๓. ปชหนวารวณฺณนา
๑๓๒-๑๙๗. อปฺปชหนสพฺภาวาติ อปฺปหานสฺส, อปฺปหียมานสฺส วา สพฺภาวา. ตสฺมาติ ยสฺมา โย กามราคานุสยํ ปชหติ, น โส มานานุสยํ นิรวเสสโต ปชหติ, โย จ มานานุสยํ นิรวเสสโต ปชหติ, น โส กามราคานุสยํ ปชหติ ปเคว ปหีนตฺตา, ตสฺมา ‘‘โย วา ปน มานานุสยํ ปชหติ, โส กามราคานุสยํ ปชหตีติ? โน’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยทิ เอวํ ปฐมปุจฺฉายํ กถนฺติ อาห ‘‘ยสฺมา ปน…เป… วุตฺต’’นฺติ. ตตฺถ ปหานกรณมตฺตเมวาติ ปหานกิริยาสมฺภวมตฺตเมว, น นิรวเสสปฺปหานนฺติ อธิปฺปาโย. เต ฐเปตฺวาติ ทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉานุสยาทีนํ นิรวเสสปชหนเก อฏฺฐมกาทิเก ฐเปตฺวา. อวเสสาติ ตสฺส ตสฺส อนุสยสฺส นิรวเสสปฺปชหนเกหิ อวสิฏฺฐา. เตสุ เยสํ เอกจฺเจ อนุสยา ปหีนา, เตปิ อปฺปชหนสพฺภาเวเนว นปฺปชหนฺตีติ วุตฺตา. น จ ยถาวิชฺชมาเนนาติ มคฺคกิจฺจภาเวน วิชฺชมานปฺปกาเรน ปหาเนน วชฺชิตา รหิตา เอว วุตฺตาติ โยชนา.
เกสญฺจีติ โสตาปนฺนสกทาคามิมคฺคสมงฺคิสกทาคามีนํ. ปุน เกสญฺจีติ อนาคามิอคฺคมคฺคสมงฺคิอรหนฺตานํ. อุภยนฺติ กามราควิจิกิจฺฉานุสยทฺวยํ. เสสานนฺติ ‘‘เสสา’’ติ วุตฺตานํ ยถาวุตฺตปุคฺคลานํ. เตสนฺติ วุตฺตปฺปการานํ ทฺวินฺนํ อนุสยานํ. อุภยาปฺปชหนสฺสาติ กามราควิจิกิจฺฉานุสยาปฺปชหนสฺส. การณํ น โหตีติ เยสํ วิจิกิจฺฉานุสโย ปหีโน, เตสํ ตสฺส ปหีนตา, เยสํ ยถาวุตฺตํ อุภยปฺปหีนํ, เตสํ ตทปฺปชหนสฺส การณํ น โหตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เตสํ ปหีนตฺตา ‘นปฺปชหนฺตี’ติ น สกฺกา วตฺตุ’’นฺติ. อถ ปน น ตตฺถ การณํ วุตฺตํ, เยน การณวจเนน ยถาวุตฺตโทสาปตฺติ สิยา, เกวลํ ปน สนฺนิฏฺฐาเนน เตสํ ปุคฺคลานํ คหิตตาทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ ‘‘กามราคานุสยญฺจ นปฺปชหนฺตี’’ติ, เอวมฺปิ ปุจฺฉิตสฺส สํสยตฺถสฺส การณํ วตฺตพฺพํ. ตถา จ สติ ‘‘เสสปุคฺคลา ตสฺส อนุสยสฺส ปหีนตฺตา นปฺปชหนฺตี’’ติ การณํ วตฺตพฺพเมวาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘น วตฺตพฺพ’’นฺติอาทิ. ตตฺถ น วตฺตพฺพนฺติ วุตฺตนเยน การณํ น วตฺตพฺพํ การณภาวสฺเสว อภาวโต. ‘‘อุภยาปฺปชหนสฺส การณํ น โหตี’’ติ วุตฺตํ, ยถา ปน วตฺตพฺพํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โย กามราคานุสยํ…เป… วตฺตพฺพตฺตา’’ติ อาห. เตน ปหีนาปฺปหีนวเสน การณํ น วตฺตพฺพํ, ปหีนานํเยว ปน วเสน วตฺตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. สํสยตฺถสงฺคหิเตติ สํสยตฺเถน ปเทน สงฺคหิเต. สนฺนิฏฺฐานปทสงฺคหิตํ ปน ปหียมานตฺตา ‘‘นปฺปชหตี’’ติ น สกฺกา วตฺตุนฺติ.
ปชหนวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.