๙. เหวตฺถิกถาวณฺณนา

๓๐๔. เหวตฺถิกถายํ ‘‘สพฺโพ ธมฺโม สกภาเวน อตฺถิ ปรภาเวน นตฺถี’’ติ ปวตฺโต ปรวาทีวาโท ยถา วิภชฺช ปฏิปุจฺฉา วา น พฺยากาตพฺโพ, เอวํ เอกํสโต น พฺยากาตพฺโพ วิเสสาภาวโต, เกวลํ ฐปนียปกฺเข ติฏฺฐตีติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อวตฺตพฺพุตฺตเรนา’’ติ. ยถา หิ สพฺเพ วาทา สปฺปฏิวาทาวาติ ปฏิญฺญา ภูตกถนตฺตา อวตฺตพฺพุตฺตรา อุเปกฺขิตพฺพา, เอวมยมฺปีติ เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘อุเปกฺขิตพฺเพนา’’ติ. อถ วา อวตฺตพฺพํ อุตฺตรํ อวตฺตพฺพุตฺตรํ. ยถา อนิจฺจวาทินํ ปติ อนิจฺโจ สทฺโท ปจฺจยาธีนวุตฺติโตติ, อุตฺตรํ น วตฺตพฺพํ สิทฺธสาธนภาวโต, เอวํ อิธาปิ ทฏฺฐพฺพํ. สิทฺธสาธนญฺหิ ทฑฺฒสฺส ฑหนสทิสตฺตา นิรตฺถกเมว สิยา, อฏฺฐกถายํ ปน ยสฺมา ปรวาทินา เยน สภาเวน โย ธมฺโม อตฺถิ, เตเนว สภาเวน โส วินา กาลเภทาทิปรามสเนน นตฺถีติ ปติฏฺฐาปียติ, ตสฺมา ‘‘อโยนิโส ปติฏฺฐาปิตตฺตา’’ติ วุตฺตํ.

เอตฺถ จ ‘‘เหวตฺถิ, เหวํ นตฺถี’’ติ ปฏิชานนฺเตน ปรวาทินา ยถา สปรภาเวหิ รูปาทีนํ อตฺถิตา ปฏิญฺญาตา, เอวํ กาลเทสาทิเภเทหิปิ สา ปฏิญฺญาตา เอว. เตเนวาห ‘‘อตีตํ อนาคตปจฺจุปฺปนฺนวเสน, อนาคตปจฺจุปฺปนฺนานิ วา อตีตาทิวเสน นตฺถี’’ติ. เอวํ สติ นิคณฺฐาเจลกวาโท ปริทีปิโต สิยา. เต หิ ‘‘สิยา อตฺถิ, สิยา นตฺถิ, สิยา อตฺถิ จ นตฺถิ จา’’ติอาทินา สพฺพปทตฺเถสุ ปตฺตภาเค ปฏิชานนฺติ. ตตฺถ ยทิ วตฺถุโน สภาเวเนว, เทสกาลสนฺตานวเสน วา นตฺถิตา อธิปฺเปตา, ตํ สิทฺธสาธนํ สกวาทิโนปิ อิจฺฉิตตฺตา. ยสฺส หิ ธมฺมสฺส โย สภาโว, น โส ตโต อญฺญถา อุปลพฺภติ. ยทิ อุปลพฺเภยฺย, อญฺโญ เอว โส สิยา. น เจตฺถ สามญฺญลกฺขณํ นิทสฺเสตพฺพํ สลกฺขณสฺส อธิปฺเปตตฺตา ตสฺส นตฺถิภาวสฺส อภาวโต. ยถา จ ปรภาเวน นตฺถิตาย น วิวาโท, เอวํ เทสกาลนฺตเรสุปิ อิตฺตรกาลตฺตา สงฺขารานํ. น หิ สงฺขารา เทสนฺตรํ, กาลนฺตรํ วา สงฺกมนฺติ ขณิกภาวโต. เอเตเนว ปริยายนฺตเรน นตฺถิตาปิ ปฏิกฺขิตฺตา เวทิตพฺพา. ยถา จ อตฺถิตา, นตฺถิตา วินา กาลเภเทน เอกสฺมึ ธมฺเม ปติฏฺฐํ น ลภนฺติ อญฺญมญฺญวิรุทฺธตฺตา, เอวํ สพฺพทาปิ นิจฺจตฺตา.

ยํ ปน เต วทนฺติ ‘‘ยถา สุวณฺณํ กฏกาทิรูเปน ฐิตํ รุจกาทิภาวํ อาปชฺชตีติ นิจฺจานิจฺจํ. ตญฺหิ สุวณฺณภาวาวิชหนโต นิจฺจํ กฏกาทิภาวหานิโต อนิจฺจํ, เอวํ สพฺพธมฺมา’’ติ. เต อิทํ วตฺตพฺพา ‘‘กึ กฏกภาโว กฏกสฺส, อุทาหุ สุวณฺณสฺสา’’ติ. ยทิ กฏกสฺส, สุวณฺณนิรเปกฺโข สิยา ตทญฺญภาโว วิย. อถ สุวณฺณสฺส, นิจฺจกาลํ ตตฺถ อุปลพฺเภยฺย สุวณฺณภาโว วิย. น จ สกฺกา อุภินฺนํ เอกภาโวติ วตฺตุํ กฏกวินาเสปิ สุวณฺณาวินาสโต. อถ มตํ, สุวณฺณกฏกาทีนํ ปริยายีปริยายภาวโต นายํ โทโสติ. ยถา หิ กฏกปริยายนิโรเธน รุจกปริยายุปฺปาเทปิ ปริยายี ตเถว ติฏฺฐติ, เอวํ มนุสฺสปริยายนิโรเธ เทวปริยายุปฺปาเทปิ ปริยายี ชีวทฺรพฺยํ ติฏฺฐตีติ นิจฺจานิจฺจํ, ตถา สพฺพทฺรพฺยานีติ. ตยิทํ อมฺพํ ปุฏฺฐสฺส ลพุชพฺยากรณํ. ยํ เสฺวว นิจฺโจ อนิจฺโจติ วา วทนฺโต อญฺญตฺถ นิจฺจตํ อญฺญตฺถ อนิจฺจตํ ปฏิชานาติ, อถ ปริยายปริยายีนํ อนญฺญตา อิจฺฉิตา, เอวํ สติ ปริยาโยปิ นิจฺโจ สิยา ปริยายิโน อนญฺญตฺตา ปริยายสรูปํ วิย, ปริยายี วา อนิจฺโจ ปริยายโต อนญฺญตฺตา ปริยายสรูปํ วิยาติ. อถ เนสํ อญฺญา อนญฺญตา, เอวญฺจ สติ วุตฺตโทสทฺวยานติวตฺติ. อปิจ โกยํ ปริยาโย นาม, ยทิ สณฺฐานํ, สุวณฺโณ ตาว โหตุ, กถํ ชีวทฺรเพฺย อรูปิภาวโต. ยทิ ตสฺสปิ สณฺฐานวนฺตํ อิจฺฉิตํ, ตถา สติสฺส เอกสฺมิมฺปิ สตฺตสนฺตาเน พหุตา อาปชฺชติ สรูปตา จ สณฺฐานวนฺเตสุปิ ปีฬกาทีสุ ตถาทสฺสนโต. อถ ปวตฺติวิเสโส, เอวมฺปิ พหุตา ขณิกตา จ อาปชฺชติ, ตสฺมา ปริยายสรูปเมว ตาว ปติฏฺฐเปตพฺพํ.

ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘สุวณฺณํ กฏกาทิรูเปน ฐิต’’นฺติ, ตตฺถ สมฺปตฺติโยคโต วิญฺญายมาเนสุ วิสิฏฺเฐสุ รูปคนฺธรสโผฏฺฐพฺเพสุ กึ เอกํ, อุทาหุ เตสํ สมุทาโย, ตพฺพินิมุตฺตํ วา ธมฺมนฺตรํ สุวณฺณนฺติ? ตตฺถ น ตาว รูปาทีสุ เอเกกํ สุวณฺณํ เตน สุวณฺณกิจฺจาสิทฺธิโต, นาปิ ตพฺพินิมุตฺตํ ธมฺมนฺตรํ ตาทิสสฺส อภาวโต. อถ สมุทาโย, ตํ ปน ปญฺญตฺติมตฺตนฺติ น ตสฺส นิจฺจตา, นาปิ อนิจฺจตา สมฺภวติ. ยถา จ สุวณฺณสฺส, เอวํ กฏกสฺสปิ ปญฺญตฺติมตฺตตฺตาติ. ตยิทํ นิทสฺสนํ ปรวาทิโน ชีวทฺรพฺยสฺสปิ ปญฺญตฺติมตฺตํ ตสฺเสว สาเธตีติ กุโต ตสฺส นิจฺจานิจฺจตาติ อลมติปฺปปญฺเจน.

เหวตฺถิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มหาวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.