๘. ปฐมทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๘๐. อฏฺฐเม ปากาเรน จ ปริกฺขิตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. โคปุรฏฺฏาลกยุตฺตนฺติ เอตฺถ ปากาเรสุ ยุทฺธตฺถาย กโต วงฺกสณฺฐาโน สรกฺเขปฉิทฺทสหิโต ปติสฺสยวิเสโส อฏฺฏาลโก นาม.
โสฬสวิธสฺสาติ จตูหิ มคฺเคหิ ปจฺเจกํ จตูสุ สจฺเจสุ กตฺตพฺพสฺส ปริญฺญาปหานสจฺฉิกิริยาภาวนาสงฺขาตสฺส โสฬสวิธสฺส. เต คารเวนาติ เต กิลนฺตรูปา ภิกฺขู ภตฺตุทฺเทสกฏฺฐาเน สนฺนิปติตานํ ภิกฺขูนํ ปุรโต อตฺตโน กิลนฺตสรีรํ ทสฺเสตฺวา อุทฺทิสาปเน คารเวน, ลชฺชายาติ อตฺโถ. เตรสปีติ ภตฺตุทฺเทสกเสนาสนคาหาปกภณฺฑาคาริกจีวรปฏิคฺคาหกจีวรภาชกยาคุภาชกผลภาชกขชฺชภาชกอปฺปมตฺตกวิสฺสชฺชกสาฏิยคาหาปกปตฺตคาหาปกอารามิกเปสกสามเณรเปสกสมฺมุตีนํ วเสน เตรสปิ.
ปาฬิยํ ‘‘อปิสู’’ติ อิทํ ‘‘อปิจา’’ติ อิมินา สมานตฺโถ นิปาโต. เอวํ สพฺพปเทสูติ ปีฐาทีสุ เสนาสนสาธารเณสุ, กติกสณฺฐานปเวสนิกฺขมนกาลาทีสุ ปน วิสุํ วิสุํ อธิฏฺฐหิตฺวา กถาเปตีติ เวทิตพฺพํ. อยญฺหิ นิมฺมิตานํ ธมฺมตาติ อนิยเมตฺวา นิมฺมิตานํ วเสน วุตฺตํ, นิยเมตฺวา ปน ‘‘เอตฺตกา อิทญฺจิทญฺจ กเถนฺตุ, เอตฺตกา ตุณฺหี ภวนฺตุ, นานาปฺปการํ อิริยาปถํ, กิริยญฺจ กปฺเปนฺตุ, นานาวณฺณสณฺฐานวโยนิยมา จ โหนฺตู’’ติ ปริกมฺมํ กตฺวา สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย อธิฏฺฐิเต อิจฺฉิติจฺฉิตปฺปการา อญฺญมญฺญมฺปิ วิสทิสาว โหนฺติ. อวตฺถุกวจนนฺติ นิรตฺถกวจนํ.
๓๘๓. เอกจาริกภตฺตนฺติ อติมนาปตฺตา สพฺเพสมฺปิ ปฏิลาภตฺถาย วิสุํ ฐิติกาย ปาเปตพฺพภตฺตํ. ตทฺธิตโวหาเรนาติ จตฺตาริ ปมาณมสฺส จตุกฺกนฺติ เอวํ ตทฺธิตโวหาเรน. ภโวติ ภวิตพฺโพ. อตีตํ ทิวสภาคนฺติ ตสฺมิญฺเญว ทิวเส สลากทานกฺขณํ สนฺธาย วุตฺตํ. หิยฺโยติ อิมสฺส อชฺช อิจฺเจว อตฺโถ. เตเนวาหํสุ ‘‘เสฺว อเมฺห’’ติอาทิ. ปธูปายนฺตาติ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโกธวเสน ปธูปายนฺตา. ปาฬิยํ กิสฺส มนฺติ เกน การเณน มยาติ อตฺโถ.
๓๘๔. ‘‘สรสิ ตฺว’’นฺติ อิทํ เอกํ วากฺยํ กตฺวา, ‘‘กตฺตา’’ติ อิทญฺจ กตฺตริ ริตุปจฺจยนฺตํ กตฺวา, ‘‘อสี’’ติ อชฺฌาหารปเทน สห เอกวากฺยํ กตฺวา, ‘‘เอวรูป’’นฺติ อิทํ, ‘‘ยถายํ ภิกฺขุนี อาหา’’ติ อิทญฺจ ทฺวีสุ วาเกฺยสุ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. อุชุกเมวาติ ตฺวา-ปจฺจยนฺตวเสน ปฐมํ อตฺถคฺคหณํ อุชุกนฺติ อธิปฺปาโย.
ทุติโย ทพฺพ-สทฺโท ปณฺฑิตาทิวจโนติ อาห ‘‘น โข ทพฺพ ทพฺพา ปณฺฑิตา’’ติ. นิพฺเพเฐนฺตีติ โทสโต โมเจนฺติ. วินยลกฺขเณ ตนฺตินฺติ วินยวินิจฺฉยลกฺขณวิสเย อาคมํ ฐเปนฺโต. ปาฬิยํ ยโต อหนฺติอาทีสุ ยสฺมึ กาเล อหํ ชาโต, ตโต ปภุติ สุปินนฺเตนปิ เมถุนํ ธมฺมํ นาภิชานามิ, น จ ตสฺส เมถุนธมฺมสฺส ปฏิเสวิตา อโหสินฺติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตนาห ‘‘สุปินนฺเตนปี’’ติอาทิ. อิทานิ เอกวากฺยวเสน โยชนํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น ฆฏตีติ ยสฺมา ขีณาสวสฺส วจเนน เอติสฺสา วจนํ น สเมติ, ตญฺจ น ฆฏนํ ยสฺมา ปุพฺเพ ภิกฺขูสุ ปสิทฺธาย เอว อจฺจนฺตทุสฺสีลตาย เอว อโหสิ, ตสฺมา เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถาติ อธิปฺปาโย.
จร ปิเรติ จร คจฺฉ ปิเร ปร อมามก ตฺวํ. วินสฺสาติ อทสฺสนํ คจฺฉ. อการิกาติ อมูลเกน โจทนาย น การิกา. การโก โหตีติ ‘‘อยฺเยนมฺหิ ทูสิตา’’ติ อิมาย ปฏิญฺญาย ยทิ นาสิตา, ตทา เถโร ภิกฺขุนีทูสกตฺตสิทฺธิโต ตสฺส โทสสฺส การโก โหติ. อการโก โหตีติ ตาย กตปฏิญฺญํ อนเปกฺขิตฺวา สามญฺญโต ‘‘เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถา’’ติ ภควตา วุตฺตตฺตา อการโก โหติ. ยทิ หิ เถโร การโก ภเวยฺย, อวสฺสํ ตเมว โทสํ อปทิสิตฺวา อิมินา นาม การเณน ‘‘เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถา’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, ตถา อวุตฺตตฺตา, ‘‘ทพฺพญฺจ อนุยุญฺชถา’’ติ อวตฺวา ‘‘อิเม จ ภิกฺขู อนุยุญฺชถา’’ติ วุตฺตตฺตา จ สามตฺถิยโต เมตฺติยาย ภิกฺขุนิยา อญฺเญน โทเสน นาสนารหตา, วตฺถุสฺส จ อมูลกภาโว, เถรสฺส อการกภาโว จ สิทฺโธ โหตีติ อธิปฺปาโย.
อตฺตโน สุตฺตนฺติ ‘‘สกาย ปฏิญฺญายา’’ติ อิมินา ปกฺเขปวจเนน สหิตํ กูฏสุตฺตํ. เถโร การโก โหตีติ เอตฺถ อยมธิปฺปาโย – ‘‘สกาย ปฏิญฺญายา’’ติ อวตฺวา สามญฺญโต ‘‘เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถา’’ติ โอติณฺณวตฺถุสฺมึเยว ตสฺสา นาสนา วิหิตาติ ตุมฺหากํ วาเท เถโร การโก โหติ, ‘‘สกาย ปฏิญฺญายา’’ติ ปน วุตฺเต ปุพฺเพเยว สิทฺธสฺส ปาราชิกสฺส สุจิกาย อสฺสา สกาย ปฏิญฺญาย นาเสถาติ สิชฺฌนโต อมฺหากํ วาเท เถโร อการโก โหตีติ. มหาวิหารวาสีนมฺปิ ปน ‘‘สกาย ปฏิญฺญายา’’ติ วุตฺเต โอติณฺณวตฺถุสฺมึเยว ตสฺสา นาสนา วิหิตา โหติ, น สามญฺญโตติ อธิปฺปาโย. เอตฺถาติ อิเมสุ ทฺวีสุ วาเทสุ, สุตฺเตสุ วา. ยํ ปจฺฉา วุตฺตนฺติ มหาวิหารวาสีหิ ยํ วุตฺตํ, ตํ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. วิจาริตํ เหตนฺติ เอตํ ปจฺฉิมสฺส ยุตฺตตฺตํ วิจาริตํ, ‘‘ตตฺร สงฺฆาทิเสโส วุฏฺฐานคามินี…เป… อสุทฺธตาเยว นาเสสี’’ติ วกฺขมานนเยน วินิจฺฉิตนฺติ อตฺโถ. ‘‘ภิกฺขุนึ อนุทฺธํเสติ ทุกฺกฏ’’นฺติ อิมินา มหาอฏฺฐกถาวาโท ทสฺสิโต.
ตตฺราติ เตสุ ทุกฺกฏปาจิตฺติเยสุ. ทุกฺกฏนฺติ วุตฺตมหาอฏฺฐกถาวาทสฺส อธิปฺปายํ ทสฺเสตฺวา ‘‘ปาจิตฺติย’’นฺติ ปวตฺตสฺส กุรุนฺทิวาทสฺส อธิปฺปายํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปจฺฉิมนเยปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วจนปฺปมาณโตติ วิสํวาทนาธิปฺปาเย สมาเนปิ อนุทฺธํสนาทิวิเสเส สงฺฆาทิเสสาทิโน วิธายกวจนพเลนาติ อตฺโถ. ภิกฺขุสฺส ปน ภิกฺขุนิยา ทุกฺกฏนฺติ ภิกฺขุนึ อนุทฺธํเสนฺตสฺส ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ.
เอวํ ทฺวีสุปิ อฏฺฐกถาวจเนสุ อธิปฺปายํ วิภาเวตฺวา อิทานิ ปจฺฉิเม ปาจิตฺติยวาเท โทสํ ทสฺเสตฺวา ปุริมทุกฺกฏวาทเมว ปติฏฺฐาเปตุํ ‘‘ตตฺร ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วิสุนฺติ สมฺปชานมุสาวาเท ปาจิตฺติยโต (ปาจิ. ๑) วิสุํ ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ, ตตฺถ อนนฺโตคธภาวาติ อธิปฺปาโย. ตสฺมาติ ยสฺมา อมูลกานุทฺธํสเน วิสุญฺเญว ปาจิตฺติยํ ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา ปุริมนโยติ ทุกฺกฏวาโท. เอวํ อนฺตรา ปวิฏฺฐํ ทุกฺกฏปาจิตฺติยวาทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปากฏเมว อตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘ตถา ภิกฺขุนี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ตถาติ ยถา ภิกฺขุสฺส ภิกฺขุํ, ภิกฺขุนิญฺจ อนุทฺธํเสนฺตสฺส สงฺฆาทิเสสทุกฺกฏานิ วุตฺตานิ, ตถาติ อตฺโถ. เอเตหิ นาสนา นตฺถีติ สามญฺญโต วุตฺตํ, ทุกฺกเฏน อิมิสฺสา ปน นาสนา นตฺถีติ อธิปฺปาโย. ทุสฺสีลาติ ปาราชิกา.
๓๘๖. อาการนานตฺเตนาติ ทูสิตาการสฺส, ทูสกาการสฺส จ นานตฺเตน. อนภิรทฺโธติ อตุฏฺโฐ. เตนาห ‘‘น สุขิโต’’ติ. น ปสาทิโตติ อนุปฺปาทิตปฺปสาโท. ขีล-สทฺโท ถทฺธภาววจโน, กจวรปริยาโย จ โหตีติ อาห ‘‘จิตฺต…เป… ขีล’’นฺติ. นปฺปตีโตติ ปีติสุขาทีหิ น อภิคโต น อุปคโต. เตนาห ‘‘น อภิสโฏ’’ติ.
เยน ทุฏฺโฐติ จ กุปิโตติ จ วุตฺโตติ เอตฺถ เยน ทุฏฺโฐติ จ วุตฺโต เยน กุปิโตติ จ วุตฺโต, ตํ มาติกายญฺจ ปทภาชเน (ปารา. ๓๘๖) จ วุตฺตํ อุภยมฺเปตนฺติ โยเชตพฺพํ. ทฺวีหีติ ‘‘เตน จ โกเปน, เตน จ โทเสนา’’ติ วุตฺตโกปโทสปเทหิ ทฺวีหิ, อตฺถโต ปน ทฺวีหิปิ โทโสว ทสฺสิโตติ อาห ‘‘สงฺขารกฺขนฺธเมว ทสฺเสตี’’ติ. ยายาติ อนตฺตมนตาย.
น จุทิตกวเสนาติ ยทิ จุทิตกวเสนาปิ อมูลกํ อธิปฺเปตํ สิยา, อมูลกํ นาม อนชฺฌาปนฺนนฺติ ปทภาชนํ วเทยฺยาติ อธิปฺปาโย. ยํ ปาราชิกนฺติ ภิกฺขุโน อนุรูเปสุ เอกูนวีสติยา ปาราชิเกสุ อญฺญตรํ. ปทภาชเน (ปารา. ๓๘๖) ปน ภิกฺขุวิภงฺเค อาคตาเนว คเหตฺวา ‘‘จตุนฺนํ อญฺญตเรนา’’ติ วุตฺตํ. เอตํ อิธ อปฺปมาณนฺติ เอตํ อาปนฺนานาปนฺนตํ อิธานุทฺธํสเน อาปตฺติยา อนงฺคํ, อาปตฺตึ ปน อาปนฺเน วา อนาปนฺเน วา ปุคฺคเล ‘‘อนาปนฺโน เอโส สุทฺโธ’’ติ สุทฺธสญฺญาย วา วิมติยา วา จาวนาธิปฺปาโยว อิธ องฺคนฺติ อธิปฺปาโย.
ตเถวาติ ปสาทโสเตน, ทิพฺพโสเตน วาติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. ทิฏฺฐานุสาเรเนว สมุปฺปนฺนา ปริสงฺกาว ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ นาม. เอวํ เสเสสุปิ. ‘‘อทิสฺวา วา’’ติ อิทํ อุกฺกฏฺฐวเสน วุตฺตํ, ทิสฺวา ปกฺกนฺเตสุปิ โทโส นตฺถิเยว. อิเมสนฺติ อิเมหิ. กริสฺสนฺตีติ ตสฺมึ ขเณ อุปฺปชฺชนาการทสฺสนํ, ปจฺฉา ปน เอตฺตเกน กาเลน กตํ วาติ สงฺกาย โจเทติ. น หิ กริสฺสนฺตีติ โจทนา อตฺถิ. ‘‘อริฏฺฐํ ปีต’’นฺติ อิทํ มุเข สุราคนฺธวายนนิมิตฺตทสฺสนํ. อริฏฺฐญฺหิ สุราสทิสวณฺณคนฺธํ กปฺปิยเภสชฺชํ.
ทิฏฺฐํ อตฺถิ สมูลกนฺติอาทีสุ อชฺฌาจารสฺส สมฺภวาสมฺภวานํ มูลามูลภาวทสฺสนํ. อตฺถิ สญฺญาสมูลกนฺติอาทิ ปน ทิฏฺฐสญฺญาย สมฺภวาสมฺภวานํ มูลามูลภาวทสฺสนํ. ทิสฺวาว ทิฏฺฐสญฺญี หุตฺวา โจเทตีติ เอตฺถ ยํ โจเทติ, ตโต อญฺญํ ปุคฺคลํ วีติกฺกมนฺตํ, ปฏิจฺฉนฺโนกาสโต นิกฺขมนฺตํ วา ทิสฺวา ‘‘อยํ โส’’ติ สญฺญาย โจเทนฺโตปิ สงฺคยฺหติ. เอส นโย สุตาทีสุปิ. สมูลเกน วา สญฺญาสมูลเกน วาติ เอตฺถ ปาราชิกมาปนฺนํ ทิฏฺฐาทิมูลเกน จ ‘‘อยํ อาปนฺโน’’ติ อสุทฺธสญฺญาย โจเทนฺโต สมูลเกน โจเทติ นาม. สญฺญาสมูลกตฺเต เอว อนาปตฺติสมฺภวโต อาปนฺเน วา อนาปนฺเน วา ปุคฺคเล อาปนฺนสญฺญี ทิฏฺฐาทีสุ, อทิฏฺฐาทีสุ วา มูเลสุ ทิฏฺฐสุตาทิสญฺญี เตน ทิฏฺฐาทิมูลเกน ตํ ปุคฺคลํ โจเทนฺโต สญฺญาสมูลเกน โจเทติ นาม. อิเมสํ อนาปตฺติ, วุตฺตวิปริยาเยน อาปตฺติวาเร อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
สมีเป ฐตฺวาติ หตฺถวิการวจีโฆสานํ โจทนาวเสน ปวตฺติยมานานํ ทสฺสนสวนูปจาเร ฐตฺวาติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตเร ฐตฺวา’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๓๘๕-๓๘๖) วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ. ปรโต พฺยติเรกโต อนาปตฺตึ ทสฺเสนฺเตน ‘‘ทูตํ วา ปณฺณํ วา สาสนํ วา เปเสตฺวา’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, น ปน ‘‘ทฺวาทสหตฺถํ มุญฺจิตฺวา โจเทนฺตสฺส สีสํ น เอตี’’ติ วุตฺตํ. วาจาย วาจายาติ สกึ อาณตฺตสฺส สกลมฺปิ ทิวสํ วทโต วาจาย วาจาย โจทาปกสฺเสว อาปตฺติ. โสปีติ อาณตฺโตปิ. ตสฺส จ ‘‘มยาปิ ทิฏฺฐ’’นฺติอาทึ อวตฺวาปิ ‘‘อมูลก’’นฺติ สญฺญาย จาวนาธิปฺปาเยน ‘‘ตฺวํ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนสี’’ติ อิทเมว วาจํ ปรสฺส วจนํ วิย อกตฺวา สามญฺญโต วทนฺตสฺสาปิ สงฺฆาทิเสโส เอว. สติปิ ปน อนุทฺธํสนาธิปฺปาเย ‘‘อสุเกน เอวํ วุตฺต’’นฺติ ปเรน วุตฺตเมว วทนฺตสฺส นตฺถิ สงฺฆาทิเสโส. สเจ ปน ปเรน อวุตฺตมฺปิ วุตฺตนฺติ วทติ, อาปตฺติ เอว.
สมฺพหุลา สมฺพหุเล สมฺพหุเลหิ วตฺถูหีติ เอตฺถ สมฺพหุเลติ จุทิตกพหุตฺตนิทฺเทเสน ปุริเมสุ ตีสุ วาเรสุ จุทิตกพหุตฺเตนาปิ วารเภทสพฺภาวํ ญาเปติ. เอกสฺมิญฺหิ จุทิตกวตฺถุโจทกเภเทน อิทํ จตุกฺกํ วุตฺตํ, จุทิตกพหุตฺเตนาปิ จตุกฺกนฺตรํ ลพฺภตีติ อฏฺฐกํ โหติ เอว.
อมูลกโจทนาปสงฺเคน สมูลกโจทนาลกฺขณาทึ ทสฺเสตุํ ‘‘โจเทตุํ ปน โก ลภตี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ภิกฺขุสฺส สุตฺวา โจเทตีติอาทิ สุตฺตํ ยสฺมา เย โจทกสฺส อญฺเญสํ วิปตฺตึ ปกาเสนฺติ, เตปิ ตสฺมึ ขเณ โจทกภาเว ฐตฺวาว ปกาเสนฺติ, เตสญฺจ วจนํ คเหตฺวา อิตโรปิ ยสฺมา โจเทตุญฺจ อสมฺปฏิจฺฉนฺตํ เตหิ ติตฺถิยสาวกปริโยสาเนหิ ปฐมโจทเกหิ สมฺปฏิจฺฉาเปตุญฺจ ลภติ, ตสฺมา อิธ สาวกภาเวน อุทฺธฏนฺติ เวทิตพฺพํ.
ทูตํ วาติอาทีสุ ‘‘ตฺวํ เอวํ คนฺตฺวา โจเทหี’’ติ ทูตํ วา เปเสตฺวา โย โจเทตุํ สกฺโกติ, ตสฺส ปณฺณํ, มูลสาสนํ วา เปเสตฺวา. สมเยนาติ ปกติยา ชานนกฺขเณ.
ครุกานํ ทฺวินฺนนฺติ ปาราชิกสงฺฆาทิเสสานํ. มิจฺฉาทิฏฺฐิ นาม ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทินยปฺปวตฺตา (ม. นิ. ๑.๔๔๕; ๒.๙๔, ๙๕, ๒๒๕; ๓.๙๑, ๑๑๖, ๑๓๖; สํ. นิ. ๓.๒๑๐) ทสวตฺถุกา ทิฏฺฐิ, สสฺสตุจฺเฉทสงฺขาตํ อนฺตํ คณฺหาปกทิฏฺฐิ อนฺตคฺคาหิกา นาม. อาชีวเหตุ ปญฺญตฺตานํ ฉนฺนนฺติ อาชีวเหตุปิ อาปชฺชิตพฺพานํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมปาราชิกํ (ปารา. ๑๙๕), สญฺจริตฺเต (ปารา. ๓๐๑, ๓๐๒) สงฺฆาทิเสโส, ‘‘โย เต วิหาเร วสติ, โส อรหา’’ติ (ปารา. ๒๒๐) ปริยาเยน ถุลฺลจฺจยํ, ภิกฺขุสฺส ปณีตโภชนวิญฺญตฺติยา ปาจิตฺติยํ (ปาจิ. ๒๕๗), ภิกฺขุนิยาปณีตโภชนวิญฺญตฺติยา ปาฏิเทสนียํ (ปาจิ. ๑๒๓๖), สูโปทนวิญฺญตฺติยา (ปาจิ. ๖๑๒-๖๑๓) ทุกฺกฏนฺติ อิเมสํ ปริวาเร (ปริ. ๒๘๗) วุตฺตานํ ฉนฺนํ. น เหตา อาปตฺติโย อาชีวเหตุ เอว ปญฺญตฺตา สญฺจริตฺตาทีนํ อญฺญถาปิ อาปชฺชิตพฺพโต. อาชีวเหตุปิ เอตาสํ อาปชฺชนํ สนฺธาย เอวํ วุตฺตํ, อาชีวเหตุปิ ปญฺญตฺตานนฺติ อตฺโถ. น เกวลญฺจ เอตา เอว, อญฺญาปิ อทินฺนาทานกุลทูสนปาณวธเวชฺชกมฺมาทิวเสน อาชีวเหตุ อาปชฺชิตพฺพาปิ สนฺติ, ตา ปน อาปตฺติสภอาคตาย ปาราชิกาทีสุ ฉสุ เอว สงฺคยฺหนฺตีติ วิสุํ น วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.
เอตฺตาวตา ปน สีสํ น เอตีติ สงฺฆาทิเสสํ สนฺธาย วุตฺตํ, โจทนา ปน กตา เอว โหติ. ตึสานีติ ตึสํ เอเตสมตฺถีติ ตึสานิ, ตึสาธิกานีติ วุตฺตํ โหติ. นวุตานีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
อตฺตาทานํ อาทาตุกาเมนาติ เอตฺถ อตฺตนา อาทาตพฺพโต ทิฏฺฐาทิมูลเกหิ คเหตพฺพโต ปรสฺส วิปฺผนฺทิตุํ อทตฺวา ปคฺคณฺหนโต อตฺตาทานนฺติ โจทนา วุจฺจติ, ตํ อาทาตุกาเมน, โจทนํ กตฺตุกาเมนาติ อตฺโถ.
อุพฺพาหิกายาติ อุพฺพหนฺติ วิโยเชนฺติ เอตาย อลชฺชีนํ ตชฺชนึ วา กลหํ วาติ อุพฺพาหิกา, สงฺฆสมฺมุติ, ตาย. วินิจฺฉินนํ นาม ตาย สมฺมตภิกฺขูหิ วินิจฺฉนนเมว. อลชฺชุสฺสนฺนาย หิ ปริสาย สมถกฺขนฺธเก (จูฬว. ๒๒๗) อาคเตหิ ทสงฺเคหิ สมนฺนาคตา เทฺว ตโย ภิกฺขู ตตฺเถว วุตฺตาย ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย สมฺมนฺนิตพฺพา, เตหิ จ สมฺมเตหิ วิสุํ วา นิสีทิตฺวา, ตสฺสา เอว วา ปริสาย ‘‘อญฺเญหิ น กิญฺจิ กเถตพฺพ’’นฺติ สาเวตฺวา ตํ อธิกรณํ วินิจฺฉิตพฺพํ.
กิมฺหีติ กิสฺมึ วตฺถุสฺมึ, กตรวิปตฺติยนฺติ อตฺโถ. ‘‘กิมฺหิ นํ นามา’’ติ อิทํ ‘‘กตราย วิปตฺติยา เอตํ โจเทสี’’ติ ยาย กายจิ วิญฺญายมานาย ภาสาย วุตฺเตปิ โจทกสฺส วินเย อปกตญฺญุตาย ‘‘สีลาจารทิฏฺฐิอาชีววิปตฺตีสุ กตรายาติ มํ ปุจฺฉตี’’ติ ญาตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ปุจฺฉา, น ปน กิมฺหีติอาทิปทตฺถมตฺตํ อชานนฺตสฺส. น หิ อนุวิชฺชโก โจทกํ พาลํ อปริจิตภาสาย ‘‘กิมฺหิ น’’นฺติ ปุจฺฉติ. ‘‘กิมฺหิ นมฺปิ น ชานาสี’’ติ อิทมฺปิ วจนมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ น โหติ, ‘‘กตรวิปตฺติยา’’ติ วุตฺเต ‘‘อสุกาย วิปตฺติยา’’ติ วตฺตุมฺปิ น ชานาสีติ วจนสฺส อธิปฺปายเมว สนฺธาย วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. เตเนว วกฺขติ ‘‘พาลสฺส ลชฺชิสฺส นโย ทาตพฺโพ’’ติ วตฺวา จ ‘‘กิมฺหิ นํ โจเทสีติ สีลวิปตฺติยา’’ติอาทิ อธิปฺปายปฺปกาสนเมว นยทานํ วุตฺตํ, น ปน กิมฺหิ-นํ-ปทานํ ปริยายมตฺตทสฺสนํ. น หิ พาโล ‘‘กตรวิปตฺติยํ นํ โจเทสี’’ติ อิมสฺส วจนสฺส อตฺเถ ญาเตปิ วิปตฺติปฺปเภทนํ, อตฺตนา โจทิยมานํ วิปตฺติสรูปญฺจ ชานิตุํ สกฺโกติ, ตสฺมา เตเนว อชานเนน อลชฺชี อปสาเทตพฺโพ. ‘‘กิมฺหิ น’’นฺติ อิทมฺปิ อุปลกฺขณมตฺตํ, อญฺเญน วา เยน เกนจิ อากาเรน อวิญฺญุตํ ปกาเสตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺโพว.
‘‘ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหายา’’ติอาทิวจนโต (ปารา. ๓๙; ปริ. ๒) ‘‘อลชฺชีนิคฺคหตฺถาย…เป… ปญฺญตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. เอหิตีติ หิ-กาโร เอตฺถ อาคโม ทฏฺฐพฺโพ, อาคมิสฺสตีติ อตฺโถ. ทิฏฺฐสนฺตาเนนาติ ทิฏฺฐนิยาเมน. อลชฺชิสฺส ปฏิญฺญาย เอว กาตพฺพนฺติ วจนปฏิวจนกฺกเมเนว โทเส อาวิภูเตปิ อลชฺชิสฺส ‘‘อสุทฺโธห’’นฺติ โทสสมฺปฏิจฺฉนปอญฺญาย เอว อาปตฺติยา กาตพฺพนฺติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘อลชฺชิสฺส เอตํ นตฺถีติ สุทฺธปฏิญฺญาย เอว อนาปตฺติยา กาตพฺพนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ สงฺคหิโต’’ติ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ อนุวิชฺชกสฺเสว นิรตฺถกตฺตาปตฺติโต โจทเกเนว อลชฺชิปฏิญฺญาย ฐาตพฺพโต. โทสาปคมปฏิญฺญา เอว หิ อิธ ปฏิญฺญาติ อธิปฺเปตา. เตเนว วกฺขติ ‘‘เอตมฺปิ นตฺถีติ ปฏิญฺญํ น เทตี’’ติอาทิ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๘๕-๓๘๖).
ตทตฺถทีปนตฺถนฺติ อลชฺชิสฺส โทเส อาวิภูเตปิ ตสฺส โทสาปคมปฏิญฺญาย เอว กาตพฺพตาทีปนตฺถํ. วิวาทวตฺถุสงฺขาเต อตฺเถ ปจฺจตฺถิกา อตฺถปจฺจตฺถิกา. สญฺญํ ทตฺวาติ เนสํ กถาปจฺเฉทตฺถํ, อภิมุขกรณตฺถญฺจ สทฺทํ กตฺวา. วินิจฺฉินิตุํ อนนุจฺฉวิโกติ ‘‘อสุทฺโธ’’ติ สญฺญาย โจทกปกฺเข ปวิฏฺฐตฺตา อนุวิชฺชกภาวโต พหิภูตตฺตา อนุวิชฺชิตุํ อสกฺกุเณยฺยตํ สนฺธาย วุตฺตํ. สนฺเทเห เอว หิ สติ อนุวิชฺชิตุํ สกฺกา, อสุทฺธทิฏฺฐิยา ปน สติ จุทิตเกน วุตฺตํ สพฺพํ อสจฺจโตปิ ปฏิภาติ, กถํ ตตฺถ อนุวิชฺชนา สิยาติ.
‘‘ตถา นาสิตโกว ภวิสฺสตี’’ติ อิมินา วินิจฺฉยํ อทตฺวา สงฺฆโต วิโยชนํ นาม ลิงฺคนาสนา วิย อยมฺปิ เอโก นาสนปฺปกาโรติ ทสฺเสติ. วิรทฺธํ โหตีติ สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ สหสา อาปนฺโน โหติ. ‘‘อาทิโต ปฏฺฐาย อลชฺชี นาม นตฺถี’’ติ อิทํ ‘‘ปกฺขานุรกฺขณตฺถาย ปฏิญฺญํ น เทตี’’ติ อิมสฺส อลชฺชิลกฺขณสมฺภวสฺส การณวจนํ. ปฏิจฺฉาทิตกาลโต ปฏฺฐาย อลชฺชี นาม เอว, ปุริโม ลชฺชิภาโว น รกฺขตีติ อตฺโถ. ปฏิญฺญํ น เทตีติ สเจ มยา กตโทสํ วกฺขามิ, มยฺหํ อนุวตฺตกา ภิชฺชิสฺสนฺตีติ ปฏิญฺญํ น เทติ. ฐาเน น ติฏฺฐตีติ ลชฺชิฏฺฐาเน น ติฏฺฐติ, กายวาจาสุ วีติกฺกโม โหติ เอวาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘วินิจฺฉโย น ทาตพฺโพ’’ติ, ปุพฺเพ ปกฺขิกานํ ปฏิญฺญาย วูปสมิตสฺสาปิ อธิกรณสฺส ทุวูปสนฺตตาย อยมฺปิ ตถา นาสิตโกว ภวิสฺสตีติ อธิปฺปาโย.
จุทิตกโจทเกสุ ปฏิปตฺตึ ญตฺวาติ ‘‘ตุเมฺห อมฺหากํ วินิจฺฉเยน ตุฏฺฐา ภวิสฺสถา’’ติอาทินา วุตฺตํ จุทิตกโจทเกสุ อนุวิชฺชเกน ปฏิปชฺชิตพฺพกมฺมํ ญตฺวา. วินิจฺฉโย มชฺเฌติ อาปตฺตีติ วา อนาปตฺตีติ วา วินิจฺฉยปริโยสานอนุวิชฺชนานํ มชฺฌํ นามาติ อตฺโถ.
อมูลกมฺปิ สมูลกํ กตฺวา วทนฺตีติ อาห ‘‘เทฺว มูลานี’’ติ. กาเลน วกฺขามีติอาทีสุ โอกาสํ การาเปตฺวา วทนฺโต กาเลน วทติ นาม. สลากคฺคยาคุอคฺคภิกฺขาจารฏฺฐานาทีสุ โจเทนฺโต อกาเลน วทติ นาม. โทสโต วุฏฺฐาเปตุกามตาย วทนฺโต อตฺถสํหิเตน วทติ นาม. โทสนฺตโรติ โทสจิตฺโต. ปนฺนรสสุ ธมฺเมสูติ ‘‘ปริสุทฺธกายสมอาจารตา, ตถา วจีสมาจารตา, สพฺรหฺมจารีสุ เมตฺตจิตฺตตา, พหุสฺสุตตา, อุภินฺนํ ปาติโมกฺขานํ สฺวาคตาทิตา, กาเลน วกฺขามี’’ติอาทินา (ปริ. ๓๖๒) วุตฺตปญฺจธมฺมา จ การุญฺญตา, หิเตสิตา, อนุกมฺปตา, อาปตฺติวุฏฺฐานตา, วินยปุเรกฺขารตาติ (จูฬว. ๔๐๑) อิเมสุ ปนฺนรสสุ. ตตฺถ ‘‘การุญฺญตา’’ติ อิมินา กรุณา ทสฺสิตา. หิเตสิตาติ หิตคเวสนตา. อนุกมฺปตาติ เตน หิเตน สํโยชนตา, อิเมหิ ทฺวีหิปิ เมตฺตา ทสฺสิตา. อาปตฺติวุฏฺฐานตาติ สุทฺธนฺเต ปติฏฺฐาปนตา. วตฺถุํ โจเทตฺวา สาเรตฺวา ปฏิญฺญํ อาโรเปตฺวา ยถาปฏิญฺญาย กมฺมกรณํ วินยปุเรกฺขารตา นาม.
อธิกรณฏฺเฐนาติ อธิกาตพฺพฏฺเฐน, สมเถหิ วูปสเมตพฺพฏฺเฐนาติ อตฺโถ. ตํ นานตฺตํ ทสฺเสตุนฺติ อิธ อนธิปฺเปตมฺปิ อตฺถุทฺธารวเสน ตํ นานตฺตํ ทสฺเสตุนฺติ อธิปฺปาโย. เตเนว วกฺขติ ‘‘เสสานิ อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตานี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๘๕-๓๘๖). ยํ อธิกิจฺจาติอาทินา อธิกรณสทฺทสฺส กมฺมสาธนตา วุตฺตา.
คาหนฺติ ‘‘อสุกํ โจเทสฺสามี’’ติ มนสา โจทนาการสฺส คหณํ. เจตนนฺติ ‘‘โจเทสฺสามี’’ติ อุปฺปนฺนจิตฺตพฺยาปารสงฺขาตํ จิตฺตกมฺมํ. อกฺขนฺตินฺติ จุทิตกสฺส วิปตฺตึ ทิสฺวา อุปฺปนฺนํ โกธํ อสหนํ, ตถา ปวตฺตํ วา ยํ กิญฺจิ จิตฺตเจตสิกราสึ. โวหารนฺติ โจทนาวสปฺปวตฺตวจนํ. ปณฺณตฺตินฺติ โจทนาวสปฺปวตฺตํ มนสา ปริกปฺปิตํ นามปณฺณตฺตึ. อตฺตาทานํ คเหตฺวาติ โจทนํ มนสา คเหตฺวา. ตํ อธิกรณนฺติ ตํ คาหลกฺขณํ อธิกรณํ. นิรุชฺฌติ เจตนาย ขณิกตฺตา, สา จ สมถปฺปตฺตา โหตีติ เอวเมตฺถ อนิฏฺฐปฺปสงฺโค เวทิตพฺโพ. เอวํ อุปริปิ ‘‘ตุณฺหี โหตี’’ติ อิมินา โวหารวจนสฺส นิโรธํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ตํ อธิกรณํ สมถปฺปตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติ. ‘‘ตสฺมา ปณฺณตฺติ อธิกรณ’’นฺติ อฏฺฐกถาสุ กตสนฺนิฏฺฐานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺสาปิ เอกจฺเจหิ ปฏิกฺขิตฺตภาวํ ทสฺเสตฺวา ปุน ตมฺปิ ปฏิเสเธตฺวา อฏฺฐกถาสุ วุตฺตปณฺณตฺติยา เอว อธิกรณตํ สมตฺเถตุํ ‘‘ตํ ปเนต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ตํ ปเนตนฺติ ปณฺณตฺติ อธิกรณนฺติ เอตํ คหณํ วิรุชฺฌตีติ สมฺพนฺโธ. ปาราชิกาทิอาปตฺติ เอกนฺตอกุสลสภาวา วา อพฺยากตสภาวา วา โหตีติ สญฺญาย ‘‘เมถุนธมฺมปาราชิกาปตฺตี’’ติอาทิกํ สุตฺตํ ปณฺณตฺติอธิกรณวาเทน วิรุชฺฌตีติ ทสฺเสตุํ อุทฺธฏํ. เตนาห ‘‘น หิ เต…เป… อจฺจนฺตอกุสลตฺตา’’ติอาทิ. เตติ อฏฺฐกถาจริยา.
อมูลกญฺเจว ตํ อธิกรณนฺติ เอตฺถ อมูลกปาราชิกเมว อธิกรณ-สทฺเทน อธิปฺเปตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยญฺเจต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมา ปนาติอาทิ ปน อิธาธิปฺเปตาย อมูลกปาราชิกาปตฺติยา เอว ปณฺณตฺติภาโว ยุชฺชตีติ ทสฺเสตุํ อารทฺธํ. ตตฺถ ยาย ปณฺณตฺติยาติ สภาวโต ปริสุทฺเธปิ ปุคฺคเล ‘‘ปาราชิโก’’ติอาทินา โจทเกน ปวตฺติตํ นามปณฺณตฺตึ สนฺธาย วทติ. ปญฺญตฺโตติ กถิโต. อธิกรเณ ปวตฺตตฺตาติ อวิชฺชมาเนปิ มนสา อาโรปิตมตฺเต อาปตฺตาธิกรเณ วาจกภาเวน ปวตฺตตฺตา.
เอวํ นามปณฺณตฺติวเสน อิมสฺมึ สิกฺขาปเท อาปตฺตาธิกรณสฺส ปญฺญตฺติภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อตฺถปณฺณตฺติวเสนาปิ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมา วาย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปญฺญตฺติมตฺตเมวาติ อวิชฺชมานสฺส วิชฺชมานากาเรน มนสา อาโรปิตอตฺถปณฺณตฺติมตฺตเมวาติ อตฺโถ. ตญฺจ โข อิเธวาติ ตญฺจ ยถาวุตฺตปริยาเยน ปณฺณตฺติยา อธิกรณตฺตํ อิเธว อิมสฺมึ เอว สิกฺขาปเท. เอเกติ เกจิ. ตํ น ยุตฺตนฺติ ยํ เอกจฺเจหิ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ, อธิกรณสฺส ปณฺณตฺติภาวํ นิเสเธตฺวา กุสลาทิปรมตฺถภาวํ สาเธตุํ ‘‘ตํ ปเนตํ เมถุนธมฺมปาราชิกาปตฺตี’’ติอาทินา ปปญฺจโต ทสฺสิโต, ตํ น ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ การณมาห ‘‘อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติอาทินา, เตน จ ตสฺมึ วาเท ยทิ อาปตฺติ นาม อกุสลา วา อพฺยากตา วา ภเวยฺย, กถํ อาทิกมฺมิกสฺส อนาปตฺติ ภเวยฺย? ตสฺสาปิ อกุสลาทีนํ อุปฺปนฺนตฺตา ภควโต สิกฺขาปทปญฺญตฺติโต ปฏฺฐาย ยาว อาปตฺตีติปิ น สกฺกา วตฺตุํ, เมถุนาทีสุ อกุสลาทีนํ สิกฺขาปทปญฺญตฺติโต ปุพฺเพปิ สมุปฺปตฺติโต. ตโต เอว อนุปสมฺปนฺนานมฺปิ อาปตฺติปฺปสงฺโค, คิลานาทีนํ อุปฺปนฺนตฺตา อนุปญฺญตฺติยาปิ อนาปตฺติอภาวปฺปสงฺโค จ สิยา. อถ มตํ ‘‘น เกวลํ อกุสลาทิ เอว, อถ โข ภควตา ปฏิกฺขิตฺตภาวํ ชานนฺตสฺส สมุปฺปชฺชมานา เอว อกุสลาทโย อาปตฺตี’’ติ, ตมฺปิ อสารํ, สิกฺขาปทปญฺญตฺตึ อชานิตฺวา วีติกฺกมนฺตสฺส เมถุนาทีสุ อนาปตฺติปฺปสงฺคโต, อกุสลาทิสภาวาย จ อาปตฺติยา เอกปโยคาทีสุ เอกตฺตาทิปิ น สิยา. น หิ สกลมฺปิ ทิวสํ อิตฺถึ กายโต อโมเจตฺวา ผุสนฺตสฺส เอกเมวากุสลํ อุปฺปชฺชติ, พหู วา อิตฺถิโย ผุสิตฺวา อปคจฺฉนฺตสฺส พหูนิ, เยนาปตฺติยา เอกตฺตํ, พหุตฺตํ วา สิยาติ เอวมาทิกํ อยุตฺตึ สงฺคเหตฺวา ทสฺสิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ วตฺถุญฺจาติ วีติกฺกโม. ตญฺหิ อาปตฺติสมฺมุติปญฺญาปนสฺส โอกาสฏฺเฐน ‘‘วตฺถู’’ติ วุจฺจติ. โคตฺตนฺติ อทินฺนาทานาทิโต พุทฺธิสทฺทนิวตฺตนฏฺเฐน ปริกปฺปิตสามญฺญากาโร โคตฺตํ. นามนฺติ อวิชฺชมานนามปญฺญตฺติ. ตสฺส ปน ปาราชิกนฺติ นามสฺส อตฺถภูตา อาปตฺติ อตฺถปญฺญตฺติ เอวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ ปน ‘‘วิวาทาธิกรณํ สิยา กุสล’’นฺติอาทิ (จูฬว. ๒๒๐; ปริ. ๓๐๓), ‘‘อาปตฺตาธิกรณํ สิยา อกุสล’’นฺติอาทิ (จูฬว. ๒๒๒) จ สุตฺตํ เตหิ สมุทฺธฏํ, ตมฺปิ น วิวาทาทีนํ กุสลาทิภาวสฺส ปริยายเทสิตตฺตาติ ยํ เอตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานาทิวณฺณนาย สารตฺถทีปนิยํ วิรทฺธฏฺฐานโสธนตฺถํ วิตฺถารโต วุตฺตนฺติ ตตฺเถว ตํ คเหตพฺพํ, สารตฺถทีปนีการกสฺส อกุสลาทิรูปาว อาปตฺตีติ ลทฺธิ, เตเนว โส อิธาปิ ‘‘ตสฺมา ปณฺณตฺติอธิกรณนฺติ อฏฺฐกถาสุ กตสนฺนิฏฺฐานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตมฺปิ น ยุตฺตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘ตํ ปเนต’นฺติอาทิมาหา’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๓๘๕-๓๘๖) เอวํ อตฺตโน ลทฺธึ อฏฺฐกถาจริยสฺสปิ ลทฺธึ กตฺวา คนฺถวิโรธมฺปิ อโนโลเกตฺวา ทสฺเสสิ. น เหตฺถ พุทฺธโฆสาจริโย อฏฺฐกถาวาทํ อยุตฺตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ ปเนต’’นฺติอาทิมารภิ ‘‘ปณฺณตฺติมตฺตเมว อาปตฺตาธิกรณนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ สยเมว อุปริ กถนโต, อถ โข ทุลฺลทฺธิกานํ เอกจฺจานํ ตตฺถ วิปฺปฏิปตฺตึ ทสฺเสตฺวา ปุน ตํ ปฏิเสเธตุกาโม อารภิ, เตเนว อนฺเต ‘‘เอเก’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. วิวาทาทีนํ กุสลาทิกตฺเต ตํสมถานมฺปิ ตพฺภาโว อาปชฺชติ ปรมตฺเถสุ ปณฺณตฺติยา สมถาโยคาติ อาห ‘‘กุสลาทิสมเถหี’’ติ. ปญฺญตฺติสภาวานเมว จตุนฺนํ อธิกรณานํ สมเถหิ อธิกรณียตา, น ปน กุสลาทิปรมตฺถรูปานํ เตสํ เตสํ ขณิกตาย สยเมว สมถปฺปตฺติโตติ เหฏฺฐา สมตฺถิตมตฺถํ นิคมนวเสน ทสฺเสนฺเตน ‘‘อิติ อิมินา อธิกรณฏฺเฐนา’’ติ วุตฺตํ, ตสฺส ยถาวุตฺตนเยน สมเถหิ อธิกรณียตายาติ อตฺโถ. ‘‘อิเธกจฺโจ’’ติ อิมินา อิธาธิปฺเปตํ วิวาทํ นิวตฺเตติ.
อนุวาโทติ วิปตฺตีหิ อุปวทนา เจว โจทนา จ. ตตฺถ อุปวทนา นาม ครหา, อกฺโกโส จ. ปญฺจปีติ มาติกาปริยาปนฺนาปตฺติโย สนฺธาย วุตฺตํ. กิจฺจยตาติ กตฺตพฺพตา. สปทานุกฺกมนิทฺเทสสฺสาติ เอตฺถ ปทานุกฺกมนิทฺเทโสติ ปทภาชนํ วุจฺจติ, เตน สหิตสฺส สิกฺขาปทสฺสาติ อตฺโถ.
๓๘๗. อสฺสาติ กตฺตุอตฺเถ สามิวจนนฺติ อาห ‘‘เอเตน โจทเกนา’’ติอาทิ. ทิฏฺฐมูลเก ปนาติ ‘‘ทิฏฺฐสฺส โหติ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต’’ติอาทิ (ปารา. ๓๘๗) ปาฬิวารํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺถ อิตฺถิยา สทฺธึ รโหนิสชฺชาทิทสฺสนมตฺตวเสน ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ปุคฺคโล เตน ทิฏฺโฐ, น ปน มคฺเคน มคฺคปฺปฏิปาทนาทิทสฺสนวเสน. ยทิ หิ เตน โส ตถา ทิฏฺโฐ ภเวยฺย, อสุทฺธสญฺญี เอวายํ ตสฺมึ ปุคฺคเล สิยา, อสุทฺธสญฺญาย จ สุทฺธํ วา อสุทฺธํ วา โจเทนฺตสฺส สงฺฆาทิเสโส น สิยา ‘‘อนาปตฺติ สุทฺเธ อสุทฺธทิฏฺฐิสฺส, อสุทฺเธ อสุทฺธทิฏฺฐิสฺสา’’ติอาทิวจนโต (ปารา. ๓๙๐). ตสฺมา อิตฺถิยา สทฺธึ รโหนิสชฺชาทิมตฺตเมว ทิสฺวาปิ ‘‘สทฺโธ กุลปุตฺโต, นายํ ปาราชิกํ อาปชฺชตี’’ติ ตสฺมึ สุทฺธสญฺญิสฺส วา เวมติกสฺส วา ‘‘สุโต มยา ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต’’ติอาทินา นิยเมตฺวา โจเทนฺตสฺเสว สงฺฆาทิเสโส, น อสุทฺธสญฺญิสฺส, ตสฺส ปน ทิฏฺฐํ สุตนฺติ มุสาวาทาทิปจฺจยา ลหุกาปตฺติ เอวาติ เวทิตพฺพํ. ยทิ ปน โส ตสฺมึ สุทฺธทิฏฺฐิจาวนาธิปฺปาโยปิ ทิฏฺฐํ รโหนิสชฺชาทิมตฺตเมว วทติ, อทิฏฺฐํ ปน มคฺเคนมคฺคปฺปฏิปาทนาทิปาราชิกวตฺถุํ วา ‘‘อสฺสมโณสี’’ติอาทิกํ วา น วทติ, ตสฺส อนาปตฺติ. อธิกํ วทนฺตสฺส ปน อาปตฺติเยว ‘‘อทิฏฺฐํ ทิฏฺฐ’’นฺติ (ปารา. ๓๘๖-๓๘๗) วุตฺตตฺตา. โย ปน ทิฏฺเฐน รโหนิสชฺชาทินา ปฐมปาราชิเกน อสุทฺธสญฺญี หุตฺวา จาวนาธิปฺปาโย อทินฺนาทานํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ‘‘ทิฏฺโฐ’’ติ วา ‘‘สุโต’’ติ วา อาทึ วทติ, ตสฺสาปิ น สงฺฆาทิเสโส อสุทฺเธ อสุทฺธทิฏฺฐิตายาติ เกจิ วทนฺติ. อญฺเญ ปน ‘‘เยน ปาราชิเกน โจเทติ, เตน สุทฺธสญฺญาภาวา อาปตฺติเยวา’’ติ วทนฺติ, อิทํ ยุตฺตํ. ตถา หิ วุตฺตํ มาติกาฏฺฐกถายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. ทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘เยน ปาราชิเกน โจเทติ, ตํ ‘อยํ อนชฺฌาปนฺโน’ติ ญตฺวา จาวนาธิปฺปาเยน…เป… สงฺฆาทิเสโส’’ติ. อิมินา นเยน สุตาทิมูลเกสุปิ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. อญฺญตฺร อาคเตสูติ โอมสวาทาทีสุ อาคเตสุ. อวสฺสุโตติ ตีหิปิ ทฺวาเรหิ ปาราชิกวตฺถุภูตทุจฺจริตานุวสฺสเนน ตินฺโต. กสมฺพุชาโตติ กจวรภูโต, นิสฺสาโรติ อตฺโถ.
โกณฺโฐติ โจโร, ทุสฺสีโลติ อตฺโถ. เชฏฺฐพฺพติโกติ กาฬกณฺณิเทวีวเต นิยุตฺโต ติตฺถิโยติ วทติ, สา กิร กาฬกณฺณิสิริเทวิยา เชฏฺฐาติ วุตฺตา. ยทคฺเคนาติ เยน การเณน, ยตฺตเกนาติ อตฺโถ. ตทคฺเคนาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. โน กปฺเปตีติอาทิ เวมติกภาวทีปนตฺถเมว วุตฺตนฺติ มหาปทุมตฺเถรสฺส อธิปฺปาโย.
๓๘๙. เอตฺถาติ โจทนายํ. ตชฺชนียาทิกมฺมํ กริสฺสามีติอาปตฺติยา โจเทนฺตสฺส อธิปฺปาโย กมฺมาธิปฺปาโย นาม. ปริวาสทานาทิกฺกเมน อาปตฺติโต วุฏฺฐาเปตุํ อาปตฺติยา โจเทนฺตสฺส อธิปฺปาโย วุฏฺฐานาธิปฺปาโย. อุโปสถํ, ปวารณํ วา สงฺเฆ กาตุํ อทานตฺถาย อาปตฺติยา โจทยโต อธิปฺปาโย อุโปสถปวารณฏฺฐปนาธิปฺปาโย. อสมฺมุขา…เป… ทุกฺกฏนฺติ อนุทฺธํเสนฺตสฺสปิ อกฺโกสนฺตสฺสปิ ทุกฺกฏํ.
สพฺพตฺเถวาติ สพฺพาสุ อฏฺฐกถาสุ. อุโปสถปวารณานํ ญตฺติกมฺมภาวโต ญตฺติยา วตฺตมานาย เอว อุโปสถปวารณฏฺฐปนํ โหติ, น นิฏฺฐิตาย, สา จ ยฺย-กาเร ปตฺเต นิฏฺฐิตา นาม โหตีติ อาห ‘‘ยฺย-กาเร ปตฺเต น ลพฺภตี’’ติ.
อนุปาสโกติ อุปาสโกปิ โส ภิกฺขุ น โหติ สรณคมนสฺสาปิ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺตาติ วทนฺติ. ‘‘อโนทิสฺส ธมฺมํ กเถนฺตสฺสา’’ติ อิมินา โอทิสฺส กเถนฺเตน โอกาสํ กาเรตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. อาปตฺตึ เทเสตฺวาติ โอกาสาการาปนาปตฺตึ เทเสตฺวา. ยํ โจเทติ, ตสฺส อุปสมฺปนฺโนติ สงฺขฺยุปคมนํ, ตสฺมึ สุทฺธสญฺญิตา เวมติกตา วา, เยน ปาราชิเกน โจเทติ, ตสฺส ทิฏฺฐาทิวเสน อมูลกตา, จาวนาธิปฺปาเยน ‘‘ตฺวํ ปาราชิโก’’ติอาทินา นิยเมตฺวา สมฺมุขา โจทนา โจทาปนา, ตสฺส ตงฺขณวิชานนนฺติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ.
ปฐมทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.