(๒) สงฺขฺยาวารวณฺณนา

๗๓. ยถา อญฺญมญฺญปจฺจเย วิเสโส วิภงฺเค อตฺถีติ อิทํ เหตุปจฺจยาทิวิภงฺคโต วิเสสภาวสามญฺเญน วุตฺตํ. น หิ ยาทิโส อญฺญมญฺญปจฺจยวิภงฺเค วิเสโส, ตาทิโส ปุเรชาตปจฺจยวิภงฺเค. ตถา หิ อญฺญมญฺญปจฺจเย ปฏิสนฺธิ ลพฺภติ, น ปุเรชาตปจฺจเย. ‘‘วิปากาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจา’’ติอาทิเก วิภงฺเคติ อิมินา ยสฺมึ ปจฺจเย วิปากาพฺยากตํ อุทฺธฏํ, ตํ นิทสฺสนวเสน ทสฺเสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา เหตุปจฺจยาทีสุ ‘‘วิปากาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจา’’ติอาทินา วิภงฺเค วิปากาพฺยากตํ อุทฺธฏํ อตฺถิ, เอวํ วิปากาพฺยากตาภาวํ อาเสวนปจฺจเย วิเสสํ ทสฺเสตีติ.

๗๔. เอตสฺมึ อนุโลเมติ อิมสฺมึ ปฏิจฺจวาเร ปจฺจยานุโลเม. สุทฺธิกนเยติ ปฐเม นเย. ทสฺสิตคณนโตติ ‘‘นว, ตีณิ, เอก’’นฺติ เอวํ สงฺเขปโต ทสฺสิตคณนโต. ตโต ปเรสุ นเยสูติ ตโต ปฐมนยโต ปเรสุ ทุติยาทินเยสุ. อญฺญิสฺสาติ นวาทิเภทโต อญฺญิสฺสา คณนาย. อพหุคณเนน ยุตฺตสฺส พหุคณนสฺส ปจฺจยสฺส, เตน อพหุคณเนน. สมานคณนตา จาติ จ-สทฺโท พฺยติเรโก. เตน ปจฺจนียโต อนุโลเม โย วิเสโส วุจฺจติ, ตํ โชเตติ. เตนาห ‘‘อนุโลเมเยว ทฏฺฐพฺพา’’ติ. อนุโลเมเยวาติ อวธารเณน นิวตฺติตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปจฺจนีเย…เป… วกฺขตี’’ติ วุตฺตํ.

๗๖-๗๙. เต ปน เตรสมูลกาทิเก นเย สาเสวนสวิปาเกสุ ทฺวีสุ ทฺวาวีสติมูลเกสุ สาเสวนเมว คเหตฺวา อิตรํ ปชหนฺโต อาห ‘‘ปจฺฉาชาตวิปากานํ ปริหีนตฺตา’’ติ. วิโรธาภาเว สตีติ อิทํ ‘‘สิยา กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติอาทีสุ วิย ปริกปฺปวจนํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ปุจฺฉาย ทสฺสิตนเยนา’’ติ. ตสฺส จ เตวีสติมูลกสฺส. นามนฺติ เตวีสติมูลกนฺติ นามํ. ทฺวาวีสติ…เป… วุตฺตนฺติ เอเตน ทฺวาวีสติมูลโกว ปรมตฺถโต ลพฺภติ, น เตวีสติมูลโกติ ทสฺเสติ.

อญฺญปทานีติ เหตุอธิปติปทาทีนิ. สุทฺธิกนโยติ ปฐมนโย, ยํ อฏฺฐกถายํ ‘‘เอกมูล’’นฺติ วุตฺตํ. อารมฺมณมูลกาทีสุ น ลพฺภตีติ ทุมูลกาทีสุ ตํ น โยชียติ. เหฏฺฐิมํ เหฏฺฐิมํ โสเธตฺวา เอว หิ อภิธมฺมปาฬิ ปวตฺตา, ตสฺมา ‘‘อารมฺมเณ…เป… ปญฺหา’’ติ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถาติ ‘‘ตีณิเยว ปญฺหา’’ติ ปาเฐ. ‘‘วตฺตุ อธิปฺปายานุวิธายี สทฺทปฺปโยโค’’ติ กตฺวา อธิปฺปายํ วิภาเวนฺโต อาห ‘‘ตโต อุทฺธํ คณนํ นิวาเรติ, น อโธ ปฏิกฺขิปตี’’ติ. คณนาย อุปนิกฺขิตฺตปญฺญตฺติภาวโต เหฏฺฐาคณนํ อมุญฺจิตฺวาว อุปริคณนา สมฺภวตีติ อาห ‘‘ตีสุ เอกสฺส อนฺโตคธตาย จ ‘ตีณิเยวา’ติ วุตฺต’’นฺติ. อตฺตโน วจนนฺติ ‘‘ตตฺริทํ ลกฺขณ’’นฺติอาทินา วุตฺตํ อตฺตโน วจนํ.

๘๐-๘๕. อวิคตา…เป… วุตฺเตปิ วิปลฺลาสโยชนํ อกตฺวาติ อธิปฺปาโย. สา ทสฺสิตา โหตีติ สา วิปลฺลาสโยชนํ อกตฺวา ทสฺสิยมานา ยทิปิ ทสฺสิตา โหติ, น เอวํ อาวิกรณวเสน ทสฺสิตา โหติ ตาทิสสฺส ลิงฺคนสฺส อภาวโต ยถา วิปลฺลาสโยชนายนฺติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘วิปลฺลาส…เป… โหตี’’ติ. เอวเมว อธิปฺปาโย โยเชตพฺโพติ ‘‘เย…เป… ตํ ทสฺเสตุ’’นฺติ เอตฺถ ‘‘ยทิปิ อวิคตานนฺตร’’นฺติอาทินา ยถา อธิปฺปาโย โยชิโต, เอวเมว ‘‘เตเนตํ อาวิกโรตี’’ติ เอตฺถาปิ อธิปฺปาโย โยเชตพฺโพ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยถา ตตฺถ ‘‘อูนตรคณเนหิ สมานคณเนหิ จ สทฺธึ สํสนฺทเน อูนตรา สมานา จ คณนา โหตี’’ติ อยมตฺโถ ญาปนวเสน ทสฺสิโต, เอวมิธาปีติ. เตน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘อารมฺมณปจฺจโย เยน เยน พหุตรคณเนน วา สมานคณเนน วา ปจฺจเยน สทฺธึ ติกทุกาทิเภทํ คจฺฉติ, สพฺพตฺถ ตีเณว ปญฺหวิสฺสชฺชนานิ เวทิตพฺพานี’’ติ. น เกวลมตฺถวิเสสาวิกรณตฺถเมเวตฺถ ตถา โยชนา กตา, อถ โข เทสนากฺกโมเยว โสติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปจฺจนียาทีสุปิ ปนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ มูลปทนฺติ อารมฺมณปจฺจยาทิกํ ตสฺมึ ตสฺมึ นเย มูลภูตํ ปทํ. ตตฺถาติ ปจฺจนียาทีสุ. เอตํ ลกฺขณนฺติ ‘‘ตตฺริทํ ลกฺขณ’’นฺติอาทินา วุตฺตลกฺขณํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ปุพฺเพนาปรํ ปาฬิ เอวเมว ปวตฺตา, ตสฺมา เอว. เตน มูลปทํ อาทิมฺหิเยว ฐเปตฺวา เทสนา ญายาคตาติ ทสฺเสติ. ยทิ เอวํ ลิงฺคเนน อตฺถวิเสสาวิกรณํ กถนฺติ อาห ‘‘น จ วิญฺญาเต อตฺเถ วจเนน ลิงฺเคน จ ปโยชนํ อตฺถี’’ติ.

ปจฺจยานุโลมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.