๑. นสุตฺตาหรณกถาวณฺณนา
๒๘๐. ยทิปิ ปาฬิยํ ‘‘ตโย มคฺเค ภาเวตี’’ติ วุตฺตํ, มคฺคภาวนา ปน ยาวเทว กิเลสสมุจฺฉินฺทนตฺถาติ ญตฺวา ‘‘กิจฺจสพฺภาวนฺติ ตีหิ ปหาตพฺพสฺส ปหีนต’’นฺติ อาห. ตตฺถ ตีหีติ เหฏฺฐิเมหิ ตีหิ อริยมคฺเคหิ ปหาตพฺพสฺส อชฺฌตฺตสํโยชนสฺส ปหีนตํ สมุจฺฉินฺทนนฺติ อตฺโถ. ตํ ปน กิจฺจนฺติ อโธภาคิยสํโยชเนสุ มคฺคสฺส ปหานาภิสมยกิจฺจํ. เตเนว มคฺเคนาติ อนาคามิมคฺเคเนว. เอตํ น สเมตีติ เอวํ มคฺคุปฺปาทโต ปเคว กามราคพฺยาปาทา ปหียนฺตีติ ลทฺธิกิตฺตนํ อิมินา มคฺคสฺส กิจฺจสพฺภาวกถเนน น สเมติ น ยุชฺชติ. ตสฺมาติ อิมินา ยถาวุตฺตเมว วิโรธํ ปจฺจามสติ. ปหีนานนฺติ วิกฺขมฺภิตานํ. โย หิ ฌานลาภี ฌาเนน ยถาวิกฺขมฺภิเต กิเลเส มคฺเคน สมุจฺฉินฺทติ, โส อิธาธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘ทสฺสนมคฺเค…เป… อธิปฺปาโย’’ติ.
ชหติกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.