นิสฺสคฺคิยกถาวณฺณนา
๕๕๑. เอวํ อนิยตกถํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ นิสฺสคฺคิยกถํ ทสฺเสตุมาห ‘‘โขม’’นฺติอาทิ. โขมนฺติ เอวํนามกํ จีวรํ. โขมนฺติ คจฺฉวิเสสสฺส นามํ, ตสฺส วาเกหิ กตจีวรํ การโณปจารโวหารวเสน ‘‘โขม’’นฺติ วุตฺตํ. กปฺปาสนฺติ กปฺปาสสุตฺตมยํ จีวรํ, อิทมฺปิ วุตฺตนเยเนว ‘‘กปฺปาส’’นฺติ วุจฺจติ. โกเสยฺยํ นาม โกสการกิมิโกสํ, โกเสน นิพฺพตฺตํ สุตฺตํ โกเสยฺยํ. อิธ ปน เตน โกเสยฺยสุตฺเตน นิพฺพตฺตํ จีวรํ ‘‘โกเสยฺย’’นฺติ วุตฺตํ. สาณนฺติ สาณวากสุตฺเตหิ วายิตฺวา กตจีวรํ. อิทญฺจ โขมํ วิย ทฏฺฐพฺพํ. ภงฺคนฺติ โขมสุตฺตาทีนิ สพฺพานิ, เอกจฺจานิ วา มิสฺเสตฺวา กตจีวรํ. อิทมฺปิ กรณปฺปกาเรน ลทฺธนามกํ. ‘‘ภงฺคํ นาม เอกา คจฺฉชาติ, ตสฺสา วากมยสุตฺเตหิ วายิตฺวา กตจีวร’’นฺติ เกจิ. อิมสฺมึ ปกฺเข โขมํ วิย คเหตพฺพํ. กมฺพลนฺติ มนุสฺสโลมวาฬโลมํ วินา เสสโลเมหิ วายิตฺวา กตจีวรํ วุตฺตนฺติ. อิทํ ‘‘จีวรํ นาม ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวร’’นฺติ (ปารา. ๔๖๓) ปทภาชเน จ ‘‘โขมํ กปฺปาสิกํ โกเสยฺยํ กมฺพลํ สาณํ ภงฺค’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๒-๔๖๓) อฏฺฐกถาย จ วุตฺตํ สนฺธายาห. ‘‘ชาติโต’’ติ อิทํ ปมาณาทิเภทสฺส วกฺขมานตฺตา วุตฺตํ. ชาติโตติ โขมาทิสามญฺญโต. สามญฺญญฺหิ ‘‘ชาตี’’ติ วุจฺจติ. ทีฆรสฺสถูลสุขุมนีลปีตาทิเภทภินฺนานํ สพฺเพสํ วตฺถาวยวานํ สงฺคาหิกโขมสุตฺตมยตาสามญฺญํ ชาตีติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ เสเสสุปิ.
๕๕๒. ทุกูลนฺติ เอวํนามกํ รุกฺขวากมยจีวรํ. ปตฺตุณฺณนฺติ ปตฺตุณฺณเทเส สญฺชาตวตฺถํ. ‘‘ปตฺตุณฺณํ โกเสยฺยวิเสโส’’ติ อภิธานโกเส วุตฺตํ. จินนฺติ จินเทเส อุปฺปนฺนวตฺถํ. โสมารปฏฺฏกนฺติ โสมารเทเส อุปฺปนฺนวตฺถํ. ‘‘โสมารจินปฏก’’นฺติปิ ลิขนฺติ, โสเยวตฺโถ. อิทฺธิชนฺติ เอหิภิกฺขูนํ ปุญฺญิทฺธิยา นิพฺพตฺตํ จีวรํ. เทวทินฺนนฺติ เทวตาหิ ทินฺนํ จีวรํ. ตญฺหิ กปฺปรุกฺเข นิพฺพตฺตํ, ชาลินิยา เทวกญฺญาย อนุรุทฺธตฺเถรสฺส ทินฺนวตฺถสทิสํ. ตสฺสาติ ชาติโต ฉพฺพิธสฺส กปฺปิยจีวรสฺส. อิทํ ฉพฺพิธจีวรํ ยถารหํ อนุโลมิกํ วุตฺตนฺติ อตฺโถ. ทุกูลญฺหิ สาณสฺส อนุโลมํ วากมยตฺตา, ปตฺตุณฺณาทีนิ โกเสยฺยสฺส อนุโลมานิ ปาณเกหิ กตสุตฺตมยตฺตา, อิทฺธิชมฺปิ โขมาทีนํเยว อญฺญตรํ โหตีติ เตสํ อนุโลมํ, เทวทินฺนมฺปิ โขมาทีนํเยว อนุโลมํ โหติ เตสํ อญฺญตรภาวโต. ยถาห –
‘‘สาณสฺส ตุ ทุกูลญฺหิ, อิทฺธิชํ เทวทินฺนกํ;
โขมาทีนํวสิฏฺฐํตุ, โกเสยฺยสฺสานุโลมิก’’นฺติ.
๕๕๓. ติณฺณํ จีวรานํ สมาหาโร ติจีวรนฺติ ปมาณยุตฺตํ สงฺฆาฏิอาทินาเมน อธิฏฺฐิตจีวรสฺเสว นามตฺตา ตเทว วุจฺจติ. คณนวเสน ยํ กิญฺจิ จีวรตฺตยํ น วตฺตพฺพํ. สมุทฺเทกเทโสปิ ยถา ‘‘สมุทฺโท’’ติ วุจฺจติ, เอวํ อธิฏฺฐิเตสุ ตีสุ จีวเรสุ อญฺญตรํ ‘‘ติจีวร’’นฺติ วุจฺจติ. ปริกฺขารโจฬนฺติ สงฺฆาฏิอาทิวิสิฏฺฐนาเมหิ อนธิฏฺฐิตํ ‘‘อนุชานามิ ภิกฺขเว อายาเมน อฏฺฐงฺคุลํ สุคตงฺคุเลน จตุรงฺคุลวิตฺถตํ ปจฺฉิมํ จีวร’’นฺติ (ปารา. ๓๕๘) อนุญฺญาตํ ปจฺฉิมจีวรปริยนฺตํ กตฺวา กตากตสฺส ยสฺส กสฺสจิ จีวรสฺส รุฬฺหิสญฺญา.
มุขํ สนฺทมานลาลํ ปุญฺฉติ เอเตนาติ มุขปุญฺฉนนฺติ กโปลโต นิจฺจํ สนฺทมานลาลานํ ปุญฺฉนตฺถาย อนุญฺญาตสฺส จีวรวิเสสสฺส นามํ. นิสีทนฺติ เอตฺถาติ นิสีทนนฺติ จ ภิกฺขูนํ อตฺถริตฺวา นิสีทิตุํ อนุญฺญาตสฺส จีวรสฺส นามํ. อธิฏฺเฐยฺยาติ ‘‘อิมํ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ’’นฺติอาทินา (วิ. วิ. ๕๘๕) วกฺขมานนเยน นามํ คเหตฺวา อธิฏฺเฐยฺยาติ อตฺโถ. ปจฺจตฺถรณเมว จาติ สงฺฆิเก มญฺจปีเฐ สรีรสมฺผุสเนน อาปชฺชิตพฺพาย อาปตฺติยา โมจนตฺถาย ตตฺถ อตฺถริตฺวา ปริโภคตฺถาย อนุญฺญาตํ ปจฺจตฺถรณจีวรญฺจ.
๕๕๔. เอกาหนฺติ วสนกิริยาย อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. ติจีวรนฺติ ติจีวเรน. วิปฺปวเสยฺยาติ ‘‘สงฺฆาฏิยา วา อุตฺตราสงฺเคน วา อนฺตรวาสเกน วา’’ติ (ปารา. ๔๗๖) วุตฺตตฺตา เอกเทเส สมุทาโยปจารวเสน อวยวสฺส วจนโต ติณฺณํ จีวรานํ อญฺญตเรนาติปิ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ตถา’’ติ อิมินา ‘‘วินา’’ติ อิทํ ปจฺจามสติ. อธิฏฺฐาติ อธิฏฺฐายาติ คเหตพฺพํ ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๒, ๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘) ยถา, เอตฺถ ‘‘วฬญฺชิยมาน’’นฺติ เสโส, อธิฏฺฐาย วฬญฺชิยมานํ นิสีทนํ ตถา วินา จตุมาสํ น วเสยฺยาติ โยชนา.
๕๕๕. กปฺปิยนฺติ กปฺปิยการณํ นีลาทิวณฺณเภทกรณํ. กปฺปิยนฺติ จ การเณ การิยูปจาเรน คเหตพฺพํ. พินฺทุํ ทตฺวาติ ‘‘นีลํ วา กทฺทมํ วา กาฬสามํ วา’’ติ (ปาจิ. ๓๖๘) วุตฺตโลหมลาทินา เยน เกนจิปิ มงฺคุลปิฏฺฐิปฺปมาณาทิกํ พินฺทุํ ทตฺวา. ตตฺถาติ เตสุ อธิฏฺฐาตพฺเพสุ ติจีวราทีสุ, นิทฺธารเณ ภุมฺมํ. ติจีวรนฺติ นิทฺธาริตพฺพํ. อุปปนฺนนฺติ ยุตฺตํ. ปมาเณนาติ อนนฺตรํ วกฺขมาเนน ปมาเณน. อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติอาทินา วกฺขมานนเยน นามํ วตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพํ. เอวกาเรน ปน นามํ วตฺวา น วิกปฺเปตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. เอส นโย เสสจีวเรสุปิ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘อนุชานามิ ภิกฺขเว ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ, น วิกปฺเปตุ’’นฺติอาทิ (มหาว. ๓๕๘). ตสฺมา ติจีวราทีนิ อธิฏฺฐหนฺเตน ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติอาทินา นามํ วตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพํ. วิกปฺเปนฺเตน ปน ‘‘อิมํ สงฺฆาฏิ’’นฺติอาทินา ตสฺส จีวรสฺส นามํ อคฺคเหตฺวา ‘‘อิมํ จีวรํ ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติ วิกปฺเปตพฺพํ. ติจีวรํ วา โหตุ อญฺญํ วา, ยทิ ตํ ตํ นามํ คเหตฺวา วิกปฺเปติ, อวิกปฺปิตํ โหติ อติเรกจีวรฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. ตํ จีวรนฺติ สมฺพนฺโธ.
๕๕๖-๗. ‘‘อุปปนฺนํ ปมาเณนา’’ติ เอตฺถ วุตฺตปฺปมาณํ ทสฺเสตุมาห ‘‘ปจฺฉิมนฺเตนา’’ติอาทิ. สงฺฆฏิตฏฺเฐน สงฺฆาฏิ. วตฺถขณฺฑานิ สิพฺพนกมฺเมน สงฺฆเฏตฺวา กตตฺตา ‘‘สงฺฆาฏี’’ติ จีวรานํ สามญฺญนามํ. อิธ ปน รุฬฺหิยา อนฺตรวาสกาทิวิเสสนามพฺยติริตฺเต จีวรวิเสเส วตฺตติ. มุฏฺฐิปญฺจกาติ เอตฺถ เอกาทีนมฏฺฐารสนฺตานํ สงฺขฺยาสทฺทานํ สงฺเขฺยยฺเย วตฺตมานตฺตา ปญฺจสทฺโท จีวรปฺปมาณปฺปกรณโต ลพฺภมานหตฺถสงฺขาตรตเนเยว ปวตฺตติ, เตเนว มุฏฺฐิสทฺโทปิ อุตฺตรปทโลเปน มุฏฺฐิรตเน วตฺตติ. ปญฺจนฺนํ ปูรโณ ปญฺจโม, มุฏฺฐิยา ปญฺจโม มุฏฺฐิปญฺจโม. มุฏฺฐิปญฺจโม ปริมาณเมติสฺสาติ ‘‘มุฏฺฐิปญฺจมกา’’ติ วตฺตพฺเพ ม-การโลเปน ‘‘มุฏฺฐิปญฺจกา’’ติ สงฺฆาฏิ วุตฺตา.
มุฏฺฐิตฺติกาติ เอตฺถ วุตฺตนเยน สงฺเขฺยยฺเย วตฺตมาโน ติ-สทฺโท จีวรปฺปมาณปฺปกรณโต ลพฺภมานหตฺถสงฺขาตรตเนเยว วตฺตติ, เตเนว มุฏฺฐิสทฺโทปิ อุตฺตรปทโลเปน มุฏฺฐิรตเน วตฺตติ. ติณฺณํ ปูรโณ ตติโย, มุฏฺฐิยา ตติโย มุฏฺฐิตติโย, มุฏฺฐิตติโย ปริมาณเมติสฺสาติ ‘‘มุฏฺฐิตติยกา’’ติ วตฺตพฺเพ ติย-ปจฺจยโลเปน ‘‘มุฏฺฐิตฺติกา’’ติ สงฺฆาฏิเยว วุจฺจติ. เอวมุปริปิ. ติริยนฺติ ติริยโต.
อุตฺตมนฺเตนาติ อุกฺกฏฺฐปริมาณนฺเตน. สตฺถุโน จีวรูนาปีติ ‘‘ตตฺริทํ สุคตสฺส สุคตจีวรปฺปมาณํ, ทีฆโส นว วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา, ติริยํ ฉ วิทตฺถิโย’’ติ (ปาจิ. ๕๔๘) วุตฺตปฺปมาณสุคตจีวรโต อูนาปิ. ปิ-สทฺโท สมฺภาวเน, อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน ตตฺตกมฺปิ วฏฺฏติ, ตโต เจ อูนํ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ อตฺโถ. อนฺตทฺวยสนฺทสฺสเนน อุภยมชฺเฌ ยํ ปโหนกรุจฺจนกปฺปมาณํ, ตํ คเหตพฺพนฺติ ทสฺเสติ.
๕๕๘. มุฏฺฐิปญฺจกสทฺโท ปุพฺเพ วุตฺตนเยนิธ ทีฆนฺเต วตฺตติ. มุฏฺฐิปญฺจโก ทีฆนฺโต ยสฺส, ยสฺมึ วา ปมาเณติ วิคฺคโห, ทีฆนฺตโต มุฏฺฐิปญฺจกปฺปมาเณนาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘มุฏฺฐิปญฺจม’’นฺติปิ ลิขนฺติ. ติริยนฺตโตติ วิตฺถารนฺตโต. อฑฺฒหตฺโถ อฑฺโฒ อุตฺตรปทโลเปน, โส เตยฺโย ตติโย ยสฺส ปมาณสฺสาติ คเหตพฺพํ, ตํ, อฑฺฒเตยฺยรตนปฺปมาณํ โหตีติ อตฺโถ. ทฺวิหตฺถํ วาติ เทฺว หตฺถา ยสฺส ปมาณสฺสาติ วิคฺคโห, ทฺวิรตนปฺปมาณํ วา โหตีติ อตฺโถ. อิทญฺจ ‘‘ติริยํ ทฺวิหตฺโถปิ วฏฺฏติ. ปารุปเนนปิ หิ สกฺกา นาภึ ปฏิจฺฉาเทตุ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) อฏฺฐกถาคตตฺตา วุตฺตํ. ‘‘เสเส อนฺตรวาสเก’’ติ อิทํ ยถาวุตฺตปริมาเณน ปริมิตจีวรนิทสฺสนํ.
๕๕๙. อหตาหตกปฺปานนฺติ เอตฺถ ‘‘วตฺถาน’’นฺติ เสโส. อหตานํ วตฺถานนฺติ นววตฺถานํ. อหตโต กิญฺจิ อูนานิ อหตกปฺปานิ, เตสํ นวโวหารูปคานํ กติปยโธตานํ วตฺถานนฺติ วุตฺตํ โหติ. สงฺฆาฏีติ สงฺฆาฏินามกจีวรํ. ทิคุณาติ ทุปฏฺฏกตา.
๕๖๐. อุตุทฺธฏานนฺติ อติกฺกนฺตทิวสานํ, พหุกาลํ นิวาเสตฺวา ปริจฺจตฺตานนฺติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา ยานิ อุตุโต อุทฺธฏานิ, เตสํ วตฺถานนฺติ คเหตพฺพํ, ติณฺณํ อุตูนมญฺญตรํ อติกฺกมิตฺวา ฐิตานํ ปุราณวตฺถานนฺติ วุตฺตํ โหติ. จีวรานนฺติ จีวรตฺถานิ วตฺถาเนว คหิตานิ. จตุคฺคุณาติ จตุปฏฺฏา. เสสา ทุเวติ อนฺตรวาสกอุตฺตราสงฺคา เทฺว. ยถาสุขนฺติ ยถารุจิ. ปํสุกูลนฺติ สุสานาทีสุ ปติตปิโลติกจีวรํ.
๕๖๑. ‘‘ตีณิปี’’ติอาทีสุ ‘‘ติจีวเร กยิรมาเน สพฺพํ ฉินฺนกํ นปฺปโหตี’’ติ ปาฬิยํ อาคตวตฺถุมฺหิ ‘‘อนุชานามิ ภิกฺขเว เทฺว ฉินฺนกานิ เอกํ อฉินฺนก’’นฺติ (มหาว. ๓๖๐) อาทิวจนโต ‘‘จีวร’’นฺติ เสโส. ฉินฺทิตพฺพนฺติ วตฺถานิ ฉินฺทิตฺวา สิพฺเพตฺวา กาตพฺพํ. ปโหติ เจติ วตฺถานิ ฉินฺทิตฺวา กรเณ ยทิ จีวรสฺส ปโหติ. สพฺเพสูติ ตีสุ จีวเรสุ. อปฺปโหนฺเตสูติ วตฺถานํ ฉินฺทิตฺวา สิพฺพเนน อปฺปโหนฺเตสุ. อนฺวาธิกนฺติ วตฺเถ อูนาติเรกํ อปเนตฺวา อาคนฺตุกปตฺตสงฺขาตํ อนุวาตํ จีวรสฺส ปริยนฺเต, มชฺเฌ จ ยถารหํ ทีฆรสฺสปริมาณยุตฺตํ อลฺลิยาเปตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ.
๕๖๒. อจฺฉินฺนํ วาติ ยถาวุตฺตนเยน อจฺฉินฺนํ วา. อนาทินฺนนฺติ อนาทินฺนอาคนฺตุกปตฺตํ. ติจีวรนฺติ ตีสุ จีวเรสุ เอเกกนฺติ วุตฺตํ โหติ. ทุพฺโภเคนาติ ทุฏฺฐุ ปริโภเคน. ยถา ปริภุตฺตํ นสฺสติ, ตถา กิลิฏฺฐานํ โธวนาทิมกตฺวา นิวาสนาทินา ปริโภเคน.
๕๖๓-๔. กุสินฺติ อายามโต จ วิตฺถารโต จ อนุวาตํ จีวรมชฺเฌ ตาทิสเมว ทีฆปตฺตญฺจ. วุตฺตเญฺหตํ จีวรกฺขนฺธอฏฺฐกถายํ ‘‘กุสีติ อายามโต จ วิตฺถารโต จ อนุวาตาทีนํ ทีฆปตฺตานเมตํ อธิวจน’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๕). อฑฺฒกุสินฺติ อนุวาตสทิสํ จีวรมชฺเฌ ตตฺถ ตตฺถ รสฺสปตฺตํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อฑฺฒกุสีติ อนฺตรนฺตรา รสฺสปตฺตานํ นาม’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๕). มณฺฑลนฺติ เอเกกสฺมึ ขณฺเฑ มหามณฺฑลํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘มณฺฑลนฺติ ปญฺจขณฺฑิกจีวรสฺส เอเกกสฺมึ ขณฺเฑ มหามณฺฑล’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๕). อฑฺฒมณฺฑลนฺติ มณฺฑลสฺส อนฺโต นิเวสิยมานํ ขุทฺทกมณฺฑลํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อฑฺฒมณฺฑลนฺติ ขุทฺทกมณฺฑล’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๕). วิวฏฺฏนฺติ มณฺฑลํ, อฑฺฒมณฺฑลญฺจาติ เทฺว เอกโต กตฺวา สิพฺพิตํ เวมชฺเฌ ขณฺฑํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘วิวฏฺฏนฺติ มณฺฑลญฺจ อฑฺฒมณฺฑลญฺจ เอกโต กตฺวา สิพฺพิตํ มชฺฌิมขณฺฑ’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๕). อนุวิวฏฺฏนฺติ มชฺฌิมขณฺฑสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ สิพฺพิตํ ตเถว ทฺวิมณฺฑลปตฺตํ ขณฺฑทฺวยํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อนุวิวฏฺฏนฺติ ตสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ เทฺว ขณฺฑานี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๕). พาหนฺตนฺติ เตสํ อนุวิวฏฺฏานํ พาหิรปสฺเส สิพฺพิตํ พาหิรขณฺฑทฺวยํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘พาหนฺตนฺติ เตสํ อนุวิวฏฺฏานํ พหิ เอเกกํ ขณฺฑ’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๕).
ปญฺจนฺนํ สมาหาโร ปญฺจกํ, ทสฺสิตปฺปการปญฺจขณฺเฑหิ สิพฺพิตจีวรํ ปญฺจกํ นาม. อาทิ-สทฺเทน สตฺตขณฺฑาทีหิ สิพฺพิตจีวรานํ คหณํ. เตเนเวตฺถาห ‘‘กตฺตพฺพํ ตุ ติจีวร’’นฺติ. สตฺตขณฺฑสฺส จีวรสฺส เอกํ มชฺฌิมขณฺฑํ วิวฏฺฏนามเมว โหติ, ตสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ เทฺว เทฺว ขณฺฑานิ จูฬานุวิวฏฺฏมหานุวิวฏฺฏสงฺขาตานิ อนุวิวฏฺฏนามาเนว โหนฺติ. วุตฺตญฺเจตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘อถ วา อนุวิวฏฺฏนฺติ วิวฏฺฏสฺส เอกปสฺสโต ทฺวินฺนํ, เอกปสฺสโต ทฺวินฺนนฺติ จตุนฺนมฺปิ ขณฺฑานเมตํ นาม’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๕). พาหนฺตนฺติ ทฺวีสุ ปริยนฺเตสุ สิพฺพนียํ พาหิรขณฺฑทฺวยํ, ตญฺจ สงฺฆเฏตฺวา พาหมตฺถเก ฐปิยมานตฺตา ‘‘มญฺจา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตี’’ติอาทีสุ วิย อาเธยฺเย อาธาโรปจารวเสน พาหาติ จ จีวรสฺส ปริยนฺตาวยวตฺตา ‘‘อนฺต’’นฺติ จ วุจฺจติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘พาหนฺตนฺติ สุปฺปมาณํ จีวรํ ปารุปนฺเตน สํหริตฺวา พาหาย อุปริ ฐปิตา อุโภ อนฺตา พหิมุขา ติฏฺฐนฺติ, เตสํ เอตํ นาม’’นฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๔๕). อิทํ สตฺตขณฺฑจีวรเมว มหาอฏฺฐกถายํ วิหิตนฺติ อิทานิปิ ตเทว วฏฺฏติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อยเมว หิ นโย มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺโต’’ติ. ภิกฺขุนา กุสึ…เป… พาหนฺตมฺปิจาติ สพฺพํ วิธึ ทสฺเสตฺวาว ฉินฺนํ ปญฺจกาทิปฺปเภทกํ สมณสารุปฺปํ ติจีวรํ กตฺตพฺพนฺติ โยชนา.
๕๖๕-๖. ยถาวุตฺตวิธึ อวิราเธตฺวา จีวรํ กปฺปพินฺทุํ ทตฺวา สงฺฆาฏิอาทินาเมน อธิฏฺฐาย ปริภุญฺชนฺตสฺส อธิฏฺฐานํ กถํ ภิชฺชตีติ อาห ‘‘ทาเนนา’’ติอาทิ. ทาเนนาติ อญฺญสฺส ทาเนน. อจฺฉิชฺชคาเหนาติ อญฺเญน อจฺฉินฺทิตฺวา คหเณน. วิสฺสาสคฺคหเณน จาติ อตฺตนิ วิสฺสาเสน อญฺญสฺส คหเณน. หีนายาวตฺตเนนาติ สิกฺขํ อปฺปจฺจกฺขาย คิหิภาวูปคมเนน อญฺญสฺส ทาเน วิย จีวเร นิราลยภาเวเนว ปริจฺจตฺตา.
เกจิ ปน ‘‘หีนายาวตฺตเนนาติ ภิกฺขุนิยา คิหิภาวูปคมเนนาติ เอวมตฺถํ คเหตฺวา ภิกฺขุ ปน วิพฺภนฺโตปิ ยาว สิกฺขํ น ปจฺจกฺขาติ, ตาว ภิกฺขุเยวาติ อธิฏฺฐานํ น วิชหตี’’ติ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ ‘‘ภิกฺขุนิยา หีนายาวตฺตเนนา’’ติ วิเสเสตฺวา อวุตฺตตฺตา, ภิกฺขุนิยา จ คิหิภาวูปคมเน อธิฏฺฐานวิชหนํ วิสุํ วตฺตพฺพนฺติ นตฺถิ ตสฺสา วิพฺภมเนเนว อสฺสมณิภาวโต.
สิกฺขายาติ ภิกฺขุสิกฺขาย. ปหาเนนาติ ปจฺจกฺขาเนน. สิกฺขาปจฺจกฺขานํ ปเนตฺถ สเจ ภิกฺขุลิงฺเค ฐิโต สิกฺขํ ปจฺจกฺขาติ, ตสฺส กายลคฺคมฺปิจีวรํ อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ ทสฺสนตฺถํ คหิตํ. ‘‘สิกฺขาย จ ปหานโต’’ติ จ ลิขนฺติ, ตํ ‘‘หีนายาวตฺตเนนาปิ, สิกฺขาย จ ปหานโต’’ติ ปาฐกฺกเม สติ ยุชฺชติ. ยถาวุตฺโต ปน ปาโฐ ‘‘สิกฺขาย จ ปหาเนน, หีนายาวตฺตเนนปี’’ติ ปาฐกฺกเม ยุชฺชติ. ยถา ตถา วา โหตุ, น โกจิ วิโรโธ.
ปจฺจุทฺธาเรนาติ จีวรสฺส ปจฺจุทฺธรเณน. ‘‘กาลกิริยายา’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต วินาเสนาติ จีวรสามิกสฺส ชีวิตวินาโสว วุจฺจตีติ. ลิงฺคสฺส ปริวตฺตนาติ ภิกฺขุสฺส อิตฺถิลิงฺคปริวตฺตนา, ภิกฺขุนิยา ปุริสลิงฺคปริวตฺตนาติ เอวํ อุภยถา ลิงฺคสฺส ปริวตฺตเนน. สพฺพํ นววิธมฺปิ จีวรํ. อธิฏฺฐานนฺติ เอตฺถ ‘‘อิเมหิ อฏฺฐหี’’ติ เสโส. วุตฺโตวายมตฺโถ อฏฺฐกถายํ ‘‘ตตฺถ ปุริเมหิ อฏฺฐหิ สพฺพจีวรานิ อธิฏฺฐานํ วิชหนฺตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙). ภิชฺชตีติ ปชหติ. ฉิทฺทสฺส ภาโว ฉิทฺทภาโว, ตสฺมึ, ฉิทฺเท สติ ฉิทฺเท ชาเตติ วุตฺตํ โหติ. ติจีวรนฺติ ตีสุ จีวเรสุ อญฺญตรนฺติ วุตฺตํ โหติ. ติจีวรเมว วาติ คเหตพฺพํ. วุตฺตญฺจ ‘‘ฉิทฺทภาเวน ปน ติจีวรสฺเสวา’’ติ.
๕๖๗. กีวปฺปมาเณ ฉิทฺเท ชาเตติ อาห ‘‘กนิฏฺฐสฺสา’’ติอาทิ. ‘‘กนิฏฺฐ…เป… มาณก’’นฺติ อิมินา เหฏฺฐิมปริจฺเฉทํ ทสฺเสติ.
๕๖๘. เอโก ตนฺตุปีติ ทีฆโต วา ติริยโต วา เอกมฺปิ สุตฺตํ.
๕๖๙. ชิณฺณฏฺฐาเน อคฺคฬํ เทนฺเตน เตจีวริเกน วตฺติตพฺพวิธึ ทสฺเสตุมาห ‘‘ปฐม’’นฺติอาทิ. ปฐมนฺติ ฉินฺนฏฺฐานสฺส ฉินฺทนโต ปุพฺเพเยว. อคฺคฬํ ทตฺวาติ วตฺถขณฺฑํ อลฺลิยาเปตฺวา. รกฺขตีติ เอตฺถ ‘‘อธิฏฺฐาน’’นฺติ อนุวตฺตเต, ‘‘เตจีวริโก ภิกฺขู’’ติ ลพฺภติ, เอวํ วตฺถขณฺฑํ อลฺลิยาเปนฺโต เตจีวริโก ภิกฺขุ อธิฏฺฐานํ รกฺขตีติ วุตฺตํ โหติ. วิปริยาเยน อธิฏฺฐานํ ภินฺทตีติ ลพฺภติ. ปฐมํ เทฺว โกฏิโย ฆเฏตฺวาติ โยชนา. มชฺเฌ ชิณฺณํ อธิฏฺฐิตจีวรํ มชฺเฌ ฉินฺทนฺโต ตโต ปุพฺเพเยว เทฺว โกฏิโย เอกโต ฆเฏตฺวา สิพฺพิตฺวา. ปจฺฉาติ โกฏิฆฏนโต ปจฺฉา. ฉินฺทตีติ มชฺฌํ อุภยโกฏึ กาตุํ ฉินฺทติ. รกฺขตีติ วุตฺตปฺปการเมว.
๕๗๐. ติจีวเร กตฺถ ชาตํ ฉิทฺทมธิฏฺฐานํ ภินฺทตีติ อาห ‘‘จตุรงฺคุลา’’ติอาทิ. จตฺตาริ จ อฏฺฐ จ จตุรฏฺฐํ, จตุนฺนํ อฏฺฐนฺนํ วา องฺคุลานํ สมาหาโร จตุรฏฺฐงฺคุลํ, ตสฺมาติ คเหตพฺพํ. จตุรงฺคุลา อฏฺฐงฺคุลาติ โยชนา. โอรนฺติ อพฺภนฺตรํ. เอกญฺจ เทฺว จ เอกเทฺว, เตสํ เอกทฺวินฺนํ, ‘‘จีวราน’’นฺติ ปกรณโต ลพฺภติ, เอกสฺส จีวรสฺส, ทฺวินฺนญฺจ จีวรานนฺติ โยชนา. ยถาสงฺขฺยานุทฺเทสวเสน เอกสฺส ติริยโต จตุรงฺคุลโต โอรํ, ทฺวินฺนํ ติริยโต อฏฺฐงฺคุลโต โอรนฺติ โยชนา. วากฺยทฺวเยปิ ‘‘ฉิทฺทํ ภินฺทเตวา’’ติ โยเชตพฺพํ.
เอกสฺส จีวรสฺสาติ อนฺตรวาสกจีวรสฺส. ติริยโตติ วิตฺถารโต. จตุรงฺคุลํ โอรนฺติ จตุรงฺคุลโต อพฺภนฺตเร ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ. ทฺวินฺนนฺติ อุตฺตราสงฺคสงฺฆาฏีนํ. ติริยโตติ วิตฺถารโต. อฏฺฐงฺคุลโต โอรนฺติ อฏฺฐงฺคุลโต อพฺภนฺตเร. ติณฺณมฺปิ ทีฆโต วิทตฺถิยา โอรํ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทเตวาติ โยชนา. เอตฺถ วิทตฺถิ วฑฺฒกิวิทตฺถิ คเหตพฺพา. เอวํ วุตฺตปริจฺเฉทพฺภนฺตเร ฉิทฺเท ชาเต ตสฺส จีวรสฺส อติเรกจีวรตฺตา ทสาหมนติกฺกมิตฺวา สูจิกมฺมํ กตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพํ. ตถา อกโรนฺเตน ปน ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตพฺพํ.
๕๗๑. ‘‘นิสีทนสฺสา’’ติ ‘‘นิสีทนจีวรสฺสา’’ติ วตฺตพฺเพ อุตฺตรปทโลเปน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ทิยฑฺฒาติ เอตฺถ วิเสสิตพฺพา วิทตฺถิ ‘‘เทฺว วิทตฺถิโย’’ติ จ ‘‘สุคตสฺส วิทตฺถิยา’’ติ จ วุตฺตสามตฺถิยา ลพฺภติ. อฑฺเฒน ทุติยา ทิยฑฺฒา, ทุติยํ อฑฺฒเมตสฺสาติ ‘‘ทุติยฑฺฒา’’ติ วตฺตพฺเพ ติย-ปจฺจยโลเปน ‘‘ทิยฑฺฒา’’ติ วุตฺตํ, อฑฺฒทุติยาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘สุคตสฺส วิทตฺถิยา’’ติ ปมาณนิยมสฺส กตตฺตา วฑฺฒกิวิทตฺถิยา ติสฺโส วิทตฺถิโย เอกา สุคตวิทตฺถิ โหติ. อิทํ นิสีทนจีวรํ ทีฆโต วฑฺฒกิหตฺเถน ติหตฺถํ, วิตฺถารโต ฉฬงฺคุลาธิกทฺวิหตฺถปฺปมาณํ โหติ. ‘‘ทสา วิทตฺถี’’ติ (ปาจิ. ๕๓๓) วุตฺตตฺตา ทิยฑฺฒหตฺถา ทสาติ เวทิตพฺพา.
๕๗๒. จตสฺโสติ เอตฺถาปิ ‘‘วิทตฺถิโย’’ติ สามตฺถิยาว ลพฺภติ. ‘‘กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิยา’’ติ วิภตฺติปริณาเมน ทีฆโตติ โยชนา.
๕๗๓. อฑฺฒํ เตยฺยํ ตติยํ ยสฺสา สา อฑฺฒเตยฺยา, อฑฺฒตติยาติ วุตฺตํ โหติ.
๕๗๔. ตโต อุตฺตรึ ตทุตฺตรึ, ตสฺส ตสฺส วุตฺตปฺปมาณโต อติเรกํ. อธิกจฺเฉทนนฺติ อธิกสฺส ปมาณาติริตฺตฏฺฐานสฺส เฉทนํ อสฺส ปาจิตฺติยสฺส เทสนายาติ อธิกจฺเฉทนํ, วุตฺตปฺปมาณโต อธิกฏฺฐานํ ฉินฺทิตฺวา เทเสตพฺพํ ปาจิตฺติยํ. อุทีริตํ วุตฺตํ ปาฬิยาติ อตฺโถ.
๕๗๕. อปฺปมาเณนาติ คุณวเสน อปฺปมาเณน สมฺมาสมฺพุทฺเธน.
๕๗๖. สพฺพํ วฏฺฏตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘สพฺพ’’นฺติ อิมินา อฏฺฐกถาย อาคตํ นีลาทึ สงฺคณฺหาติ. มหนฺตาทิเภทํ สพฺพํ ปจฺจตฺถรณจีวรํ วฏฺฏติ.
๕๗๗. ‘‘มุขปุญฺฉนโจฬํ เอก’’นฺติ ปทจฺเฉโท. เอกํ โธวิตฺวา ยาว สุกฺขาปียติ, ตาว อญฺเญน มุขปุญฺฉเนน ภวิตพฺพตฺตา อาห ‘‘เทฺวปิ วฏฺฏนฺติ สพฺพถา’’ติ.
๕๗๙. ปมาณโต, คณนโต จ อตีตาติ ปมาณคณนาตีตา. ‘‘ปมาณาตีตา’’ติ วจเนน วินยธรานํ อปฺปมาณคุณตํ ทสฺเสติ, ‘‘คณนาตีตา’’ติ อิมินา อติกฺกนฺตคณนตํ. ปกตํ วินเย ปฐมํ กตํ พุทฺเธน ภควตา ปญฺญตฺตํ ชานนฺตีติ ปกตญฺญู, วินยธรา, เต ปกตญฺญุโน. อปริมาณคุณมณิคณภูสิตอุปาลิทาสกาทิมหาเถราจริยปรมฺปราคตา สงฺขฺยาปถาตีตา วินยธราติ วุตฺตํ โหติ.
๕๘๐. สุคตฏฺฐงฺคุลายามนฺติ วฑฺฒกิรตนปฺปมาณทีฆํ. จตุรงฺคุลวิตฺถตนฺติ วฑฺฒกิวิทตฺถิปฺปมาณวิตฺถารํ. วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิมํ จีวรํ นาม โหติ. ปจฺฉิมํ จีวรนฺติ ปริสฺสาวนปฏาทีนํ วิเสสนํ, ปจฺฉิมจีวรปฺปมาณนฺติ วุตฺตํ โหติ.
๕๘๑. ปริสฺสาวปฏนฺติ อุทกปริสฺสาวนตฺถํ ปฏํ. ปตฺตตฺถวิกนฺติ ปตฺตกญฺจุกํ. โปตฺถกตฺถวิกนฺติ โปตฺถกกญฺจุกํ. อาทิคฺคหเณน ปจฺฉิมปฺปมาณาทึ ยํ กิญฺจิ ปฏํ, ทณฺฑปฏญฺจ สงฺคณฺหาติ.
๕๘๒. อธิฏฺฐาตุนฺติ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ. ฐปิเตติ อนธิฏฺฐาย ฐปิเต. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) อาห. นตฺถิ โทสตาติ โทโส เอว โทสตา. ‘‘อตฺตโน สนฺตกภาวโต โมเจตฺวา ฐปิตํ สนฺธาย มหาปจฺจริยํ อนาปตฺติ วุตฺตา’’ติ วทนฺติ. ‘‘อิมินา เภสชฺชํ เจตาเปสฺสามิ, อิทํ มาตุยา ทสฺสามี’’ติ ฐเปนฺเตน อธิฏฺฐาตพฺพํ. ‘‘อิทํ เภสชฺชสฺส, มาตุยา’’ติ วิภชิตฺวา สสนฺตกภาวโต โมจิเต อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. โหติ เจตฺถ –
‘‘ยํ วตฺถํ ภิกฺขุนา ลทฺธํ, กตํ มาตาทิสนฺตกํ;
นิสฺสคฺคิยํ น โหตีติ, ตมาหุ วินยญฺญุโน’’ติ.
๕๘๓. วสฺสมาเส จตุโรติ วสฺสาเน จตุโร มาเส, อธิฏฺฐานกิริยาย จตฺตาโร มาเส อวิจฺเฉโทติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. วสฺสิเก จตฺตาโร มาเส นิวาเสตพฺพา สาฏิกา วสฺสิกสาฏิกา.
๕๘๔. กณฺฑุํ ปฏิจฺฉาเทตีติ กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ, กณฺฑุโรคาตุรสฺส ภิกฺขุโน ตปฺปฏิจฺฉาทนตฺถมนุญฺญาตจีวรสฺเสตมธิวจนํ. โหนฺติ เจตฺถ –
‘‘มาติกฏฺฐกถายสฺสา, กณฺฑุจฺฉาทิกสาฏิยา;
น กาลาติกฺกเม วุตฺตํ, อธิฏฺฐานวิวฏฺฏนํ.
อธิฏฺฐานปหานงฺเค-สุ วุตฺตตฺตา วิเสสโต;
วีมํสิตพฺพํ วิญฺญูหิ, ตตฺถ ยํ การณํ สิยา’’ติ.
๕๘๖. ‘‘อสมฺมุเข เอตนฺติ จา’’ติ วจเนเนว สมฺมุเข ‘‘อิม’’นฺติ วิญฺญายติ. วิจกฺขโณ ปจฺจุทฺธเรยฺยาติ โยชนา.
๕๘๗. อธิฏฺฐิตนฺติ อธิฏฺฐานํ.
๕๘๘. อิติ สพฺพมิทนฺติ เอวํ วุตฺตํ อิทํ ติจีวราทีนํ ปมาณาทิสพฺพวิธานํ. เตจีวริกภิกฺขุโนติ ติจีวราธิฏฺฐาเนน อธิฏฺฐิตเตจีวริกสฺส วินยเตจีวริกสฺส. ติณฺณํ จีวรานํ สมาหาโร ติจีวรํ, ติณฺณํ ติจีวรานํ สมาหาโรติ ‘‘ติติจีวร’’นฺติ วตฺตพฺเพ เอกเทสสรูเปกเสสนเยน ‘‘ติจีวร’’นฺติ นวจีวรานิ สงฺคหิตานิ, ติจีวเร นิยุตฺโต เตจีวริโกติ วินยเตจีวริโก วุจฺจติ. ธุตงฺคเตจีวริกสฺสาปิ ติจีวเร อิทเมว วิธานนฺติ โสปิ สงฺคยฺหติ. อญฺเญสุ วา ปน ฉสุ จีวเรสุ ปริกฺขารโจฬํ เอกํ อํสกาสาวเมว วฏฺฏติ. ตถา วตฺวาวาติ ‘‘อิมํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐามี’’ติอาทินา นเยน วตฺวา. ตํ ปริกฺขารโจฬํ. ปริกฺขารโจฬมสฺส อตฺถิ, ตตฺถ วา นิยุตฺโตติ ปริกฺขารโจฬิโก.
๕๘๙. ‘‘ติจีวรํ ปน ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ, น วฏฺฏตี’’ติ อนุโยคํ กตฺวา ‘‘วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) อฏฺฐกถาย วุตฺตตฺตา อิธ ‘‘ติจีวร’’นฺติ จีวรตฺตยเมว วุตฺตํ. ‘‘สุขปริหารตฺถํ เอกมฺปิ วิกปฺเปตพฺพ’’นฺติ วจนโต เอกเทเส สมุทาโยปจารวเสน เอกมฺปิ วิกปฺเปตพฺพเมว โหติ.
ปริกฺขารโจฬํ กาตุมฺปิ วฏฺฏตีติ พทฺธสีมโต พหิ วสนฺเตน เอกเกน เตจีวริเกน อนฺโตอรุเณ อสติยา ตีสุ จีวเรสุ หตฺถปาเส อกเตสุ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ โหตีติ, วินยกมฺมํ กาตุํ สภาคปุคฺคลานํ ทุลฺลภตฺตา จ สุขปริหารตฺถํ ตีสุ เอกํ วา สพฺพานิ เอว วา ติจีวรนาเมน กตาธิฏฺฐานานิ ปจฺจุทฺธริตฺวา ปริกฺขารโจฬนาเมน อธิฏฺฐาตุมฺปิ วฏฺฏตีติ วุตฺตํ โหติ.
เอวํ อคฺคเหตฺวา ‘‘สเจ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬาธิฏฺฐานํ ลเภยฺย, อุโทสิตสิกฺขาปเท ปริหาโร นิรตฺถโก ภเวยฺยา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) วุตฺตํ มหาปทุมตฺเถรสฺส มตํ ทสฺเสตุมาห ‘‘เอวํ จุโทสิเต’’ติอาทิ. เอวํ เจติ เอวํ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริหริตุํ วฏฺฏติ เจ. อุโทสิเตติ อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส อนนฺตเร ทุติยกถินสิกฺขาปเท. วุตฺโต ปริหาโรติ ‘‘เอกกุลสฺส คาโม โหติ ปริกฺขิตฺโต จ. อนฺโตคาเม จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตคาเม วตฺถพฺพ’’นฺติอาทินา (ปารา. ๔๗๘) นเยน ปทภาชนาวสาเน วุตฺโต, อิธ จ ‘‘คามาทีสุ ปเทเสสู’’ติอาทินา นเยน อนนฺตรํ วกฺขมาโน ติจีวรสฺส ปริหรณวิธิ. นิรตฺถโกติ ปริกฺขารโจฬนาเมน อธิฏฺฐิตจีวรสฺส เตน วิธินา ติจีวรํ อปริหรนฺตสฺสาปิ ภิกฺขุโน อนาปตฺติภาวโต นิปฺปโยชโนติ อตฺโถ.
๕๙๐. ตปฺปริหริตุมาห ‘‘น’’อิจฺจาทิ. น นิรตฺถโกติ โยชนา. เหตุํ ทสฺเสตุมาห ‘‘เตจีวริกสฺเสวา’’ติอาทิ. โย ติจีวรนาเมน อธิฏฺฐานํ อปจฺจุทฺธริตฺวา สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา อนฺโตอรุเณ จีวรํ หตฺถปาสโต อโมเจตฺวา อรุณํ อุฏฺฐาเปติ, ตาทิสสฺส เตจีวริกสฺเสว ตสฺมึ สิกฺขาปเท อุโทสิตปริหารสฺส ภควตา เทสิตตฺตาติ อตฺโถ. ยสฺมา ตาทิสสฺเสว เตจีวริกสฺส อุโทสิตสิกฺขาปเท ปริหาโร วุตฺโต, ตสฺมา. ตํ สพฺพมฺปีติ ตํ นววิธํ สพฺพมฺปิ จีวรํ. ปริกฺขารโจฬสฺสาติ ปริกฺขารโจฬนาเมน อธิฏฺฐหิตฺวา จีวรํ ปริภุญฺชิตุกามสฺส ปริกฺขารโจฬนาเมน อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ.
๕๙๑. อิมินา อุโทสิตปริหารสฺส อนิรตฺถกภาวํ สาเธตฺวา อิทานิ ‘‘ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬนาเมนาปิ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตี’’ติ อิมสฺส อธิกตฺถสฺส มหาการุณิเกน อนุญฺญาตภาเว กิริยนฺตรานุชานนสงฺขาตอธิกวจนสฺส ญาปกเหตุภาวํ ทสฺเสตุมาห ‘‘อธิฏฺเฐตี’’ติอาทิ. อิมสฺมึเยว สิกฺขาปเท อนาปตฺติวาเร ‘‘อนาปตฺติ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตี’’ติ ปาเฐ อนาปตฺติภาเว ‘‘อธิฏฺเฐตี’’ติ เอตฺตเกเนว ปริยตฺเต (ปารา. ๔๖๙) ‘‘วิกปฺเปตี’’ติ กิริยนฺตรานุชานเนน ปการนฺตเรนาปิ โทโส นตฺถีติ อธิปฺปายสฺส วิญฺญาปิตตฺตาติ อตฺโถ.
๕๙๒. เอวํ กโรนฺตสฺสาติ ติจีวรนาเมน อธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธริตฺวา ปริกฺขารโจฬนาเมน อธิฏฺฐหนฺตสฺส. อิทานิ อติปฺปสงฺคํ ทสฺเสตุกามสฺส โจทกสฺส อธิปฺปายํ ทสฺเสตุมาห ‘‘เอว’’นฺติอาทิ. มูลาธิฏฺฐานํ ปหาย กาตพฺพปฺปการนฺตรสฺสาปิ วิชฺชมานตฺตา ติจีวรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา มุขปุญฺฉนาทิกํ กตฺวา อธิฏฺฐหโตปิ โทโส น สิยาติ กสฺมา นาปชฺชตีติ อตฺโถ. นอิติ อติปฺปสงฺคนิวารเณ.
๕๙๓. กิจฺจวิธานโตติ เตสํ มุขปุญฺฉนาทีนํ อตฺตโน อตฺตโน กิจฺจสฺส สาธนโต, ตาทิสํ กิจฺจวิเสสาเปกฺขํ วินา ตํตํนาเมน อธิฏฺฐาตุํ น ยุชฺชตีติ อธิปฺปาโย. อกิจฺจสฺสาติ มุขปุญฺฉนาทิกิจฺจรหิตสฺส. อธิกสฺสาติ ปจฺจุทฺธริตฺวา ปฐมํ อธิฏฺฐานสฺส วิชหิตตฺตา อติเรกสฺส. อสฺสาติ ติจีวรสฺส. อธิฏฺฐานํ ตุ ยุชฺชตีติ ทสาหํ อนติกฺกมิตฺวา ปริกฺขารโจฬนาเมน อธิฏฺฐานํ ปน ยุชฺชติ.
๕๙๔. นิธานสฺส มุขํ อุปาโยติ นิธานมุขํ, อนฺตรวาสกาทิตํตํจีวรนาเมน อธิฏฺฐานโต อติเรกํ ยํ กิญฺจิ จีวรํ ยถา ฐปิตํ อาปตฺตึ น กโรติ, ตถา นิธานสฺส อุปาโยติ อตฺโถ. เอตํ ปริกฺขารโจฬาธิฏฺฐานํ. มหาปจฺจริยนฺติ พฺราหฺมณติสฺสภเย ภิกฺขุสงฺฆํ ชมฺพุทีปํ เนตุํ สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส อาณตฺติยา วิสุกมฺเมน นิมฺมิตมหาปจฺจริยํ นิสีทิตฺวา ลิขิตตฺตา ตํนามกายํ วินยฏฺฐกถายํ, ‘‘มหาปจฺจริยาทิสู’’ติปิ ลิขนฺติ.
๕๙๕. ปริกฺขารโจฬนาเมน อธิฏฺฐานวิธานสฺส วุตฺตปฺปมาณํ กตมนฺติ อาห ‘‘จีวร’’นฺติอาทิ. ‘‘นิทาเน อุปฺปตฺติโต’’ติ ปทจฺเฉโท. ‘‘จีวรํ ปริปุณฺณ’’นฺติ นิทาเน ‘‘ติจีวรํ สมฺปุณฺณํ วิชฺชติ, อิทมติเรกจีวรํ กึ กาตพฺพ’’นฺติ ภิกฺขูหิ ภควโต อาโรจิตวตฺถุมฺหิ. อุปฺปตฺติโตติ ปริกฺขารโจฬาธิฏฺฐานสฺส อุปฺปนฺนตฺตา, อนุญฺญาตตฺตาติ อตฺโถ. ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขูนํ ปริปุณฺณํ โหติ ติจีวรํ, อตฺโถ จ โหติ ปริสฺสาวเนหิปิ ถวิกาหิปิ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ ภิกฺขเว ปริกฺขารโจฬก’’นฺติ (มหาว. ๓๕๗) เอตฺถ ปาฬิยํ เอวํ วิปฺปวาสสุขตฺถํ นาเมนาธิฏฺฐิตติจีวรํ อธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธริตฺวา ปริกฺขารโจฬนาเมน อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตีติ สาธเนน ตเทกสาธนตฺตา เอว เอกมฺปิ จีวรํ วิกปฺเปตุํ วฏฺฏตีติ วุตฺตเมว โหติ. เตเนวาห อฏฺฐกถายํ ‘‘เอวญฺจ สติ โย ติจีวเร เอเกน จีวเรน วิปฺปวสิตุกาโม โหติ, ตสฺส ติจีวราธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิปฺปวาสสุขตฺถํ วิกปฺปนาย โอกาโส ทินฺโน โหตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙).
๕๙๖-๘. เอตฺตาวตา กปฺปิยจีวรญฺจ ตตฺถ กตฺตพฺพญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อกปฺปิยจีวรํ ทสฺเสตุมาห ‘‘กุสวากาที’’ติอาทิ. กุสนฺติ ทพฺพติณํ. วากนฺติ รุกฺขาทีนํ วากํ. อาทิ-สทฺเทน ผลกํ คหิตํ, จีร-สทฺโท จีวรปริยาโย, อิมสฺมึ กุสาทโย คนฺเถตฺวา กเต จีวเรเยว วตฺตติ. เกสชํ กมฺพลนฺติ มนุสฺสเกเสหิ วีตกมฺพลญฺจ. วาลชํ กมฺพลนฺติ อสฺสวาลจมรวาเลหิ วีตกมฺพลญฺจ. อุลูกปกฺขนฺติ โกสิยสกุณปตฺตํ. อิธ ปน ตํ คนฺเถตฺวา กตจีวรเมว คเหตพฺพํ. อชินกฺขิเปติ อชินทีปิจมฺเม. ‘‘ธารยโต ถุลฺลจฺจย’’นฺติ ปจฺเจกํ สมฺพนฺโธ.
กทลิทุสฺเสติ กทลิวากมยวตฺเถ. เอรกทุสฺเสติ เอรกมยวตฺเถ. อกฺกทุสฺเสติ อกฺกทณฺเฑ วา เตสํ สุตฺตานิ วา คเหตฺวา กตวตฺเถ. โปตฺถเกติ มกจิวากมยวตฺเถ. ติรีเฏ วาติ เอวํนามเก รุกฺขตเจ. เวฐเนติ สีสเวฐเน. กญฺจุเกติ กวเจ.
สพฺพนีลเกติ เกวลนีลเก. เอส นโย มญฺเชฏฺฐาทีสุ. มหานามรตฺเตติ ตนุปทุมทลวณฺณรตฺเต. มหารงฺครตฺเตติ สตปทิวณฺณรตฺเต.
๕๙๙. อจฺฉินฺนทสเกติ อจฺฉินฺนา ทสา ยสฺส, ตสฺมึ จีวเร. เอส นโย ทีฆทเสปิ. ผลทเสติ ผลสทิสคนฺถิตา ทสา ยสฺส, ตสฺมึ. ปุปฺผทเสติ กณฺณิกํ พนฺธิตฺวา วิกาเสตฺวา กตา ทสา ยสฺส, ตสฺมึ จีวเรติ อตฺโถ. อจฺฉินฺนจีวรสฺสาติ นคฺคํ กตฺวา โจเรหิ วิลุตฺตจีวรสฺส. เอตฺถาติ กุสวากาทีสุ, สพฺพนีลาทีสุ จ. กิญฺจีติ เอกมฺปิ อกปฺปิยํ นตฺถิ อนนุโลมิกํ นตฺถิ. ‘‘นคฺเคน เอเตสุ อกปฺปิยจีวเรสุ ยํกิญฺจิ ลทฺธํ, เตน หิริโกปินํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ปจฺฉา กปฺปิยจีวเร ลทฺเธ ตํ อธิวาเสตฺวา อิทํ อกปฺปิยจีวรํ ปริจฺจชิตพฺพํ. สพฺพนีลกาทิวตฺเถสุ ลทฺเธสุ กปฺปิยรชเนน รชิตฺวา, ตํ วณฺณํ นาเสตฺวา วา กปฺปิยวตฺถานิ อุภยปสฺเสสุ อลฺลิยาเปตฺวา, ปฏิจฺฉาเทตฺวา วา นิวาเสตุํ วฏฺฏตี’’ติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ.
๖๐๐. ‘‘อนฺโตทสาห’’นฺติ อิทํ ‘‘อธิฏฺเฐตี’’ติอาทีหิ สพฺพปเทหิปิ โยเชตพฺพํ. วิสฺสชฺเชตีติ อญฺญสฺส เทติ. อิธ ทานํ ทุวิธํ สมฺมุขาทานํ, ปรมฺมุขาทานนฺติ. ปฏิคฺคาหกํ ทิสฺวา ‘‘อิทํ ตุยฺหํ ทมฺมี’’ติ ทานํ สมฺมุขาทานํ นาม. ปรมฺมุขา ‘‘อิทํ อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมี’’ติ ทินฺนํ ปรมฺมุขาทานํ. ‘‘อิทํ ตฺวํ คณฺหาหี’’ติ วา ‘‘ตุยฺหํ คณฺหาหี’’ติ วา วุตฺเต ‘‘มยฺหํ คณฺหามี’’ติ สเจ วทติ, ทานคหณทฺวยมฺปิ สุทฺธํ. ‘‘อิทํ ตว สนฺตกํ กโรหิ, ตว สนฺตกํ โหตุ, ตว สนฺตกํ โหตี’’ติ ทายเกน วุตฺเต คณฺหนฺโตปิ ‘‘มม สนฺตกํ กโรมิ, มม สนฺตกํ โหตุ, มม สนฺตกํ โหตี’’ติ วทติ เจ, ทานํ, คหณญฺจ อสุทฺธํ โหติ. ‘‘ตว สนฺตกํ กโรหี’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘สาธุ ภนฺเต มยฺหํ คณฺหามี’’ติ วตฺวา คณฺหาติ, คหณํ สุทฺธํ. ‘‘อิทํ ตุยฺหํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต ‘‘อหํ น คณฺหามี’’ติ วทติ, ปุน ‘‘ทินฺนํ มยา, ตุยฺหํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต อิตโรปิ ปุน ปฏิกฺขิปติ, ตํ จีวรํ กสฺสจิ อสนฺตกตฺตา ทสาหาติกฺกเมนาปิ นิสฺสคฺคิยํ น โหตีติ ปจฺฉา เตสุ ทฺวีสุ โย อิจฺฉติ, เตน อธิฏฺฐาย ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ สพฺพมิทํ อฏฺฐกถาย (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙ อตฺถโต สมานํ) วุตฺตํ.
อธิฏฺฐิตจีวเร อธิฏฺฐาเน เวมติเกน อตฺตโน วิมตึ ปฐมํ อาวิ กตฺวา ‘‘สเจ อนธิฏฺฐิตํ, เอวํ กเต กปฺปิยํ โหตี’’ติ จินฺเตตฺวา นิสฺสชฺเชตฺวา วินยกมฺมํ กโรนฺตสฺส มุสาวาทโทโส นาปชฺชติ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘น หิ เอวํ ชานาเปตฺวา วินยกมฺมํ กโรนฺตสฺส มุสาวาโท โหตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙). ‘‘เกจิ ‘ตถา เวมติกจีวรํ อญฺเญน วิสฺสาเสน คเหตฺวา ปุน ทาตพฺพ’นฺติ วทนฺติ, ตํ น สุนฺทร’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙ โถกํ วิสทิสํ) ตตฺเถว วุตฺตํ.
วินสฺสตีติ โจราทีหิ วินสฺสติ. ‘‘นสฺสติ, ฑยฺหติ, อจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหนฺตี’’ติ อิมานิปิ วินาสปฺปการตฺตา ‘‘วินสฺสตี’’ติ อิมินาว สงฺคยฺหนฺติ. ตตฺถ ‘‘นสฺสตี’’ติ อิทํ โจราทีหิ หฏํ สนฺธาย วุตฺตํ, ‘‘วินสฺสตี’’ติ อิทํ อุนฺทูรขายิตาทึ สนฺธาย วุตฺตํ, ‘‘ฑยฺหตี’’ติ อคฺคินา ทฑฺฒํ สนฺธาย. วิสฺสาเสติ เอตฺถ สนฺทิฏฺโฐ จ สมฺภตฺโต จ อาลปิโต จ ชีวติ จ คหิเต จตฺตมโน โหตีติ ปญฺจงฺคสมนฺนาคเตน อตฺตนิ วิสฺสาเสน อญฺเญน คหิเตติ อตฺโถ. ปกาสิตาติ ‘‘อนาปตฺติ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐตี’’ติอาทินา (ปารา. ๔๖๙) นเยน วุตฺตา.
๖๐๑. อิทํ ปน สมุฏฺฐานํ นาเมน กถินสมุฏฺฐานํ นามาติ อตฺโถ. อิทํ กถินสมุฏฺฐานํ นาม กายวาจโต จ กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ. อติเรกจีวรภาวสฺส ชานนจิตฺเตน ปณฺณตฺติชานนจิตฺเต อสติปิ อาปตฺติสมฺภวโต อจิตฺตํ. อนธิฏฺฐานโต, อวิกปฺปนโต จ อกฺริยํ. กมฺมฏฺฐานมนุยุญฺชนฺโต วา เจติยาทึ วนฺทนฺโต วา เอกาทสมํ อรุณํ อุฏฺฐาเปติ, กุสลจิตฺโต อาปชฺชติ, กลหาทิปสุโต วา วีติกฺกมํ ชานนฺโต วา อุฏฺฐาเปติ, อกุสลจิตฺโต อาปชฺชติ, ขีณาสโว ปน อสติยา วา ปณฺณตฺตึ อชานนฺโต วา ตถา กโรนฺโต อพฺยากตจิตฺโต อาปชฺชตีติ ติจิตฺตํ. วุตฺตนเยน กมฺมฏฺฐานาทิมนุยุญฺชนฺตสฺส โสมนสฺสจิตฺตสมงฺคิโน สุขเวทนา, อุเปกฺขาจิตฺตสมงฺคิโน อุเปกฺขาเวทนา, กลหาทิปสุตสฺส โทมนสฺสจิตฺตสมงฺคิโน ทุกฺขเวทนา โหตีติ ติเวทนํ. เอส นโย อุปริปิ เอวรูเป ฐาเน โยเชตพฺโพ.
ปฐมกถินกถาวณฺณนา.
๖๐๒. คามาทีสุ ปเทเสสุ ติปญฺจสูติ ติจีวรานิ นิกฺขิปิตฺวา วิปฺปวาเสน โทสํ, อุปฺปชฺชนฏฺฐานญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘คาโม เอกูปจาโร’’ติอาทินา (ปารา. ๔๗๗) นเยน ปาฬิยํ วุตฺตคามนิเวสนอุโทสิตอฏฺฏมาฬปาสาทหมฺมิยนาวาสตฺถเขตฺตธญฺญกร- ณอารามวิหารรุกฺขมูลอชฺโฌกาสสงฺขาเตสุ ปนฺนรสสุ จีวรนิกฺเขปฏฺฐาเนสูติ วุตฺตํ โหติ. เอตฺถ คาโม นาม เอกกุฏิกาทิคาโม.
นิเวสนํ นาม คามโต พหิ จตุสาลาทิโก เคโห. เตนาห คณฺฐิปเท ‘‘คามนิเวสนานํ วิเสสํ วทนฺตา ‘ปุน เอกปริจฺเฉทํ กตฺวา นิเวสิตา พหุเคหา นิเวสนํ นาม โหนฺตี’ติ วทนฺติ, ตสฺมา อิทํ นิเวสนาทิ สพฺพํ ‘คามโต พหี’ติ คเหตพฺพ’’นฺติ. อิทญฺจ ตตฺเถว วุตฺตํ ‘‘นิเวสนาทิกํ อนฺโตคาเม เจ โหติ, คาเม วุตฺตปริหารสฺเสว ลพฺภนโต อนฺโตคามโต พหี’ติ คเหตพฺพ’’นฺติ.
อฏฺฐกถายํ ‘‘อุโทสิโตติ ยานาทีนํ ภณฺฑานํ สาลา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๘๒-๔๘๗) วุตฺตสรูปํ อุโทสิตํ นาม. ‘‘อฏฺโฏติ ปฏิราชาทิปฏิพาหนตฺถํ อิฏฺฐกาหิ กโต พหลภิตฺติโก จตุปญฺจภูมิโก ปติสฺสยวิเสโส’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๘๒-๔๘๗) วุตฺตสรูโป อฏฺโฏ นาม. ‘‘มาโฬติ เอกกูฏสงฺคหิโต จตุรสฺสปาสาโท’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๔๘๒-๔๘๗) วุตฺโต เอกกณฺณิกสงฺคหิโต จตุรสฺสเคโห มาโฬ นาม. ปาสาโทติ ทีฆปาสาโท. หมฺมิยนฺติ มุณฺฑจฺฉทนปาสาโท. นาวาติ ยานปฺปตฺติ. สตฺถนฺติ ชงฺฆสตฺถสกฏสตฺถวเสน ทุวิโธ ชนสมูโห, โส จ นิวิฏฺฐานิวิฏฺฐวเสน ปจฺเจกํ ทุวิโธ. ตตฺถ นิวิฏฺเฐ วติอาทิปริกฺเขโปปิ โหเตว.
เขตฺตนฺติ ยวเขตฺตาทิเขตฺตํ. ธญฺญกรณํ ขลํ. อาราโม ปุปฺผาราโม, ผลาราโม จ. วิหาโรติ เอกมฺปิ เสนาสนํ วุจฺจติ. ‘‘รุกฺโข นาม ยํ มชฺฌนฺติเก กาเล สมนฺตา ฉายา ผรตี’’ติ (ปารา. ๔๙๔) วุตฺตปฺปมาณปริจฺฉนฺโน รุกฺโข. อชฺโฌกาโส นาม สตฺตพฺภนฺตโร, โส วิญฺจาฏวิอาทิอคามการญฺเญ จ มจฺฉพนฺธานํ อคมนปเถ สมุทฺททีเป จ ลพฺภติ. มจฺฉพนฺธานํ อคมนปโถ นาม อุทกปิฏฺฐิยา คนฺตฺวา ปุน ตทเหว เคหํ อาคนฺตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย ทูโร สมุทฺทปฺปเทโส วุจฺจติ.
อยํ คามาทิโก ปจฺเจกํ เอกูปจาโร, นานูปจาโรติ ทุวิโธ. ตตฺถ อชฺโฌกาสํ วินา คามาทิโก ตํตํราชาทิสามิกกุลานํ เอกตฺถนานตฺถวเสน เอกกุลสนฺตโก เจ โหติ, เอกูปจาโร. นานากุลสนฺตโก เจ, นานูปจาโร โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘คาโม เอกูปจาโร นาม เอกกุลสฺส คาโม โหตี’’ติอาทิ (ปารา. ๔๗๘). อฏฺฐกถายมฺปิ วุตฺตํ ‘‘เอกกุลสฺส คาโมติ เอกสฺส รญฺโญ วา โภชกสฺส วา คาโม’’ติ จ ‘‘นานากุลสฺส คาโมติ นานาราชูนํ วา โภชกานํ วา คาโม เวสาลีกุสินาราทิสทิโส’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๗๙) จ.
เอกกุเลน การาปิโต วิหาโร เอกูปจาโร, นานากุเลหิ การาปิโต นานูปจาโร โหติ. ยถาห คณฺฐิปเท ‘‘วิหาเร เอกกุลนานากุลโวหาโร การาปกานํ วเสน วุตฺโต’’ติ. อชฺโฌกาเส ปน อุปจารเภโท อพฺภนฺตรวเสน เวทิตพฺโพ. วุตฺตญฺเจตํ ปาฬิยํ ‘‘อชฺโฌกาโส เอกูปจาโร นาม อคามเก อรญฺเญ สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตรา เอกูปจาโร. ตโต ปรํ นานูปจาโร’’ติ. อิธ เอกํ อพฺภนฺตรํ อฏฺฐวีสติรตนํ โหติ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘เอกํ อพฺภนฺตรํ อฏฺฐวีสติหตฺถ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๘๙). เอวํ สงฺเขปโต วุตฺตสรูปปฺปเภทานิ ปนฺนรส ฐานานิ ทสฺเสตุมาห ‘‘คามาทีสุ ปเทเสสุ ติปญฺจสู’’ติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ปาฬิอฏฺฐกถาวณฺณนโต เวทิตพฺโพ.
‘‘ติจีวเรน วิปฺปวาเสยฺยาติ สงฺฆาฏิยา วา อุตฺตราสงฺเคน วา อนฺตรวาสเกน วา. อนฺโตคาเม จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา’’ติ (ปารา. ๔๗๖, ๔๗๘) วจนโต เอตฺถ ติจีวรนฺติ ติณฺณํ จีวรานมญฺญตรเมว จีวรํ วตฺตพฺพํ. เอกรตฺตนฺติ วิปฺปวาสกิริยาย อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. อปิ-สทฺเทน กึ ปน ทิรตฺตาทิกนฺติ ทสฺเสติ.
สงฺฆสมฺมุติยา วินาติ ติจีวรํ ปริหริตุํ อสมตฺเถน คิลาเนน ภิกฺขุนา สงฺฆํ วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห ‘‘อหํ ภนฺเต คิลาโน, น สกฺโกมิ ติจีวรํ อาทาย ปกฺกมิตุํ, โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ ติจีวเรน อวิปฺปวาสสมฺมุตึ ยาจามี’’ติ ติกฺขตฺตุํ ยาจิเตน สงฺเฆน ตสฺส ญตฺติทุติยาย กมฺมวาจาย ทินฺนํ อวิปฺปวาสสมฺมุตึ วินาติ วุตฺตํ โหติ. ตถา ลทฺธสมฺมุติกสฺส คิลานสฺส ภิกฺขุโน ตสฺมึ เคลญฺเญ อวูปสนฺเต วา วูปสนฺเตปิ จีวรนิกฺเขปฏฺฐานํ อาคมนกาเล วา อุปฺปนฺเน อญฺเญปิ โรเค อวูปสนฺเต ตายเยว สมฺมุติยา น โทโส.
๖๐๓. ภิกฺขุโนติ อลทฺธสมฺมุติกสฺส ภิกฺขุโน. เตน จีวเรน. วิปฺปวตฺถุํ น วฏฺฏตีติ วินา วสิตุํ น วฏฺฏติ. กึ วุตฺตํ โหติ? ‘‘เอกกุลสฺส คาโม โหติ ปริกฺขิตฺโต จ, อนฺโตคาเม จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตคาเม วตฺถพฺพํ. อปริกฺขิตฺโต โหติ, ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ โหติ, ตสฺมึ ฆเร วตฺถพฺพํ, หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. นานากุลสฺส คาโม โหติ ปริกฺขิตฺโต จ, ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ โหติ, ตสฺมึ ฆเร วตฺถพฺพํ สภาเย วา ทฺวารมูเล วา, หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพ’’นฺติอาทินา (ปารา. ๔๗๘) นเยน ปาฬิยา วุตฺตฏฺฐานโต พหิ อรุณํ อุฏฺฐาเปตุํ น วฏฺฏตีติ วุตฺตํ โหติ.
อิมสฺมึ ปาเฐ ‘‘ปริกฺขิตฺโต’’ติ อิทํ ปากาเรน วา วติยา วา ปริขาย วา ปริกฺขิตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. หตฺถปาสา วาติ เอตฺถ หตฺถปาสา นาม อฑฺฒติยรตนํ โหติ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ตํ ฆรํ สมนฺตโต หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ, อฑฺฒเตยฺยรตนปฺปมาณา ปเทสา อุทฺธํ น วิชหิตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๗๗-๔๗๘).
วิปฺปวสนฺตสฺส โก โทโสติ อาห ‘‘โหติ…เป… อรุณุคฺคเม’’ติ. อนุญฺญาตฏฺฐานโต หิ พหิ จีวเรน วินา อรุณํ อุฏฺฐาเปนฺตสฺส ตํ จีวรํ นิสฺสชฺชิตพฺพํ โหติ, ตํเหตุกา ปาจิตฺติยาปตฺติปิ โหตีติ อตฺโถ. เตเนว วกฺขติ ‘‘นิสฺสชฺชิตฺวา…เป… วิญฺญุนา’’ติ.
๖๐๔. นฺหายนฺตสฺเสวาติ จีวรสฺส หตฺถปาสโต ทูเร นหายนฺตสฺเสว, อนาทเร สามิวจนํ.
๖๐๖. อจฺฉินฺนํ วิลุตฺตํ จีวรํ ยสฺส โส อจฺฉินฺนจีวโร, ภิกฺขุ, ตสฺส ฐานํ อจฺฉินฺนจีวรฏฺฐานํ, ตสฺมึ.
๖๐๗. นิวาเสตฺวาติ เอตฺถ ‘‘อนฺตรวาสก’’นฺติ จ คเหตฺวาติ เอตฺถ ‘‘อิตรานี’’ติ จ เสโส. อิทญฺจ คนฺตพฺพฏฺฐาเน, อาสนฺเน มคฺเค จ มนุสฺสสมฺพาเธ อสติ กตฺตพฺพทสฺสนํ. อิตรตฺถ นิวาเสตฺวา, ปารุปิตฺวา จ สงฺฆาฏึ อํเส กตฺวาว คนฺตพฺพํ โหติ. วิหาเร สภาเคสุ อลพฺภมาเนสุ อาสนสาลมฺปิ คนฺตฺวา สภาคสฺส สนฺติเก วินยกมฺมํ กตฺตพฺพนฺติ อฏฺฐกถายํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๙๕ อตฺถโต สมานํ) วุตฺตํ. ‘‘นิสฺสชฺชิตฺวา’’ติ อิมินา ‘‘อิทํ เม ภนฺเต จีวรํ รตฺติวิปฺปวุตฺถํ อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมุติยา นิสฺสคฺคิยํ, อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามี’’ติ สงฺเฆ วา ‘‘อิทํ เม ภนฺเต จีวรํ…เป… อหํ อายสฺมนฺตานํ นิสฺสชฺชามี’’ติ ติณฺณํ, ทฺวินฺนํ วา สนฺติเก วา ‘‘อิทํ เม อาวุโส…เป… อิมาหํ อายสฺมโต นิสฺสชฺชามี’’ติ เอกสฺส สนฺติเก วา วตฺวา นิสฺสชฺชิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. วิญฺญุนาติ เอวํ นิสฺสคฺคิยวตฺถุนิสฺสชฺชนาทินานปฺปการวิธิชานนเกน ญาณวตาติ อตฺโถ.
๖๐๘. ตํ นิสฺสคฺคิยจีวรํ.
๖๐๙. ‘‘อเทนฺตสฺส จ นิสฺสฏฺฐํ ทุกฺกฏ’’นฺติ อิมินา ‘‘พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน อาปตฺติ ปฏิคฺคเหตพฺพา, นิสฺสฏฺฐจีวรํ ทาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตตฺตา อิมํ วิธึ ชานนตาย พฺยตฺเตน ยถาวิธึ กาตุํ สมตฺถตาย ปฏิพเลน ขนฺธเก (จูฬว. ๒๓๙) อาคตนเยน อาปตฺตึ ปฏิคฺคเหตฺวา นิสฺสฏฺฐจีวรํ หตฺเถน คเหตฺวา นิสีทาเปตฺวา สเจ สงฺโฆ โหติ, ‘‘สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ, อิทํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน นิสฺสคฺคิยํ สงฺฆสฺส นิสฺสฏฺฐํ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทเทยฺยา’’ติ, สเจ ตโย โหนฺติ, ‘‘สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา, อิทํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน นิสฺสคฺคิยํ อายสฺมนฺตานํ นิสฺสฏฺฐํ, ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ, อายสฺมนฺตา อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทเทยฺยุ’’นฺติ, สเจ เอกโก โหติ, ‘‘อิมํ จีวรํ อายสฺมโต ทมฺมี’’ติ ทาตพฺพํ, นิสฺสฏฺฐจีวรํ ‘‘อตฺตโนเยว ทินฺน’’นฺติ สุทฺธสญฺญาย คเหตฺวา อเทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ โหตีติ วุตฺตํ โหติ.
ตสฺส สนฺตกภาวํ ญตฺวา เลเสน วิลุมฺปนฺตสฺส ปน ภณฺฑคฺฆวเสน ทุกฺกฏถุลฺลจฺจยปาราชิกาปตฺติโย โหนฺติ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ตสฺส สนฺตกภาวํ ปน ญตฺวา เลเสน อจฺฉินฺทนฺโต ภณฺฑํ อคฺฆาเปตฺวา กาเรตพฺโพ’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙). ปริยาปุตนฺติ ‘‘น ภิกฺขเว นิสฺสฏฺฐจีวรํ น ทาตพฺพํ, โย น ทเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๔๗๐) ปาฬิยํ วุตฺตนฺติ อตฺโถ.
๖๑๐-๑. เถเร ทหเร จาติ เอเตสุ อุโภสุปิ มคฺคํ คจฺฉนฺเตสูติ โยชนา. ‘‘เถเร’’ติ อิมินา อนิสฺสิตภาวมาห, ‘‘ทหเร จา’’ติ อิมินา นิสฺสิตภาวํ. โอหีเนติ โอสกฺกิเต. สเจ โส เถโร นิสฺสยาจริโย ภเวยฺยาติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘ครุ’’นฺติ. ตสฺมึ ทหเร. วตฺถนฺติ ตสฺส หตฺเถ ฐิตจีวรํ. น ปสฺสมฺภตีติ ธุรนิกฺเขปํ อกตฺวา คมเน สอุสฺสาหตฺตา นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิ น โหตีติ อธิปฺปาโย. เตเนว ‘‘มุหุตฺต’’นฺติอาทิมาห.
๖๑๔. ปจฺจุทฺธาเร อนฺโตเยวารุเณติ อิมินา สมฺพนฺโธ, ทหรภิกฺขุโน ทูรภาวญฺจ อรุณุคฺคมนญฺจ ญตฺวา จีวรสฺส อนิสฺสคฺคิยตฺถํ ตสฺส หตฺเถ ฐิตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา ปุรารุณา ปจฺจุทฺธเรติ อตฺโถ. วิสฺสชฺเชตีติ อญฺญสฺส เทติ. วินสฺสตีติ โจราทีหิ นสฺสติ.
ทุติยกถินกถาวณฺณนา.
๖๑๖. อกาลจีวรนฺติ ‘‘อกาลจีวรํ นาม อนตฺถเต กถิเน เอกาทสมาเส อุปฺปนฺนํ, อตฺถเต กถิเน สตฺตมาเส อุปฺปนฺนํ, กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺน’’นฺติ (ปารา. ๕๐๐) วจนโต อนตฺถตกถิเน วิหาเร ‘‘จีวรมาโส’’ติ โย ปุพฺพกตฺติกกาฬปกฺขปาฏิปทโต ปฏฺฐาย ยาว อปรกตฺติกปุณฺณมี, ตาว มาโส วุจฺจติ, ตโต ปเรสุ เอกาทสสุ มาเสสุ อุปฺปนฺนญฺจ อตฺถตกถิเน วิหาเร โย จีวรมาโส, เหมนฺตา จ จตฺตาโร มาสาติ ปญฺจมาสโต พหิ สตฺตสุ มาเสสุ อุปฺปนฺนญฺจ อตฺถตกถิเน ปญฺจ มาสา ยถาปริจฺฉินฺนกาเล สงฺฆสฺส จ ‘‘อิทํ อกาลจีวรํ ทมฺมี’’ติ ปุคฺคลสฺส จ ‘‘อิทํ ตุยฺหํ ทมฺมี’’ติ ทินฺนญฺเจติ อิทํ อกาลจีวรนฺติ อตฺโถ. ‘‘อุปฺปนฺน’’นฺติ เสโส, ‘‘อุปฺปชฺเชยฺย สงฺฆโต วา คณโต วา ญาติโต วา มิตฺตโต วา ปํสุกูลโต วา อตฺตโน วา ธเนนา’’ติ (ปารา. ๕๐๐) วจนโต สงฺฆสฺส วา ‘‘อิทํ สุตฺตนฺติกคณสฺส เทม, อิทํ อาภิธมฺมิกคณสฺส เทมา’’ติอาทินา นเยน คณสฺส วา ทินฺนโต อตฺตโน วสฺสคฺเคน วา ญาติอาทิโต วา สุสานาทิปํสุกูลเขตฺตโต วา อตฺตโน สนฺตเกน สุตฺตกปฺปาสาทิกปฺปิยวตฺถุโต วา อุปฺปนฺนจีวรนฺติ อตฺโถ.
มาสปรมํ นิกฺขิเปติ มาโส ปรมํ ปมาณํ เอตสฺส นิกฺขิปนสฺสาติ มาสปรมํ, นิกฺขิปนนฺติ กิริยาวิเสสนํ กาตพฺพํ, มาสปรมํ นิกฺขิปนํ กเรยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อากงฺขมาเนน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคเหตพฺพํ, ปฏิคฺคเหตฺวา ขิปฺปเมว กาเรตพฺพํ, โน จสฺส ปาริปูรี, มาสปรมํ เตน ภิกฺขุนา ตํ จีวรํ นิกฺขิปิตพฺพํ อูนสฺส ปาริปูริยา’’ติ (ปารา. ๕๐๐) วจนโต เอวํ อุปฺปนฺนํ จีวรํ อิจฺฉนฺเตน ปฏิคฺคเหตฺวา สเจ ปโหติ, ทสาหมนติกฺกาเมตฺวา กาเรตพฺพํ. สเจ นปฺปโหติ, อูนสฺส ปริปูรณตฺถํ มาสปรมํ ฐเปตพฺพนฺติ อตฺโถ.
กทา เอวํ นิกฺขิปิตพฺพนฺติ อาห ‘‘สติ ปจฺจาสายา’’ติ, ‘‘ปจฺจาสา โหติ สงฺฆโต วา คณโต วา ญาติโต วา มิตฺตโต วา ปํสุกูลโต วา อตฺตโน วา ธเนนา’’ติ (ปารา. ๕๐๐) วุตฺตสงฺฆาทิโต อตฺตโน วสฺสคฺคาทิโต ลเภยฺย, เตน ‘‘อิมสฺส อูเน ปริปุณฺเณ กาเรสฺสามี’’ติ ปจฺจาสาย สติ เอวํ นิกฺขิปิตพฺพนฺติ อตฺโถ. ตโต อุทฺธํฐเปตุํ น วฏฺฏตีติ มาสโต อติเรกกาลํ นิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติ, นิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยํ โหตีติ อตฺโถ.
ยทิ เอวํ ‘‘ตทหุปฺปนฺเน มูลจีวเร ปจฺจาสาจีวรํ อุปฺปชฺชติ, ทสาหา กาเรตพฺพํ…เป… วีเส อุปฺปนฺเน มูลจีวเร ปจฺจาสาจีวรํ อุปฺปชฺชติ, ทสาหา กาเรตพฺพ’’นฺติ (ปารา. ๕๐๐) กสฺมา อาหาติ? ปจฺจาสาจีวรสฺส ทสทิวเส อติกฺกมฺม ฐเปตุํ อยุตฺตตฺตา, มูลจีวรสฺส ตคฺคติกตฺตา เอวํ วุตฺตํ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘มูลจีวรสฺส อุปฺปนฺนทิวสโต ยาว วีสติโม ทิวโส, ตาว อุปฺปนฺนํ ปจฺจาสาจีวรํ มูลจีวรํ อตฺตโน คติกํ กโรตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๐๐).
ตติยกถินกถาวณฺณนา.
๖๑๘-๙. ภิกฺขุนิยา โย โธวาเปตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ภิกฺขุนี นาม อุภโตสงฺเฆ อุปสมฺปนฺนา’’ติ (ปารา. ๕๐๐) วจนโต ภิกฺขุนิสงฺเฆ ญตฺติจตุตฺถาย กมฺมวาจาย, ภิกฺขุสงฺเฆ ญตฺติจตุตฺถาย กมฺมวาจายาติ อฏฺฐวาจิกาย อุปสมฺปนฺนา ภิกฺขุนี นาม. ภุตฺตนฺติ ภิกฺขุนา อตฺตนา ปริภุตฺตํ รชิตํ อาทินฺนกปฺปํ, ‘‘ปริโภคํ กริสฺสามี’’ติ อนฺตมโส สีสํ ฐเปตฺวา สยนมตฺเตนาปิ ปุราณภูตํ จีวรนฺติ อตฺโถ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘รชิตฺวา กปฺปํ กตฺวา เอกวารมฺปิ นิวตฺถํ วา ปารุตํ วา อนฺตมโส ปริโภคสีเสน อํเส วา มตฺถเก วา กตฺวา มคฺคํ คโต โหติ, อุสฺสีสกํ วา กตฺวา นิปนฺโน โหติ, เอตมฺปิ ปุราณจีวรเมวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๐๓-๕๐๕). วตฺถนฺติ การิเย การโณปจารวเสน จีวรเมว อาห.
อญฺญาติกายาติ ‘‘อญฺญาติกา นาม มาติโต วา ปิติโต วา ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา อสมฺพทฺธา’’ติ วจนโต อตฺตโน วา ตสฺสา วา มาตุ วา ปิตุ วา ปรมฺปราย ยาว สตฺตมา ยุคา, เอตฺถนฺตเร เยน เกนจิ ญาตเกน อสมฺพทฺธภาเวน อญฺญาติกายาติ อตฺโถ. ยถา จาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ปิตามโหเยว ปิตามหยุคํ. ตโต อุทฺธํ สพฺเพปิ ปุพฺพปุริสา ปิตามหคฺคหเณเนว คหิตา. เอวํ ยาว สตฺตโม ปุริโส, ตาว ยา อสมฺพทฺธา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๐๓-๕๐๕). อาโกฏาเปตีติ ปหราเปติ.
ตโต โธวาปนาทิโต. นิสฺสคฺคิยาปตฺตีติ นิสฺสคฺคิยสฺส อาปตฺติ นิสฺสคฺคิยาปตฺติ, นิสฺสคฺคิยสฺส จีวรสฺส นาเมน วิสิฏฺฐา ปาจิตฺติยาปตฺติ โหตีติ อตฺโถ. อิทญฺจ ติณฺณํ ปโยคานํ อนฺเต อาปชฺชิตพฺพาย อาปตฺติยา ทสฺสนํ. ตสฺส นิโยเคน โธวนาทึ กโรนฺติยา ภิกฺขุนิยา ตทตฺถํ สพฺพปุพฺพปโยคคณนาย ภิกฺขุโน ทุกฺกฏํ โหตีติ คเหตพฺโพ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ยาว นํ โธวิตฺวา อุกฺขิปติ, ตาว ภิกฺขุนิยา ปโยเค ปโยเค ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๐๓-๕๐๕). ปฐเมนาติ ตีณิปิ การาเปนฺตสฺส ยํ ปฐมํ การาเปติ, เตนาติ อตฺโถ. ทีปิตนฺติ ‘‘อญฺญาติกาย อญฺญาติกสญฺญี ปุราณจีวรํ โธวาเปติ รชาเปติ อาโกฏาเปติ, นิสฺสคฺคิเยน อาปตฺติ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏาน’’นฺติอาทินา (ปารา. ๕๐๖) เทสิตํ. อิมินา นเยน เทฺว การาเปนฺตสฺส ปฐเมน นิสฺสคฺคิยาปตฺติ, ทุติเยน ทุกฺกฏนฺติ อยมตฺโถ สงฺคยฺหติ.
๖๒๐. ‘‘โธวนตฺถาย เทตี’’ติ อิมินา ‘‘ภุตฺตํ วตฺถ’’นฺติ อธิการโต ลพฺภติ.
๖๒๑. สามเณรนิทฺเทเสปีติ ‘‘สามเณรา’’ติ นิทฺเทโส นาม ยสฺส, ตสฺมิมฺปิ, อตฺตนา ปริภุตฺตํ วตฺถํ โธวนตฺถาย เทตีติ โยชนา, อตฺตโน ปริภุตฺตํ จีวรํ โธวนตฺถาย สามเณรสฺส เทตีติ อตฺโถ. ปิ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. อุปสมฺปชฺชาติ ปุพฺพกิริยาย ‘‘โธวตี’’ติ อปรกิริยา สามตฺถิยา ลพฺภติ.
๖๒๒. ทหรานญฺจ ภิกฺขูนนฺติ อตฺตโน นวกตรานํ ภิกฺขูนํ. นิยฺยาทิเต ทินฺเน. เอส นโยติ ‘‘เอเกน ปาจิตฺติยํ, อวสิฏฺเฐหิ ทฺวีหิ วา เอเกน วา สพฺพปโยเคสุ ทุกฺกฏํ โหตี’’ติ นโย.
๖๒๓. จีวเรติ ปริภุตฺตจีวเร.
๖๒๔. ‘‘โธวนปฺปจฺจยาเยวา’’ติ อิมินา อิตรทฺวยสฺส ตสฺส อนาณตฺติยา กตตฺตา ตโต อนาปตฺติภาวมาห.
๖๒๖. ญาติกาติ เอตฺถ ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๒-๒๓, ๔๒๒; อ. นิ. ๖.๕๘; ๘.๙; มหานิ. ๒๐๖; ธ. ส. ๑๓๕๕; วิภ. ๕๑๘) วิย คาถาพนฺธวเสน ย-การโลโป, ญาติกาย ภิกฺขุนิยาติ อตฺโถ. ‘‘ญาติกา อญฺญาติสญฺญิสฺสา’’ติ ปทจฺเฉโท. ปจฺจตฺถรณนฺติ มญฺจปีเฐ อตฺถริตพฺพํ ปจฺจตฺถรณจีวรญฺจ.
๖๒๗. ‘‘ภิกฺขุนีนํ วเสนา’’ติ อิทํ ภิกฺขุสงฺเฆปิ อุปสมฺปนฺนา เจ, ปาจิตฺติยสมฺภวา วุตฺตํ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย ปน ยถาวตฺถุกเมวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๐๖). ภิกฺขุนิสงฺเฆ ปฐมํ อุปสมฺปชฺชิตฺวา ปจฺฉา ภิกฺขุสงฺเฆ เจ อุปสมฺปชฺชติ, เกวลํ ภิกฺขุสงฺเฆ อุปสมฺปนฺนาติ น วุจฺจตีติ ตา ภควติ ธรมาเน ปฐมํ ปพฺพชิตา ปญฺจสตา สากิยานิโย วุจฺจนฺติ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนา นาม ปญฺจสตา สากิยานิโย’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๐๖). ภิกฺขุโน ลิงฺเค ปริวตฺเต ตสฺเสว อุปสมฺปนฺนกมฺมสฺส อนุญฺญาตตฺตา โสปิ คเหตพฺโพเยว.
๖๒๘. อวุตฺตา โธวตีติ ‘‘อิมํ จีวรํ โธวา’’ติ อวุตฺตา จีวรํ กิลิฏฺฐํ ทิสฺวา อวตฺวา ฐปิตฏฺฐานโต จีวรํ คเหตฺวา วา สยเมว วตฺวา ยาจนาทินเยน วา อนาณตฺติยา จ คเหตฺวา จีวรโธวนาทึ กเรยฺย เจ. อปริภุตฺตํ วาติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน อปริภุตฺตํ จีวรํ. อญฺญํ วาติ อุปาหนตฺถวิกปตฺตตฺถวิกโปตฺถกตฺถวิกมญฺจปีฐาทึ ยํ กิญฺจิ ปริกฺขารํ.
ปุราณจีวรโธวาปนกถาวณฺณนา.
๖๒๙. วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิมํ อุปาทาย กิญฺจิ จีวรํ คณฺหโตติ โยชนา, เอตฺถ ‘‘อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต’’ติ จ ‘‘ญาติกาย อญฺญาติกสญฺญิสฺสา’’ติ จ ‘‘เอกโตอุปสมฺปนฺนาย หตฺถโต คณฺหาตี’’ติ จ วกฺขมานวจนสามตฺถิยา ลพฺภมานโต ปุพฺเพ วุตฺตนเยน อญฺญาติกาย อุภโตสงฺเฆ อุปสมฺปนฺนาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต วิกปฺปนุปครตนวิทตฺถิปฺปมาณวตฺถโต ปฏฺฐาย ยํ กิญฺจิ จีวรํ คณฺหนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ‘‘อาปตฺตี’’ติ สามญฺเญน วุตฺเตปิ ‘‘นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยาปตฺตี’’ติ ปกรณโต จ ‘‘นิสฺสคฺคิยาปตฺตี’’ติ วกฺขมานโต จ ลพฺภติ. ฐเปตฺวา ปาริวตฺตกนฺติ ‘‘ปาริวตฺตกํ ปริตฺเตน วา วิปุลํ, วิปุเลน วา ปริตฺต’’นฺติ (ปารา. ๕๑๔) วจนโต มหาปจฺจริยํ ‘‘อนฺตมโส หรีตกขณฺเฑนาปี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๑๔) วุตฺตตฺตา จ เหฏฺฐิมนฺตโต หรีตกขณฺฑมฺปิ ทตฺวา คเหตพฺพํ ติจีวรญฺจ ปาริวตฺตกํ นาม โหติ, ตํ ฐเปตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ปริวตฺตนํ ปริวตฺตํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ ปาริวตฺตกํ, กยวิกฺกเยน คเหตพฺพํ จีวรนฺติ อตฺโถ.
๖๓๐. คหณตฺถาย ปโยเคติ คณฺหิตุํ หตฺถปสารณาทิปฺปโยเค. ปริยาปุตนฺติ ‘‘ปฏิคฺคณฺหาติ ปโยเค ทุกฺกฏ’’นฺติ (ปารา. ๕๑๒) เทสิตํ.
๖๓๑. อนุปสมฺปนฺนหตฺเถติ ภิกฺขุภิกฺขุนิโต อญฺเญ สพฺเพ อนุปสมฺปนฺนา คหิตา. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘สเจ ปน สิกฺขมานาสามเณรสามเณริอุปาสกอุปาสิกานํ หตฺเถ เปสิตํ ปฏิคฺคณฺหาติ, อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๑๒).
๖๓๒. เอกโตติ เอตฺถ ภิกฺขุนิสงฺฆโตติ คเหตพฺพํ. อญฺญสฺมึ ปกฺเข ปาจิตฺติยเมว. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย ปน ปาจิตฺติยเมวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๑๓).
๖๓๓. ‘‘ปาริวตฺตกํ ทสฺสามี’’ติ อาโภคํ กตฺวา คณฺหาติ, โทโส น วิชฺชตีติ โยชนา.
๖๓๔. อญฺญํ ปริกฺขารนฺติ ถวิกกายพนฺธนาทิ อวิกปฺปิยํ วา อวิกปฺปนุปคํ วา ปริกฺขารเมว คเหตพฺพํ. วิกปฺปนุปคํ ปน น วฏฺฏติ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิมจีวรปฺปมาณํ ปน ปฏปริสฺสาวนมฺปิ น วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๑๔). จีวรปฏิคฺคณฺหนํ กิริยา, ปาริวตฺตกสฺส อทานํ อกิริยาติ กิริยาย จ อกิริยาย จ อาปชฺชิตพฺพโต กฺริยากฺริยํ.
จีวรปฏิคฺคหณกถาวณฺณนา.
๖๓๕. ‘‘อญฺญาตกํ อปฺปวาริต’’นฺติ ปทจฺเฉโท. ‘‘คหปตึ วา คหปตานึ วา’’ติ ปาฐเสโส. วุตฺตญฺหิ ภควตา ‘‘อญฺญาตกํ คหปตึ วา คหปตานึ วา’’ติ (ปารา. ๕๑๖, ๕๑๘). ปุพฺเพ วุตฺตนเยน ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา สมฺพทฺธญฺญาติกตาย อภาวโต อญฺญาตกํ. ‘‘ยํ มยฺหํ เคเห อตฺถิ, ตํ ปวาเรมี’’ติอาทินา นเยน อปฺปวาริตํ. ‘‘คหปติ นาม โย โกจิ อคารํ อชฺฌาวสตี’’ติ (ปารา. ๕๑๙) ปาฬิยํ วุตฺตํ คหปตึ วา. ‘‘คหปตานี นาม ยา กาจิ อคารํ อชฺฌาวสตี’’ติ (ปารา. ๕๑๙) ปาฬิยํ วุตฺตํ ฆรณึ วาติ อตฺโถ.
โหติ นิสฺสคฺคิยาปตฺตีติ ‘‘อญฺญตฺร สมยา วิญฺญาเปติ, ปโยเค ทุกฺกฏํ, ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ โหตี’’ติ (ปารา. ๕๑๙) ปาฬิยํ วุตฺเตสุ สพฺเพสุ ปุพฺพปโยเคสุ ทุกฺกเฏน สทฺธึ นิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยํ โหตีติ วุตฺตํ โหติ. อญฺญตฺร สมยาติ ‘‘ตตฺถายํ สมโย, อจฺฉินฺนจีวโร วา โหติ ภิกฺขุ นฏฺฐจีวโร วา’’ติ (ปารา. ๕๑๘) มาติกาย, ‘‘อจฺฉินฺนจีวโร นาม ภิกฺขุสฺส จีวรํ อจฺฉินฺนํ โหติ ราชูหิ วา โจเรหิ วา ธุตฺเตหิ วา เยหิ เกหิจิ วา อจฺฉินฺนํ โหติ. นฏฺฐจีวโร นาม ภิกฺขุสฺส จีวรํ อคฺคินา วา ทฑฺฒํ โหติ, อุทเกน วา วูฬฺหํ โหติ, อุนฺทูเรหิ วา อุปจิกาหิ วา ขายิตํ โหตี’’ติ (ปารา. ๕๑๙) ปทภาชเน จ นิทฺทิฏฺฐสรูปกาลโต อญฺญตฺราติ อตฺโถ.
๖๓๖. ติกปาจิตฺติยํ วุตฺตนฺติ ‘‘อญฺญาตเก อญฺญาตกสญฺญี, เวมติโก, ญาตกสญฺญี อญฺญตฺร สมยา จีวรํ วิญฺญาเปติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปารา. ๕๒๐) ปาจิตฺติยตฺตยํ ภควตา วุตฺตํ. ‘‘ญาตเก อญฺญาติสญฺญิสฺสา’’ติ ปทจฺเฉโท. ตตฺถาติ ตสฺมึ ญาตเก. เวมติกสฺสาติ ‘‘ญาตโก นุ โข, อญฺญาตโก’’ติ เวมติกสฺส. ทฺวิกทุกฺกฏํ ตเถวาติ โยชนา. ‘‘ตเถวา’’ติ ‘‘วุตฺต’’นฺติ อิทํ อากฑฺฒติ, ‘‘ญาตเก อญฺญาตกสญฺญี, เวมติโก อญฺญตฺร สมยา จีวรํ วิญฺญาเปติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๕๒๐) เทสิตนฺติ อตฺโถ.
๖๓๗-๘. สมเย วิญฺญาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ โยชนา. เอตฺถ ‘‘จีวรํ อญฺญาตกอปฺปวาริต’’นฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ, ยถาปริจฺฉินฺนกาลทฺวยโต อญฺญตรสฺมึ กาเล อญฺญาตกอปฺปวาริตํ จีวรํ วิญฺญาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อตฺโถ. ญาตเก วา ปวาริเตติ เอตฺถาปิ ‘‘อตฺตโน’’ติ อชฺฌาหาโร, ‘‘สมเย’’ติ อิมินา โยเชตพฺพํ, อตฺตโน ญาตกปวาริเต อสมเยปิ จีวรํ วิญฺญาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อตฺโถ. อญฺญสฺสตฺถายาติ เอตฺถ ‘‘อตฺตโน’’ติ เสโส, อตฺตโน ญาตเก, ปวาริเต วา วิญฺญาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ โยชนา, อญฺญํ ภิกฺขุํ นิสฺสาย อตฺตโน ญาตเก วา ปวาริเต วา จีวรํ วิญฺญาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ วุตฺตํ โหติ. อิตรํ ปกฺขํ ทสฺเสติ ‘‘ตสฺส ญาตเก วา ปวาริเต วา’’ติ. ตสฺสาติ ‘‘อญฺญสฺสา’’ติ วุตฺตสฺส, ‘‘วิญฺญาเปนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ อิมินา โยเชตพฺพํ. วาติ ปุริมวิกปฺปาเปกฺขํ. ยํ สนฺธาย จีวรํ วิญฺญาเปติ, ตสฺส ญาตเก วา ปวาริเต วา ตํเยว สนฺธาย จีวรํ วิญฺญาเปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ วุตฺตํ โหติ.
‘‘อตฺตโน วา ธเนนา’’ติ วุตฺตํ อนาปตฺติองฺคํ อุมฺมตฺตกาทิโนติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน สงฺคยฺหติ, อตฺตโน สนฺตกํ สุตฺตกปฺปาสาทิกํ กปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา คณฺหิตุกามตาย อกปฺปิยโวหาเรน ยาจนฺตสฺส จ อนาปตฺตีติ อตฺโถ.
อญฺญาตกวิญฺญตฺติกถาวณฺณนา.
๖๓๙. อปฺปวาริตมญฺญาตินฺติ เอตฺถ ‘‘คหปตึ วา คหปตานึ วา’’ติ อิทํ สามตฺถิยา ลพฺภติ. ตตุตฺตรินฺติ ตโต สนฺตรุตฺตรปรมโต อุตฺตรินฺติ คเหตพฺพํ, ‘‘สนฺตรุตฺตรปรมํ เตน ภิกฺขุนา ตโต จีวรํ สาทิตพฺพ’’นฺติ (ปารา. ๕๒๓) วุตฺตตฺตา อจฺฉินฺนจีวเรน สาทิตพฺพอนฺตรวาสกอุตฺตราสงฺคมตฺเตน อธิกนฺติ อตฺโถ.
‘‘ตโต เจ อุตฺตริ สาทิเยยฺยา’’ติ (ปารา. ๕๒๓) วจนโต ‘‘สาทิยนฺตสฺสา’’ติ วตฺตพฺพํ, เอวํ วตฺตพฺเพ ‘‘วิญฺญาเปนฺตสฺสา’’ติ กสฺมา วุตฺตนฺติ? อจฺฉินฺนจีวรานํ ภิกฺขูนํ ฉพฺพคฺคิเยหิ ภิกฺขูหิ จีวรวิญฺญาปนวตฺถุสฺมึ ‘‘กถญฺหิ นาม ตุเมฺห โมฆปุริสา น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ จีวรํ วิญฺญาเปสฺสถา’’ติ (ปารา. ๕๒๒) ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู ครหิตฺวา อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส ปญฺญตฺตตฺตา ‘‘สาทิตพฺพ’’นฺติ เอตฺถ วิญฺญาเปตพฺพนฺติ อตฺโถ โหติ, เตเนว อิมสฺมึ ปทภาชเน ‘‘ตโต เจ อุตฺตริ สาทิเยยฺยาติ ตตุตฺตริ วิญฺญาเปตี’’ติ (ปารา. ๕๒๔) จ อาปตฺติเภทสนฺทสฺสนฏฺฐาเน ‘‘อญฺญาตเก อญฺญาตกสญฺญี ตตุตฺตริ จีวรํ วิญฺญาเปติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติอาทิวจนโต (ปารา. ๕๒๕) จ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ สิกฺขาปเทเยว ‘‘สาทิตพฺพํ, สาทิเยยฺยา’’ติ จ อุภยตฺถ ‘‘วิญฺญาเปตพฺพํ, วิญฺญาเปยฺยา’’ติ จ กสฺมา น วุตฺตนฺติ? อจฺฉินฺนจีวรภาวํ ญตฺวา อวิญฺญาปิเตปิ อภิหริตฺวา ทิยฺยมานมฺปิ อธิวาเสนฺเตน เอวเมว สาทิตพฺพนฺติ น วุตฺตํ. อิมสฺเสว จ อธิกวิญฺญาปนนิเสธนตฺถํ วทนฺเตนาปิ ‘‘ตญฺเจ อญฺญาตโก คหปติ วา คหปตานี วา พหูหิ จีวเรหิ อภิหฏฺฐุํ ปวาเรยฺย, สนฺตรุตฺตรปรมํ เตน ภิกฺขุนา ตโต จีวรํ สาทิตพฺพ’’นฺติ สาทิตพฺพนิยมปฺปธานํ วุตฺตํ. ตสฺมา อจฺฉินฺนจีวเรน อตฺตนา วา ตํ สนฺธาย อญฺเญน วา วิญฺญาเปนฺเตนปิ อวิญฺญาเปนฺเตปิ ทิยฺยมานํ สาทิยนฺเตนาปิ สนฺตรุตฺตรปรมตํ นาติกฺกมิตพฺพนฺติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท สนฺธาย ภาสิตตฺโถติ สลฺลกฺเขตพฺพนฺติ เอตฺตกํ ญาเปตุํ ‘‘สาทิยนฺตสฺสา’’ติ อวตฺวา ‘‘วิญฺญาเปนฺตสฺสา’’ติ วุตฺตนฺติ อาจริยาภิสนฺธิ เวทิตพฺพา.
๖๔๐. อิทานิ วิญฺญาปเน จ อธิวาสเน จ อุภยตฺเถว นิยมํ ทสฺเสตุํ ‘‘สเจ ตีณิ นฏฺฐานิ โหนฺติ, เทฺว สาทิตพฺพานิ. เทฺว นฏฺฐานิ, เอกํ สาทิตพฺพํ. เอกํ นฏฺฐํ, น กิญฺจิ สาทิตพฺพ’’นฺติ (ปารา. ๕๒๔) ปทภาชเน วุตฺตวินิจฺฉยํ ทสฺเสตุมาห ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิ. ‘‘ยสฺส ตีณิปิ นฏฺฐานิ, เทฺว วา นฏฺฐานิ, เอกํ วา นฏฺฐ’’นฺติ สมฺพนฺธิตฺวา ยถากฺกมํ ‘‘เตน เทฺว สาทิตพฺพานิ, เอกํ สาทิตพฺพํ, น กิญฺจิปิ สาทิตพฺพ’’นฺติ โยชนา กาตพฺพา. ยสฺส ตีณิปิ จีวรานิ นฏฺฐานิ, พหุ จ ทิยฺยติ, เตน เทฺวเยว จีวรานิ สาทิตพฺพานิ. เทฺว จีวรานิ นฏฺฐานิ, เอกํ สาทิตพฺพํ. เอกญฺเจ นฏฺฐํ, น สาทิตพฺพํ, อวสิฏฺฐํ ปจฺฉา ธมฺเมน สเมน ลทฺธนีหาเรน คเหตพฺพนฺติ อตฺโถ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘เสสํ สภาคฏฺฐานโต ปริเยสิสฺสตี’’ติ. ‘‘ภิกฺขุนิยา ปน ปญฺจสุปิ นฏฺเฐสุ เทฺว สาทิตพฺพานิ, จตูสุ นฏฺเฐสุ เอกํ สาทิตพฺพํ, ตีสุ นฏฺเฐสุ กิญฺจิ น สาทิตพฺพ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๒๒-๕๒๔) อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ.
๖๔๑-๒. เสสกํ อาหรนฺตสฺส อนาปตฺตีติ ญาตพฺพนฺติ โยชนา. เอวมุปริปิ โยเชตพฺพํ. จีวรํ โยเชตฺวา อติเรกํ วตฺถํ ปจฺจาหริตฺวา ‘‘ทสฺสามี’’ติ พหุมฺปิ คเหตฺวา คจฺฉนฺตสฺส อนาปตฺตีติ อตฺโถ. อติเรกมฺปิ ตุเมฺหเยว คณฺหถาติ ทินฺนํ คณฺหโตปิ อนาปตฺติ. น อจฺฉินฺนการณา ทินฺเนติ โยชนา, อจฺฉินฺนจีวรภาวํ อนุทฺทิสฺส พหูนํ จีวรานํ คหณนิมิตฺเตนาปิ อนาปตฺตีติ อตฺโถ. เอวเมว ‘‘น นฏฺฐการณา เทนฺตี’’ติ อิทมฺปิ ทสฺสิตเมว. อจฺฉินฺนจีวเร นิสฺสาย ตตุตฺตริจีวรวิญฺญาปนวตฺถุมฺหิ อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส ปญฺญตฺตตฺตา อนาปตฺติวาเร ‘‘อญฺญสฺสตฺถายา’’ติ น คหิตํ.
ตตุตฺตริกถาวณฺณนา.
๖๔๓. กลฺยาณกมฺยตาเหตูติ สุนฺทรสฺส มหคฺฆสฺส กามตํ ปฏิจฺจ จีวเร วิกปฺปนํ อาปชฺเชยฺยาติ โยชนา, ‘‘กีทิเสน เต ภนฺเต จีวเรน อตฺโถ’’ติ ปุพฺเพ อปฺปวาริโต ‘‘อายตํ วา โหตุ วิตฺถตํ วา อปฺปิตํ วา สณฺหํ วา’’ติ (ปารา. ๕๒๙) ปทภาชเน วุตฺตวิสิฏฺฐกปฺปํ อธิกวิธานํ กโรตีติ อตฺโถ. ตสฺส ลาภา นิสฺสคฺคิยํ ภเวติ ตถา อปฺปวาริเตน หุตฺวา กเตน อธิกวิธาเนน นิปฺผนฺนจีวรสฺส ลาภปฺปโยเคน ทุกฺกฏนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยา โหนฺติ.
๖๔๔. มหคฺฆํ …เป… วิญฺญาเปตีติ วีสติอคฺฆนกํ จีวรํ ทาตุกามมฺหิ อุปาสเก, ‘‘อลํ มยฺหํ เอเตน, ทสคฺฆนกํ วา อปฺปคฺฆนกํ วา เทหี’’ติ วทติ.
๖๔๕. ‘‘ญาตเก อญฺญาติสญฺญิสฺสา’’ติ ปทจฺเฉโท.
ปฐโมปกฺขฏกถาวณฺณนา.
๖๔๖. ปฐมสิกฺขาปเท เอเกน อุปาสเกน ปีฬา ลทฺธา, อิธ ทฺวีหีติ เอตฺตกํ นานากรณํ. เสสํ ปฐมสิกฺขาปทสทิสเมวาติ อาห ‘‘ทุติโย…เป… วินิจฺฉโย’’ติ. อุปกฺขฏปเทน ลกฺขิตํ สิกฺขาปทํ อุปกฺขฏํ, ทุติยญฺจ ตํ อุปกฺขฏญฺจาติ ทุติโยปกฺขฏํ, ตสฺมึ ทุติโยปกฺขเฏ. อสฺสาติ ทุติโยปกฺขฏสฺส.
ทุติโยปกฺขฏกถาวณฺณนา.
๖๔๗. รญฺญา วาติ ราชโต วา. ราชโต โภคฺคํ ภุญฺชิตพฺพํ อสฺส อตฺถีติ ‘‘ราชโภคฺโค’’ติ วุตฺโต, ราชโต ภตฺตเวตฺตนลาภิโต ยโต กุโตจิ ทายกา อาภตนฺติ สมฺพนฺโธ. น จ วฏฺฏตีติ เอตฺถ ‘‘นิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยภาวโต’’ติ อชฺฌาหริตพฺพํ. อิธ อุตฺตริกรณียํ ‘‘ติกฺขตฺตุ’’นฺติอาทิคาถาย (วิ. วิ. ๖๗๑) วกฺขติ.
๖๔๘. จีวรเจตาปนฺนวเสน อธิคตรชตาทิ เยน เกนจิ ปริยาเยนาปิ น สาทิตพฺพนฺติ ทสฺเสตุมาห ‘‘รชตํ วา’’ติอาทิ. ธวลสภาวตาย ราชตีติ รชตํ, สชฺฌุ. ชาตํ รูปํ วณฺณายตนเมตสฺสาติ ชาตรูปํ, สุวณฺณํ. กิญฺจีติ อปฺปมตฺตกมฺปิ. อตฺตโน วา อตฺถาย ปรสฺส วา อตฺถาย ทิยฺยมานํ กิญฺจิ คณฺหิตุํ น วฏฺฏตีติ โยชนา.
๖๔๙. อตฺตโน ปฏิคฺคหเณ อาปตฺติยา รูปิยคหณสิกฺขาปเท วกฺขมานตฺตา อญฺญสฺส อตฺถาย คหเณ อาปตฺติทสฺสนตฺถมาห ‘‘อญฺญสฺสตฺถายา’’ติอาทิ. ตตฺถ อญฺญสฺสตฺถายาติ อญฺญสฺส ปุคฺคลสฺส, คณสฺส, สงฺฆสฺส, เจติยสฺส, นวกมฺมสฺส วา อตฺถาย. นิทฺทิฏฺฐนฺติ อาหริตฺวา ‘‘อิมํ คณฺหถา’’ติ วุตฺตํ รชตํ, ชาตรูปํ วา อญฺญํ วา ยํ กิญฺจิ นิสฺสคฺคิยทุกฺกฏวตฺถุํ ปฏิคฺคณฺหโต ตสฺส ภิกฺขุโน ทุกฺกฏํ โหตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตนฺติ โยชนา.
๖๕๐-๑. วุตฺตเมวตฺถํ สรูปโต วิภาเวตุมาห ‘‘เนตฺวา’’ติอาทิ. เนตฺวาติ อาเนตฺวา. อกปฺปิยํ ภณฺฑนฺติ ‘‘รชตํ ชาตรูปํ วา’’ติ ยถาวุตฺตเมว อกปฺปิยภณฺฑํ. อิตฺถนฺติ วกฺขมานปฺปกาเรน. น จ วฏฺฏตีติ เอตฺถ จ-กาเรน วฏฺฏติ จาติ อนุญฺญาตํ กตนฺติ. ยถาห อฏฺฐกถายํ –
‘‘สเจ ปน ‘นยิทํ ภิกฺขูนํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’ติ ปฏิกฺขิตฺเต ‘วฑฺฒกีนํ วา กมฺมกรานํ วา หตฺเถ ภวิสฺสติ, เกวลํ ตุเมฺห สุกตทุกฺกฏํ ชานาถา’ติ วตฺวา เตสํ หตฺเถ ทตฺวา ปกฺกมติ, วฏฺฏติ. อถาปิ ‘มม มนุสฺสานํ หตฺเถ ภวิสฺสติ, มยฺหเมว วา หตฺเถ ภวิสฺสติ, เกวลํ ตุเมฺห ยํ ยสฺส ทาตพฺพํ, ตทตฺถาย เปเสยฺยาถา’ติ วทติ, เอวมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙).
๖๕๒. วิหารสฺสาติ เอตฺถ ‘‘นวกมฺมสฺสา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙) อฏฺฐกถายํ วุตฺตตฺตา วตฺตพฺพํ คาถาพนฺธวเสน น วุตฺตํ.
๖๕๔. รชตํ ชาตรูปํ วา สงฺฆสฺสาติ เอตฺถ ‘‘จตฺตาโร ปจฺจเย ปริภุญฺชถาติ ทินฺน’’นฺติ เสโส. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘สเจ ปน โกจิ พหุมฺปิ หิรญฺญสุวณฺณํ อาเนตฺวา ‘อิทํ สงฺฆสฺส ทมฺมิ, จตฺตาโร ปจฺจเย ปริภุญฺชถา’ติ วทติ, ตํ เจ สงฺโฆ สมฺปฏิจฺฉติ, ปฏิคฺคหเณปิ ปริโภเคปิ อาปตฺตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙). เอวํ อาภตํ ตสฺมึ สงฺเฆ โย โกจิ ภิกฺขุ ‘‘นยิทํ กปฺปตี’’ติ สเจ ปฏิกฺขิปติ, ‘‘อยํ สงฺฆสฺส ลาภนฺตรายํ กโรตี’’ติ วทนฺตสฺเสว อาปตฺติ โหติ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘โย หิ ตํ โจเทติ, เสฺวว สาปตฺติโก โหติ, เตน ปน เอเกน พหู อนาปตฺติกา กตา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙). อิธ เสฺวว สาปตฺติโกติ เอตฺถ ‘‘ทุกฺกฏาปตฺติโกติ วุตฺตํ โหตี’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ. อิมิสฺสา คาถาย ‘‘สงฺฆสฺสา’’ติ อลิขิตฺวา ‘‘ภิกฺขุโน’’ติ จ ลิขนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. อิทานิ ทสฺสิตอฏฺฐกถาปาเฐ ‘‘สงฺโฆ สมฺปฏิจฺฉตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙) วุตฺตตฺตา ‘‘สงฺฆสฺสา’’ติ ปาโฐ สุนฺทโร.
๖๕๕. ตฬากสฺสาติ วาปิยา. สสฺสุปฺปตฺตินิทานโต ตฬากํ เขตฺตํ, ตโต ตสฺส คหณํ วา ปริโภโค วา น จ วฏฺฏตีติ โยชนา. ตฬากสฺส จาติ เอตฺถ จ-กาเรน เขตฺตวตฺถุ สงฺคหิตํ. น จ วฏฺฏตีติ เอตฺถ จกาเรน วฏฺฏติ จาติ ทสฺสิตํ โหติ.
๖๕๖. ตํ กตมนฺติ อาห ‘‘จตฺตาโร’’ติอาทิ. สพฺพมฺปีติ ตฬากโปกฺขรณิเขตฺตาทิ สพฺพมฺปิ.
๖๕๘-๙. อปริจฺฉินฺนภาคสฺมินฺติ ‘‘อิมสฺมึ ภูมิภาเค กตสฺส กมฺเมหิ เอตฺตโก ภาโค เทยฺโย’’ติ เอวํ ปุพฺเพ อนิยมิตอาเย ภูมิภาเค. อกตปุพฺพํ นวสสฺสํ นาม. เอตฺตกํ ภาคํ เทถาติ เอตฺตกํ กหาปณภาคํ เทถ. อุฏฺฐาเปตีติ อุปฺปาเทติ.
‘‘กสถ วปถา’’ติ อกปฺปิยํ วาจํ วตฺวาติ โยชนา. วปถาติ จาติ เอตฺถ จ-สทฺโท อิธ อวุตฺตํ ตํกตฺตุโยคกาเล วุจฺจมานํ อกปฺปิยวจนนฺตรํ สมุจฺจิโนติ. อุปฺปาทิตญฺจาติ เอตฺถ จ-สทฺโท กหาปณํ สมุจฺจิโนติ. สพฺพนฺติ ตถา อุปฺปาทิตกหาปณญฺจ เอวํ อกปฺปิยโวหาเรน อุปฺปาทิตญฺจาติ สพฺพํ.
๖๖๐. กสถาทิกํ วจนํ อวตฺวา ‘‘เอตฺติกาย ภูมิยา เอตฺตโก นาม ภาโค’’ติ ภูมึ โย จ ปติฏฺฐาเปติ, ตสฺเสเวตมกปฺปิยนฺติ วกฺขมาเนน โยเชตพฺพํ. จ-สทฺโท ‘‘โย ปนา’’ติ วกฺขมานปุคฺคลนฺตราเปกฺโข.
๖๖๑-๒. ภูมิยา สยเมว ปมาณสฺส ชานนตฺถํ ตูติ โยชนา, ‘‘เอตฺตเก ภูมิภาเค อเมฺหหิ สสฺสํ กตํ, เอตฺตกํ นาม ภาคํ คณฺหถา’’ติ กสเกหิ วุตฺเต เตสํ วจนํ อสทฺทหิตฺวา สยเมว เขตฺตภูมิยา ปมาณํ ญาตุกามตายาติ อตฺโถ. ตุ-สทฺโท อิมเมว วิเสสํ โชเตติ. โย ปน มินาติ, ตสฺเสเวตมกปฺปิยนฺติ วกฺขมาเนน โยเชตพฺพํ. รชฺชุยาปิ จ ทณฺเฑนาติ เอตฺถ ปาเทนาปิ มินิตุํ น วฏฺฏตีติ วทนฺติ. ‘‘รกฺขตี’’ติอาทิกิริยาปเทหิปิ เอวเมว โยเชตพฺพํ.
ขเล ฐตฺวา รกฺขตีติ ธญฺญกรเณ ฐตฺวา อญฺเญ คณฺหิตุํ อทตฺวา ปาเลติ. กถํ รกฺขิตุํ วฏฺฏติ, กถํ รกฺขิตุํ น วฏฺฏตีติ? ตํ ปน วีหึ ‘‘อิทํ วา เอตฺตกํ วา มา คณฺห, อิทํ คเหตุํ น ลพฺภตี’’ติ วา ‘‘อิโต อปเนหิ, อิธ ปุญฺชํ กโรหี’’ติ วา เอวมาทินา ปโยเคน เจ รกฺขติ, ตํ อกปฺปิยํ. สเจ ‘‘มยิ ฐิเต รกฺขิตํ โหตี’’ติ รกฺขติ, คณฺหนฺเต วา ปสฺสิตฺวา ‘‘กึ กโรถา’’ติ ภณติ, วฏฺฏติ. รูปิยปฏิคฺคหณสิกฺขาปเท ทฺวารํ ปิทหิตฺวา รกฺขนฺเตน วสิตพฺพนฺติ หิ วุตฺตนฺติ คณฺฐิปเท วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. อญฺญสฺมิมฺปิ คณฺฐิปเท วุตฺตํ ‘‘เถเนตฺวา คณฺหนฺเต สติ เอตํ โภ ปวตฺตึ ภิกฺขุสงฺฆสฺส กึ อาโรเจสฺสามีติ ปฏิปุจฺฉิตุํ วฏฺฏตีติ วทนฺตี’’ติ. นีหราเปตีติ เอตฺถาปิ สเจ ปริยาเยน วทติ, วฏฺฏตีติ วทนฺติ. ตสฺเสเวตมกปฺปิยนฺติ อิทํ เขตฺตมินนาทึ กโรนฺเตน ลทฺธพฺพโต อญฺญสฺส อภินวุปฺปาทิตสฺส อภาวา อญฺเญสํ วฏฺฏตีติ ทฺวีสุ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ.
๖๖๓. ‘‘เอตฺตเกหิ วีหีหิ อิทํ อาหรถา’’ติ วุตฺตา สเจ อาหรนฺตีติ โยชนา. เอตฺถ ‘‘ตสฺเสเวตมกปฺปิย’’นฺติ อิทํ ธญฺญสฺส วิจาริตตฺตา วุตฺตํ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘ตสฺเสว อกปฺปิยํ. กสฺมา? ธญฺญสฺส วิจาริตตฺตา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙).
๖๖๔. หิรญฺเญนาติ กหาปเณน. ‘‘ตมกปฺปิย’’นฺติ อิทํ กหาปณานํ วิจาริตตฺตา วุตฺตํ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘สพฺเพสํ อกปฺปิยํ. กสฺมา? กหาปณานํ วิจาริตตฺตา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙).
๖๖๕. เปสการกทาสํ วาติ เปสการกสงฺขาตํ ทาสํ วา, เปสกาโร ตนฺตวาโย. อารามิกานํ นาเมน เทนฺเตติ ‘‘อารามิกํ ทมฺมิ, เวยฺยาวจฺจกรํ ทมฺมี’’ติอาทินา นเยน เทนฺเต.
๖๖๖. ขีรํ ทธิ ตกฺกํ สปฺปิ นวนีตนฺติ ปญฺจโครสา.
๖๖๗. อชิกาทีสูติ อาทิ-สทฺเทน มหิสํ สงฺคณฺหาติ.
๖๖๙. ปฏิสิทฺเธปีติ ปฏิกฺขิตฺเตปิ. มูลํ ทตฺวาติ กปฺปิยภณฺฑมูลํ ทตฺวา. กุกฺกุฏาทโย ปน ‘‘สุเขน วสนฺตู’’ติ อรญฺเญเยว วิสฺสชฺเชตพฺพํ. ยถาห อฏฺฐกถายํ ‘‘กุกฺกุฏสูกเร ‘สุขํ ชีวนฺตู’ติ อรญฺเญ วิสฺสชฺเชตุํ วฏฺฏตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙). สูกรมยูราทีสุปิ ลทฺเธสุ เตสํ อนุรูเปเยว วิสเย วิสฺสชฺเชตพฺพา.
๖๗๑. ‘‘ติกฺขตฺตุ’’นฺติอาทิคาถาย โก สมฺพนฺโธ? ‘‘รญฺญา วา ราชโภคฺเคนา’’ติอาทิคาถาย สงฺคหิตนเยน ราชราชามจฺจพฺราหฺมณคหปตาทีสุ เยน เกนจิ อตฺตนา วา จีวรเจตาปนฺเนน จีวรํ เจตาเปตฺวา ‘‘อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวเรน อจฺฉาเทหี’’ติ วตฺวา ตํ จีวรเจตาปนฺนสงฺขาตํ จีวรมูลํ ทตฺวา ปหิตทูเตน วา ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อิทํ โข ภนฺเต อายสฺมนฺตํ อุทฺทิสฺส จีวรเจตาปนฺนํ อาภตํ, ปฏิคฺคณฺหาตุ อายสฺมา จีวรเจตาปนฺน’’นฺติ ยทิ วุจฺเจยฺย, ภิกฺขุนา ‘‘น โข มยํ อาวุโส จีวรเจตาปนฺนํ ปฏิคฺคณฺหาม, จีวรญฺจ โข มยํ ปฏิคฺคณฺหาม กาเลน กปฺปิย’’นฺติ วุตฺเต สเจ เตน ‘‘อตฺถิ ปนายสฺมโต โกจิ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ วุตฺเต จีวรตฺถิเกน ภิกฺขุนา ‘‘เอโส โข อาวุโส ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ อารามิเก วา อุปาสเก วา ทสฺสิเต ยทิ โส ตสฺส อตฺตนา อาหริตฺวา ‘‘อิมสฺส ภิกฺขุโน จีวเรน อตฺเถ สติ อิมินา จีวรํ เจตาเปตฺวา อจฺฉาเทหี’’ติ วตฺวา ตํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ยํ โข ภนฺเต อายสฺมา เวยฺยาวจฺจกรํ นิทฺทิสิ, สญฺญตฺโต โส มยา, อุปสงฺกมตุ อายสฺมา กาเลน, จีวเรน ตํ อจฺฉาเทสฺสตี’’ติ ยทิ วเทยฺย, เตน จีวรตฺถิเกน ภิกฺขุนา กึ กาตพฺพนฺติ ภควตา วุตฺตนฺติ อาหาติ อยมิมิสฺสา คาถาย สมฺพนฺโธ.