๑. ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๙. เสนาสนวคฺคสฺส ปฐเม นิคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺโตติ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต. อิมินา ปน วจเนน ทารกสฺส ตตฺถ อุปนีตภาโว เตน จ ทิฏฺฐภาโว วุตฺโตเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตน หิ ภิกฺขุนา ตํ รุกฺขํ ฉินฺทิตุํ อารทฺเธ ตตฺถ นิพฺพตฺตา เอกา ตรุณปุตฺตา เทวธีตา ปุตฺตํ องฺเกนาทาย ฐิตา ตํ ยาจิ ‘‘มา เม สามิ วิมานํ ฉินฺทิ, น สกฺขิสฺสามิ ปุตฺตกํ อาทาย อนาวาสา วิจริตุ’’นฺติ. โส ‘‘อหํ อญฺญตฺถ อีทิสํ รุกฺขํ น ลภิสฺสามี’’ติ ตสฺสา วจนํ นาทิยิ. สา ‘‘อิมมฺปิ ตาว ทารกํ โอโลเกตฺวา โอรมิสฺสตี’’ติ ปุตฺตํ รุกฺขสาขาย ฐเปสิ. โส ภิกฺขุ อุกฺขิตฺตํ ผรสุํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ทารกสฺส พาหํ ฉินฺทิ. เอวญฺจ สยิโต วิมาเน สยิโต นาม โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘รุกฺขฏฺฐกทิพฺพวิมาเน นิปนฺนสฺสา’’ติ.

รุกฺขฏฺฐกทิพฺพวิมาเนติ จ สาขฏฺฐกวิมานํ สนฺธาย วุตฺตํ. รุกฺขสฺส อุปริ นิพฺพตฺตญฺหิ วิมานํ รุกฺขปฏิพทฺธตฺตา ‘‘รุกฺขฏฺฐกวิมาน’’นฺติ วุจฺจติ. สาขฏฺฐกวิมานํ ปน สพฺพสาขาสนฺนิสฺสิตํ หุตฺวา ติฏฺฐติ. ตตฺถ ยํ รุกฺขฏฺฐกวิมานํ โหติ, ตํ ยาว รุกฺขสฺส มูลมตฺตมฺปิ ติฏฺฐติ, ตาว น นสฺสติ. สาขฏฺฐกวิมานํ ปน สาขาสุ ภิชฺชมานาสุ ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชิตฺวา สพฺพสาขาสุ ภินฺนาสุ สพฺพํ ภิชฺชติ, อิทมฺปิ จ วิมานํ สาขฏฺฐกํ, ตสฺมา รุกฺเข ฉินฺเน ตํ วิมานํ สพฺพโส วินฏฺฐํ, เตเนว สา เทวตา ภควโต สนฺติกา ลทฺเธ อญฺญสฺมึ วิมาเน วสิ. พาหุํ ถนมูเลเยว ฉินฺทีติ อํเสน สทฺธึ พาหํ ฉินฺทิ. อิมินา จ รุกฺขเทวตานํ คตฺตานิ ฉิชฺชนฺติ, น จาตุมหาราชิกาทีนํ วิย อจฺเฉชฺชานีติ ทฏฺฐพฺพํ. รุกฺขธมฺเมติ รุกฺขปกติยํ, รุกฺขสภาเวติ อตฺโถ. รุกฺขานํ วิย เฉทนาทีสุ อกุปฺปนญฺหิ รุกฺขธมฺโม นาม.

อุปฺปติตนฺติ อุปฺปนฺนํ. ภนฺตนฺติ ธาวนฺตํ. วารเยติ นิคฺคเณฺหยฺย. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา นาม เฉโก สารถิ อติเวเคน ธาวนฺตํ รถํ นิคฺคเหตฺวา ยถิจฺฉกํ เปเสติ, เอวํ โย ปุคฺคโล อุปฺปนฺนํ โกธํ วารเย นิคฺคณฺหิตุํ สกฺโกติ, ตมหํ สารถึ พฺรูมิ. อิตโร ปน ราชอุปราชาทีนํ รถสารถิชโน รสฺมิคฺคาโห นาม โหติ, น อุตฺตมสารถีติ.

ทุติยคาถาย ปน อยมตฺโถ – โยติ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑) โย ยาทิโส ขตฺติยกุลา วา ปพฺพชิโต พฺราหฺมณกุลา วา ปพฺพชิโต นโว วา มชฺฌิโม วา เถโร วา. อุปฺปติตนฺติ อุทฺธมุทฺธํ ปติตํ, คตํ ปวตฺตนฺติ อตฺโถ, อุปฺปนฺนนฺติ วุตฺตํ โหติ. โกธนฺติ ‘‘อนตฺถํ เม จรตีติ อาฆาโต ชายตี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๓๔๐; อ. นิ. ๙.๒๙) นเยน สุตฺเต วุตฺตานํ นวนฺนํ, ‘‘อตฺถํ เม น จรตี’’ติอาทีนญฺจ ตปฺปฏิปกฺขโต สิทฺธานํ นวนฺนเมวาติ อฏฺฐารสนฺนํ ขาณุกณฺฏกาทินา อฏฺฐาเนน สทฺธึ เอกูนวีสติยา อาฆาตวตฺถูนํ อญฺญตราฆาตวตฺถุสมฺภวํ อาฆาตํ. วิสฏนฺติ วิตฺถตํ. สปฺปวิสนฺติ สปฺปสฺส วิสํ. อิวาติ โอปมฺมวจนํ. อิ-การโลปํ กตฺวา ว-อิจฺเจว วุตฺตํ. โอสเธหีติ อคเทหิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา วิสติกิจฺฉโก เวชฺโช สปฺเปน ทฏฺโฐ สพฺพํ กายํ ผริตฺวา ฐิตํ วิสฏํ สปฺปวิสํ มูลขนฺธตจปตฺตปุปฺผาทีนํ อญฺญตเรหิ, นานาเภสชฺเชหิ ปโยเชตฺวา กเตหิ วา โอสเธหิ ขิปฺปเมว วิเนยฺย, เอวเมว โย ยถาวุตฺเตน อาฆาตวตฺถุนา อุปฺปติตํ จิตฺตสนฺตานํ พฺยาเปตฺวา ฐิตํ โกธํ วินยนุปาเยสุ ตทงฺควินยาทีสุ เยน เกนจิ อุปาเยน วิเนติ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตึ กโรติ, โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ. โส เอวํ โกธํ วิเนนฺโต ภิกฺขุ ยสฺมา โกโธ ตติยมคฺเคน สพฺพโส ปหียติ, ตสฺมา โอรปารสญฺญิตานิ ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนานิ ชหาตีติ. อวิเสเสน หิ ปารนฺติ ตีรสฺส นามํ, ตสฺมา โอรานิ จ ตานิ สํสารสาครสฺส ปารภูตานิ จาติ กตฺวา ‘‘โอรปาร’’นฺติ วุจฺจติ.

อถ วา โย อุปฺปติตํ วิเนติ โกธํ วิสฏํ สปฺปวิสํว โอสเธหิ, โส ตติยมคฺเคน สพฺพโส โกธํ วิเนตฺวา อนาคามิผเล ฐิโต ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ. ตตฺถ โอรนฺติ สกตฺตภาโว. ปารนฺติ ปรตฺตภาโว. โอรํ วา ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ, ปารํ ฉ พาหิรายตนานิ. ตถา โอรํ มนุสฺสโลโก, ปารํ เทวโลโก. โอรํ กามธาตุ, ปารํ รูปารูปธาตุ. โอรํ กามรูปภโว, ปารํ อรูปภโว. โอรํ อตฺตภาโว, ปารํ อตฺตภาวสุขุปกรณานิ. เอวเมตสฺมึ โอรปาเร จตุตฺถมคฺเคน ฉนฺทราคํ ปชหนฺโต ‘‘ชหาติ โอรปาร’’นฺติ วุจฺจติ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ อนาคามิโน กามราคสฺส ปหีนตฺตา อิธตฺตภาวาทีสุ ฉนฺทราโค เอว นตฺถิ, อปิจ โข ปนสฺส วณฺณปฺปกาสนตฺถํ สพฺพเมตํ โอรปารเภทํ สงฺคเหตฺวา ตตฺถ ฉนฺทราคปฺปหาเนน ‘‘ชหาติ โอรปาร’’นฺติ วุตฺตํ.

อิทานิ ตสฺสตฺถสฺส วิภาวนตฺถาย อุปมํ อาห ‘‘อุรโค ชิณฺณมิวตฺตจํ ปุราณ’’นฺติ. ตตฺถ อุเรน คจฺฉตีติ อุรโค, สปฺปสฺเสตํ อธิวจนํ. โส ทุวิโธ กามรูปี จ อกามรูปี จ. กามรูปีปิ ทุวิโธ ชลโช ถลโช จ. ชลโช ชเล เอว กามรูปํ ลภติ, น ถเล สงฺขปาลชาตเก (ชา. ๒.๑๗.๑๔๓ อาทโย) สงฺขปาลนาคราชา วิย. ถลโช ถเล เอว, น ชเล. โส ชชฺชรภาเวน ชิณฺณํ, จิรกาลตาย ปุราณญฺจาติ สงฺขํ คตํ ตจํ ชหนฺโต จตุพฺพิเธน ชหติ สชาติยํ ฐิโต ชิคุจฺฉนฺโต นิสฺสาย ถาเมนาติ. สชาติ นาม สปฺปชาติ ทีฆตฺตภาโว. อุรคา หิ ปญฺจสุ ฐาเนสุ สชาตึ นาติวตฺตนฺติ อุปปตฺติยํ จุติยํ วิสฺสฏฺฐนิทฺโทกฺกมเน สชาติยา เมถุนปฏิเสวเน ชิณฺณตจาปนยเน จาติ. ตสฺมา ยทา ตจํ ชหติ, ตทา สชาติยํเยว ฐตฺวา ชหติ. สชาติยํ ฐิโตปิ จ ชิคุจฺฉนฺโต ชหติ. ชิคุจฺฉนฺโต นาม ยทา อุปฑฺฒฏฺฐาเน มุตฺโต โหติ, อุปฑฺฒฏฺฐาเน อมุตฺโต โอลมฺพติ, ตทา นํ อฏฺฏียนฺโต ชหติ, เอวํ ชิคุจฺฉนฺโตปิ จ ทณฺฑนฺตรํ วา มูลนฺตรํ วา ปาสาณนฺตรํ วา นิสฺสาย ชหติ. นิสฺสาย ชหนฺโตปิ จ ถามํ ชเนตฺวา อุสฺสาหํ กริตฺวา วีริเยน วงฺกํ นงฺคุฏฺฐํ กตฺวา ปสฺสสนฺโตว ผณํ กริตฺวา ชหติ. เอวํ ชหิตฺวา เยนกามํ ปกฺกมติ.

เอวเมว อยมฺปิ ภิกฺขุ โอรปารํ ชหิตุกาโม จตุพฺพิเธน ชหติ สชาติยํ ฐิโต ชิคุจฺฉนฺโต นิสฺสาย ถาเมนาติ. สชาติ นาม ภิกฺขุโน ‘‘อริยาย ชาติยา ชาโต’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๕๑) วจนโต สีลํ. เตเนวาห ‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓, ๑๙๒). เอวเมติสฺสํ สชาติยํ ฐิโต ภิกฺขุ ตํ สกตฺตภาวาทิเภทํ โอรปารํ ชิณฺณปุราณตฺตจมิว ตํ ทุกฺขํ ชเนนฺตํ ตตฺถ ตตฺถ อาทีนวทสฺสเนน ชิคุจฺฉนฺโต กลฺยาณมิตฺเต นิสฺสาย อธิมตฺตสมฺมาวายามสงฺขาตํ ถามํ ชเนตฺวา ‘‘ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๖; ๔.๓๗) วุตฺตนเยน รตฺตินฺทิวํ ฉธา วิภชิตฺวา ฆเฏนฺโต วายมนฺโต อุรโค วิย วงฺกํ นงฺคุฏฺฐํ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุรโค วิย ปสฺสสนฺโต อยมฺปิ อสิถิลปรกฺกมตาย วายมนฺโต อุรโคว ผณํ กริตฺวา อยมฺปิ ญาณวิปฺผารํ ชเนตฺวา อุรโคว ตจํ โอรปารํ ชหติ, ชหิตฺวา จ อุรโค วิย โอหิตตโจ เยนกามํ ปกฺกมติ, อยมฺปิ โอหิตภาโร อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุทิสํ ปกฺกมตีติ.

๙๐. ภวนฺตีติ อิมินา วิรุฬฺหมูเล นีลภาวํ อาปชฺชิตฺวา วฑฺฒมานเก ตรุณคจฺเฉ ทสฺเสติ. อหุวุนฺติ อิมินา ปน วฑฺฒิตฺวา ฐิเต มหนฺเต รุกฺขคจฺฉาทิเก ทสฺเสติ. ภวนฺตีติ อิมสฺส วิวรณํ ‘‘ชายนฺติ วฑฺฒนฺตี’’ติ, อหุวุนฺติ อิมสฺส ‘‘ชาตา วฑฺฒิตา’’ติ. ราสีติ สุทฺธฏฺฐกธมฺมสมูโห. ภูตานนฺติ ตถาลทฺธสมญฺญานํ อฏฺฐธมฺมานํ. ‘‘ภูตานํ คาโม’’ติ วุตฺเตปิ อวยววินิมุตฺตสฺส สมุทายสฺส อภาวโต ภูตสญฺญิตา เตเยว ติณรุกฺขลตาทโย คยฺหนฺติ. ‘‘ภูมิยํ ปติฏฺฐหิตฺวา หริตภาวมาปนฺนา รุกฺขคจฺฉาทโย เทวตาหิ ปริคฺคยฺหนฺติ, ตสฺมา ภูตานํ นิวาสฏฺฐานตาย ภูตานํ คาโม’’ติปิ วทนฺติ. รุกฺขาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน โอสธิคจฺฉลตาทโย เวทิตพฺพา.

นนุ จ รุกฺขาทโย จิตฺตรหิตตาย น ชีวา, จิตฺตรหิตตา จ ปริปฺผนฺทาภาวโต ฉินฺเนปิ รุหนโต วิสทิสชาติกภาวโต จตุโยนิอปริยาปนฺนโต จ เวทิตพฺพา, วุฑฺฒิ ปน ปวาฬสิลาลวณานมฺปิ วิชฺชตีติ น เตสํ ชีวภาเว การณํ, วิสยคฺคหณญฺจ เนสํ ปริกปฺปนามตฺตํ สุปนํ วิย จิญฺจาทีนํ, ตถา โทหฬาทโย, ตตฺถ กสฺมา ภูตคามสฺส เฉทนาทิปจฺจยา ปาจิตฺติยํ วุตฺตนฺติ? สมณสารุปฺปโต ตํนิวาสสตฺตานุรกฺขณโต จ. เตเนวาห ‘‘ชีวสญฺญิโน หิ โมฆปุริสา มนุสฺสา รุกฺขสฺมิ’’นฺติอาทิ.

๙๑. ‘‘มูเล ชายนฺตี’’ติอาทีสุ อตฺโถ อุปริ อตฺตนา วุจฺจมานปฺปกาเรน สีหฬฏฺฐกถายํ วุตฺโตติ อาห ‘‘เอวํ สนฺเตปิ…เป… น สเมนฺตี’’ติ. วิชาต-สทฺโท อิธ วิ-สทฺทโลปํ กตฺวา นิทฺทิฏฺโฐติ อาห ‘‘วิชาตานี’’ติ. วิชาต-สทฺโท จ ‘‘วิชาตา อิตฺถี’’ติอาทีสุ วิย ปสูตวจโนติ อาห ‘‘ปสูตานี’’ติ. ปสูติ จ นาเมตฺถ นิพฺพตฺตปณฺณมูลตาติ อาห ‘‘นิพฺพตฺตปณฺณมูลานี’’ติ. อิมินา อิมํ ทีเปติ ‘‘นิพฺพตฺตปณฺณมูลานิ พีชานิ ภูตคามสงฺขเมว คจฺฉนฺติ, เตสุ จ วตฺตมาโน พีชชาต-สทฺโท รุฬฺหีวเสน รุกฺขาทีสุปิ วตฺตตี’’ติ. ปุริมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป ปน พีเชหิ ชาตานํ รุกฺขลตาทีนํเยว ภูตคามตา วุตฺตา.

ตานิ ทสฺเสนฺโตติ ตานิ พีชานิ ทสฺเสนฺโต. มูลพีชนฺติอาทีสุ มูลเมว พีชํ มูลพีชํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ผฬุพีชนฺติ ปพฺพพีชํ. ปจฺจยนฺตรสมวาเย สทิสผลุปฺปตฺติยา วิเสสการณภาวโต วิรุหนสมตฺเถ สารผเล นิรุโฬฺห พีช-สทฺโท. ตทตฺถสํสิทฺธิยา มูลาทีสุปิ เกสุจิ ปวตฺตตีติ มูลาทิโต นิวตฺตนตฺถํ เอเกน พีชสทฺเทน วิเสเสตฺวา วุตฺตํ ‘‘พีชพีช’’นฺติ ‘‘รูปรูปํ, ทุกฺขทุกฺข’’นฺติ จ ยถา. พีชโต นิพฺพตฺเตน พีชํ ทสฺสิตนฺติ การิโยปจาเรน การณํ ทสฺสิตนฺติ ทีเปติ.

๙๒. พีเช พีชสญฺญีติ เอตฺถ การณูปจาเรน การิยํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ ยถา’’ติอาทิมาห. ภูตคามปริโมจนํ กตฺวาติ ภูตคามโต โมเจตฺวา, วิโยเชตฺวาติ อตฺโถ. ยํ พีชํ ภูตคาโม นาม โหตีติ พีชานิ จ ตานิ ชาตานิ จาติ วุตฺตมตฺถํ สนฺธาย วทติ. ตตฺถ ยํ พีชนฺติ ยํ นิพฺพตฺตปณฺณมูลํ พีชํ. ตสฺมึ พีเชติ ตสฺมึ ภูตคามสญฺญิเต พีเช. เอตฺถ จ พีชชาต-สทฺทสฺส วิย รุฬฺหีวเสน รุกฺขาทีสุ พีช-สทฺทสฺสปิ ปวตฺติ เวทิตพฺพา. ยถารุตนฺติ ยถาปาฬิ.

ยตฺถ กตฺถจีติ มูเล อคฺเค มชฺเฌ วา. สญฺจิจฺจ อุกฺขิปิตุํ น วฏฺฏตีติ เอตฺถ สเจปิ สรีเร ลคฺคภาวํ ชานนฺโตว อุทกโต อุฏฺฐหติ, ‘‘ตํ อุทฺธริสฺสามี’’ติ สญฺญาย อภาวโต วฏฺฏติ. อุปฺปาฏิตานีติ อุทฺธฏานิ. พีชคาเม สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ ภูตคามโต ปริโมจิตตฺตา วุตฺตํ. อนนฺตก-คฺคหเณน สาสปมตฺติกา คหิตา. นามเญฺหตํ ตสฺสา เสวาลชาติยา. มูลปณฺณานํ อสมฺปุณฺณตฺตา ‘‘อสมฺปุณฺณภูตคาโม นามา’’ติ วุตฺตํ. อภูตคามมูลตฺตาติ เอตฺถ ภูตคาโม มูลํ การณํ เอตสฺสาติ ภูตคามมูโล, ภูตคามสฺส วา มูลํ การณนฺติ ภูตคามมูลํ. พีชคาโม หิ นาม ภูตคามโต สมฺภวติ, ภูตคามสฺส จ การณํ โหติ, อยํ ปน ตาทิโส น โหตีติ ‘‘อภูตคามมูลตฺตา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺรฏฺฐกตฺตา วุตฺตํ ‘‘โส พีชคาเมน สงฺคหิโต’’ติ. อิทญฺจ ‘‘อภูตคามมูลตฺตา’’ติ เอตฺถ ปฐมํ วุตฺตอตฺถสมฺภวโต วุตฺตํ. กิญฺจาปิ หิ ตาลนาฬิเกราทีนํ ขาณุ อุทฺธํ อวฑฺฒนโต ภูตคามสฺส การณํ น โหติ, ตถาปิ ภูตคามสงฺขฺยุปคตนิพฺพตฺตปณฺณมูลพีชโต สมฺภูตตฺตา ภูตคามโต อุปฺปนฺโน นาม โหตีติ พีชคาเมน สงฺคหํ คจฺฉติ.

‘‘องฺกุเร หริเต’’ติ วตฺวา ตเมว วิภาเวติ ‘‘นีลปณฺณวณฺเณ ชาเต’’ติ, นีลปณฺณสฺส วณฺณสทิเส วณฺเณ ชาเตติ อตฺโถ. ‘‘นีลวณฺเณ ชาเต’’ติ วา ปาโฐ คเหตพฺโพ. อมูลกภูตคาเม สงฺคหํ คจฺฉตีติ นาฬิเกรสฺส อาเวณิกํ กตฺวา วทติ. ‘‘ปานียฆฏาทีนํ พหิ เสวาโล อุทเก อฏฺฐิตตฺตา พีชคามานุโลมตฺตา จ ทุกฺกฏวตฺถู’’ติ วทนฺติ. กณฺณกมฺปิ อพฺโพหาริกเมวาติ นีลวณฺณมฺปิ อพฺโพหาริกเมว. เสเลยฺยกํ นาม สิลาย สมฺภูตา เอกา สุคนฺธชาติ. ‘‘รุกฺขตฺตจํ วิโกเปตีติ วุตฺตตฺตา รุกฺเข ชาตํ ยํ กิญฺจิ ฉตฺตกํ รุกฺขตฺตจํ อวิโกเปตฺวา มตฺถกโต ฉินฺทิตฺวา คเหตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. รุกฺขโต มุจฺจิตฺวา ติฏฺฐตีติ เอตฺถ ‘‘ยทิปิ กิญฺจิมตฺตํ รุกฺเข อลฺลีนา หุตฺวา ติฏฺฐติ, รุกฺขโต คยฺหมาโน ปน รุกฺขจฺฉวึ น วิโกเปติ, วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. อลฺลรุกฺขโต น วฏฺฏตีติ เอตฺถาปิ รุกฺขตฺตจํ อวิโกเปตฺวา มตฺถกโต ตจฺเฉตฺวา คเหตุํ วฏฺฏตีติ เวทิตพฺพํ. หตฺถกุกฺกุจฺเจนาติ หตฺถานํ อสํยตภาเวน, หตฺถจาปลฺเลนาติ วุตฺตํ โหติ. ปานียํ น วาเสตพฺพนฺติ อิทํ อตฺตโน อตฺถาย นามิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. เกวลํ อนุปสมฺปนฺนสฺส อตฺถาย นามิเต ปน ปจฺฉา ตโต ลภิตฺวา น วาเสตพฺพนฺติ นตฺถิ. ‘‘เยสํ รุกฺขานํ สาขา รุหตีติ วุตฺตตฺตา เยสํ สาขา น รุหติ, ตตฺถ กปฺปิยกรณกิจฺจํ นตฺถี’’ติ วทนฺติ.

๙๓. ปญฺจหิ สมณกปฺเปหีติ ปญฺจหิ สมณโวหาเรหิ. กิญฺจาปิ หิ พีชานํ อคฺคินา ผุฏฺฐมตฺเตน นขาทีหิ วิลิขนมตฺเตน จ อวิรุฬฺหีธมฺมตา น โหติ, ตถาปิ เอวํ กเตเยว สมณานํ กปฺปตีติ อคฺคิปริชิตาทโย สมณโวหารา นาม ชาตา, ตสฺมา เตหิ สมณโวหาเรหิ กรณภูเตหิ ผลํ ปริภุญฺชิตุํ อนุชานามีติ อธิปฺปาโย. อพีชนิพฺพฏฺฏพีชานิปิ สมณานํ กปฺปนฺตีติ ปญฺญตฺตปณฺณตฺติภาวโต สมณโวหาราอิจฺเจว สงฺขํ คตานิ. อถ วา อคฺคิปริชิตาทีนํ ปญฺจนฺนํ กปฺปิยภาวโตเยว ปญฺจหิ สมณกปฺปิยภาวสงฺขาเตหิ การเณหิ ผลํ ปริภุญฺชิตุํ อนุชานามีติ เอวเมตฺถ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อคฺคิปริชิตนฺติอาทีสุ ‘‘ปริจิต’’นฺติปิ ปฐนฺติ. อพีชํ นาม ตรุณมฺพผลาทิ. นิพฺพฏฺฏพีชํ นาม อมฺพปนสาทิ, ยํ พีชํ นิพฺพฏฺเฏตฺวา วิสุํ กตฺวา ปริภุญฺชิตุํ สกฺกา โหติ. ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาว กาตพฺพนฺติ โย กปฺปิยํ กโรติ, เตน กตฺตพฺพาการสฺเสว วุตฺตตฺตา ภิกฺขุนา อวุตฺเตปิ กาตุํ วฏฺฏตีติ น คเหตพฺพํ. ปุน ‘‘กปฺปิยํ กาเรตพฺพ’’นฺติ การาปนสฺส ปฐมเมว กถิตตฺตา ภิกฺขุนา ‘‘กปฺปิยํ กโรหี’’ติ วุตฺเตเยว อนุปสมฺปนฺเนน ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวา อคฺคิปริชิตาทิ กาตพฺพนฺติ คเหตพฺพํ. ‘‘กปฺปิยนฺติ วจนํ ปน ยาย กายจิ ภาสาย วตฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘กปฺปิยนฺติ วตฺวาว กาตพฺพ’’นฺติ วจนโต ปฐมํ ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวา ปจฺฉา อคฺคิอาทินา ผุสนาทิ กาตพฺพนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ปฐมํ อคฺคึ นิกฺขิปิตฺวา นขาทินา วา วิชฺฌิตฺวา ตํ อนุทฺธริตฺวาว ‘กปฺปิย’นฺติ วตฺตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ.

เอกสฺมึ พีเช วาติอาทีสุ ‘‘เอกํเยว กาเรมีติ อธิปฺปาเย สติปิ เอกาพทฺธตฺตา สพฺพํ กตเมว โหตี’’ติ วทนฺติ. ทารุํ วิชฺฌตีติ เอตฺถ ‘‘ชานิตฺวาปิ วิชฺฌติ วา วิชฺฌาเปติ วา, วฏฺฏติเยวา’’ติ วทนฺติ. ภตฺตสิตฺเถ วิชฺฌตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ‘‘ตํ วิชฺฌติ, น วฏฺฏตีติ รชฺชุอาทีนํ ภาชนคติกตฺตา’’ติ วทนฺติ. มริจปกฺกาทีหิ มิสฺเสตฺวาติ เอตฺถ ภตฺตสิตฺถสมฺพนฺธวเสน เอกาพทฺธตา เวทิตพฺพา, น ผลานํเยว อญฺญมญฺญํ สมฺพนฺธวเสน. ภินฺทาเปตฺวา กปฺปิยํ การาเปตพฺพนฺติ พีชโต มุตฺตสฺส กฏาหสฺส ภาชนคติกตฺตา วุตฺตํ.

นิกฺขาเมตุนฺติ ตํ ภิกฺขุํ นิกฺขาเมตุํ. ‘‘สเจ เอตสฺส อนุโลม’’นฺติ เสนาสนรกฺขณตฺถาย อนุญฺญาตมฺปิ ปฏคฺคิทานาทึ อตฺตนาปิ กาตุํ วฏฺฏตีติ เอตฺตเกเนว อิทมฺปิ เอตสฺส อนุโลมนฺติ เอวมธิปฺปาโย สิยา. ปฏคฺคิทานํ ปริตฺตกรณญฺจ อตฺตโน ปรสฺส วา เสนาสนรกฺขณตฺถาย วฏฺฏติเยว. ตสฺมา สเจ ตสฺส สุตฺตสฺส เอตํ อนุโลมํ สิยา, อตฺตโน น วฏฺฏติ, อญฺญสฺส วฏฺฏตีติ อยํ วิเสโส กุโต ลพฺภตีติ อาห ‘‘อตฺตโน น วฏฺฏติ…เป… น สกฺกา ลทฺธุ’’นฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ภูตคาโม, ภูตคามสญฺญิตา, วิโกปนํ วา วิโกปาปนํ วาติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.

ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.