๑๓. ปุริสการานุโยควณฺณนา
๑๒๓. กมฺมานนฺติ กุสลากุสลกมฺมานํ. ตคฺคหเณเนว หิ ตํตํกิจฺจกรณีเย กิริยานมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. นิปฺผาทกปฺปโยชกภาเวนาติ การกการาปกภาเวน.
๑๒๕. กมฺมการกสฺส ปุคฺคลสฺส โย อญฺโญ ปุคฺคโล การโก. เตนปีติ การกการเกนปิ. ตสฺสาติ การกการกสฺส. อญฺญนฺติ อญฺญํ กมฺมํ. เอวนฺติ อิมินา วุตฺตปฺปกาเรน. เตหิ เตหิ การเกหิ ปุคฺคลา วิย อญฺญานิ กมฺมานิ กรียนฺตีติ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘กมฺมวฏฺฏสฺส อนุปจฺเฉทํ วทนฺตี’’ติ. เอวํ สนฺเต ปุคฺคลสฺส การโก, กมฺมสฺส การโกติ อยํ วิภาโค อิธ อนามฏฺโฐ โหติ, ตถา จ สติ การกปรมฺปราย วจนํ วิรุชฺเฌยฺยาติ อาห ‘‘ปุคฺคลสฺส…เป… วิจาเรตพฺพเมต’’นฺติ. ตสฺส การกนฺติ ปุคฺคลสฺส การกํ. อิทญฺจาติ น เกวลํ ปุคฺคลการกสฺส กมฺมการกตาปตฺติเยว โทโส, อถ โข อิทํ กมฺมการกตาย การกปรมฺปราปชฺชนมฺปิ วิจาเรตพฺพํ, น ยุชฺชตีติ อตฺโถ. ปุคฺคลานญฺหิ ปฏิปาฏิยา การกภาโว การกปรมฺปรา.
๑๗๐. เอโก อนฺโตติ ‘‘คาโห’’ติ สสฺสตคาหสงฺขาโต อนฺโตติ อตฺโถ.
๑๗๖. สิยา อญฺโญ, สิยา อนญฺโญ, สิยา น วตฺตพฺโพ ‘‘อญฺโญติ วา อนญฺโญติ วา’’ติ, เอวํ ปวตฺตนิคณฺฐวาทสทิสตฺตา โส เอว เอโก เนว โส โหติ, น อญฺโญติ ลทฺธิมตฺตํ. เตนาห ‘‘อิทํ ปน นตฺเถวา’’ติ. ปรสฺส อิจฺฉาวเสเนวาติ ปรวาทิโน ลทฺธิวเสเนว. เอกํ อนิจฺฉนฺตสฺสาติ เอกํ ‘‘โส กโรติ, โส ปฏิสํเวเทตี’’ติ คหณํ สสฺสตทิฏฺฐิภเยน ปฏิกฺขิปนฺตสฺส อิตรํ อุจฺเฉทคฺคหณํ อาปนฺนํ. ตญฺจ ปฏิกฺขิปนฺตสฺส อญฺญํ มิสฺสกํ นิจฺจานิจฺจคฺคหณํ, วิกฺเขปคฺคหณญฺจ อาปนฺนํ. การกเวทกิจฺฉาย ฐตฺวาติ เสฺวว การโก เวทโก จาติ อิมสฺมึ อาทาเย ฐตฺวา. ตํตํอนิจฺฉายาติ ตสฺส ตสฺส วาทสฺส อสมฺปฏิจฺฉเนน. อาปนฺนวเสนปีติ อาปนฺนคาหวเสนปิ อยํ อนุโยโค วุตฺโตติ โยชนา. สพฺเพสํ อาปนฺนตฺตาติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน สพฺเพสํ วิกปฺปานํ อนุกฺกเมน อาปนฺนตฺตา นายมนุโยโค กโตติ โยชนา. เอเกกสฺเสวาติ เตสุ วิสุํ วิสุํ เอเกกสฺเสว อาปนฺนตฺตา. ตนฺติวเสน ปน เต วิกปฺปา เอกชฺฌํ ทสฺเสตฺวาติ อธิปฺปาโย. เอกโต โยเชตพฺพํ จตุนฺนมฺปิ ปญฺหานํ เอกโต ปุฏฺฐตฺตา.
ปุริสการานุโยควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
กลฺยาณวคฺโค นิฏฺฐิโต.