๒๒-๒๓-๒๔. นตฺถิวิคตอวิคตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา

๒๒-๒๓. เอตฺถาติ นตฺถิปจฺจเย. นานนฺติ นานตฺตํ. เอเตนาติ อนนฺตรปจฺจยโต นตฺถิปจฺจยสฺส วิเสสมตฺตทีปเนน ‘‘ปจฺจยลกฺขณเมว เหตฺถ นาน’’นฺติ อิมินา วจเนน. อตฺโถติ ธมฺโม. พฺยญฺชนสงฺคหิเตติ ‘‘นตฺถิปจฺจโย วิคตปจฺจโย’’ติ เอวมาทิพฺยญฺชเนน สงฺคหิเต. ปจฺจยลกฺขณมตฺเตติ เอตฺถ ปวตฺติโอกาสทาเนน อุปการกา อรูปธมฺมา, วิคตภาเวน อุปการกาติ เอวมาทิเก ปจฺจยานํ ลกฺขณมตฺเต.

นตฺถิวิคตอวิคตปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปจฺจยนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปจฺจยนิทฺเทสปกิณฺณกวินิจฺฉยกถาวณฺณนา

อาทิมปาโฐติ ปุริมปาโฐ. ตถา จ สตีติ โทสสฺสปิ สตฺตรสหิ ปจฺจเยหิ ปจฺจยภาเว สติ. อธิปติปจฺจยภาโวปิสฺส อนุญฺญาโต โหตีติ อาห ‘‘โทสสฺสปิ ครุกรณํ ปาฬิยํ วตฺตพฺพํ สิยา’’ติ. ‘‘เสสาน’’นฺติ วจเนเนว นิวาริโตติ กทาจิ อาสงฺเกยฺยาติ ตํนิวตฺตนตฺถมาห ‘‘น จ เสสาน’’นฺติอาทิ. ปุเรชาตาทีหีติ ปุเรชาตกมฺมาหารฌานินฺทฺริยมคฺควิปากปจฺจเยหิ. ตนฺนิวารณตฺถนฺติ ตสฺส ยถาวุตฺตโทสสฺส นิวารณตฺถํ. วิสุญฺจ อคฺคเหตฺวาติ โลภโมหา วิปากปจฺจยาปิ น โหนฺติ, ตถา โทโสติ เอวํ วิสุญฺจ อคฺคเหตฺวา. โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณธาตุยา อารมฺมณาทิปจฺจโย โหนฺตํเยว ปถวีอาทิสภาวตฺตา อตฺตนา สหชาตานํ สหชาตาทิปจฺจยา โหนฺติเยวาติ วุตฺตํ ‘‘โผฏฺฐพฺพายตนสฺส สหชาตาทิปจฺจยภาวํ ทสฺเสตี’’ติ. ‘‘สพฺพธมฺมาน’’นฺติ ‘‘สพฺเพ ธมฺมา มโนวิญฺญาณธาตุยา ตํสมฺปยุตฺตกานญฺจ ธมฺมานํ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอตฺถ วุตฺเต สพฺพธมฺเม สนฺธายาห ‘‘สพฺพธมฺมานํ ยถาโยคํ เหตาทิปจฺจยภาวํ ทสฺเสตี’’ติ. น หิ เอตํ…เป… ภาวทสฺสนํ, อถ โข เอกธมฺมสฺส อเนกปจฺจยภาวทสฺสนํ, ตสฺมา ‘‘เอเตน โผฏฺฐพฺพายตนสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. รูปาทีนนฺติ รูปายตนาทีนํ.

เภทาติ วิเสสา. เภทํ อนามสิตฺวาติ จกฺขุวิญฺญาณธาตุอาทิวิเสสํ อคฺคเหตฺวา. เต เอวาติ ยถาวุตฺตวิเสสานํ สามญฺญภูเต ขนฺเธ เอว. ยํ สนฺธาย ‘‘เอวํ น สกฺกา วตฺตุ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ วิภาเวตุํ ‘‘น หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปฏฺฐานสํวณฺณนา เหสาติ เอเตน สุตฺเต วุตฺตปริยายมคฺคภาเวเนตฺถ น สกฺกา มิจฺฉาวาจาทีนํ มคฺคปจฺจยํ วตฺตุนฺติ ทสฺเสติ. เสสปจฺจยภาโวติ มคฺคปจฺจยํ ฐเปตฺวา ยถาวุตฺเตหิ เสเสหิ อฏฺฐารสหิ ปจฺจเยหิ ปจฺจยภาโว. อธิปติปจฺจโย น โหตีติ อารมฺมณาธิปติปจฺจโย น โหติ. ตนฺติ วิจิกิจฺฉํ. ตตฺถาติ ยถาวุตฺเตสุ อหิริกาทีสุ.

ทสธา ปจฺจยา โหนฺติ, ปุน ตถา หทยวตฺถุนฺติ อิทํ อตฺถมตฺตวจนํ. ปาโฐ ปน ‘‘หทยวตฺถุ เตสญฺเจว วิปฺปยุตฺตสฺส จ วเสน ทสธา ปจฺจโย โหตี’’ติ เวทิตพฺโพ. รูปสทฺทคนฺธรสายตนมตฺตเมวาติ อิทํ รูปาทีนํ สหชาตปจฺจยตาย วิย นิสฺสยปจฺจยตาย จ อภาวโต, ปุเรชาตปจฺจยตาย จ ภาวโต วุตฺตํ. เอตานีติ ยถาวุตฺตานิ รูปสทฺทคนฺธรสารมฺมณานิ. สพฺพาติกฺกนฺตปจฺจยาเปกฺขาติ ‘‘เอกธมฺมสฺส อเนกปจฺจยภาวโต’’ติ เอตสฺมึ วิจาเร เหตุอาทิอติกฺกนฺตปจฺจยาเปกฺขา เอเตสํ รูปาทีนํ อปุพฺพตา นตฺถิ, อถ โข อารมฺมณอารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสยปจฺจยาเปกฺขา. น หิ รูปาทีนิ เหตุสหชาตาธิปติอาทิวเสน ปจฺจยา โหนฺตีติ. ตสฺสาติ รูปชีวิตินฺทฺริยสฺส ปุเรชาตปจฺจยภาวโต อปุพฺพตา, ตสฺมา ตํ เอกูนวีสติวิโธ ปจฺจโย โหตีติ วุตฺตํ โหติ. สตฺตธา ปจฺจยภาโว โยเชตพฺโพ, น หิ โอชา ปุเรชาตปจฺจโย น โหตีติ.

อตฺโถติ วา เหตุอาทิธมฺมานํ สภาโว เวทิตพฺโพ. โส หิ อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺเนหิ อรณียโต อุปคนฺตพฺพโต, ญาเณน วา ญาตพฺพโต ‘‘อตฺโถ’’ติ วุจฺจติ. อากาโรติ ตสฺเสว ปวตฺติอากาโร, เยน อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนานํ ปจฺจยภาวํ อุปคจฺฉตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตํ ปน วิปฺปยุตฺตํ. ‘‘สตฺตหากาเรหี’’ติ ปฐานสฺส การณมาห ‘‘อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท หี’’ติอาทินา.

ยํ กมฺมปจฺจโย…เป… ทฏฺฐพฺพํ อาเสวนกมฺมปจฺจยานํ ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส อนนฺตรฏฺฐานตาย. สหชาตมฺปิ หิ อนนฺตรเมวาติ. โกจิ ปเนตฺถาติ เอตฺถ เอตสฺมึ ปกตูปนิสฺสยสมุทาเย โกจิ ตเทกเทสภูโต กมฺมสภาโว ปกตูปนิสฺสโยติ อตฺโถ. ตตฺถาติ ‘‘ยทิทํ อารมฺมณปุเรชาเต ปเนตฺถ อินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตปจฺจยตา น ลพฺภตี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมึ, ตสฺมึ วา อารมฺมณปุเรชาตคฺคหเณ. วตฺถุสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจยตา ลพฺภตีติ น วตฺตพฺพา. น หิ อารมฺมณภูตํ วตฺถุ วิปฺปยุตฺตปจฺจโย โหติ, อถ โข นิสฺสยภูตเมวาติ. อิโต อุตฺตรีติ เอตฺถ ‘‘อิโต’’ติ อิทํ ปจฺจามสนํ ปุเรชาตํ วา สนฺธาย อารมฺมณปุเรชาตํ วา. ตตฺถ ปฐมนยํ อเปกฺขิตฺวา วุตฺตํ ‘‘ปุเรชาตโต ปรโตปี’’ติ. เตน กมฺมาทิปจฺจเยสุปิ วกฺขมาเนสุ ลพฺภมานาลพฺภมานํ เวทิตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. ทุติยํ ปน นยํ อนเปกฺขิตฺวา อฏฺฐกถายํ อาคตวเสน วุตฺตํ ‘‘อิโต วา อินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตโต’’ติ, อตฺตนา วุตฺตนเยน ปน ‘‘นิสฺสยินฺทฺริยวิปฺปยุตฺตโต วา’’ติ. ตตฺถ วตฺตพฺพํ สยเมวาห ‘‘อารมฺมณาธิปตี’’ติอาทิ. กมฺมาทีสุ ลพฺภมานาลพฺภมานํ น วกฺขติ ‘‘อิโต อุตฺตรี’’ติอาทินา ปเคว อติเทสสฺส กตตฺตา, ตสฺมา ปุริโมเยว ปุเรชาตโตปีติ วุตฺตอตฺโถเยว อธิปฺเปโต.

‘‘มคฺคปจฺจยตํ อวิชหนฺโตวา’’ติ อิมินา จ มคฺคปจฺจโย วุตฺโตติ ‘‘มคฺควชฺชานํ นวนฺน’’นฺติ วุตฺตํ ปจฺฉิมปาเฐ, ปุริมปาเฐ ปน ‘‘มคฺคปจฺจยตํ อวิชหนฺโตวา’’ติ วุตฺตตฺตา เอว มคฺคปจฺจเยน สทฺธึ สหชาตาทิปจฺจยา คเหตพฺพาติ ‘‘ทสนฺน’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ ปจฺฉิมปาเฐ ‘‘เอกาทสหากาเรหี’’ติ วตฺตพฺพํ, ปุริมปาเฐ ‘‘ทฺวาทสหี’’ติ.

สมนนฺตรนิรุทฺธตาย อารมฺมณภาเวน จาติ วิชฺชมานมฺปิ วิเสสมนามสิตฺวา เกวลํ สมนนฺตรนิรุทฺธตาย อารมฺมณภาเวน, น จ สมนนฺตรนิรุทฺธตาอารมฺมณภาวสามญฺเญนาติ อตฺโถ. ‘‘อิมินา อุปาเยนา’’ติ ปจฺจยสภาคตาทสฺสเนน ปจฺจยวิสภาคตาทสฺสเนน จ วุตฺตํ ปททฺวยํ เอกชฺฌํ กตฺวา ปทุทฺธาโร กโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เหตุอาทีนํ สหชาตานํ…เป… โยเชตพฺพา’’ติ อาห. เหตุอารมฺมณาทีนํ สหชาตาสหชาตภาเวน อญฺญมญฺญวิสภาคตาติ โยชนา. เอวมาทินาติ อาทิ-สทฺเทน ปุเรชาตานํ จกฺขาทีนํ รูปาทีนญฺจ ปุเรชาตภาเวน สภาคตา, ปวตฺติยํ วตฺถุขนฺธาทีนํ ปุเรชาตปจฺฉาชาตานํ ปุเรชาตปจฺฉาชาตภาเวน วิสภาคตาติ เอวมาทีนมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. เหตุนเหตุอาทิภาวโตปิ เจตฺถ ยุคฬกโต วิญฺญาตพฺโพ วินิจฺฉโย. เหตุปจฺจโย หิ เหตุภาเวน ปจฺจโย, อิตเร ตทญฺญภาเวน. เอวมิตเรสุปิ ยถารหํ ยุคฬกโต เวทิตพฺโพ.

อุภยปฺปธานตาติ ชนโนปตฺถมฺภนปฺปธานตา. ฐานนฺติ ปทสฺส อตฺถวจนํ การณภาโวติ วินาปิ ภาวปจฺจยํ ภาวปจฺจยสฺส อตฺโถ ญายตีติ. อุปนิสฺสยํ ภินฺทนฺเตนาติ อนนฺตรูปนิสฺสยปกตูปนิสฺสยวิภาเคน วิภชนฺเตน. ตโยปิ อุปนิสฺสยา วตฺตพฺพา อุปนิสฺสยวิภาคภาวโต. อุปนิสฺสยคฺคหณเมว กาตพฺพํ สามญฺญรูเปน. ตตฺถาติ เอวมวฏฺฐิเต อนนฺตรูปนิสฺสยปกตูปนิสฺสโยติ ภินฺทนํ วิภาคกรณํ ยทิ ปกตูปนิสฺสยสฺส รูปานํ ปจฺจยตฺตาภาวทสฺสนตฺถํ, นนุ อารมฺมณูปนิสฺสยอนนฺตรูปนิสฺสยาปิ รูปานํ ปจฺจยา น โหนฺติเยวาติ? สจฺจํ น โหนฺติ, เต ปน ทสฺสิตนยาติ ตเทกเทเสน อิตรมฺปิ ทสฺสิตเมว โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อารมฺมณํ…เป… ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ อาห. ตํสมานคติกตฺตาติ เตหิ อนนฺตราทีหิ สมานคติกตฺตา อรูปานํเยว ปจฺจยภาวโต. ตนฺติ ปุเรชาตปจฺจยํ. ตตฺถาติ อนนฺตราทีสุ ปฐิตฺวา.

ปจฺจยนิทฺเทสปกิณฺณกวินิจฺฉยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.