๑๙. ปฏิเวธานุโยคาทิวณฺณนา
๒๑๘. ปชานนํ นาม น โหติ นิพฺพิทาทีนํ อปฺปจฺจยตฺตา. ปริจฺเฉทนสมตฺถตญฺจ ทสฺเสตีติ สมฺพนฺโธ.
๒๒๘. สหรูปภาโว รูเปน สมงฺคิตา, วินารูปภาโว ตโต วินิสฺสฏตาติ ตทุภยํ รูปสฺส อพฺภนฺตรคมนํ พหินิกฺขมนญฺจ โหติ. ตสฺมา ตํ ทฺวยํ สหรูปภาววินารูปภาวานํ ลกฺขณวจนนฺติ วุตฺตํ.
๒๓๗. โอฬาริโกติ ถูโล. อาหิโต อหํ มาโน เอตฺถาติ อตฺตา, อตฺตภาโว. โส เอว ยถาสกํ กมฺมุนา ปฏิลภิตพฺพโต ปฏิลาโภ. ปททฺวเยนปิ กามาวจรตฺตภาโว กถิโต. มโนมโย อตฺตปฏิลาโภ รูปาวจรตฺตภาโว. โส หิ ฌานมเนน นิพฺพตฺตตฺตา มโนมโย. อรูโป อตฺตปฏิลาโภติ อรูปาวจรตฺตภาโว. โส หิ รูเปน อมิสฺสิตตฺตา อรูโปติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ‘‘อตฺตา’’ติ ปน ชีเว โลกโวหาโร นิรุโฬฺห, อสติปิ ชีเว ตถานิรุฬฺหํ โลกโวหารํ คเหตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺธาปิ โวหรนฺตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิติ อิมา โลกสฺส สมญฺญา, ยาหิ ตถาคโต โวหรตี’’ติ วตฺวา อิทานิ ยถา โวหรนฺติ, ตํ ปการํ วิภาเวนฺโต ‘‘อปรามส’’นฺติอาทิมาห.
ปจฺจตฺตสามญฺญลกฺขณวเสนาติ กกฺขฬผุสนาทิสลกฺขณวเสน อนิจฺจตาทิสามญฺญลกฺขณวเสน จ. อิมินาติ ‘‘ปจฺจตฺตสามญฺญลกฺขณวเสนา’’ติอาทินา วุตฺเตน ปรมตฺถโต ปุคฺคลาภาววจเนน. อิโต ปุริมาติ ตตฺถ ตตฺถ สกวาทิปฏิกฺเขปาทิวิภาวนวเสน ปวตฺตา อิโต อตฺถสํวณฺณนโต ปุริมา. อิมินาติ วา ‘‘ยถา รูปาทโย ธมฺมา’’ติอาทินา อฏฺฐกถายํ วุตฺตวจเนน. ยถา จาติ เอตฺถ จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. เตน สมญฺญานติธาวนํ สมฺปิณฺเฑติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา ปรามาโส จ น โหติ ชนปทนิรุตฺติยา อภินิวิสิตพฺพโต, ยถา จ สมญฺญาติธาวนํ น โหติ, เอวํ อิโต ปุริมา จ อตฺถวณฺณนา โยเชตพฺพา. สมญฺญาติธาวเน หิ สติ สพฺพโลกโวหารูปจฺเฉโท สิยาติ.
ตสฺมา สจฺจนฺติ ยสฺมา ตตฺถ ปรมตฺถาการํ อนาโรเปตฺวา สมญฺญํ นาติธาวนฺโต เกวลํ โลกสมฺมุติยาว โวหรติ, ตสฺมา สจฺจํ ปเรสํ อวิสํวาทนโต. ตถการณนฺติ ตโถ อวิตโถ ธมฺมสภาโว การณํ ปวตฺติเหตุ เอตสฺสาติ ตถการณํ, ปรมตฺถวจนํ, อวิปรีตธมฺมสภาววิสยนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ธมฺมานํ ตถตาย ปวตฺต’’นฺติ.
ปฏิเวธานุโยคาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปุคฺคลกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.