๖. เสนาสนกฺขนฺธกวณฺณนา

วิหารานุชานนกถาวณฺณนา

๒๙๔. นิลียนฺติ ภิกฺขู เอตฺถาติ วิหาราทโย เลณานิ นาม. อาคต-วจเนน ตสฺสาคตสงฺโฆว สามี, น อนาคโตติ เกจิ, ตํ น ยุชฺชติ สมานลาภกติกาย สิทฺธตฺตา.

๒๙๖-๗. ทีปินงฺคุฏฺเฐนาติ เอตฺถ ‘‘ทีปินา อกปฺปิยจมฺมํ ทสฺเสตี’’ติ ลิขิตํ. ถมฺภกวาตปานํ นาม ติริยํ ทารูนิ อทตฺวา อุชุกํ ฐิเตเหว ทารูหิ กตฺตพฺพํ. ภิสีนํ อนุญฺญาตํ วฏฺฏตีติ พิมฺโพหเน วฏฺฏตีติ อตฺโถ. ตูลปูริตํ ภิสึ อปสฺสยิตุํ น วฏฺฏติ อุณฺณาทีนํเยว อนุญฺญาตตฺตา. นิสีทนนิปชฺชนํ สนฺธาย วุตฺตํ, ตสฺมา อปสฺสยิตุํ วฏฺฏตีติ เจ? อกปฺปิยนฺติ น วฏฺฏตีติ เกจิ. ยทิ เอวํ อกปฺปิยมญฺจญฺจ อปสฺสยิตุํ น วฏฺเฏยฺย. ยสฺมา วฏฺฏติ, ตสฺมา โทโส นตฺถิ. อปิจ คิลานสฺส พิมฺโพหนํ นิปชฺชิตุมฺปิ อนุญฺญาตํ, ตสฺมา ภิสิปิ วฏฺฏติ อปสฺสยิตุํ. อาจริยา จ อนุชานนฺติ, วฬญฺเชนฺติ จาติ เอเก. สิมฺพลิตูลสุตฺเตน สิพฺพิตํ จีวรํ วฏฺฏติ. กสฺมา? กปฺปาสสฺส อนุโลมโต. ‘‘อกฺกผลสุตฺตมยมฺปิ อกฺกวากมยเมว ปฏิกฺขิตฺต’’นฺติ เต เอว วทนฺติ.

๒๙๘. อนิพนฺธนีโย อลคฺโค. ปฏิพาเหตฺวาติ มฏฺฐํ กตฺวา. ‘‘เสตวณฺณาทีนํ ยถาสงฺขฺยํ อิกฺกาสาทโย พนฺธนตฺถํ วุตฺตา’’ติ ลิขิตํ.

๓๐๐. ปกุฏฺฏํ สมนฺตโต อาวิทฺธปมุขํ.

๓๐๓. สุธาเลโปติ สุธามตฺติกาเลโป.

๓๐๕. อาสตฺติ ตณฺหา. สนฺตึ อทรํ.

๓๐๗. เกตุนฺติ กเยน คเหตุํ.

๓๐๘. จิตาติ อิฏฺฐกาโย กพเฬน นิทฺธมนวเสน ฉินฺทิตฺวา กตาติ อตฺโถ.

๓๑๐. ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ อนฺเตวาสิกาติ เอตฺถ วีสติวสฺสํ อติกฺกมิตฺวา ฉพฺพคฺคิยา อุปฺปนฺนา. ‘‘อาราธยึสุ เม ภิกฺขู จิตฺต’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๒๒๕) วุตฺตตฺตา อญฺญสฺมึ กาเล สาวตฺถิคมเน อุปฺปนฺนํ วตฺถุํ อิธ อาปตฺติทสฺสนตฺถํ อาหริตฺวา วุตฺตนฺติ ยุตฺตํ วิย, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. วุทฺธนฺติ วุทฺธตรํ.

๓๑๓. สนฺถเรติ ติณสนฺถราทโย.

เสนาสนคฺคาหกถาวณฺณนา

๓๑๘. ‘‘เสยฺยคฺเคนาติ มญฺจฏฺฐานปริจฺเฉเทน. วิหารคฺเคนาติ โอวรกคฺเคนา’’ติ ลิขิตํ. ถาวราติ นิยตา. ปจฺจเยเนว หิ ตนฺติ ตสฺมึ เสนาสเน มหาเถรา ตสฺส ปจฺจยสฺส การณา อญฺญตฺถ อคนฺตฺวา วสนฺตาเยว นํ ปฏิชคฺคิสฺสนฺตีติ อตฺโถ. อฆฏฺฏนกมฺมํ ทสฺเสตุํ ‘‘น ตตฺถ มนุสฺสา’’ติอาทิมาห. ‘‘วิตกฺกํ ฉินฺทิตฺวา สุทฺธจิตฺเตน คมนวตฺเตเนว คนฺตพฺพ’’นฺติ ปาโฐ. มุทฺทเวทิกา นาม เจติยสฺส หมฺมิยเวทิกา. ปฏิกฺกมฺมาติ อปสกฺกิตฺวา. สมานลาภกติกา มูลาวาเส สติ สิยา, มูลาวาสวินาเสน กติกาปิ วินสฺสติ. สมานลาภ-วจนํ สติ ทฺวีสุ, พหูสุ วา ยุชฺชติ, เตเนว เอกสฺมึ อวสิฏฺเฐติ โน มติ. ตาวกาลิกํ กาเลน มูลจฺเฉทนวเสน วา อญฺเญสํ วา กมฺมํ อญฺญสฺส สิยา นาวายํ สงฺคโมติ อาจริโย. ปุคฺคลวเสเนว กาตพฺพนฺติ อปโลกนกาเล สงฺโฆ วสฺสํวุตฺถภิกฺขูนํ ปาเฏกฺกํ ‘‘เอตฺตกํ วสฺสาวาสิกํ วตฺถํ เทติ, รุจฺจติ สงฺฆสฺสา’’ติ ปุคฺคลเมว ปรามสิตฺวา ทาตพฺพํ, น สงฺฆวเสน กาตพฺพํ. น สงฺโฆ สงฺฆสฺส เอตฺตกํ เทตีติ. ‘‘เอกสฺมึ อาวาเส สงฺฆสฺส กมฺมํ กโรตี’ติ วจนโต สงฺฆวเสน กาตพฺพ’’นฺติ ลิขิตํ. น หิ ตถา วุตฺเต สงฺฆสฺส กิญฺจิ กมฺมํ กตํ นาม โหติ. ‘‘สมฺมตเสนาสนคฺคาหาปกโต อญฺเญน คาหิเตปิ คาโห รุหติ อคฺคหิตุปชฺฌายสฺส อุปสมฺปทา วิยา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘กมฺมวาจายปิ สมฺมุติ วฏฺฏตี’’ติ ลิขิตํ.

อฏฺฐปิ โสฬสปิ ชเนติ เอตฺถ กึ วิสุํ วิสุํ, อุทาหุ เอกโตติ? เอกโตปิ วฏฺฏติ. น หิ เต ตถา สมฺมตา สงฺเฆน กมฺมกตา นาม โหนฺติ, เตเนว สตฺตสติกกฺขนฺธเก เอกโต อฏฺฐ ชนา สมฺมตาติ. เตสํ สมฺมุติ กมฺมวาจายปีติ ญตฺติทุติยกมฺมวาจายปิ. อปโลกนกมฺมสฺส วตฺถูหิ สา เอว กมฺมวาจา ลพฺภมานา ลพฺภติ, ตสฺสา จ วตฺถูหิ อปโลกนกมฺมเมว ลพฺภมานํ ลพฺภติ, น อญฺญนฺติ เวทิตพฺพํ. อิมํ นยํ มิจฺฉา คณฺหนฺโต ‘‘อปโลกนกมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ กาตุํ, ญตฺติทุติยกมฺมญฺจ อปโลกนกมฺมํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ คณฺหาติ, เอวญฺจ สติ กมฺมสงฺกรโทโส อาปชฺชติ. มคฺโค โปกฺขรณีติ เอตฺถ มคฺโค นาม มคฺเค กตทีฆสาลา, โปกฺขรณีติ นหายิตุํ กตโปกฺขรณี. เอตานิ หิ อเสนาสนานีติ เอตฺถ ภตฺตสาลา น อาคตา, ตสฺมา ตํ เสนาสนนฺติ เจ? สาปิ เอตฺเถว ปวิฏฺฐา วาสตฺถาย อกตตฺตา. โภชนสาลา ปน อุภยตฺถ นาคตา. กิญฺจาปิ นาคตา, อุปริ ‘‘โภชนสาลา ปน เสนาสนเมวา’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๑๘) วุตฺตตฺตา เสนาสนํ. ‘‘กปฺปิยกุฏิ จ เอตฺถ กาตพฺพา’’ติ วทนฺติ, ตํ เนติ เอเก. รุกฺขมูลเวฬุคุมฺพา ฉนฺนา กวาฏพทฺธาว เสนาสนํ. ‘‘อลาภเกสุ อาวาเสสูติ อลาภเกสุ เสนาสเนสู’’ติ ลิขิตํ, ตํ ยุตฺตํ. น หิ ปาเฏกฺกํ เสนาสนํ โหติ. ตํ สญฺญาเปตฺวาติ เอตฺถ ปญฺญตฺตึ อคจฺฉนฺเต พลกฺกาเรนปิ วฏฺฏติ. อยมฺปีติ ปจฺจโยปิ.

อุปนิพนฺธิตฺวาติ ตสฺส สมีเป รุกฺขมูลาทีสุ วสิตฺวา ตตฺถ วตฺตํ กตฺวาติ อธิปฺปาโย. ปริยตฺติปฏิปตฺติปฏิเวธวเสน ติวิธมฺปิ. ‘‘ทสกถาวตฺถุกํ ทสอสุภํ ทสอนุสฺสติ’’นฺติ ปาโฐ. ‘‘ปฐมภาคํ มุญฺจิตฺวาติ อิทํ เจ ปฐมคาหิตวตฺถุโต มหคฺฆํ โหตี’’ติ ลิขิตํ. ฉินฺนวสฺสานํ วสฺสาวาสิกํ นาม ปุพฺเพ คหิตวสฺสาวาสิกานํ ปจฺฉา ฉินฺนวสฺสานํ. ภตินิวิฏฺฐนฺติ ภตึ กตฺวา วิย นิวิฏฺฐํ ปริยิฏฺฐํ. ‘‘สงฺฆิกํ ปน…เป… วิพฺภนฺโตปิ ลภเตวา’’ติ อิทํ ตตฺรุปฺปาทํ สนฺธาย วุตฺตํ. อิมินา อปโลกนเมว ปมาณํ, น คาหาปนนฺติ เกจิ. วินยธรา ปน ‘‘อมฺหากํ วิหาเร วสฺสํ อุปคตานํ เอเกกสฺส ติจีวรํ สงฺโฆ ทสฺสตี’ติอาทินา อปโลกิเตปิ อภาชิตํ วิพฺภนฺตโก น ลภติ. ‘อปโลกนกมฺมํ กตฺวา คาหิต’นฺติ วุตฺตตฺตา, ‘อภาชิเต วิพฺภมตี’ติ เอวํ ปุพฺเพ วุตฺตตฺตา จา’’ติ วทนฺติ. ‘‘ปจฺจยวเสนาติ คหปติกํ วา อญฺญํ วา วสฺสาวาสิกํ ปจฺจยวเสน คาหิต’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘เอกเมว วตฺถํ ทาตพฺพนฺติ ตตฺถ นิสินฺนานํ เอกเมกํ วตฺถํ ปาปุณาตี’’ติ ลิขิตํ. ทุติโย เถราสเนติ อนุภาโค. ปฐมภาโค อญฺญถา เถเรน คหิโตติ ชานิตพฺพํ.

อุปนนฺทวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๒๐. ติวสฺสนฺตเรนาติ ติณฺณํ วสฺสานํ อนฺโต ฐิเตน. หตฺถิมฺหิ นโข อสฺสาติ หตฺถินโข. ปาสาทสฺส นโข นาม เหฏฺฐิมปริจฺเฉโท. คิหิวิกฏนีหาเรนาติ คิหีหิ กตนีหาเรเนว. ‘‘เตหิ อตฺถริตฺวา ทินฺนาเนว นิสีทิตุํ ลพฺภนฺติ, น ภิกฺขุนา สยํ อตฺถริตฺวา วิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺเฆน อตฺถราเปตฺวา วา’’ติ ลิขิตํ.

อวิสฺสชฺชิยวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๒๑. ‘‘น วิสฺสชฺเชตพฺพํ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา’’ติ วจนํ ‘‘ยํ อครุภณฺฑํ วิสฺสชฺชิยํ เวภงฺคิยํ สงฺฆิกํ, ตํ คโณ เจ ตสฺมึ อาวาเส วสติ ปุคฺคโลปิ วา, คเณน วา ปุคฺคเลน วา วิสฺสชฺชิตํ สงฺเฆน วิสฺสชฺชิตสทิสเมว โหตี’’ติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตวจนํ สาเธติ, อญฺญถา เอตฺถ คณปุคฺคลคฺคหณํ นิรตฺถกํ. อรญฺชโร อุทกจาฏิ, อลญฺชโล, พหุอุทกคณฺหนโกติ อตฺโถ. ‘‘วฏฺฏจาฏิ วิย หุตฺวา โถกํ ทีฆมุโข มชฺเฌ ปริจฺเฉทํ ทสฺเสตฺวา กโต’’ติ ลิขิตํ. มํสทิพฺพธมฺมพุทฺธสมนฺตจกฺขุวเสน ปญฺจ.

ครุภณฺเฑน จ ครุภณฺฑนฺติ สํหาริมํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปตฺตจีวรํ นิกฺขิปิตุนฺติ อฏฺฏกจฺฉนฺเนน กเต มญฺเจ. วฏฺฏโลหํ นาม ปีตวณฺณํ. ปาริหาริยํ น วฏฺฏตีติ อาคนฺตุกสฺส อทตฺวา ปริจาริกหตฺถโต อตฺตโน นามํ ลิขาเปตฺวา คเหตฺวา ยถาสุขํ ปริหริตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘คิหิวิกฏนีหาเรเนวาติ ยาว อตฺตโน กมฺมนิพฺพตฺติ, ตาว คเหตฺวา เทตี’’ติ ลิขิตํ. สิขรํ นาม เยน ปริพฺภมนฺตา ฉินฺทนฺติ. ปตฺตพนฺธโก นาม ปตฺตสฺส คณฺฐิอาทิการโก. ‘‘ปฏิมานํ สุวณฺณาทิปตฺตการโก’’ติปิ วทนฺติ. ‘‘อฑฺฒพาหูติ กปฺปรโต ปฏฺฐาย ยาว อํสกูฏ’’นฺติ ลิขิตํ. อิโต ปฏฺฐายาติ อิมํ ปาฬึ อาทึ กตฺวา. ทณฺฑมุคฺคโร นาม เยน รชิตจีวรํ โปเถนฺติ. ‘ปจฺจตฺถรณคติก’นฺติ วุตฺตตฺตา, ‘‘ตมฺปิ ครุภณฺฑเมวาติ วุตฺตตฺตา จ อปิ-สทฺเทน ปาวาราทิปจฺจตฺถรณํ สพฺพํ ครุภณฺฑเมวา’’ติ วทนฺติ. เอเตเนว สุตฺเตน อญฺญถา อตฺถํ วตฺวา ‘‘ปาวาราทิปจฺจตฺถรณํ น ครุภณฺฑํ, ภาชนียเมว, เสนาสนตฺถาย ทินฺนปจฺจตฺถรณเมว ครุภณฺฑ’’นฺติ วทนฺติ, อุปปริกฺขิตพฺพํ. คณฺฐิกาติ จีวรคณฺฐิกา. ภญฺจโก นาม สรโก.

นวกมฺมทานกถาวณฺณนา

๓๒๓-๔. อคฺคฬพนฺธสูจิทฺวารกรณมตฺเตนปิ. ‘‘กโปตภณฺฑิกา นาม วฬภิยา อุปริ ฐเปตพฺพวลยํ วา ติณจฺฉทนเคหสฺส ปิฏฺฐิวํสสฺส เหฏฺฐา ฐเปตพฺพํ วา อุภยมสฺส คตา ทารู’’ติ ลิขิตํ. การนฺตราติ ตทา ปุน ปวิสฏฺฐํ ปุพฺพปโยชิตานานํ วจนปาตเสนาสนวาโส. น ปน ปติสฏฺฐโตติ ทฏฺฐพฺพํ. สพฺพตฺถ วินฏฺฐวาโส น จ ปฏิเสธโก โหตีติ ทฏฺฐพฺโพ. ทฺวารวาตปานาทีนิ อปหริตฺวา ทาตุํ อสกฺกุเณยฺยโต ‘‘ปฏิทาตพฺพานิเยวา’’ติ วุตฺตํ. โคปานสิอาทโย เทนฺตสฺส วิหาโร ปลุชฺชตีติ ‘‘มูลํ วา ทาตพฺพ’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ เอเก. ‘‘เนวาสิกา ปกติยา อนตฺถตาย ภูมิยา ฐเปนฺติ เจ, เตสมฺปิ อนาปตฺติเยวา’’ติ ลิขิตํ. ‘‘ทฺวารวาตปานาทโย อปริกมฺมกตาปิ อปฏิจฺฉาเทตฺวา น อปสฺสยิตพฺพา’’ติ ลิขิตํ.

สงฺฆภตฺตาทิอนุชานนกถาวณฺณนา

อุทฺเทสภตฺตกถาวณฺณนา

๓๒๕. ยา ภตฺตุทฺเทสฏฺฐานภูตาย โภชนสาลาย ปกติฐิติกา. ทินฺนํ ปนาติ ยถา โส ทายโก เทติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สงฺฆโต ภนฺเต’’ติอาทิมาห. เอกวฬญฺชนฺติ เอกทฺวาเรน วฬญฺชิตพฺพํ. ติจีวรปริวารนฺติ เอตฺถ ‘‘อุทกมตฺตลาภี วิย อญฺโญปิ อุทฺเทสภตฺตํ อลภิตฺวา วตฺถาทิมเนกปฺปการํ ลภติ เจ, ตสฺเสว ต’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘อุทฺเทสปตฺเต เทถา’ติ วตฺวา คเหตฺวา อาคตภาเวน สงฺฆสฺส ปริจฺจตฺตํ น โหติเยว ตสฺเสว หตฺเถ คตตฺตา, ตสฺมา เตหิ วุตฺตกฺกเมน สพฺเพหิ ภาเชตฺวา ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ปฏิปาฏิปตฺตํ วา ฐิติกาย ฐิตปตฺตํ วา. ‘‘กูฏฏฺฐิติกา นาม อคฺคเหตพฺพานมฺปิ คาหิตตฺตา’’ติ ลิขิตํ, ‘‘ปณีตภตฺตฏฺฐิติกญฺจ อชานิตฺวา มิสฺเสตฺวา คาหิเตปิ เอวเมว ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ จ ลิขิตํ. ตญฺเจ เถยฺยาย หรนฺติ ปตฺตหารกา, อาณาปกสฺส คีวา โหติ. อติกฺกนฺตมฺปิ ฐิติกํ ฐเปตฺวาติ เอตฺถ ‘‘ตํทิวสเมว เจ ภิกฺขา ลพฺภติ, อปรทิวสโต ปฏฺฐาย น ลพฺภติ กิรา’’ติ ลิขิตํ. ปจฺฉา ‘‘สพฺโพ สงฺโฆ ปริภุญฺชตู’’ติ อวุตฺเตปิ ภาเชตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ. ‘‘เอตฺตเก ภิกฺขู สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา เทถา’ติ อวตฺวา ‘เอตฺตกานํ ภิกฺขูนํ ภตฺตํ คณฺหถา’ติ ทินฺนํ สงฺฆิกนิมนฺตนํ นามา’’ติ ลิขิตํ.

นิมนฺตนภตฺตกถาวณฺณนา

ปฏิปาฏิยาติ ยถาลทฺธปฏิปาฏิยา. วิจฺฉินฺทิตฺวาติ ภตฺตํ คณฺหถาติ ปทํ อวตฺวา. อาโลปสงฺเขเปนาติ อยํ นโย นิมนฺตนายเมว, อุทฺเทสภตฺเต ปน เอกสฺส ปโหนกปฺปมาเณ เอว ฐิติกา ติฏฺฐติ. ‘‘เอกวารนฺติ ยาว ตสฺมึ อาวาเส วสนฺติ ภิกฺขู, สพฺเพว ลภนฺตี’’ติ ลิขิตํ.

สลากภตฺตกถาวณฺณนา

น หิ พหิสีมาย สงฺฆลาโภติ เอตฺถ ‘‘อุทฺเทสภตฺตาทีสุ พหิสีมาย ฐิตสฺสปิ เจ อุปาสกา เทนฺติ, คเหตุํ ลภนฺติ, อตฺตโนปิ ปาเปตฺวา คหณํ อนุญฺญาตํ, ตถา อิธ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. น ปาปุณนฺตีติ อุทฺทิสิตฺวาปิ. วารคามนฺติ ทูรตฺตา วาเรน นิคฺคเหน คนฺตพฺพคาเม. ผาติกมฺมเมวาติ อติเรกลาภา จ ภวนฺติ. สมฺมุขีภูตสฺสาติ เยภุยฺเยน เจ ภิกฺขู พหิสีมํ คตา, สมฺมุขีภูตสฺส ปาเปตพฺพํ. สภาคตฺตา หิ เอเกน ลทฺธํ สพฺเพสํ ปโหติ, ตสฺมิมฺปิ อสติ อตฺตโน ปาเปตฺวา ทาตพฺพํ. ‘‘ลทฺธา วา อลทฺธา วา’’ติ วจนสิลิฏฺฐวเสน วุตฺตํ. วิหาเร อปาปิตํ ปน…เป… น วฏฺฏตีติ สลากภตฺตํ วิหาเร อุทฺทิสิยติ. เตน ปน ทินฺนสลาเกน. ตสฺสาติ คเหตฺวา คตสฺส. สลากา คเหตพฺพาติ ยุตฺตํ วิย. สพฺพโปตฺถเกสุ ‘‘คาเหตพฺพา’’ติ ปาโฐ, ตสฺมา เตนาติ สลากคฺคาหาปเกนาติ อตฺโถ. ‘‘โจริกาย คหิตตฺตา น ปาปุณาตี’’ติ วจนโต ‘‘กุฏิโสธนํ วฏฺฏตี’’ติ จ ทีปวาสิโน วทนฺติ กิร. เอกํ มหาเถรสฺสาติ มหาเถโร วิหารโต เยภุยฺเยน น คจฺฉติ, อิตเร กทาจิ คจฺฉติ, ตสฺมา สภาคา เจ, อตฺตโน ปาเปตฺวา ปุน อิตเรสํ ทิยฺยติ. วิหาเร เถรสฺส ปตฺตสลากภตฺตนฺติ มหาเถโร เอกโกว วิหาเร โอหีโน, ‘‘อวสฺสํ สพฺพสลากา อตฺตโน ปาเปตฺวา ฐิโต’’ติ ปฏิสฺสยํ คนฺตฺวา อาคนฺตุกภิกฺขูนมฺปิ อทสฺสนโต กุกฺกุจฺจํ อกตฺวา ภุญฺชนฺติ.

ปกฺขิกภตฺตกถาวณฺณนา

อุโปสถทิวเส อาปตฺติเทสนํ สนฺธาย ‘‘ปริสุทฺธสีลาน’’นฺติ อาห. เลขํ กตฺวา นิพทฺธาปิตํ. ‘‘อาคนฺตุกภตฺตมฺปิ คมิกภตฺตมฺปี’’ติ อาคนฺตุโกว หุตฺวา คจฺฉนฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. อนาถคิลานุปฏฺฐาโกปิ เตน ทินฺนํ ภุญฺชติ เจ, ตสฺสปิ ปาเปตพฺพเมว. คุฬปิณฺฑํ ตาลปกฺกมตฺตํ.

เสนาสนกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.