๑. นสุตฺตสาธนกถาวณฺณนา
๒๙๗. ‘‘อตีตํ อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺน’’นฺติ อยํ กาลวิภาคปริจฺฉินฺโน โวหาโร ธมฺมานํ ตํ ตํ อวตฺถาวิเสสํ อุปาทาย ปญฺญตฺโต. ธมฺโม หิ สกิจฺจกฺขเณ ปจฺจุปฺปนฺโน, ตโต ปุพฺเพ อนาคโต, ปจฺฉา อตีโตติ วุตฺโตวายมตฺโถ. ตตฺถ ยทิปิ ธมฺมา อนิจฺจตาย อนวฏฺฐิตา, อวตฺถา ปน เตสํ ยถาวุตฺตา ววตฺถิตาติ ตทุปาทานา กาลปญฺญตฺติปิ ววตฺถิตา เอว. น หิ อตีตาทิ อนาคตาทิภาเวน โวหรียติ, ขนฺธาทิปญฺญตฺติ ปน อนเปกฺขิตกาลวิเสสา. ตีสุปิ หิ กาเลสุ รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺโธว, ตถา เสสา ขนฺธา อายตนธาตุโย จ. เอวมวฏฺฐิเต ยสฺมา ปรวาที ‘‘อตฺถี’’ติ อิมํ ปจฺจุปฺปนฺนนิยตํ โวหารํ อตีตานาคเตสุปิ อาโรเปติ, ตสฺมา โส อทฺธสงฺกรํ กโรติ. ปรมตฺถโต อวิชฺชมาเน วิชฺชมาเน กตฺวา โวหรตีติ ตโต วิเวเจตุํ ‘‘อตีตํ ขนฺธา’’ติอาทิกา อยํ กถา อารทฺธา.
ยสฺมา ปน รุปฺปนาทิสภาเว อตีตาทิเภทภินฺเน ธมฺเม เอกชฺฌํ คเหตฺวา ตตฺถ ราสฏฺฐํ อุปาทาย ขนฺธปญฺญตฺติ, จกฺขุรูปาทีสุ การณาทิอตฺถํ สุญฺญตฏฺฐญฺจ อุปาทาย อายตนปญฺญตฺติ ธาตุปญฺญตฺติ จ, ตสฺมา สา อทฺธตฺตยสาธารณา, น อตีตาทิปญฺญตฺติ วิย อทฺธวิเสสาธิฏฺฐานาติ อาห ‘‘ขนฺธาทิภาวาวิชหนโต อตีตานาคตาน’’นฺติ. เต ปเนเต อตีตาทิเก ขนฺธาทิเก วิย สภาวธมฺมโต สญฺชานนฺโต ปรวาที ‘‘อตฺถี’’ติ ปฏิชานาตีติ อาห ‘‘อตีตานาคตานํ อตฺถิตํ อิจฺฉนฺตสฺสา’’ติ. เสสเมตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, นิรุตฺติปถา’’ติ สุตฺตํ นิรุตฺติปถสุตฺตํ. ตตฺถ หิ ปจฺจุปฺปนฺนสฺเสว อตฺถิภาโว วุตฺโต, น อตีตานาคตานํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺถิตาย วาริตตฺตา’’ติ. ยทิ เอวํ ‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, นิพฺพาน’’นฺติ อิทํ กถนฺติ? ตํ สพฺพทา อุปลทฺธิโต วุตฺตํ นิจฺจสภาวญาปนตฺถํ อสงฺขตธมฺมสฺส, อิธ ปน สงฺขตธมฺมานํ ขณตฺตยสมงฺคิตาย อตฺถิภาโว น ตโต ปุพฺเพ ปจฺฉา จาติ ปญฺญาปนตฺถํ ‘‘ยํ, ภิกฺขเว, รูปํ…เป… น ตสฺส สงฺขา ภวิสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. เอเตน ‘‘อตฺถี’’ติ สมญฺญาย อนุปาทานโต อตีตํ อนาคตํ ปรมตฺถโต นตฺถีติ ทสฺสิตํ โหติ. อิมินาวูปาเยนาติ ‘‘ขนฺธาทิภาวาวิชหนโต’’ติ เอวํ วุตฺเตน เหตุนา. อุปปตฺติสาธนยุตฺติ หิ อิธ ‘‘อุปาโย’’ติ วุตฺตา.
นสุตฺตสาธนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.