อกุสลกมฺมปถกถาวณฺณนา

สรเสน อตฺตโน สภาเวน. ยาย เจตนาย ปวตฺตมานสฺส ชีวิตินฺทฺริยสฺส ปจฺจยภูเตสุ มหาภูเตสุ อุปกฺกมกรณเหตุ ตํมหาภูตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกมหาภูตา นุปฺปชฺชิสฺสนฺติ, สา ตาทิสปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา ปาณาติปาโต นาม. ลทฺธุปกฺกมานิ หิ ภูตานิ น ปุริมภูตานิ วิย วิสทานีติ สมานชาติยานํ ภูตานํ การณํ น โหนฺตีติ. เอกสฺสปิ ปโยคสฺส สหสา นิปฺผาทนวเสน กิจฺจสาธิกาย พหุกฺขตฺตุํ ปวตฺตชวเนหิ ลทฺธาเสวนาย จ สนฺนิฏฺฐาปกเจตนาย วเสน ปโยคสฺส มหนฺตภาโว. สติปิ กทาจิ ขุทฺทเก เจว มหนฺเต จ ปาเณ ปโยคสฺส สมภาเว มหนฺตํ หนนฺตสฺส เจตนา ติพฺพตรา อุปฺปชฺชตีติ วตฺถุสฺส มหนฺตภาโวติ ตทุภยํ เจตนาย พลวภาเวเนว โหตีติ อาห ‘‘ปโยค…เป… ภาวโต’’ติ. ยถาวุตฺตปจฺจยวิปริยาเยปีติ ปโยควตฺถุอาทิปจฺจยานํ อมหตฺเตปิ. ตํตํปจฺจเยหีติ คุณวนฺตตาทิปจฺจเยหิ. เอตฺถ จ หนฺตพฺพสฺส คุณวนฺตตาย มหาสาวชฺชตา วตฺถุมหนฺตตาย วิย ทฏฺฐพฺพา. กิเลสานํ อุปกฺกมานํ ทฺวินฺนญฺจ มุทุตาย ติพฺพตาย จ อปฺปสาวชฺชตา มหาสาวชฺชตา จ โยเชตพฺพา. ปาโณ ปาณสญฺญิตา วธกจิตฺตญฺจ ปุพฺพภาคสมฺภารา, อุปกฺกโม วธกเจตนาสมุฏฺฐาปิโต, ปญฺจสมฺภารวตี ปาณาติปาตเจตนาติ สา ปญฺจสมฺภารวินิมุตฺตา ทฏฺฐพฺพา. เอส นโย อทินฺนาทานาทีสุปิ.

มนฺตปริชปฺปเนน ปรสฺส สนฺตกหรณํ วิชฺชามโย, วินา มนฺเตน ปรสนฺตกสฺส กายวจีปโยเคหิ อากฑฺฒนํ ตาทิสอิทฺธิโยเคน อิทฺธิมโย ปโยโคติ อทินฺนาทานสฺสปิ ฉ ปโยคา สาหตฺถิกาทโย เวทิตพฺพา.

อภิภวิตฺวา วีติกฺกมเน มิจฺฉาจาโร มหาสาวชฺโช, น ตถา อุภินฺนํ สมานจฺฉนฺทภาเว. ‘‘จตฺตาโร สมฺภาราติ วุตฺตตฺตา อภิภวิตฺวา วีติกฺกมเน สติปิ มคฺเคนมคฺคปฏิปตฺติอธิวาสเน ปุริมุปฺปนฺนเสวนาภิสนฺธิปโยคาภาวโต มิจฺฉาจาโร น โหติ อภิภุยฺยมานสฺสา’’ติ วทนฺติ. เสวนจิตฺเต สติ ปโยคาภาโว น ปมาณํ อิตฺถิยา เสวนปฺปโยคสฺส เยภุยฺเยน อภาวโต. ปุริสสฺเสว หิ เยภุยฺเยน เสวนปฺปโยโค โหตีติ อิตฺถิยา ปุเรตรํ เสวนจิตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา นิปนฺนายปิ มิจฺฉาจาโร น สิยาติ อาปชฺชติ, ตสฺมา ปุริสสฺส วเสน อุกฺกํสโต จตฺตาโร สมฺภารา วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. อญฺญถา อิตฺถิยา ปุริสกิจฺจกรณกาเล ปุริสสฺสปิ เสวนปฺปโยคาภาวโต มิจฺฉาจาโร น สิยาติ. เกจิ ปน ‘‘อตฺตโน รุจิยา ปวตฺติตสฺส ตีณิ องฺคานิ, พลกฺกาเรน ปวตฺติตสฺส ตีณีติ สพฺพานิ อคฺคหิตคฺคหเณน จตฺตารี’’ติ วทนฺติ, วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ.

ทุฏฺฐจิตฺตสฺส อมรณาธิปฺปายสฺส ผรุสกายวจีปโยคสมุฏฺฐาปิกา ผรุสเจตนา ผรุสวาจา. มรณาธิปฺปาเย ปน สติ อตฺถสิทฺธิตทภาเวสุ ปาณาติปาตา พฺยาปาทา จ โหนฺตีติ. ยํ ปติ ผรุสวาจา ปยุชฺชติ, ตสฺส สมฺมุขาว สีสํ เอติ. ‘‘ปรมฺมุเขปิ ผรุสวาจา โหตี’’ติ วทนฺติ.

ยทิ เจตนาย สพฺพทา กมฺมปถภาวาภาวโต อนิยโต กมฺมปถภาโวติ กมฺมปถราสิมฺหิ อวจนํ, นนุ อภิชฺฌาทีนมฺปิ กมฺมปถํ อปฺปตฺตานํ อตฺถิตาย อนิยโต กมฺมปถภาโวติ เตสมฺปิ กมฺมปถราสิยํ อวจนํ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, กมฺมปถตาตํสภาคตาหิ เตสํ ตตฺถ วุตฺตตฺตา. ยทิ เอวํ เจตนาปิ ตตฺถ วตฺตพฺพา สิยาติ? สจฺจเมตํ, สา ปน ปาณาติปาตาทิกาติ ปากโฏ ตสฺสา กมฺมปถภาโวติ น วุตฺตํ สิยา. เจตนาย หิ ‘‘เจตนาหํ, ภิกฺขเว, กมฺมํ วทามิ,’’‘‘ติวิธา, ภิกฺขเว, กายสญฺเจตนา อกุสลํ กายกมฺม’’นฺติอาทิวจเนหิ กมฺมภาโว ทีปิโต. กมฺมํเยว จ สุคติทุคฺคตีนํ ตทุปฺปชฺชนสุขทุกฺขานญฺจ ปถภาเวน ปวตฺตํ กมฺมปโถติ วุจฺจตีติ ปากโฏ ตสฺสา กมฺมปถภาโว. อภิชฺฌาทีนํ ปน เจตนาสมีหนภาเวน สุจริตทุจฺจริตภาโว, เจตนาชนิตตํพนฺธติภาเวน สุคติทุคฺคติตทุปฺปชฺชนสุขทุกฺขานํ ปถภาโว จาติ น ตถา ปากโฏ กมฺมปถภาโวติ เต เอว กมฺมปถราสิภาเวน วุตฺตา. อตถาชาติยตฺตา วา เจตนา เตหิ สทฺธึ น วุตฺตา สิยา. วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ.

ปาณาติปาตาทีนํ อารมฺมณาเนว ตพฺพิรติอารมฺมณานีติ ปญฺจ สิกฺขาปทา ปริตฺตารมฺมณา เอวาติ วจเนน อทินฺนาทานาทีนํ สตฺตารมฺมณตาวจนสฺส วิโรธํ โจเทติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘วีติกฺกมิตพฺพโตเยว หิ เวรมณี นาม โหตี’’ติ. สยเมว ปริหริสฺสตีติ สิกฺขาปทวิภงฺเค ปญฺหปุจฺฉกวณฺณนํ สนฺธาย วทติ. ตตฺถ หิ ‘‘ยสฺมา สตฺโตติ สงฺขฺยํ คเต สงฺขาเรเยว อารมฺมณํ กโรติ, ตสฺมา ปริตฺตารมฺมณาติ วุจฺจนฺตี’’ติ วุตฺตํ.

ทุคฺคตตาทีนีติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘อลทฺธาลาโภ ลทฺธวินาโส อิจฺฉิตานํ โภคานํ กิจฺฉปฏิลาโภ ราชาทีหิ สาธารณโภคตา ทุกฺขวิหาโร สาสงฺกวิหาโร’’ติ เอวมาทโย สงฺคหิตา. เกจิ ปน ‘‘ทิฏฺเฐว ธมฺเม โภคชานิอาทโย นิสฺสนฺทผล’’นฺติ วทนฺติ.