คนฺถารมฺภวณฺณนา

สมุทาเย เอกเทสา อนฺโตคธาติ สมุทาโย เตสํ อธิฏฺฐานภาเวน วุตฺโต ยถา ‘‘รุกฺเข สาขา’’ติ ทสฺเสติ ‘‘กถาสมุทายสฺสา’’ติอาทินา. ตตฺถ กถานนฺติ ติสฺโส กถา วาโท ชปฺโป วิตณฺฑาติ. เตสุ เยน ปมาณตกฺเกหิ ปกฺขปฏิปกฺขานํ ปติฏฺฐาปนปฏิกฺเขปา โหนฺติ, โส วาโท. เอกาธิกรณา หิ อญฺญมญฺญวิรุทฺธา ธมฺมา ปกฺขปฏิปกฺขา ยถา ‘‘โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา, น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’’ติ (ที. นิ. ๑.๖๕). นานาธิกรณา ปน อญฺญมญฺญวิรุทฺธาปิ ปกฺขปฏิปกฺขา นาม น โหนฺติ ยถา ‘‘อนิจฺจํ รูปํ, นิจฺจํ นิพฺพาน’’นฺติ. เยน ฉลชาตินิคฺคหฏฺฐาเนหิ ปกฺขปฏิปกฺขานํ ปติฏฺฐาปนํ ปฏิกฺเขปารมฺโภ, โส ชปฺโป. อารมฺภมตฺตเมเวตฺถ, น อตฺถสิทฺธีติ ทสฺสนตฺถํ อารมฺภคฺคหณํ. ยาย ปน ฉลชาตินิคฺคหฏฺฐาเนหิ ปฏิปกฺขปฏิกฺเขปาย วายมนฺติ, สา วิตณฺฑา. ตตฺถ อตฺถวิกปฺปุปปตฺติยา วจนวิฆาโต ฉลํ ยถา ‘‘นวกมฺพโลยํ ปุริโส, ราชา โน สกฺขี’’ติ เอวมาทิ. ทูสนภาสา ชาตโย, อุตฺตรปติรูปกาติ อตฺโถ. นิคฺคหฏฺฐานานิ ปรโต อาวิ ภวิสฺสนฺติ. เอวํ วาทชปฺปวิตณฺฑปฺปเภทาสุ ตีสุ กถาสุ อิธ วาทกถา ‘‘กถา’’ติ อธิปฺเปตา. สา จ โข อวิปรีตธมฺมตาย ปติฏฺฐาปนวเสน, น วิคฺคาหิกกถาภาเวนาติ เวทิตพฺพํ. มาติกาฐปเนเนวาติ อุทฺเทสเทสนาย เอว. ฐปิตสฺสาติ เทสิตสฺส. เทสนา หิ เทเสตพฺพมตฺถํ วิเนยฺยสนฺตาเนสุ ฐปนโต นิกฺขิปนโต ฐปนํ, นิกฺเขโปติ จ วุจฺจติ.

คนฺถารมฺภวณฺณนา นิฏฺฐิตา.