๑. โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๔๔. ตติยวคฺคสฺส ปฐเม ติรจฺฉานภูตนฺติ ติโรกรณภูตํ, พาหิรภูตนฺติ อตฺโถ. สมิทฺโธติ ปริปุณฺโณ. สหิตตฺโถ อตฺถยุตฺโต. อตฺถคมฺภีรตาทินา คมฺภีโร.
๑๔๕-๑๔๗. ปรโตติ อุตฺตริ. กโรนฺโตวาติ ปริพาหิเร กโรนฺโต. วิภงฺเคติ ฌานวิภงฺเค. จรณนฺติ นิพฺพานคมนาย ปาทํ.
ยทสฺสาติ ยํ อสฺส. ธาเรตีติ อวินสฺสมานํ ธาเรติ. ปริกถนตฺถนฺติ ปกิณฺณกกถาวเสน ปริจฺฉินฺนธมฺมกถนตฺถํ. ติสฺโส อนุโมทนาติ สงฺฆภตฺตาทีสุ ทานานิสํสปฺปฏิสํยุตฺตา นิธิกุณฺฑสุตฺตาทิ (ขุ. ปา. ๘.๑ อาทโย) -อนุโมทนา, เคหปฺปเวสมงฺคลาทีสุ มงฺคลสุตฺตาทิ (ขุ. ปา. ๕.๑ อาทโย; สุ. นิ. มงฺคลสุตฺต) -อนุโมทนา, มตกภตฺตาทิอมงฺคเลสุ ติโรกุฏฺฏาทิ (ขุ. ปา. ๗.๑ อาทโย; เป. ว. ๑๔ อาทโย) -อนุโมทนาติ อิมา ติสฺโส อนุโมทนา. กมฺมากมฺมวินิจฺฉโยติ ปริวาราวสาเน กมฺมวคฺเค (ปริ. ๔๘๒ อาทโย) วุตฺตวินิจฺฉโย. สมาธิวเสนาติ สมถปุพฺพกวเสน. วิปสฺสนาวเสน วาติ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิอาทิกาย สุกฺขวิปสฺสนาย วเสน. อตฺตโน สีลรกฺขณตฺถํ อปรานเปกฺขตาย เยน กามํ คนฺตุํ จตสฺโส ทิสา อรหติ, อสฺส วา สนฺติ, ตาสุ วา สาธูติ จาตุทฺทิโส.
อภิวินเยติ ปาติโมกฺขสํวรสงฺขาเต สํวรวินเย, ตปฺปกาสเก วา วินยปิฏเก. วิเนตุนฺติ สิกฺขาเปตุํ ปกาเสตุํ. ปคุณา วาจุคฺคตาติ ปาฐโต จ อตฺถโต จ ปคุณา มุเข สนฺนิธาปนวเสน วาจุคฺคตา กาตพฺพา. อตฺถมตฺตวเสนเปตฺถ โยชนํ กโรนฺติ. อภิธมฺเมติ ลกฺขณรสาทิวเสน ปริจฺฉินฺเน นามรูปธมฺเม. ปุพฺเพ กิร มหาเถรา ปริยตฺติอนนฺตรธานาย เอเกกสฺส คณสฺส ทีฆนิกายาทิเอเกกธมฺมโกฏฺฐาสํ นิยฺยาเตนฺตา ‘‘ตุเมฺห เอตํ ปาฬิโต จ อฏฺฐกถาโต จ ปริหรถ, สกฺโกนฺตา อุตฺตริปิ อุคฺคณฺหถา’’ติ เอวํ สกลธมฺมํ คนฺถวเสน นิยฺยาเตนฺติ, ตตฺถ เต จ ภิกฺขู คนฺถนาเมน ทีฆภาณกา มชฺฌิมภาณกาติ โวหรียนฺติ, เต จ อตฺตโน ภารภูตํ โกฏฺฐาสํ ปริจฺจชิตฺวา อญฺญํ อุคฺคเหตุํ น ลภนฺติ. ตํ สนฺธายาห ‘‘สเจ มชฺฌิมภาณโก โหตี’’ติอาทิ.
ตตฺถ เหฏฺฐิมา วา ตโย วคฺคาติ มหาวคฺคโต เหฏฺฐิมา สคาถกวคฺโค (สํ. นิ. ๑.๑ อาทโย), นิทานวคฺโค (สํ. นิ. ๒.๑ อาทโย), ขนฺธวคฺโคติ (สํ. นิ. ๓.๑ อาทิโย) อิเม ตโย วคฺคา. ติกนิปาตโต ปฏฺฐาย เหฏฺฐาติ เอกกนิปาตทุกนิปาเต สนฺธาย วุตฺตํ. ธมฺมปทมฺปิ สห วตฺถุนา ชาตกภาณเกน อตฺตโน ชาตเกน สทฺธึ อุคฺคเหตพฺพํ. ตโต โอรํ น วฏฺฏตีติ มหาปจฺจริวาทสฺส อธิปฺปาโย. ตโต ตโตติ ทีฆนิกายาทิโต. อุจฺจินิตฺวา อุคฺคหิตํ สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา, ภิกฺขุโนปิ ปุพฺพาปรานุสนฺธิอาทิกุสลตาย จ น โหตีติ ‘‘ตํ น วฏฺฏตี’’ติ ปฏิกฺขิตฺตํ. อภิธมฺเม กิญฺจิ อุคฺคเหตพฺพนฺติ น วุตฺตนฺติ เอตฺถ ยสฺมา วินเย กุสลตฺติกาทิวิภาโค, สุตฺตนฺเตสุ สมถวิปสฺสนามคฺโค จ อภิธมฺมปาฐํ วินา น วิญฺญายติ, อนฺธกาเร ปวิฏฺฐกาโล วิย โหติ, ตสฺมา สุตฺตวินยานํ คหณวเสน อภิธมฺมคฺคหณํ วุตฺตเมวาติ วิสุํ น วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ยถา ‘‘โภชนํ ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘พฺยญฺชนํ ขาทิตพฺพ’’นฺติ อวุตฺตมฺปิ วุตฺตเมว โหติ ตทวินาภาวโต, เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ.
ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนายาติ ปริมณฺฑลานิ ปริปุณฺณานิ ปเทสุ สิถิลธนิตาทิพฺยญฺชนานิ ยสฺสํ, ตาย. ปุรสฺส เอสาติ โปรี, นครวาสีนํ กถาติ อตฺโถ. อเนลคฬายาติ เอตฺถ เอลาติ เขฬํ ตคฺคฬนวิรหิตาย. กลฺยาณวากฺกรโณติ เอตฺถ วาจา เอว วากฺกรณํ, อุทาหรณโฆโส. กลฺยาณํ มธุรํ วากฺกรณมสฺสาติ กลฺยาณวากฺกรโณ. อุปสมฺปนฺนาย เมถุเนเนว อภพฺโพ โหติ, น สิกฺขมานาสามเณรีสูติ อาห ‘‘ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺคํ วา’’ติอาทิ.
๑๔๘. ครุเกหีติ ครุกภณฺเฑหิ. เอกโตอุปสมฺปนฺนายาติ อุปโยคตฺเถ ภุมฺมวจนํ. ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนา นาม ปริวตฺตลิงฺคา วา ปญฺจสตสากิยานิโย วา. เอตา ปน เอกโตอุปสมฺปนฺนา โอวทนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมว.
๑๔๙. น นิมนฺติตา หุตฺวา คนฺตุกามาติ นิมนฺติตา หุตฺวา โภชนปริโยสาเน คนฺตุกามา น โหนฺติ, ตตฺเถว วสิตุกามา โหนฺตีติ อตฺโถ. ยโตติ ภิกฺขุนุปสฺสยโต. ยาจิตฺวาติ ‘‘ตุเมฺหหิ อานีตโอวาเทเนว มยมฺปิ วสิสฺสามา’’ติ ยาจิตฺวา. ตตฺถาติ ตสฺมึ ภิกฺขุนุปสฺสเย. อภิกฺขุกาวาเส วสฺสํ วสนฺติยา ปาจิตฺติยํ, อปคจฺฉนฺติยา ทุกฺกฏํ.
อิมาสุ กตราปตฺติ ปริหริตพฺพาติ โจทนํ ปริหรนฺโต อาห ‘‘สา รกฺขิตพฺพา’’ติ. สา วสฺสานุคมนมูลิกา อาปตฺติ รกฺขิตพฺพา, อิตราย อนาปตฺติการณํ อตฺถีติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘อาปทาสุ หี’’ติอาทิ.
โอวาทตฺถายาติ โอวาเท ยาจนตฺถาย. เทฺว ติสฺโสติ ทฺวีหิ ตีหิ, กรณตฺเถ เจตํ ปจฺจตฺตวจนํ. ปาสาทิเกนาติ ปสาทชนเกน กายกมฺมาทินา. สมฺปาเทตูติ ติวิธํ สิกฺขํ สมฺปาเทตุ. อสมฺมตตา, ภิกฺขุนิยา ปริปุณฺณูปสมฺปนฺนตา, โอวาทวเสน อฏฺฐครุธมฺมทานนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
โอวาทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.