๑๐. ทสมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา

๗๗๙. ทสเม ปน ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี อญฺญทตฺถิเกน ปริกฺขาเรน อญฺญุทฺทิสิเกน ปุคฺคลิเกน อญฺญํ เจตาเปยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ เอวํวิเธน ภวิตพฺพํ, ‘‘ปุคฺคลิเกน สํยาจิเกนา’’ติ อิมินา เอกาทสเมน ภวิตพฺพํ สิยา ยถากฺกเมน สมฺภวโต. กามเมว เจตํ อฏฺฐุปฺปตฺติยา อภาวโต น วุตฺตํ, อตฺถโต ปน คเหตพฺพเมว. เอตฺถ ปน สงฺฆคณปุคฺคลานํ ปวาริตฏฺฐาเน, ปุคฺคลสฺเสว ญาตกฏฺฐาเน จ อนาปตฺติฉายา ทิสฺสติ, อิทํ สพฺพํ อมฺหากํ ตกฺกานุสารวเสเนว วุตฺตนฺติ กตฺวา น สารโต ทฏฺฐพฺพํ. วิจาเรตฺวา ยถา นิจฺจลการณํ ทิสฺวา ยํ วา วินยกฺกมโกวิทา อนุชานนฺติ, ตํ ตเทว คเหตพฺพํ. โปราณคณฺฐิปเท ปน ‘‘อาปทาสุปิ อญฺญํ ครุภณฺฑเมว เจตาเปตพฺพํ, อิตรํ น วฏฺฏติ, ภิกฺขุสฺส ปน วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ.

ทสมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.