๒. ปวตฺติวารวณฺณนา

๒๗-๑๖๔. ทุกฺขปริญฺญา ยาว ทุกฺขสมติกฺกมนตฺถาติ สปฺปเทสํ ปวตฺตาปิ สา ตทตฺถาวหา ภเวยฺยาติ กสฺสจิ อาสงฺกา สิยาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อริยตฺตา…เป… กตฺวา วุตฺต’’นฺติ. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘อนฺติมภเว ฐิตตฺตา’’ติ การณํ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ อุปปตฺติยา ทุกฺขวิจารตฺตา, น จ สพฺเพ สุทฺธาวาสา อนฺติมภวิกา อุทฺธํโสตวจนโต. ‘‘ยสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตี’’ติ อุปฺปาทาวตฺถา. อวิเสเสน ทุกฺขสจฺจปริยาปนฺนา ธมฺมา สมฺพนฺธีภาเวเนว ตํสมงฺคี จ ปุคฺคโล วุตฺโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺเพ อุปปชฺชนฺตา’’ติอาทึ วตฺวา สฺวายมตฺโถ ยสฺมา นิจฺฉยรูเปน คหิโต, นิจฺฉิตสฺเสว จ อตฺถสฺส วิภาคทสฺสเนน ภวิตพฺพํ, ตสฺมา ‘‘เตเสฺวว…เป… อุปปนฺนเมวา’’ติ อาห. ตตฺถ เตเสฺวว เกจิ ทสฺสียนฺตีติ สมฺพนฺโธ. เอกโกฏฺฐาสุปฺปตฺติสมงฺคิโนติ ทุกฺขโกฏฺฐาสุปฺปตฺติสมงฺคิโน. เตสูติ สนฺนิฏฺฐาเนน คหิเตสุ. มคฺคผลุปฺปาทสมงฺคีสูติ มคฺคผลุปฺปาทสมงฺคีนํ, อยเมว วา ปาโฐ.

เอตฺถ จาติอาทินา ‘‘สพฺเพส’’นฺติอาทิปาฬิยา ปิณฺฑตฺถํ ทสฺเสติ. ตตฺถ สมุทยสจฺจุปฺปาทโวมิสฺสสฺส ทุกฺขสจฺจุปฺปาทสฺสาติ อิทํ อนาทเร สามิวจนํ. กตฺถจิ สมุทยสจฺจุปฺปาทโวมิสฺเสปิ ทุกฺขสจฺเจ ตํรหิตสฺส สมุทยสจฺจุปฺปาทรหิตสฺส ทุกฺขสจฺจุปฺปาทสฺส ทสฺสนวเสน วุตฺตนฺติ โยชนา. เกจิ ปน ‘‘สมุทยสจฺจาโวมิสฺสสฺสา’’ติ ปฐนฺติ, เตสํ ‘‘ตํรหิตสฺสา’’ติ อิทํ ปุริมปทสฺส อตฺถวิวรณํ เวทิตพฺพํ. ตํสหิตสฺสาติ สมุทยสจฺจุปฺปาทสหิตสฺส ทุกฺขสจฺจุปฺปาทสฺส ทสฺสนวเสน วุตฺตนฺติ โยชนา. เตสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ, ปวตฺติยํ ทุกฺขสจฺจสฺส อุปฺปาโท ‘‘ปวตฺเต’’ติอาทินา วุตฺเตสุ ทฺวีสุปิ โกฏฺฐาเสสุ น คหิโตติ อตฺโถ. ปฏิสนฺธิยํ ปน เตสํ อุปฺปาทสฺส ปฐมโกฏฺฐาเสน คหิตตา ทสฺสิตา เอว. ตถา นิโรโธ จาติ ยถา อสญฺญสตฺตานํ ปฏิสนฺธิยํ ทุกฺขสจฺจสฺส อุปฺปาโท ปฐมโกฏฺฐาเสน คหิโต, ปวตฺติยํ ปน โส ทฺวีหิ โกฏฺฐาเสหิ น คหิโต, ตถา เตสํ ทุกฺขสจฺจสฺส นิโรโธปีติ อตฺโถ. ตถา หิ ‘‘สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต ตณฺหาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ’’ติอาทินา (ยม. ๑.สจฺจยมก.๘๘) นิโรธวาเร ปาฬิ ปวตฺตา. เอเสว นโยติ ยฺวายํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทินา สมุทยสจฺจยมเก ปาฬิยา อตฺถนโย วุตฺโต, มคฺคสจฺจยมเกปิ เอเสว นโย, เอวเมว ตตฺถาปิ อตฺโถ เนตพฺโพติ อตฺโถ. ตถา หิ ‘‘สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตาน’’นฺติอาทินา ตตฺถ ปาฬิ ปวตฺตา.

เอวญฺจ สตีติ เอวํ ขณวเสน โอกาสคฺคหเณ สตีติ ยถาวุตฺตมตฺถํ อนนุชานนวเสน ปจฺจามสติ. เอตสฺส วิสฺสชฺชเนติ เอตสฺส ยมกปทสฺส วิสฺสชฺชเน. ‘‘อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ, อรหนฺตานํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ, ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ, ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ, อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชติ, โน จ เตสํ ตตฺถ สมุทยสจฺจํ อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ (ยม. ๑.สจฺจยมก.๗๑) ปุริมโกฏฺฐาสสฺส อาคตตฺตา วิโรโธ นตฺถีติ ‘‘ปจฺฉิมโกฏฺฐาเส’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตสฺมาติ ยสฺมา น อุปปตฺติจิตฺตุปฺปาทกฺขโณ ภาวิโน สมุทยปจฺจุปฺปาทสฺส อาธาโร, อถ โข กามาวจราทิโอกาโส, ตสฺมา. ปุคฺคโลกาสวาโร เหสาติ ยสฺมา ปุคฺคโลกาสวาโร เอส, ตสฺมา ‘‘เตสํ ตตฺถา’’ติ เอตฺถ โอกาสวเสน ตตฺถ-สทฺทสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยทิ ปุคฺคโลกาสวาเร กามาวจราทิโอกาสวเสเนว อตฺโถ คเหตพฺโพ, น ขณวเสน, อถ กสฺมา ‘‘สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตาน’’นฺติอาทินา โอกาสํ อนามสิตฺวา ตตฺถ วิสฺสชฺชนํ ปวตฺตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตตฺถ…เป… โส เอวา’’ติ. ตตฺถ ตตฺถาติ โอกาสวาเร. ปุคฺคลวิเสสทสฺสนตฺถนฺติ ปุคฺคลสงฺขาตวิเสสทสฺสนตฺถํ. ยตฺถ เตติ ยสฺมึ กามาวจราทิโอกาเส เต ปุคฺคลา.

เกจีติ ธมฺมสิริตฺเถรํ สนฺธายาห. โส หิ ‘‘ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ ทุกฺขสจฺจํ นุปฺปชฺชตี’’ติ เอตฺถ จิตฺตชรูปเมว อธิปฺเปตํ จิตฺตปฏิพทฺธวุตฺติตฺตาติ การณํ วทติ. อปเร ‘‘อรูเปติ อิมํ ปุริมาเปกฺขมฺปิ โหตีติ เตน ปวตฺตํ วิเสเสตฺวา อรูปภววเสน อยมตฺโถ วุตฺโต, ตสฺมา ‘ยสฺส วา ปน สมุทยสจฺจํ นิรุชฺฌติ, ตสฺส ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชตีติ? โน’ติอาทีสุปิ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ วทนฺติ. ปุคฺคโล น จิตฺตํ อเปกฺขิตฺวาว คหิโตติ อิทํ จิตฺตสฺส อนธิกตตฺตา วุตฺตํ. ยตฺถ ปน สมุทยสจฺจสฺส อุปฺปาทนิจฺฉโย, ตตฺเถว ตสฺส อนุปฺปาทนิจฺฉเยนปิ ภวิตพฺพํ จิตฺเตน จ วินา ปุคฺคลสฺเสว อนุปลพฺภนโตติ ‘‘ยสฺส สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชตี’’ติ เอตฺถ สมุทยสจฺจาธารํ จิตฺตํ อตฺถโต คหิตเมวาติ สกฺกา วิญฺญาตุํ. อปิจ อินฺทฺริยพทฺเธปิ น สพฺโพ รูปุปฺปาโท เอกนฺเตน จิตฺตุปฺปาทาธีโนติ สกฺกา วตฺตุํ จิตฺตุปฺปตฺติยา วินาปิ ตตฺถ รูปุปฺปตฺติทสฺสนโต, ตสฺมา จิตฺตชรูปเมว จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อุปฺปชฺชติ, น อิตรํ, อิตรํ ปน ตสฺส ตีสุปิ ขเณสุ อุปฺปชฺชตีติ นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ. วิภชิตพฺพา อวิภตฺตา นาม นตฺถีติ สิยายํ ปสงฺโค ปฐมวาเร, ทุติยวาเร ปน วิภชนา เอว สาติ นายํ ปสงฺโค ลพฺภติ, ปฐมวาเรปิ วา นายํ ปสงฺโค. กสฺมา? เอสา หิ ยมกสฺส ปกติ, ยทิทํ ยถาลาภวเสน โยชนา.

ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเนติ เอตฺถ ‘‘ปฐมํ ภวงฺคํ, ทุติยํ จิตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ภวนิกนฺติยา อาวชฺชนมฺปิ วิปากปฺปวตฺติโต วิสทิสตฺตา ‘‘ทุติย’’นฺติ วตฺตุํ สกฺกา, ตโต ปฏฺฐาย ปุพฺเพ ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ วตฺตพฺพาติ อปเร. ภวนิกนฺติยา ปน สหชาตํ ปฐมํ จิตฺตํ อิธ ทุติยํ จิตฺตนฺติ อธิปฺเปตํ. ตโต ปุพฺเพ ปวตฺตํ สพฺพํ อพฺยากตภาเวน สมานชาติกตฺตา เอกนฺติ กตฺวา ตโต ปฏฺฐาย เหฏฺฐา ตสฺส ตตฺถ สมุทยสจฺจํ นุปฺปชฺชิตฺเถวาติ. เตนาห ‘‘สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทนา’’ติอาทิ. ตสฺมินฺติ ทุติเย จิตฺเต. เตน สมานคติกตฺตาติ เตน ยถาวุตฺตทุติยจิตฺเตน จ ตํสมงฺคิโน วา ทุกฺขสจฺจํ อุปฺปชฺชิตฺถ, โน จ สมุทยสจฺจนฺติ วตฺตพฺพภาเวน สมานคติกตฺตา. เอวญฺจ กตฺวาติ เตน สมานคติกตาย ทสฺสิตตฺตา เอว. ยถาวุตฺตาติ ทุติยากุสลจิตฺตโต ปุริมสพฺพจิตฺตสมงฺคิโน อคฺคหิตา โหนฺติ อิตรภาวาภาวโต. วุตฺตเมวตฺถํ ปาฐนฺตเรน สมตฺเถตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตติ จตุโวการา. วชฺเชตพฺพาติ ‘‘อิตเรส’’นฺติ วิเสสเนน นิวตฺเตตพฺพา. ปญฺจโวการา วิย ยถาวุตฺตา สุทฺธาวาสาติ ทุติยจิตฺตกฺขณสมงฺคิภาเวน วุตฺตปฺปการา ยถา สุทฺธาวาสสงฺขาตา ปญฺจโวการา ปุพฺเพ วุตฺตา สนฺติ, เอวํ จตุโวการา ปุพฺเพ วุตฺตา น หิ สนฺตีติ โยชนา.

‘‘ยสฺส ยตฺถา’’ติ ปุคฺคโลกาสา อาเธยฺยาธารภาเวน อเปกฺขิตาติ อาห ‘‘ปุคฺคโลกาสา อญฺญมญฺญปริจฺฉินฺนา คหิตา’’ติ. กามาวจเร…เป… อุปปนฺนาติ เอตฺถ กามาวจเร อภิสเมตาวิโน รูปาวจรํ อุปปนฺนา, รูปาวจเร อภิสเมตาวิโน อรูปาวจรํ อุปปนฺนา, วา-สทฺเทน กามาวจเร อภิสเมตาวิโน อรูปาวจรํ อุปปนฺนาติ จ โยเชตพฺพํ. ตตฺถาติ อุปปนฺโนกาเส. อภิสมโยติ อุปริมคฺคาภิสมโย ยาว อุปปนฺโน น ภวิสฺสติ, ตาว เต ตตฺถ อุปปนฺนปุคฺคลา เอตฺถ เอตสฺมึ ‘‘อภิสเมตาวีน’’นฺติอาทินา วุตฺเต ทุติยโกฏฺฐาเส น คยฺหนฺติ ปุคฺคโลกาสานํ อญฺญมญฺญํ ปริจฺฉินฺนตฺตา. ยทิ เอวํ กึ เต อิมสฺมึ ยมเก อสงฺคหิตาติ อาห ‘‘เต ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ยํ วุตฺตํ ‘‘สมานคติกาติ วิสุํ น ทสฺสิตา’’ติ, ตํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘อนภิสเมตาวีน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – ‘‘อนภิสเมตาวีน’’นฺติ อิมินา ปฐมปเทน คหิตา สพฺพตฺถ มคฺคุปฺปตฺติรเห สมฺปตฺติภเว ตตฺถ สุทฺธาวาเส เย อนภิสเมตาวิโน, เตสุ ทฺวิปฺปกาเรสุ สุทฺธาวาสา ยสฺมึ กาเล ตตฺถ อนภิสเมตาวิโนติ คเหตพฺพา, ตตฺถ เนสํ ตถา คเหตพฺพกาลสฺส วิเสสนตฺถํ ‘‘สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน’’ติ วุตฺตนฺติ.

เอเตนาติ เอเตน วจเนน. โวทานจิตฺตํ นาม มคฺคจิตฺตานํ อนนฺตรปจฺจยภูตํ จิตฺตํ, อิธ ปน อคฺคมคฺคจิตฺตสฺส. ตโตติ ยถาวุตฺตโวทานจิตฺตโต ปุริมตรจิตฺตสมงฺคิโน, อนุโลมญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตสมงฺคิโน, อวสิฏฺฐวุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาจิตฺตาทิสมงฺคิโนปิ. เตนาห ‘‘ยาว สพฺพนฺติมตณฺหาสมฺปยุตฺตจิตฺตสมงฺคี, ตาว ทสฺสิตา’’ติ.

ปฏิสนฺธิจุติจิตฺตานํ ภงฺคุปฺปาทกฺขณา ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคุปฺปาทกฺขเณหิ ทุกฺขสจฺจาทีนํ นุปฺปาทาทีสุ สมานคติกาติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ปวตฺเต จิตฺตสฺสา’’ติอาทิ. ตตฺถ จุติจิตฺตสฺสปิ อุปฺปาทกฺขณสฺส คหณํ ทฏฺฐพฺพนฺติ โยชนา. ทฺวีสุปิ โกฏฺฐาเสสูติ สมุทยสจฺจสฺส ภาวิโน นิโรธสฺส อปฺปฏิกฺเขปปฏิกฺเขปวเสน ปวตฺเตสุ ปุริมปจฺฉิมโกฏฺฐาเสสุ. น วิเสสิตนฺติ ยถาวุตฺเต อปฺปฏิกฺเขเป จ สติปิ วิเสเสตฺวา น วุตฺตนฺติ อตฺโถ. เอกสฺสปิ ปุคฺคลสฺส ตาทิสสฺส มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขณสมงฺคิโน ปุริมโกฏฺฐาสสฺเสว อภชนโต โกฏฺฐาสทฺวยสมฺภวาภาวโตติ อตฺโถ. อิทานิ ตเมวตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ยสฺส ทุกฺขสจฺจ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. เกสญฺจิ ปุคฺคลานํ. นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. ‘‘มคฺคสฺส จ ผลสฺส จา’’ติ วุตฺตมคฺคผลานิ ทสฺเสนฺโต ‘‘ติณฺณํ ผลานํ ทฺวินฺนญฺจ มคฺคาน’’นฺติ อาห. ตานิ ปน เหฏฺฐิมานิ ตีณิ ผลานิ มชฺเฌ จ เทฺว มคฺคา เวทิตพฺพา. นิรนฺตรํ อนุปฺปาเทตฺวาติ ปฏิปกฺขธมฺเมหิ อโวกิณฺณํ กตฺวา สห วิปสฺสนาย มคฺคํ อุปฺปาเทนฺเตน ยา สาตจฺจกิริยา กาตพฺพา, ตํ อกตฺวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อนฺตรนฺตรา…เป… อุปฺปาเทตฺวา’’ติ. ‘‘อรูเป มคฺคสฺส จ ผลสฺส จ ภงฺคกฺขเณ’’ติ อวิเสสโต วุตฺเต กถมยํ วิเสโส ลพฺภตีติ อาห ‘‘สามญฺญวจเนนปี’’ติอาทิ. เตน อปวาทวิสยปริยาเยน อุปสคฺคา อภินิวิสนฺตีติ โลกสิทฺโธยํ ญาโยติ ทสฺเสติ.

ปวตฺติวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.