ปุจฺฉาวาโร
๑. ปจฺจยานุโลมวณฺณนา
เอเกกํ ติกํ ทุกญฺจาติ กุสลตฺติกาทีสุ พาวีสติยา ติเกสุ เหตุทุกาทีสุ สตํ ทุเกสุ เอเกกํ ติกํ ทุกญฺจ. น ติกทุกนฺติ ตุลฺยโยคีนํ น ติกทุกนฺติ อตฺโถ. ติกวิสิฏฺฐํ ปน ทุกํ, ทุกวิสิฏฺฐญฺจ ติกํ, ติกวิสิฏฺฐติกทุกวิสิฏฺฐทุเกสุ วิย นิสฺสาย อุปริ เทสนา ปวตฺตา เอวาติ.
เย กุสลาทิธมฺเม ปฏิจฺจาติ วุตฺตา ‘‘กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา’’ติอาทีสุ, เต กุสลาทิธมฺมา ปฏิจฺจตฺถํ ผรนฺตา เหตุอาทิปจฺจยฏฺฐํ สาเธนฺตา กุสลาทิปจฺจยา เจวาติ อตฺโถ. เตเนวาหาติ ยสฺมา ปจฺจยธมฺมานํ ปจฺจยุปฺปนฺเนสุ ปฏิจฺจตฺถผรณํ อุภเยสํ เตสํ สหภาเว สติ, นาญฺญถา. เตเนว การเณนาห ‘‘เต จ โข สหชาตาวา’’ติ. เตติ เหตุอาทิปจฺจยา. เตสุ หิ เหตุสหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยาทโย สหชาตา, อนนฺตรสมนนฺตราทโย อสหชาตา ปจฺจยา โหนฺตีติ. เอเตหิ ทฺวีหิ วาเรหิ อิตเรตรตฺถโพธนวเสน ปวตฺตาย เทสนาย กึ สาธิตํ โหตีติ อาห ‘‘เอวญฺจ นิรุตฺติโกสลฺลํ ชนิตํ โหตี’’ติ.
เต เต ปเญฺห อุทฺธริตฺวาติ ‘‘สิยา กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติอาทโย เย เย ปญฺหา วิสฺสชฺชนํ ลภนฺติ, เต เต ปเญฺห อุทฺธริตฺวา. ปมาทเลขา เอสาติ อิทํ ‘‘กุสโล เหตุ เหตุสมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมาน’’นฺติ ลิขิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปฏิจฺจสหชาตวาเรสุ สหชาตปจฺจโย, ปจฺจยนิสฺสยวาเรสุ นิสฺสยปจฺจโย, สํสฏฺฐสมฺปยุตฺตวาเรสุ สมฺปยุตฺตปจฺจโย เอกนฺติโกติ กตฺวา วุตฺโตติ อาห ‘‘ปุริมวาเรสุ…เป… นิยเมตฺวา’’ติ. ตตฺถาติ เตสุ ปุริมวาเรสุ ฉสุ. น วิญฺญายนฺติ สรูปโต อนุทฺธฏตฺตา. เอวมาทีหิ ปเญฺหหิ. เหตาทิปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺเนสูติ เหตุอาทีสุ ปจฺจยธมฺเมสุ สมฺปยุตฺตกฺขนฺธาทิเภเทสุ เตสํ ปจฺจยุปฺปนฺเนสุ. นิทฺธารเณ เจตํ ภุมฺมํ. เหตาทิปจฺจยานํ นิจฺฉยาภาวโตติ ‘‘อิเม นาม เต เหตุอาทโย ปจฺจยธมฺมา’’ติ นิจฺฉยาภาวโต สรูปโต อนิทฺธาริตตฺตา. ยถา หิ นาม นานาชฏาชฏิตํ คุมฺพนฺตรคตญฺจ ตํสทิสํ สรูปโต อทิสฺสมานํ อิทํ ตนฺติ น วินิจฺฉินียติ, เอวํ ญาตุํ อิจฺฉิโตปิ อตฺโถ สรูปโต อนิทฺธาริโต นิชฺชโฏ นิคุมฺโพ จ นาม น โหติ นิจฺฉยาภาวโต, สรูปโต ปน ตสฺมึ นิทฺธาริเต ตพฺพิสยสฺส นิจฺฉยสฺส วเสน ปุคฺคลสฺส อสมฺพุทฺธภาวาปฺปตฺติยา โส ปโญฺห นิชฺชโฏ นิคุมฺโพ จ นาม โหตีติ อาห ‘‘นิจฺฉยาภาวโต เต ปญฺหา นิชฺชฏา นิคุมฺพา จ กตฺวา น วิภตฺตา’’ติ, ‘‘น โกจิ ปุจฺฉาสงฺคหิโต…เป… วิภตฺตา’’ติ จ. ตนฺติ ปญฺหาวิสฺสชฺชนํ สนฺธาย นิชฺชฏตา น วุตฺตา, อถ โข นิจฺฉยุปฺปาทนนฺติ อธิปฺปาโย.
ฐปนํ นาม อิธ วิเนยฺยสนฺตาเน ปติฏฺฐปนํ, ตํ ปน ตสฺส อตฺถสฺส ทีปนํ โชตนนฺติ อาห ‘‘ปกาสิตตฺตา’’ติ. ปกาเรหีติ เหตุอาทิปจฺจยปฺปกาเรหิ, กุสลาทิปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนปฺปกาเรหิ วา.
๒๕-๓๔. ปริกปฺปนํ วิทหนนฺติ กตฺวา อาห ‘‘ปริกปฺปปุจฺฉาติ วิธิปุจฺฉา’’ติ. สิยาติ ภเวยฺยาติ อตฺโถ. เอโส วิธิ กึ อตฺถีติ เอเตน ‘‘สิยา’’ติ วิธิมฺหิ กิริยาปทํ. ปุจฺฉา ปน วากฺยตฺถสิทฺธา เวทิตพฺพา. ตเมว หิ วากฺยตฺถสิทฺธํ ปุจฺฉํ ทสฺเสตุํ อฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘กึ โส กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สิยา’’ติ วุตฺตํ. สํปุจฺฉนํ ปริกปฺปปุจฺฉาติ ตสฺมึ ปกฺเข หิ กิริยาย ปเทเนว ปุจฺฉา วิภาวียตีติ วุตฺตํ โหตีติ. ‘‘สิยา กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺย เหตุปจฺจยา’’ติ เอตฺถ ‘‘กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุปจฺจยา’’ติ อุภยมิทํ ปจฺจยวจนํ, ‘‘กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ ปจฺจยุปฺปนฺนวจนํ. เตสุ ปจฺจยธมฺมสฺส ปจฺจยภาเว วิภาวิเต ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส อุปฺปตฺติ อตฺถโต วิภาวิตาเยว โหตีติ ปจฺจยธมฺโมว ปุจฺฉิตพฺโพ. ตตฺถ จ ปจฺจยธมฺมวิสิฏฺโฐ ปฏิจฺจตฺโถ วา ปุจฺฉิตพฺโพ สิยา ปจฺจยวิสิฏฺโฐ วาติ ทุวิธา ปุจฺฉิตพฺพาเยว อตฺถวิกปฺปา อฏฺฐกถายํ วุตฺตา. เตสุ ปฐมสฺมึ ปุจฺฉา สโทสาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺพปุจฺฉานํ ปวตฺติโตติ กุสลมูลาทีนํ สตฺตสตฺตปุจฺฉานํ ปวตฺตนโต, อุปฺปชฺชมานํ กุสลํ. เตหิ ปจฺจเยหีติ ปจฺฉาชาตวิปากปจฺจเยหิ อุปฺปตฺติ อนุญฺญาตาติ อาปชฺชติ, น จ ตํ ยุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. ตํตํปจฺจยาติ ตโต ตโต โยนิโสมนสิการาทิปจฺจยโต. ภวนมตฺถิตา เอตฺถ น จ ปุจฺฉิตาติ ‘‘กึ สิยา’’ติ วุตฺตโยชนาย โทสมาห. เอวญฺจ กตฺวาติ อุปฺปตฺติยา เอว ปุจฺฉิตตฺตา.
ตตฺถาติ ‘‘อถ วา’’ติอาทินา วุตฺเต อตฺถนฺตเร. อุปฺปชฺเชยฺยาติ อุปฺปตฺตึ อนุชานิตฺวาติ ‘‘อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ เอตฺถ วุตฺตํ กุสลปจฺจยํ อุปฺปตฺตึ อนุชานิตฺวา. ตสฺสาติ อุปฺปตฺติยา. ภวนปุจฺฉนนฺติ เหตุปจฺจยา ภวนปุจฺฉนํ น ยุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ปุน ตสฺสาติ เหตุปจฺจยา อุปฺปตฺติยา. ภวนปุจฺฉนนฺติ เกวลํ ภวนปุจฺฉนํ. ตสฺมาติ ยสฺมา วุตฺตนเยน อุภยตฺถาปิ อุปฺปตฺติอนุชานนมุเขน ภวนปุจฺฉนํ อยุตฺตํ, ตสฺมา. อนุชานนญฺจ อฏฺฐกถายํ วุตฺเต อตฺถวิกปฺปทฺวเย อตฺถโต อาปนฺนํ, ตํ อนนุชานนฺโต อาห ‘‘อนนุชานิตฺวาวา’’ติอาทิ. สํปุจฺฉนเมวาติ อิมินา สํปุจฺฉเน ‘‘อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ อิทํ กิริยาปทนฺติ ทสฺเสติ. ยทิ เอวํ ‘‘สิยา’’ติ อิทํ กถนฺติ อาห ‘‘สิยาติ…เป… ปุจฺฉตี’’ติ. อยํ นโยติ ‘‘สิยา’’ติอาทินา อนนฺตรวุตฺโต อตฺถนโย. น วิญฺญายติ อนามฏฺฐวิเสสตฺตา. เทฺวปิ ปุจฺฉาติ สมฺภวนปุจฺฉา ตพฺพิเสสปุจฺฉา จาติ ทุวิธาปิ ปุจฺฉา เอกาเยว ปุจฺฉา สํปุจฺฉนภาวโต เอกาธิกรณภาวโต จ.
คมนุสฺสุกฺกวจนนฺติ คมนสฺส อุสฺสุกฺกวจนํ. คมนกิริยาย ยถา อตฺตโน กตฺตา อุปริ กตฺตพฺพกิริยาย โยคฺยรูโป โหติ, เอวเมว ฐานํ คมนุสฺสุกฺกนํ ตสฺส โพธนํ วจนํ. เอวํภูตา จ กิริยา ยสฺมา อตฺถโต กิริยนฺตราเปกฺขา นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘คมนสฺส…เป… อตฺโถ’’ติ. กถํ ปเนตสฺมึ สหชาตปจฺจยปฏฺฐาเน ปฏิจฺจวาเร ปฏิจฺจสทฺทสฺส ปจฺฉิมกาลกิริยาเปกฺขตาติ โจทนํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘ยทิปี’’ติอาทิ. เตเนตํ ทสฺเสติ ‘‘อสติปิ ปฏิอยนุปฺปชฺชนานํ กาลเภเท อญฺญตฺร เหตุผเลสุ ทิสฺสมานํ ปุริมปจฺฉิมกาลตํ เหตุผลตาสามญฺญโต อิธาปิ สมาโรเปตฺวา รุฬฺหีวเสน ปุริมปจฺฉิมกาลโวหาโร กโต’’ติ. เตนาห ‘‘คหณปฺปวตฺติอาการวเสน…เป… ทฏฺฐพฺโพ’’ติ. ตตฺถ อตฺตปฏิลาโภ อุปฺปาโทติ อตฺโถ.
คมนนฺติ ‘‘ปฏิจฺจา’’ติ เอตฺถ ลพฺภมานํ อยนกิริยํ ปริยายนฺตเรนาห. สา ปนตฺถโต ปวตฺติ, ปวตฺติ จ ธมฺมานํ ยถาปจฺจยํ อุปฺปตฺติเยว. สภาวธมฺมานญฺหิ อุปฺปตฺติยํ โลเก สพฺโพ กิริยาการกโวหาโร, ตสฺมา ‘‘ปฏิจฺจา’’ติ เอตฺถ ลพฺภมานํ ยํ ปฏิอยนํ ปฏิคมนํ อตฺถโต ปฏิอุปฺปชฺชมานํ, ตญฺจ คจฺฉนฺตาทิอเปกฺขาย โหตีติ อาห ‘‘คจฺฉนฺตสฺส ปฏิคมนํ, อุปฺปชฺชนฺตสฺส ปฏิอุปฺปชฺชน’’นฺติ. ตยิทํ คมนปฏิคมนํ, อุปฺปชฺชนปฏิอุปฺปชฺชนํ สมานกิริยา. กถํ? ยสฺมา ปฏิกรณํ ปฏิสทฺทตฺโถ. ตสฺมาติ ยสฺมา สหชาตปจฺจยภูตสฺส อุปฺปชฺชนฺตสฺส ปฏิอุปฺปชฺชนํ ‘‘ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชตี’’ติ เอตฺถ อตฺโถ, ตสฺมา. ตทายตฺตุปฺปตฺติยาติ สหโยเค กรณวจนํ, กรณตฺเถ, เหตุตฺเถ วา, ตสฺมึ อุปฺปชฺชมาเน กุสลธมฺเม อายตฺตาย ปฏิพทฺธาย อุปฺปตฺติยา สเหว ปฏิคนฺตฺวาติ อตฺโถ. เตน ปฏิอยนตฺตลาภานํ สมานกาลตํ ทสฺเสติ. เตเนวาห ‘‘สหชาตปจฺจยํ กตฺวาติ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิ. นนุ จ สมานกาลกิริยายํ อีทิโส สทฺทปฺปโยโค นตฺถิ, ปุริมกาลกิริยายเมว จ อตฺถีติ? นายเมกนฺโต สมานกาลกิริยายมฺปิ เกหิจิ อิจฺฉิตตฺตา. ตถา หิ –
‘‘นิหนฺตฺวา ติมิรํ โลเก, อุทิโต สตรํสมิ;
โลเกกจกฺขุภูโตย-มตฺถเมติ ทิวากโร.
‘‘สิรีวิลาสรูเปน, สพฺพโสภาวิภาวินา;
โอภาเสตฺวาทิโต พุทฺโธ, สตรํสิ ยถา ปโร’’ติ. –
จ ปโยคา ทิสฺสนฺติ.
๓๕-๓๘. ตาสูติ ทุกมูลกนเย เหตารมฺมณทุเก เอกูนปญฺญาสปุจฺฉา, ตาสุ. เหตารมฺมณทุเกติ ‘‘เหตุปจฺจยา อารมฺมณปจฺจยา’’ติ เอวํ เหตุปจฺจยอารมฺมณปจฺจยานํ วเสน อาคเต ปจฺจยทุเก. ทฺวินฺนํ ปุจฺฉานํ ทสฺสิตตฺตาติ ยสฺมึ วาจนามคฺเค กุสลปทมูลา กุสลปทาวสานา, กุสลาทิปทตฺตยมูลา กุสลาทิปทตฺตยาวสานา จ เอกูนปญฺญาสาย ปุจฺฉานํ อาทิปริโยสานภูตา เทฺว เอว ปุจฺฉา ทสฺสิตา, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ปณฺณตฺติวาเร ปุจฺฉานํ วุตฺโต น ปจฺจยานนฺติ อตฺโถ. ปุจฺฉาย หิ วเสน เหตุปจฺจเย เหตุปจฺจยสงฺขาตํ เอกมูลํ เอตสฺสาติ เอกมูลโก, นยสทฺทาเปกฺขาย จายํ ปุลฺลิงฺคนิทฺเทโส. เอวํ อารมฺมณปจฺจยมูลกาทีสุ. ตถา เหตุอารมฺมณปจฺจยสงฺขาตานิ เทฺว มูลานิ เอตสฺสาติ ทฺวิมูลโกติอาทินา โยเชตพฺพา. ปจฺจยานํ ปน วุจฺจมาเน ปฐมนยสฺส เอกมูลกตา น สิยา. น หิ ตตฺถ ปจฺจยนฺตรํ อตฺถิ, ยํ มูลภาเวน วตฺตพฺพํ สิยา. เตนาห ‘‘ปจฺจยานํ ปน วเสนา’’ติอาทิ. เหตารมฺมณทุกาทีนนฺติ อวยเว สามิวจนํ, อธิปติอาทีนนฺติ สมฺพนฺโธ. ตโต ปรํ มูลสฺส อภาวโต สพฺพมูลกํ อนวเสสานํ ปจฺจยานํ มูลภาเวน คหิตตฺตา. น หิ มูลวนฺตภาเวน คหิตา ปจฺจยา มูลภาเวน คยฺหนฺติ. ปจฺจยคมนํ ปาฬิคมนนฺติ วิญฺญายติ อภิเธยฺยานุรูปํ ลิงฺควจนาทีติ กตฺวา. อิธาติ อนุโลเม. จ-สทฺโท อุปจยตฺโถ. โส เตวีสติมูลสฺส สพฺพมูลภาวํ อุปจเยน วุจฺจมานํ โชเตติ.
๓๙-๔๐. เอวํ สตีติ ‘‘อารมฺมณปจฺจยา เหตุปจฺจยา’’ติ อารภิตฺวา ‘‘อารมฺมณปจฺจยา อวิคตปจฺจยา, อารมฺมณปจฺจยา เหตุปจฺจยา’’ติ เอวํ วาจนามคฺเค สติ. จกฺกพนฺธนวเสน ปาฬิคติ อาปชฺชตุ, โก โทโสติ กทาจิ วเทยฺยาติ อาห ‘‘เหฏฺฐิมโสธนวเสน จ อิธ อภิธมฺเม ปาฬิ คตา’’ติ. ตถา หิ ขนฺธวิภงฺคาทีสุปิ ปาฬิ เหฏฺฐิมโสธนวเสน ปวตฺตา. คณนจาเรน ตมตฺถํ สาเธตุํ ‘‘เอวญฺจ กตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อารมฺมณาทีสูติ อารมฺมณมูลกาทีสุ นเยสุ. ตสฺมึ ตสฺมินฺติ ตสฺมึ ตสฺมึ อารมฺมณาทิปจฺจเย. สุทฺธิกโตติ สุทฺธิกนยโต. ตสฺมาติ อารมฺมณมูลกาทีสุ สุทฺธิกนยสฺส อลพฺภมานตฺตา. เอกมูลกนโย ทฏฺฐพฺโพ อารมฺมณมูลเกติ อธิปฺปาโย. ‘‘อารมฺมณปจฺจยา…เป… อวิคตปจฺจยาติ วา’’ติอาทิ ตาทิสํ วาจนามคฺคํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยตฺถ ‘‘อารมฺมณปจฺจยา เหตุปจฺจยา, อารมฺมณปจฺจยา อธิปติปจฺจยา, อารมฺมณปจฺจยา…เป… อวิคตปจฺจยา’’ติ เอวํ อารมฺมณมูลเก อนนฺตรปจฺจยมูลภูตา อารมฺมณปจฺจยปริโยสานเมว เอกมูลกํ ทสฺเสตฺวา อุปริ อวสิฏฺฐเอกมูลกโต ปฏฺฐาย ยาว สพฺพมูลเก วิคตปจฺจยา, ตาว สํขิปิตฺวา อวิคตปจฺจโยว ทสฺสิโต. เตนาห ‘‘เอกมูลเกสู’’ติอาทิ. อิโต ปเรสุปิ เอทิเสสุ ฐาเนสุ เอเสว นโย. มูลเมว ทสฺเสตฺวาติ อธิปติมูลเก เอกมูลกสฺส อาทิเมว ทสฺเสตฺวา. น สุทฺธิกทสฺสนนฺติ น สุทฺธิกนยทสฺสนํ. ‘‘สุทฺธิกนโย หิ วิเสสาภาวโต อารมฺมณมูลกาทีสุ น ลพฺภตี’’ติ หิ วุตฺตํ. นาปิ สพฺพมูลเก กติปยปจฺจยทสฺสนํ อุปริ สพฺพมูลเก เอกมูลกสฺส อาคตตฺตา.
๔๑. เอกสฺมิญฺจาติ อวิคตมูลกาทิเก จ นเย. สงฺเขปนฺตรคโตติ สงฺเขปสฺส สงฺขิปิตสฺส อพฺภนฺตรคโต, สงฺขิปิตพฺโพติ อตฺโถ. มชฺฌิมานํ ทสฺสนนฺติ มชฺฌิมานํ นยโต ทสฺสนํ, อญฺญถา สงฺเขโป เอว น สิยา. คติทสฺสนนฺติ อนฺตทสฺสนํ อกตฺวา ปาฬิคติยา ทสฺสนํ, ตญฺจ อาทิโต ปฏฺฐาย กติปยทสฺสนเมว. เตน วิคตปจฺจยุทฺธารเณน โอสานจตุกฺกํ ทสฺเสติ อวิคตมูลเก วิคตปจฺจยสฺส โอสานภาวโต. สพฺพมูลกสฺส อวสาเนน ‘‘วิคตปจฺจยา’’ติ ปเทน.
ยถา เหตุอาทีนํ ปจฺจยานํ อุทฺเทสานุปุพฺพิยา ทุกติกาทิโยชนา กตา, เอวํ ตตฺถ อารมฺมณาทิปจฺจเย ลงฺฆิตฺวาปิ สกฺกา โยชนํ กาตุํ, ตถา กสฺมา น กตา? ยทิปิ อนวเสสโต ปจฺจยานํ มูลภาเวน คหิตตฺตา เกสญฺจิ เกหิจิ โยชเน อตฺถวิเสโส นตฺถิ, อารมฺมณมูลกาทีสุ ปน อารมฺมณาธิปติทุกาทีนํ เหตุมูลเก จ เหตุอธิปติอนนฺตรติกาทีนํ ตํตํอวสิฏฺฐปจฺจเยหิ โยชนาย อตฺเถว วิเสโส, เอวํ สนฺเตปิ ยสฺมา อุปฺปฏิปาฏิยา โยชนา น สุขคฺคหณา, สกฺกา จ ญาณุตฺตเรน ปุคฺคเลน ยถาทสฺสิเตน นเยน โยชิตุนฺติ อุปฺปฏิปาฏิยา ปจฺจเย อคฺคเหตฺวา ปฏิปาฏิยาว เต โยเชตฺวา ทสฺสิตาติ อิมมตฺถมาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทินา.
ตญฺจ คมนํ ยุตฺตนฺติ ยํ สพฺเพหิ ติเกหิ เอเกกสฺส ทุกสฺส โยชนาวเสน ปาฬิคมนํ, ตํ ยุตฺตํ ติเกสุ ทุกานํ ปกฺเขปภาวโต. ตตฺถาติ ทุเกสุ. เอเกกสฺมินฺติ เอเกกสฺมึ ทุกติเก. นยาติ อนุโลมนยาทโย วาเร วาเร จตฺตาโร นยา, ปุจฺฉา ปน สตฺตวีสติ. ยทิ เอวํ กสฺมา เหตุทุเกน สมานาติ? ตํ ติกปเทสุ ปจฺเจกํ เหตุทุกสฺส ลพฺภมานสฺส เหตุทุกภาวสามญฺญโต วุตฺตํ.
วุตฺตนเยนาติ ‘‘น หี’’ติอาทินา ทุกติเก วุตฺตนเยน. ตตฺถ หิ น ทุกสฺส โยชนา อตฺถิ, อถ โข ทุกานํ เอเกเกน ปเทน ติกสฺส โยชนา. เตนาห ‘‘เอเกโก ติโก ทุกสเตน โยชิโต’’ติ. เอเกกสฺมินฺติ เอเกกสฺมึ ติกทุเก.
ติกาทโย ฉ นยาติ ‘‘ติกญฺจ ปฏฺฐานวร’’นฺติอาทินา คาถายํ วุตฺตา ติกปฏฺฐานาทโย ฉ นยา. สตฺตวิธมฺปีติ วารเภเทน สตฺตธา ภินฺทิตฺวา วุตฺตมฺปิ. อนุโลมนฺติ ปจฺจยานุโลมํ อนุโลมภาวสามญฺเญน สห คเหตฺวา. ตถา จตุพฺพิธมฺปิ ติกปฏฺฐานํ ติกปฏฺฐานตาสามญฺเญน, ทุกปฏฺฐานาทีนิ จ จตฺตาริ จตฺตาริ ตํสามญฺเญน สห คเหตฺวา. อิมมตฺถํ คเหตฺวา ‘‘ติกญฺจ ปฏฺฐานวร’’นฺติ คาถาย อธิปฺปายวิภาวนวเสน ‘‘อนุโลมมฺหี’’ติอาทินา วุตฺตํ อิมมตฺถํ คเหตฺวา. สตฺตปฺปเภเทติ ปฏิจฺจวาราทิวเสน สตฺตปฺปเภเท. ฉปิ เอเต ติกาทิเภเทน จตุจตุปฺปเภทา ธมฺมานุโลมาทิวเสน ฉ อุทฺธริตพฺพาติ อิทํ ทสฺเสตีติ โยชนา. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ธมฺมานุโลมาทิวิภาคภินฺนาปิ ติกาทิภาวสามญฺเญน เอกชฺฌํ กตฺวา วุตฺตา ติกปฏฺฐานาทิสงฺขาตา ติกาทโย ฉ ธมฺมนยา ปฏิจฺจวาราทิวเสน วิภชิยมานา ตตฺถ ตตฺถ นิทฺธาริยมาเน อนุโลมตาสามญฺเญน อนุโลมนฺติ เอกโต คหิเต ปจฺจยานุโลเม สุฏฺฐุ อติวิย คมฺภีราติ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อิธ ปน อยํ คาถา ตสฺมึ ธมฺมานุโลเม ปจฺจยานุโลมํ สนฺธาย วุตฺตา’’ติ ธมฺมานุโลโม ปจฺจยานุโลมสฺส วิเสสนภาเวน นิยเมตฺวา วุตฺโต. เอส นโย ปจฺจนียคาถาทีสุปิ. ติกปฏฺฐานสฺส ทุกปฏฺฐานสฺส จ ปุพฺเพ อตฺโถ วุตฺโตติ อาห ‘‘ทุกติกปฏฺฐานาทีสู’’ติ. ติเกหิ ปฏฺฐานนฺติ ติเกหิ นานปฺปการโต ปจฺจยวิภาวนํ, ติเกหิ วา ญาณสฺส ปวตฺตนฏฺฐานํ. ทุกสมฺพนฺธิ ติกปฏฺฐานํ, ทุกวิสิฏฺฐานํ วา ติกานํ ปฏฺฐานํ ทุกติกปฏฺฐานนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทุกาน’’นฺติอาทิมาห. ทุกาทิวิเสสิตสฺสาติ ทุกาทิปทวิเสสิตสฺส ทุกาทิภาโว ทฏฺฐพฺโพ ‘‘เหตุํ กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ, นเหตุํ กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจา’’ติอาทิวจนโต.
ปจฺจยานุโลมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ปจฺจยปจฺจนียวณฺณนา
๔๒-๔๔. ยาวาติ ปาฬิปทสฺส อตฺถวจนํ ยตฺตโกติ อาห ‘‘ปเภโท’’ติ. อตฺถิ เตวีสติมูลกสฺสาติ อตฺโถ. ตาว ตตฺตกํ ปเภทํ. ตตฺถาติ อนุโลเม อาคตนฺติ อตฺโถ. นยทสฺสนวเสน ทสฺสิตํ, กินฺติ? เอเกกสฺส ปทสฺส วิตฺถารํ ทสฺเสติ. อวเสสสฺส ปจฺจยสฺส มูลวนฺตภาเวน คหิตสฺส.
ปจฺจยปจฺจนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อนุโลมปจฺจนียวณฺณนา
๔๕-๔๘. ปุน ตตฺถาติ อนุโลเม. ปจฺจยปทานีติ ปจฺจยา เอว ปทานิ ปจฺจยปทานิ. อิธาติ อนุโลมปจฺจนีเย. สุทฺธิกปจฺจยานนฺติ ปจฺจยนฺตเรน อโวมิสฺสานํ ปจฺจยานํ, อนุโลมปจฺจนียเทสนํ วกฺขมานํ สนฺธายาติ อตฺโถ.
อนุโลมปจฺจนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปุจฺฉาวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.