเสสํ สมฺมาปฏิปตฺตึ ทสฺเสติ. อปฺปมาทปทญฺหิ สิกฺขตฺตยสงฺคหิตํ เกวลปริปุณฺณํ สาสนํ ปริยาทิยิตฺวา ติฏฺฐติ, สิกฺขตฺตยสงฺคหิตาย เกวลปริปุณฺณาย สาสนสงฺขาตาย สมฺมาปฏิปตฺติยา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถาติ อตฺโถ. อุภินฺนมนฺตเรติ ทฺวินฺนํ วจนานมนฺตราเฬ เวมชฺเฌ. เอตฺถ หิ กาลวตา กาโลปิ นิทสฺสิโต ตทวินาภาวิตฺตาติ เวทิตพฺโพ.

สุตฺตนฺตปิฏกนฺติ เอตฺถ สุตฺตเมว สุตฺตนฺตํ ยถา ‘‘กมฺมนฺตํ, วนนฺต’’นฺติ. สงฺคีตญฺจ อสงฺคีตญฺจาติ สพฺพสรูปมาห. ‘‘อสงฺคีตนฺติ จ สงฺคีติกฺขนฺธกกถาวตฺถุปฺปกรณาทิ. เกจิ ปน ‘สุภสุตฺตํ (ที. นิ. ๑.๔๔๔) ปฐมสงฺคีติยมสงฺคีต’นฺติ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ. ปฐมสงฺคีติโต ปุเรตรเมว หิ อายสฺมตา อานนฺทตฺเถเรน เชตวเน วิหรนฺเตน สุภสฺส มาณวสฺส ภาสิต’’นฺติ (ที. นิ. ฏี. ปฐมมหาสงฺคีติกถาวณฺณนา) อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ. สุภสุตฺตํ ปน ‘‘เอวํ เม สุตฺตํ เอกํ สมยํ อายสฺมา อานนฺโท สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม อจิรปรินิพฺพุเต ภควตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๑.๔๔๔) อาคตํ. ตตฺถ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิวจนํ ปฐมสงฺคีติยํ อายสฺมตา อานนฺทตฺเถเรเนว วตฺตุํ ยุตฺตรูปํ น โหติ. น หิ อานนฺทตฺเถโร สยเมว สุภสุตฺตํ เทเสตฺวา ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทีนิ วทติ. เอวํ ปน วตฺตพฺพํ สิยา ‘‘เอกมิทาหํ ภนฺเต สมยํ สาวตฺถิยํ วิหรามิ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติอาทิ. ตสฺมา ทุติยตติยสงฺคีติการเกหิ ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทินา สุภสุตฺตํ สงฺคีติมาโรปิตํ วิย ทิสฺสติ. อถาจริยธมฺมปาลตฺเถรสฺส เอวมธิปฺปาโย สิยา ‘‘อานนฺทตฺเถเรเนว วุตฺตมฺปิ สุภสุตฺตํ ปฐมสงฺคีติมาโรเปตฺวา ตนฺตึ ฐเปตุกาเมหิ มหากสฺสปตฺเถราทีหิ อญฺเญสุ สุตฺเตสุ อาคตนเยเนว ‘เอวํ เม สุต’นฺติอาทินา ตนฺติ ฐปิตา’’ติ. เอวํ สติ ยุชฺเชยฺย. อถ วา อายสฺมา อานนฺโท สุภสุตฺตํ สยํ เทเสนฺโตปิ สามญฺญผลาทีสุ ภควตา เทสิตนเยเนว เทเสสีติ ภควโต สมฺมุขา ลทฺธนเย ฐตฺวา เทสิตตฺตา ภควตา เทสิตํ ธมฺมํ อตฺตนิ อทหนฺโต ‘‘เอวํ เม สุต’’นฺติอาทิมาหาติ เอวมธิปฺปาเยปิ สติ ยุชฺชเตว. ‘‘อนุสงฺคีตญฺจา’’ติปิ ปาโฐ. ทุติยตติยสงฺคีตีสุ ปุน สงฺคีตญฺจาติ อตฺถวเสน นินฺนานากรณเมว. สโมธาเนตฺวา วินยปิฏกํ นาม เวทิตพฺพํ, สุตฺต…เป… อภิธมฺมปิฏกํ นาม เวทิตพฺพนฺติ โยชนา.

ภิกฺขุภิกฺขุนีปาติโมกฺขวเสน อุภยานิ ปาติโมกฺขานิ. ภิกฺขุภิกฺขุนีวิภงฺควเสน เทฺว วิภงฺคา. มหาวคฺคจูฬวคฺเคสุ อาคตา ทฺวาวีสติ ขนฺธกา. ปจฺเจกํ โสฬสหิ วาเรหิ อุปลกฺขิตตฺตา โสฬส ปริวาราติ วุตฺตํ. ปริวารปาฬิยญฺหิ มหาวิภงฺเค โสฬส วารา, ภิกฺขุนีวิภงฺเค โสฬส วารา จาติ พาตฺตึส วารา อาคตา. โปตฺถเกสุ ปน กตฺถจิ ‘‘ปริวารา’’ติ เอตฺตกเมว ทิสฺสติ, พหูสุ ปน โปตฺถเกสุ วินยฏฺฐกถายํ, อภิธมฺมฏฺฐกถายญฺจ ‘‘โสฬส ปริวารา’’ติ เอวเมว ทิสฺสมานตฺตา อยมฺปิ ปาโฐ น สกฺกา ปฏิพาหิตุนฺติ ตสฺเสวตฺโถ วุตฺโต. ‘‘อิตี’’ติ ยถาวุตฺตํ พุทฺธวจนํ นิทสฺเสตฺวา ‘‘อิท’’นฺติ ตํ ปรามสติ. อิติ-สทฺโท วา อิทมตฺเถ, อิทนฺติ วจนสิลิฏฺฐตามตฺตํ, อิติ อิทนฺติ วา ปริยายทฺวยํ อิทมตฺเถเยว วตฺตติ ‘‘อิทาเนตรหิ วิชฺชตี’’ติอาทีสุ วิย. เอส นโย อีทิเสสุ. พฺรหฺมชาลาทีนิ จตุตฺตึส สุตฺตานิ สงฺคยฺหนฺติ เอตฺถ, เอเตน วา, เตสํ วา สงฺคโห คณนา เอตสฺสาติ พฺรหฺมชาลาทิจตุตฺตึสสุตฺตสงฺคโห. เอวมิตเรสุปิ. เหฏฺฐา วุตฺเตสุ ทีฆภาณกมชฺฌิมภาณกานํ วาเทสุ มชฺฌิมภาณกานญฺเญว วาทสฺส ยุตฺตตรตฺตา ขุทฺทกปาฐาทโยปิ สุตฺตนฺตปิฏเกเยว สงฺคเหตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ขุทฺทก…เป… สุตฺตนฺตปิฏกํ นามา’’ติ อาห. ตตฺถ ‘‘สุณาถ ภาวิตตฺตานํ, คาถา อตฺถูปนายิกาติ (เถรคา. นิทานคาถา) วุตฺตตฺตา ‘‘เถรคาถา เถรีคาถา’’ติ จ ปาโฐ ยุตฺโต.

เอวํ สรูปโต ปิฏกตฺตยํ นิยเมตฺวา อิทานิ นิพฺพจนํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ เตสุ ติพฺพิเธสุ ปิฏเกสุ. วิวิธวิเสสนยตฺตาติ วิวิธนยตฺตา, วิเสสนยตฺตา จ. วินยนโตติ วินยนภาวโต, ภาวปฺปธานนิทฺเทโสยํ, ภาวโลโป วา, อิตรถา ทพฺพเมว ปธานํ สิยา, ตถา จ สติ วินยนตาคุณสมงฺคินา วินยทพฺเพเนว เหตุภูเตน วินโยติ อกฺขาโต, น ปน วินยนตาคุเณนาติ อนธิปฺเปตตฺถปฺปสงฺโค ภเวยฺย. อยํ นโย เอทิเสสุ. วินียเต วา วินยนํ, ตโตติ อตฺโถ. อยํ วินโยติ อตฺถปญฺญตฺติภูโต สญฺญีสงฺขาโต อยํ ตนฺติ วินโย. วินโยติ อกฺขาโตติ สทฺทปญฺญตฺติภูโต สญฺญาสงฺขาโต วินโย นามาติ กถิโต. อตฺถปญฺญตฺติยา หิ นามปญฺญตฺติวิภาวนํ นิพฺพจนนฺติ.

อิทานิ อิมิสฺสา คาถาย อตฺถํ วิภาเวนฺโต อาห ‘‘วิวิธา หี’’ติอาทิ. ‘‘วิวิธา เอตฺถ นยา, ตสฺมา วิวิธนยตฺตา วินโยติ อกฺขาโต’’ติอาทินา โยเชตพฺพํ. วิวิธตฺตํ สรูปโต ทสฺเสติ ‘‘ปญฺจวิธา’’ติอาทินา, ตถา วิเสสตฺตมฺปิ ‘‘ทฬฺหีกมฺมา’’ติอาทินา. โลกวชฺเชสุ สิกฺขาปเทสุ ทฬฺหีกมฺมปโยชนา, ปณฺณตฺติวชฺเชสุ สิถิลกรณปโยชนา. สญฺญมเวลํ อภิภวิตฺวา ปวตฺโต อาจาโร อชฺฌาจาโร, วีติกฺกโม, กาเย, วาจาย จ ปวตฺโต โส, ตสฺส นิเสธนํ ตถา, เตน ตถานิเสธนเมว ปริยาเยน กายวาจาวินยนํ นามาติ ทสฺเสติ. ‘‘ตสฺมา’’ติ วตฺวา ตสฺสาเนกธา ปรามสนมาห ‘‘วิวิธนยตฺตา’’ติอาทิ. ยถาวุตฺตา จ คาถา อีทิสสฺส นิพฺพจนสฺส ปกาสนตฺถํ วุตฺตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘เตนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตนาติ วิวิธนยตฺตาทิเหตุนา กรณภูเตนาติ วทนฺติ. อปิจ ‘‘วิวิธา หี’’ติอาทิวากฺยสฺส ยถาวุตฺตสฺส คุณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตนา’’ติอาทิมาหาติปิ สมฺพนฺธํ วทนฺติ. เอวํ สติ เตนาติ วิวิธนยตฺตาทินา เหตุภูเตนาติ อตฺโถ. อถ วา ยถาวุตฺตวจนเมว สนฺธาย โปราเณหิ อยํ คาถา วุตฺตาติ สํสนฺเทตุํ ‘‘เตนา’’ติอาทิ วุตฺตนฺติปิ วทนฺติ, ทุติยนเย วิย ‘‘เตนา’’ติ ปทสฺส อตฺโถ. เอตนฺติ คาถาวจนํ. เอตสฺสาติ วินยสทฺทสฺส, ‘‘วจนตฺถา’’ติ ปเทน สมฺพนฺโธ. ‘‘วจนสฺส อตฺโถ’’ติ หิ สมฺพนฺเธ วุตฺเตปิ ตสฺส วจนสามญฺญโต วิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตสฺสา’’ติ ปุน วุตฺตํ. เนรุตฺติกา ปน สมาสตทฺธิเตสุ สิทฺเธสุ สามญฺญตฺตา, นามสทฺทตฺตา จ เอทิเสสุ สทฺทนฺตเรน วิเสสิตภาวํ อิจฺฉนฺติ.