๙. ราชวคฺโค
๑. อนฺเตปุรสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๙๗-๔๙๙. ราชวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท อฏฺฐกถายํ สพฺพํ อุตฺตานตฺถเมว. ปาฬิยํ ปน อยมนุตฺตานปทตฺโถ. กตํ วา กริสฺสนฺติ วาติ เมถุนวีติกฺกมนํ กตํ วา กริสฺสนฺติ วา. อิเมสนฺติ ปทํ วิภตฺติวิปริณามํ กตฺวา อุภยตฺถ โยเชตพฺพํ ‘‘อิเมหิ กตํ อิเม กริสฺสนฺตี’’ติ. รตนนฺติ มณิรตนาทีสุ ยํกิญฺจิ. อุภโตติ ทฺวีหิ ปกฺเขหิ. ‘‘อุภโต สุชาโต’’ติ เอตฺตเก วุตฺเต เยหิ เกหิจิ ทฺวีหิ ภาเคหิ สุชาตตา วิญฺญาเยยฺย, สุชาต-สทฺโท จ ‘‘สุชาโต จารุทสฺสโน’’ติอาทีสุ อาโรหสมฺปตฺติปริยาโยติ ชาติวเสเนว สุชาตตํ วิภาเวตุํ ‘‘มาติโต จ ปิติโต จา’’ติ วุตฺตํ. อโนรสปุตฺตวเสนปิ โลเก มาตุปิตุสมญฺญา ทิสฺสติ, อิธ ปน สา โอรสปุตฺตวเสเนว อิจฺฉิตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สํสุทฺธคหณิโก’’ติ วุตฺตํ. คพฺภํ คณฺหาติ ธาเรตีติ คหณี, คพฺภาสยสญฺญิโต มาตุกุจฺฉิปฺปเทโส. สํสุทฺธา คหณี อสฺสาติ สํสุทฺธคหณิโก, สํสุทฺธา ตสฺส มาตุกุจฺฉีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘สมเวปากินิยา คหณิยา’’ติ เอตฺถ ปน ยถาภุตฺตสฺส อาหารสฺส วิปาจนวเสน คณฺหนโต อฉฑฺฑนโต กมฺมชเตโชธาตุ ‘‘คหณี’’ติ วุจฺจติ.
ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคาติ เอตฺถ ปิตุ ปิตา ปิตามโห, ปิตามหสฺส ยุคํ ปิตามหยุคํ. ‘‘ยุค’’นฺติ อายุปฺปมาณํ วุจฺจติ. อภิลาปมตฺตเมว เจตํ, อตฺถโต ปน ปิตามโหเยว ปิตามหยุคํ. ปิตา จ มาตา จ ปิตโร, ปิตูนํ ปิตโร ปิตามหา, เตสํ ยุโค ปิตามหยุโค, ตสฺมา ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา, ปิตามหทฺวนฺทาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอวญฺหิ ปิตามหคฺคหเณเนว มาตามโหปิ คหิโต โหติ. ยุค-สทฺโท เจตฺถ เอกเสเสน ทฏฺฐพฺโพ ยุโค จ ยุโค จ ยุโคติ. เอวญฺหิ ตตฺถ ตตฺถ ทฺวนฺทํ คหิตเมว โหติ, ตสฺมา ตโต อุทฺธํ สพฺเพปิ ปุพฺพปุริสา ปิตามหยุคคฺคหเณเนว คหิตา. เอวํ ยาว สตฺตโม ปิตามหยุโค, ตาว สํสุทฺธคหณิโก.
อกฺขิตฺโตติ ‘‘อปเนถ เอตํ, กึ อิมินา’’ติ เอวํ อกฺขิตฺโต อนวกฺขิตฺโต. อนุปกุฏฺโฐติ น อุปกุฏฺโฐ, น อกฺโกสํ วา นินฺทํ วา ปตฺตปุพฺโพ. เกน การเณนาติ อาห ‘‘ชาติวาเทนา’’ติ. เอตฺถ จ ‘‘อุภโต…เป… ปิตามหยุคา’’ติ เอเตน ตสฺส โยนิโทสาภาโว ทสฺสิโต สํสุทฺธคหณิกภาวกิตฺตนโต, ‘‘อกฺขิตฺโต’’ติ อิมินา กิริยาปราธาภาโว. กิริยาปราเธน หิ สตฺตา เขปํ ปาปุณนฺติ. ‘‘อนุปกุฏฺโฐ’’ติ อิมินา อยุตฺตสํสคฺคาภาโว. อยุตฺตสํสคฺคญฺหิ ปฏิจฺจ สตฺตา อกฺโกสํ ลภนฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ขตฺติยตา, อภิสิตฺตตา, อุภินฺนมฺปิ สยนิฆรโต อนิกฺขนฺตตา, อปฺปฏิสํวิทิตตา, อินฺทขีลาติกฺกโมติ อิมานิ ปเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
อนฺเตปุรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. รตนสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๐๒. ทุติเย มหาลตํ นามาติ ปติกุลํ คจฺฉนฺติยา กิร ตสฺสา ปิตา มหาลตาปิฬนฺธนํ นาม การาเปสิ. ตสฺมึ ปิฬนฺธเน จตสฺโส วชิรนาฬิโย ตตฺถ ตตฺถ อปฺเปตพฺพฏฺฐาเน อปฺปนวเสน วินิโยคํ อคมํสุ, มุตฺตานํ เอกาทส นาฬิโย, ปวาฬสฺส ทฺวาวีสติ นาฬิโย, มณีนํ เตตฺตึส นาฬิโย. อิติ เอเตหิ จ อญฺเญหิ จ เวฬุริยโลหิตงฺกมสารคลฺลาทีหิ สตฺตวณฺเณหิ จ รตเนหิ นิฏฺฐานํ อคมาสิ. ตํ สีเส ปฏิมุกฺกํ ยาว ปาทปิฏฺฐิยา ภสฺสติ, ปญฺจนฺนํ หตฺถีนํ พลํ ธารยมานาว อิตฺถี นํ ธาเรตุํ สกฺโกติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
๕๐๖. อาวสถสฺส ปน สุปฺปปาโต วา มุสลปาโต วา อุปจาโร นามาติ โยเชตพฺพํ. อาวสโถติ เจตฺถ อนฺโตอาราเม วา โหตุ อญฺญตฺถ วา, อตฺตโน วสนฏฺฐานํ วุจฺจติ. ฉนฺเทนปิ ภเยนปีติ วฑฺฒกีอาทีสุ ฉนฺเทน, ราชวลฺลเภสุ ภเยน. ตเมว ภิกฺขุํ อาสงฺกนฺตีติ วิสฺสริตฺวา คมนกาเล อตฺตโน ปจฺฉโต อญฺญสฺสาภาวา อาสงฺกนฺติ. ปติรูปํ นาม รตนสมฺมเต ปํสุกูลคฺคหณํ วา รตเน นิรุสฺสุกฺกคมนํ วา. ยทิ หิ ตํ รตนสมฺมตํ อามาสํ เจ, ‘‘นตฺถิ เอตสฺส สามี’’ติ ปํสุกูลํ คเหสฺสติ. อนามาสํ เจ, ‘‘นตฺถิ เอตสฺส สามี’’ติ ปํสุกูลฉินฺนปลิโพโธ นิรเปกฺโข คมิสฺสติ. สมาทเปตฺวาติ อญฺญํ สมาทเปตฺวา, ‘‘อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ, เอสา อริยานยาจนา’’ติ (ชา. ๑.๗.๕๙) วุตฺตนเยน ยาจิตฺวาติ อตฺโถ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อนนุญฺญาตกรณํ, ปรสนฺตกตา, วิสฺสาสคฺคาหปํสุกูลสญฺญานํ อภาโว, อุคฺคหณํ วา อุคฺคหาปนํ วาติ อิมานิ ปเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ.
รตนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. วิกาลคามปฺปวิสนสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๐๘. ตติเย อริยมคฺคสฺสาติ เอตฺถ สคฺคมคฺโคปิ สงฺคเหตพฺโพ. อนิยฺยานิกตฺตา สคฺคโมกฺขมคฺคานํ ติรจฺฉานภูตา หิ กถา ติรจฺฉานกถา. ติรจฺฉานภูตนฺติ ติโรกรณภูตํ วิพนฺธนภูตํ. ราชปฏิสํยุตฺตํ กถนฺติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๗; ม. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒๒๓; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๕.๑๐๘๐; อ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๐.๖๙-๗๐) ราชานํ อารพฺภ ‘‘มหาสมฺมโต มนฺธาตา ธมฺมาโสโก เอวํมหานุภาโว’’ติอาทินา นเยน ปวตฺตกถํ. เอตฺถ จ ‘‘อสุโก ราชา อภิรูโป ทสฺสนีโย’’ติอาทินา นเยน เคหสฺสิตกถาว ติรจฺฉานกถา โหติ. ‘‘โสปิ นาม เอวํมหานุภาโว ขยํ คโต’’ติ เอวํ ปวตฺตา ปน อนิจฺจตาปฏิสํยุตฺตา กมฺมฏฺฐานภาเว ติฏฺฐติ. โจเรสุปิ ‘‘มูลเทโว เอวํมหานุภาโว, เมฆมาโล เอวํมหานุภาโว’’ติ เตสํ กมฺมํ ปฏิจฺจ ‘‘อโห สูรา’’ติ เคหสฺสิตกถาว ติรจฺฉานกถา. ยุทฺเธปิ ภรตยุทฺธาทีสุ ‘‘อสุเกน อสุโก เอวํ มาริโต เอวํ วิทฺโธ’’ติ กามสฺสาทวเสเนว กถา ติรจฺฉานกถา. ‘‘เตปิ นาม ขยํ คตา’’ติ เอวํ ปวตฺตา ปน สพฺพตฺถ กมฺมฏฺฐานเมว โหติ.
อปิจ อนฺนาทีสุ ‘‘เอวํ วณฺณวนฺตํ คนฺธวนฺตํ รสวนฺตํ ผสฺสสมฺปนฺนํ ขาทิมฺห ภุญฺชิมฺห ปิวิมฺห ปริภุญฺชิมฺหา’’ติ กามสฺสาทวเสน กเถตุํ น วฏฺฏติ, สาตฺถกํ ปน กตฺวา ‘‘ปุพฺเพ เอวํ วณฺณาทิสมฺปนฺนํ อนฺนํ ปานํ วตฺถํ สยนํ มาลาคนฺธํ สีลวนฺตานํ อทมฺห, เจติยปูชํ อกริมฺหา’’ติ กเถตุํ วฏฺฏติ. ญาติกถาทีสุปิ ‘‘อมฺหากํ ญาตกา สูรา สมตฺถา’’ติ วา ‘‘ปุพฺเพ มยํ เอวํ วิจิเตฺรหิ ยาเนหิ วิจริมฺหา’’ติ วา อสฺสาทวเสน วตฺตุํ น วฏฺฏติ, สาตฺถกํ ปน กตฺวา ‘‘เตปิ โน ญาตกา ขยํ คตา’’ติ วา ‘‘ปุพฺเพ มยํ เอวรูปา อุปาหนา สงฺฆสฺส อทมฺหา’’ติ วา กเถตพฺพํ. คามกถาปิ สุนิวิฏฺฐทุนฺนิวิฏฺฐสุภิกฺขทุพฺภิกฺขาทิวเสน วา ‘‘อสุกคามวาสิโน สูรา สมตฺถา’’ติ วา เอวํ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ, สาตฺถกํ ปน กตฺวา ‘‘สทฺธา ปสนฺนา’’ติ วา ‘‘ขยวยํ คตา’’ติ วา วตฺตุํ วฏฺฏติ. นิคมนครชนปทกถาสุปิ เอเสว นโย.
อิตฺถิกถาปิ วณฺณสณฺฐานาทีนิ ปฏิจฺจ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ, ‘‘สทฺธา ปสนฺนา, ขยํ คตา’’ติ เอวํ วตฺตุํ วฏฺฏติ. สูรกถาปิ ‘‘นนฺทิมิตฺโต นาม โยโธ สูโร อโหสี’’ติ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ, ‘‘สทฺโธ อโหสิ, ขยํ คโต’’ติ เอวเมว วฏฺฏติ. วิสิขากถาปิ ‘‘อสุกา วิสิขา สุนิวิฏฺฐา ทุนฺนิวิฏฺฐา สูรา สมตฺถา’’ติ อสฺสาทวเสเนว น วฏฺฏติ, ‘‘สทฺธา ปสนฺนา, ขยํ คตา’’อิจฺเจว วฏฺฏติ.
กุมฺภฏฺฐานกถาติ กุฏฏฺฐานกถา อุทกติตฺถกถา วุจฺจติ, กุมฺภทาสีกถา วา. สาปิ ‘‘ปาสาทิกา นจฺจิตุํ คายิตุํ เฉกา’’ติ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ, ‘‘สทฺธา ปสนฺนา’’ติอาทินา นเยเนว วฏฺฏติ. ปุพฺพเปตกถาติ อตีตญาติกถา. ตตฺถ วตฺตมานญาติกถาสทิโสว วินิจฺฉโย.
นานตฺตกถาติ ปุริมปจฺฉิมกถาวิมุตฺตา อวเสสา นานาสภาวา นิรตฺถกกถา. โลกกฺขายิกาติ ‘‘อยํ โลโก เกน นิมฺมิโต, อสุเกน ปชาปตินา พฺรหฺมุนา อิสฺสเรน วา นิมฺมิโต, กาโก เสโต อฏฺฐีนํ เสตตฺตา, พกา รตฺตา โลหิตสฺส รตฺตตฺตา’’ติ เอวมาทิกา โลกายตวิตณฺฑสลฺลาปกถา. อุปฺปตฺติฐิติสํหาราทิวเสน โลกํ อกฺขายตีติ โลกกฺขายิกา. สมุทฺทกฺขายิกา นาม กสฺมา สมุทฺโท สาคโร, สาครสฺส รญฺโญ ปุตฺเตหิ ขตตฺตา สาคโร. ขโต อเมฺหหีติ หตฺถมุทฺทาย นิเวทิตตฺตา สมุทฺโทติ เอวมาทิกา นิรตฺถกา สมุทฺทกฺขายิกกถา.
อิติ ภโว อิติ อภโวติ ยํ วา ตํ วา นิรตฺถกการณํ วตฺวา ปวตฺติตกถา อิติภวาภวกถา. เอตฺถ จ ภโวติ สสฺสตํ, อภโวติ อุจฺเฉทํ. ภโวติ วุทฺธิ, อภโวติ หานิ. ภโวติ กามสุขํ, อภโวติ อตฺตกิลมโถ. อิติ อิมาย ฉพฺพิธาย อิติภวาภวกถาย สทฺธึ พาตฺตึส ติรจฺฉานกถา นาม โหติ. อถ วา ปาฬิยํ สรูปโต อนาคตาปิ อรญฺญปพฺพตนทีทีปกถา อิติ-สทฺเทน สงฺคเหตฺวา ฉตฺตึส ติรจฺฉานกถาติ วุจฺจติ. อิติ วาติ หิ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ปการตฺเถ, วา-สทฺโท วิกปฺปตฺเถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘เอวํปการํ อิโต อญฺญํ วา ตาทิสํ นิรตฺถกกถํ กเถนฺตี’’ติ. อาทิอตฺเถ วา อิติ-สทฺโท ‘‘อิติ วา อิติ เอวรูปา นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา ปฏิวิรโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๐, ๑๙๔) วิย, เอวมาทึ อญฺญมฺปิ ตาทิสํ กถํ กเถนฺตีติ อตฺโถ.
๕๑๒. อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจาโร อทินฺนาทาเน วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพติ อิมินา ทุติยเลฑฺฑุปาโต อิธ อุปจาโรติ ทสฺเสติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉนา, อนุญฺญาตการณาภาโว, วิกาเล คามปฺปวิสนนฺติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
วิกาลคามปฺปวิสนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. สูจิฆรสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๑๗. จตุตฺเถ ตํ อสฺส อตฺถีติ ปฐมํ ภินฺทิตฺวา ปจฺฉา เทเสตพฺพตฺตา ตํ เภทนกํ ตสฺส ปาจิตฺติยสฺส อตฺถีติ เภทนกํ, ปาจิตฺติยํ. อสฺสตฺถิอตฺเถ อ-การปจฺจโย ทฏฺฐพฺโพ. วาสิชเฏติ วาสิทณฺฑเก. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. สูจิฆรตา, อฏฺฐิมยาทิตา, อตฺตโน อตฺถาย กรณํ วา การาเปตฺวา วา ปฏิลาโภติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
สูจิฆรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. มญฺจปีฐสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๒๒. ปญฺจเม เฉทนกํ วุตฺตนยเมวาติ เฉทนเมว เฉทนกํ, ตํ ตสฺส อตฺถีติ เฉทนกนฺติ อิมมตฺถํ อติทิสฺสติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ปมาณาติกฺกนฺตมญฺจปีฐตา, อตฺตโน อตฺถาย กรณํ วา การาเปตฺวา วา ปฏิลาโภติ อิมานิ ปเนตฺถ เทฺว องฺคานิ.
มญฺจปีฐสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ตูโลนทฺธสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๒๖. ฉฏฺเฐ ตูลํ ปกฺขิปิตฺวาติ เหฏฺฐา จิมิลิกํ ปตฺถริตฺวา ตสฺส อุปริ ตูลํ ปกฺขิปิตฺวาติ อตฺโถ. โปฏกิตูลนฺติ เอรกตูลาทิ ยํกิญฺจิ ติณชาตีนํ ตูลํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ตูโลนทฺธมญฺจปีฐตา, อตฺตโน อตฺถาย กรณํ วา การาเปตฺวา วา ปฏิลาโภติ อิมานิ ปเนตฺถ เทฺว องฺคานิ. อตฺตนา การาปิตสฺส หิ ปฏิลาภมตฺเตเนว ปาจิตฺติยํ. เตเนว ปทภาชเน ‘‘ปฏิลาเภน อุทฺทาเลตฺวา ปาจิตฺติยํ เทเสตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. เกนจิ ปน ‘‘ปฏิลาเภน อุทฺทาเลตฺวา ปาจิตฺติยํ เทเสตพฺพนฺติ เอตฺถ กิญฺจาปิ ปฏิลาภมตฺเตเนว ปาจิตฺติยํ วิย ทิสฺสติ, ปริโภเคเยว อาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา. ‘อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’ติ วจนํ เอตฺถ สาธก’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ตสฺส มติมตฺตํ. น หิ ‘‘อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ อิทํ อตฺตนา การาปิตํ สนฺธาย วุตฺตํ, กรณการาปนปจฺจยา จ อิมินา สิกฺขาปเทน ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ, น ปริโภคปจฺจยา. ‘‘น, ภิกฺขเว, ตูโลนทฺธํ มญฺจํ วา ปีฐํ วา ปริภุญฺชิตพฺพํ, โย ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ หิ ขนฺธเก วุตฺตตฺตา อตฺตนา วา กตํ โหตุ อญฺเญน วา, ปริภุญฺชนฺตสฺส ปริโภคปจฺจยา ทุกฺกฏเมว, น ปาจิตฺติยํ.
ตูโลนทฺธสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๓๑. สตฺตเม ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ นิสีทนสนฺถตสิกฺขาปเท วุตฺตเมว. นิสีทนสฺส ปมาณาติกฺกนฺตตา, อตฺตโน อตฺถาย กรณํ วา การาเปตฺวา วา ปฏิลาโภติ อิมานิ ปเนตฺถ เทฺว องฺคานิ.
นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕๓๗-๕๔๒. อฏฺฐมนวมทสเมสุ นตฺถิ วตฺตพฺพํ, องฺคานิปิ สตฺตเมว วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.
นิฏฺฐิโต ราชวคฺโค นวโม.
อิติ สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย สารตฺถทีปนิยํ
ขุทฺทกวณฺณนา สมตฺตา.
ปาจิตฺติยกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ.