๒. สํสนฺทนพฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา

๒๗๓. รูปาวจรมคฺเคนาติ รูปาวจรชฺฌาเนน. ตญฺหิ รูปภวูปปตฺติยา อุปายภาวโต มคฺโคติ วุตฺโต. ยถาห ‘‘รูปุปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวตี’’ติ (ธ. ส. ๑๖๐). อิทนฺติ อิทํ รูปาวจรชฺฌานํ. ‘‘อิธวิหายนิฏฺฐเหตุภูโต รูปาวจรมคฺโค’’ติอาทิกํ ทีเปนฺตํ วจนํ อนาคามิมคฺคสฺส ตพฺภาวทีปเกน ‘‘อิธ ภาวิตมคฺโค’’ติอาทิเกน กถํ สเมตีติ โจเทตฺวา ยถา สเมติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุพฺเพ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘ปุพฺเพ’’ติ อิมินา ‘‘อิธ ภาวิตมคฺโค’’ติอาทิกํ วทนฺติ, อิธาปิ ปน ‘‘รูปาวจรมคฺเคนา’’ติอาทิกํ. ตตฺถ อนาคามี เอวาติ อนาคามิผลฏฺโฐ เอว. ฌานานาคามีติ อสมุจฺฉินฺนชฺฌตฺตสํโยชโนปิ รูปภเว อุปฺปชฺชิตฺวา อนาวตฺติธมฺมมคฺคํ ภาเวตฺวา ตตฺเถว ปรินิพฺพายนโต. อธิปฺปาโยติ ยถาวุตฺโต ทฺวินฺนํ อฏฺฐกถาวจนานํ อวิโรธทีปโก อธิปฺปาโย.

อิธาติ กามโลเก. ตตฺถาติ พฺรหฺมโลเก. เอตฺถ จ ปรวาที เอวํ ปุจฺฉิตพฺโพ ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหี’’ติ สุตฺตํ กึ ยถารุตวเสน คเหตพฺพตฺถํ, อุทาหุ สนฺธายภาสิตนฺติ? ตตฺถ ชานมาโน สนฺธายภาสิตนฺติ วเทยฺย. อญฺญถา ‘‘ปรนิมฺมิตวสวตฺติเทเว อุปาทายา’’ติอาทิ วตฺตุํ น สกฺกา ‘‘เทเว จ ตาวตึเส’’ติ วุตฺตตฺตา. ยถา หิ ตสฺส ‘‘เสยฺยถาปิ เทเวหิ ตาวตึเสหิ สทฺธึ มนฺเตตฺวา’’ติอาทีสุ วิย สกฺกํ เทวราชานํ อุปาทาย กามาวจรเทเวสุ ตาวตึสเทวา ปากฏา ปญฺญาตาติ เตสํ คหณํ, น เตเยว อธิปฺเปตาติ สุตฺตปทสฺส สนฺธายภาสิตตฺถํ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ, เอวํ ‘‘อิธ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติ เอตฺถาปิ อนวชฺชสุขอพฺยาเสกสุขเนกฺขมฺมสุขาทิสนฺนิสฺสยภาเวน มหานิสํสตาย สาสเน ปพฺพชฺชา ‘‘อิธ พฺรหฺมจริยวาโส’’ติ อิมสฺมึ สุตฺเต อธิปฺเปตา. สา หิ อุตฺตรกุรุกานํ เทวานญฺจ อโนกาสภาวโต ทุกฺกรา ทุลฺลภา จ. ตตฺถ สูริยปริวตฺตาทีหิปิ เทเวสุ มคฺคปฏิลาภาย อตฺถิตา วิภาเวตพฺพา, อุตฺตรกุรุกานํ ปน วิเสสานธิคมภาโว อุภินฺนมฺปิ อิจฺฉิโต เอวาติ.

สํสนฺทนพฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

พฺรหฺมจริยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.