๔. สมถกฺขนฺธกวณฺณนา

สมฺมุขาวินยกถาวณฺณนา

๑๘๖-๑๘๗. ยตฺถ ยตฺถ กมฺมวาจาย ‘‘อย’’นฺติ วา ‘‘อิเม’’ติ วา สมฺมุขานิทฺเทสนิยโม อตฺถิ, สพฺพํ ตํ กมฺมํ สมฺมุขากรณียเมว, น เกวลํ ตชฺชนียาทิปญฺจวิธเมว. ปญฺจวิธสฺเสว ปน อุทฺธริตฺวา ทสฺสนํ กมฺมกฺขนฺธเก ตาว ตสฺเสว ปาฬิอารุฬฺหตฺตา, จตุวีสติยา ปาราชิเกสุ วิชฺชมาเนสุ ปาราชิกกณฺเฑ อาคตานํเยว จตุนฺนํ อุทฺธริตฺวา ทสฺสนํ วิยาติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ‘‘ปุคฺคลสฺส สมฺมุขตา หตฺถปาสูปคมนเมวา’’ติ วุตฺตํ, ตํ การณํ สมฺมุขากรณียสฺสปิ สมฺมุขานิทฺเทสนิยมาภาวโต. กามํ อยมตฺโถ กมฺมกฺขนฺธเกเยว ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคตํ ตชฺชนียกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺจ โหติ…เป… อสมฺมุขากตํ โหตี’’ติ (จูฬว. ๔) วจเนเนว สิทฺโธ, ตตฺถ ปน อาปตฺติ น ทสฺสิตา. อิธ ‘‘โย กเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ ตตฺถ ภวิตพฺพาปตฺติทสฺสนตฺถํ อิทํ อารทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘สมฺมุขาวินยปติรูปเกน วูปสนฺตมฺปิ สมฺมุขาวินเยเนว วูปสนฺตคณนํ คจฺฉตีติ ทสฺเสตุํ ‘อธมฺมวาที ปุคฺคโล’ติอาทิ อารทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ, ลิขิตญฺจ. เอวํ วูปสนฺตํ สมฺมุขาวินยปติรูปเกน วูปสนฺตํ นาม โหติ, น สมฺมุขาวินเยน จ อญฺเญน เกนจีติ ทสฺเสตุํ อิทมารทฺธนฺติ อาจริโย.

สติวินยกถาวณฺณนา

๑๙๕. ทพฺพสฺส กมฺมวาจาย ‘‘สงฺโฆ อิมํ อายสฺมนฺตํ ทพฺพ’’นฺติ สมฺมุขานิทฺเทโส นตฺถิ, ตถาปิ ‘‘ปฐมํ ทพฺโพ ยาจิตพฺโพ’’ติ วจเนน สมฺมุขากรณียตา ตสฺส สิทฺธา. ตถา อญฺญตฺถาปิ ยถาสมฺภวํ เลโส เวทิตพฺโพ. สติเวปุลฺลปฺปตฺตสฺส ทาตพฺโพ วินโย สติวินโย.

อมูฬฺหวินยกถาวณฺณนา

๑๙๖-๗. ‘‘ยสฺส อุมฺมตฺตกสฺส ตํตํวีติกฺกมโต อนาปตฺติ, ตาทิสสฺเสว อมูฬฺหวินยํ ทาตุํ วฏฺฏตีติ อมูฬฺหสฺส กตฺตพฺพวินโย อมูฬฺหวินโย’’ติ ลิขิตํ, ตํ ยุตฺตํ ‘‘สงฺโฆ คคฺคสฺส ภิกฺขุโน อมูฬฺหสฺส อมูฬฺหวินยํ เทตี’’ติ วจนโต. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, อธมฺมิกานิ อมูฬฺหวินยสฺส ทานานี’’ติ อิมสฺส วิภงฺเค ‘‘น สรามี’’ติ วจนํ วีติกฺกมกาลํ สนฺธาย ตสฺส วิภงฺคสฺส ปวตฺตตฺตา. อมูฬฺหวินยทานกาเล ปนสฺส อมูฬฺหตา วินิจฺฉิตพฺพา.

ปฏิญฺญาตกรณกถาวณฺณนา

๒๐๐. ‘‘อปฺปฏิญฺญาย ภิกฺขูนํ กมฺมานิ กโรนฺตี’’ติ อารภนฺตสฺส การณํ วุตฺตเมว. ปฏิญฺญาเตน กรณํ ปฏิญฺญาตกรณํ.

ตสฺสปาปิยสิกากถาวณฺณนา

๒๐๗. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคตํ ตสฺสปาปิยสิกากมฺม’’นฺติ อารภิตฺวา ปญฺจ องฺคานิ ทสฺเสตฺวา ปาฬิ คตา, ‘‘สา เปยฺยาเลน สงฺขิปิตฺวา คตาติ ญาตพฺพ’’นฺติ ลิขิตํ. ตถา สุกฺกปกฺเขปิ.

ติณวตฺถารกาทิกถาวณฺณนา

๒๑๔. ‘‘สพฺเพเหว เอกชฺฌํ สนฺนิปติตพฺพ’’นฺติ ฉนฺททานสฺส ปฏิกฺขิตฺตตฺตา ปวารณกฺขนฺธกฏฺฐกถายญฺจ ‘‘ภินฺนสฺส หิ สงฺฆสฺส สมคฺคกรณกาเล, ติณวตฺถารกสมเถ, อิมสฺมิญฺจ ปวารณสงฺคเหติ อิเมสุ ตีสุ ฐาเนสุ ฉนฺทํ ทาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๔๑) วุตฺตตฺตา อิธ อาคนฺตฺวา วา ฉนฺทํ ทตฺวา ปริเวณาทีสุ นิสินฺนาติ อิทํ วิรุชฺฌติ วิย ขายตีติ เจ? น ขายติ อธิปฺปายญฺญูนํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – วิสุชฺฌิตุกาเมหิ สพฺเพเหว สนฺนิปติตพฺพํ, อสนฺนิปติตสฺส นตฺถิ สุทฺธิ ฉนฺททายกสฺส. เกวลํ ตํ กมฺมํ สนฺนิปติตานํ สมฺปชฺชติ. อฏฺฐกถายํ วิสุชฺฌิตุกามานํ ฉนฺทํ ทาตุํ น วฏฺฏตีติ อธิปฺปาโย. อิตรถา ปาฬิยา จ วิรุชฺฌติ. ‘‘ฐเปตฺวา เย น ตตฺถ โหตี’’ติ หิ อยํ ปาฬิ สนฺนิปาตํ อาคนฺตฺวา ฉนฺทํ ทตฺวา ฐิตานํ อตฺถิตํ ทีเปติ. นิสฺสีมคเต สนฺธาย วุตฺตํ สิยาติ เจ? นิสฺสีมคเต ฐเปตฺวา อิธ กึ, ตสฺมา โย สามคฺคีอุโปสเถ ฉนฺทํ ทตฺวา ติฏฺฐติ เจ, นานาสํวาสกภูมิยํเยว ติฏฺฐติ, ตสฺส ฉนฺททายกสฺส ปวารณสงฺคโหปิ นตฺถิ. โย จ ติณวตฺถารกกมฺเม นาคจฺฉติ, โส ตาหิ อาปตฺตีหิ น สุชฺฌตีติ เวทิตพฺพํ. ยสฺส เอตํ น รุจฺจติ, ตสฺส ปริวาเร วุตฺตปริสโต กมฺมวิปตฺติลกฺขณํ วิรุชฺฌติ, ตตฺถ หิ เกวลํ ฉนฺทารหานํ ฉนฺโท อนาหโฏ โหติ สเจ, อกตํ ตพฺพิปรีเตน สมฺปตฺติทีปนโตติ วุตฺตํ โหติ. ตถา ปตฺตกลฺลลกฺขณมฺปิ วิรุชฺฌติ. เตสุ ตีสุ ฐาเนสุ กมฺมปฺปตฺตาเยว สพฺเพ, น ตตฺถ ฉนฺทารโห อตฺถีติ เจ? น, จตุวคฺคาทิกรณวิภาชเน อวิเสเสตฺวา ฉนฺทารหสฺส อาคตตฺตา, ตํ สามญฺญโต วุตฺตํ. อิทญฺจ อาเวณิกลกฺขณํ, เตเนว สติปิ ทิฏฺฐาวิกมฺเม อิทํ ปฏิกุฏฺฐกตํ น โหตีติ เจ? น, นานตฺตสภาวโต. อิธ หิ เย ปน ‘‘น เมตํ ขมตี’ติ อญฺญมญฺญํ ทิฏฺฐาวิกมฺมํ กโรนฺตี’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๑๔) วจนโต น สงฺฆสฺส ทิฏฺฐาวิกมฺมํ กตํ. ตสฺมึ สติ ปฏิกุฏฺฐกตเมว โหติ. อญฺญถา ปุพฺพภาคา ตา ญตฺติโย นิรตฺถิกา สิยุํ, น จ ปริวารฏฺฐกถายํ ฉนฺทารหาธิกาเร นโย ทินฺโน. ปวารณกฺขนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘ตีสุ ฐาเนสุ ฉนฺทํ ทาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๔๑) วุตฺตตฺตา วิรุชฺฌตีติ เจ? น, อฏฺฐกถาย ปมาณภาเว สติ ‘‘อิธ ฉนฺทํ ทตฺวา ปริเวณาทีสุ นิสินฺนา’’ติอาทิ วจเน สุทฺธิกามโต เอว คหิเต สพฺพํ น วิรุชฺฌตีติ เอเก. ‘‘อาคนฺตฺวา วา ฉนฺทํ ทตฺวา ปริเวณาทีสุ นิสินฺนา, เต อาปตฺตีหิ น วุฏฺฐหนฺตี’’ติ อิทํ น วตฺตพฺพํ. กสฺมา? เหฏฺฐา ‘‘สพฺเพเหว เอกชฺฌํ สนฺนิปติตพฺพ’’นฺติ ฉนฺททานสฺส ปฏิกฺเขปวจนโต อฏฺฐกถายํ ‘‘ตีสุ ฐาเนสุ ฉนฺทํ ทาตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตตฺตา, อนฺธกฏฺฐกถายมฺปิ ตเถว วุตฺตตฺตา จาติ? น, เอกชฺฌเมว กมฺเม กรียมาเน โย อิธ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อมฺหากํ…เป… คิหิปฏิสํยุตฺต’’นฺติ สาธารณญตฺตึ ฐเปตฺวา ปุน ‘‘สุณนฺตุ เม, อายสฺมนฺตา’’ติอาทินา อสาธารณญตฺติโย ฐเปตฺวา ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต สงฺโฆ, อมฺหากํ…เป… เอวเมตํ ธารยามี’’ติ เอกโตปกฺขิกานํ สนฺธิยา กตาย ตทนนฺตเร เกนจิ กรณีเยน ฉนฺทํ ทตฺวา คจฺฉติ, ตสฺส อาปตฺตีหิ วุฏฺฐานํ นตฺถิ. อปเรสมฺปิ เอกโตปกฺขิกานํ อพฺภนฺตเร ฐิตตฺตา วิภูตตฺตา กรณสฺส อยมตฺโถว วุตฺโต. สาธารณวเสน ทุติยาย ญตฺติยา ฐปิตาย เย ตสฺมึ ขเณ ญตฺติทุติยกมฺมวาจาสุ อนารทฺธาสุ, อปริโยสิตาสุ วา ฉนฺทํ ทตฺวา คจฺฉนฺติ, เตสมฺปิ น วุฏฺฐาติ เอว. เย น ตตฺถ โหนฺตีติ ปทสฺส จ เย วุตฺตปฺปกาเรน นเยน ตตฺถ น โหนฺตีติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. วุตฺตปฺปการตฺถทีปนตฺถญฺจ อฏฺฐกถายํ ‘‘ฉนฺทํ ทตฺวา ปริเวณาทีสุ นิสินฺนา’’ติ อิทเมว อวตฺวา ‘‘เย ปน เตหิ วา สทฺธึ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวาปิ ตตฺถ อนาคตา, อาคนฺตฺวา วา ฉนฺทํ ทตฺวา ปริเวณาทีสุ นิสินฺนา’’ติ วุตฺตํ, เอวํ ปุพฺเพนาปรํ สนฺธียติ. ‘‘ปาฬิยา จ ตตฺถ ทิฏฺฐาวิกมฺเมน กมฺมสฺส อกุปฺปตา เวทิตพฺพา’’ติ วุตฺตํ.

อธิกรณกถาวณฺณนา

๒๒๐. จิตฺตุปฺปาโท วิวาโท. วิวาทสทฺโทปิ การณูปจาเรน กุสลาทิสงฺขฺยํ คจฺฉติ. ตํ สนฺธาย ‘‘สมเถหิ จ อธิกรณียตาย อธิกรณ’’นฺติ วุตฺตํ. อถ วา วิวาทเหตุภูตสฺส จิตฺตุปฺปาทสฺส วูปสเมน สมฺภวสฺส สทฺทสฺสปิ วูปสโม โหตีติ จิตฺตุปฺปาทสฺสปิ สมเถหิ อธิกรณียตา ปริยาโย สมฺภวติ. ‘‘กุสลจิตฺตา วิวทนฺตี’’ติ วุตฺตวิวาเทปิ ‘‘วิปจฺจตาย โวหาโร’’ติ วุตฺตํ, น วุตฺตวจนเหตุวเสนาติ เวทิตพฺพํ.

๒๒๒. ‘‘อาปตฺติญฺหิ อาปชฺชนฺโต กุสลจิตฺโต วา’’ติ วจนโต กุสลมฺปิ สิยาติ เจ? น ตํ อาปตฺตาธิกรณํ สนฺธาย วุตฺตํ, โย อาปตฺตึ อาปชฺชติ, โส ตีสุ จิตฺเตสุ อญฺญตรจิตฺตสมงฺคี หุตฺวา อาปชฺชตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ยํ กุสลจิตฺโต อาปชฺชตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โย ‘‘ปญฺญตฺติมตฺตํ อาปตฺตาธิกรณ’’นฺติ วเทยฺย, ตสฺส อกุสลาทิภาโวปิ อาปตฺตาธิกรณสฺส น ยุชฺชเตว วิวาทาธิกรณาทีนํ วิยาติ เจ? น, ‘‘นตฺถาปตฺตาธิกรณํ กุสล’’นฺติ อิมินา วิโรธสมฺภวโต. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘อาปตฺตาธิกรณํ นาม ตถาปวตฺตมานอกอุสลจิตฺตุปฺปาทรูปกฺขนฺธานเมตํ อธิวจนํ. อวสิฏฺเฐสุ กุสลาพฺยากตปญฺญตฺตีสุ ‘อาปตฺตาธิกรณํ สิยา อกุสลํ สิยา อพฺยากต’นฺติ วจนโต ปญฺญตฺติตาว ปฏิสิทฺธา กุสลตฺติเก อปริยาปนฺนตฺตา. กุสลปฏิเสเธเนว เตน สมานคติกตฺตา กิริยาพฺยากตานมฺปิ ปฏิเสโธ เวทิตพฺโพ, กิริยาพฺยากตานํ วิย อนุคมนโต วิปากาพฺยากตานมฺปิ ปฏิเสโธ กโตว โหติ, ตถาปิ อพฺยากตสามญฺญโต รูปกฺขนฺเธน สทฺธึ วิปากกิริยาพฺยากตานมฺปิ อธิวจนนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘กุสลจิตฺตํ องฺคํ โหตี’’ติ วินเย อปกตญฺญุโน สนฺธาย วุตฺตํ อปฺปหริตกรณาทิเก สติ. ตสฺมาติ ยสฺมา ‘‘นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’’นฺติ วตฺตุํ น สกฺกา, ตสฺมา กุสลจิตฺตํ องฺคํ น โหตีติ อตฺโถ. ยทิ เอวํ กสฺมา ‘‘ติจิตฺตํ ติเวทน’’นฺติ วุจฺจตีติ เจ? ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘นยิท’’นฺติอาทิ อารทฺธนฺติ เอเก. อาปตฺติสมุฏฺฐาปกจิตฺตํ องฺคปฺปโหนกจิตฺตํ นาม. ‘‘เอกนฺตโตติ เยภุยฺเยนาติ อตฺโถ, อิตรถา วิรุชฺฌติ. กสฺมา? ‘ยสฺสา สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหตี’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา) วุตฺตตฺตา’’ติ วทนฺติ. เตน กึ? วิปาโก นตฺถิ, กสฺมา? เอกนฺตากุสลตฺตา, ตสฺมา กถาว ตตฺถ นตฺถิ. ยตฺถ ปน อตฺถิ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยํ ปน ปณฺณตฺติวชฺช’’นฺติอาทิมาห. อสญฺจิจฺจ ปน กิญฺจิ อชานนฺตสฺส…เป… อพฺยากตํ โหตีติ ภิกฺขุมฺหิ กมฺมฏฺฐานคตจิตฺเตน นิปนฺเน, นิทฺทายนฺเต วา มาตุคาโม เจ เสยฺยํ กปฺเปติ, ตสฺส ภิกฺขุโน วิชฺชมานมฺปิ กุสลจิตฺตํ อาปตฺติยา องฺคํ น โหติ, ตสฺมา ตสฺมึ ขเณ เสยฺยากาเรน วตฺตมานรูปเมว อาปตฺตาธิกรณํ นาม. ภวงฺคจิตฺเต วิชฺชมาเนปิ เอเสว นโย. ตสฺมิญฺหิ ขเณ อุฏฺฐาตพฺเพ ชาเต อนุฏฺฐานโต รูปกฺขนฺโธว อาปตฺติ นาม, น วิปาเกน สทฺธึ. สเจ ปน วเทยฺย, ตสฺส เอวํวาทิโน อจิตฺตกานํ กุสลจิตฺตํ อาปชฺเชยฺย. กึ วุตฺตํ โหติ? เอฬกโลมํ คเหตฺวา กมฺมฏฺฐานมนสิกาเรน ติโยชนํ อติกฺกมนฺตสฺส, ปณฺณตฺตึ อชานิตฺวา ปทโส ธมฺมํ วาเจนฺตสฺส จ อาปชฺชิตพฺพาปตฺติยา กุสลจิตฺตํ อาปชฺเชยฺยาติ. อาปชฺชติเยวาติ เจ? นาปชฺชติ. กสฺมา? ‘‘นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’’นฺติ วจนโต.

จลิโต กาโย, ปวตฺตา วาจา, อญฺญตรเมว องฺคนฺติ อญฺญตรเมว อาปตฺตีติ อตฺโถ. เกวลํ ปญฺญตฺติยา อกุสลาทิภาวาสมฺภวโต อาปตฺติตา น ยุชฺชติ. อาปตฺตึ อาปชฺชนฺโต ตีสุ อญฺญตรสมงฺคี หุตฺวา อาปชฺชตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘ยํ กุสลจิตฺโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – ปถวีขณนาทีสุ กุสลจิตฺตกฺขเณ วีติกฺกมวเสน ปวตฺตรูปสมฺภวโต กุสลจิตฺโต วา อพฺยากตาปตฺตึ อาปชฺชติ. ตถา อพฺยากตจิตฺโต วา อพฺยากตรูปสงฺขาตํ อพฺยากตาปตฺตึ อาปชฺชติ, ปาณาติปาตาทีสุ อกุสลจิตฺโต วา อกุสลาปตฺตึ อาปชฺชติ, รูปํ ปเนตฺถ อพฺโพหาริกํ. สุปินปสฺสนกาลาทีสุ ปาณาติปาตาทึ กโรนฺโต สหเสยฺยาทิวเสน อาปชฺชิตพฺพาปตฺตึ อาปชฺชนฺโต อกุสลจิตฺโต อพฺยากตาปตฺตึ อาปชฺชตีติ เวทิตพฺโพ. อิทํ วุจฺจติ อาปตฺตาธิกรณํ อกุสลนฺติ อกุสลจิตฺตุปฺปาโท. โปราณคณฺฐิปเทสุ ปน ‘‘ปุถุชฺชโน กลฺยาณปุถุชฺชโน เสกฺโข อรหาติ จตฺตาโร ปุคฺคเล ทสฺเสตฺวา เตสุ อรหโต อาปตฺตาธิกรณํ อพฺยากตเมว, ตถา เสกฺขานํ, ตถา กลฺยาณปุถุชฺชนสฺส อสญฺจิจฺจ วีติกฺกมกาเล อพฺยากตเมว. อิตรสฺส อกุสลมฺปิ โหติ อพฺยากตมฺปิ. ยสฺมา จสฺส สญฺจิจฺจ วีติกฺกมกาเล อกุสลเมว โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’นฺติ. สพฺพตฺถ อพฺยากตํ นาม ตสฺส วิปากาภาวมตฺตํ สนฺธาย เอวํนามกํ ชาต’’นฺติ ลิขิตํ, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ.

๒๒๔. วิวาโท วิวาทาธิกรณนฺติ โย โกจิ วิวาโท, โส สพฺโพ กึ วิวาทาธิกรณํ นาม โหตีติ เอกปุจฺฉา. ‘‘วิวาโท อธิกรณนฺติ วิวาทาธิกรณเมว วิวาโท จ อธิกรณญฺจาติ ปุจฺฉติ. ตทุภยํ วิวาทาธิกรณเมวาติ ปุจฺฉตีติ วุตฺตํ โหตี’’ติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ. เกสุจิ โปตฺถเกสุ อยํ ปุจฺฉา นตฺถิ. ยทิ เอวํ อิมาย น ภวิตพฺพํ วิวาโท วิวาทาธิกรณํ, วิวาทาธิกรณํ วิวาโท, วิวาทาธิกรณํ วิวาโท เจว อธิกรณญฺจาติ ปญฺจปญฺหาหิ ภวิตพฺพํ สิยา. เกสุจิ โปตฺถเกสุ ติสฺโส, เกสุจิ จตสฺโส, ปญฺจ นตฺถิ. ตตฺถ เทฺว วิภตฺตา. อิตราสุ อธิกรณํ วิวาโทติ ยํ กิญฺจิ อธิกรณํ, วิวาทสงฺขฺยเมว คจฺฉติ, วิวาโท อธิกรณนฺติ โย โกจิ วิวาโท, โส สพฺโพ อธิกรณสงฺขฺยํ คจฺฉตีติ ปุจฺฉติ. เอส นโย สพฺพตฺถ.

๒๒๘. สมฺมุขาวินยสฺมินฺติ สมฺมุขาวินยภาเว.

๒๓๐. ‘‘อนฺตเรนาติ การเณนา’’ติ ลิขิตํ.

๒๓๓. อุพฺพาหิกาย ขิยฺยนเก ปาจิตฺติ น วุตฺตา ตตฺถ ฉนฺททานสฺส นตฺถิตาย.

๒๓๖. ตสฺส โข เอตนฺติ เอโสติ อตฺโถ ‘‘เอตทคฺค’’นฺติ เอตฺถ วิย.

๒๓๘. ‘‘กา จ ตสฺส ปาปิยสิกา’’ติ กิร ปาโฐ.

๒๔๒. ‘‘กิจฺจเมว กิจฺจาธิกรณ’’นฺติ วจนโต อปโลกนกมฺมาทีนเมตํ อธิวจนํ, ตํ วิวาทาธิกรณาทีนิ วิย สมเถหิ สเมตพฺพํ น โหติ, กินฺตุ สมฺมุขาวินเยน สมฺปชฺชตีติ อตฺโถ.

สมถกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.