เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา

เสยฺยถิทนฺติ ตํ กตมํ, ตํ กถนฺติ วา อตฺโถ. อนิยมนิทฺเทสวจนนฺติ อตฺตโน อตฺถํ สรูเปน นิยเมตฺวา นิทฺทิสตีติ นิยมนิทฺเทโส, น นิยมนิทฺเทโส อนิยมนิทฺเทโส. โสว วุจฺจเต อเนนาติ วจนนฺติ อนิยมนิทฺเทสวจนํ. ตสฺสาติ เตนาติปทสฺส. ปริวิตกฺโกติ ‘‘กตเมสานํ โข พุทฺธานํ ภควนฺตานํ พฺรหฺมจริยํ น จิรฏฺฐิติกํ อโหสี’’ติอาทินา (ปารา. ๑๘) ปวตฺโต. ปุพฺเพ วา ปจฺฉา วาติ เตนาติปทโต เหฏฺฐา วุตฺตปาเฐ วา อุปริ วกฺขมานปาเฐ วาติ อตฺโถ. อตฺถโต สิทฺเธนาติ สามตฺถิยโต สิทฺเธน. ตตฺริทํ มุขมตฺตนิทสฺสนนฺติ ตสฺสา ยถาวุตฺตยุตฺติยา ปริทีปเน อิทํ อุปายมตฺตนิทสฺสนํ. มุขํ ทฺวารํ อุปาโยติ หิ อตฺถโต เอกํ.

สมยสทฺโท ทิสฺสตีติ สมฺพนฺโธ. อสฺสาติ สมยสทฺทสฺส สมวาโย อตฺโถติ สมฺพนฺโธ. กาลญฺจ สมยญฺจ อุปาทายาติ เอตฺถ กาโล นาม อุปสงฺกมนสฺส ยุตฺตกาโล, สมโย นาม สรีรพลาทิการณสมวาโย, เต อุปาทาย ปฏิจฺจาติ อตฺโถ. ขโณติ โอกาโส. พุทฺธุปฺปาทาทโย หิ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส โอกาโส. โส เอว สมโย. เตเนว ‘‘เอโกวา’’ติ วุตฺตํ. มหาสมโยติ มหาสมูโห. ปวนสฺมินฺติ วนสณฺเฑ. สมโยปิ โข เต ภทฺทาลีติ เอตฺถ สมโยติ สิกฺขาปทาวิลงฺฆนสฺส เหตุ, โก โส? อตฺตโน วิปฺปฏิปตฺติยา ภควโต ชานนํ, โส สมยสงฺขาโต เหตุ ตสฺสา อปฺปฏิวิทฺโธติ อตฺโถ. ภควาติอาทิ ตสฺส ปฏิวิชฺฌนาการทสฺสนํ. อุคฺคหมาโนติ กิญฺจิ กิญฺจิ อุคฺคเหตุํ สมตฺถตาย อุคฺคหมาโน, สุมนปริพฺพาชกสฺเสเวตํ นามํ. สมยํ ทิฏฺฐึ ปวทนฺติ เอตฺถาติ สมยปฺปวาทโก, มลฺลิกาย อาราโม. เสฺวว ตินฺทุกาจีรสงฺขาตาย ติมฺพรุรุกฺขปนฺติยา ปริกฺขิตฺตตฺตา ‘‘ตินฺทุกาจีร’’นฺติ จ, เอกาว นิวาสา สาลา เอตฺถาติ ‘‘เอกสาลโก’’ติ จ วุจฺจติ. อตฺถาภิสมยาติ ยถาวุตฺตสฺส ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกสฺส อตฺถสฺส หิตสฺส ปฏิลาภโต. มานาภิสมยาติ มานปฺปหานา. ปีฬนฏฺโฐติ ปีฬนํ ตํสมงฺคิโน หึสนํ, อวิปฺผาริกตากรณํ, ปีฬนเมว อตฺโถ ปีฬนฏฺโฐ. สนฺตาโปติ ทุกฺขทุกฺขตาทิวเสน สนฺตาปนํ. วิปริณาโมติ ชราย มรเณน จาติ ทฺวิธา วิปริณาเมตพฺพตา อภิสเมตพฺโพ ปฏิวิชฺฌิตพฺโพติ อภิสมโย, โสว อภิสมยฏฺโฐ, ปีฬนาทีนิ.

เอตฺถ จ อุปสคฺคานํ โชตกมตฺตตฺตา สมยสทฺทสฺส อตฺถุทฺธาเรปิ สอุปสคฺโค อภิสมยสทฺโท อุทฺธโฏ. ตตฺถ สงฺคมวเสน ปจฺจยานํ ผลุปฺปาทนํ ปฏิ อยนํ เอกโต ปวตฺติ เอตฺถาติ สมโย, สมวาโย. วิวฏฺฏูปนิสฺสยสงฺคเม สติ เอนฺติ เอตฺถ สตฺตา ปวตฺตนฺตีติ สมโย, ขโณ. สเมติ เอตฺถ สงฺขตธมฺโม, สยํ วา เอติ อาคจฺฉติ วิคจฺฉติ จาติ สมโย, กาโล. สเมนฺติ อวยวา เอตสฺมึ, สยํ วา เตสูติ สมโย, สมูโห. ปจฺจยนฺตรสงฺคเม เอติ อาคจฺฉติ เอตสฺมา ผลนฺติ สมโย, เหตุ. สญฺญาวเสน วิปลฺลาสโต ธมฺเมสุ เอติ อภินิวิสตีติ สมโย, ทิฏฺฐิ. สมีปํ อยนํ อุปคมนํ สมโย, ปฏิลาโภ. สมฺมเทว สหิตานํ วาจานํ อยนํ วิคโมติ สมโย, ปหานํ. สมฺมเทว, สหิตานํ วา สจฺจานํ อยนํ ชานนนฺติ สมโย, ปฏิเวโธ. เอวํ ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺเถ สมยสทฺทสฺส ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

เอตฺถ จ สมยสทฺทสฺส สามญฺเญน อเนกตฺถตา วุตฺตา. น หิ เอกสฺมึ อตฺถวิเสเส วตฺตมาโน สทฺโท ตทญฺเญปิ วตฺตติ. ตสฺมา อตฺถา วิย ตํตํวาจกา สมยสทฺทาปิ ภินฺนา เอวาติ คเหตพฺพา. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺถุทฺธาเรสุ.

ตตฺถ ตถาติ เตสุ สุตฺตาภิธมฺเมสุ อุปโยคภุมฺมวจเนหิ. อิธาติ วินเย, อญฺญถาติ กรณวจเนน. อจฺจนฺตเมวาติ นิรนฺตรเมว. ภาโว นาม กิริยา, กิริยาย กิริยนฺตรูปลกฺขณํ ภาเวนภาวลกฺขณํ, ยถา อุทเย สติ จนฺเท ชาโต ราชปุตฺโตติ. อธิกรณญฺหีติอาทิ อภิธมฺเม สมยสทฺโท กาลสมูหขณสมวายเหตุสงฺขาเตสุ ปญฺจสุ อตฺเถสุ วตฺตติ, น วินเย วิย กาเล เอว, เตสุ จ กาลสมูหตฺถา เทฺว ตตฺถ วุตฺตานํ ผสฺสาทิธมฺมานํ อธิกรณภาเวน นิทฺทิสิตุํ ยุตฺตา. ขณสมวายเหตุอตฺถา ปน ตโยปิ อตฺตโน ภาเวน ผสฺสาทีนํ ภาวสฺส อุปลกฺขณภาเวน นิทฺทิสิตุํ ยุตฺตาติ วิภาวนมุเขน ยถาวุตฺตมตฺถํ สมตฺเถตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ ยสฺมิญฺหิ กาเล, ธมฺมสมูเห วา สมเย อธิกรณภูเต กุสลํ อุปฺปนฺนํ, ตสฺมิญฺเญว กาเล, ธมฺมสมูเห วา สมเย ผสฺสาทโย โหนฺตีติ เอวํ อธิกรณตฺถโยชนา, ยสฺมึ ปน ขเณ, สมวาเย เหตุมฺหิ วา สมเย สติ วิชฺชมาเน กุสลํ อุปฺปนฺนํ, ตสฺมิญฺเญว ขณาทิมฺหิ สมเยปิ วิชฺชมาเน ผสฺสาทโย โหนฺตีติ ภาเวนภาวลกฺขณตฺถโยชนา จ เวทิตพฺพา.

โหติ เจตฺถาติ เอตฺถ ยถาวุตฺตอตฺถวิสเย สงฺคหคาถา โหติ. อญฺญตฺราติ สุตฺตาภิธมฺเมสุ. อภิลาปมตฺตเภโทติ เทสนาวิลาสโต สทฺทมตฺเตเนว เภโท, น อตฺถโต.

อวิเสเสนาติ สามญฺเญน. อิริยาปโถติอาทีสุ อิริยาย สพฺพทฺวาริกกิริยาย ปโถ ปวตฺตนฏฺฐานํ ตพฺพินิมุตฺตกมฺมสฺส อภาวาติ ฐานาทโย อิริยาปโถ, โสว วิหาโร. พฺรหฺมภูตา เสฏฺฐภูตา ปรหิตจิตฺตาทิวสปฺปวตฺติโต เมตฺตาทโย พฺรหฺมวิหาโร นาม. ตทวเสสา ปน มหคฺคตา สพฺพนีวรณวิคมนาทิสิทฺเธน โชตนาทิอตฺเถน ทิพฺพวิหาโร นาม. พฺรหฺมวิหารภาเวน วิสุํ คหิตตฺตา เมตฺตาทโย อิธ อสงฺคหิตา. อริยานเมว วิหาโรติ ผลสมาปตฺติโย อริยวิหาโร นาม.

รุกฺขาทิมูเลเยว มูลสทฺทสฺส นิรุฬฺหภาวํ ทสฺเสตุํ อปเรน มูลสทฺเทน วิเสเสตฺวา ‘‘มูลมูเล’’ติ วุตฺตํ, ยถา ทุกฺขทุกฺขนฺติ (วิภ. อฏฺฐ. ๑๙๐). โลภาทีนํ โทสมูลาทิจิตฺตาสาธารณตฺตา ‘‘อสาธารณเหตุมฺหี’’ติ วุตฺตํ.

ตตฺถ สิยาติ ตตฺถ เวรญฺชายนฺติอาทีสุ ปเทสุ กสฺสจิ โจทนา สิยาติ อตฺโถ. อุภยถา นิทานกิตฺตนสฺส ปน กึ ปโยชนนฺติ? อาห โคจรคามนิทสฺสนตฺถนฺติอาทิ. ตตฺถ อสฺสาติ ภควโต.

กิลโมว กิลมโถ, อตฺตโน อตฺตภาวสฺส กิลมโถ อตฺตกิลมโถ, ตสฺส อนุ อนุ โยโค ปุนปฺปุนํ ปวตฺตนํ อตฺตกิลมถานุโยโค. วตฺถุกามารมฺมเณ สุเข สมฺปโยควเสน ลีนา ยุตฺตา, กามตณฺหา, ตํสหจริเต กาเม สุเข วา อารมฺมณภูเต อลฺลีนา ปวตฺตตีติ กามสุขลฺลิกา ตณฺหา, ตสฺสา กามสุขลฺลิกาย อนุ อนุ โยโค กามสุขลฺลิกานุโยโค. โลเก สํวฑฺฒภาวนฺติ อามิโสปโภเคน สํวฑฺฒิตภาวํ. อุปฺปชฺชมาโน พหุชนหิตาทิอตฺถาเยว อุปฺปชฺชตีติ โยชนา.

ทิฏฺฐิสีลสามญฺเญน สํหตตฺตา สงฺโฆติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต อาห ทิฏฺฐีติอาทิ. เอตฺถ จ ‘‘ยายํ ทิฏฺฐิ อริยา นิยฺยานิกา นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย, ตถารูปาย ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔, ๓๕๖; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔; อ. นิ. ๖.๑๒; ปริ. ๒๗๔) เอวํ วุตฺตาย ทิฏฺฐิยา. ‘‘ยานิ ตานิ สีลานิ อขณฺฑานิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิกานิ, ตถารูเปสุ สีเลสุ สีลสามญฺญคโต วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๒๔, ๓๕๖; ม. นิ. ๑.๔๙๒; ๓.๕๔; อ. นิ. ๖.๑๒; ปริ. ๒๗๔) เอวํ วุตฺตานญฺจ สีลานํ สามญฺญสงฺขาเตน สงฺฆาโต สงฺฆฏิโต สมณคโณ, เตนาติ อตฺโถ. ‘‘ทิฏฺฐิสีลสามญฺญสงฺฆาตสงฺฆาเตนา’’ติ วา ปาเฐเนตฺถ ภวิตพฺพํ, ตสฺส ทิฏฺฐิสีลสามญฺญภูเตน สํหนเนน สงฺฆาโต สมณคโณ, เตนาติ อตฺโถ. เอวญฺหิ ปาเฐ สทฺทโต อตฺโถ ยุตฺตตโร โหติ. อสฺสาติ มหโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส.

พฺรหฺมํ อณตีติ เอตฺถ พฺรหฺม-สทฺเทน เวโท วุจฺจติ, โส มนฺตพฺรหฺมกปฺปวเสน ติวิโธ. ตตฺถ อิรุเวทาทโย ตโย เวทา มนฺตา, เต จ ปธานา, อิตเร ปน สนฺนิสฺสิตา, เตน ปธานสฺเสว คหณํ. มนฺเต สชฺฌายตีติ อิรุเวทาทิเก มนฺตสตฺเถ สชฺฌายตีติ อตฺโถ. อิรุเวทาทโย หิ คุตฺตภาสิตพฺพตาย ‘‘มนฺตา’’ติ วุจฺจนฺติ. ‘‘พาหิตปาปตฺตา พฺราหฺมโณ, สมิตปาปตฺตา สมโณ’’ติ ยถาวุตฺตมตฺถทฺวยํ อุทาหรณทฺวเยน วิภาเวตุํ วุตฺตเญฺหตนฺติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘สมิตตฺตา หิ ปาปานํ ‘สมโณ’ติ ปวุจฺจตี’’ติ หิ อิทํ วจนํ คเหตฺวา ‘‘สมิตปาปตฺตา ‘สมโณ’ติ วุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ, พาหิตปาโปติ อิทํ ปน อญฺญสฺมึ คาถาพนฺเธ วุตฺตวจนํ. ยถาภุจฺจคุณาธิคตนฺติ ยถาภูตคุณาธิคตํ. สกิญฺจโนติ สโทโส.

โคตฺตวเสนาติ เอตฺถ คํ ตายตีติ โคตฺตํ, โค-สทฺเทน เจตฺถ อภิธานํ พุทฺธิ จ วุจฺจติ. เกนจิ ปาริชุญฺเญนาติ ญาติปาริชุญฺญาทินา เกนจิ ปาริชุญฺเญน, ปริหานิยาติ อตฺโถ. ตโต ปรนฺติ เวรญฺชายนฺติอาทิวจนํ. อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อิตฺถํ อิมํ ปการํ ภูโต อาปนฺโนติ อิตฺถมฺภูโต, ตสฺส อาขฺยานํ อิตฺถมฺภูตาขฺยานํ, โสเยวตฺโถ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺโถ. อถ วา ‘‘อิตฺถํ เอวํปกาโร ภูโต ชาโต’’ติ เอวํ กถนตฺโถ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺโถ, ตสฺมึ อุปโยควจนนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ จ อพฺภุคฺคโตติ เอตฺถ อภิ-สทฺโท อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺถโชตโก อภิภวิตฺวา อุคฺคมนปฺปการสฺส ทีปนโต, เตน โยคโต ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมนฺติ อิทํ อุปโยควจนํ สามิอตฺเถปิ สมาเน อิตฺถมฺภูตาขฺยานทีปนโต ‘‘อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ’’ติ วุตฺตํ, เตเนวาห ‘‘ตสฺส โข ปน โภโต โคตมสฺสาติ อตฺโถ’’ติ.

อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา สาธุ เทวทตฺโต มาตรมภีติ เอตฺถ อภิสทฺทโยคโต อิตฺถมฺภูตาขฺยาเน อุปโยควจนํ กตํ, เอวมิธาปิ ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมํ อภิ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อุคฺคโตติ อภิสทฺทโยคโต อิตฺถมฺภูตาขฺยาเน อุปโยควจนนฺติ. สาธุ เทวทตฺโต มาตรมภีติ เอตฺถ หิ ‘‘เทวทตฺโต มาตรมภิ มาตริ วิสเย มาตุยา วา สาธู’’ติ เอวํ อธิกรณตฺเถ วา สามิอตฺเถ วา ภุมฺมวจนสฺส สามิวจนสฺส วา ปสงฺเค อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺถโชตเกน อภิสทฺเทน โยเค อุปโยควจนํ กตํ, ยถา เจตฺถ เทวทตฺโต มาตุวิสเย มาตุสมฺพนฺธี วา โส วุตฺตปฺปการปฺปตฺโตติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ, เอวมิธาปิ โภโต โคตมสฺส สมฺพนฺธี กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต อภิภวิตฺวา อุคฺคมนปการปฺปตฺโตติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ. ตตฺถ หิ เทวทตฺตคฺคหณํ วิย อิธ กิตฺติสทฺทคฺคหณํ, ตตฺถ มาตรนฺติ วจนํ วิย อิธ ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมนฺติ วจนํ, ตตฺถ สาธุสทฺทคฺคหณํ วิย อิธ อุคฺคตสทฺทคฺคหณํ เวทิตพฺพํ. กิตฺติสทฺโทติ กิตฺติภูโต สทฺโท, น เกวโลติ ทสฺสนตฺถํ วิเสสิตนฺติ อาห ‘‘กิตฺติ เอวา’’ติ. ตโต กิตฺตีติ ถุติ, ตสฺสา ปกาสโก สทฺโท กิตฺติสทฺโทติ ทสฺเสตุํ ‘‘ถุติโฆโส วา’’ติ วุตฺตํ.

โส ภควาติ เอตฺถ โสติ ปสิทฺธิยํ, โย โส สมตฺตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา ทสสหสฺสิโลกธาตุํ กมฺเปนฺโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, โส โลเก อติปากโฏติ ‘‘โส ภควา’’ติ วุตฺตํ. ภควาติ จ อิทํ สตฺถุ นามกิตฺตนํ, น คุณกิตฺตนํ. ปรโต ปน ภควาติ คุณกิตฺตนเมว. อิมินา จ อิมินา จาติ เอเตน อรหนฺติอาทิปทานํ ปจฺเจกํ อเนกคุณคณํ ปฏิจฺจ ปวตฺตภาวํ ทสฺเสติ.

สุวิทูรวิทูเรติ ทฺวีหิ สทฺเทหิ อติวิย ทูเรติ ทสฺเสติ, สุวิทูรตา เอว หิ วิทูรตา. สวาสนานํ กิเลสานํ วิทฺธํสิตตฺตาติ อิมินา ปจฺเจกพุทฺธาทีหิ อสาธารณํ ภควโต อรหตฺตนฺติ ทสฺเสติ เตสํ วาสนาย อปฺปหีนตฺตา, วาสนา จ นาม นิกฺกิเลสสฺสาปิ สกลเญยฺยานวโพธาทิทฺวารตฺตยปฺปโยควิคุณตาเหตุภูโต กิเลสนิหิโต อากาโร จิรนิคฬิตปาทานํ นิคฬโมกฺเขปิ สงฺกุจิตตาคมนเหตุโก นิคฬนิหิโต อากาโร วิย. ยาย ปิลินฺทวจฺฉาทีนํ วสลโวหาราทิวิคุณตา โหติ, อยํ วาสนาติ คเหตพฺพา. อารกาติ เอตฺถ อาการสฺส รสฺสตฺตํ ก-การสฺส จ ห-การํ สานุสฺสรํ กตฺวา นิรุตฺตินเยน ‘‘อรห’’นฺติ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. เอวํ อุปริปิ ยถารหํ นิรุตฺตินเยน ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. ยญฺเจตํ สํสารจกฺกนฺติ สมฺพนฺโธ. ปุญฺญาทีติ อาทิ-สทฺเทน อปุญฺญาภิสงฺขารอาเนญฺชาภิสงฺขาเร สงฺคณฺหาติ. อาสวา เอว อวิชฺชาทีนํ การณตฺตา สมุทโยติ อาห ‘‘อาสวสมุทยมเยนา’’ติ. ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๓) หิ วุตฺตํ. วิปากกฏตฺตารูปปฺปเภโท ติภโว เอว รโถ, ตสฺมึ ติภวรเถ. สํสารจกฺกนฺติ ยถาวุตฺตกิเลสกมฺมวิปากสมุทโย.

‘‘ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ, ธาตุอายตนาน จ;

อพฺโพจฺฉินฺนํ วตฺตมานา, ‘สํสาโร’ติ ปวุจฺจตี’’ติ. (วิสุทฺธิ. ๒.๖๑๘; ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๙๕ อปสาทนาวณฺณนา; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๖๐; อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔.๑๙๙; ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา; วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๖ สงฺขารปทนิทฺเทส; สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๕๒๓; อุทา. อฏฺฐ. ๓๙; อิติวุ. อฏฺฐ. ๑๔, ๕๘; เถรคา. อฏฺฐ. ๑.๖๗, ๙๙; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๕๘; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๑.๑๑๗; จูฬนิ. อฏฺฐ. ๖) –

เอวํ วุตฺโต สํสาโรว จกฺกํ วิย ปริพฺภมนโต จกฺกํ, ตสฺส จกฺกสฺส สพฺเพ อรา หตาติ สมฺพนฺโธ. อเนนาติ ภควตา. โพธีติ ญาณํ, ตํ เอตฺถ มณฺฑํ ปสนฺนํ ชาตนฺติ โพธิมณฺโฑ. กมฺมกฺขยกรํ ญาณผรสุนฺติ อรหตฺตมคฺคญาณํ วุตฺตํ, ตํ ฉินฺทิตพฺพํ อภิสงฺขารสงฺขาตํ กมฺมํ ปริจฺฉินฺทตีติ ทสฺเสตุํ กมฺมกฺขยกรวิเสสนวิสิฏฺฐํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

เอวํ กติปยงฺเคหิ สํสารจกฺกํ ตทวเสสงฺเคหิ ผลภูตนามรูปธมฺเมหิ ติภวรถญฺจ ตสฺมึ รเถ โยชิตสํสารจกฺการานํ หนนปฺปการญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สพฺเพหิปิ ทฺวาทสหิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคหิ รถวิรหิตเมว เกวลํ สํสารจกฺกํ, ตสฺส อรฆาตนปฺปการเภทญฺจ ทสฺเสตุํ อถวาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อนมตคฺคนฺติ อนุ อนุ อมตคฺคํ, สพฺพถา อนุคจฺฉนฺเตหิปิ อวิญฺญาตโกฏิกนฺติ อตฺโถ. อวิชฺชามูลกตฺตา ชรามรณปริโยสานตฺตาติ อิทํ สงฺขาราทีนํ ทสนฺนํ อรภาเวน เอกตฺตํ สมาโรเปตฺวาติ วุตฺตํ. น หิ เตสํ ปจฺเจกํ อวิชฺชามูลกตา ชรามรณปริโยสานตา จ อตฺถิ ตถา ปฏิจฺจสมุปฺปาทปาฬิยํ อวุตฺตตฺตา. อถ วา เตสมฺปิ ยถารหํ อตฺถโต อวิชฺชามูลกตฺตํ, อตฺตโน อตฺตโน ลกฺขณภูตขณิกชรามรณวเสน ตปฺปริโยสานตญฺจ สนฺธาเยตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวญฺจ เตสํ ปจฺเจกํ อรภาโว สิทฺโธ โหติ.

เอวํ สพฺพาการํ สํสารจกฺกเมว ทสฺเสตฺวา อิทานิ เยน ญาเณน อิมสฺส สํสารจกฺกสฺส อรานํ เฉโท ภควโต สิทฺโธ, ตสฺส ธมฺมฏฺฐิติญาณสฺส ‘‘ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺญา ธมฺมฏฺฐิติญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๔; ๑.๔๕) มาติกา วุตฺตตฺตา ภวจกฺกาวยเวสุ อวิชฺชาทีสุ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตฺตา ปริคฺคหวเสน ปวตฺติอาการํ ทสฺเสตฺวา ปรโต ตสฺส อตฺถสฺส นิคมนวเสน วุตฺเตน เอวมยํ อวิชฺชาเหตูติอาทิเกน ปฏิสมฺภิทาปาฬิสหิเตน (ปฏิ. ม. ๑.๔๕) ปาเฐน สรูปโต ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ตสฺส จ เตสุเยว อวิชฺชาทีสุ จตุสงฺเขปาทิวเสน ปวตฺติวิภาคญฺจ ทสฺเสตฺวา ตโต ปรํ อิติ ภควาติอาทิปาเฐน ภควโต เตน ธมฺมฏฺฐิติญาเณน ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส สพฺพาการโต ปฏิวิทฺธภาวํ ทสฺเสตฺวา ปุน อิมินา ธมฺมฏฺฐิติญาเณนาติอาทินา ภควโต เตน ญาเณน สํสารจกฺการานํ วิทฺธํสิตภาวํ ทสฺเสตุํ ตตฺถ ทุกฺขาทีสุ อญฺญาณํ อวิชฺชาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ติณฺณํ อายตนานนฺติ จกฺขุโสตมนายตนานํ ติณฺณํ. เอส นโย ติณฺณํ ผสฺสานนฺติอาทีสุปิ. รูปตณฺหาทิวเสน ฉ ตณฺหากายา เอว เวทิตพฺพา.

สคฺคสมฺปตฺตินฺติ กามสุคตีสุ สมฺปตฺตึ. ตเถวาติ กามุปาทานปจฺจยา เอว. พฺรหฺมโลกสมฺปตฺตินฺติ รูปีพฺรหฺมโลกสมฺปตฺตึ. เตภูมกธมฺมวิสยสฺส สพฺพสฺสาปิ ราคสฺส กิเลสกามภาวโต ภวราโคปิ กามุปาทานเมวาติ อาห ‘‘กามุปาทานปจฺจยาเยว เมตฺตํ ภาเวตี’’ติ. เสสุปาทานมูลิกาสุปีติ ทิฏฺฐุปาทานสีลพฺพตุปาทานอตฺตวาทุปาทานมูลิกาสุปิ โยชนาสุ. ตตฺรายํ โยชนานโย – อิเธกจฺโจ ‘‘นตฺถิ ปรโลโก อุจฺฉิชฺชติ อตฺตา’’ติ (ที. นิ. ๑.๘๕-๘๖ อตฺถโต สมานํ) ทิฏฺฐึ คณฺหาติ, โส ทิฏฺฐุปาทานปจฺจยา กาเยน ทุจฺจริตํ จรตีติอาทินา, อปโร ‘‘อสุกสฺมึ ภเว อตฺตา อุจฺฉิชฺชตี’’ติ ทิฏฺฐึ คเหตฺวา กามรูปารูปภวูปปตฺติยา ตํ ตํ กุสลํ กโรตีติอาทินา จ ทิฏฺฐุปาทานมูลิกา โยชนา, อิมินาว นเยน อตฺตวาทุปาทานมูลิกา โยชนา เวทิตพฺพา. อปโร ‘‘สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธี’’ติ อสุทฺธิมคฺคํ ‘‘สุทฺธิมคฺโค’’ติ ปรามสนฺโต สีลพฺพตุปาทานปจฺจยา กาเยน ทุจฺจริตํ จรตีติอาทินา สพฺพภเวสุ สีลพฺพตุปาทานมูลิกา โยชนา เวทิตพฺพา.

อิทานิ ยสฺส สํสารจกฺการานํ ฆาตนสมตฺถสฺส ธมฺมฏฺฐิติญาณสฺส อวิชฺชาทิปจฺจยปอคฺคหาการํ ทสฺเสตุํ กามภเว จ อวิชฺชา กามภเว สงฺขารานํ ปจฺจโย โหตีติอาทินา อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนภาโว ทสฺสิโต, ตเมว ญาณํ อวิชฺชาทีสุ ปวตฺติอากาเรน สทฺธึ ปฏิสมฺภิทามคฺคปาฬึ อาเนตฺวา นิคมนวเสน ทสฺเสนฺโต เอวมยนฺติอาทิมาห. วิสุทฺธิมคฺคฏีกายํ ปน ‘‘อิทานิ ยฺวายํ สํสารจกฺกํ ทสฺเสนฺเตน กามภเว อวิชฺชา กามภเว สงฺขารานํ ปจฺจโย โหตีติอาทินา อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยภาโว สงฺขาราทีนํ ปจฺจยุปฺปนฺนภาโว ทสฺสิโต, ตเมว ปฏิสมฺภิทามคฺคปาฬึ อาเนตฺวา นิคมนวเสน ทสฺเสนฺโต เอวมยนฺติอาทิมาหา’’ติ วุตฺตํ. สารตฺถทีปนิยา วินยฏีกายปิ อยเมว ปาโฐ ลิขิโต. ตตฺถ จ กามภเว จ อวิชฺชาติอาทินา อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนภาโว สํสารจกฺกํ ทสฺเสนฺเตน วุตฺโต น โหติ ตสฺส จ อวิชฺชา นาภิ, มูลตฺตาติอาทินา ปุพฺเพว ทสฺสิตตฺตา อุปริ จกฺกรูปโต ปโยคตฺเตน อุปสํหาราภาวา จ. ‘‘อปิ จ ตเมว ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนภาวํ นิคมนวเสน ทสฺเสนฺโต’’ติ จ วุตฺตํ, น เจตฺถ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนภาโว นิคมนวเสน ปธานตฺเตน ทสฺสิโต, อถ โข ปจฺจยปริคฺคหวสปฺปวตฺตํ ธมฺมฏฺฐิติญาณเมว ยถาวุตฺตปจฺจยปริคฺคหาการสฺส นิคมนวเสน ทสฺสิตํ. ตถา หิ ‘‘เอวมยํ อวิชฺชา เหตุ, สงฺขารา เหตุสมุปฺปนฺนา, อุโภเปเต ธมฺมา เหตุสมุปฺปนฺนาติ ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺญา ธมฺมฏฺฐิติญาณํ. อตีตมฺปิ อทฺธานํ. อนาคตมฺปิ อทฺธานํ อวิชฺชา เหตุ…เป… ธมฺมฏฺฐิติญาณ’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๔๖) ธมฺมฏฺฐิติญาณเมว ปธานตฺเตน ทสฺสิตํ. ‘‘อวิชฺชา เหตุ, สงฺขารา เหตุสมุปฺปนฺนา’’ติอาทิ ปน ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺญา ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ (ปฏิ. ม. มาติกา ๔; ๑.๔๕) วุจฺจมานตฺตา ตสฺส ปจฺจยปริคฺคหาการปริทีปนตฺถํ วิสยตฺเตน วุตฺตํ, น ปธานตฺเตน.

อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – เอวนฺติ อนนฺตเร วุตฺตนเยน อยํ อวิชฺชา สงฺขารานํ เหตุ, สงฺขารา จ เตน เหตุนา สมุปฺปนฺนา. อุโภเปเตติ ยสฺมา อยํ อวิชฺชา ปรปริกปฺปิตปกติอิสฺสราทิ วิย อเหตุกา นิจฺจา ธุวา น โหติ, อถ โข ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๓) วจนโต สยมฺปิ สเหตุกา สงฺขตา อนิจฺจาเยว โหติ, ตสฺมา อุโภเปเต อวิชฺชาสงฺขารา เหตุสมุปฺปนฺนาเยว. อิตีติ เอวํ ยถาวุตฺตนเยน ปจฺจยปริคฺคณฺหเน ยา ปญฺญา, ตํ ธมฺมานํ ฐิติสงฺขาเต การเณ ยาถาวโต ปวตฺตตฺตา ธมฺมฏฺฐิติญาณํ นามาติ.

เอตฺถ หิ ญาณสฺส วิสยวิภาวนวเสเนว อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยาทิภาโว วุตฺโต, น ปธานตฺเตน, ญาณเมว ปเนตฺถ ปธานโต วุตฺตํ, ตสฺมา เอตสฺส ญาณสฺส ปจฺจยปริคฺคหาการทสฺสนตฺถเมว เหฏฺฐาปิ กามภเว จ อวิชฺชาติอาทินา อวิชฺชาทีนํ ปจฺจยาทิภาโว วุตฺโต, อิธาปิ นิคมนวเสน อุปสํหโฏ, น ภวจกฺกทสฺสนตฺถนฺติ อยเมตฺถ อตฺตโน มติ.

ตตฺถ จ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเมสุ อทิฏฺเฐสุ เหตูนํ ปจฺจยภาโวปิ น สกฺกา ทฏฺฐุนฺติ ‘‘สงฺขารา เหตุสมุปฺปนฺนา’’ติ ปจฺจยปริคฺคหญาณนิทฺเทเส (ปฏิ. ม. ๑.๔๕) ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานมฺปิ คหณํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ. เอเตน นเยนาติ อวิชฺชายํ วุตฺตนเยน สงฺขารา เหตุ, วิญฺญาณํ เหตุสมุปฺปนฺนนฺติอาทินา สพฺพานิ ชาติปริโยสานานิ ปทานิ วิตฺถาเรตพฺพานิ.

เอวํ ปฏิสมฺภิทามคฺคปาฬิยา ธมฺมฏฺฐิติญาณสฺส อวิชฺชาทีสุ ปวตฺติอาการํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺส เตสุ ปจฺจเยสุ อญฺเญหิปิ อากาเรหิ ปวตฺติอาการํ ทสฺเสตุํ ตตฺถาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺเคสุ. สงฺขิปฺปนฺติ เอตฺถ อวิชฺชาทโย เหตุสามญฺเญน ผลสามญฺเญน วาติ สงฺเขโป, สงฺคโห, โกฏฺฐาโส ราสีติ อตฺโถ. โส ปน ชาติโต ทุวิโธปิ กาลเภทวเสน จตุพฺพิโธ ชาโต. ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธาติ อนุวตฺตติ. ตณฺหุปาทานภวา คหิตา กิเลสกมฺมสามญฺญโต ตทวินาภาวโต จ. อวิชฺชาทิกิเลสวฏฺฏมฺปิ วิปากธมฺมธมฺมตาสริกฺขตาย อิธ กมฺมวฏฺฏเมวาติ อาห อิเม ปญฺจ ธมฺมาติอาทิ. วิปากา ธมฺมาติอาทีสุ กมฺมชอรูปกฺขนฺธานเมว วิปากสทฺทวจนียตฺเตปิ นามรูปาทิปเทสุ รูปมิสฺสมฺปิ ผลปญฺจกํ อรูปปฺปธานตาย จ ตพฺพหุลตาย จ ‘‘วิปากวฏฺฏ’’นฺติ วุตฺตํ. วิปากปฺปธานํ วฏฺฏํ, วิปากพหุลํ วา วฏฺฏนฺติ อตฺโถ. กมฺมชปริยาโย วา เอตฺถ วิปาก-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. ชาติชรามรณาปเทเสนาติ ปรมตฺถธมฺมวินิมุตฺตชาติชรามรณํ นาม นตฺถีติ ตทปเทเสน เตสํ กถเนน ตํมุเขนาติ อตฺโถ. อากิรียนฺติ ปกาสียนฺตีติ อาการา, อวิชฺชาทิสรูปา, ตโต ปจฺจยาการโตติ อตฺโถ. เอโก สนฺธีติ อวิจฺเฉทปฺปวตฺติเหตุภูโต เหตุผลสนฺธิ, ทุติโย ผลเหตุสนฺธิ, ตติโย เหตุผลสนฺธีติ ทฏฺฐพฺพํ.

เอวํ ธมฺมฏฺฐิติญาณสฺส อวิชฺชาทีสุ อเนเกหิ ปกาเรหิ ปวตฺติอาการํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เตหิ, อวุตฺเตหิ จ สพฺเพหิ อากาเรหิ ภควโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ปฏิวิทฺธภาวํ, ตสฺส จ ญาณสฺส ธมฺมฏฺฐิติญาณสทฺทปฺปวตฺตินิมิตฺตตํ ปฏิสมฺภิทาปาฬินเยน ทสฺเสตุํ อุปสํหารวเสน อิติ ภควาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิตีติ วุตฺตปฺปการปรามสนํ, เตนาห จตุสงฺเขปนฺติอาทิ. สพฺพาการโตติ อิธ กามภเว จ อวิชฺชา กามภเว สงฺขารานํ ปจฺจโยติอาทินา อิธ วุตฺเตหิ จ อวุตฺเตหิ จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิภงฺคาทีสุ (วิภ. ๒๒๕ อาทโย) อาคเตหิ สพฺเพหิ ปกาเรหิ ปฏิวิชฺฌติ. ตนฺติ เยน ญาเณน ภควา เอวํ ชานาติ, ตํ ญาณํ. ญาตฏฺเฐนาติ ชานนฏฺเฐน. ปชานนฏฺเฐนาติ ปฏิวิชฺฌนฏฺเฐน.

อิทานิ ยมิทํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ ปจฺจยปริคฺคหาการเภเทหิ สทฺธึ ปปญฺจโต ทสฺสิตํ, ตสฺมึ อรฆาเต เอตสฺส อุปโยคิตํ ทสฺเสตุํ อิมินา ธมฺมฏฺฐิติญาเณนาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ธมฺมฏฺฐิติญาเณน อเร หนีติ สมฺพนฺโธ. กถนฺติ? อาห ‘‘เต ธมฺเม’’ติอาทิ. เต อวิชฺชาทิเก ธมฺเม มหาวชิรญาณาวุเธน เตน ธมฺมฏฺฐิติญาเณน ยถาภูตํ ญตฺวา เตน พลววิปสฺสนาวุเธน นิพฺพินฺทนฺโต อริยมคฺคาวุเธน วิรชฺชนฺโต วิมุจฺจนฺโต อเร หนีติ โยชนา. อริยมคฺคญาณมฺปิ หิ กิจฺจโต สมุทยสจฺจาทิโพธโต ‘‘ธมฺมฏฺฐิติญาณ’’นฺติ วุจฺจติ.

เอเกกํ ธมฺมกฺขนฺธํ เอเกกวิหาเรน ปูเชมีติ ธมฺมกฺขนฺธํ อารพฺภ ปวตฺตาปิ วิหารกรณปูชา ภควติ เปเมเนว ปวตฺตตฺตา สธาตุกาทิเจติยปฏิมณฺฑิตตฺตา จ ภควโตว ปูชาติ อาห ภควนฺตํ อุทฺทิสฺสาติอาทิ. กิเลสารีน โส มุนีติ เอตฺถ นิคฺคหีตโลโป, กิเลสารีนํ หตตฺตาติ อตฺโถ. ปจฺจยาทีน จารโหติ เอตฺถาปิ นิคฺคหีตโลโป ทฏฺฐพฺโพ.

สมฺมาสมฺพุทฺโธติ เอตฺถ สํ-สทฺโท สยนฺติ อตฺเถ ปวตฺตตีติ อาห ‘‘สาม’’นฺติ, อปรเนยฺโย หุตฺวาติ อตฺโถ. สพฺพธมฺมานนฺติ อิทํ กสฺสจิ วิสยวิเสสสฺส อคฺคหิตตฺตา สิทฺธํ. ปเทสคฺคหเณ หิ อสติ คเหตพฺพสฺส นิปฺปเทสตาว วิญฺญายติ, ยถา ทิกฺขิโต น ททาตีติ. เอวญฺจ กตฺวา อตฺถวิเสสานเปกฺขา กตฺตริเยว พุทฺธ-สทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา กมฺมวจนิจฺฉาย อภาวโต. ‘‘สมฺมา สามํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ เอตฺตกเมว หิ อิธ สทฺทโต ลพฺภติ. สพฺพธมฺมานนฺติ อิทํ ปน อตฺถโต ลพฺภมานํ คเหตฺวา วุตฺตํ, น หิ พุชฺฌนกิริยา อวิสยา ยุชฺชติ. อภิญฺเญยฺเยติ ลกฺขณาทิโต อนิจฺจาทิโต จ อภิวิสิฏฺเฐน โลกิยโลกุตฺตรญาเณน ชานิตพฺเพ จตุสจฺจธมฺเม. ปริญฺเญยฺเยติ อนิจฺจาทิวเสน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ชานิตพฺพํ ทุกฺขํ อริยสจฺจมาห. ปหาตพฺเพติ สมุทยสจฺจํ. สจฺฉิกาตพฺเพติ นิโรธสจฺจํ. พหุวจนนิทฺเทโส ปเนตฺถ โสปาทิเสสาทิกํ ปริยายสิทฺธํ เภทํ อเปกฺขิตฺวา กโต.

อภิญฺเญยฺยนฺติ คาถาย ปหาตพฺพภาเวตพฺพานํ สมุทยมคฺคสจฺจานํ เหตุธมฺมานํ คหเณเนว ตปฺผลานํ ทุกฺขสจฺจนิโรธสจฺจานมฺปิ สิทฺธิโต ปริญฺญาตพฺพญฺจ ปริญฺญาตํ สจฺฉิกาตพฺพญฺจ สจฺฉิกตนฺติ อิทมฺเปตฺถ สงฺคหิตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ, เตนาห ‘‘ตสฺมา พุทฺโธสฺมี’’ติ. ยสฺมา จตฺตาริปิ สจฺจานิ มยา พุทฺธานิ, ตสฺมา สพฺพมฺปิ เญยฺยํ พุทฺโธสฺมิ, อพฺภญฺญาสินฺติ อตฺโถ.

วิจิตฺตวิสยปตฺถนาการปฺปวตฺติยา ตณฺหา ทุกฺขวิจิตฺตตาย ปธานการณนฺติ อาห ‘‘มูลการณภาเวนา’’ติ. อุภินฺนนฺติ จกฺขุสฺส ตํสมุทยสฺส จ. อปฺปวตฺตีติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ, น อภาวมตฺตํ. ตสฺส อวตฺถุตฺตา สปฺปจฺจยตฺตาทิอเนกเภทา สพฺพสงฺคหิตา. นิโรธปฺปชานนาติ สจฺฉิกิริยาภิสมยวเสน นิโรธสฺส ปฏิวิชฺฌนา. เอเกกปทุทฺธาเรนาปีติ จกฺขุ จกฺขุสมุทโยติอาทินา เอเกกโกฏฺฐาสนิทฺธารเณนาปิ, น ทุกฺขสจฺจาทิสามญฺญโต เอวาติ อธิปฺปาโย. ตณฺหายปิ สงฺขารทุกฺขปริยาปนฺนตาย ปริญฺเญยฺยตฺตา ทุกฺขสจฺจภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘ฉ ตณฺหากายา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมึ ปน อตฺตภาเว สา อุปฺปชฺชติ, ตสฺส มูลการณภาเวน สมุฏฺฐาปิกา ปุริมภวสิทฺธา ตณฺหา สมุทยสจฺจนฺติ คเหตพฺพา. กสิณานีติ กสิณารมฺมณานิ ฌานานิ. ทฺวตฺตึสาการาติ เกสาทโย ตทารมฺมณชฺฌานานิ จ. นว ภวาติ กามภวาทโย ตโย สญฺญีภวาทโย ตโย เอกโวการภวาทโย ตโย จาติ นว ภวา. จตฺตาริ ฌานานีติ อารมฺมณวิเสสํ อนเปกฺขิตฺวา สามญฺญโต จตฺตาริ ฌานานิ วุตฺตานิ. วิปากกิริยานมฺปิ ยถารหํ สพฺพตฺถ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺถ จ กุสลธมฺมานํ อุปนิสฺสยภูตา ตณฺหาสมุฏฺฐาปิกาติ เวทิตพฺพา, กิริยธมฺมานํ ปน ตสฺส อตฺตภาวสฺส การณภูตา ตณฺหา. อนุโลมโตติ เอตฺถ อวิชฺชา ทุกฺขสจฺจํ, ตํสมุฏฺฐาปิกา ปุริมตณฺหา อาสวา สมุทยสจฺจนฺติ โยเชตพฺพํ. สงฺขาราทีสุ ปน อวิชฺชาทโยว สมุทยสจฺจภาเวน โยเชตพฺพา. เตนาติ ตสฺมา.

วิชฺชาติ อตฺตโน วิสยํ วิทิตํ กโรตีติ วิชฺชา. สมฺปนฺนตฺตาติ สมนฺนาคตตฺตา, สมฺปุณฺณตฺตา วา. ตตฺราติ อมฺพฏฺฐสุตฺเต. มโนมยิทฺธิยาติ เอตฺถ ‘‘อิธ ภิกฺขุ อิมมฺหา กายา อญฺญํ กายํ อภินิมฺมินาตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๓๖) วุตฺตตฺตา สรีรพฺภนฺตรฌานมเนน อญฺญสฺส สรีรสฺส นิพฺพตฺติวเสน ปวตฺตา มโนมยิทฺธิ นาม, สา อตฺถโต ฌานสมฺปยุตฺตา ปญฺญาเยว. สตฺต สทฺธมฺมา นาม สทฺธา หิรี โอตฺตปฺปํ พาหุสจฺจํ วีริยํ สติ ปญฺญา จ. คจฺฉติ อมตํ ทิสนฺติ ทุกฺขนิตฺถรณตฺถิเกหิ ทฏฺฐพฺพโต อมตํ นิพฺพานเมว ทิสํ คจฺฉติ, อิมินา จ จรณานํ สิกฺขตฺตยสงฺคหิตอริยมคฺคภาวโต นิพฺพานตฺถิเกหิ เอกํเสน อิจฺฉิตพฺพตํ ทสฺเสติ. อิทานิสฺสา วิชฺชาจรณสมฺปทาย สาวกาทิอสาธารณตํ ทสฺเสตุํ ตตฺถ วิชฺชาสมฺปทาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อาสวกฺขยวิชฺชาวเสน สพฺพญฺญุตา สิชฺฌติ, จรณธมฺมภูเตสุ ฌาเนสุ อนฺโตคธาย มหากรุณาสมาปตฺติยา วเสน มหาการุณิกตา สิชฺฌตีติ อาห ‘‘วิชฺชา…เป… มหาการุณิกต’’นฺติ. ยถา ตนฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ, ยถา อญฺโญปิ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน พุทฺโธ นิโยเชติ, ตถา อยมฺปีติ อตฺโถ. เตนาติ อนตฺถปริวชฺชนอตฺถนิโยชเนน. อตฺตนฺตปาทโยติ อาทิ-สทฺเทน ปรนฺตปอุภยนฺตปา คหิตา. อสชฺชมาโน ภเวสุ อปจฺจาคจฺฉนฺโตติ ปหีนานํ ปุนานุปฺปตฺติโต น ปุน อุปคจฺฉนฺโต.

ตตฺราติ ยุตฺตวาจาภาสเน สาเธตพฺเพ เจตํ ภุมฺมํ. อภูตนฺติ อภูตตฺถํ. อตจฺฉนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อนตฺถสํหิตนฺติ ปิสุณาทิโทสยุตฺตํ. สมฺมาคทตฺตาติ สุนฺทรวจนตฺตา, คทนํ คโท, กถนนฺติ อตฺโถ. สุนฺทโร คโท วจนมสฺสาติ ‘‘สุคโท’’ติ วตฺตพฺเพ นิรุตฺตินเยน ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา ‘‘สุคโต’’ติ วุตฺตํ.

สภาวโตติ ทุกฺขสภาวโต. โลกนฺติ ขนฺธาทิโลกํ. ยถาวุตฺตมตฺถํ สุตฺตโต อาห ยตฺถาติอาทิ. ตตฺถ ยตฺถาติ ยสฺมึ โลกนฺตสงฺขาเต นิพฺพาเน. ตนฺติ โลกสฺสนฺตํ, โอกาสโลเก กายคมเนน ญาตพฺพํ ปตฺตพฺพนฺติ นาหํ วทามีติ โยชนา. อิทญฺจ โรหิตเทวปุตฺเตน โลกสฺส กายคติวเสน อนฺตคมนสฺส ปุจฺฉิตตฺตา วุตฺตํ. อปฺปตฺวา โลกสฺสนฺตนฺติ ขนฺธาทิโลกํ สนฺธาย วุตฺตํ.

กินฺเต ปทสา โอกาสโลกปริพฺภมเนน, ปริมิตฏฺฐาเน เอว ตํ ญาณคมเนน คจฺฉนฺตานํ ทสฺเสมีติ ทสฺเสนฺโต อปิ จาติอาทิมาห. ตตฺถ พฺยามมตฺเต กเฬวเรติ สรีเร. เตน รูปกฺขนฺธํ ทสฺเสติ. สสญฺญิมฺหีติ สญฺญาสีเสน เวทนาทโย ตโย ขนฺเธ. สมนเกติ วิญฺญาณกฺขนฺธํ. โลกนฺติ ขนฺธาทิโลกํ, ทุกฺขนฺติ อตฺโถ. โลกนิโรธนฺติ นิพฺพาเนน โลกสฺส นิรุชฺฌนํ, นิพฺพานเมว วา. อเทสมฺปิ หิ นิพฺพานํ เยสํ นิโรธาย โหติ, อุปจารโต ตนฺนิสฺสิตํ วิย โหตีติ ‘‘พฺยามมตฺเต กเฬวเร โลกนิโรธมฺปิ ปญฺญเปมี’’ติ วุตฺตํ, จกฺขุ โลเก ปิยรูปํ, สาตรูปํ, เอตฺเถสา ตณฺหา นิรุชฺฌมานา นิรุชฺฌตีติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๔๐๑; วิภ. ๒๐๔) วิย. กุทาจนนฺติ กทาจิปิ. อปฺปตฺวาติ อคฺคมคฺเคน อนธิคนฺตฺวา. ตสฺมาติ ยสฺมา ตํ คมเนน ปตฺตุํ น สกฺกา, ตสฺมา. หเวติ นิปาตมตฺตํ, เอกํสตฺเถ วา. โลกวิทูติ สภาวาทิโต ขนฺธาทิชานนโก. จตุสจฺจธมฺมานํ อภิสมิตตฺตา สมิตาวี, สมิตกิเลโสติ วา อตฺโถ. นาสีสติ น ปตฺเถติ อปฺปฏิสนฺธิกตฺตา.

เอวํ สงฺเขปโต โลกํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ วิตฺถารโต ตํ ทสฺเสตุํ อปิ จ ตโย โลกาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อินฺทฺริยพทฺธานํ ขนฺธานํ สมูหสนฺตานภูโต สตฺตโลโก. โส หิ รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย ‘‘สตฺโต’’ติ จ, โลกิยนฺติ เอตฺถ กมฺมกิเลสา ตพฺพิปากา จาติ ‘‘โลโก’’ติ จ วุจฺจติ. อนินฺทฺริยพทฺธานํ อุตุชรูปานํ สมูหสนฺตานภูโต โอกาสโลโก. โส หิ สตฺตสงฺขารานํ อาธารโต ‘‘โอกาโส’’ติ จ, โลกิยนฺติ เอตฺถ ตสฺสาธารา จ อาเธยฺยภูตาติ ‘‘โลโก’’ติ จ ปวุจฺจติ. อินฺทฺริยานินฺทฺริยพทฺธา ปน สพฺเพว อุปาทานกฺขนฺธา ปจฺจเยหิ สงฺขตฏฺเฐน ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน จ ‘‘สงฺขารโลโก’’ติ จ วุจฺจติ. อาหรติ อตฺตโน ผลนฺติ อาหาโร, ปจฺจโย. เตน ติฏฺฐนสีลา อุปฺปชฺชิตฺวา ยาว ภงฺคา ปวตฺตนสีลาติ อาหารฏฺฐิติกา, สพฺเพ สงฺขตธมฺมา. สพฺเพ สตฺตาติ จ อิมินาปิ เวเนยฺยานุรูปโต ปุคฺคลาธิฏฺฐานตฺตา เทสนาย สงฺขาราว คหิตา.

ยาวตา จนฺทิมสูริยา ปริหรนฺตีติ ยตฺตเก ฐาเน จนฺทิมสูริยา ปริวตฺตนฺติ ปวตฺตนฺติ. วิโรจนาติ เตสํ วิโรจนเหตุ โอภาสนเหตูติ เหตุมฺหิ นิสฺสกฺกวจนํ. ทิสา ภนฺตีติ สพฺพา ทิสา ยาวตา วิคตนฺธการา ปญฺญายนฺติ. อถ วา ทิสาติ อุปโยคพหุวจนํ. ตสฺมา วิโรจมานา จนฺทิมสูริยา ยตฺตกา ทิสา ภนฺติ โอภาเสนฺตีติ อตฺโถ. ตาว สหสฺสธา โลโกติ ตตฺตเกน ปมาเณน สหสฺสปฺปกาโร โอกาสโลโก, สหสฺสจกฺกวาฬานีติ อตฺโถ. เอตฺถาติ สหสฺสจกฺกวาเฬ. วโสติ อิทฺธิสงฺขาโต วโส วตฺตตีติ อตฺโถ.

ตมฺปีติ ติวิธมฺปิ โลกํ. อสฺสาติ อเนน ภควตา สงฺขารโลโกปิ สพฺพถา วิทิโตติ สมฺพนฺโธ. เอโก โลโกติ ยฺวายํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน สพฺพสงฺขตานํ ปจฺจยายตฺตวุตฺติโต เตน สามญฺเญน สงฺขารโลโก เอโก เอกวิโธ, เอส นโย เสเสสุปิ. สพฺพตฺถาปิ โลกิยธมฺมาว โลโกติ อธิปฺเปตา โลกุตฺตรานํ ปริญฺเญยฺยตฺตาภาวา. อุปาทานานํ อารมฺมณภูตา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา. สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโยติ ตถา ตถา สมุปฺปนฺนา ปชาเยว วุจฺจนฺติ. นานตฺตกายา นานตฺตสญฺญิโน, นานตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโน, เอกตฺตกายา นานตฺตสญฺญิโน, เอกตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโน, เหฏฺฐิมา จ ตโย อารุปฺปาติ อิมา สตฺตวิธา ปชาเยว วิญฺญาณํ ติฏฺฐติ เอตฺถาติ วิญฺญาณฏฺฐิติโย นาม. ตตฺถ นานตฺตํ กาโย เอเตสมตฺถีติ นานตฺตกายา. นานตฺตํ สญฺญา เอเตสนฺติ นานตฺตสญฺญิโน. สญฺญาสีเสเนตฺถ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ คหิตํ, เอส นโย เสเสสุปิ.

ตตฺถ สพฺพมนุสฺสา จ ฉ กามาวจรเทวา จ นานตฺตกายา นานตฺตสญฺญิโน นาม. เตสญฺหิ อญฺญมญฺญํ วิสทิสตาย นานา กาโย, ปฏิสนฺธิสญฺญา จ นววิธตาย นานา. ตีสุ ปฐมชฺฌานภูมีสุ พฺรหฺมกายิกา เจว จตูสุ อปาเยสุ สตฺตา จ นานตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโน นาม. เตสุ หิ พฺรหฺมปาริสชฺชาทีนํ ติณฺณมฺปิ สรีรํ อญฺญมญฺญํ วิสทิสํ, ปฏิสนฺธิสญฺญา ปน ปฐมชฺฌานวิปากวเสน เอกาว, ตถา อาปายิกานมฺปิ, เตสํ ปน สพฺเพสํ อกุสลวิปากาเหตุกาว ปฏิสนฺธิสญฺญา. ทุติยชฺฌานภูมิกา จ ปริตฺตาภ อปฺปมาณาภ อาภสฺสรา เอกตฺตกายา นานตฺตสญฺญิโน นาม. เตสญฺหิ สพฺเพสํ เอกปฺปมาโณว กาโย, ปฏิสนฺธิสญฺญา ปน ทุติยตติยชฺฌานวิปากวเสน นานา โหติ. ตติยชฺฌานภูมิยํ ปริตฺตสุภาทโย ตโย, จตุตฺถชฺฌานภูมิยํ อสญฺญสตฺตวชฺชิตา เวหปฺผลา, ปญฺจ จ สุทฺธาวาสาติ นวสุ ภูมีสุ สตฺตา เอกตฺตกายา เอกตฺตสญฺญิโน นาม. อาภานานตฺเตน ปน สพฺพตฺถ กายนานตฺตํ น คยฺหติ, สณฺฐานนานตฺเตเนว คยฺหตีติ. อสญฺญสตฺตา วิญฺญาณาภาเวน วิญฺญาณฏฺฐิติสงฺขฺยํ น คจฺฉนฺติ. เนวสญฺญา นาสญฺญายตนํ ปน ยถา สญฺญาย, เอวํ วิญฺญาณสฺสาปิ สุขุมตฺตา เนววิญฺญาณํ นาวิญฺญาณํ, ตสฺมา ปริพฺยตฺตวิญฺญาณกิจฺจวนฺเตสุ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ น คยฺหติ. ตสฺมา เสสานิ อากาสานญฺจายตนาทีนิ ตีณิเยว คหิตานิ, เตหิ สทฺธึ อิมา สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโยติ เวทิตพฺพา.

อฏฺฐ โลกธมฺมาติ ลาโภ อลาโภ ยโส อยโส นินฺทา ปสํสา สุขํ ทุกฺขนฺติ อิเม อฏฺฐ โลกสฺส สภาวตฺตา โลกธมฺมา. ลาภาลาภาทิปจฺจยา อุปฺปชฺชนกา ปเนตฺถ อนุโรธวิโรธา วา ลาภาทิสทฺเทหิ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. นว สตฺตาวาสาติ เหฏฺฐา วุตฺตา สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย เอว อสญฺญสตฺตจตุตฺถารุปฺเปหิ สทฺธึ ‘‘นว สตฺตาวาสา’’ติ วุจฺจนฺติ. สตฺตา อาวสนฺติ เอตฺถาติ สตฺตาวาสา, สตฺตนิกาโย, อตฺถโต ตถา ปวตฺตา ปชา เอว อิธ สงฺขารโลกภาเวน คยฺหนฺตีติ เวทิตพฺพา. ทสายตนานีติ ธมฺมายตนมนายตนวชฺชิตานิ ทส.

เอตฺถ จ ตีสุ ภเวสุ อสฺสาททสฺสนวเสน ติสฺโส เวทนาว โลกภาเวน วุตฺตา, ตถา ปจฺจยทสฺสนวเสน จตฺตาโรว อาหารา. อตฺตคฺคาหนิมิตฺตทสฺสนวเสน ฉ อชฺฌตฺติกาเนว อายตนานิ. ถูลสญฺญีภวทสฺสนวเสน สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโยว, อนุโรธวิโรธทสฺสนวเสน อฏฺฐ โลกธมฺมา วา, ถูลายตนทสฺสนวเสน ทสายตนาเนว โลกภาเวน วุตฺตานิ. เตสํ คหเณเนว ตนฺนิสฺสยตปฺปฏิพทฺธา ตทารมฺมณา สพฺเพ เตภูมกา นามรูปธมฺมา อตฺถโต คหิตา เอว โหนฺติ. เสเสหิ ปน เอกวิธาทิโกฏฺฐาเสหิ สรูเปเนว เต คหิตาติ เวทิตพฺพํ.

อาสยํ ชานาตีติอาทีสุ อาหจฺจ จิตฺตํ เอตฺถ เสตีติ อาสโย, อญฺญสฺมึ วิสเย ปวตฺติตฺวาปิ จิตฺตํ ยตฺถ สรเสน ปวิสิตฺวา ติฏฺฐติ, โส วฏฺฏาสโย วิวฏฺฏาสโยติ ทุวิโธ. ตตฺถ วฏฺฏาสโยปิ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิวเสน ทุวิโธ. วิวฏฺฏาสโย ปน วิปสฺสนาสงฺขาตา อนุโลมิกา ขนฺติ, มคฺคสงฺขาตํ ยถาภูตญาณญฺจาติ ทุวิโธ. ยถาห –

‘‘สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิ จ, ขนฺติ เจวานุโลมิกํ;

ยถาภูตญฺจ ยํ ญาณํ, เอตํ อาสยสทฺทิต’’นฺติ. (สารตฺถ. ฏี. ๑.เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา);

เอตํ ทุวิธมฺปิ อาสยํ สตฺตานํ อปฺปวตฺติกฺขเณเยว ภควา สพฺพถา ชานาติ. อนุสยนฺติ กามราคานุสยาทิวเสน สตฺตวิธํ อนุสยํ. จริตนฺติ ‘‘สุจริตทุจฺจริต’’นฺติ นิทฺเทเส วุตฺตํ. อถ วา จริตนฺติ จริยา, เต ราคาทโย ฉ มูลจริยา, สํสคฺคสนฺนิปาตวเสน อเนกวิธา โหนฺติ. อธิมุตฺตินฺติ อชฺฌาสยธาตุํ, ตตฺถ ตตฺถ จิตฺตสฺส อภิรุจิวเสน นินฺนตา, สา ทุวิธา หีนาธิมุตฺติ ปณีตาธิมุตฺตีติ. ยาย ทุสฺสีลาทิเก หีนาธิมุตฺติเก เสวนฺติ, สา หีนาธิมุตฺติ. ยาย ปณีตาธิมุตฺติเก เสวนฺติ, สา ปณีตาธิมุตฺติ. ตํ ทุวิธมฺปิ อธิมุตฺตึ ภควา สพฺพาการโต ชานาติ. อปฺปํ ราคาทิรชํ เอเตสนฺติ อปฺปรชกฺขา, อนุสฺสทราคาทิโทสา. อุสฺสทราคาทิโทสา มหารชกฺขา. อุปนิสฺสยภูเตหิ ติกฺเขหิ สทฺธาทิอินฺทฺริเยหิ มุทุเกหิ จ สมนฺนาคตา ติกฺขินฺทฺริยา มุทินฺทฺริยา จ. เหฏฺฐา วุตฺเตหิ อาสยาทีหิ สุนฺทเรหิ อสุนฺทเรหิ จ สมนฺนาคตา สฺวาการา ทฺวาการา จ เวทิตพฺพา. สมฺมตฺตนิยามํ วิญฺญาเปตุํ สุกรา สุวิญฺญาปยา, วิปรีตา ทุวิญฺญาปยา. มคฺคผลปฏิเวธาย อุปนิสฺสยสมฺปนฺนา ภพฺพา, วิปรีตา อภพฺพา. เอวํ สตฺตสนฺตานคตธมฺมวิเสสชานเนเนว สตฺตโลโกปิ วิทิโต ธมฺมวินิมุตฺตสฺส สตฺตสฺส อภาวาติ เวทิตพฺพํ.

เอกํ จกฺกวาฬํ…เป… ปญฺญาสญฺจ โยชนานีติ เอตฺถ โหตีติ เสโส. ปริกฺเขปโต ปมาณํ วุจฺจตีติ เสโส. จกฺกวาฬสฺส สพฺพํ ปริมณฺฑลํ ฉตฺตึส สตสหสฺสานิ…เป… สตานิ จ โหนฺตีติ โยเชตพฺพํ. ตตฺถาติ จกฺกวาเฬ, เทฺว สตสหสฺสานิ จตฺตาริ นหุตานิ จ โยชนานิ ยานิ เอตฺตกํ เอตฺตกปฺปมาณํ พหลตฺเตน อยํ วสุนฺธรา สงฺขาตาติ โยชนา. ตตฺถ เอตฺตกนฺติ กิริยาวิเสสนํ ทฏฺฐพฺพํ. สนฺธารกํ ชลํ เอตฺตกํ เอตฺตกปฺปมาณํ หุตฺวา ปติฏฺฐิตนฺติ โยชนา. เอตฺถาติ จกฺกวาเฬ. อชฺโฌคาฬฺหุคฺคตาติ อชฺโฌคาฬฺหา จ อุคฺคตา จ. พฺรหาติ มหนฺตา. โยชนานํ สตานุจฺโจ, หิมวา ปญฺจาติ โยชนานํ ปญฺจสตานิ อุจฺโจ อุพฺเพโธ. ติปญฺจโยชนกฺขนฺธปริกฺเขปาติ ปนฺนรสโยชนปฺปมาณกฺขนฺธปริณาหา. นควฺหยาติ รุกฺขาภิธานา ชมฺพูติ โยชนา. สมนฺตโตติ สพฺพโสภาเคน, อายามโต จ วิตฺถารโต จ สตโยชนวิตฺถาราติ อตฺโถ. ยสฺสานุภาเวนาติ ยสฺสา มหนฺตตากปฺปฏฺฐายิกาทิปฺปกาเรน ปภาเวน. ปริกฺขิปิตฺวา ตํ สพฺพํ, โลกธาตุมยํ ฐิโตติ เหฏฺฐา วุตฺตํ สพฺพมฺปิ ตํ ปริกฺขิปิตฺวา จกฺกวาฬสิลุจฺจโย ฐิโต, อยํ เอกา โลกธาตุ นามาติ อตฺโถ, ม-กาโร ปทสนฺธิวเสน วุตฺโต. อถ วา ตํ สพฺพํ โลกธาตุํ ปริกฺขิปิตฺวา อยํ จกฺกวาฬสิลุจฺจโย ฐิโตติ โยเชตพฺพํ.

ตตฺถาติ ตสฺสํ โลกธาตุยํ. ตาวตึสภวนนฺติ ติทสปุรํ. อสุรภวนนฺติ อสุรปุรํ. อวีจิมหานิรโย จ ตถา ทสสหสฺสโยชโน, โส ปน จตุนฺนํ โลหภิตฺตีนมนฺตรา โยชนสตายามวิตฺถาโรปิ สมนฺตา โสฬสหิ อุสฺสทนิรเยหิ สทฺธึ ทสสหสฺสโยชโน วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ตทนนฺตเรสูติ เตสํ จกฺกวาฬานํ อนฺตเรสุ. โลกานํ จกฺกวาฬานํ อนฺตเร วิวเร ภวตฺตา โลกนฺตริกา. ติณฺณญฺหิ สกฏจกฺกานํ ปตฺตานํ วา อาสนฺนฏฺฐปิตานํ อนฺตรสทิเส ติณฺณํ ติณฺณํ จกฺกวาฬานํ อนฺตเรสุ เอเกโก โลกนฺตริกนิรโย อฏฺฐโยชนสหสฺสปฺปมาโณ สีตนรโก สตฺตานํ อกุสลวิปาเกน นิพฺพตฺตติ. อนนฺตานีติ ติริยํ อฏฺฐสุ ทิสาสุ จกฺกวาฬานิ อากาโส วิย อนนฺตานิ. อุทฺธํ ปน อโธ จ อนฺตาเนว. อนนฺเตน พุทฺธญาเณนาติ เอตฺถ อนนฺตเญยฺยปฏิเวธสามตฺถิยโยคโตว ญาณํ ‘‘อนนฺต’’นฺติ เวทิตพฺพํ.

อตฺตโนติ นิสฺสกฺเก สามิวจนเมตํ, อตฺตโตติ อตฺโถ. คุเณหิ อตฺตโน วิสิฏฺฐตรสฺสาติ สมฺพนฺโธ, ตรคฺคหณญฺเจตฺถ อนุตฺตโรติ ปทสฺส อตฺถนิทฺเทสวเสน กตํ, น วิสิฏฺฐสฺส กสฺสจิ อตฺถิตาย. สเทวเก หิ โลเก สทิสกปฺโปปิ นาม โกจิ ตถาคตสฺส นตฺถิ, กุโต สทิโส, เตนาห สีลคุเณนาปิ อสโมติอาทิ. ตตฺถ อสเมหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ สโม อสมสโม. นตฺถิ ปฏิมา เอตสฺสาติ อปฺปฏิโม. เอส นโย เสเสสุปิ. ตตฺถ อุปมามตฺตํ ปฏิมา, สทิสูปมา ปฏิภาโค. ยุคคฺคาหวเสน ฐิโต ปฏิโม ปุคฺคโลติ เวทิตพฺโพ. อตฺตนาติ อตฺตโต. ปุริสทมฺเมติอาทีสุ ทมิตพฺพา ทมฺมา, ‘‘ทมฺมปุริสา’’ติ วตฺตพฺเพ วิเสสนสฺส ปรนิปาตํ กตฺวา ‘‘ปุริสทมฺมา’’ติ วุตฺตํ, ปุริสคฺคหณญฺเจตฺถ อุกฺกฏฺฐวเสน อิตฺถีนมฺปิ ทเมตพฺพโต. นิพฺพิสา กตา โทสวิสสฺส วิโนทเนน. อตฺถปทนฺติ อตฺถาภิพฺยญฺชนกํ ปทํ, วากฺยนฺติ อตฺโถ. เอกปทภาเวน จ อนญฺญสาธารโณ สตฺถุ ปุริสทมฺมสารถิภาโว ทสฺสิโต โหติ, เตนาห ภควา หีติอาทิ. อฏฺฐ ทิสาติ อฏฺฐ สมาปตฺติโย. อสชฺชมานาติ วสีภาวปฺปตฺติยา นิสฺสงฺคจารา.

ทิฏฺฐธมฺโม วุจฺจติ ปจฺจกฺโข อตฺตภาโว, ตตฺถ นิยุตฺโตติ ทิฏฺฐธมฺมิโก, อิธโลกตฺโถ. กมฺมกิเลสวเสน สมฺปเรตพฺพโต สมาคนฺตพฺพโต สมฺปราโย, ปรโลโก, ตตฺถ นิยุตฺโตติ สมฺปรายิโก, ปรโลกตฺโถ. ปรโม อุตฺตโม อตฺโถ ปรมตฺโถ, นิพฺพานํ. สห อตฺเถน วตฺตตีติ สตฺโถ, ภณฺฑมูเลน วาณิชฺชาย เทสนฺตรํ คจฺฉนฺโต ชนสมูโห. โส อสฺส อตฺถีติ สตฺถา, สตฺถวาโหติ นิรุตฺตินเยน. โส วิย ภควาติ อาห ‘‘สตฺถา, ภควา สตฺถวาโห’’ติ. อิทานิ ตมตฺถํ นิทฺเทสปาฬินเยน ทสฺเสตุํ ยถา สตฺถวาโหติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สตฺเถติ สตฺถิเก ชเน. กํ อุทกํ ตาเรนฺติ เอตฺถาติ กนฺตาโร, นิรุทโก อรญฺญปฺปเทโส. โจราทีหิ อธิฏฺฐิตอรญฺญปฺปเทสาปิ ทุคฺคมนฏฺเฐน ตํสทิสตาย กนฺตาราเตฺวว นิรุฬฺหาติ สามญฺญโต ‘‘กนฺตารํ ตาเรตี’’ติ วตฺวา ตํ วิวรนฺโต โจรกนฺตารนฺติอาทิมาห.

ภควโตติ นิสฺสกฺเก สามิวจนํ, ภควนฺตโต ธมฺมสฺสวเนนาติ อตฺโถ. ยถา ‘‘อุปชฺฌายโต อชฺเฌตี’’ติ, ภควโต สนฺติเกติ วา อตฺโถ. สเร นิมิตฺตํ อคฺคเหสีติ ปุพฺพพุทฺธุปฺปาเทสุ สทฺธมฺมสฺสวนปริจเยน ‘‘ธมฺโม เอโส วุจฺจตี’’ติ สเร อาการํ คณฺหิ. ปุพฺพาภิโยควเสเนว หิ อีทิสานํ ติรจฺฉานานํ ธมฺมสฺสวนาทีสุ ปสาโท อุปฺปชฺชติ วคฺคุลิอาทีนํ วิย. อิตรถา สพฺพติรจฺฉานานมฺปิ ตถา ปสาทุปฺปตฺติปฺปสงฺคโต. ยทิ หิ อุปฺปชฺเชยฺย, ภควา อนนฺตจกฺกวาเฬสุ สพฺพสตฺตานมฺปิ เอกกฺขเณ สปฺปาฏิหาริยธมฺมํ สาเวตุํ สกฺโกตีติ สพฺพสตฺตานมฺปิ อิโต ปุพฺเพว วิมุตฺติปฺปสงฺโค สิยา. เย ปน เทวมนุสฺสนาคสุปณฺณาทโย ปกติยาว กมฺมสฺสกตญฺญาณาทิยุตฺตา โหนฺติ, เตเยว ปุพฺเพ อนุปนิสฺสยาปิ ภควโต สทฺธมฺมสฺสวนาทินา ปฐมํ วิวฏฺฏูปนิสฺสยํ ปสาทํ อุปฺปาเทตุํ สกฺโกนฺติ, น อิตเรติ คเหตพฺพํ. อเร อหมฺปิ นามาติ เอตฺถ ‘‘กุโตหํ อิธ นิพฺพตฺโตติ โอโลเกตฺวา มณฺฑูกภาวโตติ ญตฺวา’’ติ อิทํ เอตฺตกมฺปิ อเร อหมฺปิ นามาติ วิมฺหยวจเนเนว สิชฺฌตีติ อวุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ชลนฺติ ชลนฺโต วิชฺโชตมาโน. มณฺฑูโกหนฺติ คาถาย อุทเกติ สญฺชาตฏฺฐานทสฺสนํ, เตน ถลมณฺฑูกตา นิวตฺตนํ กตํ โหติ. อุทเก ชาตานมฺปิ กจฺฉปาทีนํ ถลโคจรตาปิ อตฺถีติ ตํ นิวตฺตนตฺถํ ‘‘วาริโคจโร’’ติ วุตฺตํ, อุทกสญฺจารีติ อตฺโถ.

วิโมกฺขนฺติกญาณวเสนาติ เอตฺถ สพฺพโส กิเลเสหิ วิมุจฺจตีติ วิโมกฺโข, อคฺคมคฺโค, ตสฺส อนฺโต, อคฺคผลํ, ตตฺถ ภวํ วิโมกฺขนฺติกํ, สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ สพฺพมฺปิ พุทฺธญาณํ. อิทานิ สมฺมาสมฺพุทฺธปทโต พุทฺธปทสฺส วิเสสํ ทสฺเสตุํ ยสฺมา วาติอาทิ วุตฺตํ. สมฺมาสมฺพุทฺธปเทน หิ สตฺถุ ปฏิเวธญาณานุภาโว วุตฺโต, อิมินา ปน พุทฺธปเทน เทสนาญาณานุภาโวปิ, เตนาห อญฺเญปิ สตฺเต โพเธสีติอาทิ.

คุณวิสิฏฺฐสตฺตุตฺตมครุคารวาธิวจนนฺติ สพฺเพหิ สีลาทิคุเณหิ วิสิฏฺฐสฺส ตโต เอว สพฺพสตฺเตหิ อุตฺตมสฺส ครุโน คารววเสน วุจฺจมานวจนมิทํ ภควาติ. เสฏฺฐนฺติ เสฏฺฐวาจกํ วจนํ เสฏฺฐคุณสหจรณโต. อถ วา วุจฺจตีติ วจนํ, อตฺโถ, โส เสฏฺโฐติ อตฺโถ. อุตฺตมนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ครุคารวยุตฺโตติ เอตฺถ ครุภาโว คารวํ, ครุคุณโยคโต ครุกรณํ วา คารวํ, เตน สาวกาทีนํ อสาธารณตาย ครุภูเตน มหนฺเตน คารเวน ยุตฺโตติ ครุคารวยุตฺโต. อถ วา ครุ จ สพฺพโลกสฺส สิกฺขกตฺตา เตเนว คารวยุตฺโต จาติปิ โยเชตพฺพํ.

อวตฺถาย วิทิตํ อาวตฺถิกํ. เอวํ ลิงฺคิกํ. นิมิตฺตโต อาคตํ เนมิตฺติกํ. อธิจฺจ ยํกิญฺจิ นิมิตฺตํ อธิวจนวเสน อนเปกฺขิตฺวา ปวตฺตํ อธิจฺจสมุปฺปนฺนํ, เตนาห ‘‘วจนตฺถมนเปกฺขิตฺวา’’ติ. ยทิจฺฉาย อาคตํ ยาทิจฺฉกํ. เอตฺถ จ พาหิรํ ทณฺฑาทิ ลิงฺคํ, อพฺภนฺตรํ เตวิชฺชาทิ นิมิตฺตํ. ปจุรชนวิสยํ วา ทิสฺสมานํ ลิงฺคํ, ตพฺพิปรีตํ นิมิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สจฺฉิกาปญฺญตฺตีติ สพฺพธมฺมานํ สจฺฉิกิริยานิมิตฺตา ปญฺญตฺติ. อถ วา สจฺฉิกาปญฺญตฺตีติ ปจฺจกฺขสิทฺธา ปญฺญตฺติ. ยํคุณนิมิตฺตา หิ สา, เต คุณา สตฺถุ ปจฺจกฺขภูตาติ คุณา วิย สาปิ สจฺฉิกตา เอว นาม โหติ, น ปเรสํ, โวหารมตฺเตนาติ อธิปฺปาโย. ยํคุณเนมิตฺติกนฺติ เยหิ คุเณหิ นิมิตฺตภูเตหิ เอตํ นามํ เนมิตฺติกญฺจ ชาตํ. วทนฺตีติ ธมฺมเสนาปติสฺส ครุภาวโต พหุวจเนนาห, สงฺคีติกาเรหิ วา กตมนุวาทํ สนฺธาย.

อิสฺสริยาทิเภโท ภโค อสฺส อตฺถีติ ภคี. มคฺคผลาทิอริยคุณํ อรญฺญาทิวิเวกฏฺฐานญฺจ ภชิ เสวิ สีเลนาติ ภชี. จีวราทิปจฺจยานํ อตฺถรสาทีนญฺจ สีลาทิคุณานญฺจ ภาคี, ทายาโทติ อตฺโถ. วิภชิ อุทฺเทสนิทฺเทสาทิปฺปกาเรหิ ธมฺมรตนํ ปวิภชีติ วิภตฺตวา. ราคาทิปาปธมฺมํ ภคฺคํ อกาสีติ ภควาติ วุจฺจตีติ สพฺพตฺถ สมฺพนฺโธ. ครุปิ โลเก ภควาติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘ครู’’ติ, ยสฺมา ครุ, ตสฺมาปิ ภควาติ อตฺโถ. ปารมิตาสงฺขาตํ ภคฺยมสฺส อตฺถีติ ภคฺยวา. พหูหิ ญาเยหีติ กายภาวนาทิเกหิ อเนเกหิ ภาวนากฺกเมหิ. สุภาวิตตฺตโนติ ปจฺจตฺเต เอตํ สามิวจนํ, เตน สุภาวิตสภาโวติ อตฺโถ. ภวานํ อนฺตํ นิพฺพานํ คโตติ ภวนฺตโค. ตตฺถ ตตฺถ ภควาติ สทฺทสิทฺธิ นิรุตฺตินเยเนว เวทิตพฺพา.

อิทานิ ภคี ภชีติ นิทฺเทสคาถาย นวหิ ปเทหิ ทสฺสิตมตฺถํ ภคฺยวาติ คาถาย ฉหิ ปเทหิ สงฺคเหตฺวา ปทสิทฺธึ อตฺถโยชนานยเภเทหิ สทฺธึ ทสฺเสตุํ อยํ ปน อปโร นโยติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วณฺณวิปริยโยติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, เตเนว วณฺณวิกาโร วณฺณโลโป ธาตุอตฺเถน นิโยชนญฺจาติ อิมํ ติวิธํ ลกฺขณํ สงฺคณฺหาติ. สทฺทนเยนาติ สทฺทลกฺขณนเยน. ปิโสทราทีนํ สทฺทานํ อากติคณภาวโต วุตฺตํ ‘‘ปิโสทราทิปกฺเขปลกฺขณํ คเหตฺวา’’ติ. ปกฺขิปนเมว ลกฺขณํ. ตปฺปริยาปนฺนตากรณญฺหิ ปกฺขิปนํ. ภคฺยนฺติ กุสลํ.

โลภาทโย จตฺตาโร โทสา เอกกวเสน คหิตา. อหิริกาทโย ทุกวเสน. อกฺโกจฺฉิมนฺติอาทินา (ธ. ป. ๓-๔) ปุนปฺปุนํ กุชฺฌนวเสน จิตฺตปริโยนนฺธโน โกโธว อุปนาโห. ปเรสํ ปุพฺพการิตาลกฺขณสฺส คุณสฺส นิปุญฺฉโน มกฺโข นาม. พหุสฺสุตาทีหิ สทฺธึ ยุคคฺคาโห อตฺตโน สมกรณํ ปลาโส. อตฺตโน วิชฺชมานโทสปฏิจฺฉาทนา มายา. อวิชฺชมานคุณปฺปกาสนํ สาเฐยฺยํ. ครูสุปิ ถทฺธตา อโนนตตา ถมฺโภ. ตทุตฺตริกรณลกฺขโณ สารมฺโภ. ชาติอาทึ นิสฺสาย อุนฺนติลกฺขโณ มาโน. อพฺภุนฺนติลกฺขโณ อติมาโน. ชาติอาทึ นิสฺสาย มชฺชนาการปฺปตฺโต มาโนว มโท นาม. โส สตฺตวีสติวิโธ. กามคุเณสุ จิตฺตสฺส โวสฺสคฺโค ปมาโท. กายทุจฺจริตาทีนิ ติวิธทุจฺจริตานิ. ตณฺหาทิฏฺฐิทุจฺจริตวเสน ติวิธสํกิเลสา. ราคโทสโมหาว มลานิ. เตเยว กายทุจฺจริตาทโย จ ติวิธวิสมานิ. กามพฺยาปาทวิหึสาสญฺญา ติวิธสญฺญา นาม. เตเยว วิตกฺกา. ตณฺหาทิฏฺฐิมานา ปปญฺจา. สุภสุขนิจฺจอตฺตวิปริเยสา จตุพฺพิธวิปริเยสา. ฉนฺทาทโย อคติ. จีวราทีสุ ปจฺจเยสุ โลภา จตฺตาโร ตณฺหุปาทา. พุทฺธธมฺมสงฺฆสิกฺขาสุ กงฺขา, สพฺรหฺมจารีสุ โกโป จ ปญฺจ เจโตขีลา. กาเม กาเย รูเป จ อวีตราคตา, ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขาทิอนุโยโค, อญฺญตรํ เทวนิกายํ ปณิธาย พฺรหฺมจริยจรณญฺจ ปญฺจ เจโตวินิพนฺธา. รูปาภินนฺทนาทโย ปญฺจ อภินนฺทนา. โกธมกฺขอิสฺสาสาเฐยฺยปาปิจฺฉตาสนฺทิฏฺฐิปรามาสา ฉ วิวาทมูลานิ. รูปตณฺหาทโย ฉ ตณฺหากายา. มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทโย อฏฺฐมคฺคงฺคปฏิปกฺขา มิจฺฉตฺตา. ตณฺหํ ปฏิจฺจ ปริเยสนา, ปริเยสนํ ปฏิจฺจ ลาโภ, ลาภํ ปฏิจฺจ วินิจฺฉโย, ตํ ปฏิจฺจ ฉนฺทราโค, ตํ ปฏิจฺจ อชฺโฌสานํ, ตํ ปฏิจฺจ ปริคฺคโห, ตํ ปฏิจฺจ มจฺฉริยํ, ตํ ปฏิจฺจ อารกฺขา, อารกฺขาธิกรณํ ทณฺฑาทานาทิอเนกากุสลราสีติ นว ตณฺหามูลกา ธมฺมา. ปาณาติปาตาทโย ทส อกุสลกมฺมปถา. จตฺตาโร สสฺสตวาทา ตถา เอกจฺจสสฺสตวาทา อนฺตานนฺติกา อมราวิกฺเขปิกา เทฺว อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกา โสฬส สญฺญีวาทา อฏฺฐ อสญฺญีวาทา อฏฺฐ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาทา สตฺต อุจฺเฉทวาทา ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ เอตานิ ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตานิ. รูปตณฺหาทิฉตณฺหา เอว ปจฺเจกํ กามตณฺหาภวตณฺหาวิภวตณฺหาวเสน อฏฺฐารส โหนฺติ, ตา อชฺฌตฺตพหิทฺธรูปาทีสุ ปวตฺติวเสน ฉตฺตึส, ปุน กาลตฺตยวเสน อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตานิ โหนฺติ. ปเภท-สทฺทํ ปจฺเจกํ สมฺพนฺธิตฺวา โลภปฺปเภโทติอาทินา โยเชตพฺพํ. สพฺพทรถปริฬาหกิเลสสตสหสฺสานีติ สพฺพานิ สตฺตานํ ทรถสงฺขาตปริฬาหกรานิ กิเลสานํ อเนกานิ สตสหสฺสานิ, อารมฺมณาทิวิภาคโต ปวตฺติอาการวิภาคโต จ เนสํ เอวํ ปเภโท เวทิตพฺโพ. ปญฺจ มาเร อภญฺชีติ สมฺพนฺโธ. ปริสฺสยานนฺติ อุปทฺทวานํ.

เอวํ ภคฺยวา ภคฺควาติ ทฺวินฺนํ ปทานํ อตฺถํ วิภชิตฺวา อิทานิ เตหิ ทฺวีหิ คหิตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ภคฺยวนฺตตาย จสฺสาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สตปุญฺญชลกฺขณธรสฺสาติ อเนกสตปุญฺญนิพฺพตฺตมหาปุริสลกฺขณธรสฺส ภควโต. สกจิตฺเต อิสฺสริยํ นาม ปฏิกฺกูลาทีสุ อปฺปฏิกฺกูลสญฺญิตาทิวสปฺปวตฺติยา เจว เจโตสมาธิวเสน จ อตฺตโน จิตฺตสฺส วสีภาวาปาทนเมว. อณิมา ลฆิมาทิกนฺติ อาทิ-สทฺเทน มหิมา ปตฺติ ปากมฺมํ อีสิตา วสิตา ยตฺถกามาวสายิตาติ อิเม ฉปิ สงฺคหิตา. ตตฺถ กายสฺส อณุภาวกรณํ อณิมา. อากาเส ปทสา คมนาทิอรหภาเวน ลหุภาโว ลฆิมา. กายสฺส มหนฺตตาปาทนํ มหิมา. อิฏฺฐเทสสฺส ปาปุณนํ ปตฺติ. อธิฏฺฐานาทิวเสน อิจฺฉิตตฺถนิปฺผาทนํ ปากมฺมํ. สยํวสิตา อิสฺสรภาโว อีสิตา. อิทฺธิวิเธ วสีภาโว วสิตา. อากาเสน วา คจฺฉโต, อญฺญํ วา กิญฺจิ กโรโต ยตฺถ กตฺถจิ โวสานปฺปตฺติ ยตฺถกามาวสายิตา, ‘‘กุมารกรูปาทิทสฺสน’’นฺติปิ วทนฺติ. สพฺพงฺคปจฺจงฺคสิรีติ สพฺเพสํ องฺคปจฺจงฺคานํ โสภา. อตฺถีติ อนุวตฺตติ. ลหุสาธนํ ตํ ตํ กาลิกํ อิจฺฉิตํ, ครุสาธนํ จิรกาลิกํ พุทฺธตฺตาทิปตฺถิตํ. ภคา อสฺส สนฺตีติ ภควาติ อิทํ สทฺทสตฺถนเยน สิทฺธํ, เสสํ สพฺพํ นิรุตฺตินเยน สิทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ.

ปีฬนสงฺขตสนฺตาปวิปริณามฏฺเฐนาติอาทีสุ ปีฬนฏฺโฐ สงฺขตฏฺโฐติอาทินา อตฺถ-สทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ. ตตฺถ อตฺตโน สภาเวน ปีฬนลกฺขณํ ทุกฺขํ. ตสฺส โย ปีฬนเมว อตฺโถ ‘‘ปีฬนฏฺโฐ’’ติ วุจฺจติ, โส สภาโว. ยสฺมา ปน ตํสมุทเยน สงฺขตํ, ตสฺมา สงฺขตฏฺโฐ สมุทยทสฺสเนน อาวิภูโต. ยสฺมา จ มคฺโค กิเลสสนฺตาปหรตฺตา สุสีตโล, ตสฺมาสฺส มคฺคทสฺสเนน สนฺตาปฏฺโฐ อาวิภูโต ตปฺปฏิโยคตฺตา. อวิปริณามธมฺมสฺส ปน นิโรธสฺส ทสฺสเนน วิปริณามฏฺโฐ อาวิภูโตติ. เอกสฺเสว สภาวธมฺมสฺส สกภาวโต อิตรสจฺจตฺตยนิวตฺติโต จ ปริกปฺเปตพฺพตฺตา จตฺตาโร อตฺถา วุตฺตา. สมุทยสฺส ปน ราสิกรณโต อายูหนฏฺโฐ สภาโว, ตสฺเสว ทุกฺขทสฺสเนน นิทานฏฺโฐ อาวิภูโต. วิสํโยคภูตสฺส นิโรธสฺส ทสฺสเนน สํโยคฏฺโฐ. นิยฺยานภูตสฺส มคฺคสฺส ทสฺสเนน ปลิโพธฏฺโฐ อาวิภูโต.

นิโรธสฺส ปน นิสฺสรณฏฺโฐ สภาโว, ตสฺเสว สมุทยทสฺสเนน วิเวกฏฺโฐ อาวิภูโต. สงฺขตสฺส มคฺคสฺส ทสฺสเนน อสงฺขตฏฺโฐ, วิสยภูตสฺส มรณธมฺมสฺส วา ทุกฺขสฺส ทสฺสเนน อมตฏฺโฐ. มคฺคสฺส ปน นิยฺยานฏฺโฐ สภาโว, ตสฺเสว สมุทยทสฺสเนน ทุกฺขสฺเสวายํ เหตุ, นิพฺพานปฺปตฺติยา ปน อยเมว เหตูติ เหตฺวฏฺโฐ, อติสุขุมนิโรธทสฺสเนน อิธเมว ทสฺสนนฺติ ทสฺสนฏฺโฐ, อธิกปณสฺส ทุกฺขสฺส ทสฺสเนน อธิปเตยฺยฏฺโฐ อาวิภูโต. เอเต เอว จ ปีฬนาทโย โสฬส อาการาติ วุจฺจนฺติ.

กาเมหิ วิเวกฏฺฐกายตา กายวิเวโก. นีวรณาทีหิ วิวิตฺตา อฏฺฐ สมาปตฺติโย จิตฺตวิเวโก. อุปธียนฺติ เอตฺถ ยถาสกํ ผลานีติ อุปธโย, ปญฺจกามคุณสงฺขาตกามขนฺธกิเลสอภิสงฺขารา, เตหิ จตูหิ วิวิตฺตํ นิพฺพานํ อุปธิวิเวโก นาม.

อนตฺตานุปสฺสนาย ปฏิลทฺโธ ทุกฺขานิจฺจานุปสฺสนาหิ จ ปฏิลทฺโธ อริยมคฺโค อาคมนวเสน ยถากฺกมํ สุญฺญตอปฺปณิหิตอนิมิตฺตวิโมกฺขสญฺญํ ปฏิลภติ, กิเลเสหิ วิมุตฺตตฺตา หิ เอส วิโมกฺโขติ.

ยถา โลเก เอเกกปทโต เอเกกมกฺขรํ คเหตฺวา ‘‘เมขลา’’ติ วุตฺตํ, เอวมิธาปีติ อตฺโถ. เมหนสฺสาติ คุยฺหปฺปเทสสฺส. ขสฺสาติ โอกาสสฺส.

สห เทเวหีติอาทีสุ สห เทเวหิ วตฺตตีติ สเทวโก โลโก. ตํ สเทวกนฺติอาทินา โยชนา เวทิตพฺพา. สเทวกวจเนนาติ สเทวก-สทฺเท วิเสสนภาเวน ฐิตเทววจเนน. ตสฺสาปิ สเทวกปเท อนฺโตภูตตฺตา อวยเว สมุทาโยปจารวเสน โวหาโร กโต. อิตรถา เตน เทววิสิฏฺฐโลกสฺเสว คหณโต ปญฺจกามาวจรเทวคฺคหณํ น สิยา, เอวํ อุปริปิ. สมารกวจเนน มารสทฺเทน เตน สหจริตา สพฺเพ วสวตฺติเทวา จ คหิตาติ อาห ‘‘ฉฏฺฐกามาวจรเทวคฺคหณ’’นฺติ. พฺรหฺมกายิกา นาม ปฐมชฺฌานภูมิกา. เต อาทิ เยสํ อารุปฺปปริยนฺตานํ พฺรหฺมานํ เตสํ พฺรหฺมานํ คหณํ พฺรหฺมกายิกาทิพฺรหฺมคฺคหณํ. โลก-สทฺทสฺส โอกาสโลกาทีนมฺปิ สาธารณตฺตา สตฺตโลกาเวณิกเมว ปชาคหณํ กตนฺติ อาห ‘‘ปชาวจเนน สตฺตโลกคฺคหณ’’นฺติ. สเทวกาทิวจเนน อุปปตฺติเทวานํ, สสฺสมณวจเนน วิสุทฺธิเทวานญฺจ คหิตตฺตา อาห ‘‘สเทวมนุสฺสวจเนน สมฺมุติเทวอวเสสมนุสฺสคฺคหณ’’นฺติ. ตตฺถ สมฺมุติเทวา ราชาโน, อวเสสมนุสฺสา สมฺมุติเทวสมณพฺราหฺมเณหิ อวสิฏฺฐา. สตฺตโลกาเวณิกสฺส ปชาสทฺทสฺส วิสุํ คหิตตฺตา สเทวกํ โลกนฺติ เอตฺถ โลกสทฺทคฺคหณํ โอกาสโลกเมว นิยเมตีติ อาห ‘‘ตีหิ ปเทหิ โอกาสโลโก’’ติ. อิทญฺจ สเทวกาทิปทตฺตยวจนียสฺส ปธานตฺถสฺส วเสน วุตฺตํ. โอกาสโลกวิเสสนสฺส ปเนตฺถ เทวมาราทิสตฺตโลกสฺสาปิ คหณํ เวทิตพฺพํ สามตฺถิยโต คมฺยมานตฺตา สปุตฺโต อาคโตติอาทีสุ ปุตฺตาทีนํ วิย. อิมสฺมิญฺจ นเย สเทวกํ สมารกํ สพฺรหฺมกํ โอกาสโลกํ สสฺสมณพฺราหฺมณึ สเทวมนุสฺสํ ปชญฺจาติ จ-การํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ, โอกาสสตฺตโลกานํ คหเณน เจตฺถ ตทุภยสมฺมุตินิมิตฺตภูโต สงฺขารโลโกปิ ตทวินาภาวโต คหิโต เอวาติ ทฏฺฐพฺโพ. อปเร ปน ‘‘สเทวกนฺติอาทีหิ ปญฺจหิ ปเทหิ สตฺตโลโกว อตฺตโน อวยวภูตเทวาทิวิเสสเนหิ วิเสเสตฺวา คหิโต, ตคฺคหเณน ตทาธาโร โอกาสโลโก, ตทุภยปญฺญตฺติวิสโย สงฺขารโลโก จ คหิตา เอว โหนฺตี’’ติ วทนฺติ. เตสญฺจ ปชนฺติ อิทํ โลกสทฺทสฺส วิเสสนํ กตฺวา สเทวกํ ปชํ โลกํ…เป… สเทวมนุสฺสํ ปชํ โลกนฺติ โยเชตพฺพํ.

อรูปาวจรโลโก คหิโต ปาริเสสญาเยน อิตเรสํ ปทนฺตเรหิ คหิตตฺตา. มารคฺคหเณน ตปฺปธานา ตํสทิสา จ อุปปตฺติเทวา สงฺคยฺหนฺตีติ อาห ‘‘ฉกามาวจรเทวโลโก’’ติ. ขตฺติยปริสา พฺราหฺมณคหปติสมณจาตุมหาราชิกตาวตึสมารพฺรหฺมปริสาติ อิมาสุ อฏฺฐสุ ปริสาสุ จาตุมหาราชิกาทีนํ จตุนฺนํ ปริสานํ สเทวกาทิปเทหิ สงฺคหิตตฺตา อิธ สสฺสมณพฺราหฺมณินฺติ อิมินา สมณปริสา พฺราหฺมณปริสา จ, สเทวมนุสฺสนฺติ อิมินา ขตฺติยปริสา คหปติปริสา จ วุตฺตาติ อาห ‘‘จตุปริสวเสนา’’ติ. ตสฺส มนุสฺสโลโก คหิโตติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ตตฺถ มนุสฺสโลโกติ มนุสฺสสมูโห, เตนาห ‘‘อวเสสสพฺพสตฺตโลโก วา’’ติ.

วิกปฺปนฺตรํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สมฺมุติเทเวหิ วา สห มนุสฺสโลโก’’ติ. เทวปเทน สมฺมุติเทวา, สมณพฺราหฺมณมนุสฺสปเทหิ เสสมนุสฺสา จ คหิตาติ เอวํ วิกปฺปทฺวเยปิ มนุสฺสํ ปชํ มนุสฺสึ ปชนฺติ ปชา-สทฺทํ มนุสฺส-สทฺเทน วิเสเสตฺวา ตํ ปุน สห เทเวหิ วตฺตตีติ สเทวา, ปชา. สเทวา จ สา มนุสฺสา จาติ สเทวมนุสฺสา, ตํ สเทวมนุสฺสํ ปชํ. ปุน กึ ภูตํ สสฺสมณพฺราหฺมณินฺติ เอวํ ยถา ปชาสทฺเทน มนุสฺสานญฺเญว คหณํ สิยา, ตถา นิพฺพจนํ กาตพฺพํ, อิตรถา มนุสฺสานญฺเญว คหณํ น สมฺปชฺชติ สพฺพมนุสฺสานํ วิเสสนภาเวน คหิตตฺตา อญฺญปทตฺถภูตสฺส กสฺสจิ มนุสฺสสฺส อภาวา. อิทานิ ปชนฺติ อิมินา อวเสสนาคาทิสตฺเตปิ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสตุกาโม อาห ‘‘อวเสสสพฺพสตฺตโลโก วา’’ติ. เอตฺถาปิ จตุปริสวเสน อวเสสสพฺพสตฺตโลโก สมฺมุติเทวมนุสฺเสหิ วา สห อวเสสสพฺพสตฺตโลโกติ โยเชตพฺพํ.

เอตฺตาวตา ภาคโส โลกํ คเหตฺวา โยชนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เอเกกปเทน อภาคโส สพฺพโลกานํ คหณปกฺเขปิ ตสฺส ตสฺส วิเสสนสฺส สปฺผลตํ ทสฺเสตุํ อปิ เจตฺถาติอาทิ วุตฺตํ. อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโตติ อุกฺกฏฺฐานํ เทวคติปริยาปนฺนานํ ปริจฺฉินฺนวเสน ชานนวเสน กิตฺติสทฺโท สยํ อตฺตโน อวยวภูเตน สเทวกวจเนน ตํ สุณนฺตานํ สาเวนฺโต อพฺภุคฺคโตติ โยชนา. อนุสนฺธิกฺกโมติ อตฺถานญฺเจว ปทานญฺจ อนุสนฺธานกฺกโม, ชานนกฺกโมติ อตฺโถ.

อภิญฺญาติ ย-การโลเปน นิทฺเทโสติ อาห ‘‘อภิญฺญายา’’ติ. สมนฺตภทฺรกตฺตาติ สพฺพภาเคหิ สุนฺทรตฺตา. สาสนธมฺโมติ ปฏิปตฺติปฏิเวธสาสนสฺส ปกาสโก ปริยตฺติธมฺโม. พุทฺธสุโพธิตตายาติ อิทํ ติกํ ธมฺมสฺส เหตุสรูปผลวเสน วุตฺตํ, ตถา นาถปภวตฺติกมฺปิ. มชฺเฌ ติกทฺวยํ ผลวเสเนว วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. กิจฺจสุทฺธิยาติ ธมฺมํ สุตฺวา ยถาสุตวเสน ปฏิปชฺชนฺตานํ สุปฺปฏิปตฺติสงฺขาตกิจฺจสุทฺธิยา.

อิทานิ อาทิกลฺยาณาทิปฺปการเมว ธมฺมํ เทเสนฺโต ภควา โสตูนํ ยํ สาสนพฺรหฺมจริยํ มคฺคพฺรหฺมจริยญฺจ ปกาเสติ, ตปฺปกาสกสฺส พฺรหฺมจริยปทสฺส สาตฺถนฺติอาทีนิ ปทานิ วิเสสนภาเวน วุตฺตานิ, น ธมฺมปทสฺสาติ ทสฺสนมุเขน นานปฺปการโต อตฺถํ วิวริตุกาโม สาตฺถํ สพฺยญฺชนนฺติ เอวมาทีสุ ปนาติอาทิมาห. ตตฺถ ติสฺโส สิกฺขา สกโล จ ตนฺติธมฺโม สาสนพฺรหฺมจริยํ นาม. ภควา หิ ธมฺมํ เทเสนฺโต สีลาทิเก วิย ตปฺปกาสกํ ตนฺติธมฺมมฺปิ ปกาเสติ เอว สทฺทตฺถสมุทายตฺตา ปริยตฺติธมฺมสฺส. ยถานุรูปนฺติ ยถารหํ. สิกฺขตฺตยสงฺคหิตญฺหิ สาสนพฺรหฺมจริยํ มคฺคพฺรหฺมจริยญฺจ อตฺถสมฺปตฺติยา สมฺปนฺนตฺถตาย, อุปรูปริ อธิคนฺตพฺพวิเสสสงฺขาตอตฺถสมฺปตฺติยา จ สห อตฺเถน ปโยชเนน วตฺตตีติ สาตฺถเมว, น ตุ สพฺยญฺชนํ, ตนฺติธมฺมสงฺขาตํ สาสนพฺรหฺมจริยํ ยถาวุตฺเตน อตฺเถน สาตฺถํ สพฺยญฺชนญฺจ. กิราตาทิมิลกฺขวจนานมฺปิ สาตฺถสพฺยญฺชนตฺเต สมาเนปิ วิสิฏฺฐตฺถพฺยญฺชนโยคํ สนฺธาย สหตฺโถ เทวทตฺโต สวิตฺโตติอาทิ วิย ‘‘สาตฺถํ สพฺยญฺชน’’นฺติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถํ, พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชน’’นฺติ. ตตฺถ ยํ อตฺถํ สุตฺวา ตถา ปฏิปชฺชนฺตา สพฺพทุกฺขกฺขยํ ปาปุณนฺติ, ตสฺส ตาทิสสมฺปตฺติ อตฺถสมฺปตฺติ นาม, สมฺปนฺนตฺถตาติ อตฺโถ. พฺยญฺชนสมฺปตฺติ นาม สิถิลธนิตาทิพฺยญฺชนปริปุณฺณาย มาคธิกาย สภาวนิรุตฺติยา คมฺภีรมฺปิ อตฺถํ อุตฺตานํ กตฺวา ทสฺสนสมตฺถตา สมฺปนฺนพฺยญฺชนตาติ อตฺโถ.

อิทานิ เนตฺติปฺปกรณนเยนาปิ (เนตฺติ ๔ ทฺวาทสปท) อตฺถํ ทสฺเสตุํ สงฺกาสนาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สงฺเขปโต กาสียติ ทีปียตีติ สงฺกาสนนฺติ กมฺมสาธนวเสน อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ, เอวํ เสเสสุปิ. ปฐมํ กาสนํ ปกาสนํ. อุภยมฺเปตํ อุทฺเทสตฺถวจนสงฺขาตสฺส วิตฺถารวจนํ. สกึ วุตฺตสฺส ปุน วจนญฺจ วิวรณวิภชนานิ. อุภยมฺเปตํ นิทฺเทสตฺถวจนํ. วิวฏสฺส วิตฺถารตราภิธานํ วิภตฺตสฺส จ ปกาเรหิ ญาปนํ อุตฺตานีกรณปญฺญตฺติโย. อุภยมฺเปตํ ปฏินิทฺเทสตฺถวจนสงฺขาตสฺส วิตฺถารวจนํ. อตฺถปทสมาโยคโตติ ยถาวุตฺตานิ เอว ฉ ปทานิ ปริยตฺติยา อตฺถวิภาคตฺตา อตฺถปทานิ, เตหิ สหิตตาย อตฺถโกฏฺฐาสยุตฺตตฺตาติ อตฺโถ. อปริโยสิเต ปเท อาทิมชฺฌคตวณฺโณ อกฺขรํ, เอกกฺขรํ, ปทํ วา อกฺขรํ. วิภตฺติยนฺตํ ปทํ. ปทาภิหิตํ อตฺถํ พฺยญฺเชตีติ พฺยญฺชนํ, วากฺยํ. กถิตสฺเสวตฺถสฺส อเนกวิเธน วิภาคกรณํ อากาโร นาม. อาการาภิหิตสฺส นิพฺพจนํ นิรุตฺติ. นิพฺพจนตฺถวิตฺถาโร นิทฺเทโส. อถ วา ‘‘อกฺขเรหิ สงฺกาเสติ, ปเทหิ ปกาเสติ, พฺยญฺชเนหิ วิวรติ, อากาเรหิ วิภชติ, นิรุตฺตีหิ อุตฺตานึ กโรติ, นิทฺเทเสหิ ปญฺญเปตี’’ติ วจนโต สงฺกาสนปกาสนสงฺขอาตอุทฺเทสตฺถวาจกานิ วจนานิ อกฺขรปทานิ นาม. วิวรณวิภชนสงฺขาตนิทฺเทสตฺถวาจกานิ วจนานิ พฺยญฺชนาการา นาม. อุตฺตานีกรณปญฺญตฺติสงฺขาตปฏินิทฺเทสตฺถวาจกานิ วจนานิ นิรุตฺตินิทฺเทสา นาม, เตสํ สมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนนฺติ อตฺโถ.

อตฺถคมฺภีรตาติอาทีสุ อตฺโถ นาม ตนฺติอตฺโถ, เหตุผลํ วา. ธมฺโม นาม ตนฺติ, เหตุ วา. เทสนา นาม ยถาธมฺมํ ธมฺมาภิลาโป. ปฏิเวโธ นาม ยถาวุตฺตอตฺถาทีนํ อวิปรีตาวโพโธ. เต ปเนเต อตฺถาทโย ยสฺมา สสาทีหิ วิย มหาสมุทฺโท มนฺทพุทฺธีหิ ทุกฺโขคาหา อลพฺภเนยฺยปติฏฺฐา จ, ตสฺมา คมฺภีรา. เตสุ ปฏิเวธสฺสาปิ อตฺถสนฺนิสฺสิตตฺตา อตฺถสภาคตฺตา จ วุตฺตํ ‘‘อตฺถคมฺภีรตาปฏิเวธคมฺภีรตาหิ สาตฺถ’’นฺติ. ธมฺมเทสนานํ อตฺถสนฺนิสฺสิตตฺเตปิ สยํ พฺยญฺชนรูปตฺตา วุตฺตํ ‘‘ธมฺมคมฺภีรตาเทสนาคมฺภีรตาหิ สพฺยญฺชน’’นฺติ. ยถาวุตฺตอตฺถาทีสุ ปเภทคตานิ ญาณานิ อตฺถปฏิสมฺภิทาทโย. ตตฺถ นิรุตฺตีติ ตนฺติปทานํ นิทฺธาเรตฺวา วจนํ, นิพฺพจนนฺติ อตฺโถ. ตีสุ ปฏิสมฺภิทาสุ ญาณํ ปฏิภานปฏิสมฺภิทา. โลกิยา สทฺเธยฺยวจนมุเขเนว อตฺเถสุ ปสีทนฺติ, น อตฺถมุเขนาติ อาห สทฺเธยฺยโตติอาทิ. เกวลสทฺโท สกลาธิวจนนฺติ อาห ‘‘สกลปริปุณฺณภาเวนา’’ติ. พฺรหฺมจริย-สทฺโท อิธ สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สกลํ สาสนํ ทีเปตีติ อาห สิกฺขตฺตยปริคฺคหิตตฺตาติอาทิ.

ยถาวุตฺตเมวตฺถํ อปเรนาปิ ปริยาเยน ทสฺเสตุํ อปิ จาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สนิทานนฺติ เทสกาลาทิทีปเกน นิทานวจเนน สนิทานํ. สอุปฺปตฺติกนฺติ อฏฺฐุปฺปตฺติอาทิยุตฺติยุตฺตํ. ตตฺรายํ ปาฬิโยชนากฺกโม – ‘‘เวรญฺโช พฺราหฺมโณ สมโณ ขลุ โภ…เป… วิหรตี’’ติ จ, ‘‘ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมํ ‘อิติปิ โส…เป… ปเวเทตี’ติ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต’’ติ จ, ‘‘โส ธมฺมํ เทเสติ…เป… ปริโยสานกลฺยาณํ, เทเสนฺโต จ สาตฺถสพฺยญฺชนาทิคุณสํยุตฺตํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสตี’’ติ จ, ‘‘สาธุ โข ปน ตถารูปานํ อรหตํ ทสฺสนํ โหตี’’ติ จ อสฺโสสิ, สุตฺวา จ อถ โข เวรญฺโช พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ.

อฏฺฐกถายํ ปน กิญฺจาปิ ‘‘ทสฺสนมตฺตมฺปิ สาธุ โหตีติ เอวํ อชฺฌาสยํ กตฺวา อถ โข เวรญฺโช…เป… อุปสงฺกมี’’ติ เอวํ สาธุ โข ปนาติอาทิปาฐสฺส พฺราหฺมณสฺส ปริวิตกฺกนภาเวน วุตฺตตฺตา พฺรหฺมจริยํ ปกาเสตีติ ปทานนฺตรเมว อสฺโสสีติ ปทํ สมฺพนฺธิตพฺพํ วิย ปญฺญายติ, ตถาปิ ‘‘สาธุ โข ปน ตถารูปานํ อรหตํ ทสฺสนํ โหตี’’ติ เอวํ ยถาวุตฺตนิทสฺสนตฺเถน อิติ-สทฺเทน ปริจฺฉินฺทิตฺวา วุตฺตตฺตา ปน อญฺญตฺถ อิติ-สทฺทสฺส อทสฺสนโต จ อถ โข เวรญฺโชติอาทินา กตฺตพฺพนฺตรทสฺสนมุเขน ปาฬิยา ปการนฺตเร ปวตฺติโต จ ยถาวุตฺตวเสเนว ‘‘สาธุ โข ปน ตถารูปานํ อรหตํ ทสฺสนํ โหตี’’ติ วจนานนฺตรเมว อสฺโสสีติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธนํ ยุตฺตํ. อฏฺฐกถาจริเยน หิ พฺราหฺมณสฺส อตฺตนา สุตวเสเนว อชฺฌาสโย อุปฺปชฺชตีติ อุปสงฺกมนเหตุทสฺสนมุเขน ทสฺสนมตฺตมฺปิ สาธุ โหตีติ เอวํ อชฺฌาสยํ กตฺวาติอาทิ วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ.

๒. สีโตทกํ วิย อุโณฺหทเกนาติ อิทํ อุกฺกเมน มุขารุฬฺหวเสน วุตฺตํ, อนุปสนฺตสภาวตาย พฺราหฺมณสฺเสว อุโณฺหทกํ วิย สีโตทเกนาติ อตฺโถ คเหตพฺโพ, ญาณเตชยุตฺตตาย วา ภควา อุโณฺหทโกปโมติ กตฺวา ตพฺพิรหิตํ พฺราหฺมณํ สีโตทกํ วิย กตฺวา ตถา วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. เอกีภาวนฺติ สมฺโมทนกิริยาย เอกรูปตํ. ยายาติอาทีสุ ยาย กถาย สมฺโมทิ พฺราหฺมโณ, ตํ สมฺโมทนียํ กถนฺติ โยชนา. ตตฺถ ขมนียนฺติ ทุกฺขพหุลํ อิทํ สรีรํ, กจฺจิ ขมิตุํ สกฺกุเณยฺยํ. ยาปนียนฺติ จิรปฺปพนฺธสงฺขาตาย ยาปนาย ยาเปตุํ สกฺกุเณยฺยํ. โรคาภาเวน อปฺปาพาธํ. ทุกฺขชีวิตาภาเวน อปฺปาตงฺกํ. ตํตํกิจฺจกรณตฺถาย ลหุํ อกิจฺเฉน อุฏฺฐาตุํ โยคฺคตาย ลหุฏฺฐานํ. พลนฺติ สรีรสฺส สพฺพกิจฺจกฺขมํ พลํ กจฺจิ อตฺถีติ ปุจฺฉติ. ผาสุวิหาโรติ สุขวิหาโร. สรณียเมว ทีฆํ กตฺวา ‘‘สารณีย’’นฺติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘สริตพฺพภาวโต จ สารณีย’’นฺติ. ปริยาเยหีติ การเณหิ.

ภาโวติ กิริยา, ตสฺมึ วตฺตมาโน นปุํสก-สทฺโท ภาวนปุํสกนิทฺเทโส นาม, กิริยาวิเสสนสทฺโทติ อตฺโถ. เอกมนฺเต เอกสฺมึ อนฺเต ยุตฺตปฺปเทเสติ อตฺโถ. ขณฺฑิจฺจาทิภาวนฺติ ขณฺฑิตทนฺตปลิตเกสาทิภาวํ. ราชปริวฏฺเฏติ ราชูนํ ปริวตฺตนํ, ปฏิปาฏิโยติ อตฺโถ. ปุราตนุจฺจกุลปฺปสุตตาย ชิณฺณตา, น วยสาติ อาห ‘‘จิรกาลปฺปวตฺตกุลนฺวเย’’ติ. วิภวานํ มหนฺตตฺตํ ลาติ คณฺหาตีติ มหลฺลโกติ อาห ‘‘วิภวมหตฺตตาย สมนฺนาคเต’’ติ. วิภาวเน นาม อตฺเถติ ปกติวิภาวนสงฺขาเต อตฺเถ. น อภิวาเทติ วาติ อภิวาเทตพฺพนฺติ น สลฺลกฺเขติ, เอวํ อสลฺลกฺขณปกติโกติ วุตฺตํ โหติ. รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ เอตฺถาปิ นิจฺจปกติกํ อนิจฺจปกติกํ วาติ อตฺโถ. อนิจฺจํ วาติ เอตฺถ วา-สทฺโท อวธารณตฺโถ.

สมฺปติชาโตติ มุหุตฺตชาโต, ชาตสมนนฺตรเมวาติ อตฺโถ. สตฺตปทวีติหาเรน คนฺตฺวา…เป… โอโลเกสีติ เอตฺถ ทฺวารํ ปิธาย นิกฺขนฺโตติอาทีสุ วิย คมนโต ปุเร กตมฺปิ โอโลกนํ ปจฺฉา กตํ วิย วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. โอโลเกสินฺติ จ โลกวิวรณปาฏิหาริเย ชาเต มํสจกฺขุนา โวโลเกสีติ อตฺโถ. เสฏฺโฐติ ปสตฺถตโร. ปติมาเนสีติ ปูเชสิ. อาสภินฺติ อุตฺตมํ.

๓. ตํ วจนนฺติ นาหํ ตํ พฺราหฺมณาติอาทิวจนํ. อญฺญาย สณฺฐเหยฺยาติ อรหตฺเต ปติฏฺฐเหยฺย. ชาติวเสนาติ ขตฺติยาทิชาติวเสน. อุปปตฺติวเสนาติ เทเวสุ อุปปตฺติวเสน. อาวิญฺฉนฺตีติ อากฑฺฒนฺติ. ยสฺส อภิวาทาทิกรณสงฺขาตสฺส สามคฺคิรสสฺส ภควติ อภาวํ มญฺญมาโน พฺราหฺมโณ ‘‘อรสรูโป’’ติ อาห, ตพฺพิธุรสฺส รูปตณฺหาทิกสฺเสว สามคฺคิรสสฺส อภาเวน ภควา ‘‘อรสรูโป’’ติ ทสฺเสตุํ สามคฺคิรสสทฺทสฺส รูปรสาทีสุ วตฺตนปฺปการํ ทสฺเสนฺโต อาห วตฺถารมฺมณาทีติอาทิ.

ตาลาวตฺถุกตาติ อุจฺฉินฺนมูลานํ ตาลานํ วตฺถุ วิย เนสํ รูปรสาทีนํ วตฺถุ จิตฺตสนฺตานํ กตนฺติ อิมสฺมึ อตฺเถ มชฺเฌปทโลปํ ทีฆญฺจ กตฺวา นิทฺเทโสติ อาห ตาลวตฺถุ วิยาติอาทิ. ตาลวตฺถุ วิย เยสํ วตฺถุ กตํ เต ตาลาวตฺถุกตาติ วิเสสนสฺส ปรนิปาโต ทฏฺฐพฺโพ, กตตาลวตฺถุกาติ อตฺโถ. มตฺถกจฺฉินฺนตาโลเยว ปตฺตผลาทีนํ อการณตาย อวตฺถูติ ตาลาวตฺถุ, ตํ วิย เยสํ วตฺถุ กตํ เต รูปรสาทโย ตาลาวตฺถุกตา, อยํ อญฺญปทตฺถวเสน อตฺถคฺคาโห เหฏฺฐา วุตฺตนเยน สุคโมติ วิเสสมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘มตฺถกจฺฉินฺนตาโล วิย กตา’’ติ. เอวญฺจ มตฺถกสทิเสสุ รูปรสาทีสุ ราเคสุ ฉินฺเนสุปิ ตพฺพตฺถุภูตสฺส ตาลาวตฺถุสทิสสฺส จิตฺตสนฺตานสฺส ยาว ปรินิพฺพานฏฺฐานํ อุปปนฺนเมว โหติ. ยถารุตโต ปน วิเสสนสมาสวเสน อตฺเถ คยฺหมาเน รูปรสาทีนํ ตาลาวตฺถุสทิสตาย ฐานํ อาปชฺชติ. ยํ ปน สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๓) เอตํ โทสํ ปริหริตุํ รูปรสาทีนํ กุสลากุสลตฺตํ วุตฺตํ, ตํ เต ตถาคตสฺส ปหีนาติอาทิปาฬิยา, กามสุขสฺสาทสงฺขาตา รูปรสาติอาทิอฏฺฐกถาย จ น สเมติ, ขีณาสวานมฺปิ ยาว ปรินิพฺพานา กุสลากุสลานํ ผลุปฺปตฺติโต เตสํ มตฺถกจฺฉินฺนตาลสทิสตาปิ น ยุตฺตาติ คเหตพฺพํ. อถ วา มตฺถกจฺฉินฺนตาลสฺส ฐิตํ อฏฺฐิตญฺจ อมนสิกตฺวา ปุน อนุปฺปตฺติธมฺมตาสทิสมตฺตํ อุปเมตฺวา ตาลาวตฺถุ วิย กตาติ วิเสสนสมาสวเสน อตฺถคฺคหเณปิ น โกจิ โทโส. อนุ-สทฺโท ปจฺฉาติ อตฺเถ วตฺตตีติ อาห ปจฺฉาภาโว น โหตีติอาทิ. อนุ อภาวํ คตาติ ปจฺฉา อนุปฺปตฺติธมฺมตาวเสน อภาวํ คตา. อนจฺฉริยาติ อนุ อนุ อุปรูปริ วิมฺหยกตาติ อตฺโถ. ยญฺจ โข ตฺวํ วเทสีติ ยํ วนฺทนาทิสามคฺคีรสาภาวสงฺขาตํ การณํ อรสรูปตาย วเทสิ, ตํ การณํ น วิชฺชตีติ อตฺโถ.

๔. สนฺธาย ภาสิตมตฺถนฺติ ยํ อตฺถํ สนฺธาย พฺราหฺมโณ นิพฺโภโค ภวํ โคตโมติอาทิมาห, ภควา จ ยํ สนฺธาย นิพฺโภคตาทึ อตฺตนิ อนุชานาติ, ตํ สนฺธาย ภาสิตมตฺถํ.

๕. กุลสมุทาจารกมฺมนฺติ กุลาจารกมฺมํ. กายโต กายทฺวารโต ปวตฺตํ ทุจฺจริตํ กายทุจฺจริตํ. อเนกวิหิตาติ อเนกปฺปการา.

๖. ปญฺจกามคุณิกราคสฺสาติ รูปาทีสุ ปญฺจสุ กามโกฏฺฐาเสสุ อติวิย สงฺควเสน นิยุตฺตสฺส กามราคสฺส, เอเตน อนาคามีนํ วตฺถาภรณาทีสุ สงฺคนิกนฺติวเสน อุปฺปชฺชนกามราคสฺส กามราคตาภาวํ ทสฺเสติ ตสฺส รูปราคาทีสุ สงฺคหโต. อวเสสานนฺติ เอตฺถ สกฺกายทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉานํ ปฐเมน มคฺเคน, เสสานํ จตูหิปิ อุจฺเฉทํ วทติ, เตนาห ‘‘ยถานุรูป’’นฺติ.

๗. ชิคุจฺฉติ มญฺเญติ ชิคุจฺฉติ วิย, ‘‘ชิคุจฺฉตี’’ติ วา สลฺลกฺเขมิ. อโกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐนาติ อญฺญาณสมฺภูตฏฺเฐน.

๘-๑๐. ตตฺราติ ยถาวุตฺเตสุ ทฺวีสุ อตฺถวิกปฺเปสุ. ปฏิสนฺธิปริยาโยปิ อิธ คพฺภสทฺโทติ อาห ‘‘เทวโลกปฏิสนฺธิปฏิลาภายา’’ติ. อปุนพฺภวภูตาติ ขเณ ขเณ อุปฺปชฺชมานานํ ธมฺมานํ อภินิพฺพตฺติ.

๑๑. ธมฺมธาตุนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. ตญฺหิ ธมฺเม ยาถาวโต ธาเรติ อุปธาเรตีติ ‘‘ธมฺมธาตู’’ติ วุจฺจติ. เทสนาวิลาสปฺปตฺโตติ อภิรุจิวเสน ปริวตฺเตตฺวา เทเสตุํ สมตฺถตา เทสนาวิลาโส, ตํ ปตฺโต. กรุณาวิปฺผารนฺติ สพฺพสตฺเตสุ มหากรุณาย ผรณํ. ตาทิคุณลกฺขณเมว อุปมาย วิภาเวนฺโต อาห ‘‘ปถวีสมจิตฺตต’’นฺติ. ตโตเยว อกุชฺฌนสภาวโต อกุปฺปธมฺมตา. ชาติยา อนุคตนฺติ ชาติยา อนุพทฺธํ. ชราย อนุสฏนฺติ ชราย ปลิเวฐิตํ. วฏฺฏขาณุภูตนฺติ วฏฺฏโต อุทฺธริตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย วฏฺเฏ นิจฺจลภาเวน ฐิตํ ขาณุ วิย ภูตํ. ชาตานํ มจฺจานํ นิจฺจํ มรณโต ภยนฺติ อาห อชฺช มริตฺวาติอาทิ. อปฺปฏิสมํ ปุเรชาตภาวนฺติ อสทิสํ อริยาย ชาติยา ปฐมชาตภาวํ, สพฺพเชฏฺฐภาวนฺติ อตฺโถ.

‘‘อปี’’ติ อวตฺวา ‘‘ปี’’ติ วทนฺโต ปิ-สทฺโท วิสุํ อตฺถิ นิปาโตติ ทสฺเสติ. สมฺมา อธิสยิตานีติ ปาทาทีหิ อุปฆาตํ อกโรนฺติยา สมฺมเทว อุปริ สยิตานิ, อกมฺมกสฺสาปิ สยติธาตุโน อธิปุพฺพตาย สกมฺมกตา ทฏฺฐพฺพา. นขสิขาติ นขคฺคานิ. สกุณานํ ปกฺขา หตฺถปาทฏฺฐานิยาติ อาห ‘‘สงฺกุฏิตหตฺถปาทา’’ติ. เอตฺถาติ อาโลกฏฺฐาเน. นิกฺขมนฺตานนฺติ นิกฺขมนฺเตสุ, นิทฺธารเณ เหตํ สามิวจนํ. อณฺฑโกสนฺติ อณฺฑกปาลํ.

โลโกเยว โลกสนฺนิวาโส. อพุชฺฌิ เอตฺถาติ รุกฺโข โพธิ, สยํ พุชฺฌติ, พุชฺฌนฺติ วา เตนาติ มคฺโคปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณมฺปิ โพธิ. พุชฺฌียตีติ นิพฺพานํ โพธิ. อนฺตรา จ โพธินฺติ ทุติยมุทาหรณํ วินาปิ รุกฺข-สทฺเทน โพธิ-สทฺทสฺส รุกฺขปฺปวตฺติทสฺสนตฺถํ. วรภูริเมธโสติ มหาปถวี วิย ปตฺถฏปญฺโญติ อตฺโถ. ติสฺโส วิชฺชาติ อรหตฺตมคฺโค อตฺตนา สห วตฺตมานํ สมฺมาทิฏฺฐิสงฺขาตํ อาสวกฺขยญาณญฺเจว อิตรา เทฺว มหคฺคตวิชฺชา จ ตพฺพินิพนฺธกกิเลสวิทฺธํสนวเสน อุปฺปาทนโต ‘‘ติสฺโส วิชฺชา’’ติ วุจฺจติ. ฉ อภิญฺญาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สาวกปารมีญาณนฺติ อคฺคสาวเกหิ ปฏิลภิตพฺพํ สพฺพเมว โลกิยโลกุตฺตรญาณํ. ปจฺเจกโพธิญาณนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.

โอปมฺมสมฺปฏิปาทนนฺติ โอปมฺมตฺถสฺส อุปเมยฺเยน สมํ ปฏิปาทนํ. อตฺเถนาติ อุปเมยฺยตฺเถน. ติกฺขขรวิปฺปสนฺนสูรภาโวติ อิมินา สงฺขารุเปกฺขาปตฺตตํ วิปสฺสนาย ทสฺเสติ. ปริณามกาโลติ อิมินา วุฏฺฐานคามินิภาวาปตฺตึ. ตทา จ สา มคฺคญาณคพฺภํ ธาเรนฺตี วิย โหตีติ อาห ‘‘คพฺภคฺคหณกาโล’’ติ. อนุปุพฺพาธิคเตนาติ ปฐมมคฺคาทิปฏิปาฏิยา อธิคเตน. จตุรงฺคสมนฺนาคตนฺติ ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตุ (ม. นิ. ๒.๑๘๔; สํ. นิ. ๒.๒๒; อ. นิ. ๒.๕; มหานิ. ๑๙๖), สรีเร อุปสุสฺสตุ มํสโลหิต’’นฺติ เอวํ วุตฺตจตุรงฺคสมนฺนาคตํ วีริยํ.

ฉนฺโท กาโมติอาทีสุ ปตฺถนากาเรน ปวตฺโต ทุพฺพโล โลโภ อิจฺฉนฏฺเฐน ฉนฺโท. ตโต พลวา รญฺชนฏฺเฐน ราโค. ตโตปิ พลวตโร ฉนฺทราโค. นิมิตฺตานุพฺยญฺชนสงฺกปฺปวเสน ปวตฺโต สงฺกปฺโป. ตโตปิ พลวสงฺกปฺปวเสเนว ปวตฺโต ราโค. ตโตปิ พลวตโร สงฺกปฺปราโค. สฺวายํ ปเภโท เอกสฺเสว โลภสฺส ปวตฺติอาการเภเทน อวตฺถาเภเทน จ วุตฺโต.

ปฐมชฺฌานกถาวณฺณนา

เสยฺยถิทนฺติ ตํ กถนฺติ อตฺโถ. เอตนฺติ ปุพฺพปเทเยว อวธารณกรณํ, เอตํ อตฺถชาตํ วา. ตนฺนิสฺสรณโตติ เตสํ กามานํ นิสฺสรณตฺตา. เอสาติ เอว-กาโร. กามธาตุ นาม กามภโว, เนกฺขมฺมนฺติ ปฐมชฺฌานํ. เอสาติ นิยโม. ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทปฏิปฺปสฺสทฺธินิสฺสรณวิเวกา ตทงฺควิเวกาทโย. กายจิตฺตอุปธิวิเวกา กายวิเวกาทโย, ตโย เอว อิธ ฌานกถาย, สมุจฺเฉทวิเวกาทีนํ อสมฺภวา. นิทฺเทเสติ มหานิทฺเทเส. ตตฺเถวาติ มหานิทฺเทเส เอว. วิภงฺเคติ ฌานวิภงฺเค. เอวญฺหิ สตีติ อุภเยสมฺปิ กามานํ สงฺคเห สติ.

ปุริเมนาติ กายวิเวเกน. เอตฺถาติ เอตสฺมึ กายจิตฺตวิเวกทฺวเย. ทุติเยนาติ จิตฺตวิเวเกน. เอเตสนฺติ ยถาวุตฺตนเยน วตฺถุกามกิเลสกามวิเวกทฺวยสฺส วาจกภูตานํ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหีติ อิเมสํ ปทานํ, นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. พาลภาวสฺส เหตุปริจฺจาโคติ อนุวตฺตติ. อกุสลธมฺโม หิ พาลภาวสฺส เหตุ. อาสยโปสนนฺติ อาสยสฺส วิโสธนํ วฑฺฒนญฺจ. วิภงฺเค นีวรณาเนว วุตฺตานีติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ การณมาห ‘‘อุปริฌานงฺคปจฺจนีกปฏิปกฺขภาวทสฺสนโต’’ติ. ตตฺถ อุปริ สวิตกฺกนฺติอาทินา วุจฺจมานานิ ฌานงฺคานิ, เตสํ อตฺตโน ปจฺจนีกานํ ปฏิปกฺขภาวทสฺสนโตติ อตฺโถ. อุปริฌานงฺคานํ ปจฺจนีกปฏิปกฺขภาวสฺส ทสฺสนโตติปิ ปาโฐ. ตตฺถ ‘‘อุปริ วุจฺจมานฌานงฺคานํ อุชุวิปจฺจนีกวเสน ปฏิปกฺขภาวทสฺสนโต’’ติ ‘‘นีวรณานํ ตาเนว วิภงฺเค วุตฺตานี’’ติปิ อตฺถํ วทนฺติ. เปฏเกติ มหากจฺจายนตฺเถเรน กตํ เนตฺติปฺปกรณนยานุสาริปกรณํ, ตํ ปน ปิฏกานํ วณฺณนาภูตตฺตา ‘‘เปฏก’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมินฺติ อตฺโถ.

วิตกฺกนํ นาม อารมฺมณปริกปฺปนนฺติ อาห ‘‘อูหน’’นฺติ. รูปํ รูปนฺติอาทินา วิสเย อาโกเฏนฺตสฺส วิสยปฺปวตฺติอาหนนํ อุปริ อาหนนนฺติ เวทิตพฺพํ. อารมฺมเณ จิตฺตสฺส อานยนํ นาม อารมฺมณาภิมุขกรณํ. อนุสญฺจรณนฺติ อนุปริพฺภมนํ, ตญฺจ ขณนฺตรสฺส ตถากาเรน อุปฺปาทนเมว, น หิ ปรมตฺถโต เอกสฺส สญฺจรณมตฺถิ, เอวมญฺญตฺถาปิ อีทิเสสุ. อนุมชฺชนนฺติ ปริมชฺชนํ. ตตฺถาติ อารมฺมเณ. สหชาตานุโยชนํ สกิจฺจานุวตฺติตากรเณน. กตฺถจีติ ทุติยชฺฌานวิรหิเตสุ สวิจารจิตฺเตสุ สพฺพตฺถาติ อตฺโถ. วิจาเรน สห อุปฺปชฺชมาโนปิ วิตกฺโก อารมฺมเณ อภินิโรปนากาเรน ปวตฺตึ สนฺธาย ‘‘ปฐมาภินิปาโต’’ติ วุตฺโต. วิปฺผารวาติ อวูปสนฺตสภาวตาย เวควา, เตเนเวส ทุติยชฺฌาเน ปหานงฺคํ ชาตํ. ปฐมทุติยชฺฌาเนสูติ ปญฺจกนยํ สนฺธาย วุตฺตํ. องฺควินิมุตฺตสฺส ฌานสฺส อภาวํ ทสฺเสนฺโต รุกฺโข วิยาติอาทิมาห.

วิเวก-สทฺทสฺส ภาวสาธนปกฺเข ‘‘ตสฺมา วิเวกา’’ติ วุตฺตํ, อิตรปกฺเข ‘‘ตสฺมึ วิเวเก’’ติ. ปินยตีติ ตปฺเปติ, วฑฺเฒติ วา. ผรณรสาติ ปณีตรูเปหิ กาเย พฺยาปนรสา. สาตลกฺขณนฺติ อิฏฺฐสภาวํ, มธุรนฺติ อตฺโถ. สมฺปยุตฺตานํ ปีฬนชฺฌุเปกฺขนํ อกตฺวา อนุ อนุ คณฺหนํ อุปการิตา วา อนุคฺคโห. วนเมว วนนฺตํ. อุทกเมว อุทกนฺตํ. ตสฺมึ ตสฺมึ สมเย ปากฏภาวโตติ อิมินา อิฏฺฐารมฺมณาทิปฏิลาภสมเยปิ สุขํ วิชฺชมานมฺปิ อปากฏํ, ปีติเยว ตตฺถ ปากฏา, ปฏิลทฺธรสานุภวนสมเย จ วิชฺชมานปีติโตปิ สุขเมว ปากฏตรนฺติ ทสฺเสติ. เอตฺถ จ เจตสิกสุขวเสเนว ปฏิลทฺธรสานุภวนํ เวทิตพฺพํ, น กายิกสุขวเสน ตสฺส ปีติสมฺปโยคสฺเสว อภาเวน อิธานธิปฺเปตตฺตา. อยญฺจ ปีตีติอาทิ อญฺญปทตฺถสมอาสทสฺสนํ, อสฺสตฺถิปกฺเข ตทฺธิตปจฺจยทสฺสนํ วา. ทุติยวิกปฺเปน อญฺญปทตฺถสมาสวเสเนว ‘‘วิเวกชํ ปีติสุข’’นฺติ อิทํ เอกํ ปทนฺติ ทสฺเสติ, วิภตฺติยา จ อโลปํ.

คณนานุปุพฺพตาติ เทสนากฺกมํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปฐมํ สมาปชฺชตีติ อิทํ อาทิกมฺมิกวเสน วุตฺตํ, จิณฺณวสีนํ ปน โยคีนํ อุปฺปฏิปาฏิยาปิ ฌานํ อุปฺปชฺชเตว. ฌาเปตีติ ทหติ. อนิจฺจาทิลกฺขณวิสยาย วิปสฺสนาย อุปนิชฺฌายนํ กถํ นิพฺพานาลมฺพนสฺส มคฺคสฺส โหตีติ อาห วิปสฺสนายาติอาทิ. ตตฺถ มคฺเคน สิชฺฌตีติ นิจฺจาทิวิปลฺลาสปฺปหายเกน สห มคฺเคเนว ตํ ลกฺขณูปนิชฺฌานํ อสมฺโมหโต อตฺตโน สิชฺฌติ. อถ วา มคฺเคนาติ มคฺคกิจฺเจน, วิปลฺลาสปฺปหาเนนาติ อตฺโถ.

อญฺโญติ สตฺโต. อวุตฺตตฺตาติ ‘‘สจิตฺเตกคฺคต’’นฺติ ฌานปาฬิยํ (วิภ. ๕๐๘ อาทโย) อวุตฺตตฺตา. วุตฺตตฺตาติ ตสฺสา ฌานปาฬิยา วิภงฺเค วุตฺตตฺตา.

ทุติยชฺฌานกถาวณฺณนา

อชฺฌตฺตนฺติ ฌานวิเสสนตฺตา วุตฺตํ ‘‘อิธ นิยกชฺฌตฺตมธิปฺเปต’’นฺติ. ฌานญฺหิ อชฺฌตฺตชฺฌตฺตํ น โหติ ฉฬินฺทฺริยานเมว ตพฺภาวโต. ขุทฺทกา อูมิโย วีจิโย. มหติโย ตรงฺคา. สนฺตา โหนฺติ สมิตาติอาทีนิ อญฺญมญฺญเววจนานิ, ฌานพเลน สมติกฺกนฺตาติ อธิปฺปาโย. อปฺปิตาติ คมิตา วินาสํ ปาปิตา. ปริยาโยติ ฌานปริกฺขาเร ฌานโวหารตฺตา อปรมตฺถโต.

ตติยชฺฌานกถาวณฺณนา

ตทธิคมายาติ ตติยมคฺคาธิคมาย. อุปปตฺติโต อิกฺขตีติ ปญฺญาย สหจรณปริจเยน ยถา สมวาหิภาโว โหติ, เอวํ ยุตฺติโต ปสฺสติ. วิปุลายาติ มหคฺคตภาวปฺปตฺตาย. ถามคตายาติ วิตกฺกวิจารปีติวิคเมน ถิรภาวปฺปตฺติยา, เตเนว วกฺขติ ‘‘วิตกฺกวิจารปีตีหิ อนภิภูตตฺตา’’ติอาทิ. (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๑ ตติยชฺฌานกถา). อุเปกฺขาเภทํ ทสฺเสตฺวา อิธาธิปฺเปตํ อุเปกฺขํ ปกาเสตุํ อุเปกฺขา ปนาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺรมชฺฌตฺตตาว ขีณาสวานํ อิฏฺฐานิฏฺฐฉฬารมฺมณาปาเถ ปริสุทฺธปกติภาวาวิชหนากาเรน อชฺฌุเปกฺขนโต ‘‘ฉฬงฺคุเปกฺขา’’ติ จ, สตฺเตสุ มชฺฌตฺตาการปฺปวตฺตตฺตา ‘‘พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา’’ติ จ, สหชาตธมฺมานํ มชฺฌตฺตาการภูตา ‘‘โพชฺฌงฺคุเปกฺขา’’ติ จ, เกวลา ‘‘ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา’’ติ จ, ตติยชฺฌานสหคตา อคฺคสุเขปิ ตสฺมึ อปกฺขปาตภูตา ‘‘ฌานุเปกฺขา’’ติ จ, จตุตฺถชฺฌานสหคตา สพฺพปจฺจนีกปริสุทฺธิตาย ‘‘ปาริสุทฺธุเปกฺขา’’ติ จ เตน เตน อวตฺถาเภเทน ฉธา วุตฺตา.

วีริยเมว ปน อนจฺจารทฺธอนติสิถิเลสุ สหชาเตสุ สงฺขาเรสุ อุเปกฺขนากาเรน ปวตฺตํ ‘‘วีริยุเปกฺขา’’ติ วุตฺตํ. อฏฺฐนฺนํ รูปารูปชฺฌานานํ ปฏิลาภโต ปุพฺพภาเค เอว นีวรณวิตกฺกวิจาราทีนํ ปหานาภิมุขีภูตตฺตา เตสํ ปหาเนปิ อพฺยาปารภาวูปคมเนน มชฺฌตฺตาการปฺปวตฺตา สมาธิวเสน อุปฺปนฺนา อฏฺฐ ปญฺญา เจว อุปาทานกฺขนฺธภูเตสุ สงฺขาเรสุ อชฺฌุเปกฺขนาการปฺปวตฺตา วิปสฺสนาวเสน อุปฺปนฺนา จตุนฺนํ มคฺคานํ ปุพฺพภาเค ตสฺส ตสฺส อธิคมาย จตสฺโส จตุนฺนํ ผลสมาปตฺตีนํ ปุพฺพภาเค ตสฺส ตสฺส อธิคมาย อปฺปณิหิตวิโมกฺขวเสน ปวตฺตา จตสฺโส สุญฺญตอนิมิตฺตวิโมกฺขวเสน เทฺวติ ทส ปญฺญา จาติ อิเม อฏฺฐารส ปญฺญา สงฺขารุเปกฺขา นาม. ยถาวุตฺตวิปสฺสนาปญฺญาว ลกฺขณวิจินเนปิ มชฺฌตฺตภูตา วิปสฺสนุเปกฺขา นาม. อทุกฺขมสุขเวทนา เวทนุเปกฺขา นาม. อิมาสํ ปน ทสนฺนมฺปิ อุเปกฺขานํ ‘‘ตตฺถ ตตฺถ อาคตนยโต วิภาโค ธมฺมสงฺคหฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ’’ติ ทสฺเสนฺโต อาห เอวมยํ ทสวิธาปีติอาทิ. ตตฺถ ตตฺถ อาคตนยโตติ อิทมฺปิ หิ ตาสํ วิภาคทสฺสนสฺส ภูมิปุคฺคลาทิปทํ วิย วิสุํ มาติกาปทวเสน วุตฺตํ, น ปน ภูมิปุคฺคลาทิวเสน วิภาคทสฺสนสฺส อาคตฏฺฐานปรามสนํ อาคตฏฺฐานสฺส อฏฺฐสาลินิยาติอาทินา วุตฺตตฺตา, ตสฺมา สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑๑ ตติยชฺฌานกถา) ยํ วุตฺตํ ‘‘อิมาสํ ปน ทสนฺนมฺปิ อุเปกฺขานํ ภูมิปุคฺคลาทิวเสน วิภาโค ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพติ ทสฺเสนฺโต อาห เอวมยํ ทสวิธาติอาที’’ติ, ตํ อมนสิกตฺวา วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. ตตฺถ ตตฺถ อาคตนยโตติ ‘‘อิธ (ขีณาสโว) ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา เนว สุมโน โหติ, น ทุมฺมโน, อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโน’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๓๔๘; อ. นิ. ๖.๑) ฉฬงฺคุเปกฺขา อาคตา, ‘‘อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๐๘; ม. นิ. ๑.๗๗; ๒.๓๐๙; ๓.๒๓๐) เอวํ พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา อาคตาติ อิมินา นเยน ทสนฺนมฺปิ อุเปกฺขานํ ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตปเทเสสุ อาคตนยทสฺสนโต จ อยํ ทสวิธาปิ อุเปกฺขา ธมฺมสงฺคหฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ สมฺพนฺโธ.

ภูมีติอาทีสุ ปน ฉฬงฺคุเปกฺขา กามาวจรา, พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา รูปาวจราติอาทินา ภูมิโต จ, ฉฬงฺคุเปกฺขา อเสกฺขานเมว, พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา ปุถุชฺชนาทีนํ ติณฺณมฺปิ ปุคฺคลานนฺติอาทินา ปุคฺคลโต จ, ฉฬงฺคุเปกฺขา โสมนสฺสุเปกฺขาสหคตจิตฺตสมฺปยุตฺตาติอาทินา จิตฺตโต จ, ฉฬงฺคุเปกฺขา ฉฬารมฺมณาติอาทินา อารมฺมณโต จ, ‘‘เวทนุเปกฺขา เวทนากฺขนฺเธน สงฺคหิตา, อิตรา นว สงฺขารกฺขนฺเธนา’’ติ ขนฺธสงฺคหวเสน จ, ‘‘ฉฬงฺคุเปกฺขา พฺรหฺมวิหารโพชฺฌงฺคฌาน ปาริสุทฺธิตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา จ อตฺถโต เอกา. ตสฺมา เอกกฺขเณ จ ตาสุ เอกาย สติ อิตรา น อุปฺปชฺชนฺติ, ตถา สงฺขารุเปกฺขา วิปสฺสนุเปกฺขาปิ เวทิตพฺพา. เวทนาวีริยุเปกฺขานเมกกฺขเณ สิยา อุปฺปตฺตี’’ติ เอกกฺขณวเสน จ, ‘‘ฉฬงฺคุเปกฺขา อพฺยากตา พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา กุสลาพฺยากตา, ตถา เสสา. เวทนุเปกฺขา ปน สิยา อกุสลาปี’’ติ เอวํ กุสลตฺติกวเสน จ, ‘‘สงฺเขปโต จตฺตาโร จ ธมฺมา วีริยเวทนาตตฺรมชฺฌตฺตตาญาณวเสนา’’ติ เอวํ สงฺเขปวเสน จ อยํ ทสวิธาปิ อุเปกฺขา ธมฺมสงฺคหฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ โยชนา.

เอตฺถ เจตา กิญฺจาปิ อฏฺฐสาลินิยํ ภูมิปุคฺคลาทิวเสน สรูปโต อุทฺธริตฺวา น วุตฺตา, ตถาปิ ตตฺถ วุตฺตปฺปกาเรเหว ตาสํ ภูมิปุคฺคลาทิวิภาโค นยโต อุทฺธริตฺวา สกฺกา ญาตุนฺติ ตตฺถ สรูปโต วุตฺตญฺจ อวุตฺตญฺจ เอกโต สงฺคเหตฺวา ตตฺถ ตตฺถ อาคตนยโตติอาทีหิ นวหิ ปกาเรหิ อติเทโส กโต, เตเนว ‘‘ธมฺมสงฺคหฏฺฐกถายํ วุตฺตวเสนา’’ติ อวตฺวา ‘‘วุตฺตนเยเนวา’’ติ วุตฺตํ. ตถาหิ ขีณาสโว ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติ อาทิมฺหิ วุตฺเต ฉฬงฺคุเปกฺขา รูปาทิอารมฺมณตาย ภูมิโต กามาวจรา จ ปุคฺคลโต อเสกฺขานเมว จ อุปฺปชฺชติ, จิตฺตโต โสมนสฺสุเปกฺขาจิตฺตสมฺปยุตฺตา, อารมฺมณโต ฉฬารมฺมณา, กุสลตฺติกโต อพฺยากตา จาติ ปณฺฑิเตหิ สกฺกา ญาตุํ, ตถา ฉฬงฺคุเปกฺขา จ พฺรหฺมวิหารุเปกฺขา จ ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขา จ ฌานุเปกฺขา จ ปาริสุทฺธุเปกฺขา จ อตฺถโต เอกาติอาทิมฺหิ วุตฺเต ปนสฺส สงฺขารกฺขนฺธสงฺคหิตตฺตา พฺรหฺมวิหารุเปกฺขาทีหิ สห เอกกฺขเณ อนุปฺปตฺติอาทโย จ สกฺกา ญาตุํ, ยถา จ ฉฬงฺคุเปกฺขา, เอวํ เสสานมฺปิ ยถารหํ อฏฺฐสาลินิยํ วุตฺตนยโต ภูมิอาทิวิภาคุทฺธารนโย ญาตพฺโพ. อนาโภครสาติ ปณีตสุเขปิ ตสฺมึ อวนติปฏิปกฺขกิจฺจาติ อตฺโถ.

ปุคฺคเลนาติ ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน. กิเลเสหิ สมฺปยุตฺตานํ อารกฺขา. ตีรณํ กิจฺจสฺส ปารคมนํ. ปวิจโย วีมํสา. อิทนฺติ สติสมฺปชญฺญํ. ยสฺมา ตสฺส นามกาเยน สมฺปยุตฺตํ สุขนฺติ อิมสฺส ตสฺมา เอตมตฺถนฺติอาทินา สมฺพนฺโธ. ตสฺสาติ ฌานสมงฺคิโน. ตํสมุฏฺฐาเนนาติ ตํ ยถาวุตฺตนามกายสมฺปยุตฺตํ สุขํ สมุฏฺฐานํ การณํ ยสฺส รูปสฺส เตน ตํสมุฏฺฐาเนน รูเปน. อสฺสาติ โยคิโน. ยสฺสาติ รูปกายสฺส. ผุฏตฺตาติ อติปณีเตน รูเปน ผุฏตฺตา. เอตมตฺถํ ทสฺเสนฺโตติ กายิกสุขเหตุภูตรูปสมุฏฺฐาปกนามกายสุขํ ปฏิสํเวทิยมาโน เอว ฌานสมงฺคิตากรเณ การิโยปจารโต ‘‘สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทตี’’ติ วุจฺจตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโตติ อตฺโถ. ยนฺติ เหตุอตฺเถ นิปาโตติ อาห ‘‘ยํฌานเหตู’’ติ. สุขปารมิปฺปตฺเตติ สุขสฺส อุกฺกํสปริยนฺตํ ปตฺเต. เอวเมเตสํ ปหานํ เวทิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. อถ กสฺมา ฌาเนเสฺวว นิโรโธ วุตฺโตติ สมฺพนฺโธ.

จตุตฺถชฺฌานกถาวณฺณนา

กตฺถ จุปฺปนฺนนฺติ เอตฺถ กตฺถาติ เหตุมฺหิ ภุมฺมํ, กสฺมึ เหตุมฺหิ สตีติ อตฺโถ. นานาวชฺชเนติ อปฺปนาวีถิอาวชฺชนโต นานา ภินฺนํ ปุริมวีถีสุ อาวชฺชนํ ยสฺส อุปจารสฺส, ตสฺมึ นานาวชฺชเน. วิสมนิสชฺชาย อุปฺปนฺนกิลมโถ วิสมาสนุปตาโป. อุปจาเร วาติอาทิ ปกฺขนฺตรทสฺสนํ เอกาวชฺชนูปจาเรปิ วาติ อตฺโถ. ปีติผรเณนาติ อิมินา อปฺปนาวีถิยา วิย เอกวีถิยมฺปิ กามาวจรปีติยา ผรณมตฺตสฺส อภาวํ ทสฺเสติ. โทมนสฺสินฺทฺริยสฺส อสฺส สิยา อุปฺปตฺตีติ สมฺพนฺโธ. เอตนฺติ โทมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ สมฺพนฺโธ. วิตกฺกวิจารปฺปจฺจเยปีติ ปิ-สทฺโท อฏฺฐานปฺปยุตฺโต. โส ‘‘ปหีนสฺสา’’ติ เหฏฺฐา วุตฺตปทานนฺตรํ โยเชตพฺโพ ‘‘ปหีนสฺสาปิ โทมนสฺสินฺทฺริยสฺสา’’ติ. วิตกฺกวิจารภาเวติ เอตฺถ ‘‘อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสินฺทฺริย’’นฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. นิมิตฺตตฺเถ เจตํ ภุมฺมํ, วิตกฺกวิจารภาวเหตูติ อตฺโถ. วิตกฺกวิจาราติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ตสฺมาติ เอตสฺมึ อตฺเถ ทฏฺฐพฺโพ, เตน ยสฺมา เอตํ โทมนสฺสินฺทฺริยํ วิตกฺกวิจารปจฺจเย…เป… เนว อุปฺปชฺชติ, ยตฺถ ปน อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ วิตกฺกวิจารภาเวเยว อุปฺปชฺชติ. ยสฺมา จ อปฺปหีนาเยว ทุติยชฺฌานูปจาเร วิตกฺกวิจารา, ตสฺมา ตตฺถสฺส สิยา อุปฺปตฺตีติ เอวเมตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.

ตตฺถาติ ทุติยชฺฌานูปจาเร. อสฺสาติ โทมนสฺสินฺทฺริยสฺส. สิยา อุปฺปตฺตีติ อิทญฺจ ปจฺจยมตฺตทสฺสเนน สมฺภาวนมตฺตโต วุตฺตํ. โทมนสฺสุปฺปตฺติสมฺภาวนาปิ หิ อุปจารกฺขเณเยว กาตุํ ยุตฺตา, วิตกฺกวิจารรหิเต ปน ทุติยชฺฌานกฺขเณ ตทุปฺปตฺติสมฺภาวนาปิ น ยุตฺตา กาตุนฺติ. อิตรถา กุสลจิตฺตกฺขเณ อกุสลโทมนสฺสุปฺปตฺติยา อสมฺภวโต ‘‘ตตฺถสฺส สิยา อุปฺปตฺตี’’ติ น วตฺตพฺพํ สิยา. สมีปตฺเถ วา เอตํ ภุมฺมํ, อุปจารชฺฌานานนฺตรวีถีสูติ อตฺโถ. ทุติยชฺฌาเนติ เอตฺถาปิ อนนฺตรวีถีสุปิ น เตฺวว อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ, เอวํ อุปริ สุขินฺทฺริเยปิ. โสมนสฺสินฺทฺริยสฺส อุปฺปตฺตีติ สมฺพนฺโธ. ปหีนาติ วุตฺตาติ อิทํ ‘‘ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา’’ติ วุตฺตตฺตา วุตฺตํ. ทุกฺขาภาเวนาติ ทุกฺขตาภาเวน. เอวํ สุขาภาเวนาติ เอตฺถาปิ. เอเตนาติ ทุกฺขสุขปฏิกฺเขปวจเนน. อิฏฺฐานิฏฺฐวิปรีตานุภวนลกฺขณาติ อติอิฏฺฐอติอนิฏฺฐานํ วิปรีตสฺส มชฺฌตฺตารมฺมณสฺส อนุภวนลกฺขณา, มชฺฌตฺตารมฺมณมฺปิ หิ อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ เอว ปวิฏฺฐํ ตพฺพินิมุตฺตสฺส อภาวา.

ฌานจตุกฺกกถาวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.

ปุพฺเพนิวาสกถาวณฺณนา

๑๒. อรูปชฺฌานานมฺปิ องฺคสมตาย จตุตฺถชฺฌาเน สงฺคโหติ อาห เกสญฺจิ อภิญฺญาปาทกานีติอาทิ, เตเนว วกฺขติ ‘‘อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา’’ติอาทิ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๒). เตสุ จ จตุตฺถชฺฌานเมว อภิญฺญาปาทกํ นิโรธปาทกํ โหติ, น อิตรานิ. ทูรการณตํ ปน สนฺธาย ‘‘จตฺตาริ ฌานานี’’ติ เนสมฺปิ เอกโต คหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. จิตฺเตกคฺคตตฺถานีติ อิทํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อาห ขีณาสวานนฺติอาทิ. สพฺพกิจฺจสาธกนฺติ ทิพฺพวิหาราทิสพฺพพุทฺธกิจฺจสาธกํ. สพฺพโลกิยโลกุตฺตรคุณทายกนฺติ อิมินา ยถาวุตฺตํ วิปสฺสนาปาทกตฺตาทิสพฺพํ สมฺปิณฺเฑติ. อิทญฺหิ ฌานํ ภควโต สพฺพพุทฺธคุณทายกสฺส มคฺคญาณสฺส ปทฏฺฐานตฺตา เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ยถยิทนฺติ ยถา อิทํ. อภินีหารกฺขมนฺติ อิทฺธิวิธาทิอตฺถํ ตทภิมุขํ นีหรณโยคฺคํ.

ฌานปฺปฏิลาภปจฺจยานนฺติ ฌานปฺปฏิลาภเหตุกานํ ฌานปฺปฏิลาภํ นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกานํ. ปาปกานนฺติ ลามกานํ. อิจฺฉาวจรานนฺติ อิจฺฉาย วเสน โอติณฺณานํ นีวรณภาวํ ตเทกฏฺฐตญฺจ อปฺปตฺตานํ อตฺตุกฺกํสนาทิวสปฺปวตฺตานํ อโห วต มเมว สตฺถา ปฏิปุจฺฉิตฺวา ภิกฺขูนํ เอวรูปํ ธมฺมํ เทเสยฺยาติอาทินยปฺปวตฺตานํ มานาทีนํ. โปตฺถเกสุ ปน ‘‘ฌานปฺปฏิลาภปจฺจนีกาน’’นฺติปิ ปาฐํ ลิขนฺติ, โส ปมาทปาโฐติ คเหตพฺโพ ‘‘ฌานปฺปฏิลาภปจฺจนีกานํ นีวรณานํ อภาวสฺส นีวรณทูรีภาเวน ปริสุทฺโธ’’ติ เอวํ ปุพฺเพ ปริสุทฺธปเทเยว วุตฺตตฺตา. สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. ๑.๑๒) ปน ‘‘อิจฺฉาวจรานนฺติ อิจฺฉาย อวจรานํ อิจฺฉาวเสน โอติณฺณานํ ปวตฺตานํ นานปฺปการานํ โกปอปฺปจฺจยานนฺติ อตฺโถติ อยมฺปิ ปาโฐ อยุตฺโต เอวาติ คเหตพฺพํ. ตโต เอว จ วิสุทฺธิมคฺเค อยํ ปาโฐ สพฺเพน สพฺพํ น ทสฺสิโต’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ จ นานปฺปการานํ โกปอปฺปจฺจยานนฺติ เอวํ นีวรณภาวปฺปตฺตโทสานํ ปรามฏฺฐตฺตา อยํ ปาโฐ ปฏิกฺขิตฺโตติ เวทิตพฺโพ.

อภิชฺฌาทีนนฺติ เอตฺถ อภิชฺฌา-สทฺเทน จ อนีวรณสภาวสฺเสว โลภสฺส มานาทีนญฺจ คหณํ ฌานปฺปฏิลาภปจฺจยานนฺติ อนุวตฺตมานตฺตา. อุภยมฺปีติ อนงฺคณตฺตํ วิคตูปกฺกิเลสตฺตญฺจาติ เอตํ อุภยมฺปิ ยถากฺกมํ อนงฺคณสุตฺตวตฺถสุตฺตานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ. เตสุ จ สุตฺเตสุ กิญฺจาปิ นีวรณสภาวปฺปตฺตา ถูลโทสาปิ วุตฺตา, ตถาปิ อธิคตจตอุตฺถชฺฌานสฺส วเสน วุตฺตตฺตา อิธ สุขุมา เอว เต คหิตา. องฺคณุปกฺกิเลสสามญฺเญน ปเนตฺถ สุตฺตานํ อปทิสนํ. ตถา หิ ‘‘สุตฺตานุสาเรนา’’ติ วุตฺตํ, น ปน สุตฺตวเสนาติ.

ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติยํ ญาณํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณนฺติ นิพฺพจนํ ทสฺเสนฺโต อาห ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติมฺหีติอาทิ. อิทานิ ปุพฺเพนิวาสํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสตึ ตตฺถ ญาณญฺจ วิภาคโต ทสฺเสตุํ ตตฺถาติอาทิ วุตฺตํ. ปุพฺพ-สทฺโท อตีตภววิสโย, นิวาส-สทฺโท จ กมฺมสาธโนติ อาห ‘‘ปุพฺเพ อตีตชาตีสุ นิวุตฺถกฺขนฺธา’’ติ. นิวุตฺถตา เจตฺถ สกสนฺตาเน ปวตฺตตา, เตนาห อนุภูตาติอาทิ. อิทานิ สปรสนฺตานสาธนวเสน นิวาส-สทฺทสฺส อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘นิวุตฺถธมฺมา วา นิวุตฺถา’’ติ วตฺวา ตํ วิวริตุํ โคจรนิวาเสนาติอาทิ วุตฺตํ. โคจรภูตาปิ หิ ธมฺมา ญาเณน นิวุตฺถา นาม โหนฺติ, เต ปน สปรวิญฺญาณโคจรตาย ทุวิธาติ ทสฺเสตุํ อตฺตโนติอาทิ วุตฺตํ. ปรวิญฺญาณวิญฺญาตาปิ วา นิวุตฺถาติ สมฺพนฺโธ. อิธาปิ ปริจฺฉินฺนาติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. อนมตคฺเคปิ หิ สํสาเร อตฺตนา อวิญฺญาตปุพฺพานํ สตฺตานํ ขนฺธา ปเรเหว เกหิจิ วิญฺญาตตฺตา ปรวิญฺญาณวิญฺญาตา นาม วุตฺตา, เตสํ อนุสฺสรณํ ปุริมโต ทุกฺกรํ เยหิ ปเรหิ วิญฺญาตตาย เต ปรวิญฺญาณวิญฺญาตา นาม ชาตา, เตสํ วตฺตมานสนฺตานานุสาเรน วิญฺญาตพฺพโต. เต จ ปรวิญฺญาณวิญฺญาตา ทุวิธา ปรินิพฺพุตา อปรินิพฺพุตาติ. เตสุ จ ปรินิพฺพุตานุสฺสรณํ ทุกฺกรํ สพฺพโส สุสมุจฺฉินฺนสนฺตานตฺตา. ตํ ปน สิขาปฺปตฺตปรวิญฺญาตํ ปุพฺเพนิวาสํ ทสฺเสตุํ ‘‘ฉินฺนวฏุมกานุสฺสรณาทีสู’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ฉินฺนวฏุมกา อตีเต ปรินิพฺพุตา ขีณาสวา ฉินฺนสํสารมคฺคตฺตา. อาทิ-สทฺเทน อปรินิพฺพุตานํ ปรวิญฺญาณวิญฺญาตานมฺปิ สีโหกฺกนฺติกวสเอน อนุสฺสรณํ คหิตํ. ยาย สติยา ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ, สา ปุพฺเพนิวาสานุสฺสตีติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ.

วิหิต-สทฺโท วิธ-สทฺทปริยาโยติ อาห ‘‘อเนกวิธ’’นฺติ, ภวโยนิอาทิวเสน พหุวิธนฺติ อตฺโถ. วิหิตนฺติ วา ปยุตฺตํ วณฺณิตนฺติ อตฺถํ คเหตฺวา ‘‘อเนเกหิ ปกาเรหิ วิหิต’’นฺติ วตฺตพฺเพ มชฺเฌปทโลปํ กตฺวา นิทฺทิฏฺฐนฺติ อาห ‘‘อเนเกหิ…เป… สํวณฺณิต’’นฺติ. ปกาเรหีติ นามโคตฺตาทิปกาเรหิ. สํวณฺณิตนฺติ พุทฺธาทีหิ กถิตํ. อนุ-สทฺโท อนนฺตรตฺถทีปโกติ อาห ‘‘อภินินฺนามิตมตฺเต เอวา’’ติ, เอเตน จ ปริกมฺมสฺส อารทฺธตํ ทสฺเสติ. ปูริตปารมีนญฺหีติอาทินา ปริกมฺมํ วินาปิ สิทฺธึ ทสฺเสติ.

อารทฺธปฺปการทสฺสนตฺเถติ อนุสฺสริตุํ อารทฺธานํ ปุพฺเพ นิวุตฺถกฺขนฺธานํ ทสฺสนตฺเถ. ชายตีติ ชาติ, ภโว. โส เอกกมฺมมูลโก อาทานนิกฺเขปปริจฺฉินฺโน ขนฺธปฺปพนฺโธ อิธ ‘‘ชาตี’’ติ อธิปฺเปโตติ อาห เอกมฺปีติอาทิ. กปฺโปติ อสงฺเขฺยยฺยกปฺโป, โส ปน อตฺถโต กาโล ตถาปวตฺตธมฺมมุปาทาย ปญฺญตฺโต, เตสํ วเสนสฺส ปริหานิ จ วฑฺฒิ จ เวทิตพฺพา. สํวฏฺโฏ สํวฏฺฏนํ วินาโส อสฺส อตฺถีติ สํวฏฺโฏ, อสงฺเขฺยยฺยกปฺโป. สํวฏฺเฏน วินาเสน สห ติฏฺฐติ สีเลนาติ สํวฏฺฏฏฺฐายี. เอวํ วิวฏฺโฏติอาทีสุปิ. ตตฺถ วิวฏฺฏนํ วิวฏฺโฏ, อุปฺปตฺติ, วฑฺฒิ วา. เตเชน วินาโส เตโชสํวฏฺโฏ. วิตฺถารโต ปนาติ ปุถุลโต ปน สํวฏฺฏสีมาเภโท นตฺถิ, เตนาห ‘‘สทาปี’’ติ. เอกนคริยา วิย อสฺส ชาตกฺขเณ วิการาปชฺชนโต ชาติกฺเขตฺตโวหาโรติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปฏิสนฺธิอาทีสุ กมฺปตี’’ติ วุตฺตํ. อานุภาโว ปวตฺตตีติ ตทนฺโตคธานํ สพฺเพสํ สตฺตานํ โรคาทิอุปทฺทโว วูปสมฺมตีติ อธิปฺปาโย. ยํ ยาวตา วา ปน อากงฺเขยฺยาติ วุตฺตนฺติ ยํ วิสยกฺเขตฺตํ สนฺธาย เอกสฺมึ เอว ขเณ สพฺพตฺถ สเรน อภิวิญฺญาปนํ, อตฺตโน รูปกายทสฺสนญฺจ ปฏิชานนฺเตน ภควตา ‘‘ยาวตา วา ปน อากงฺเขยฺยา’’ติ วุตฺตํ.

เอเตสูติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ. ปวตฺตผลโภชโนติ สยํปติตผลาหาโร, อิทญฺจ ตาปสกาลํ สนฺธาย วุตฺตํ. อิธูปปตฺติยาติ อิธ จริมภเว อุปปตฺติยา. เอกโคตฺโตติ ตุสิตโคตฺเตน เอกโคตฺโต. อิตเรติ วณฺณาทโย. ติตฺถิยาติ กมฺมผลวาทิโน. อภินีหาโรติ อภินีหาโรปลกฺขิโต ปุญฺญญาณสมฺภรณกาโล วุตฺโต. จุติปฏิสนฺธิวเสนาติ อตฺตโน ปรสฺส วา ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺตภาเว จุตึ ทิสฺวา อนฺตรา กิญฺจิ อนามสิตฺวา ปฏิสนฺธิยา เอว คหณวเสน เอวํ ชานนํ อิจฺฉิตปฺปเทโสกฺกมนนฺติ อาห เตสญฺหีติอาทิ. อุภยถาปีติ ขนฺธปฏิปาฏิยาปิ จุติปฏิสนฺธิวเสนปิ. สีโหกฺกนฺตวเสนปีติ สีหนิปาตวเสนปิ. กิเลสานํ อาตาปนปริตาปนฏฺเฐน วีริยํ อาตาโปติ อาห ‘‘วีริยาตาเปนา’’ติ.

ทิพฺพจกฺขุญาณกถาวณฺณนา

๑๓. ทิวิ ภวตฺตา ทิพฺพนฺติ เทวานํ ปสาทจกฺขุ วุจฺจตีติ อาห ‘‘ทิพฺพสทิสตฺตา’’ติ. ทูเรปีติ ปิ-สทฺเทน สุขุมสฺสาปิ อารมฺมณสฺส คหณํ. วีริยารมฺภวเสน อิชฺฌนโต สพฺพาปิ ภาวนา, ปธานสงฺขารสมนฺนาคโต วา อิทฺธิปาทภาวนาวิเสสโต วีริยภาวนาติ อาห ‘‘วีริยภาวนาพลนิพฺพตฺต’’นฺติ. ทิพฺพวิหารวเสนาติ กสิณาทิชฺฌานจตอุกฺกวเสน. อิมินา ทูรการณตฺเถ อสฺส ทิพฺพภาวมาห. ทิพฺพวิหารสนฺนิสฺสิตตฺตาติ อิมินา อาสนฺนการณภูตปาทกชฺฌานโต นิพฺพตฺตนฺติ ทิพฺพวิหารสนฺนิสฺสิตตฺตาติ อิมสฺส ทิพฺพวิหารปอยาปนฺนํ อตฺตนา สมฺปยุตฺตํ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ นิสฺสยปจฺจยภูตํ นิสฺสาย ทิพฺพจกฺขุญาณสฺส ปวตฺตตฺตาติปิ อตฺโถ. ทิวุธาตุสฺส ชุติคติโยคํ สนฺธาย อาโลกปอคฺคเหนาติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อาโลกปริคฺคเหนาติ กสิณาโลกปริคฺคหวเสน. ทสฺสนฏฺเฐนาติ รูปทสฺสนภาเวน, อิมินา ‘‘จกฺขติ รูปํ วิภาเวตี’’ติ นิพฺพจนโต จกฺขุตฺตํ ทสฺเสติ. จกฺขุกิจฺจกรเณนาติ อิทํ จกฺขุมิว จกฺขูติ อุปมาย สทิสนิมิตฺตทสฺสนํ, สมวิสมาทิทสฺสนสงฺขาตสฺส จกฺขุกิจฺจสฺส กรณโตติ อตฺโถ.

ยถาหาติ อุปกฺกิเลสสุตฺตปฺปเทสํ (ม. นิ. ๓.๒๔๒) นิทสฺเสติ. ตตฺถ วิจิกิจฺฉาติอาทีสุ ภควโต โพธิมูเล อนภิสมฺพุทฺธสฺเสว ทิพฺพจกฺขุนา นานาวิธานิ รูปานิ ปสฺสนฺตสฺส ‘‘อิทํ นุ โข กึ, อิทํ นุ โข กิ’’นฺติ วิจิกิจฺฉา อุปฺปนฺนา, ตโต ปน วิจิกิจฺฉานิวตฺตนตฺถํ ตานิ รูปานิ อมนสิกโรโต อมนสิกโรนฺตสฺส ถินมิทฺธํ อุปฺปนฺนํ, ตโต นิวตฺตนตฺถํ ปุน สพฺพรูปานิ มนสิกโรโต รกฺขสาทีสุ ฉมฺภิตตฺตํ อุปฺปนฺนํ, ‘‘กิเมตฺถ ภายิตพฺพ’’นฺติ ภยวิโนทนวเสน มนสิกโรโต อตฺตโน มนสิการโกสลฺลํ ปฏิจฺจ อุปฺปิลสงฺขาตา สมาธิทูสิกา เคหสิตปีติ อุปฺปนฺนา, ตนฺนิเสธาย มนสิการวีริยํ สิถิลํ กโรนฺตสฺส กายาลสิยสงฺขาตํ ทุฏฺฐุลฺลํ, ตนฺนิเสธาย ปุน วีริยํ ปคฺคณฺหโต อจฺจารทฺธวีริยํ, ปุน ตนฺนิเสธาย วีริยํ สิถิลยโต อติลีนวีริยํ อุปฺปนฺนํ, ตนฺนิเสเธตฺวา ทิพฺพรูปานิ ปสฺสโต อภิชปฺปาสงฺขาตา ตณฺหา อุปฺปนฺนา, ตนฺนิเสธาย หีนาทินานารูปานิ มนสิกโรโต นานารมฺมณวิกฺเขปสงฺขาตา นานตฺตสญฺญา อุปฺปนฺนา. ปุน ตํ วิหาย เอกเมว มนสิกโรโต อตินิชฺฌายิตตฺตํ รูปานํ อติวิย จินฺตนํ อุปฺปนฺนํ. โอภาสนฺติ ปริกมฺมสมุฏฺฐิตํ โอภาสํ. น จ รูปานิ ปสฺสามีติ ‘‘ปริกมฺโมภาสมนสิการปสุตตาย ทิพฺพจกฺขุนา รูปานิ น ปสฺสามี’’ติ เอวํ อุปฺปตฺติกฺกมสหิโต อตฺโถ เวทิตพฺโพ, มนุสฺสานํ อิทนฺติ มานุสกํ มานุสกจกฺขุโคจรํ ถูลรูปํ วุจฺจติ. ตเทว มนุสฺสานํ ทสฺสนูปจารตฺตา มนุสฺสูปจาโรติ อาห ‘‘มนุสฺสูปจารํ อติกฺกมิตฺวา’’ติ. รูปทสฺสเนนาติ ทูรสุขุมาทิรูปทสฺสเนน.

ยสฺมา นิยเมน ปุเรชาตฏฺฐิตรูปารมฺมณํ ทิพฺพจกฺขุญาณํ อาวชฺชนปริกมฺเมหิ วินา น อุปฺปชฺชติ, น จ อุปฺปชฺชมานํ ภิชฺชมานํ รูปมสฺส อารมฺมณํ โหติ ทุพฺพลตฺตา, จุติจิตฺตญฺจ กมฺมชรูปสฺส ภงฺคกฺขเณ เอว อุปฺปชฺชติ, ปฏิสนฺธิจิตฺตญฺจ อุปปตฺติกฺขเณ, ตสฺมา อาห จุติกฺขเณติอาทิ. รูปทสฺสนเมเวตฺถ สตฺตทสฺสนนฺติ จวมาเนติอาทินา ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน วุตฺตํ. อภิรูเป วิรูเปติปีติ อิทํ วณฺณ-สทฺทสฺส สณฺฐานวาจกตํ สนฺธาย วุตฺตํ มหนฺตํ หตฺถิราชวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวาติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๓๘) วิย. สุนฺทรํ คตึ คตา สุคตาติ อาห ‘‘สุคติคเต’’ติ. อิมินา ปน ปเทนาติ ยถากมฺมุปเคติ อิมินา ปเทน.

เนรยิกานํ อคฺคิชาลสตฺถนิปาตาทีหิ วิภินฺนสรีรวณฺณํ ทิสฺวา ตทนนฺตเรหิ กามาวจรชวเนเหว ญาตํ เตสํ ทุกฺขานุภวนมฺปิ ทสฺสนผลายตฺตตาย ‘‘ทิพฺพจกฺขุกิจฺจเมวา’’ติ วุตฺตํ. เอวํ มนสิกโรตีติ เตสํ กมฺมสฺส ญาตุกามตาวเสน ปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย ปริกมฺมวเสน กินฺนุ โขติอาทินา มนสิกโรติ. อถสฺส ตํ กมฺมํ อารมฺมณํ กตฺวา อาวชฺชนปริกมฺมาทีนํ อุปริ อุปฺปนฺเนน รูปาวจรจตุตฺถชฺฌาเนน สมฺปยุตฺตํ ยํ ญาณํ อุปฺปชฺชติ, อิทํ ยถากมฺมุปคญาณํ นามาติ โยชนา. เทวานํ ทสฺสเนปิ เอเสว นโย. วิสุํ ปริกมฺมนฺติ ปุพฺเพนิวาสาทีนํ วิย ทิพฺพจกฺขุญาณปริกมฺมํ วินา วิสุํ ปริกมฺมํ นตฺถิ. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘ปาทกชฺฌานสมาปชฺชนปริกมฺเมหิ กิจฺจํ นตฺถิ, กินฺนุ โข กมฺมนฺติอาทิมนสิการานนฺตรเมว กมฺมํ. กมฺมสีเสน ตํสมฺปยุตฺเต จ ธมฺเม อารมฺมณํ กตฺวา อปฺปนาวีถิ อุปฺปชฺชติ. เอวมนาคตํสญาเณปิ, เตเนว วิสุํ ปริกมฺมํ นาม นตฺถิ…เป… ทิพฺพจกฺขุนา สเหว อิชฺฌนฺตีติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. ตํ น คเหตพฺพํ วสีภูตานมฺปิ อภิญฺญานํ ปาทกชฺฌานาทิปริกมฺมํ วินา อนุปฺปตฺติโต. ปาทกชฺฌานาทิมตฺเตน จ วิสุํ ปริกมฺมํ นาม น โหตีติ ทิพฺพจกฺขุนาว เอตานิ ญาณานิ สิทฺธานีติ คเหตพฺพํ. เอวํ อนาคตํสญาณสฺสาปีติ ทิพฺพจกฺขุนา ทิฏฺฐสฺส สตฺตสฺส อนาคเต ปวตฺตึ ญาตุกามตาย ปาทกชฺฌานาทีนมนนฺตรํ ญาณพลานุรูปํ อนาคเตสุ อเนกกปฺเปสุ อุปฺปชฺชนารเห ปุพฺเพ อตฺตภาวปริยาปนฺเน ปญฺจกฺขนฺเธ ตปฺปฏิพทฺเธ ตทารมฺมเณ จ สพฺเพ โลกิยโลกุตฺตรธมฺเม สมฺมุติญฺจ เอกกฺขเณ อาลมฺพิตฺวา อุปฺปชฺชนกสฺส จตุตฺถชฺฌานสมฺปยุตฺตสฺส อนาคตํสญอาณสฺสาปิ วิสุํ ปริกมฺมํ นาม นตฺถีติ โยชนา.

เกจิ ปเนตฺถ ‘‘ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติยํ วิย นามโคตฺตาทิคหณมฺปิ อตฺเถว, ตญฺจ น อภิญฺญากฺขเณ, อถ โข ตทนนฺตเรสุ กามาวจรชวนกฺขเณสุ เอว โหติ นามปริกปฺปกาเล อิตรปริกปฺปาสมฺภวา กมฺเมนุปฺปตฺติยญฺจ ปริยนฺตาภาวา. สพฺพปริกมฺมนิมิตฺเตสุ ปน ธมฺเมสุ อตฺเถสุปิ เอกกฺขเณ อภิญฺญาย ทิฏฺเฐสุ ยถารุจิวเสน ปจฺฉา เอวํนาโมติอาทินา กามาวจรจิตฺเตน วิกปฺโป อุปฺปชฺชติ จกฺขุนา ทิฏฺเฐสุ พหูสุ รูเปสุ ถมฺภกุมฺภาทิวิกปฺโป วิย. ยญฺจ กตฺถ อวิกปฺปิตํ, ตมฺปิ วิกปฺปนารหนฺติ สพฺพํ นามโคตฺตาทิโต วิกปฺปิตเมว โหติ. ยถา เจตฺถ, เอวํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติยมฺปิ ปริกปฺปารหตมฺปิ สนฺธาย ปาฬิยํ เอวํนาโมติอาทินา อปเทสสหิตเมว วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. อญฺเญ ปน ‘‘นามโคตฺตาทิกํ สพฺพมฺปิ เอกกฺขเณ ปญฺญายติ, อภิรุจิตํ ปน วจสา โวหรนฺตี’’ติ วทนฺติ, เตปิ อตฺถโต ปุริเมหิ สทิสา เอว, ปุพฺเพ ทิฏฺฐสฺส ปุน โวหารกาเลปิ ปริกปฺเปตพฺพโต ปริกปฺปารหธมฺมทสฺสนเมว เตหิปิ อตฺถโต อุปคตํ. เอเก ปน ‘‘โส ตโต จุโต อมุตฺร อุทปาทินฺติอาทิวจนโต กเมเนว อตีตานาคตธมฺมชานเนน นามโคตฺตาทีหิ สทฺธึ คหณํ สุกร’’นฺติ วทนฺติ, ตํ อยุตฺตเมว พุทฺธานมฺปิ สพฺพํ ญาตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย สพฺพญฺญุตาหานิปฺปสงฺคโต. ปาฬิยํ อิเม วต โภนฺโตติอาทิ ยถากมฺมุปคญาณสฺส ปวตฺติอาการทสฺสนํ. กายวาจาทิ เจตฺถ กายวจีวิญฺญตฺติโย.

ภาริยนฺติ อานนฺตริยสทิสตฺตา วุตฺตํ. ขมาปเน หิ อสติ อานนฺตริยเมว. ตสฺสาติ ภาริยสภาวสฺส อุปวาทสฺส. มหลฺลโกติ เกวลํ วยสาว มหลฺลโก, น ญาเณน, ‘‘นายํ กิญฺจิ โลกโวหารมตฺตมฺปิ ชานาติ, ปริสทูสโก เอว อมฺหากํ ลชฺชิตพฺพสฺส กรณโต’’ติ อธิปฺปาเยน หีเฬตฺวา วุตฺตตฺตา คุณปริธํสเนน อุปวทตีติ เวทิตพฺพํ. อาวุโสติอาทินา เถโร อุปริมคฺคุปฺปตฺติมสฺส อากงฺขนฺโต กรุณาย อตฺตานมาวิกาสิ. ปากติกํ อโหสีติ มคฺคาวรณํ นาโหสีติ อธิปฺปาโย. อตฺตนา วุฑฺฒตโรติ สยมฺปิ วุฑฺโฒ. เอตฺถาปิ ‘‘อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา’’ติ วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตํ. อนาคามี อรหา จ อายตึ สํวรตฺถาย น ขเมยฺยุํ, เสสา โทเสนปีติ อาห ‘‘สเจ โส น ขมตี’’ติ.

เย จ…เป… สมาทเปนฺติ, เตปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานาติ โยเชตพฺพํ. สีลสมฺปนฺโนติอาทีสุ นิปฺปริยายโต อคฺคมคฺคฏฺโฐ อธิปฺเปโต ตสฺเสว อญฺญาราธนา นิยมโต, เสสาปิ วา ปจฺฉิมภวิกา สีลาทีสุ ฐิตา เตสมฺปิ อญฺญุปฺปตฺตินิยมโต. อญฺญนฺติ อรหตฺตผลํ. เอวํ สมฺปทนฺติ เอวํ นิพฺพตฺติกํ. ยถา ตํ อวิรชฺฌนกนิพฺพตฺติกํ, เอวมิทมฺปิ เอตสฺส นิรเย นิพฺพตฺตนนฺติ อตฺโถ. ยํ สนฺธาย ‘‘เอวํสมฺปทมิท’’นฺติ นิทฺทิฏฺฐํ, ตํ ทสฺเสตุํ ตํ วาจนฺติอาทิ วุตฺตํ. ตํ วาจนฺติ อริยูปวาทํ. จิตฺตนฺติ อริยูปวาทกจิตฺตํ. ทิฏฺฐินฺติ อริยูปวาเท โทสาภาวทสฺสนทิฏฺฐึ. ‘‘สพฺพเมตํ ปชหิสฺสามี’’ติ จิตฺเตน อจฺจยํ เทเสตฺวา ขมาปนวเสน อปฺปหาย อปฺปฏินิสฺสชฺชิตฺวา. ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเยติ ยถา นิรยปาเลหิ อาหริตฺวา นิรเย ฐปิโต, เอวํ นิรเย ฐปิโต เอว, อริยูปวาเทเนวสฺส อิทํ นิยเมน นิรเย นิพฺพตฺตนํ ยถา มคฺเคน ผลํ สมฺปชฺชติ, เอวํ สมฺปชฺชนกนฺติ อธิปฺปาโย.

มิจฺฉาทิฏฺฐิ สพฺพปาปมูลตฺตา ปรมา ปธานา เยสํ วชฺชานํ ตานิ มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ วชฺชานิ, สพฺพวชฺเชหิ มิจฺฉาทิฏฺฐิเยว ปรมํ วชฺชนฺติ อตฺโถ. อวีตราคสฺส มรณโต ปรํ นาม ภวนฺตรุปาทานเมวาติ อาห ‘‘ปรํ มรณาติ ตทนนฺตรํ อภินิพฺพตฺตกฺขนฺธคฺคหเณ’’ติ. เยน ติฏฺฐติ, ตสฺส อุปจฺเฉเทเนว กาโย ภิชฺชตีติ อาห ‘‘กายสฺส เภทาติ ชีวิตินฺทฺริยสฺสุปจฺเฉทา’’ติ. เอติ เอตสฺมา สุขนฺติ อโย, ปุญฺญํ. อายสฺสาติ อาคมนสฺส, เหตุสฺส วา. อยติ อิฏฺฐารมฺมณาทีหิ ปวตฺตตีติ อาโย, อสฺสาโท. อสุรสทิสนฺติ เปตาสุรสทิสํ.

อาสวกฺขยญาณกถาวณฺณนา

๑๔. สรสลกฺขณปฏิเวเธนาติ สภาวสงฺขาตสฺส ลกฺขณสฺส อสมฺโมหโต ปฏิวิชฺฌเนน. นิพฺพตฺติกนฺติ นิปฺผาทนํ. ยํ ฐานํ ปตฺวาติ ยํ นิพฺพานํ มคฺคสฺส อารมฺมณปจฺจยฏฺเฐน ฐานํ การณภูตํ อาคมฺม. อปฺปวตฺตินฺติ อปฺปวตฺติเหตุํ. กิเลสวเสนาติ เยสํ อาสวานํ เขปเนน อิทํ ญาณํ อาสวกฺขยญาณํ ชาตํ, เตสํ กิเลสานํ วเสน, เตสํ อาสวานํ วเสน สพฺพกิเลสานํ สงฺคหณโต ปริยายโต ปการนฺตรโตติ อตฺโถ. ปาฬิยํ อตีตกาลวเสน ‘‘อพฺภญฺญาสิ’’นฺติ วตฺวาปิ อภิสมยกาเล ตสฺส ตสฺส ชานนสฺส ปจฺจุปฺปนฺนตํ อุปาทาย ‘‘เอวํ ชานโต เอวํ ปสฺสโต’’ติ วตฺตมานกาเลน นิทฺเทโส กโต. กามาสวาทีนํ วิมุจฺจเนเนว ตทวินาภาวโต ทิฏฺฐาสวสฺสาปิ วิมุตฺติ เวทิตพฺพา.

‘‘ขีณา ชาตี’’ติ ชานนํ กิเลสกฺขยปจฺจเวกฺขณวเสน, วุสิตํ พฺรหฺมจริยนฺติอาทิชานนํ มคฺคผลนิพฺพานปจฺจเวกฺขณวเสน โหตีติ อาห ‘‘ขีณา ชาตีติอาทีหิ ตสฺส ภูมิ’’นฺติ. ตตฺถ ภูมินฺติ วิสยํ, ตีสุ กาเลสุปิ ชาติกฺขยํ ปติ อุชุกเมว วายามาสมฺภเวปิ ตํ ปติ วายามกรณสฺส สาตฺถกตํ, ตสฺส อนาคตกฺขนฺธานุปฺปตฺติผลตญฺจ ทสฺเสตุํ ยา ปนาติอาทิ วุตฺตํ. ยา ปน มคฺคสฺส อภาวิตตฺตาติอาทินา หิ มคฺเคนาวิหตกิเลเสเหว อายตึ ขนฺธานํ ชาติ เหสฺสติ, เตสญฺจ กิเลสานํ มคฺเคน วินาเส สติ ขนฺธา น ชายิสฺสนฺติ, กิเลสานญฺจ เตกาลิกตาย ชาติยํ วุตฺตนเยน เกนจิ ปจฺจเยน วินาสโยเคปิ จิตฺตสนฺตาเน กิเลสวิรุทฺธอริยมคฺคกฺขณุปฺปาทนเมว ตพฺพินาโส วิรุทฺธปจฺจโยปนิปาเตน อายตึ อนุปฺปชฺชนโต พีชสนฺตาเน อคฺคิกฺขนฺโธปนิปาเตน อายตึ พีชตฺตานุปฺปตฺติ วิย, อิติ มคฺคกฺขณุปฺปตฺติสงฺขาตกิเลสาภาเวน กิเลสผลานํ ขนฺธานํ อายตึ อนุปฺปตฺติเยว ชาติกฺขโยติ อยมตฺโถ วิภาวียติ, เตนาห ‘‘มคฺคสฺส ภาวิตตฺตา อนุปฺปาทธมฺมตํ อาปชฺชเนน ขีณา’’ติ. เอตฺถ จายมตฺโถ กิเลสาภาวสงฺขาตสฺส มคฺคสฺส ภาวิตตฺตา อุปฺปาทิตตฺตา ปจฺจยาภาเวน อนุปฺปชฺชนฺตี ขนฺธานํ ชาติ เตน อายตึ อนุปฺปชฺชนสงฺขาเตน อนุปฺปาทธมฺมตํ อาปชฺชเนน โวหารโต ขีณา เม ชาตีติ. น หิ สงฺขตธมฺมานํ ปจฺจยนฺตเรน วินาโส สมฺภวติ, สมฺภเว จ ตสฺส ปจฺจยนฺตรตาทิปฺปสงฺคโต. ตพฺพิรุทฺธกฺขณุปฺปาทนเมว ตพฺพินาสุปฺปาทนํ. ตนฺติ ขีณชาตึ อพฺภญฺญาสินฺติ สมฺพนฺโธ. อิตฺถตฺตายาติ อิเม ปการา อิตฺถํ, ตพฺภาโว อิตฺถตฺตํ, ตทตฺถาย. ทสฺเสนฺโตติ นิคมนวเสน ทสฺเสนฺโตติ.

วิชฺชาตฺตยกถาวณฺณนานโย นิฏฺฐิโต.

อุปาสกตฺตปฏิเวทนากถาวณฺณนา

๑๕. อญฺญาณนฺติ ธิ-สทฺทโยเคน สามิอตฺเถ อุปโยควจนํ. ปาทานีติ ปาเท. ยสสาติ ปริวาเรน. โกตูหลจฺฉเรติ โกตูหเล อจฺฉเร จ. อยนฺติ อมิกฺกนฺต-สทฺโท. นยิทํ อาเมฑิตวเสน ทฺวิกฺขตฺตุํ, อถ โข อตฺถทฺวยวเสนาติ ทสฺเสนฺโต อถ วาติอาทิมาห. อวิเสเสน อตฺถสามญฺเญน นิปฺผนฺโน อภิกฺกนฺตนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, เทสนาปสาทาทิวิเสสาเปกฺขายปิ ตเถว ติฏฺฐติ ปุพฺเพ นิปฺผนฺนตฺตาติ อาห ‘‘อภิกฺกนฺตํ…เป… ปสาโท’’ติ. อโธมุขฐปิตํ เกนจิ. เหฏฺฐามุขชาตํ สยเมว. ปริยาเยหีติ ปกาเรหิ, อรสรูปตฺตาทิปฏิปาทกการเณหิ วา.

คมุธาตุสฺส ทฺวิกมฺมกตฺตาภาวา โคตมํ สรณนฺติ อิทํ ปททฺวยมฺปิ น อุปโยควจนํ. อปิ จ โข ปุริมเมว, ปจฺฉิมํ ปน ปจฺจตฺตวจนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘โคตมํ สรณนฺติ คจฺฉามี’’ติ วุตฺตํ. เตน จ อิติ-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ ทสฺเสติ. อฆสฺสาติ อฆโต ปาปโต. ตาตาติ หิ ปทํ อเปกฺขิตฺวา นิสฺสกฺกสฺเสว ยุตฺตตฺตา. อธิคตมคฺเค สจฺฉิกตนิโรเธติ ปททฺวเยนาปิ ผลฏฺฐา เอว ทสฺสิตา, น มคฺคฏฺฐาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมาเน จา’’ติ อาห. วิตฺถาโรติ อิมินา ‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา, วิราโค เตสํ อคฺคมกฺขายตี’’ติ (อิติวุ. ๙๐; อ. นิ. ๔.๓๔) วุตฺตปทํ สงฺคณฺหาติ. อเนชนฺติ นิตฺตณฺหํ. อปฺปฏิกูลนฺติ อวิโรธตฺถทีปนโต อวิรุทฺธสุจึ ปณีตํ วา. วาจาย ปคุณีกตฺตพฺพโต, ปกฏฺเฐหิ สทฺทตฺถคุเณหิ โยคโต วา ปคุณํ. สํหโตติ ฆฏิโต สเมโต. ยตฺถาติ เยสุ ปุริสยุเคสูติ สมฺพนฺโธ. อฏฺฐ จ ปุคฺคลธมฺมทสา เตติ เต อฏฺฐ ปุคฺคลา อริยธมฺมสฺส ทิฏฺฐตฺตา ธมฺมทสา.

สรณนฺติอาทีสุ อยํ สงฺเขปตฺโถ – ภยหึสนาทิอตฺเถน รตนตฺตยํ สรณํ นาม, ตเทว เม รตนตฺตยํ ตาณํ เลณํ ปรายณนฺติ พุทฺธสุพุทฺธตาทิคุณวเสน ตปฺปรายณตาการปฺปวตฺโต จิตฺตุปฺปาโท สรณคมนํ นาม. ยถาวุตฺเตน อิมินา จิตฺตุปฺปาเทน สมนฺนาคโต สรณํ คจฺฉติ นาม. เอตสฺส จ สรณคมนสฺส โลกิยโลกุตฺตรวเสน ทุวิโธ ปเภโท. ตตฺถ โลกุตฺตรํ สรณคมนูปกฺกิเลสสมุจฺเฉเทน มคฺคกฺขเณเยว สิชฺฌติ. โลกิยสรณคมนํ จตุธา ปวตฺตติ อหํ อตฺตานํ พุทฺธสฺส ปริจฺจชามีติอาทินา อตฺตนิยฺยาตเนน, ยถาวุตฺตตปฺปรายณตาย, สิสฺสภาวูปคมเนน, ปณิปาเตน จาติ. สพฺพตฺถาปิ เจตฺถ เสฏฺฐทกฺขิเณยฺยภาววเสเนว สรณคมนํ โหติ, น ญาติภยาจริยาทิวเสนาติ เวทิตพฺพํ. เอวํ ญาติอาทิวเสน ติตฺถิยํ วนฺทโต สรณํ น ภิชฺชติ, ทกฺขิเณยฺยภาเวน อญฺญํ วนฺทโต สรณํ ภิชฺชติ. โลกิยสฺส สรณคมนสฺส นิพฺพานปฺปตฺตินิยมํ สทิสผลํ สรณคตสฺส อนาคเต นิพฺพานปฺปตฺตินิยมโต. สพฺพโลกิยสมฺปตฺติสมธิคโม ปน อปายทุกฺขาทิสมติกฺกโม จ อานิสํสผลํ. ตีสุ วตฺถูสุ จสฺส สํสยมิจฺฉาญาณาทิ สํกิเลโส. เภโทปิสฺส สาวชฺชานวชฺชวเสน ทุวิโธ. ตตฺถ ปฐโม มิจฺฉาทิฏฺฐิปุพฺพเกหิ ติตฺถิยปณิปาตาทีหิ โหติ, โส จ อนิฏฺฐผลตฺตา สาวชฺโช. อนวชฺโช ปน กาลกิริยาย โหติ. โลกุตฺตรสรณคมนสฺส สพฺพถา สํกิเลโส วา เภโท วา นตฺถีติ เวทิตพฺพํ.

โก อุปาสโกติอาทิ อุปาสกตฺตสรูปการณาทิปุจฺฉา. ตตฺถ โย คหฏฺโฐ มนุสฺโส วา อมนุสฺโส วา วุตฺตนเยน ติสรณํ คโต, อยํ อุปาสโก. โย จ สรณคมนาทิกิริยาย รตนตฺตยํ อุปาสนโต ‘‘อุปาสโก’’ติ วุจฺจติ. ปญฺจ เวรมณิโย จสฺส สีลํ. ปญฺจมิจฺฉาวาณิชฺชาทิปาปาชีวํ ปหาย ธมฺเมน สเมน ชีวิตกปฺปนมสฺส อาชีโว. อสฺสทฺธิยทุสฺสีลตาทโย อุปาสกตฺตสฺส วิปตฺติ, ตทภาโว สมฺปตฺตีติ เวทิตพฺพา.

วิหารคฺเคนาติ โอวรกาทิวสนฏฺฐานโกฏฺฐาเสน. อชฺชภาวนฺติ อสฺมึ อหนิ ปวตฺตํ ปสาทาทึ. กายวิญฺญตฺติเหตุโก สรีราวยโว กายงฺคํ. วจีวิญฺญตฺติเหตุกํ โอฏฺฐชิวฺหาทิ วาจงฺคํ. อโจเปตฺวาติ อจาเลตฺวา. เอเตน จ วจีปวตฺติยา ปุพฺพภาเค ฐานกรณานํ จลนปจฺจโย วาโยธาตุยา วิการากาโร วิสุํ กายวิญฺญตฺติ น โหติ, เตน วิสุํ วิญฺญาเปตพฺพสฺส อธิปฺปายสฺส อภาวา วจีวิญฺญตฺติยเมว สงฺคยฺหติ ตทุปการตฺตา. ยถา กาเยน กายกณฺฑุยนาทีสุ สทฺทุปฺปตฺติเหตุภูโต ปถวีธาตุยา อาการวิกาโร วิสุํ อธิปฺปายสฺส อวิญฺญาปนโต วจีวิญฺญตฺติ น โหติ, เอวมยมฺปีติ ทสฺเสติ. อธิปฺปายวิญฺญาปนโต เหตา วิญฺญตฺติโย นาม ชาตา, น เกวลํ วายุปถวีนํ จลนสทฺทุปฺปตฺติปจฺจยภูตวิการาการมตฺตตาย. เอวญฺจ พหิทฺธา รุกฺขาทีสุ จลนสทฺทุปฺปตฺติปจฺจยานํ ยถาวุตฺตปฺปการานํ วิการาการานํ อวิญฺญตฺติตา สมตฺถิตา โหตีติ เวทิตพฺพา. เกจิ วาจงฺคนฺติ ‘‘โหตุ สาธู’’ติ เอวมาทิวาจาย อวยวนฺติอาทึ วทนฺติ, ตํ อโจเปตฺวาติ อิมินา น สเมติ. ขนฺตึ จาเรตฺวาติ อนุมตึ ปวตฺเตตฺวา. ‘‘ขนฺตึ ธาเรตฺวา’’ติปิ ปาโฐ, พหิ อนิกฺขมนวเสน คณฺหิตฺวาติ อตฺโถ. ปฏิมุโขติ ภควติ ปฏินิวตฺตมุโข, เตนาห ‘‘อปกฺกมิตฺวา’’ติ.

๑๖. ยาจธาตุสฺส ทฺวิกมฺมกตฺตา ‘‘ภควา วสฺสาวาสํ ยาจิโต’’ติ วุตฺตํ. สุสสฺสกาเลปีติ วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏํ กาตุํ ‘‘อติสมคฺเฆปี’’ติ วุตฺตํ. อติวิย อปฺปคฺเฆปิ ยทา กิญฺจิเทว ทตฺวา พหุํ ปุพฺพณฺณาปรณฺณํ คณฺหนฺติ, ตาทิเส กาเลปีติ อตฺโถ. ภิกฺขมานาติ ยาจมานา. วุตฺตสสฺสนฺติ วปิตสสฺสํ. ตตฺถาติ เวรญฺชายํ, เอเตน ‘‘วุตฺตํ สลากา เอว โหติ เอตฺถาติ สลากาวุตฺตา’’ติ วิเสสนสฺส ปรนิปาเตน นิพฺพจนํ ทสฺเสติ. อถ วา ‘‘สพฺพํ สสฺสํ สลากามตฺตเมว วุตฺตํ นิพฺพตฺตํ สมฺปนฺนํ เอตฺถาติ สลากาวุตฺตา’’ติปิ นิพฺพจนํ ทฏฺฐพฺพํ, เตนาห ‘‘สลากา เอว สมฺปชฺชตี’’ติ. ‘‘สลากาย วุตฺตํ ชีวิกา เอติสฺสนฺติ สลากาวุตฺตา’’ติปิ นิพฺพจนํ ทสฺเสตุํ สลากาย วาติอาทิ วุตฺตํ. ธญฺญกรณฏฺฐาเนติ ธญฺญมินนฏฺฐาเน. วณฺณชฺฌกฺขนฺติ กหาปณปริกฺขกํ.

อุญฺเฉน ปคฺคเหนาติ เอตฺถ ปคฺคเหนาติ ปตฺเตน, ตํ คเหตฺวาติ อตฺโถ. ปคฺคยฺหติ เอเตน ภิกฺขาติ หิ ปคฺคโห, ปตฺโต. เตนาห ปคฺคเหน โย อุญฺโฉติอาทิ. อถ วา ปคฺคเหนาติ คหเณน, อุญฺฉตฺถาย คเหตพฺโพ ปตฺโตติ สิชฺฌตีติ อาห ‘‘ปตฺตํ คเหตฺวา’’ติ.

คงฺคาย อุตฺตรทิสาปเทโส อุตฺตราปโถ, โส นิวาโส เอเตสํ, ตโต วา อาคตาติ อุตฺตราปถกา, เตนาห อุตฺตราปถวาสิกาติอาทิ. ‘‘อุตฺตราหกา’’ติปิ ปาโฐ, โส เอว อตฺโถ นิรุตฺตินเยน. มนฺทิรนฺติ อสฺสสาลํ. ‘‘มนฺทร’’นฺติปิ ลิขนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ. สา จ มนฺทิรา ยสฺมา ปริมณฺฑลากาเรน พหุวิธา จ กตา, ตสฺมา ‘‘อสฺสมณฺฑลิกาโย’’ติ วุตฺตา.

คงฺคาย ทกฺขิณาย ทิสาย เทโส ทกฺขิณาปโถ, ตตฺถ ชาตา มนุสฺสา ทกฺขิณาปถมนุสฺสา. พุทฺธํ มมายนฺติ มเมวายนฺติ คณฺหนสีลา พุทฺธมามกา, เอวํ เสเสสุปิ. เอวนฺติ ปจฺฉา วุตฺตนเยน อตฺเถ คยฺหมาเน. ปฏิวีสนฺติ โกฏฺฐาสํ. ตทุปิยนฺติ ตทนุรูปํ ตปฺปโหนกํ. ลทฺธาติ ลภิตฺวา โน โหตีติ สมฺพนฺโธ. ‘‘ลทฺโธ’’ติ วา ปาโฐ, อุปฏฺฐากฏฺฐานํ เนว ลภินฺติ อตฺโถ. ญาติ จ ปสตฺถตมคุณโยคโต เสฏฺโฐ จาติ ญาติเสฏฺโฐ. เอวรูเปสุ ฐาเนสุ อยเมว ปติรูโปติ อามิสสฺส ทุลฺลภกาเลสุ ปริกโถภาสาทึ อกตฺวา ปรมสลฺเลขวุตฺติยา อาชีวสุทฺธิยํ ฐตฺวา ภควโต อธิปฺปายานุคุณํ อามิสํ วิจาเรนฺเตน นาม ญาติสิเนหยุตฺเตน อริยสาวเกเนว กาตุํ ยุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย.

มาราวฏฺฏนายาติ มาเรน กตจิตฺตปริวฏฺฏเนน, จิตฺตสมฺโมหเนนาติ อตฺโถ. ตมฺปีติ อุตฺตรกุรุํ วา ติทสปุรํ วา อาวฏฺเฏยฺย.

‘‘ผุสฺสสฺสาหํ ปาวจเน, สาวเก ปริภาสยึ;

ยวํ ขาทถ ภุญฺชถ, มา จ ภุญฺชถ สาลโย’’ติ. (อป. เถร ๑.๓๙.๘๘) –

อปทาเน วุตฺตสฺส อกุสลสฺส ตทา โอกาสกตตฺตา. นิพทฺธทานสฺสาติ ‘‘ทสฺสามา’’ติ วาจาย นิยมิตทานสฺส. อปฺปิตวตฺตสฺสาติ กาเยน อติหริตฺวา ทินฺนวตฺถุโนปิ. วิสหตีติ สกฺโกติ. สงฺเขเปนาติ นีหาเรน. พฺยามปฺปภายาติ สมนฺตโต เหฏฺฐา จ อุปริ จ อสีติหตฺถมตฺเต ฐาเน ฆนีภูตาย ฉพฺพณฺณาย ปภาย, ยโต ฉพฺพณฺณรํสิโย ตฬากโต มาติกาโย วิย นิกฺขมิตฺวา ทสสุ ทิสาสุ ธาวนฺติ, สา ยสฺมา พฺยามมตฺตา วิย ขายติ, ตสฺมา ‘‘พฺยามปฺปภา’’ติ วุจฺจติ. ยสฺมา อนุพฺยญฺชนานิ จ ปจฺเจกํ ภควโต สรีเร ปภาสมฺปตฺติยุตฺตา อากาเส จนฺทสูริยาทโย วิย วิภาตา วิโรจนฺติ, ตสฺมา ตานิ พฺยามปฺปภาย สห เกนจิ อนภิภวนียานิ วุตฺตานิ.

อนตฺถสญฺหิเตติ ฆาตาเปกฺขํ สามิอตฺเถ ภุมฺมวจนํ, เตนาห ‘‘ตาทิสสฺส วจนสฺส ฆาโต’’ติ. อตฺโถ ธมฺมเทสนาย เหตุ อุปฺปชฺชติ เอตฺถ, ธมฺมเทสนาทิโก วา อตฺโถ อุปฺปชฺชติ เอตายาติ อฏฺฐุปฺปตฺติ, ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุ.

เอกํ คเหตฺวาติ ธมฺมเทสนาสิกฺขาปทปญฺญตฺติสงฺขาเตสุ ทฺวีสุ ธมฺมเทสนาการณํ คเหตฺวา. รตฺติจฺเฉโท วาติ สตฺตาหกรณียวเสน คนฺตฺวา พหิ อรุณุฏฺฐาปนวเสน วุตฺโต, น วสฺสจฺเฉทวเสน ตสฺส วิสุํ วุจฺจมานตฺตา. เอเตน จ วสฺสจฺเฉทปจฺจเย สตฺตาหกรณีเยน คมนํ อนุญฺญาตนฺติ เวทิตพฺพํ. น กิสฺมิญฺจีติ กิสฺมิญฺจิ คุเณ สมฺภาวนาวเสน น มญฺญนฺติ. ปจฺฉา สีลํ อธิฏฺฐเหยฺยามาติ อาชีวเหตุ สนฺตคุณปฺปกาสเนน อาชีววิปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ. อติมญฺญิสฺสตีติ อวมญฺญิสฺสติ.

๑๗. ‘‘อายสฺมาติ ปิยวจนเมต’’นฺติ อุจฺจนีจชนสามญฺญวเสน วตฺวา ปุน อุจฺจชนาเวณิกวเสเนว ทสฺเสนฺโต ‘‘ครุคารวสปฺปติสฺสาธิวจน’’นฺติ อาห. ตตฺถ สห ปติสฺสเยน นิสฺสเยนาติ สปฺปติสฺโส, สนิสฺสโย, ตสฺส ครุคุณยุตฺเตสุ คารววจนนฺติ อตฺโถ. อิธ ปน วจนเมว อธิวจนํ. ปปฺปฏโกชนฺติ อาทิกปฺเป อุทกูปริ ปฐมํ ปถวีภาเวน สญฺชาตํ นวนีตปิณฺฑสทิสํ อุทเกปิ อุปฺปิลนสภาวํ อวิลียนกํ อติสินิทฺธมธุรํ อเนกโยชนสหสฺสพหลํ รสาตลสงฺขาตํ ปถโวชํ. ยํ อาทิกปฺปิเกหิ มนุสฺเสหิ รสตณฺหาย คเหตฺวา ภุญฺชมานํ เตสํ กมฺมพเลน อุปริภาเค กกฺขฬภาวํ อาปชฺชิตฺวา เหฏฺฐา ปุริมากาเรเนว ฐิตํ, ยสฺส จ พเลน อยํ มหาปถวี สปพฺพตสมุทฺทกานนา เหฏฺฐาอุทเก อนิมุชฺชมานา อวิกิริยมานา กุลฺลุปริ วิย นิจฺจลา ติฏฺฐติ, ตํ ปถวีสารมณฺฑนฺติ อตฺโถ, เตนาห ปถวีมณฺโฑติอาทิ. สมฺปนฺนนฺติ มธุรรเสน อุเปตํ, เตนาห ‘‘สาทุรส’’นฺติ. อุปปนฺนผโลติ พหุผโล. ‘‘นิมฺมกฺขิก’’นฺติ วตฺวา ปุน ‘‘นิมฺมกฺขิกณฺฑ’’นฺติ มกฺขิกณฺฑานมฺปิ อภาวํ ทสฺเสติ. เย ปถวีนิสฺสิตา ปาณา, เต ตตฺถ สงฺกาเมสฺสามีติ เอตฺถ มนุสฺสามนุสฺสติรจฺฉานคติตฺถีนมฺปิ หตฺถสงฺกามเน กึ อนามาสโทโส น โหตีติ? น โหติ, กสฺมา? ‘‘อนาปตฺติ, ภิกฺขเว, อิทฺธิมสฺส อิทฺธิวิสเย’’ติ (ปารา. ๑๕๙) วจนโต, เตเนว ภควาปิ อนามาสโทสํ อทสฺเสตฺวา ‘‘วิปลฺลาสมฺปิ สตฺตา ปฏิลเภยฺยุ’’นฺติ อาห, ขุทฺทโก คาโม. มหนฺโต สาปโณ นิคโม. ปทวีติหาเรนาติ ปทนิกฺเขเปน.

วินยปญฺญตฺติยาจนกถาวณฺณนา

๑๘. วินยปญฺญตฺติยา มูลโต ปภุตีติ ปาราชิกาทิครุกานํ, ตทญฺเญสญฺจ สิกฺขาปทานํ ปาติโมกฺขุทฺเทสกฺกเมน เยภุยฺเยน อปญฺญตฺตตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น สพฺเพน สพฺพํ อปญฺญตฺตตาย. เตเนว เถโร ภควนฺตํ ‘‘สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปยฺย อุทฺทิเสยฺย ปาติโมกฺข’’นฺติ ปาติโมกฺขุทฺเทเสน สห สิกฺขาปทปญฺญตฺตึ ยาจิ. ขนฺธเก หิ อานนฺทตฺเถราทีนํ ปพฺพชฺชโต ปุเรตรเมว ราหุลภทฺทสฺส ปพฺพชฺชาย ‘‘น, ภิกฺขเว, อนนุญฺญาโต มาตาปิตูหิ ปุตฺโต ปพฺพาเชตพฺโพ, โย ปพฺพาเชยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๑๐๕) ปญฺญตฺตสิกฺขาปทํ ทิสฺสติ. อิเธว อฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘สามมฺปิ ปจนํ…เป… น วฏฺฏตี’’ติ จ, ‘‘รตฺติจฺเฉโท วสฺสจฺเฉโท วา น กโต’’ติ จ วุตฺตตฺตา ปุพฺเพว สามปากาทิปฏิกฺเขโป อตฺถีติ ปญฺญายติ. เอวํ กติปยสิกฺขาปทานํ ปญฺญตฺติสพฺภาเวปิ อปญฺญตฺตปาราชิกาทิเก สนฺธาย ‘‘น ตาว, สาริปุตฺต, สตฺถา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตี’’ติ วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. ปุถุตฺตารมฺมณโต ปฏินิวตฺติตฺวา สมฺมเทว เอการมฺมเณ จิตฺเตน ลีโน ปฏิสลฺลีโน นามาติ อาห ‘‘เอกีภาวํ คตสฺสา’’ติ, จิตฺตวิเวกํ คตสฺสาติ อตฺโถ. จิรนฺติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ.

โสฬสวิธาย ปญฺญายาติ มชฺฌิมนิกาเย อนุปทสุตฺตนฺตเทสนายํ ‘‘มหาปญฺโญ, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต ปุถุปญฺโญ หาสปญฺโญ ชวนปญฺโญ ติกฺขปญฺโญ นิพฺเพธิกปญฺโญ’’ติ อาคตา ฉ ปญฺญา จ นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติปญฺญา จ อรหตฺตมคฺคปญฺญา จาติ เอวํ โสฬสวิเธน อาคตาย ปญฺญาย. เยสํ พุทฺธานํ สาวกา สุทฺธาวาเสสุ สนฺทิสฺสนฺติ, เตเยว โลเก ปากฏาติ วิปสฺสีอาทโยว อิธ อุทฺธฏา, น อิตเร ปุพฺพพุทฺธา. เตเนว อาฏานาฏิยสุตฺเต (ที. นิ. ๓.๒๗๕ อาทโย) เทวาปิ อตฺตโน ปากฏานํ เตสญฺเญว คหณํ อกํสุ, นาญฺเญสนฺติ เวทิตพฺพํ.