กถินเภทํ
กถินอตฺถตาทิวณฺณนา
๔๐๔. กถิเน อนาคตวเสนาติ อุทกาหรณาทิปโยเค อุปฺปนฺเน ปจฺฉา โธวนาทิปุพฺพกรณสฺส อุปฺปตฺติโต ตปฺปโยคสฺส อนาคตวเสเนว อนนฺตรปจฺจโย. ปจฺจยตฺตญฺจสฺส การิยภูตสฺส ยสฺมา นิปฺผาเทตพฺพตํ นิสฺสาย ปจฺจยา ปวตฺตา, น วินา เตน, ตสฺมา เตน ปริยาเยน วุตฺตํ, น สภาวโต สพฺพตฺถ. เตนาห ‘‘ปโยคสฺส หี’’ติอาทิ. ตตฺถ ปโยคสฺส สตฺตวิธมฺปิ ปุพฺพกรณํ ปจฺจโย โหตีติ สมฺพนฺโธ. การณมาห ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิ. ปุพฺพกรณสฺสตฺถายาติ ปุพฺพกรณสฺส นิปฺผาทนตฺถาย. ปุเรชาตปจฺจเยติ ปุเรชาตปจฺจยสฺส วิสเย. เอสาติ ปโยโค. โธวนาทิธมฺเมสุ เอกมฺปิ อตฺตโน ปุเรชาตปจฺจยภูตํ ธมฺมํ น ลภติ, อตฺตโน อุปฺปตฺติโต ปุเรชาตสฺส ปุพฺพกรณสฺส อภาวาติ อตฺโถ. ลภตีติ ปจฺฉาชาตปจฺจยํ ปุพฺพกรณํ ลภติ, ปจฺฉาชาตปจฺจโย โหตีติ อตฺโถ.
ปาฬิยํ ปนฺนรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ เอตฺถ ปุพฺพกรณสฺสาติ วา ปโยคสฺสาติ วา อญฺญสฺส กสฺสจิ ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส อปรามฏฺฐตฺตา ปนฺนรส ธมฺมา สยํ อญฺญมญฺญสหชาตปจฺจเยน ปจฺจโยติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ, เตหิ สห อุปฺปชฺชนกสฺส อญฺญสฺส อภาวา. เอวํ อุปริ สพฺพตฺถ. เตนาห ‘‘สหชาตปจฺจยํ ปนา’’ติอาทิ. มาติกา จ ปลิโพธา จาติ เอตฺถ จ-สทฺเทน ปญฺจานิสํสานิ คหิตานีติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวํ มาติกานญฺจ ปลิโพธานญฺจาติ เอตฺถาปิ. เตหิปิ อตฺโถ อนนฺตรเมว มาติกาทีหิ สห ชายนฺติ. เตเนว ‘‘ปนฺนรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ วุตฺตา. อาสาติ จีวราสา. วตฺถูติ อาสาย นิมิตฺตภูตํ อนุปฺปนฺนจีวรํ. ‘‘ทสฺสาม กริสฺสามา’’ติ หิ ทายเกหิ ปฏิญฺญาตจีวรํ นิสฺสาย อนนฺตรํ อุปฺปชฺชมานา จีวราสา อนนฺตรปจฺจยาทิภาเวน วุตฺตา. อาสานญฺจ อนาสานญฺจาติ ลพฺภมานกจีวเร อุปฺปชฺชนกจีวราสานญฺเจว อลพฺภมาเน จีวเร อุปฺปชฺชนกอนาสานญฺจ, อาสานํ, ตพฺพิคมานญฺจาติ อตฺโถ. ขเณ ขเณ อุปฺปตฺติเภทํ สนฺธาย ‘‘อาสาน’’นฺติ พหุวจนํ กตํ, อาสาย, อนาสาย จาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อาสา จ อนาสา จา’’ติ.
กถินอตฺถตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปุพฺพกรณนิทานาทิวิภาควณฺณนา
๔๐๖-๗. ฉ จีวรานีติ โขมาทีสุ ฉสุ อญฺญตรํ สนฺธาย วุตฺตํ. สพฺพสงฺคาหิกวเสน ปน ‘‘จีวรานี’’ติ พหุวจนํ กตํ. ปาฬิยํ ปเนตฺถ วตฺถุ, อาสา จ อนาสา จาติอาทีสุ อตฺถเต กถิเน อานิสํสวเสน อุปฺปชฺชนกปจฺจาสาจีวรํ ‘‘วตฺถู’’ติ วุตฺตํ. กถินจีวรํ เหตุปจฺจย-สทฺเทหิ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
๔๐๘. ปจฺจุทฺธาโร ตีหิ ธมฺเมหีติอาทิ กถินตฺถารตฺถาย ติจีวรโต อญฺญํ วสฺสิกสาฏิกาทึ ปจฺจุทฺธริตุํ, อธิฏฺฐหิตฺวา อตฺถริตุญฺจ น วฏฺฏตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘วจีเภเทนา’’ติ เอเตน เกวลํ กาเยน กถินตฺถาโร น รุหตีติ ทสฺเสติ.
ปุพฺพกรณนิทานาทิวิภาควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
กถินาทิชานิตพฺพวิภาควณฺณนา
๔๑๒. เยสุ รูปาทิธมฺเมสูติ ‘‘ปุริมวสฺสํวุตฺถา ภิกฺขู, ปญฺจหิ อนูโน สงฺโฆ, จีวรมาโส, ธมฺเมน สเมน สมุปฺปนฺนํ จีวร’’นฺติ เอวมาทีสุ เยสุ รูปารูปธมฺเมสุ. สตีติ สนฺเตสุ. มิสฺสีภาโวติ สํสคฺคตา สมูหปญฺญตฺติมตฺตํ. เตนาห ‘‘น ปรมตฺถโต เอโก ธมฺโม อตฺถี’’ติ.
๔๑๖. เอกโต อุปฺปชฺชนฺตีติ กถินุทฺธาเรน สห อุปฺปชฺชมานารหา โหนฺตีติ อตฺโถ. กถินตฺถารโต หิ ปภุติ สพฺเพ กถินุทฺธารา ตํ ตํ การณนฺตรมาคมฺม อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺมา สพฺเพ เอกุปฺปาทา นาม ชาตา. เตสุ อนฺตรุพฺภารสหุพฺภารา เทฺว เอว ตํ วิหารํ อนตฺถตกถินวิหารสทิสํ กโรนฺตา สยํ สกเลน กถินตฺถาเรน สห นิรุชฺฌนฺติ อุทฺธารภาวํ ปาปุณนฺติ. อวเสสา ปน ตํ ตํ ปาฏิปุคฺคลิกเมว กถินตฺถารํ ทฺวินฺนํ ปลิโพธานํ อุปจฺฉินฺทนวเสน นิโรเธนฺตา สยํ อุทฺธารภาวํ ปาปุณนฺติ, น สกลํ กถินตฺถารํ. กถินุทฺธารานญฺจ นิโรโธ นาม ตํ ตํ การณมาคมฺม อุทฺธารภาวปฺปตฺติ, เอวญฺจ อุปฺปตฺติ นาม กถินุทฺธาโร เอว. เตนาห ‘‘สพฺเพปิ อตฺถาเรน สทฺธึ เอกโต อุปฺปชฺชนฺตี’’ติอาทิ. ตตฺถ ปุริมา เทฺวติ ‘‘เอกุปฺปาทา เอกนิโรธา’’ติ ปาฬิยํ ปฐมํ วุตฺตา อนฺตรุพฺภารสหุพฺภารา เทฺว. เตสูติ ปกฺกมนนฺติกาทีสุ. อุทฺธารภาวํ ปตฺเตสูติ อุทฺธารภาวปฺปตฺติสงฺขาตนิโรธํ ปตฺเตสูติ อตฺโถ. อตฺถาโร ติฏฺฐตีติ กตจีวรํ อาทาย ปกฺกนฺตาทิปุคฺคลํ ฐเปตฺวา ตทวเสสานํ ปลิโพธสพฺภาวโต กถินตฺถาโร ติฏฺฐติ.
กถินาทิชานิตพฺพวิภาควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปญฺญตฺติวคฺควณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.