รูปาวจรกุสลํ
จตุกฺกนโย
ปฐมชฺฌานกถาวณฺณนา
๑๖๐. อุตฺตรปทโลปํ กตฺวา ‘‘รูปภโว รูป’’นฺติ วุตฺโต, ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสติ (ม. นิ. ๒.๒๔๘; ๓.๓๑๒; ธ. ส. ๒๔๘; ปฏิ. ม. ๑.๒๐๙), รูปราโค’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๓๖๓) วิยาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปโยคสมฺปาทิตสฺส รูปชฺฌานสฺส รูปภวาติกฺกมสฺสปิ อุปายภาวโต ยถา รูปูปปตฺติยา เอว มคฺโคติ อยํ นิยโม น ยุชฺชติ, เอวํ ปจฺจยนฺตรวิกลตาทีหิ รูปูปปตฺติยา อนภินิปฺผาทกสฺสปิ อตฺถิภาวโต รูปูปปตฺติยา มคฺโค เอวาติ อยมฺปิ นิยโม น ยุชฺชติ. เอวญฺจ สติ ยเทว รูปูปปตฺติยา นิปฺผาทกํ, ตสฺเสว สมฺปยุตฺตสฺส รูปาวจรกุสลภาโว, น อนภินิปฺผาทกสฺสาติ อยมตฺโถ อาปนฺโนติ โจทนํ สมุฏฺฐาเปติ น สพฺพสฺส กุสลชฺฌานสฺสาติอาทินา. ตตฺถ สามญฺญสทฺโทปิ อธิการวเสน วิเสสนิทฺทิฏฺโฐ โหตีติ ‘‘กุสลชฺฌานสฺส มคฺคภาโว’’ติ วุตฺตํ.
รูปูปปตฺติชนกสภาโว รูปภววิปจฺจนสภาโวติ ตสฺสปิ วิปากธมฺมภาเว สติปิ สพฺพกุสลากุสลสาธารณํ วิปากธมฺมภาวสามญฺญํ ‘‘วิปากธมฺมภาโว วิยา’’ติ อุทาหรณภาเวน วุตฺตํ. สามญฺญมฺปิ หิ วิเสสโต ภินฺนํ กตฺวา โวหรียตีติ. สพฺพสมาโนติ รูปูปปตฺติยา นิปฺผาทกสฺส ปจฺจยนฺตรวิกลตาทีหิ อนิปฺผาทกสฺส จ สพฺพสฺส ยถาธิคตสฺส ฌานสฺส สาธารโณ. เอเตน อุตฺตรปทาวธารณสฺส ปริคฺคหิตตํ ทสฺเสติ. ‘‘อิโต อญฺโญ มคฺโค นาม นตฺถี’’ติ อิมินาปิ สชาติยา สาธารโณ อญฺญชาติวินิวตฺติยา อนญฺญสาธารโณ อิมสฺส ฌานสฺส รูปูปปตฺติยา อุปายภาโว วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺพํ. อิตเร เทฺว สทฺธา หิรี จ. ยทิ ปฏิปทาย สาเธตพฺพโต ปุคฺคลปุพฺพงฺคมาย เทสนาย ภาเวนฺเตน สมยววตฺถานํ กตํ. ปฏิปทารหิเตสุ กถนฺติ อาห ‘‘เกสญฺจี’’ติอาทิ. ตตฺถ เกสญฺจีติ สมถภาวนาย กตาธิการานํ. เตสญฺหิ มคฺคาธิคมนโต ปุพฺเพ อนธิคตชฺฌานานํ ปฏิสมฺภิทาทโย วิย มคฺคาธิคเมเนว ตานิ สมิชฺฌนฺติ.
อญฺญานีติ อริยมคฺคสิทฺธิโต อญฺญานิ. เตสุปีติ อริยมคฺเคน สิทฺธตฺตา ปฏิปทารหิเตสุปิ. นนุ จ อริยมคฺคสิทฺธสฺสปิ อาคมนวเสน ปฏิปทา อุปลพฺภติเยว. อิตรถา ‘‘น กามาวจรํ วิย วินา ปฏิปทาย อุปฺปชฺชตี’’ติ, ‘‘พหุตรํ โลกิยชฺฌานมฺปิ น วินา ปฏิปทาย อิชฺฌตี’’ติ จ วจนํ วิรุชฺเฌยฺยาติ? น, เยภุยฺเยน คหณโต ปุคฺคลวิเสสาเปกฺขตฺตา จ. อริยมคฺคสมิชฺฌนกญฺหิ ฌานํ กสฺสจิเทว โหติ, ตสฺมา อิตรํ พหุตรํ โลกิยชฺฌานํ ปุถุชฺชนสฺส อริยสฺส จ อกตาธิการสฺส น วินา ปฏิปทาย สิชฺฌตีติ เตสํ วเสน วุตฺตํ. อริยมคฺคสิทฺธสฺสปิ ฌานสฺส วิปากานํ วิย กุสเลน อริยมคฺเคน สทิสตฺตาภาวโต อตพฺพิปากตฺตา จ น มคฺคาคมนวเสน ปฏิปทา ยุชฺชติ, เอวมสฺส ปฏิปทาวิรโห สิทฺโธ. เอวญฺจ กตฺวา สุทฺธิกนวกเทสนาปิ สุฏฺฐุ นีตา โหติ. ตถา จ วกฺขติ โลกุตฺตรกถายํ ‘‘โลกิยชฺฌานมฺปี’’ติอาทิ (ธ. ส. มูลฏี. ๒๗๗).
วฏฺฏาสยสฺส วิเสสปจฺจยภูตาย ตณฺหาย ตนุกรณวเสน วิวฏฺฏาสยสฺส วฑฺฒนนฺติ อาห ‘‘ตณฺหาสํกิเลสโสธเนน อาสยโปสน’’นฺติ. อาสยโปสนนฺติ จ ฌานภาวนาย ปจฺจยภูตา ปุพฺพโยคาทิวเสน สิทฺธา อชฺฌาสยสมฺปทา. สา ปน ตณฺหุปตาปวิคเมน โหตีติ อาห ‘‘ตณฺหาสํกิเลสโสธเนนา’’ติ.
ถินมิทฺธาทีนนฺติ ถินมิทฺธอุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจวิจิกิจฺฉานํ. ปหานนฺติ ปหายกํ.
ตํสทิเสสูติ มหคฺคตภาวาทินา ปฐมชฺฌานสมาธิสทิเสสุ.
ปีติสุขวนฺตํ ฌานํ ปีติสุขนฺติ วุตฺตํ ยถา อริสโสติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปีติสุข…เป… อกาโร วุตฺโต’’ติ อาห. มคฺคสฺสปิ วา นิพฺพานารมฺมณโต ตถลกฺขณูปนิชฺฌานตา โยเชตพฺพา. อสมฺโมสธมฺมนฺติ อวินาสภาวํ.
ทุติยชฺฌานกถาวณฺณนา
๑๖๑-๑๖๒. ทิฏฺฐาทีนวสฺส ตํตํฌานกฺขเณ อนุปฺปชฺชนธมฺมตาปาทนํ วูปสมนํ วิรชฺชนํ ปหานญฺจาติ อิธาธิปฺเปตวิตกฺกาทโยเยว ฌานงฺคภูตา ตถา กรียนฺติ, น ตํสมฺปยุตฺตผสฺสาทโยติ วิตกฺกาทีนํเยว วูปสมาทิวจนํ ญายาคตํ. ยสฺมา ปน วิตกฺกาทโย วิย ตํสมฺปยุตฺตธมฺมาปิ เอเตน เอตํ โอฬาริกนฺติ ทิฏฺฐาทีนวา เอว, ตสฺมา อวิเสเสน วิตกฺกาทีนํ ตํสหชาตานญฺจ วูปสมาทิเก วตฺตพฺเพ วิตกฺกวิจาราทีนํเยว วูปสมาทิกํ วุจฺจมานํ ‘‘อธิกวจนมญฺญมตฺถํ โพเธตี’’ติ กิญฺจิ วิเสสํ ทีเปตีติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เยหิ วิตกฺกวิจาเรหี’’ติอาทิมาห. วิสุํ วิสุํ ฐิตานิปิ วิตกฺกวิจารสมติกฺกมวจนาทีนิ ปเหยฺยงฺคนิทฺเทสตาสามญฺเญน จิตฺเตน สมูหโต คเหตฺวา อวยเวน สมุทาโยปลกฺขณํ กตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตสํ…เป… ตํ ทีปกนฺติ วุตฺต’’นฺติ อาห. อิทานิ อวยเวน สมุทาโยปลกฺขณํ วินา วิตกฺกวิจารวูปสมวจเนน ปีติวิราคาทิวจนานํ สวิสเย สมานพฺยาปารตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห.
ตสฺมึ ทสฺสิเตติ ‘‘ยา สทฺธา สทฺทหนา’’ติอาทินา ฌานวิภงฺเค สมฺปสาทเน ทสฺสิเต. สมานาธิกรณนิทฺเทเสเนวาติ ตตฺเถว วิภงฺเค อุทฺเทสปทุทฺธาราทีสุ สทฺธาฌานานํ ‘‘สมฺปสาทน’’นฺติ เอกาธิกรณตาวจเนเนว.
โอฬาริกงฺคมุเขน ‘‘ตทนุธมฺมตา สตี’’ติ วุตฺตาย ตํตํฌานนิกนฺติยา วิกฺขมฺภนํ วิตกฺกวิจารวูปสมวจนาทีหิ ปกาสิตนฺติ อาห ‘‘ตณฺหาปฺปหานํ เอเตสํ วูปสมน’’นฺติ (วิภ. ๗๙๙). ยโต วิตกฺกวิจาเรสุ วิรตฺตภาวทีปกํ วิตกฺกวิจารวูปสมวจนนฺติ ตทุภยาภาวทีปนํ ปุน กตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘เย จา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตติยชฺฌานกถาวณฺณนา
๑๖๓. วีริยํ อุเปกฺขาติ วุตฺตํ ‘‘ปคฺคหนิคฺคเหสุ พฺยาปารากรเณน อุเปกฺขิยตี’’ติ. คหเณ มชฺฌตฺตภาเวน สงฺขาเร อุเปกฺขตีติ สงฺขารุเปกฺขา, ตถาปวตฺตา วิปสฺสนา ปญฺญา. ตสฺสา ปน วิสยโต ปเภโท ‘‘อฏฺฐ สงฺขารุเปกฺขา’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๑.๕๗) ยสฺสํ ปาฬิยํ วุตฺโต, ตํ ปาฬิเสสํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปฐมชฺฌาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อุปฺปาทนฺติ ปุริมกมฺมปจฺจยา อิธ อุปฺปตฺตึ. ปวตฺตนฺติ ตถา อุปฺปนฺนสฺส ปวตฺตึ. นิมิตฺตนฺติ สพฺพมฺปิ สงฺขารคตํ นิมิตฺตภาเวน อุปฏฺฐานโต. อายูหนนฺติ อายตึ ปฏิสนฺธิเหตุภูตํ กมฺมํ. ปฏิสนฺธินฺติ อายตึ อุปปตฺตึ. คตินฺติ ยาย คติยา สา ปฏิสนฺธิ โหติ. นิพฺพตฺตินฺติ ขนฺธานํ นิพฺพตฺตนํ. อุปปตฺตินฺติ ‘‘สมาปนฺนสฺส วา อุปปนฺนสฺส วา’’ติ เอวํ วุตฺตํ วิปากปฺปวตฺตึ. ชาตินฺติ ชราทีนํ ปจฺจยภูตํ ภวปจฺจยา ชาตึ. ชรามรณาทโย ปากฏา เอว. เอตฺถ จ อุปฺปาทาทโย ปญฺเจว สงฺขารุเปกฺขาญาณสฺส วิสยวเสน วุตฺตา, เสสา เตสํ เววจนวเสน. ‘‘นิพฺพตฺติ ชาตี’’ติ อิทญฺหิ ทฺวยํ อุปฺปาทสฺส เจว ปฏิสนฺธิยา จ เววจนํ. ‘‘คติ อุปปตฺติ จา’’ติ อิทํ ทฺวยํ ปวตฺตสฺส. ชราทโย นิมิตฺตสฺสาติ.
ภูตสฺสาติ ขนฺธปญฺจกสฺส. เอเตหีติ ฌานจิตฺตสมุฏฺฐิตรูเปหิ.
จตุกฺกนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปญฺจกนยวณฺณนา
๑๖๗. อาการเภทนฺติ อาการวิเสสํ. อเนกาการา หิ ธมฺมา, เต จ นิรวเสสํ ยาถาวโต ภควตา อภิสมฺพุทฺธา. ยถาห – ‘‘สพฺเพ ธมฺมา สพฺพากาเรน พุทฺธสฺส ภควโต ญาณมุเข อาปาถํ อาคจฺฉนฺตี’’ติ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕; ปฏิ. ๓.๕). ทุติยชฺฌานปกฺขิกํ น ปฐมชฺฌานปกฺขิกนฺติ อธิปฺปาโย. เตเนวาห ‘‘ปฐมชฺฌานเมว หี’’ติอาทิ. อตฺถโต หิ จตุกฺกปญฺจกนยา อญฺญมญฺญานุปฺปเวสิโน. ปญฺจกนเย ทุติยชฺฌานํ กึ สวิจารตาย ปฐมชฺฌานปกฺขิกํ อุทาหุ อวิตกฺกตาย ทุติยชฺฌานปกฺขิกนฺติ สิยา อาสงฺกาติ ตทาสงฺกานิวตฺตนตฺถมิทํ วุตฺตํ. กสฺมาติอาทินา ตตฺถ การณมาห. สุตฺตนฺตเทสนาสุ จ ทุติยชฺฌานเมว ภชนฺตีติ สมฺพนฺโธ. จ-สทฺเทน น เกวลํ อิเธว, อถ โข สุตฺตนฺตเทสนาสุปีติ เทสนนฺตเรปิ ยถาวุตฺตชฺฌานสฺส ปฐมชฺฌานปกฺขิกตฺตาภาวํ ทสฺเสติ. อิทานิ ภชนมฺปิ ทสฺเสตุํ ‘‘วิตกฺกวูปสมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน สุตฺตนฺเตปิ ปญฺจกนยสฺส ลพฺภมานตํ ทสฺเสติ.
นนุ จ สุตฺตนฺเต จตฺตาริเยว ฌานานิ วิภตฺตานีติ ปญฺจกนโย นตฺถิเยวาติ? น, ‘‘สวิตกฺกสวิจาโร สมาธี’’ติอาทินา สมาธิตฺตยาปเทเสน ปญฺจกนยสฺส ลพฺภมานตฺตา. จตุกฺกนยนิสฺสิโต ปน กตฺวา ปญฺจกนโย วิภตฺโตติ ตตฺถาปิ ปญฺจกนโย นิทฺธาเรตพฺโพ. วิตกฺกวิจารานํ วูปสมาติ หิ วิตกฺกสฺส วิจารสฺส วิตกฺกวิจารานญฺจ วิตกฺกวิจารานนฺติ สกฺกา วตฺตุํ. ตถา อวิตกฺกอวิจารานนฺติ จ วินา สห จ วิจาเรน วิตกฺกปฺปหาเนน อวิตกฺกํ สห วินา จ วิตกฺเกน วิจารปฺปหาเนน อวิจารนฺติ อวิตกฺกํ อวิจารํ อวิตกฺกอวิจารญฺจาติ วา ติวิธมฺปิ สกฺกา สงฺคณฺหิตุํ.
ทุติยนฺติ จ วิตกฺกรหิเต วิตกฺกวิจารทฺวยรหิเต จ ญายาคตา เทสนา. ทุติยํ อธิคนฺตพฺพตฺตา วิจารมตฺตรหิเตปิ ทฺวยปฺปหานาธิคตสมานธมฺมตฺตา. เอวญฺจ กตฺวา ปญฺจกนยนิทฺเทเส ทุติเย วูปสนฺโตปิ วิตกฺโก ตํสหายวิจาราวูปสเมน น สมฺมาวูปสนฺโตติ วิตกฺกวิจารทฺวยรหิเต วิย วิจารวูปสเมเนว ตทุปสมํ เสสธมฺมสมานตญฺจ ทสฺเสนฺเตน ‘‘วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ ตติยํ จตุกฺกนเย ทุติเยน นิพฺพิเสสํ วิภตฺตํ. ทุวิธสฺสปิ สหายวิรเหน อญฺญถา จ วิตกฺกปฺปหาเนน อวิตกฺกตฺตํ สมาธิชํ ปีติสุขตฺตญฺจ สมานนฺติ สมานธมฺมตฺตาปิ ทุติยนฺติ นิทฺเทโส. วิจารมตฺตมฺปิ หิ วิตกฺกวิจารทฺวยรหิตํ วิย ‘‘ยสฺมึ สมเย รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวติ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ อวิตกฺกํ สมาธิชํ ปีติสุขนฺติ วิภตฺตํ. ปฐมชฺฌาเน วา สหจารีสุ วิตกฺกวิจาเรสุ เอกํ อติกฺกมิตฺวา ทุติยมฺปิ ตตฺรฏฺฐเมว โทสโต ทิสฺวา อุภยมฺปิ สหาติกฺกมนฺตสฺส ปญฺจกนเย ตติยํ วุตฺตํ ตติยํ อธิคนฺตพฺพตฺตา. ปฐมโต อนนฺตรภาเวน ปนสฺส ทุติยภาโว จ อุปฺปชฺชติ. กสฺมา ปเนตฺถ สรูปโต ปญฺจกนโย น วิภตฺโตติ? วิเนยฺยชฺฌาสยโต. ยถานุโลมเทสนา หิ สุตฺตนฺตเทสนาติ.
ปฏิปทาจตุกฺกาทิวณฺณนา
๑๗๖-๑๘๐. ตทนุรูปตาติ ตสฺส ปฐมาทิชฺฌานสฺส อนุรูปสภาวา. ยถาลทฺธชฺฌานํ สนฺตโต ปณีตโต ทิสฺวา อสฺสาทยมานา นิกนฺติ ตํสมฺปยุตฺตา ขนฺธา วา ตทารกฺขภูตา สติเยว วา ตสฺส ฌานสฺส อนุจฺฉวิกตาย ‘‘ตทนุธมฺมตา สตี’’ติ วุตฺตาติ. กทาจีติ ยทา ปฐมํ อธิคนฺตฺวา ยถานิสินฺโนเยว วินา ปโยคนฺตรํ ทุติยาทีนิ อธิคจฺฉติ, อีทิเส กาเลติ อตฺโถ.
๑๘๖. กุสลชฺฌานสฺส อธิคตตฺตา ‘‘เสกฺขา’’ติ วุตฺตํ. น หิ เต อุปฺปาเทนฺติ นามาติ อริยมคฺคกฺขเณ รูปาวจรชฺฌานานํ อนุปฺปชฺชมานตํ สนฺธายาห.
กสิณกถาวณฺณนา
๒๐๓. อารุปฺปปาทกตา จ ทสฺสิตา วินา อภาวโต. น หิ เตสํ อารุปฺปปาทกตาย วินา นิโรธปาทกตา อตฺถีติ. นิมฺมินิตุํ อิจฺฉิตสฺส วตฺถุโน นิมฺมานวเสน ขิปฺปํ นิสนฺติ นิสามนํ อาโลจนํ อธิคโม เอตสฺสาติ ขิปฺปนิสนฺติ. ตพฺภาโว ‘‘ขิปฺปนิสนฺติภาโว’’ติ อาห ‘‘ขิปฺปทสฺสนํ ขิปฺปาภิญฺญตา’’ติ.
กสิณกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อภิภายตนกถาวณฺณนา
๒๐๔. ปฏิภาคนิมิตฺตภูตํ กสิณารมฺมณสงฺขาตํ อายตนํ การณํ เอตสฺสาติ กสิณายตนํ, ฌานํ. อถ วา อารมฺมณสฺส อนวเสสผรณฏฺเฐน กสิณญฺจ ตํ อายตนญฺจ โยคิโน สุขวิเสสานํ อธิฏฺฐานภาวโต มนายตนธมฺมายตนภาวโต จาติ สสมฺปยุตฺตํ ฌานํ กสิณายตนํ. เตเนวาห ‘‘สติปิ อภิภายตนานํ กสิณายตนตฺเต’’ติ. ภาวนาย นิมิตฺตํ ภาวนานิมิตฺตํ, อารมฺมณสฺส ปริตฺตปฺปมาณตา สุวิสุทฺธนีลาทิตา จ, ตเทว นานตฺตํ. ภาวนา เอว วา ปุพฺพภาคภูตา ภาวนานิมิตฺตํ, ตสฺส นานตฺตํ ภาวนานิมิตฺตนานตฺตํ. ปุพฺพภาคภาวนา หิ ยถาวุตฺตวิเสเส อารมฺมเณ ปวตฺติอาการวิเสสโต นานาสภาวาติ. กสิณนิมิตฺตสฺส อภิภวนกภาวนานิมิตฺตนานตฺตํ กสิณ…เป… นานตฺตํ, ตโตติ โยเชตพฺพํ.
เอตฺถ จ ปุริมานิ จตฺตาริ อภิภายตนานิ ภูตกสิณารมฺมณานิ, ภูตกสิเณสุ จ ยํ สุวณฺณํ ทุพฺพณฺณนฺติ จ น สกฺกา วตฺตุํ. ตตฺถ ปวตฺติตานิ สพฺพตฺถ วา วณฺณาโภครหิเตน ปวตฺติตานิ ปฐมตติยาภิภายตนานีติ ทุติยจตุตฺถานิ วณฺณกสิณารมฺมณานิ. ยทิ เอวํ ทุติยจตุตฺเถหิ ปญฺจมาทีนํ โก วิเสโสติ ‘‘ปญฺจมาทีนิ วณฺณโต รมณียตรานิ, น ตถา อิตรานี’’ติ วทนฺติ. ปุริมานิปิ จตฺตาริ อฏฺฐ กสิณารมฺมณาเนว, ตสฺมา ตํ เนสํ มติมตฺตํ ‘‘อฏฺฐสุ กสิเณสู’’ติ วุตฺตตฺตา. วิโมกฺเขสุ จ ปฐมทุติยวิโมกฺขา อฏฺฐ กสิณารมฺมณา. ตติโย วณฺณกสิณารมฺมโณ. ปฐมทุติยาปิ วา วณฺณกสิณารมฺมณา เอว ‘‘พหิทฺธา นีลกสิณาทิรูปานิ ฌานจกฺขุนา ปสฺสตี’’ติ วุตฺตตฺตา. อารมฺมณมนุญฺญตาย หิ ตตฺถ อนิคฺคติตภาเวน เตสํ ปวตฺตีติ. เอวํ สนฺเต ตติยสฺส อิตเรหิ โก วิเสโสติ? สุภาการาโภโค. ตติโย เอว หิ สุภนฺติ อาภุชนวเสน ปวตฺตติ, น อิตเรติ.
ญาณํ อปฺปนาปญฺญา. วิชฺชมาเนปีติ อปิ-สทฺเทน อวิชฺชมาเนปีติ ทสฺเสติ. ปริตฺตปฺปมาณตา อภิภวนสฺส การณํ อิเมสุ จตูสุ อภิภายตเนสูติ อธิปฺปาโย. นนุ จ สพฺพตฺถ ‘‘สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ วจนโต วณฺณาโภคสหิตานิเยว คหิตานีติ? น คหิตานีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถาติ อาคเมสุ. ตถา อปฺปมาณานีติ วณฺณาโภครหิตานิ จ สพฺพานิ อปฺปมาณานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานีติ อตฺโถ. ยทิ เอวํ กถํ วิสิฏฺฐานํ วณฺณาโภเคน รหิตานํ สหิตานญฺจ เอกชฺฌํ มนสิ กโรติ? น เอกชฺฌํ, วิสุํเยว ปน เตสุ มนสิกาโร. ยทิ วิสุํ กถเมกนฺติ? ปริตฺตภาวสามญฺญโต. ยทิ เอวํ ‘‘สุวณฺณทุพฺพณฺณคฺคหณํ อติริจฺฉตี’’ติ, นาติริจฺฉตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อตฺถิ หิ เอโส ปริยาโย’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยทิทํ วณฺณาโภคชนิตํ วิเสสํ อคฺคเหตฺวา ปริตฺตสามญฺเญน เอกตฺตํ เนตฺวา ‘‘ปริตฺตานิ อภิภุยฺยา’’ติ วตฺวา ปุน ตทนฺโตคธธมฺมปฺปเภทํ วิเนยฺยวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘ตานิ เจ กทาจิ วณฺณวเสน อาภุชิตานิ โหนฺติ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ อภิภุยฺยา’’ติ วตฺตพฺพตาย วณฺณาโภครหิตานิ สหิตานิ จ วิสุํ มนสิ กตฺวา อุภยตฺถาปิ วณฺณาโภครหิตปริตฺตาภิภวเน ตํ สหิตปริตฺตาภิภวเน จ ปริตฺตาภิภวนสฺส สามญฺญํ คเหตฺวา เอกนฺติ วจนํ, เอโส ปริยาโย วิชฺชตีติ อยมธิปฺปาโย.
เอวํ สุตฺตนฺตาภิธมฺมปาฐวิเสสโต อฏฺฐกถาย วิโรธาภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สุตฺตนฺตาภิธมฺมปาฐานํ อวิโรธํ อธิปฺปายวิภาวเนน ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถจา’’ติอาทิมาห. เอวํ อภิธมฺเม วณฺณาโภครหิตานิ สหิตานิ จ วิสุํ วุตฺตานิ. สุตฺตนฺเต ปน ‘‘อุภยานิ เอกชฺฌ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ กถํ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘ตเทต’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อาคตสฺสาติ สุตฺตนฺเต อาคตสฺส. ตตฺถ หิ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี’’ติ อาคตํ. อวจนโตติ อภิธมฺเม อวจนโต. ยทิปิ วิโมกฺขา วิสุํ เทสิตา, กสิณายตนภาโว วิย ปน อภิภายตนานํ วิโมกฺขกิจฺจตาปิ อตฺถีติ อภิภายตนวิโมกฺขานํ อิธาปิ สงฺกโร ทุนฺนิวาโรติ โจทนํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘สพฺพวิโมกฺขกิจฺจสาธารณวจนภาวโต’’ติ. เตน ยถา อภิภายตนเทสนายํ อภิภายตนกิจฺจานิ นิรวเสสโต วุตฺตานิ, เอวํ วิโมกฺขเทสนายํ วิโมกฺขกิจฺจานีติ อิธ เตสํ อสงฺกโรเยวาติ ทสฺเสติ.
เย จ ยถาวุตฺตํ ววตฺถานํ น สมฺปฏิจฺฉนฺติ, เตหิ สุตฺตนฺตาภิธมฺมปาฐเภเท อญฺญํ การณํ วตฺตพฺพํ สิยา. กิเมตฺถ วตฺตพฺพํ, นนุ อฏฺฐกถายํ ‘‘กสฺมา ปน ยถา สุตฺตนฺเต’’ติอาทึ วตฺวา ‘‘อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียโต’’ติ การณํ วุตฺตนฺติ. น ตํ ตสฺส การณวจนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อชฺฌตฺตรูปาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยนฺติ อิธ สุตฺตนฺเต จ ‘‘พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตี’’ติ (อ. นิ. ๘.๖๕) วุตฺตวจนํ สนฺธายาห. พหิทฺธา รูปานิเยว หิ อภิภวนียานีติ. อญฺญเหตุกนฺติ เทสนาวิลาสโต อญฺญํ อภิภวนียเหตุ เอตสฺสาติ อญฺญเหตุกํ. อชฺฌตฺตอรูปสญฺญิตาย เอว, น สุตฺตนฺเต วิย อชฺฌตฺตรูปสญฺญิตาย จาติ อตฺโถ. อวิภูตตฺตาติ อิทํ ญาณุตฺตรานํ สห นิมิตฺตุปฺปาทเนน อปฺปนานิพฺพตฺตนํ อารมฺมณสฺส อภิภโว น สุฏฺฐุ วิภูตภาวมนฺตเรน สมฺภวตีติ กตฺวา วุตฺตํ. นนุ จ อฏฺฐกถายํ ปาฐทฺวยวิเสสสฺส เทสนาวิลาโส การณภาเวน วุตฺโตติ อาห ‘‘เทสนาวิลาโส จ ยถาวุตฺตววตฺถานวเสน เวทิตพฺโพ’’ติ. เทสนาวิลาโส หิ นาม วิเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ วิชฺชมานสฺเสว ปริยายสฺส วิภาวนํ น ยสฺส กสฺสจีติ. ตตฺถ จ ‘‘ปริยายเทสนตฺตา’’ติอาทินา วุตฺตปฺปการววตฺถานํ เทสนาวิลาสนิพนฺธนมาห. ตถา เจว หิ ปุรโต เทสนาวิลาโส วิภาวิโต.
อภิภายตนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
วิโมกฺขกถาวณฺณนา
๒๔๘. ตนฺติ ‘‘สสนฺตติปริยาปนฺนรูป’’นฺติ วุตฺตเกสาทิวณฺณมาห. ตํ ปน ยสฺมา ขลมณฺฑลาทิ วิย ปรมฺปราย ฌานสฺส การณํ, ตสฺมา ‘‘ฌานสฺส เหตุภาเวนา’’ติ อาห. เยนาติ ยถาวุตฺตรูปวิเสเสน. วิสิฏฺเฐนาติ อติสยปฺปตฺเตน ‘‘รูปูปปตฺติยา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๖๐ อาทโย; วิภ. ๖๒๕) วิย อุตฺตรปทโลเปน ‘‘รูป’’นฺติ วุตฺเตน รูปฌาเนน. ‘‘วิสิฏฺเฐนา’’ติ อิมินา หิ อติสยรูปยุตฺโต รูปีติ วุตฺโตติ ทสฺเสติ. ‘‘ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ปถวีกสิณ’’นฺติอาทินา (ธ. ส. ๔๙๙) ฌานานเมว กสิณภาเวน ปวตฺตา. สุตฺเต อารมฺมณานํ กสิณภาเวน ปวตฺตา ‘‘ปถวีกสิณเมโก สญฺชานาตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๓๖๐; อ. นิ. ๑๐.๒๕).
วิโมกฺขกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
พฺรหฺมวิหารกถาวณฺณนา
๒๕๑. อญฺญาณสมฺปยุตฺตาปิ วา อุเปกฺขาเวทนา อญฺญาณุเปกฺขา, อุเปกฺขาติ อญฺญาณสมฺปยุตฺตา อุเปกฺขาเวทนา, อญฺญาณุเปกฺขาติปิ เอตาสํเยว นามนฺติ (วิภ. อฏฺฐ. ๙๔๗) หิ สมฺโมหวิโนทนิยํ วกฺขตีติ. อปฺปฏิภาคนิมิตฺตตฺเตปิ เอกํ กติปเย วา สตฺเต โอทิสฺส ปวตฺตา ปริจฺฉินฺนรูปาทิอุปาทานวิสเย ปวตฺตตฺตา กถมปฺปมาณโคจราติ อาห ‘‘น จ สมฺมุติสจฺจวเสนา’’ติอาทิ. เอวมฺปิ ยถา นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกาติ สตฺตวเสน ปวตฺตายปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สงฺขารารมฺมณตา วุจฺจติ อุปาทานวเสน, เอวํ สตฺตวเสน ปวตฺตานมฺปิ เมตฺตาทีนํ สงฺขารารมฺมณตาปิ สิยาติ เจ? น, อปรามสนวเสน ปวตฺตานํ เมตฺตาทีนํ สอุปาทานคฺคหณาสมฺภวโตติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อปรามาสา’’ติอาทิ.
พฺรหฺมวิหารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อสุภกถาวณฺณนา
๒๖๓. ‘‘เอกาหมตํ วา ทฺวีหมตํ วา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๓๗๙; ม. นิ. ๑.๑๑๒) วุตฺตาสุ นวสุ สิวถิกาสุ วณฺณวเสน ปวตฺตชฺฌานํ สิวถิกาวณฺณชฺฌานํ. นนุ เจตสฺส วณฺณกสิเณหิ คหณํ ยุตฺตํ, น อสุเภหีติ? น, สิวถิกาวณฺณํ อุปมํ กตฺวา อตฺตโน กาเย ปฏิกูลตฺตํ อมุญฺจิตฺวาว วณฺณวเสน ปวตฺตนโต. เตเนวาห ‘‘ปฏิกูลมนสิการสามญฺเญนา’’ติ. อยมตฺโถ สิวถิกาวณฺณชฺฌานสฺสาติ เอตฺถาปิ โยเชตพฺโพติ วิภาเวนฺโต ‘‘ตมฺปี’’ติอาทิมาห.
อสุภกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
รูปาวจรกุสลวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อรูปาวจรกุสลกถาวณฺณนา
๒๖๕. รูปนิมิตฺตนฺติ รูปเหตุ รูปาธิกรณํ. รูปารูปนิมิตฺเตสูติ รูปธมฺเมสุ จ ปถวีกสิณาทินิมิตฺเตสุ จ. ตทารมฺมณชฺฌาเนสูติ เอตฺถ ตํ-สทฺเทน รูปนิมิตฺตํ ปจฺจามสติ รูปมฺปิ วา รูปธมฺมารมฺมณานมฺปิ รูปาวจรชฺฌานานํ สมฺภวโต. รูปาทีสูติ รูปารูปนิมิตฺตตทารมฺมณชฺฌาเนสุ รูปปฏิพทฺธธมฺเมสุ จ. อนาวชฺชิตุกามตาทินาติ อาทิ-สทฺเทน อสมาปชฺชิตุกามตาทึ สงฺคณฺหาติ.
จุติโต อุทฺธํ อุปฺปตฺติรหานํ…เป… อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทเนน สมติกฺกโมติ เอเตน สมติกฺกมิตพฺพตฺเตน รูปาวจรกุสลานํ รูปาวจรวิปากกิริเยหิ วิเสสาภาวํ ทสฺเสติ อนธิคตภาวโต. เยสญฺหิ รูปสญฺญาทีนํ อรูปภาวนาย สมติกฺกมาทิโก ลพฺภติ, เต ทสฺเสตุํ ‘‘อรูปภาวนาย อภาเว จุติโต อุทฺธํ อุปฺปตฺติรหาน’’นฺติ วุตฺตนฺติ. ยาติ เอกนฺตรูปนิสฺสิตา อวสิฏฺฐปริตฺตวิปากสญฺญาทโย.
อาเนญฺชสนฺตสมาปตฺติสุขานุภวนภววิเสสูปปชฺชนาทโย อารุปฺปสมาปตฺตีนํ อตฺถาติ อาห ‘‘รูปสญฺญา…เป… น อตฺโถ’’ติ.
อิธ อุคฺฆาฏิตกสิณวเสน ปริตฺตานนฺตตา โหติ นิปฺปริยายเทสนตฺตาติ อธิปฺปาโย. ยทิ เอวํ ปริตฺตกสิณุคฺฆาฏิเต กถมากาสานญฺจายตนวจนนฺติ? ตตฺถาปิ อนนฺตผรณสพฺภาวโต. เตเนวาห ‘‘อนนฺตผรณตาสพฺภาเว’’ติ. ยทิ สพฺพตฺถ อนนฺตผรณตา อตฺถิ, อถ กสฺมา ‘‘อนนฺโต อากาโส’’ติ น วุตฺตนฺติ อาห ‘‘สมยววตฺถาปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ปฏิปตฺตีติ ฌานภาวนาการมาห.
๒๖๖. อุคฺฆาฏภาโว อุคฺฆาฏิมํ. ยถา ปากิมํ.
๒๖๘. อากาเส ปวตฺติตวิญฺญาณาติกฺกมโต ตติยาติ ปทุทฺธารํ กตฺวา ยุตฺติโต อาคมโต จ ตทตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘ตทติกฺกมโต หี’’ติอาทิมาห. อารุปฺปสมาปตฺตีนํ อารมฺมณาติกฺกเมน ปตฺตพฺพตฺตา วิเสสโต อารมฺมเณ โทสทสฺสนํ ตเทว อติกฺกมิตพฺพนฺติ อยํ ยุตฺติ, อารมฺมเณ ปน อติกฺกนฺเต ตทารมฺมณํ ฌานมฺปิ อติกฺกนฺตเมว โหติ. ภาวนาย อารมฺมณสฺส วิคมนํ อปนยนํ วิภาวนา. ปาฬิยนฺติ วิภงฺเค. นนุ จ ปาฬิยํ ‘‘ตญฺเญว วิญฺญาณ’’นฺติ อวิเสเสน วุตฺตํ ‘‘น อากาสานญฺจายตนวิญฺญาณ’’นฺติ. ‘‘น ตญฺเญววิญฺญาณนฺติ วิเสสวจเนน อยมตฺโถ สิทฺโธ’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิญฺญาณญฺจายตน’’นฺติอาทิมาห.
อรูปาวจรกุสลกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เตภูมกกุสลวณฺณนา
๒๖๙. สตฺตหิ มหาวาเรหีติ ปฏิจฺจสหชาตปจฺจยนิสฺสยสํสฏฺฐสมฺปยุตฺตปญฺหาวาเรหิ อนุโลมปจฺจนียอนุโลมปจฺจนียปจฺจนียานุโลมาทินยา อนุโลมาทินยา. ภารทฺวาชโคตมาทโย อฏฺฐจตฺตาลีส โลเก โคตฺตานิ มูลภูตานิ, ตถา กฏฺฐกลาปาทโย อฏฺฐจตฺตาลีเสว จรณานีติ อาห ‘‘อฏฺฐจตฺตาลีส’’นฺติอาทิ. ตตฺถ เตสนฺติ ภพฺพาภพฺพานํ. ทฺวารสีเสน ทฺวารวนฺตานิ คยฺหนฺตีติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘ตํตํทฺวารานิ วา กายาทีนี’’ติ. อจิตฺตีกาเรน วา กตํ หีนํ, อชฺฌุเปกฺขเนน กตํ มชฺฌิมํ, สกฺกจฺจกตํ ปณีตํ. อามิสกิญฺชกฺขาทิเหตุ วา กตํ หีนํ, ปุญฺญผลกามตาย กตํ มชฺฌิมํ, กตฺตพฺพมิจฺเจว อริยภาเว ฐิเตน กตํ ปณีตํ. ภวสมฺปตฺติโลเภน วา ปวตฺติตํ หีนํ, อโลภชฺฌาสเยน ปวตฺติตํ มชฺฌิมํ, ปรหิตาย ปวตฺติตํ ปณีตํ. ปริตฺตกตํ วา หีนํ, มตฺตโส กตํ มชฺฌิมํ, อธิมตฺตโส กตํ ปณีตํ. มหคฺคเตสุ ปน ปฏิลทฺธมตฺตํ หีนํ, นาติสุภาวิตํ มชฺฌิมํ, สุภาวิตํ วสิปฺปตฺตํ ปณีตํ. อิเมสุปิ เอเกกสฺส หีนาทิกสฺส อายูหนนานตฺตาทิวเสน หีนาทิเภโท ลพฺภติเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ วเสนาติ โย จิตฺตปฺปภาวิโต จิตฺตสมฺปยุตฺตานํ จิตฺตาธิปเตยฺยภาโว, โส ตํนิมิตฺเต จิตฺเต อุปจริโตติ เอวํ วา เอตฺถ อตฺโถ.
เตภูมกกุสลวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
โลกุตฺตรกุสลวณฺณนา
๒๗๗. ‘‘เกนฏฺเฐน โลกุตฺตร’’นฺติอาทิ ปฏิสมฺภิทาวจนํ (ปฏิ. ม. ๒.๔๓) อฏฺฐกถาย อาภตํ, ตสฺมา ตตฺถ ‘‘ติวิโธปิ อนุตฺตรธมฺโม โลกํ ตรตี’’ติอาทินา สงฺคหิโตติ ตํ ตีหิ ปเทหิ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘โลกํ ตรตีติ เอเตนา’’ติอาทิมาห. เอเกกสฺมึ โยเชตพฺโพ โลกสฺส อนฺตคมนาทิตาย มคฺคาทีสุปิ ลพฺภมานตฺตา. มคฺเคเยว วา ติวิโธปิ อตฺโถ โยเชตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. อนติวตฺตนาทีติ อาทิ-สทฺเทน อินฺทฺริยานํ เอกรสตา ตทุปควีริยวาหนํ อาเสวนาติ อิเม ตโย ภาวนาวิเสเส สงฺคณฺหาติ. ยสฺมา เจเต ภาวนาวิเสสา สํกิเลสโวทาเนสุ วฏฺฏวิวฏฺเฏสุ จ ตํตํอาทีนวานิสํสทสฺสนภูตาย ปุพฺพภาคปญฺญาย สมฺปาทิเตน ญาณวิเสเสน นิปฺผชฺชนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อญฺญมญฺญํ…เป… วฑฺเฒตี’’ติ.
นิสฺสโย โหตีติ รุกฺโข วิย สาขาย อาธารภาเวน โวหรียตีติ อตฺโถ. ผลญาณผลงฺคานํ นิสฺสยวจนํ นิสฺสยปจฺจยตฺตา. ตโตเยว นิสฺสยภาวโต ปติฏฺฐาภาวโต. อริยผลสนฺนิสฺสเยน หิ อริยา กตกิจฺจา สุฏฺฐุ นิพฺพินฺนสพฺพภวาปิ จิรตรํ โลเก ปรหิตาย ติฏฺฐนฺติ. กิเลสานํ โอธิโส ปชหนกาปิ อริยมคฺคา อวิเสเสน สพฺพากุสลานํ สพฺพกุสลปฏิปกฺขตาย อญฺญมคฺคปฺปหาตพฺเพสุปิ เกนจิ ปหานากาเรน ปวตฺตนฺตีติ ตํ ปหานาการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิตเรสํ วิชฺชุโตภาเสน วิย ตมสฺสา’’ติ อาห. เยน ปาฬิยํ เหฏฺฐิมมคฺคญาณานํ วิชฺชูปมตา ทสฺสิตา. ยทิ เอวํ อุปริมคฺควชฺฌา กิเลสา อิตเรติ อิธาธิปฺเปตา. น เตสํ สมุจฺเฉทวจนํ ยุตฺตํ. น หิ ภาวนาย ปหาตพฺเพ ทสฺสนมคฺโค สมุจฺฉินฺทิตุํ สกฺโกติ. ตถา จ สติ ทสฺสเนน ปหาตพฺพา เอว เต สิยุํ. อถ ตทงฺคปฺปหานํ อธิปฺเปตํ, เยน ‘‘วิชฺชุโตภาเสน วิย ตมสฺสา’’ติ วุตฺตํ, ตํ ปุพฺพภาควิปสฺสนาย เอว สิทฺธํ น จ ยุตฺตํ โลกุตฺตรมคฺโค ตทงฺควเสน กิเลเส ปชหตีติ. วิกฺขมฺภเนปิ เอเสว นโย, อนุโลมญาเณเนว ตสฺส สาติสยํ สาธิตตฺตา. อถ ปน ปฐมมคฺควชฺฌา เอว กิเลสา อิตเรติ อธิปฺเปตา, เอวํ สนฺเต เตสํ อิตรภาโวว น สิยา, น จ อนปายคมนียา นาม กิเลสา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา อตฺถิ, นาปิ ปฐมมคฺควชฺฌา กิเลสา เตน วิชฺชุโตภาเสน วิย ตโม สมุจฺฉินฺทิตพฺพาติ วตฺตุํ ยุตฺตนฺติ อุปปริกฺขิตพฺโพยํ ‘‘อิตเรสํ…เป… สมุจฺเฉโท’’ติ. โลกิยชฺฌานมฺปิ น วินา ปฏิปทาย อิชฺฌตีติ อิทํ อธิปฺปายวเสน เนตพฺพํ เนยฺยตฺถตฺตาติ ตํ อธิปฺปายํ วิภาเวนฺโต ‘‘อกตาธิการสฺสา’’ติ อาห. เตน ยถาวุตฺตวจนสฺส จ สปฺปเทสตํ ทสฺเสติ. นนุ จ กตาธิการสฺส อริยสฺส มคฺเคน สมิชฺฌมานมฺปิ ฌานํ มคฺคปฏิปทาวเสน ปฏิปทาสหิตเมวาติ. น วินา ปฏิปทาย อิชฺฌตีติ สกฺกา วตฺตุํ, เตเนตํ วจนํ นิปฺปเทสเมวาติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘กตาธิการสฺส ปนา’’ติอาทิ. อิทานิ ตสฺส วจนสฺส อธิปฺปายวเสน คเหตพฺพตฺถตา ปาฬิโตปิ วิญฺญายตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยถาวุตฺต…เป… กตา’’ติ.
‘‘โย โกจีติ อวิเสสวจน’’นฺติ ตสฺส อปวาทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สกึ ทฺวิกฺขตฺตุ’’นฺติ อาทิมาห. ปริจฺฉินฺทิตฺวา คหณํ ปริชานนํ. นามรูปววตฺถาปนาทีนนฺติ นามรูปววตฺถาปนปจฺจยปริคฺคหลกฺขณปฏิเวธนิกนฺติปริยาทานานํ. กิจฺฉสิทฺธิโตติ นามรูปววตฺถาปนาทีนํ เกสญฺจิ สพฺเพสมฺปิ วา กิจฺฉสิทฺธิโต. เอส นโย ทุติยวาราทีสุปิ ยถาสมฺภวํ. สุขสิทฺธิยมฺปีติ นามรูปววตฺถาปนาทีนํ กิจฺฉสิทฺธิ มคฺคปาตุภาวทนฺธภาวสฺส การณภาเว อเนกนฺติกา. วิปสฺสนาสหคตินฺทฺริยานํ ปน มนฺทตา ตสฺส เอกนฺตการณนฺติ ทสฺเสติ.
เอตทนฺตตฺตา ปฏิปทายาติ เอเตน นิปฺปริยายโต ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิสงฺขาตาย วิปสฺสนาปญฺญาย จิราจิรปฺปวตฺติวเสน มคฺคสฺส ขิปฺปทนฺธาภิญฺญตา วุตฺตาติ ทสฺเสติ. ปุริมานนฺติ ปุริมวารานํ, ลกฺขณปฏิเวธาทีนํเยว วา. เหฏฺฐิมโกฏิยา ติกฺขตฺตุํ กิเลสวิกฺขมฺภเน สติ ทุกฺขาปฏิปทาภาโว, น ตโต เหฏฺฐาติ นิจฺฉิตตฺตา อาห ‘‘ติกฺขตฺตุํ วิกฺขมฺภนวารตาวเสนา’’ติ. ตสฺส สุขาปฏิปทา เวทิตพฺพา อุกฺกํสวเสนาติ อธิปฺปาโย.
ยสฺมึ ปุคฺคเล วิสํวาทนเภทนานิฏฺฐานตฺถนิโยชนานํ ปวตฺติ, ตตฺถ สิเนหวิรเหเนว เตสํ ปวตฺติ, โส จ ปุคฺคโล อสงฺคหิโต โหตีติ มุสาวาทาทีนํ วิสํวาทนาทิกิจฺจตาย ลูขตา จ อปริคฺคหตา จ วุตฺตา. ตปฺปฏิปกฺขวิรุทฺธสภาวตฺตา สมฺมาวาจาย สินิทฺธภาวตา ปริคฺคาหกสภาวตา. สทฺธาวิเสสโยคโต วา ตสฺสา สินิทฺธภาโว ทฏฺฐพฺโพ. สมุฏฺฐาเปตีติ ปวตฺเตติ. ชีวมาโน วา สตฺโต, สมฺปยุตฺตธมฺมา วา โวทายนฺติ เอเตน สยํ วา โวทายตีติ โวทานํ.
๒๘๕. ตณฺหาทิฏฺฐีหิ ปติฏฺฐานํ. อวเสสกิเลสาภิสงฺขาเรหิ อายูหนา. สสฺสตทิฏฺฐิยา ปติฏฺฐานํ. อุจฺเฉททิฏฺฐิยา อายูหนา. ลีนวเสน ปติฏฺฐานํ. อุทฺธจฺจวเสน อายูหนา. กามสุขานุโยควเสน ปติฏฺฐานํ. อตฺตกิลมถานุโยควเสน อายูหนา. สพฺพากุสลาภิสงฺขารวเสน ปติฏฺฐานํ. สพฺพโลกิยกุสลาภิสงฺขารวเสน อายูหนาติ โอฆตรณสุตฺตวณฺณนายํ วุตฺเตสุ ปการนฺตเรสุ อิธ อวุตฺตานํ วเสนปิ ปติฏฺฐานายูหนา เวทิตพฺพา.
อถ วา กิเลสคฺคหเณน ตณฺหาสสฺสตทิฏฺฐิสพฺพากุสลาภิสงฺขารา คหิตา ตํสภาคตาย ตเทกฏฺฐตาย จ. ตถา อภิสงฺขารคฺคหเณน อวเสสกิเลสอุจฺเฉททิฏฺฐิสพฺพโลกิยกุสลาภิสงฺขารา. ลีนุทฺธจฺจกามสุขตฺตกิลมถานุโยคานํ วิสุํ วุตฺตตฺตา เตหิ น โยเชตพฺพนฺติ กิเลสาภิสงฺขารวเสน ปติฏฺฐานายูหเน วตฺวา ตณฺหาทิฏฺฐีนํ ตตฺถ วิเสสปจฺจยตํ ทีเปตุํ ตทุภยวเสนปิ โยชนา กตา. นยทสฺสนํ วา เอตํ ตตฺถ ทฏฺฐพฺพํ. เอวมิตเรปิ ปการา โยเชตพฺพาติ. ‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๔.๑๑๒, ๑๑๔) องฺค-สทฺทสฺส การณตฺถตา ทฏฺฐพฺพา.
๒๙๙. มุสาวาทาทีนิ ภาสมาโน กโรติ นาม กึ วกฺขมานํ กิริยํ, กา ปน สาติ? มุสาวาทาทิกิริยาติ วิทิโตวายมตฺโถ. เอวํ วา เอตฺถ โยชนา ทฏฺฐพฺพา.
๓๐๑. นิปฺผาทิตปจฺจยานนฺติ จีวราทิปจฺจยานํ. กุหนวตฺถูนีติ ปาปิจฺฉตํ นิสฺสาย ลูขจีวราทิเสวนวเสน ‘‘โย เต วิหาเร วสติ, โส อรหา’’ติอาทินา (ปารา. ๒๒๔) อตฺตานํ อริยคุณสามนฺตํ กตฺวา ภณนวเสน วิเสสลาภิโน วิย อตฺตโน ปริหรณวเสน จ ปวตฺตา อกุสลจิตฺตุปฺปาทา ปเรสํ วิมฺหาปนการณานิ กุหนวตฺถูนิ.
๓๔๓. สติปิ สคุณารมฺมเณหิ มคฺคสฺส อนิมิตฺตนามลาเภ น นิปฺปริยาเยน วิปสฺสนา อนิมิตฺตนามิกาติ อาคมนโต มคฺโค อนิมิตฺตนามํ น ลภตีติ อาห ‘‘น ปน สคุณารมฺมเณหิ…เป… สิทฺธํ โหตี’’ติ. ยสฺมา ปน อาคมนโต สุญฺญตํ อปฺปณิหิตนฺติ ลทฺธนามสฺส มคฺคสฺส สคุณโต อารมฺมณโต จ ตํนามาภาโว น กทาจิปิ อตฺถิ, ตสฺมา นามตฺตยปาริปูริเหตุอาคมนโต นามลาโภติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘ปริปุณฺณนามสิทฺธิเหตุตฺตา’’ติ. สพฺเพสนฺติ สพฺพวิโมกฺขมุขาคตานมฺปิ มคฺคานํ. นามตฺตยโยโคติ สุญฺญตาปณิหิตานิมิตฺตนามโยโค. ววตฺถานํ อสงฺกโร.
๓๕๐. นิมิตฺตธมฺมา สงฺขารา เตหิ สนิมิตฺตา สวิคฺคหา วิย อุปฏฺฐหนฺตีติ เตสํ อภาวิตภาวนสฺส ภาวิตภาวนสฺส จ อุปฏฺฐหนาการํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมูหาที’’ติอาทิมาห. เตน จ ‘‘วิโมกฺเขน สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๓๕๐) วุตฺตํ, น ‘‘ตสฺมึ วิโมกฺเข’’ติ, ตสฺมา ‘‘อนิมิตฺตวิโมกฺโขติ อนิจฺจานุปสฺสนํ อาหา’’ติ วุตฺตํ. อิตรตฺถาปิ เอเสว นโย. อนิมิตฺตสฺส อนิมิตฺตภาวาภาโว นตฺถีติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ จ อนิจฺจานุปสฺสนาย อนิมิตฺตวิโมกฺขภาโว ปริยาเยนาติ นิปฺปริยายเทสนาย ตสฺสา อนิมิตฺตภาวาภาโว อตฺถิ เอว, เอวญฺจ สติ ‘‘อนิมิตฺตสฺส อนิมิตฺตนามทานาภาโว’’ติ จ น น สกฺกา วตฺตุนฺติ อุปมาสํสนฺทนํ สุฏฺฐุตรํ ยุชฺชติ, ตถา อนิมิตฺเตน มคฺคสฺส อนิมิตฺตภาโว น ยุชฺชติเยว. เตนาห ‘‘ปรมตฺถโต นามํ ทาตุํ น สกฺโกตี’’ติ? สจฺจเมตํ, ปริยายสิทฺธํเยว ปน อนิจฺจานุปสฺสนาย อนิมิตฺตภาวํ คเหตฺวา มคฺคโสธนวเสนายมนุโยโค กโต ‘‘อนิมิตฺตวิโมกฺขสฺส อนิมิตฺตภาวาภาโว นตฺถีติวิรุทฺธํ วิย โหตี’’ติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘อนิมิตฺตํ…เป… ทีปิโต โหตี’’ติ สยเมว วกฺขตีติ. สามญฺญนฺติ อุปโมปมิตพฺพานํ สมฺพนฺธมาห. น มคฺคาธิปตีติ มคฺโค อธิปติ มคฺคาธิปตีติ ฉนฺทจิตฺตานํ อยํ สมญฺญา นตฺถีติ อตฺโถ. น จ เตหิ มคฺคสฺสาติ ฉนฺทจิตฺเตหิ มคฺโค อธิปติ เอตสฺสาติ มคฺคาธิปตีติ อยํ สมญฺญา มคฺคสฺส นตฺถิ. กสฺมา? เตสํ ฉนฺทจิตฺตานํ อมคฺคงฺคตฺตา.
ฌานสฺส สุญฺญตาทินามกตฺตาติ เอเตน อินฺทฺริยพลาทีนมฺปิ มคฺคสมฺปโยคโต สุญฺญตาทินามกตา ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. สติปิ ปจฺจนีกามสเน น ตสฺส มคฺคสฺส ตํ ปริพฺยตฺตํ ยถา สรสตาติ อาห ‘‘สรสปฺปธาโน’’ติ. ทฺวีหีติ สรสปจฺจนีเกหิ. อญฺญนิรเปกฺเขหีติ อาคมนนิรเปกฺเขหิ. ตสฺมาติ ยสฺมา สรสโตว นามลาเภ อววตฺถานาปตฺติ สพฺพสฺส มคฺคสฺส สพฺพนามภาวาปตฺติ โหติ, ตสฺมา. อตฺตาภิ…เป… มคฺคาติ เตน อาคมนโต นามลาภสฺส ปจฺจนีกโต นามลาภภาวํ ทสฺเสติ. สรสนฺตเรติ อนิมิตฺตภาวาทิเก. ปจฺจนีกสหิเตน สรเสนาติ สุญฺญตาปฺปณิหิตภาเวหิ ตทาคมเนหิ. นิมิตฺตคฺคหณานิวารณาติ สงฺขารนิมิตฺตคฺคาหสฺส อนิเสธนโต. สุญฺญตาปฺปณิหิตสฺเสว มคฺคสฺส วุตฺตตฺตา อนิจฺจโต วุฏฺฐหนฺตสฺส มคฺโค อิธ อสงฺคหิโต สิยาติ อาสงฺกิตฺวา อาห ‘‘อนิจฺจานุปสฺสนา’’ติอาทิ. สงฺขาเรหิ วุฏฺฐานํ น สิยา, ลกฺขเณหิ เอว วุฏฺฐานํ สิยาติ อธิปฺปาโย, ลกฺขณปฏิเวโธ น สิยา อตทารมฺมณตฺตาติ อตฺโถ. สงฺขารานญฺหิ หุตฺวา อภาวอุทยพฺพยปฏิปีฬนาวสวตฺตนากาเรสุ อนิจฺจตาทิลกฺขณโวหาโร.
อาการวนฺเตสุ คหิเตสุ ตทากาโรปิ คหิโตเยว โหตีติ อาห ‘‘ลกฺขณานิปิ ปฏิวิทฺธานิ โหนฺติ ตทาการสงฺขารคฺคหณโต’’ติ. ยถาวุตฺตาธิปฺปาเยนาติ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทินา ‘‘สงฺขาเรสู’’ติอาทินาว วุตฺตปฺปการาธิปฺปาเยน. วิสุนฺติ สงฺขาเรหิ วินิวตฺเตตฺวา.
โลกุตฺตรกุสลํ
ปกิณฺณกกถาวณฺณนา
ปญฺจธา อุทฺทิสติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ อชฺฌตฺตทุกวเสน รูปทุกวเสน จ ภินฺทิตฺวา อภินฺทิตฺวา จ นิมิตฺตวจเนเนว อุทฺทิสติ ปวตฺตสฺสปิ สงฺขารนิมิตฺตภาวานติวตฺตนโต วุฏฺฐาตพฺพตาสามญฺญโต จ. เตเนว อุปาทินฺนานุปาทินฺนวเสน ปวตฺตํ ทฺวิธา กตฺวา นิทฺทิสิตฺวาปิ ‘‘อยํ ตาว นิมิตฺเต วินิจฺฉโย’’ติ นิมิตฺตวเสเนว นิคเมติ. เอตฺถ จ นิมิตฺตํ อชฺฌตฺตพหิทฺธา, ปวตฺตํ ปน อชฺฌตฺตเมวาติ อยเมเตสํ วิเสโส. โพชฺฌงฺคาทิวิเสสนฺติ โพชฺฌงฺคฌานงฺคมคฺคงฺคานํ อสทิสตํ. อสมาปชฺชิตุกามตาสงฺขาตา วิตกฺกาทิวิราคภาวนา อสมาปชฺชิตุกามตาวิราคภาวนา. อิตรสฺสาติ ปาทกชฺฌานาทิกสฺส. อตพฺภาวโตติ ยถาวุตฺตวิราคภาวนาภาวสฺส อภาวโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา มคฺคาสนฺนาย วิปสฺสนาย โสมนสฺสสหคตตฺเต มคฺคสฺส ปฐมาทิชฺฌานิกตา จ อุเปกฺขาสหคตตฺเต ปญฺจมชฺฌานิกตา เอว จ ตพฺพเสน จ โพชฺฌงฺคาทีนํ วิเสโสติ เตสํ นิยเม อาสนฺนการณํ ปธานการณญฺจ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา, น เอวํ ปาทกชฺฌานาทโยติ.
อิทานิ อปาทกปฐมชฺฌานปาทกานํ ปกิณฺณกสงฺขารปฐมชฺฌานานิ สมฺมสิตฺวา นิพฺพตฺติตานญฺจ มคฺคานํ เอกนฺเตน ปฐมชฺฌานิกภาวโต วิปสฺสนานิยโมเยเวตฺถ เอกนฺติโก ปธานญฺจาติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต ‘‘วิปสฺสนานิยเมเนวา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อิตเรติ ทุติยชฺฌานิกาทิมคฺคา. ปาทกชฺฌานาติกฺกนฺตานํ องฺคานํ อสมาปชฺชิตุกามตาวิราคภาวนาภูตา วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา อธิฏฺฐานภูเตน ปาทกชฺฌาเนน อาหิตวิเสสา มคฺคสฺส ฌานงฺคาทิวิเสสนิยามิกา โหตีติ ‘‘ปาทกชฺฌานวิปสฺสนานิยเมหี’’ติ วุตฺตํ. ยถา จ อธิฏฺฐานภูเตน ปาทกชฺฌาเนน, เอวํ อารมฺมณภูเตน สมฺมสิตชฺฌาเนน อุภยสพฺภาเว อชฺฌาสยวเสน อาหิตวิเสสา วิปสฺสนา นิยเมตีติ อาห ‘‘เอวํ เสสวาเทสุปิ…เป… โยเชตพฺโพ’’ติ.
ปาทกชฺฌานสงฺขาเรสูติ ปฐมชฺฌานสงฺขาเรสุ. ‘‘ปฐมชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๓๕๐) หิ วุตฺตํ. ตํตํวิราคาวิราคภาวนาภาเวนาติ วิตกฺกาทีนํ วิรชฺชนาวิรชฺชนภาวนาภาเวน. เตน อารมฺมณชฺฌานสฺสปิ วิปสฺสนาย วิเสสาธานํ อุปนิสฺสยตมาห.
ปาทกชฺฌานสมฺมสิตชฺฌานานิเยว โพชฺฌงฺคาทิวิเสสานํ อุปนิสฺสโย การณนฺติ ปาทกชฺฌานสมฺมสิตชฺฌานุปนิสฺสโย, ตสฺส สพฺภาเว. ตทภาวาภาวโตติ ตสฺส อชฺฌาสยสฺส อภาวาภาวโต.
จตุตฺถชฺฌานิกสฺส มคฺคสฺส อารุปฺเป อรูปชฺฌานเมว ปาทกํ สิยาติ อาห ‘‘จตุตฺถชฺฌานิกวชฺชาน’’นฺติ. อริยมคฺคสฺส โอฬาริกงฺคาติกฺกมนูปนิสฺสยา วิปสฺสนาย อธิฏฺฐานารมฺมณภูตา ทุติยชฺฌานาทโย. ปญฺจหิ องฺเคหีติ ปญฺจหิ ฌานงฺเคหิ. ‘‘ตํตํวาเทหิ ปญฺญาปิยมานานิ ปาทกชฺฌานาทีนิ วาทสหจาริตาย ‘วาทา’ติ วุจฺจนฺตี’’ติ อธิปฺปาเยน ‘‘ตโยเปเต วาเท’’ติ อาห. วทนฺติ เอเตหีติ วา วาทกรณภูตานิ ปาทกชฺฌานาทีนิ วาทา.
วิปากสนฺตานสฺส…เป… สุสงฺขตตฺตาติ เอเตน ยสฺมึ สนฺตาเน กมฺมํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ อุปฺปชฺชมานเมว กิญฺจิ วิเสสาธานํ กโรตีติ ทีเปติ. ยโต ตสฺมึเยว สนฺตาเน ตสฺส วิปาโก, นาญฺญตฺถ.
ปุริมานุโลมํ วิย ตนฺติ ยถา โคตฺรภุฏฺฐาเน อุปฺปนฺนานุโลมโต ปุริมอนุโลมญาณํ ตํ โคตฺรภุฏฺฐาเน อุปฺปนฺนานุโลมํ อนุพนฺธติ, เอวํ. ตทปีติ โคตฺรภุฏฺฐาเน อุปฺปนฺนานุโลมญาณมฺปิ อญฺญํ อนุโลมญาณเมว อนุพนฺเธยฺย, ตสฺส อนนฺตรํ อุปฺปชฺเชยฺย. สา ภูมีติ สา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธสงฺขาตา กิเลสานํ อุปฺปตฺติฏฺฐานตาย ภูมิ. เอโก ภโวติ คเหตฺวา วุตฺตนฺติ เอเตน สตฺต ภเว เทฺว ภเวติ อิทมฺปิ อธิปฺปายวเสน เนตพฺพตฺถํ, น ยถารุตวเสนาติ ทสฺเสติ. ตตฺถายํ อธิปฺปาโย – เอกวารํ กามาวจรเทเวสุ เอกวารํ มนุสฺเสสูติ เอวมฺปิ มิสฺสิตูปปตฺติวเสน เตสุ เอกิสฺสา เอว อุปปตฺติยา อยํ ปริจฺเฉโท. ยํ ปน ‘‘น เต ภวํ อฏฺฐมมาทิยนฺตี’’ติ (ขุ. ปา. ๖.๙; สุ. นิ. ๒๓๒) วุตฺตํ, ตมฺปิ กามาวจรภวํเยว สนฺธายาห. มหคฺคตภวานํ ปริจฺเฉโท นตฺถีติ วทนฺติ. ตถา ‘‘ฐเปตฺวา เทฺว ภเว’’ติ เอตฺถาปิ กามาวจรเทวมนุสฺสภวานํ มิสฺสกวเสเนว, ตสฺมา กามธาตุยํ เย เทฺว ภวาติ กามาวจรเทวมนุสฺสวเสน เย เทฺว ภวาติ อตฺโถ. ปุริมวิกปฺเปสุ ปุคฺคลเภเทน ปฏิปทา ภินฺทิตฺวา กสฺสจิ จลตีติ, กสฺสจิ น จลตีติ กตฺวา ‘‘จลติ เอวา’’ติ อวธารณมนฺตเรน อตฺโถ วุตฺโต. ยสฺมา ปน อฏฺฐกถายํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๓๕๐ โลกุตฺตรกุสลปกิณฺณกกถา) ‘‘ยถา จ ปฏิปทา, เอวํ อธิปติปิ จลติ เอวา’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา สพฺเพสมฺปิ ปฏิปทาสุ อเภเทน คหิตาสุ เอกนฺเตน จลนํ สมฺภวตีติ ‘‘จลติจฺเจว วุตฺตํ, น น จลตี’’ติ ตติยวิกปฺโป จลนาวธารโณ วุตฺโต.
โลกุตฺตรกุสลปกิณฺณกกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปฐมมคฺควีสติมหานยวณฺณนา
๓๕๗. ฌานมคฺคาทิปริยาเยหิ กถิเต โพชฺฌนกาติ อธิปฺเปตา, วิเสสโต ปุพฺพภาเค ‘‘ฌานํ ภาเวมิ มคฺคํ ภาเวมี’’ติ ปวตฺตชฺฌาสยา โหนฺตีติ อธิปฺปาเยน ‘‘ยสฺส ปุพฺพภาเค’’ติอาทิมาห.
๓๕๘. อุปนิสฺสยวเสนาติ ตถา จิตฺตปฺปวตฺติสงฺขาเตน ปุพฺพภาคาภิสงฺขาเรน. เตเนวาห ‘‘ยสฺส หี’’ติอาทิ. ตทนุรูปพลาติ อธิปติปจฺจยลาเภน สตฺติวิเสสโยคมาห. ยทิ ปุพฺพภาคาภิสงฺขารวเสน ฉนฺทาทีนํ อธิปติภาโว, กิมตฺถเมเตเยว เอวํ วุตฺตา, นนุ สทฺธาทีนมฺปิ ปุพฺพภาคาภิสงฺขาโร ลพฺภตีติ อาห ‘‘เสสธมฺมาน’’นฺติอาทิ. อตํสภาวตฺตาติ สมฺปยุตฺเตหิ สาติสยมนุวตฺติตพฺพภาวรหิตตฺตา. กิญฺจาปิ หิ สทฺธาทโยปิ อินฺทฺริยปจฺจยตาย สมฺปยุตฺเตหิ อนุวตฺตยนฺติ, เอกสฺมึ ปน จิตฺตุปฺปาเท สมธุเรน อญฺเญน วินา สมฺปยุตฺเตหิ อนุวตฺตนียภาโว น เตสํ ยถา ฉนฺทาทีนนฺติ เตเยว อธิปติภาเวน วุตฺตา. เอวญฺจ กตฺวา อินฺทฺริยสหชาตาธิปติปจฺจยานํ วิเสโส ปริพฺยตฺโต โหติ.
จตุมคฺคนยสหสฺสวณฺณนา
๓๖๒. มานสฺส ทิฏฺฐิสทิสา ปวตฺติ. ตถา หิ โส อธิปติ วิย อญฺญาธิปตินา ทิฏฺฐิยา สห นปฺปวตฺตตีติ. เอกเทส…เป… อุปมา โหติ, น สพฺพสามญฺเญน, อิตรถา สูริยตฺถงฺคมเน อนฺธการาวตฺถรณํ วิย อคฺคมคฺคติโรธาเน สจฺจปฏิจฺฉาทกตมปฺปวตฺติ อาปชฺเชยฺยาติ อธิปฺปาโย. อญฺญมญฺญนฺติ อญฺเญ อญฺเญ. ‘‘อานีตํ อิทํ สุตฺต’’นฺติ วิภตฺติ ปริณาเมตพฺพา. ยถาวุตฺตนเยนาติ อิมิสฺสา อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยน. น อุปมาย วุตฺตตฺตาติ อิมสฺมึ สุตฺเต น อุปมาย วุตฺตภาวโต. ยถาวุตฺตนเยนาติ วา เอตสฺมึ สุตฺเต วุตฺตปฺปกาเรน นเยน อิมิสฺสา อฏฺฐกถายํ อุปมาย น วุตฺตตฺตา. อวยวา วิย โหนฺติ, เยน เต เจตสิ นิยุตฺตา, จิตฺตสฺส เอเตติ จ เจตสิกาติอาทินา วุจฺจนฺติ, น ปน ‘‘ผสฺสิกา’’ติอาทินาติ ทฏฺฐพฺพํ.
กุสลกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.