๒. สานุสยวารวณฺณนา
๖๖-๑๓๑. ‘‘สานุสโย, ปชหติ, ปริชานาตี’’ติ ปุคฺคโล วุตฺโตติ ‘‘กามราเคน สานุสโย, กามราคํ ปชหติ, กามราคํ ปริชานาตี’’ติอาทีสุ อนุสยสมงฺคิภาเวน ปหานปริญฺญากิริยาย กตฺตุภาเวน จ ปุคฺคโล วุตฺโต, น ธมฺโม. ภววิเสเสน วาติ เกวเลน ภววิเสเสน วา. อิตเรสูติ ปฏิฆานุสยาทีสุ. ภวานุสยวิเสเสน วาติ กามภวาทิภววิสิฏฺฐานุสยวิเสเสน วา. สานุสยตานิรนุสยตาทิกาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ปหานาปหานปริญฺญาปริญฺญา สงฺคยฺหนฺติ. นนุ จ ภววิเสเส เกสญฺจิ อนุสยานํ อปฺปหานนฺติ? น ตํ อนุสยกตํ, อถ โข ปจฺจยเวกลฺลโต อโนกาสตาย จาติ นายํ วิโรโธ. ทฺวีสุ เวทนาสูติ สุขอุเปกฺขาสุ เวทนาสุ ทุกฺขาย เวทนาย กามราคานุสเยน นิรนุสโยติ โยเชตพฺพํ. อิทมฺปิ นตฺถิ ปุคฺคลวเสน วุจฺจมานตฺตา. เตนาห ‘‘น หิ ปุคฺคลสฺส…เป… อนุสยาน’’นฺติ. ยทิปิ ปุคฺคลสฺส อนุสยโนกาโส อโนกาโส, ตสฺส ปน สานุสยตาทิเหตุ โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนุสยสฺส ปนา’’ติอาทิมาห. นิรนุสยตาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน อปฺปหานาปริญฺญา สงฺคณฺหาติ. ปริชานนํ สมติกฺกมนนฺติ ปริญฺญาวาเรปิ ‘‘อปาทาเน นิสฺสกฺกวจน’’นฺติ วุตฺตํ.
อนุสยนฏฺฐานโตติ อนุสยนฏฺฐานเหตุ. ‘‘อนนุสยนฏฺฐานโต’’ติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. นิมิตฺตาปาทานภาวทสฺสนตฺถนฺติ สานุสยวาเร นิมิตฺตภาวทสฺสนตฺถํ, ปชหนปริญฺญาวาเรสุ อปาทานภาวทสฺสนตฺถญฺจาติ โยเชตพฺพํ. ปชหตีติ เอตฺถ ‘‘รูปธาตุยา อรูปธาตุยา ตโต มานานุสยํ ปชหตี’’ติ ปาฬิปทํ อาหริตฺวา โยเชตพฺพํ, น ปชหตีติ เอตฺถ ปน ‘‘ทุกฺขาย เวทนาย ตโต กามราคานุสยํ นปฺปชหตี’’ติ. เอวมาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน ปริญฺญาวารมฺปิ สงฺคณฺหาติ. ภุมฺมนิทฺเทเสเนว เหตุอตฺเถเนว นิทฺทิฏฺฐาติ อตฺโถ.
จตุตฺถปญฺหวิสฺสชฺชเนนาติ ‘‘ยโต วา ปน มานานุสเยน สานุสโย, ตโต กามราคานุสเยน สานุสโย’’ติ เอตสฺส ปญฺหสฺส วิสฺสชฺชเนน. ตตฺถ หิ ‘‘รูปธาตุยา อรูปธาตุยา’’ติอาทินา สรูปโต อนุสยนฏฺฐานานิ ทสฺสิตานิ. ตทตฺเถติ ตํ อนุสยนฏฺฐานทสฺสนํ อตฺโถ เอตสฺสาติ ตทตฺโถ, ตสฺมึ ตทตฺเถ. ‘‘อนุสยสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานทสฺสนตฺถํ อยํ วาโร อารทฺโธ’’ติอาทินา ‘‘ยโต’’ติ เอเตน อนุสยนฏฺฐานํ วุตฺตนฺติ อิมมตฺถํ วิภาเวตฺวา. ปมาทลิขิตํ วิย ทิสฺสติ อุปฺปนฺน-สทฺเทน วตฺตมานุปฺปนฺเน วุจฺจมาเน. ยถา ปน อุปฺปชฺชนวาเร อุปฺปชฺชติ-สทฺเทน อุปฺปตฺติโยคทีปกตฺตา อุปฺปตฺติรหา วุจฺจนฺติ, เอวมิธาปิ อุปฺปตฺติอรเห วุจฺจมาเน น โกจิ วิโรโธ. ยํ ปน วกฺขติ ‘‘น หิ อปริยาปนฺนานํ อนุสยุปฺปตฺติรหฏฺฐานตา’’ติ, โสปิ น โทโส. ยตฺถ ยตฺถ หิ อนุสยา อุปฺปตฺติรหา, ตเทว เอกชฺฌํ คเหตฺวา ‘‘สพฺพตฺถา’’ติ วุตฺตนฺติ. ตเถว ทิสฺสตีติ ตํ ปมาทลิขิตํ วิย ทิสฺสตีติ อตฺโถ.
ยโต อุปฺปนฺเนน ภวิตพฺพนฺติ ยโต อนุสยนฏฺฐานโต กามคารานุสเยน อุปฺปนฺเนน ภวิตพฺพํ, เตน กามราคานุสเยน อุปฺปตฺติรหฏฺฐาเน นิสฺสกฺกวจนํ กตํ ‘‘ยโต’’ติ. ตถาติ เอตฺถ ตถา-สทฺโท ยถา ‘‘ยโต อุปฺปนฺเนนา’’ติ เอตฺถ อุปฺปตฺติรหฏฺฐานโต อนุสยสฺส อุปฺปตฺติรหตา วุตฺตา, ตถา ‘‘อุปฺปชฺชนเกนา’’ติ เอตฺถาปิ สา เอว วุจฺจตีติ ทีเปตีติ อาห ‘‘สพฺพธมฺเมสุ…เป… อาปนฺเนนา’’ติ. ตตฺถ ‘‘อุปฺปชฺชนโก’’ติ วุตฺเต อนุปฺปชฺชนโก น โหตีติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ, ตถา จ สติ เตน อนุปฺปตฺติ นิจฺฉิตาติ อุปฺปนฺนสภาวตา จ ปกาสิตา โหตีติ. เตนาห ‘‘สพฺพธมฺเมสุ…เป… อปเนตี’’ติ. ‘‘โย ยโต กามราคานุสเยน นิรนุสโย, โส ตโต มานานุสเยน นิรนุสโย’’ติ ปุจฺฉาย ‘‘ยโต ตโต’’ติ อาคตตฺตา วิสฺสชฺชเน ‘‘สพฺพตฺถา’’ติ ปทสฺส นิสฺสกฺกวเสเนว สกฺกา โยเชตุนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สพฺพตฺถาติ…เป… น น สมฺภวตี’’ติ อาห. ภุมฺมโต อญฺญตฺถาปิ สทฺทวิทู อิจฺฉนฺติ, ยโต สพฺเพสํ ปาทกํ ‘‘สพฺพตฺถปาทก’’นฺติ วุจฺจติ, อิธ ปน นิสฺสกฺกวเสน เวทิตพฺพํ.
สานุสยวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.