๑. มหาขนฺธกวณฺณนา
โพธิกถาวณฺณนา
ยํ ขนฺธเก ลีนปทาทิเภท-ปกาสนํ ทานิ สุปตฺตกาลํ;
ตสฺมา อปุพฺพํ วินยตฺถเมว, วกฺขามิ สงฺเขปคหณตฺถํ.
ตตฺถ เกนฏฺเฐนายํ ขนฺธโกติ? ขนฺธานํ สมูหตฺตา วิภงฺโค วิย. เต ปน กถนฺติ? ขนฺธานํ ปกาสนโต ทีปนโต. ขนฺธาติ เจตฺถ ปพฺพชฺชาทิวินยกมฺมสงฺขาตา, จาริตฺตวาริตฺตสิกฺขาปทสงฺขาตา จ ปญฺญตฺติโย อธิปฺเปตา. ปพฺพชฺชาทีนิ หิ ภควตา ปญฺญตฺตตฺตา ‘‘ปญฺญตฺติโย’’ติ วุจฺจนฺติ. ปญฺญตฺติยญฺจ ขนฺธ-สทฺโท ทิสฺสติ ‘‘ทารุกฺขนฺโธ อคฺคิกฺขนฺโธ อุทกกฺขนฺโธ’’ติอาทีสุ วิย. เตสํ ปญฺญตฺติสงฺขาตานํ ขนฺธานํ ปกาสนโต วณฺณนโต ปพฺพชฺชกฺขนฺธกาทโย วีสติ ‘‘ขนฺธกา’’ติ วุตฺตา, อวสาเน เทฺว ตํสทิสตฺตา เวลาย สทิสตฺตา สีลสฺส เวลาติ วจนํ วิย. อปิจ ภาคราสตฺถตาเปตฺถ ยุชฺชเต เตสํ ปญฺญตฺตีนํ ภาคโต จ ราสิโต จ วิภตฺตตฺตา. กึ ปเนเตสํ ขนฺธกานํ อนุปุพฺพการณนฺติ? นายํ ปุจฺฉา สมฺภวติ, อญฺญถา วุตฺเตสุปิ ตปฺปสงฺคานติกฺกมนโต. อถ วา ปพฺพชฺชุปสมฺปทาปุพฺพงฺคมตฺตา สาสนปฺปเวสนสฺส ตทตฺถสงฺคหโก มหาขนฺธโก ปฐมํ วุตฺโต. เกนาติ เจ? ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ. ภควตา ปน ตตฺถ ตตฺถ อุปฺปนฺนวตฺถุํ ปฏิจฺจ ตถา ตถา วุตฺตานิ, น อิมินา อนุกฺกเมน. เถรา ปน ตํ ตํ ปโยชนํ ปฏิจฺจ สมานชาติเก เอกชฺฌํ กตฺวา อนุกฺกเมน สชฺฌายึสุ. เสสานํ ปโยชนํ ตตฺถ ตตฺเถว อาวิ ภวิสฺสติ.
ขนฺธโกวิทาติ ปญฺญตฺติภาคราสฏฺเฐน เนสํ ขนฺธตฺถโกวิทา, นิรุตฺติปฏิสมฺภิทาปารปฺปตฺตาติ อตฺโถ. เตสํ อนุตฺตานตฺถานํ ปทานํ สํวณฺณนา. กสฺมา ปเนวํ วิเสสิตนฺติ? ตโต เสสภาคา ยุตฺตา. มาติกาฏฺฐุปฺปตฺติคฺคหณมฺเปตฺถ ปทภาชนิยคฺคหเณเนว เวทิตพฺพํ. เยหิ อตฺถา เยสํ ปทวิเสสานํ อฏฺฐกถายํ ปกาสิตา, เตสํ เต ปทวิเสเส ปุน อิธ วเทยฺยาม, วณฺณนาย ปริโยสานํ กทา ภเว เต เต อตฺเถติ วุตฺตํ, ตํ ตสฺส นิทฺเทเสน ยุชฺชติ. อุตฺตานา เจว ยา ปาฬิ, ตสฺสา สํวณฺณนาย กินฺติ วตฺตพฺพํ? น หิ อตฺถา อุตฺตานาติ สมฺภวติ. อธิปฺปายานุสนฺธีหีติอาทิวจเนหิปิ ตํ วจนํ สมฺภวตีติ เจ? น, อตฺถคฺคหเณน เจตฺถ ปทวิเสสานํ คหิตตฺตา. เต หิ อตฺถโต อนเปตตฺเถน, อภิธานตฺเถน วา อตฺโถปจาเรน วา อตฺถาติ เวทิตพฺพา. สํวณฺณนานโยติ สํวณฺณนา นาม อวุตฺเตสุ อุหาโปหกฺกมนิทสฺสนโต ‘‘นโย’’ติ วุตฺโต.
๑. อุรุเวลาติ ยถาวุตฺตวาลิกราสิวเสน ลทฺธนามโก คาโม, ตสฺมา สมีปตฺเถ เอตํ ภุมฺมํ. ตถาภาวทสฺสนตฺถํ ‘‘นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร’’ติอาทิ วุตฺตํ. อญฺญถา ตสฺมึ วาลิกราสิมฺหิ วิหรตีติ อาปชฺชติ, ‘‘อุรุเวลํ ปิณฺฑาย ปาวิสีติ เยน อุรุเวลเสนานิคโม’’ติอาทิวจนวิโรโธ จ. อฏฺฐกถายํ ปน มูลการณเมว ทสฺสิตํ. ตตฺถ ตํ สนฺธาย วุตฺตํ…เป… ทฏฺฐพฺโพติ นิคมนวจนํ. ตํ กิมตฺถนฺติ เจ? คามํ สนฺธาย ยถาวุตฺตปทตฺถสมฺภวทสฺสนตฺถํ. ‘‘โส ปน คาโม ตทุปจาเรน เอวํ นามํ ลภตี’’ติ วจนํ ปน อวุตฺตสิทฺธนฺติ กตฺวา น วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ, อถ วา ยสฺส ‘‘อุรุเวลา’’ติ ยถาวุตฺตวาลิกราสิสฺส, ตสฺส สมีปคามสฺสปิ นามํ. ตตฺถ อายสฺมา อุปาลิตฺเถโร น อิธ คามํ สนฺธาย ‘‘อุรุเวลายํ วิหรตี’’ติ อาห โคจรคามปโยชนาภาวโต. น หิ ภควา ตํ คามํ โคจรํ กตฺวา ตทา ตตฺถ วิหาสิ, ตสฺมา เอตฺถ วาลิกราสิสฺส สมีเป โพธิรุกฺขมูเล วิหารํ สนฺธาย โส เอวมาหาติ ทสฺเสตุกาโม อฏฺฐกถาจริโย เอวมาหาติ เวทิตพฺพํ, ตสฺมา ภควโต คามโต ทูรตเร อรญฺเญ อภิสมฺโพธิทีปเนน ทุติยุปฺปตฺติฏฺฐานนิยมํ ตีหิ ปเทหิ อกาสิ เถโรติ เวทิตพฺพํ, อญฺญถา ปทตฺตยวจนปโยชนาภาวโต. ตตฺถ นทนฺตา คจฺฉตีติ นที. เนลญฺชลายาติ วตฺตพฺเพ ล-การสฺส ร-การํ กตฺวา ‘‘เนรญฺชรายา’’ติ วุตฺตํ, กทฺทมเสวาลวิรหิตตฺตา นิทฺโทสชลายาติ อตฺโถ, นีลชลายาติ ตสฺสา นามเมว วา เอตํ.
โพธิรุกฺขมูเลติ เอตฺถ จ โพธิ วุจฺจติ อภิสมฺโพโธ. โส จ อตฺถโต ภควโต จตุตฺถมคฺคญาณํ โหติ ‘‘วิโมกฺขนฺติกเมตํ นาม’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๖๒) ปฏิสมฺภิทาวจนโต. กิญฺจาปิ ตํ นามกรณภูตํ จตุตฺถผลญาณมฺปิ วตฺตุํ สมฺภวติ, กตฺตพฺพกิจฺจานํ ปน กรณโต ตํ จตุตฺถมคฺคญาณเมว เอตฺถ โพธีติ เวทิตพฺพํ. เตเนว ปาฬิยํ ‘‘ตติยวิชฺชาย อาสวานํ ขยญาณายา’’ติ ตเทว ทสฺสิตํ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘โพชฺฌงฺคา’’ติ, ‘‘โพธิปกฺขิยา ธมฺมา’’ติ จ. ตตฺถ ยสฺมา จตูสุ มคฺเคสุ ญาณํ ‘‘โพธี’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา สามญฺญโต วตฺตุกามตาธิปฺปายวเสน ‘‘โพธิ วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณ’’นฺติ (จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๑) วุตฺตํ อิธาธิปฺเปตญาณสฺสปิ ตทนฺโตคธตฺตา. อถ วา ปาฬิยํ ภควโต อาทิมคฺคตฺตยวจนสฺส วุตฺตฏฺฐานาภาวา จตุตฺถมคฺคญาณเมว ภควโต อุปฺปนฺนํ, น ภควา โสตาปนฺนาทิภาวํ ปตฺวา พุทฺโธ ชาโตติ สมยนฺตรปฺปสงฺคนิวารณตฺถํ ‘‘จตูสู’’ติ วุตฺตํ อาทิตฺตยสฺส จตุตฺถอุปนิสฺสยสมฺภเวน โพธิปริยายสิทฺธิโต. ‘‘ปุคฺคโลปิ เสนาสนมฺปิ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๙ ปจฺจยนิทฺเทส) วจนโต ผลเหตุโก ผลชนโก รุกฺโข ผลรุกฺโขติ วิย โพธิเหตุรุกฺโข โพธิรุกฺโขติ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ ‘‘ยสฺมา เกวลํ โพธีติ รุกฺขสฺสปิ นามํ, ตสฺมา โพธี’’ติ ปรโต วุตฺตํ. นิโคฺรธาทิรุกฺขโต อสฺส วิเสสนวจนํ ปน ตทญฺญโพธิมูลปฺปสงฺคนิวารณตฺถํ. มคฺคญาณญฺหิ กุสลมูลตฺตา โพธิ จ ตํ มูลญฺจาติ สงฺขฺยํ ลเภยฺย. ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ นิสีทตีติ สมฺพนฺโธ. เตน อภิสมฺพุทฺธทิวเสน สทฺธึ อฏฺฐาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺนภาวํ ทสฺเสติ. เอตฺถ เอก-สทฺโท ตสฺส นิสชฺชาสงฺขาตสฺส ปพฺพชฺชานุโยคานุรูปสฺส ปลฺลงฺกสฺส อญฺเญน อิริยาปเถน อนนฺตริยภาวํ อถสฺส อโกปิตภาวํ ทสฺเสติ. วิมุตฺติสุขนฺติ เอตฺถ วิมุตฺติยํ วา สุขนฺติ น สมฺภวติ. ปญฺจมชฺฌานิกตฺตา ภควโต ผลสมาปตฺติสงฺขาตา วิมุตฺติ เอว อนุชงฺฆนฏฺเฐน นิพฺพานสุขนฺติ วิมุตฺติสุขํ, ตํ สมาปชฺชเนน ปฏิสํเวที อนุภวนฺโต นิสีทิ. เวเนยฺยกาลานติกฺกมนโต ตํ อเปกฺขมาโน นิสีทิ, น วิมุตฺติสุขสงฺเคน.
อถ โขติ อธิการนฺตรารมฺเภ นิปาตทฺวยํ. เตน วิมุตฺติสุขํ ปฏิสํเวทยมาโน น ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ มนสากาสิ, กินฺตุ ตโต วุฏฺฐายาติ ทสฺเสติ. ปฏิเวธวเสเนว สุมนสิกตสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ปุนปฺปุนํ มนสิกรณํ คมฺภีรตฺตา อสฺสาทชนนโต, น อปุพฺพนยทสฺสนาธิปฺปายโต. ปจฺจกฺขภูตสพฺพธมฺมตฺตา ภควโต อสมฺโมหโต, ปฏิวิทฺธสฺส วิสยโต วา มนสิกรณํ ปน วิชิตเทสปจฺจเวกฺขณํ วิย รญฺโญ อปุพฺพํ ปีตึ ชเนติ. วุตฺตญฺหิ ‘‘อมานุสี รตี โหติ, สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต’’ติ (ธ. ป. ๓๗๓). รตฺติยา ปฐมํ ยามนฺติ อจฺจนฺตสํโยควเสน อุปโยควจนํ, เตน ตสฺส วิกปฺปนานตฺตตํ ทสฺเสติ. กิญฺจาปิ ‘‘อนุโลมปฏิโลมํ มนสากาสี’’ติ เอกโตว วุตฺตํ, ตถาปิ อิมินา อนุกฺกเมนาติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา’’ติอาทิ. ตตฺถ จ กิญฺจาปิ ปวตฺติมตฺตปจฺจเวกฺขณา อธิปฺเปตา กถํ ปญฺญายตีติ? ปฐมภาวาย, ปฏิโลมมนสิกรณํ ปน อนุโลเม ปจฺจยานํ, ปจฺจยุปฺปนฺนานญฺจ ตถาภาวสาธนตฺถํ. ยสฺมา อวิชฺชาย เอว นิโรธา สงฺขารนิโรโธ, น อญฺญถา, ตสฺมา สงฺขารานํ อวิชฺชา ปจฺจโย, ตสฺสา จ สงฺขารา ผลนฺติ ทีปนโต. ตถา นิพฺพานปจฺจเวกฺขณาย อนุโลมมนสิกรณํ การณนิโรธา ผลนิโรธสาธนตฺถํ. เอตฺถ จ อนุภาวโต นิพฺพานํ ทสฺสิตํ. น หิ ตํ อวิชฺชาทินิโรธมตฺตนฺติ. ตตฺถ ‘‘ยโต ขยํ ปจฺจยานํ อเวที’’ติ วจเนน อนุโลโม นาธิปฺเปโตติ สิทฺธํ. มคฺคปจฺจเวกฺขณาย วตฺตพฺพํ นตฺถิ, อุภยตฺถปิ กิจฺจโต, อารมฺมณโต จ ตสฺส มคฺคสฺส วิสยโต จ ตตฺถ มคฺโค ทสฺสิโต.
ตตฺถาห – ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ปฏิโลมํ มนสากาสี’’ติ น ยุชฺชติ, น หิ ปฏิโลมาปเทเสน นิทฺทิฏฺฐํ นิพฺพานํ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ภวิตุมรหตีติ? วุจฺจเต – น, ตทตฺถชานนโต. อนุโลมปฏิโลมนฺติ หิ ภาวนปุํสกํ. อนุโลมโต, ปฏิโลมโต จ ตํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ มนสากาสีติ หิ ตตฺถ อตฺโถ. อญฺญถา นิโรธสฺส ปฏิโลมปฺปสงฺคาปตฺติเยวาปชฺชติ. ปฏิโลเม จ ปเนตสฺมึ อนุกฺกมนิยโม อนุโลเม อนุกฺกมนิยมโต สิทฺโธติ เวทิตพฺพํ. เอวํ สติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ปฏิโลโม นาม อปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ สิทฺธํ โหติ. เตน วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘นิโรโธ โหตีติ อนุปฺปาโท โหตี’’ติอาทิ. เอวํ สนฺเต ปุพฺพาปรวิโรโธ โหติ. กถํ? ปฏิจฺจาติ หิ อิมินา ผลสฺส ปจฺจยปริคฺคเหน, ปจฺจยานญฺจ ปจฺจยายตฺตุปคมเนน ตสฺส อุปฺปาทาภิมุขภาวทีปนโต อสมุปฺปาโท น สมฺภวติ, ตสฺมา อปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ เอวํ อุภยปฏิกฺเขเปน ปนสฺส ปฏิโลมตา เวทิตพฺพาติ เอเก. ตํ อยุตฺตํ ตสฺส อนุโลมภาวนิยมนโต, อตฺถาติสยาภาวโต, ตสฺมา อปฺปฏิจฺจสมุปฺปาโท ตสฺส ปฏิโลโมติ เวทิตพฺพํ. เตเนว ภควตา ปาฬิยํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนนิโรโธ วุตฺโต. ตตฺถ หิ ‘‘อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา’’ติ เอวํ ปจฺจยสฺส สมุจฺฉินฺนปจฺจยภาววเสน ปจฺจยนิโรธํ, ผลสฺส ปจฺจยปฏิคฺคหาภาววเสน ปจฺจยุปฺปนฺนนิโรธญฺจ ทีเปติ. ทุวิโธ ปาฬิยํ นิโรโธ อตฺถโต อนุปฺปาโท นาม โหตีติ กตฺวา อฏฺฐกถายํ ‘‘นิโรโธ โหตีติ อนุปฺปาโท โหตี’’ติ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเต นิพฺพานํ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนานํ นิโรธมตฺตนฺติ อาปชฺชตีติ เจ? น, ตสฺสานุภาวทีปนาธิปฺปายโต. วิทิตเวลายนฺติ มนสิกตเวลายนฺติ อตฺโถ, อญฺญถา ตโต ปุพฺเพ อวิทิตปฺปสงฺคโต.
ฌายโตติ เอตฺถ กามํ ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน ฌายโต โพธิปกฺขิยธมฺมา ปาตุภวนฺติ, จตุอริยสจฺจธมฺมา วา ปกาสนฺติ, ตถาปิ ปุพฺพภาเค สมถาทิยานิกวิภาคทสฺสนตฺถํ อารมฺมณูปนิชฺฌานคฺคหณํ. จตุสจฺจธมฺมคฺคหณํ กามํ อนุโลมปฏิจฺจสมุปฺปาททสฺสนาธิกาเรน วิรุชฺฌติ, ตถาปิ ‘‘โย ทุกฺขํ ปริชานาติ, โส สมุทยํ ปชหตี’’ติ ลทฺธิวเสน กตนฺติ เวทิตพฺพํ.
๒. ‘‘ปจฺจยกฺขยสฺสา’’ติ กิจฺจปริยายวเสน วุตฺตํ. เตน ปจฺจยนิพฺพานํ, ตทุปนิสฺสยนิพฺพานญฺจาติ ทุวิธํ นิพฺพานํ ทสฺสิตํ โหตีติ. กามญฺจ ตํ น เกวลํ ปจฺจยกฺขยมตฺตํ กโรติ, อถ โข ปจฺจยุปฺปนฺนกฺขยมฺปิ กโรติ. ยโต อุภินฺนมฺปิ นิโรโธ ทสฺสิโต, ตถาปิ เหตุนิโรธา ผลนิโรโธติ กตฺวา ‘‘ปจฺจยกฺขยสฺสา’’ติ วุตฺตํ. วุตฺตปฺปการา ธมฺมาติ เอตฺถ จตุสจฺจคฺคหณํ ปฐมคาถายํ วุตฺตนยวิปลฺลาเสน กตนฺติ เวทิตพฺพํ.
๓. สมุทยนิโรธสงฺขาโต อตฺโถติ เอตฺถ สมุทโย กิจฺจวเสน, นิโรโธ อารมฺมณกิริยาย. เอเตน ทฺวิปฺปการา นิโรธา ทสฺสิตา โหนฺติ ตสฺส อนุภาวสฺส วเสนาติ อตฺโถ. ยสฺมา ปลฺลงฺกาภุชิตฏฺฐานญฺจ ‘‘ปลฺลงฺโก’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา ผลาธิคมฏฺฐานํ ‘‘ปลฺลงฺก’’นฺติ วุตฺตํ.
อชปาลกถาวณฺณนา
๔. สมฺโมทีติ หิตกามตาย ภควา เตน พฺราหฺมเณน สทฺธึ สมฺโมทิ. เวเทหิ อนฺตนฺติ เอตฺถ นิพฺพานํ อนฺโต นาม. เวทานํ วา อนฺตํ คตตฺตาติ เอตฺถ อรหตฺตํ. ตตฺถ ปฐเมน เวทนฺตคู ยสฺมา, ตสฺมา เอว วุสิตพฺรหฺมจริโย. ทุติเยน เวทนฺตคู ยสฺมา, ตสฺมา วุสิตพฺรหฺมจริโยติ เอวํ โยชนา กาตพฺพา. กิญฺจาปิ พฺราหฺมณสฺส จตุสจฺจยุตฺตํ อตฺถโต วุตฺตํ, อุทานคาถายํ วุตฺตปฏิเวธาภาวํ สนฺธาย ‘‘ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตน’’นฺติ วุจฺจตีติ ปริหาโร.
อชปาลกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
มุจลินฺทกถาวณฺณนา
๕. มุจลินฺทวตฺถุมฺหิ เอตมตฺถนฺติ อิทานิ วตฺตพฺพมตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตํ วิเวกนฺติ อุปธิวิเวกํ. ‘‘อพฺยาปชฺชํ สุขํ โลเก’’ติ อิมินา ปฐมมคฺคํ ทสฺเสติ เตน สตฺเตสุ มารณวเสน อุปฺปชฺชนกพฺยาปาทปฺปหานสิทฺธิโต. ‘‘ปาณภูเตสุ สํยโม’’ติ อิมินา ทุติยมคฺคํ ทสฺเสติ. มคฺคี หิ ปุคฺคโล อวสิฏฺฐพฺยาปาทตนุตฺตวเสน ปาณภูเตสุ สํยโต โหติ วิหึสาธิปฺปายาภาวโต. เอวํ จตฺตาโร หิ มคฺคา อนุกฺกเมนาปิ คหิตา โหนฺติ.
มุจลินฺทกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ราชายตนกถาวณฺณนา
๖. ราชายตนํ ปาตลิ. ‘‘จตุทฺทิสา อาคนฺตฺวา’’ติ ปาฐเสโส. มุขวฏฺฏิยํ กิรสฺส ทินฺนานํ จตุนฺนมฺปิ เลขาปริจฺเฉโท อตฺถิ, เต วาณิชา เทวตาย คารวทสฺสเนน ภควโต รูปกายทสฺสเนน ปสนฺนตฺตา สรณํ อคฺคเหสุํ. เทวตาย ‘‘ภควา ราชายตนมูเล ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ’’ติ วจนํ สุตฺวา สาวกสงฺฆาภาวํ, อภิสมฺพุทฺธธมฺมสพฺภาวญฺจ ชานึสูติ เวทิตพฺพํ. ชานนฺตีติ พุทฺธาติ สมฺพนฺโธ.
ราชายตนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
พฺรหฺมยาจนกถาวณฺณนา
๗. อธิคโต โข มฺยายนฺติอาทิมฺหิ ธมฺโมติ จตุสจฺจธมฺโม, คมฺภีรตฺตา ทุทฺทโส. ทุทฺทสตฺตา ทุรนุโพโธ. สนฺโตติ นิพฺพุโต. ปณีโตติ อตปฺปโก. อิทํ ทฺวยํ โลกุตฺตรเมว สนฺธาย วุตฺตํ. อตกฺกาวจโรติ ตกฺเกน อาการปริวิตกฺเกน โอคาหิตพฺโพ น โหติ, ญาเณเนว อวจริตพฺโพติ อตฺโถ. ปณฺฑิตเวทนีโยติ สมฺมาปฏิปทํ ปฏิปนฺเนหิ ปณฺฑิเตหิ เวทนีโย. สพฺพสงฺขารสมโถติอาทิ สพฺพํ นิพฺพานเมว. ตญฺหิ ผลูปจาเรน เอกมฺปิ สมานํ ตถา ตถา วุจฺจติ. รามาติ ปชา. อนุ อนุ อจฺฉริยา อนจฺฉริยา. เตสํ ภควโต ปุพฺพภาคปฏิปทํ สุตปุพฺพานํ, ธมฺมสฺส วา คมฺภีรภาวํ อธิคตปุพฺพานํ. กิญฺจาปิ ภควโต จตฺตาโรปิ มคฺคา สุขปฺปฏิปทา, ตถาปิ โพธิสตฺตปฏิปทํ สนฺธาย ‘‘กิจฺเฉน เม’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ปกาสิตํ ปกาสิตุ’’นฺติ อุภยถาปิ ปาโฐ. ปเรเตหิ ยุตฺเตหิ. ราครตฺตาติ กามราคทิฏฺฐิราเคหิ รตฺตา. อตฺตนิจฺจาทิคาหกา น ทกฺขนฺติ น ปสฺสิสฺสนฺติ.
๘. สหํปติ กิร ‘‘นสฺสติ วต โภ โลโก’’ติ อิมํ สทฺทํ ตถา นิจฺฉาเรติ, ยถา ทสสหสฺสิโลกธาตุพฺรหฺมาโน สุตฺวา สนฺนิปตึสุ. ปญฺญามเย อกฺขิมฺหิ สนฺตานานุสยิตวเสน อปฺปํ ปริตฺตํ ราคาทิรชํ เอเตสํ, เอวํสภาวาติ อปฺปรชกฺขชาติกา. อสฺสวนตาติ อสฺสวนตาย.
สมเลหิ สตฺถาเรหิ. อปาปุเรตนฺติ วิวร เอตํ. อมตสฺส ทฺวารนฺติ อริยมคฺคํ, จตุสจฺจธมฺมํ วา. วิชฺชตฺตยจตุมคฺคญาเณหิ ปุนปฺปุนํ พุทฺธํ ปฏิวิทฺธํ. เสเลติ สิลามเย. วิคตรชตฺตา สุขทสฺสนโยคฺเค อิโต จ เอตฺโต จ อาคนฺตฺวา ยถา ฐิโต จกฺขุมา ปุริโส สมนฺตโต ชนตํ ปสฺเสยฺย. ตฺวมฺปิ สุเมธ สุนฺทรปญฺญ สพฺพญฺญุตญฺญาณาธิคมาย สมนฺตจกฺขุ. สพฺพกิเลสสงฺคามานํ วิชิตตฺตา วิชิตสงฺคาม. ชาติกนฺตาราทินิตฺถรณตฺถํ เวเนยฺยชนสตฺถวาหนสมตฺถตาย สตฺถวาห. กามจฺฉนฺทอิณสฺส อภาวโต อณณ.
๙. พุทฺธจกฺขุนา อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาเณน จ อาสยานุสยญาเณน จ. อิเมสญฺหิ ทฺวินฺนํ ญาณานํ ‘‘พุทฺธจกฺขู’’ติ นามํ. อุปฺปลินิยนฺติ อุปฺปลวเน. เอวํ เสเสสุปิ. อนฺโต นิมุคฺคโปสีนีติ ยานิ อนฺโต นิมุคฺคาเนว โปสิยนฺติ, ตตฺถ ยานิ อุทกํ อจฺจุคฺคมฺม ฐิตานิ, ตานิ สูริยรํสิสมฺผสฺสํ อาคมยมานานิ ฐิตานิ อชฺช ปุปฺผนกานิ. ยานิ สโมทกํ ฐิตานิ, ตานิ เสฺว ปุปฺผนกานิ. ยานิ อุทกานุคฺคตานิ, ตานิ ตติยทิวเส ปุปฺผนกานิ. อุทกา ปน อนุคฺคตานิ อญฺญานิปิ สโรคอุปฺปลาทีนิ นาม โหนฺติ. ยานิ เนว ปุปฺผิสฺสนฺติ มจฺฉกจฺฉปภกฺขาเนว ภวิสฺสนฺติ, ตานิ ปาฬินารุฬฺหานิ, อาหริตฺวา ปน ทีเปตพฺพานิ. เอเตหิ อุคฺฆฏิตญฺญู วิปญฺจิตญฺญู เนยฺโย ปทปรโมติ จตฺตาโร ปุคฺคลา โยเชตพฺพา. ปจฺจภาสีติ ปติ อภาสิ.
อปารุตาติ วิวฏา. ปจฺฉิมสฺส ปททฺวยสฺส อยมตฺโถ. อหญฺหิ อตฺตโน ปคุณํ สุปฺปวตฺตมฺปิ อิมํ ปณีตํ อุตฺตมํ ธมฺมํ กายวาจากิลมถสญฺญี หุตฺวา นาภาสิ.
พฺรหฺมยาจนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปญฺจวคฺคิยกถาวณฺณนา
๑๐. อิทานิ ปน สพฺโพ ชโน สทฺธาภาชนํ อุปเนตุ, ปูเรสฺสามิ เนสํ สงฺกปฺปนฺติ. อปฺปรชกฺขชาติโกติ สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภิตกิเลสตฺตา นิกฺกิเลสชาติโก. อาชานิสฺสตีติ เจ น นิฏฺฐานมกํสุ ธมฺมสงฺคาหกา เต วินยกฺกมญฺญา, อหํ เทเสยฺยํ ปฏิวิชฺฌิสฺสตีติ อธิปฺปาโย, ‘‘มุทฺธาปิ ตสฺส วิปเตยฺยา’’ติ (อ. นิ. ๘.๑๑; ปารา. ๒) เอตฺถ วิย อภูตปริกปฺโป กิเรโส. โลเก ตสฺส อธิมุตฺตภาวทีปนตฺถญฺหิ อิทํ วจนํ อตฺตโน ตทุปเทเสน อวิทิตภาวทีปนตฺถํ. ตสฺส อนนฺเตวาสิกภาวทีปนตฺถนฺติ เอวมาทีนิ ปเนตฺถ ปโยชนานิ. ภควโตปิ โข ญาณนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ตสฺส มรณารมฺมณํ อุปฺปชฺชิ. เตน ตโต ปุพฺเพ ตสฺส สติ ธมฺมเทสนาย ขิปฺปํ ชานนภาวารมฺมณนฺติ ทีเปติ. ปโรปเทสโต อชานิตฺวา ปจฺจกฺขโต มรณสจฺฉิกิริยมฺปิ ทสฺเสติ. พุทฺธานมฺปิ อเนกญาณสโมธานาภาวโต สุวุตฺตเมตํ. จิตฺตปุพฺพิกา หิ จิตฺตปฺปวตฺติ, อญฺญถา นวสตฺตปาตุภาวปฺปสงฺโค. สพฺพธมฺมานํ เอกโต คหเณ วิรุทฺธกาลานํ เอกโต ชานนปฺปสงฺโค. ตโต เอกญาณสฺส วิตถภาวปฺปตฺติโทโส, ตสฺมา สพฺพสฺส วินาเนกญาณสโมธานํ อาปชฺชิตธมฺเมสุ อปฺปฏิหตญาณวนฺตตฺตา ปน สพฺพญฺญู เอว ภควาติ เวทิตพฺพํ, น สพฺพกาลํ เอกโต. อาฬาราทีนํ มรณาชานนโตติ เจ? น, ตสฺส ชานเนน ปุถุชฺชนสฺสาปิ สพฺพญฺญุตาปตฺติปฺปสงฺคโต. ยทาภาเวน ยทาภาโว ตพฺภาเวน ตสฺสาภาวปฺปสงฺโค โลเก สิทฺโธติ. ‘‘ภควโตปิ โข ญาณํ อุทปาที’’ติ วจนโต ตสฺส มรณชานนํ สิทฺธนฺติ กตฺวา ภวํ มเตเนว ภควา สพฺพญฺญูติ สิทฺธํ น เทวตาโรจนโต ปุพฺเพ อชานนโตติ เจ? น, วิเสสํ ปริคฺคเหตฺวา อนฺตรา ปชานนโต, เทวตาย สพฺพญฺญุภาวปฺปตฺติโทสโต จ. น หิ โส กสฺสจิ วจเนน อญฺญาสีติ.
อปิจ กิมิทํ ตตฺถ ชานนํ นาม ตทารมฺมณญาณุปฺปตฺตีติ เจ? น, โลเก สพฺพญฺญุโน อจฺจนฺตาภาวปฺปสงฺคโต. สาธิกา หิ มยา เอกญาณกฺขเณ สพฺพํ ญาณํ, ตทญฺเญสญฺจ ตทญฺญาณานุปฺปตฺติ. อปิจ สพฺพญฺญุโน สพฺพธมฺมวิสเย ญาณปจฺจุปฏฺฐานสิทฺธิ ตสฺส ญาณสฺส อตฺตนาว อตฺตโน อวิสโยติ เจ? น, เหตุนิทสฺสนานุปฺปตฺติโต. อปิจ ‘‘ภควโตปิ โข ญาณํ อุทปาที’’ติ เอตฺถ วิเสสวจนํ อตฺถิ. เยน เทวตาโรจนุตฺตรกาลเมว ภควโต ญาณํ อุทปาทีติ ปญฺญายติ. น หิ วจนปุพฺพาปริยภาวมตฺเตน ตทตฺถปุพฺพาปริยตา โหติ, ตสฺมา อยุตฺตเมตํ. อภิโทสกาลํกโตติ ปฐมยาเม กาลํกโต. ‘‘มชฺฌิมยาเม’’ติปิ วทนฺติ. อุภยตฺถปิ มหาชานิโย. สตฺตทิวสพฺภนฺตเร, เอกทิวสพฺภนฺตเร จ ปตฺตพฺพมคฺคผลโต ปริหีนตฺตา มหตี ชานิ อสฺสาติ มหาชานิ. เตสุ หิ ทฺวีสุ อาฬาโร อากิญฺจญฺญายตนภเว นิพฺพตฺโต, อุทโก ภวคฺเค, ตสฺมา เนสํ ธมฺมเทสนาย อกฺขเณ นิพฺพตฺตภาวํ สนฺธาย ภควา เอวํ จินฺเตสิ, น อิโต มนุสฺสโลกโต จุติภาวํ สนฺธายาติ เวทิตพฺพํ. อพุทฺธเวเนยฺยตญฺจ สนฺธายาติ โน ตกฺโก, อญฺญถา อนิฏฺฐปฺปสงฺโคติ อาจริโย.
โพธิสตฺตสฺส ชาตกาเล สุปินปฏิคฺคาหกา เจว ลกฺขณปริคฺคาหกา จ อฏฺฐ พฺราหฺมณา. เตสุ ตโย ทฺวิธา พฺยากรึสุ ‘‘อิเมหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต อคารํ อชฺฌาวสนฺโต ราชา โหติ จกฺกวตฺติ, ปพฺพชนฺโต พุทฺโธ’’ติ. ปญฺจ พฺราหฺมณา ‘‘อคาเร น ติฏฺฐติ, พุทฺโธว โหตี’’ติ เอกํสพฺยากรณาว อเหสุํ. เตสุ ปุริมา ตโย ยถามนฺตปารํ คตา. อิเม ปน มนฺตปารํ อติกฺกมนฺตา อตฺตนา ลทฺธํ ปุญฺญมหตฺตํ วิสฺสชฺเชตฺวา โพธิสตฺตํ อุทฺทิสฺส ปุเรตรเมว ปพฺพชึสุ. อิเม สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปญฺจวคฺคิยา’’ติ. ‘‘เตสํ ปุตฺตา’’ติปิ วทนฺติ, ตํ อฏฺฐกถายํ ปฏิกฺขิตฺตํ. กสฺมา ปเนตฺถ ภควา ‘‘พหูปการา โข เม’’ติ จินฺเตสิ. กึ อุปการกานํ เอว เอส ธมฺมํ เทเสติ, อิตเรสํ น เทเสตีติ? โน น เทเสติ. อุปการานุสฺสรณมตฺตเกเนว วุตฺตนฺติ อฏฺฐกถานโย. อตฺตโน กตญฺญุกตเวทิภาวปฺปกาสนตฺถํ, กตญฺญุตาทิปสํสนตฺถํ, ปเรสญฺจ กตญฺญุภาวาทินิโยชนตฺถํ, ขิปฺปชานนปฺปสงฺคนิวารณตฺถํ.
๑๑. อนฺตรา จ คยํ อนฺตรา จ โพธินฺติ คยาย จ โพธิยา จ มชฺเฌ ติคาวุตนฺตเร ฐาเน. โพธิมณฺฑโต หิ คยา ตีณิ คาวุตานิ. พาราณสินครํ อฏฺฐารส โยชนานิ. อุปโก ปน โพธิมณฺฑสฺส จ คยาย จ อนฺตเร ภควนฺตํ อทฺทส. อนฺตรา-สทฺเทน ปน ยุตฺตตฺตา อุปโยควจนํ กตํ. อีทิเสสุ จ ฐาเนสุ อกฺขรจินฺตกา เอกเมว อนฺตราสทฺทํ ปยุชฺชนฺติ, โส ทุติยปเทปิ โยเชตพฺโพ. อโยชิยมาเน ปน อุปโยควจนํ น ปาปุณาติ. อิธ ปน โยเชตฺวาว วุตฺโตติ.
สพฺพาภิภูติ สพฺพํ เตภูมกธมฺมํ อภิภวิตฺวา ฐิโต. ตณฺหกฺขเยติ นิพฺพาเน. วิมุตฺโตติ อารมฺมณโต วิมุตฺโต. นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโลติ มยฺหํ ปฏิปุคฺคโล นาม นตฺถิ, อสทิโสติ อตฺโถ, มม สพฺพญฺญุภาเว โทสํ ทสฺเสตฺวา โลเก ฐาตุํ อสมตฺถตาย มม ปจฺจตฺถิกปุคฺคโล วา นตฺถีติ อตฺโถ. อาหญฺฉํ อมตทุนฺทุภินฺติ ธมฺมจกฺขุปฏิลาภาย อมตเภรึ ปหริสฺสามีติ คจฺฉามิ.
อรหสิ อนนฺตชิโน ภวิตุํ ยุตฺโต ตฺวนฺติ อตฺโถ. อิทมฺปิ อตฺตโน สตฺถุนามํ. หุเปยฺยาสีติ อาวุโส เอวมฺปิ นาม ภเวยฺย. ปกฺกามีติ วงฺกหารชนปทํ นาม อคมาสิ. ภควาปิ ‘‘ตตฺถ ตสฺส มิคลุทฺทกสฺส ธีตุยา จาปาย อุกฺกณฺฐิตฺวา ปุน อาคนฺตฺวา อนาคามี อยํ ภวิสฺสตี’’ติ อุปนิสฺสยสมฺปตฺตึ ทิสฺวา เตน สทฺธึ อาลปิ. โส จ ตเถวาคนฺตฺวา ปพฺพชิตฺวา อนาคามี หุตฺวา อนุกฺกเมน กาลํ กตฺวา อวิเหสุ อุปฺปชฺชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ.
๑๒. สณฺฐเปสุนฺติ กติกํ อกํสุ. ปธานวิพฺภนฺโตติ ปธานโต ภฏฺโฐ ปริหีโน. ‘‘อภิชานาถ นุ ภาสิตเมต’’นฺติ, ‘‘วาจํ ภาสิตเมว’’นฺติ จ เอวรูปํ กญฺจิ วจนเภทํ อกาสีติ อธิปฺปาโย. ภควนฺตํ สุสฺสูสึสูติ ภควโต วจนํ โสตุกามา อเหสุํ. อญฺญาติ อญฺญาย, ชานิตุนฺติ อตฺโถ.
๑๓. อถ กิมตฺถํ อามนฺเตสีติ? ตโตปิ สุฏฺฐุตรํ ปฏิชานนตฺถํ, ธมฺมสฺส อภิภาริยทุลฺลภภาวทีปนตฺถํ, อกฺขรวิกฺเขปนิวารณตฺถญฺจ. ตตฺถ เทฺวเมติ อนฺตทฺวยวจนํ อญฺเญสมฺปิ ตทนฺโตคธภาวโต. อปิจ โยชนาวเสน. ตณฺหาอวิชฺชาติ หิ สํสารปฺปวตฺติยา สีสภูตา เทฺว กิเลสา. เต จ สมถวิปสฺสนานํ ปฏิปกฺขภูตตฺตา อนฺตา นาม. เตสุ ตณฺหาวเสน กามสุขลฺลิกานุโยคํ ภชนฺโต สมถํ ปริหาเปติ พาโล, ตถา อวิชฺชาวเสน อตฺตกิลมถานุโยคํ ภชนฺโต คจฺฉนฺโต วิปสฺสนนฺติ น สกฺกา อุโภ เทฺว อนฺเต อปฺปหาย อมตํ อธิคนฺตุนฺติ เอวํ วุตฺตา. อปิจ ลีนุทฺธจฺจปหานทสฺสนเมตํ. ลีโน หิ นิกฺขิตฺตวีริยารมฺโภ กามสุขญฺจ ภชติ, อิตโร อจฺจารทฺธวีริโย อตฺตกิลมถํ. อุโภปิ เต วีริยสมตาย ปฏิปกฺขตฺตา อนฺตา นาม. อปิจ ติสฺโส สาสเน ปฏิปทา วุตฺตา อาคาฬฺหา, นิชฺฌามา, มชฺฌิมา จ. ตตฺถ อาคาฬฺหา ‘‘ปาณาติปาตี โหติ, นตฺถิ กาเมสุ โทโส’’ติ เอวมาทิกา. นิชฺฌามา ‘‘อเจลโก โหติ, มุตฺตาจาโร’’ติ เอวมาทิกา, มชฺฌิมา ‘‘อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’ติ เอวมาทิกา. ตตฺถ กามสุขลฺลิกานุโยโค อาคาฬฺหา นาม ปฏิปทา โหติ สพฺพากุสลมูลตฺตา. อตฺตกิลมถานุโยโค นิชฺฌามา นาม อตฺตชฺฌาปนโต. อุโภเปเต มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ปฏิปกฺขภูตตฺตา อนฺตา นาม, ตสฺมา อิเมว สนฺธาย เทฺวเมติ. กิมตฺถํ ภควา ‘‘ปพฺพชิเตน น เสวิตพฺพา’’ติ ปพฺพชิเต เอว อธิกโรติ, น คหฏฺเฐติ? ปพฺพชิตานํ ตทธิมุตฺตตฺตา, สุขปริวชฺชนสมตฺถตาย, ตทธิกตตฺตา จ ปพฺพชิตา เอตฺถ อธิกตา, น คหฏฺฐา. ยทิ เอวํ กิมตฺถํ กามสุขลฺลิกานุโยคมาห, นนุ เต ปกติยาปิ กามปริจฺจาคํ กตฺวา ตํ นิสฺสรณตฺถํ ปพฺพชิตาติ? น, เตสํ อนฺตทฺวยนิสฺสิตตฺตา. เต หิ อิธ โลเก กาเมน วิสุทฺธิมิจฺฉนฺติ อตฺตกิลมถานุโยคมนุยุตฺตา ตสฺเสว ตปสฺส ผเลน เปจฺจ ทิพฺเพ กาเม อาสีสมานา ทฬฺหตรํ กามสุขลฺลิกานุโยคมนุยุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อนฺตตฺโถ ปน อิธ กุจฺฉิตฏฺเฐน เวทิตพฺโพ ‘‘อนฺตมิทํ, ภิกฺขเว, ชีวิกานํ, ยทิทํ ปิณฺโฑลฺย’’นฺติอาทีสุ (อิติวุ. ๙๑; สํ. นิ. ๓.๘๐) วิย.
โย จายํ กาเมสุ กามสุขลฺลิกานุโยโคติ เอตฺถ กาเมสูติ วตฺถุกาโม อธิปฺเปโต, ทุติโย กิเลสกาโม. ตํสมฺปยุตฺตสุขเมตฺถ กามสุขํ นาม. เตน วิปากสุขสฺส นิรวชฺชภาวํ ทีเปตีติ. อลฺลียนํ นาม ตทภินนฺทนา. อนุโยโค นาม ภวนฺตเร ตทนุโยคปตฺถนา. หานภาคิยกรตฺตา กุสลปกฺขสฺส, หีนปุคฺคลภาวิตตฺตา, หีนธาตุปภวตฺตา จ ลามกฏฺเฐน หีโน. คามนิวาสิสตฺตธมฺมตฺตา คมฺโม. ปุถุชฺชนสาธารณตฺตา โปถุชฺชนิโก. อนริโยติ อริยานํ อนธิปฺเปตตฺตา, อริยธมฺมปฏิปกฺขตฺตา, อนริยกรตฺตา, อนริยธมฺมตฺตา, อนริยาจิณฺณตฺตา จ เวทิตพฺโพ. อนตฺถสงฺขาตสํสารภยาวหตฺตา, อนตฺถผลนิพฺพตฺตกตฺตา จ อนตฺถสํหิโต. อตฺตโน เกวลํ เขทูปคโม อตฺตกิลมโถ นาม. โส ทิฏฺฐิคตปุพฺพกตฺตตปานุกฺกมกิริยาวิเสสํ นิสฺสาย ปวตฺตติ, ตสฺส ทิฏฺฐิวเสน อนุโยโค อตฺตกิลมถานุโยโค นาม. อตฺตวิโยควิตฺตาปริสฺสมตฺตา, อนุปายปวตฺตตฺตา สมฺปชฺชมาโน มิคโยนิโคโยนิกุกฺกุรโยนิสูกรโยนีสุ ปาตายติ. วิปจฺจมาโน นรกํ เนตีติ อนตฺถสํหิโต. เอเต ตฺวาติ เอเต ตุ. ตถาคเตนาติ อตฺตานํ อวิตถาคมนํ อาวิ กโรติ, เตเนตํ ทสฺเสติ ‘‘น มยา ปริวิตกฺกิตมตฺเตน วิตกฺกิตา, กินฺตุ มยา ตถาคเตเนว สตา อภิสมฺโพธิญาเณน อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ. จกฺขุกรณีติอาทีหิ ปน ตเมว ปฏิปทํ โถเมติ. เภสชฺชํ อาตุรสฺส วิย ‘‘จกฺขุกรณี’’ติ อิมินา ญาณจกฺขุวิโสธนํ วุตฺตํ. ญาณกรณีติ อิมินา อนฺธการวิธมนํ วุตฺตํ. อุปสมายาติ กิเลสปริฬาหปฏิปฺปสฺสทฺธิ วุตฺตา. อภิญฺญายาติ สจฺจปฏิเวธนํ วุตฺตํ. สมฺโพธายาติ สจฺจปฏิวิชฺฌนํ วุตฺตํ. นิพฺพานายาติ โสปาทิเสสนิพฺพานธาตุยา อนุปาทิเสสนิพฺพานธาตุยาติ เอวํ ยถาสมฺภวํ โยเชตฺวา กเถตพฺพํ.
๑๔. กสฺมา ปเนตฺถ ภควา อญฺญตฺถ วิย อนุปุพฺพึ กถํ อกเถตฺวา ปฐมเมว อเสวิตพฺพมนฺตทฺวยํ วตฺวา มชฺฌิมปฏิปทํ เทเสสีติ? อตฺตาทิมิจฺฉาภิมานนิวารณตฺถํ, กุมฺมคฺคปฏิปตฺตินิวารณตฺถญฺจ อนฺตทฺวยวชฺชนํ วตฺวา อตฺตโน วิเสสาธิคมทีปนนเยน อพาหุลฺลิกาทิภาวทสฺสนตฺถํ, เตสญฺจ มชฺฌิมปฏิปทาทีปเนน ตตฺถ อนุโยชนตฺถํ ปจฺฉา สมฺมาปฏิปทํ เทเสสิ, ตโต ตสฺส มชฺฌิมปฏิปทาสงฺขาตสฺส อริยมคฺคสฺส วิสยทสฺสนตฺถํ จตุสจฺจธมฺมํ สงฺเขปวิตฺถารวเสน เทเสตุกาโม ‘‘อิทํ โข ปน, ภิกฺขเว, ทุกฺข’’นฺติอาทิมาห, อยเมตฺถ อนุสนฺธิ. ‘‘อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจนฺติ เม, ภิกฺขเว’’ติอาทิ สุตฺตานุสนฺธิปกอาสนตฺถํ อยมนุกฺกโม เวทิตพฺโพ. ยถาวุตฺตํ ปฏิปทํ สุตฺวา กิร โกณฺฑญฺโญ อาห ‘‘กถํ ภควตา วุตฺตปฏิปทาย อุปฺปตฺติ สิยา. อยญฺหิ ปฏิปทา กิเลสานํ อนุปฺปตฺติยา สติ สมฺภวติ, น อญฺญถา. กิเลสานญฺจ ยทิ โลภโต อุปฺปตฺติ ขุปฺปิปาสานํ วิย, ตทาเสวนาย อนุปฺปตฺติ สิยา, ตทวตฺถุสฺส วา เตสํ อุปฺปตฺติ. ตทวตฺถุวิปรีตกายกิลมถาเสวนาย อนุปฺปตฺติ สิยา. อุโภเปตา ภควตา ‘อนฺตา’ติ วุตฺตา, ตสฺมา กถํ ปเนติสฺสาย สมฺมาปฏิปทาย อุปฺปตฺติ สมฺภเวยฺยา’’ติ. ภควา อาห อนุปายาเสวนโต. กถนฺติ เจ? –
‘‘สํสารมูลโต ญาณํ, ตญฺจ ญาณา ปหิยฺยติ;
ชีวิเต สติ ตํ โหติ, ตญฺจ ชีวิตสาธเน.
‘‘ตสฺมา ญาณาย เมธาวี, รกฺเข ชีวิตมตฺตโน;
ญาณสาธนภูตญฺจ, สีลญฺจ ปริปาลเย.
‘‘ชีวิตญฺจ ยถา โลเก, ภินฺเน กาเย น วิชฺชติ;
ตเถว ภินฺนสีลสฺส, นตฺถิ ญาณสฺส สมฺภโว.
‘‘ตสฺมา อายุญฺจ สีลญฺจ, ญาณตฺถํ รกฺขตา สตา;
เสวิตพฺพา น กามาปิ, นาปิ กายวินาสนา.
‘‘กาเมสุ เคธมุปคมฺม หิโน คมฺมญฺจ,
อจฺจุทฺธโน กิลมถํ คมุเปติ มูโฬฺห;
โย มชฺฌิมํ ปฏิปทํ ปรมํ อุเปติ,
โส ขิปฺปเมว ลภเต ปรมํ วิโมกฺข’’นฺติ.
สุตฺวา ตเทตํ สุคตสฺส วากฺยํ,
ปญฺญํ มุนี โส สุตชํ ลภิตฺวา;
จินฺตามยํ ญาณ ปเวสมาโน,
อุจฺฉินฺทยํ ปญฺหมิมํ อปุจฺฉิ.
‘‘นิพฺเพธปทฏฺฐานํ ปหาย โฆรํ,
ตปํ กถมิวาติ โส ตฺวํ;
พฺรูหิ ตเทว โหติ ภิกฺขุ จร,
วิราคมุปยาติ จ ทุกฺขสจฺจสฺส;
ทสฺสเนเนว ทุกฺขานุภวนา,
ตมฺหิ โทสสฺส ปจฺจโย’’ติ.
สุตฺวาว โกณฺฑญฺโญ มุนิวจนํ,
วุฏฺฐาย หฏฺโฐ สหสา อโวจ;
‘‘อุทาหร ตฺวํ ภควา มเมตํ,
ภิกฺขุ ยถา ปสฺสติ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติ.
จินฺตามยิสฺส ปญฺญาปริปุณฺณา ภาวนามยิปญฺญาสมฺปตฺติ ชานิตพฺพา อิเมหิ อิติ ภควา สุตฺตมิทมาหาติ กิร. กสฺมา ภควา โกณฺฑญฺญสฺส ปุริมเมว สจฺจเทสนํ อวฑฺเฒตฺวา อตฺตโน อธิคตกฺกมมาหาติ? นาหํ กสฺสจิ อาคมํ เทเสมิ, อปิจ โข สยเมว เอวมธิคโตมฺหีติ ทสฺสนตฺถํ. ตตฺถ ‘‘ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสู’’ติ อิมินา อิทํ อตฺถทฺวยํ ทสฺเสติ, น มยา อาฬารโต, อุทกโต วา อยํ ธมฺโม สุโต, กินฺตุ ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตเสฺวว ญาณํ เม อุทปาทีติ มชฺฌิมาย ปฏิปทาย อานุภาวํ ปกาเสติ. อปิจ ยสฺมา เอวํ ปฏิปนฺโน วินาปิ ปโรปเทเสน อริยสจฺจานิ ปสฺสติ, ตสฺมา กถํ ตุเมฺหว มมาปเทเสน น ปสฺสถาติ.
๑๕. จกฺขุนฺติอาทีนิ ปญฺจ ปทานิ ญาณเววจนาเนว. ญาณญฺหิ สจฺจานํ อาโลจนโต จกฺขุภูตตฺถชานนโต ญาณํ. ปกาเรหิ ชานนโต ปญฺญา. กิเลสวิทารณโต, วิชฺชนโต จ วิชฺชา. สจฺจจฺฉาทกตมวินาสนโต, เตสํ คติโกฏิปกาสนโต อาโลโกติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ปฐเมน ปริวฏฺเฏน สจฺจานํ อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโต ฐปนปญฺญํ ทสฺเสติ, ทุติเยน เตสํ กตฺตพฺพาการปริจฺฉินฺทนปญฺญํ, ตติเยน สจฺเจสุ ญาณกิจฺจสนฺนิฏฺฐานํ ทสฺเสติ.
๑๖. ยาวกีวญฺจาติ ทฺวีหิ ปเทหิ ยาวอิจฺเจว วุตฺตํ โหติ ‘‘อิติ จิตฺตมโน’’ติอาทิ วิย. ราคาทีหิ อกุปฺปตาย อกุปฺปา วิมุตฺติ. เวยฺยากรณนฺติ ธมฺมเทสนา. สา หิ ธมฺมานํ พฺยากรณโต ปกาสนโต ‘‘เวยฺยากรณ’’นฺติ วุจฺจติ. วิรชํ วีตมลนฺติ เอตฺถ วิรชํ วิสมเหตุวาทวิคมโต. วีตมลํ อเหตุกวาทวิคมโต. วิรชํ สสฺสตทิฏฺฐิปฺปหานโต. วีตมลํ อุจฺเฉททิฏฺฐิปฺปหานโต. วิรชํ ปริยุฏฺฐานปฺปหานโต. วีตมลํ อนุสยปฺปหานโต. ธมฺมจกฺขุนฺติ ธมฺมมตฺตทสฺสนํ, น ตตฺถ สตฺโต วา ชีโว วา การโก วา เวทโก วาติ, เตเนวาห ‘‘ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ. อิทญฺหิ ตสฺส ธมฺมจกฺขุสฺส อุปฺปตฺติอาการทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตญฺหิ นิโรธํ อารมฺมณํ กตฺวา กิจฺจวเสน เอว สงฺขตํ ปฏิวิชฺฌนฺตํ อุปฺปชฺชติ.
๑๗. ธมฺมจกฺกนฺติ เอตฺถ เทสนาญาณํ อธิปฺเปตํ, ปฏิเวธญาณญฺจ ลพฺภเตว. เอตฺถ กิมตฺถํ เทวา สทฺทมนุสฺสาเวสุนฺติ? นานาทิฏฺฐิคตนฺธการวิธมนโต ลทฺธาโลกตฺตา, อปายภยสมติกฺกมนโต อสฺสาสํ ปตฺตตฺตา, เทวกายวิมานทสฺสนโต ปีติปาโมชฺชจลิตตฺตา จาติ เอวมาทีเนตฺถ การณานิ วทนฺติ. ปถวิกมฺปนมหาสทฺทปาตุภาโว จ ธมฺมตาวเสเนว โหตีติ เอเก. เทวตานํ กีฬิตุกามตาย ปถวิกมฺโป. พหุโน เทวสงฺฆสฺส สนฺนิปาตโต, ภควโต สรีรปฺปภาชาลวิสชฺชนโต จาติ เอกจฺเจ.
๑๘. ปพฺพชฺชุปสมฺปทาวิเสสนฺติ อตฺโถ. ตตฺถ อิติ-สทฺโท ตสฺส เอหิภิกฺขูปสมฺปทาปฏิลาภนิมิตฺตวจนปริโยสานทสฺสโน. ตทวสาโน หิ ตสฺส ภิกฺขุภาโว. สฺวากฺขาโตติอาทิ ‘‘เอหี’’ติ อามนฺตนาย ปโยชนทสฺสนวจนํ. ‘‘เอหิภิกฺขู’’ติ ภควา อโวจ ‘‘สฺวากฺขาโต ธมฺโม จร…เป… กิริยายา’’ติ จ อโวจาติ ปทสมฺพนฺโธ. ตตฺถ จร พฺรหฺมจริยนฺติ อวสิฏฺฐํ มคฺคตฺตยพฺรหฺมจริยํ สมธิคจฺฉ. กิมตฺถํ? สมฺมาทุกฺขสฺสนฺตกิริยายาติ อตฺโถ. ‘‘เอหิภิกฺขู’’ติ อิมินา ภควโต วจเนน นิปฺผนฺนตฺตา การณูปจาเรน ‘‘เอหิภิกฺขูปสมฺปทา’’ติ วุตฺตา. สาว ตสฺสายสฺมโต ยาวชีวํ อุปสมฺปทา อโหสีติ อตฺโถ. เตน ตสฺสา อุปสมฺปทาย สิกฺขาปจฺจกฺขาตาทินา วิจฺเฉทา วา ตทญฺญาย อุปสมฺปทาย กิจฺจํ วา นตฺถีติ อิทมตฺถทฺวยํ อฏฺฐกถายํ ทสฺเสติ. อฏฺฐนฺนมฺปิ อุปสมฺปทานํ เอหิภิกฺขุโอวาทปฏิคฺคหณปญฺหพฺยากรณครุธมฺมปฏิคฺคหณูปสมฺปทานํ จตุนฺนํ อญฺญตราย อุปสมฺปนฺนสฺส อนฺตรา วิจฺเฉโท วา ตทญฺญูปสมฺปทาย กิจฺจํ วา นตฺถิ, อิตรสฺสตฺถีติ. นิกายนฺตริกา ปนาหุ ‘‘พุทฺธปจฺเจกพุทฺธานํ นิยาโมกฺกนฺติสงฺขาตาย อุปสมฺปทาย ญตฺติจตุตฺถกมฺมุปสมฺปทญฺจ ทสวคฺคปญฺจวคฺคกรณียวเสน ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา ทสวิโธปสมฺปทา’’ติ. กา ปเนตฺถ อตฺถโต อุปสมฺปทา นามาติ? ตทธิคตกิริยาวเสน นิพฺพตฺติยา อเสกฺขา ตทธิวาสนเจตนาย ปริภาวิตปญฺจกฺขนฺธิกา อชฺฌตฺตสนฺตติ. กา ปเนตฺถ ปริภาวนา นาม? ตพฺพิปกฺขธมฺมชฺฌาจารวิรุทฺธภาโว, ตสฺส ปตฺติยา ตาย ปริภาวนาย วเสน กตฺถจิ ‘‘สมนฺนาคโต’’ติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘โลเภน สมนฺนาคโต, ภิกฺขเว, อภพฺโพ จตฺตาริ สติปฏฺฐานานิ ภาเวตุ’’นฺติอาทิ. เอตฺถาหุ นิกายนฺตริกา ‘‘ยถาวุตฺตาย อุปสมฺปทาย ปตฺติสงฺขาโต จิตฺตวิปฺปยุตฺโต สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺโน ธมฺโม อตฺถิ, ตสฺส สนฺตติวเสน ปุพฺพาปริยํ อุปฺปชฺชมานสฺส ยาว อวิจฺเฉโท, ตาว อุปสมฺปนฺโนติ, อญฺญถา ตโต ธมฺมนฺตรุปฺปตฺติกฺขเณ ตสฺส อุปสมฺปนฺนสฺส อนุปสมฺปนฺนภาวปฺปสงฺโค อาปชฺชตี’’ติ. เต วตฺตพฺพา ‘‘สุตฺตํ อาหรถา’’ติ. เต เจ วเทยฺยุํ ‘‘โย เตสํ ทสนฺนํ อเสกฺขานํ ธมฺมานํ อุปาทาย ปฏิลาภสมนฺนาคโม อริโย โหติ วิปฺปหีโนติ เอวมาทีนิ โน สุตฺตานี’’ติ. เอวํ สติ อสนฺตธมฺเมหิ, ปรสตฺเตหิ จ สมนฺนาคมโทสปฺปสงฺโค เนสํ ปาปุณาติ. กึการณํ? สุตฺตสมฺภวโต. ยถาห – ‘‘ราชา, ภิกฺขเว, จกฺกวตฺตี สตฺตหิ รตเนหิ สมนฺนาคโต โหตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๙๙-๒๐๐ อตฺถโต สมานํ) วิตฺถาโร. วสิภาโว ตตฺถ สมนฺนาคตสทฺเทน วุตฺโต. ตสฺสหิเตสุ รตเนสุ วสิภาโว กามจาโร อตฺถีติ เจ? เอตฺถ วสิภาโว สมนฺนาคมสทฺเทน วุตฺโต, อญฺญตฺถ ปตฺติสงฺขาโต, ตํ ธมฺมนฺตรนฺติ. กิเมตฺถ วิเสสการณํ? นตฺถิ จ, ตสฺมา ยถาวุตฺตลกฺขณาว อุปสมฺปทา. อยเมว นโย ปพฺพชฺชาทีสุปิ เนตพฺโพ.
๑๙. กิญฺจาปิ วปฺปตฺเถรสฺส ปาฏิปททิวเส…เป… อสฺสชิตฺเถรสฺส จตุตฺถิยนฺติ เอวํ นานาทิวเสสุ ปาเฏกฺกํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ, ตถาปิ โอวาทสามญฺเญน วปฺปภทฺทิยานํ, มหานามอสฺสชีนญฺเจตฺถ เอกโต วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
๒๐. ‘‘รูปํ, ภิกฺขเว, อนตฺตา’’ติ กิมตฺถํ อาทิโตว อนตฺตลกฺขณํ ทีเปตีติ? เตสํ ปุถุชฺชนกาเลปิ อิตรลกฺขณทฺวยสฺส ปากฏตฺตา. เต หิ มนาปานํ กามานํ อนิจฺจตาทสฺสเนน สํวิคฺคา ปพฺพชึสูติ อนิจฺจลกฺขณํ ตาว เนสํ เอกเทเสน ปากฏํ, ปพฺพชิตานญฺจ อตฺตกิลมถานุโยคโต กายิกทุกฺขํ, ตญฺจ มานสสฺส ปจฺจโยติ มานสิกทุกฺขญฺจ ปากฏํ, ตสฺมา ตทุภยํ วชฺชิตฺวา อนตฺตลกฺขณเมว ทีเปตุํ อารภิ. ตญฺจ ทีเปนฺโต ทุกฺขลกฺขเณเนว ทีเปตุํ ‘‘รูปญฺจ หิทํ, ภิกฺขเว, อตฺตา อภวิสฺสา’’ติอาทิมาห. กิมตฺถนฺติ? อนิจฺจลกฺขณโตปิ เตสํ ทุกฺขลกฺขณสฺส สุฏฺฐุตรํ ปากฏตฺตา. เตสญฺหิ อตฺตกิลมถานุโยคมนุยุตฺตตฺตา, ตปฺปรายณภาวโต จ ทุกฺขลกฺขณํ สุฏฺฐุ ปากฏํ, ตสฺมา เตน ตาว สุฏฺฐุ ปากเฏน อนตฺตลกฺขณํ ทีเปตฺวา ปุน ตเทว ตทุภเยนาปิ ทีเปตุํ ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา’’ติ วกฺขติ. กลฺลํ นูติ ยุตฺตํ นุ. เอตํ มมาติ ตณฺหาคฺคาโห. เอโสหมสฺมีติ มานคฺคาโห. เอโส เม อตฺตาติ ทิฏฺฐิคฺคาโห. ตณฺหาคฺคาโห เจตฺถ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตวเสน, มานคฺคาโห นววิธมานวเสน, ทิฏฺฐิคฺคาโห ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิวเสน เวทิตพฺโพ.
ปญฺจวคฺคิยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปพฺพชฺชากถาวณฺณนา
๒๕. เยน สมเยน ภควา ปญฺจวคฺคิเย ปญฺจมิยํ อรหตฺเต ปติฏฺฐาเปตฺวา สตฺตมิยํ นาฬกตฺเถรสฺส นาฬกปฏิปทํ อาจิกฺขิตฺวา ภทฺทปทปุณฺณมายํ ยสสฺส อินฺทฺริยานํ ปริปกฺกภาวํ ญตฺวา ตํ อุทิกฺขนฺโต พาราณสิยํ วิหาสิ, เตน สมเยน ยโส นามาติ สมฺพนฺโธ. ตสฺส กิร อุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย ตสฺส กุลสฺส กิตฺติสทฺทสงฺขาโต, ปริชนสงฺขาโต วา ยโส วิเสสโต ปวฑฺฒติ. เตน ตสฺส มาตาปิตโร เอวํ นามมกํสุ. ‘‘สุขุมาโล’’ติอาทิ กิมตฺถํ อายสฺมตา อุปาลิตฺเถเรน วุตฺตนฺติ? ปจฺฉิมชนสฺส เนกฺขมฺเม สมุสฺสาหนชนนตฺถํ. เอวํ อุตฺตมโภคสมปฺปิตานมฺปิ อุตฺตเมสุ โภเคสุ อปฺปมตฺตเกนาปิ อสุภนิมิตฺเตน วิตชฺเชตฺวา กาลากาลํ อคเณตฺวา วิเวกาภิรติยา มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ ติณํ วิย ปหาย เคหโต นิกฺขมนา อโหสิ, กสฺส ปนญฺญสฺส น สิยาติ อธิปฺปาโย. สมงฺคีภูตสฺสาติ เตหิ เอกตฺตํ อุปคตสฺส, อวิวิตฺตสฺสาติ อตฺโถ. นิทฺทา โอกฺกมีติ มนาเปสุปิ วิสเยสุ ปวตฺตึ นิวาเรตฺวา ตสฺส จิตฺตํ อติกฺกมิตฺวา อภิภวิตฺวา อตฺตโน วสํ อุปเนสีติ อตฺโถ. สพฺพรตฺติโย จาติ ตโยปิ ยาเม. เตน ปริชนสฺส วิการทสฺสเน การณํ ทสฺเสติ. รตฺติ-สทฺโท ปเนตฺถ กาเล สูริยาภาเว, ยาเม จ ปวตฺตตีติ วิญฺเญยฺโย. ยาเมวิธ วิญฺเญยฺโย ติจีวรวิปฺปวาเส จ. กจฺเฉติ กจฺฉปสฺเส. กณฺเฐติ กณฺฐสฺส เหฏฺฐา. มุทิงฺคสฺส หิ อุปริ กณฺฐํ ฐเปตฺวา สยนฺติยา กณฺเฐ มุทิงฺคํ อทฺทสาติ อตฺโถ. อาฬมฺพรนฺติ ปณวํ. อุภโตมุขสฺส ตนุกา ทีฆา. วิตฺถินฺนสมตลสฺส วาทิตสฺส เอตํ อธิวจนํ. วิปฺปลปนฺติโยติ สุปินทสฺสนาทิวเสน อสมฺพนฺธปลาปํ วิปฺปลปนฺติโย. สุสานํ มญฺเญติ สุสานํ วิย อทฺทส สกํ ปริชนนฺติ สมฺพนฺโธ. อาทีนโวติ อสุภภาโว. นิพฺพิทาย จิตฺตํ สณฺฐาตีติ วิมุจฺจิตุกามตาสงฺขาตาย อุกฺกณฺฐาย จิตฺตํ นมีติ อตฺโถ. อุทานํ อุทาเนสีติ ‘‘อิโต ปฏฺฐาย อิมาหิ อิตฺถีหิ สห นาหํ ภวิสฺสามี’’ติ อตฺตมนวาจํ นิจฺฉาเรสิ. เทฺว กิร อาการา ตสฺส ปมาทสุตฺตปริชนทสฺสเน ปากฏา ชาตา กิเลสานํ พลวภาโว, อสุภาการสฺส อติโอฬาริกภาโว จ. เอวํ สติ โอฬาริกตเร จ อสุภากาเร กิเลสวเสนายํ สพฺโพปิ โลโก เอตฺถ ปีฬิโต มุจฺฉิโต. อโห กิเลสา พลวตราติ หิ ปสฺสโต ปสฺสโต ตสฺส เทฺวปิ เต อาการา ปากฏา ชาตา, เยเนวมโวจาติ.
‘‘สุวณฺณปาทุกาโย อาโรหิตฺวา’’ติ เอเตนสฺส นิสฺสงฺคตาย วิสฺสฏฺฐคมนํ ทีเปติ. โส หิ พลวสํเวคาภิตุนฺนหทยตฺตา ปริชนสฺส ปโพเธ สติปิ อตฺตโน คมนนิวารณสมตฺถภาวํ อสหมาโน อตฺตานํ ตกฺเกนฺโต วิสฺสฏฺโฐ อคมาสิ. อมนุสฺสาติ เทวตา. ตา หิ มนุสฺเสหิ สุคติปฏิเวธญาณสณฺฐานาทิคุณสามญฺเญน ‘‘อมนุสฺสา’’ติ วุจฺจนฺติ. น หิ อสมานชาติกา ติรจฺฉานาทโย ‘‘อพฺราหฺมณา’’ติ วา ‘‘อวสลา’’ติ วา วุจฺจนฺติ, กินฺตุ ชาติสภาคตาย เอว วสลาทโย ‘‘อพฺราหฺมณา’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวํ มนุสฺเสหิ เกนจิ อากาเรน สภาคตาย เทวตา ‘‘อมนุสฺสา’’ติ วุตฺตา. อญฺญถา มนุสฺสา น โหนฺตีติ ติรจฺฉานคตาปิ ‘‘อมนุสฺสา’’ติ วตฺตพฺพา ภเวยฺยุํ.
๒๖. วนคหนํ ทิสฺวา ‘‘สุมุตฺโตหํ นครโต’’ติ ปมุทิตตฺตา ภควโต อวิทูเร อุทาเนสิ. อิทํ โข ยสาติ ภควา นิพฺพานํ สนฺธายาห. ตญฺหิ ตณฺหาทิกิเลเสหิ อนุปทฺทุตํ, อนุปสฏฺฐตญฺจ ทสฺสนมตฺเตนาปิ อสฺสาทชนนโต. ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ เยน ตํ นิพฺพานํ อิธ นิสินฺนมตฺโตว ตฺวํ อธิคมิสฺสสีติ อธิปฺปาโย. กิราติ อสฺสทฺเธยฺยอพฺยตฺติปริหาเสสุ นิปาโต, อิธ อพฺยตฺติยํ. สุวณฺณปาทุกาโย โอโรหิตฺวาติ จ สุวณฺณปาทุกาหิ โอตริตฺวา. นิสฺสกฺกตฺเถ หิ อิทํ ปจฺจตฺตวจนํ. ตสฺส นิสินฺนมตฺตสฺเสว อญฺญํ สมฺโมทนียํ กถํ อกตฺวา อนามนฺเตตฺวา อนุปุพฺพึ กถํ กเถสิ. สุปริปกฺกินฺทฺริยตฺตา, ปฏิเวธกฺขณานติกฺกมนตฺถํ อนุปทฺทุตานุปสฏฺฐตานํ ปาปกธมฺมเทสนาภิมุขจิตฺตตฺตา, เสฏฺฐิสฺส คหปติโน อจิราคมนทสฺสนโต จ. กิมตฺถํ ภควา ตสฺส สุฏฺฐุตรํ สํวิคฺคหทยสฺส ภวโต มุจฺจิตุกามสฺส ภวาภวูปายานิสํสกถํ ปฐมเมว กเถสีติ? สพฺพภวาทีนวทสฺสนตฺถํ. โส หิ มนุสฺสโลกสฺเสว อุปทฺทุตอุปสฏฺฐภาวํ อทฺทส, น สคฺคานนฺติ กทาจิ สคฺคโลกํ สุขโต มญฺเญยฺย. ตตฺถ สุขสญฺเญน นิพฺพานาภิมุขํ จิตฺตํ เปเสยฺยาติ สคฺคานมฺปิ อาทีนวํ ทสฺเสตุกามตาย อนุปุพฺพึ กถํ อารภิ. เอตฺถ ทานํ, ทานานิสํสํ, สีลานิสํสญฺจ กเถนฺโต ทานสีลกถํ กเถติ นาม. สคฺควณฺณํ กเถนฺโต สคฺคกถํ กเถติ นาม. ตตฺถ วตฺถุกามกิเลสกามานํ อนิจฺจตํ, อปสาทตํ, มหาทีนวตญฺจ กเถนฺโต กามานํ อาทีนวํ, โอการํ, สํกิเลสญฺจ ปกาเสติ. เนกฺขมฺเม ตทภาวโต จ ตํนิสฺสรณโต จ ตพฺพิปรีตํ อานิสํสํ กเถนฺโต เนกฺขมฺเม อานิสํสํ ปกาเสติ นาม. ตตฺถ โอการนฺติ อวการํ ลามกภาวํ. สํกิเลสนฺติ สํกิลิสฺสนํ พาธนํ อุปตาปนํ วาติ อตฺโถ. กลฺลจิตฺตํ ปญฺญินฺทฺริยสฺส อานุภาเวน, ทิฏฺฐิโยควิจิกิจฺฉาโยคานํ ปญฺญินฺทฺริเยน วิหตตฺตา. มุทุจิตฺตํ สตินฺทฺริยสมาโยเคน, วิหึสาสารมฺภาทิกิเลสปเวสํ นิวาเรตฺวา จิตฺตมุทุตาทิกุสลธมฺมปฺปเวสนํ กโรนฺตํ สหชาตํ จิตฺตํ มุทุํ กโรติ. สมาธินฺทฺริยสฺส อานุภาเวน วินีวรณจิตฺตํ. ตญฺหิ วิเสสโต นีวรณวิปกฺขภูตนฺติ. วีริยินฺทฺริยวเสน อุทคฺคจิตฺตํ. ตญฺหิ ถินมิทฺธสงฺขาตลีนภาววิปกฺขนฺติ. สทฺธินฺทฺริยสฺส อานุภาเวน ปสนฺนจิตฺตํ ตสฺส ปสาทลกฺขณตฺตา. สามุกฺกํสิกาติ เอตํ วิสยวเสน เทสนํ อุปาลิตฺเถโร ปกาเสติ. สจฺจานิ หิ สามุกฺกํสิกเทสนาย วิสยานิ. อญฺญถา ทุกฺขาทีนิ สามุกฺกํสิกา ธมฺมเทสนาติ อาปชฺชติ ตสฺส วิภาวเน สจฺจานํ นิทฺทิฏฺฐตฺตา.
๒๗. จตุทฺทิสาติ จตูสุ ทิสาสุ. อภิสงฺขเรสีติ อภิสงฺขริ. กิมตฺถนฺติ เจ? อุภินฺนํ ปฏิลภิตพฺพวิเสสนฺตรายนิเสธนตฺถํ. ยทิ โส ปุตฺตํ ปสฺเสยฺย, ปุตฺตสฺสปิ ธมฺมจกฺขุปฏิลาโภ อรหตฺตุปฺปตฺติ, เสฏฺฐิสฺสปิ ธมฺมจกฺขุปฏิลาโภ น สิยา. ทิฏฺฐสจฺโจปิ ‘‘เทหิ เต มาตุยา ชีวิต’’นฺติ วทนฺโต กิมญฺญํ น กเรยฺย. ยโสปิ ตํ วจนํ สุตฺวา อรหาปิ สมาโน สยํ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวา ภควนฺตํ อุลฺโลเกนฺโต กิมญฺญาย สณฺฐเหยฺย.
๒๘. อุโภหิปิ ปตฺตพฺพวิเสสโกฏิยา ปตฺตตฺตา ภควา ปุน ตํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภสิ. ปุพฺเพ อคาริกภูโตติ ตสฺส โสตาปนฺนกาลํ สนฺธายาห. โสตาปนฺโน หิ อคารมชฺเฌ วสนารหตฺตา อคาริยภูโต นาม โหติ อปพฺพชิโต. สมฺปติ ปพฺพชิโต สมาโน อคารมชฺฌวสนสฺส อภพฺพตฺตา ‘‘อคาริโก’’ติ น วุจฺจติ, ตสฺมา เอวมาห. ยสฺส ทิฏฺโฐติ สมฺพนฺโธ, เยน ทิฏฺโฐติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘เสยฺยถาปิ ปุพฺเพ อคาริกภูโต’’ติ วจเนน ลทฺธนยตฺตา ปจฺฉา คหปติ คิหิเวสธาริเมว ยสํ สนฺธายาห ‘‘ยเสน กุลปุตฺเตน ปจฺฉาสมเณนา’’ติ. ตตฺถ จร พฺรหฺมจริยนฺติ อาภิสมาจาริกสีลํ พฺรหฺมจริยํ จร ปริปูเรหิ ตาว, ยาว สมฺมาทุกฺขสฺสนฺตกิริยา, ยาว จุติจิตฺตาติ อธิปฺปาโย. ลิงฺคพฺรหฺมจริยํ สนฺธายาติ โปราณา, ตญฺจ ยุตฺตํ. ลิงฺคมตฺตญฺหิ สนฺธาย โส อายสฺมา ‘‘ลเภยฺยาหํ, ภนฺเต, ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปท’’นฺติ อาห.
กิมตฺถํ ภควา ยสสฺส มาตุ, ปชาปติยา จ ภตฺตกิจฺจํ อกตฺวาว ธมฺมํ เทเสสีติ? ยสสฺส ปพฺพชฺชาย โสกสลฺลสมปฺปิตตฺตา ทานญฺจ โสมนสฺสิกจิตฺเตน น ทเทยฺยุํ, สตฺถริ จ โทมนสฺสปฺปตฺตา หุตฺวา มคฺคปฏิเวธมฺปิ น ลเภยฺยุนฺติ ภควา ปฐมํ ตาว ตา วิคตโสกสลฺลหทยาโย กตฺวา ปุน ภตฺตกิจฺจํ อกาสิ.
๓๐. เสฏฺฐานุเสฏฺฐีนนฺติ อนุกฺกมเสฏฺฐีนนฺติ โปราณา. ‘‘เสฏฺฐิโน จานุเสฏฺฐิโน จ ยานิ กุลานิ, ตานิ เสฏฺฐานุเสฏฺฐานิ กุลานิ, เตสํ เสฏฺฐานุเสฏฺฐีนํ กุลาน’’นฺติ ลิขิตํ. ธมฺมวินโยติ สาสนพฺรหฺมจริยํ ปาวจนนฺติ อิธ อตฺถโต เอกํ. อถ วา ธมฺเมน วินโย, น ทณฺฑสตฺเถหีติ ธมฺมวินโย, ธมฺมาย วินโย, น หึสตฺถนฺติ วา ธมฺมโต วินโย, นาธมฺมโตติ วา ธมฺโม วินโย, นาธมฺโมติ วา ธมฺมานํ วินโย, น อญฺเญสนฺติ วา ธมฺมกายตฺตา, ธมฺมสามิตฺตา วา ธมฺโม ภควา, ตสฺส ธมฺมสฺส วินโย, น ตกฺกิกานนฺติ วา ธมฺมวินโย. สมานาธิกรณวเสน วา ธมฺมวินโย นีลุปฺปลํ วิย, ธมฺโม จ วินโย จาติ ธมฺมวินโย ผลาผลํ วิย นปุํสกมิติ ปุลฺลิงฺคาปเทสโต อสฺส ลิงฺคภาโว สิทฺโธ, ยสฺส วา ธมฺโม วินโย, โส ธมฺมวินโย เสตปโฏ ปุริโส วิย, ธมฺเมน ยุตฺโต วา วินโย ธมฺมวินโย อสฺสรโถ วิยาติ เอวมาทินา นเยน โยชนา เวทิตพฺพา.
๓๔. ‘‘ขณฺฑสีมํ เนตฺวา’’ติ ภณฺฑุกมฺมาโรจนปฏิหรณตฺถํ วุตฺตํ. เตน ‘‘สภิกฺขุเก วิหาเร อญฺญมฺปิ เอตสฺส เกเส ฉินฺทา’’ติ วตฺตุํ น วฏฺฏตีติ. ปพฺพาเชตฺวาติ อิมสฺส อธิปฺปายปกาสนตฺถํ ‘‘กาสายานิ อจฺฉาเทตฺวา เอหี’’ติ วุตฺตํ. อุปชฺฌาโย เจ เกสมสฺสุโอโรปนาทีนิ อกตฺวา ปพฺพชตฺถํ สรณานิ เทติ, น รุหติ ปพฺพชฺชา. กมฺมวาจํ สาเวตฺวา อุปสมฺปาเทติ, รุหติ อุปสมฺปทา. อปฺปตฺตจีวรานํ อุปสมฺปทาสิทฺธิทสฺสนโต, กมฺมวิปตฺติยา อภาวโต เจตํ ยุชฺชเตวาติ เอเก. โหติ เจตฺถ –
‘‘สลิงฺคสฺเสว ปพฺพชฺชา, วิลิงฺคสฺสาปิ เจตรา;
อเปตปุพฺพเวสสฺส, ตํ ทฺวยํ อิติ จาปเร’’ติ.
ภิกฺขุนา หิ สหตฺเถน วา อาณตฺติยา วา ทินฺนเมว กาสาวํ วฏฺฏติ, อทินฺนํ น วฏฺฏตีติ ปน สนฺเตเสฺวว กาสาเวสุ, นาสนฺเตสุ อสมฺภวโตติ เตสํ อธิปฺปาโย. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, ปพฺพาเชตพฺโพ อุปสมฺปาเทตพฺโพ. ปฐมํ…เป…อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อิเมหิ ตีหิ สรณคมเนหิ ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปทนฺติ เอตฺถ อิมินา อนุกฺกเมน ทินฺเนหิ ตีหิ สรณคมเนหิ ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปทํ อนุชานามิ เกวเลหีติ อธิปฺปายทสฺสนโต –
อาทินฺนปุพฺพลิงฺคสฺส, นคฺคสฺสาปิ ทฺวยํ ภเว;
เนตรสฺสาติ โน ขนฺติ, สพฺพปาฐานุโลมโตติ. –
อาจริโย. อาจริเยน อทินฺนํ น วฏฺฏตีติ เอตฺถ ‘‘ปพฺพชฺชา น รุหตีติ วทนฺตี’’ติ ลิขิตํ. โปราณคณฺฐิปเทปิ ตเถว ลิขิตํ. อุราทีนิ ฐานานิ นาม. สํวุตาทีนิ กรณานิ นาม. ‘‘อนุนาสิกนฺตํ กตฺวา เอกสมฺพนฺธํ กตฺวา ทานกาเล อนฺตรา อฏฺฐตฺวา วตฺตพฺพํ. วิจฺฉินฺทิตฺวา ทาเนปิ ยถาวุตฺตฏฺฐาเน เอว วิจฺเฉโท, อญฺญตฺร น วฏฺฏตี’’ติ ลิขิตํ. อนุนาสิกนฺเต ทิยฺยมาเน ขลิตฺวา ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามี’’ติ มกาเรน มิสฺสีภูเต เขตฺเต โอติณฺณตฺตา วฏฺฏตีติ อุปติสฺสตฺเถโร. มิสฺสํ กตฺวา วตฺตุํ วฏฺฏติ, วจนกาเล ปน อนุนาสิกฏฺฐาเน วิจฺเฉทํ อกตฺวา วตฺตพฺพนฺติ ธมฺมสิริตฺเถโร. ‘‘เอวํ กมฺมวาจายมฺปี’’ติ วุตฺตํ. อุภโตสุทฺธิยาว วฏฺฏตีติ เอตฺถ มหาเถโร ปติตทนฺตาทิการณตาย อจตุรสฺสํ กตฺวา วทติ, พฺยตฺตสามเณโร สมีเป ฐิโต ปพฺพชฺชาเปกฺขํ พฺยตฺตํ วทาเปติ. มหาเถเรน อวุตฺตํ วทาเปตีติ น วฏฺฏติ. กมฺมวาจาย อิตโร ภิกฺขุ เจ วทติ, วฏฺฏตีติ. สงฺโฆ หิ กมฺมํ กโรติ, น ปุคฺคโลติ. น นานาสีมปวตฺตกมฺมวาจาสามญฺญนเยน ปฏิกฺขิปิตพฺพตฺตา. อถ เถเรน จตุรสฺสํ วุตฺตํ ปพฺพชฺชาเปกฺขํ วตฺตุํ อสกฺโกนฺตํ สามเณโร สยํ วตฺวา วทาเปติ, อุภโตสุทฺธิ เอว โหติ เถเรน วุตฺตสฺเสว วุตฺตตฺตา. พุทฺธํ สรณํ คจฺฉนฺโต อสาธารเณ พุทฺธคุเณ, ธมฺมํ สรณํ คจฺฉนฺโต นิพฺพานํ, สงฺฆํ สรณํ คจฺฉนฺโต เสกฺขธมฺมํ, อเสกฺขธมฺมญฺจ สรณํ คจฺฉตีติ อคฺคหิตคฺคหณวเสน โยชนา กาตพฺพา. อญฺญถา สรณตฺตยสงฺกรโทโส. สพฺพมสฺส กปฺปิยากปฺปิยนฺติ ทสสิกฺขาปทวินิมุตฺตํ ปรามาสาปรามาสาทิ. ‘‘อาภิสมาจาริเกสุ วิเนตพฺโพ’’ติ วจนโต เสขิยอุปชฺฌายวตฺตาทิอาภิสมาจาริกสีลมเนน ปูเรตพฺพํ. ตตฺถ จาริตฺตสฺส อกรเณ วาริตฺตสฺส กรเณ ทณฺฑกมฺมารโห โหตีติ ทีเปติ.
ปพฺพชฺชากถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุติยมารกถาวณฺณนา
๓๕. ‘‘เตน เหตุนา’’ติ วจนโต ปาฬิยํ ‘‘โยนิโสมนสิการาสมฺมปฺปธานา’’ติ เหตฺวตฺเถ นิสฺสกฺกวจนนฺติ เวทิตพฺพํ.
ทุติยมารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุรุเวลปาฏิหาริยกถาวณฺณนา
๓๗-๘. วเสยฺยามาติ ‘‘ตฺวญฺจ อหญฺจ วเสยฺยามา’’ติ ปิยวจเนน ตสฺส สงฺคณฺหนตฺถํ วุตฺตํ กิร. เตชสา เตชนฺติ อานุภาเวน อานุภาวํ. เตโชธาตุยา วา เตโชธาตุํ. อุภินฺนํ สโชติภูตานนฺติ อนาทรตฺเถ สามิวจนํ, ภาวสตฺตมีอตฺเถ วา. อคฺยาคารเมว อาทิตฺตํ, น ตตฺถ วสนโก สตฺตชาติโก. อจินฺเตยฺโย หิ อิทฺธิวิสโย. กสฺมา ปน ภควา อคฺยาคารมฺปิ อนาทิตฺตํ นาธิฏฺฐาสีติ? อตฺตโน ทุกฺขุปฺปาทาภาวสฺส อนติวิมฺหาทิภาวปฺปสงฺคโต. กิมตฺถํ ปรสนฺตกํ มหาสมฺภารปวตฺตํ ตํ วินาเสตีติ? ปุน ยถาโปราณํ อิทฺธานุภาเวน กตฺตุกามตาธิปฺปายโต. ปริยาทินฺโนติ ขยํ นีโต. เตชสา เตชนฺติ อานุภาเวน อานุภาวํ. อคฺยาคารสฺส ปริตฺตตฺตา อิตโร อตฺโถ น สมฺภวติ. อยมตฺโถ ‘‘มกฺขํ อสหมาโน’’ติ อิมินา อติวิย สเมติ. อิทฺธานุภาวมกฺขนญฺหิ ตตฺถ มกฺโข นาม. ปตฺเตนาติ ปทุมปตฺเตนาติปิ โปราณา. ปทุมินิสณฺเฑ ฐิโต หิ ภควา ตตฺถ อโหสีติ เตสํ มติ.
๓๙. ทินฺนนฺติ อนุมตินฺติ อตฺโถ. อภีโต นิพฺภโย. กสฺมา? ยโต โส มคฺเคน ภยมตีโต. ‘‘สุมนมนโสติ สุนฺทรจิตฺตสงฺขาตมโน. สุมโน เอว วา’’ติ ลิขิตํ. เตโชวาติ อคฺคิ วิย. ธาตุกุสโลติ เตโชธาตุมฺหิ กุสโล. ‘‘พฺยวหิตา เจ’’ติ สทฺทลกฺขณตฺตา จ อุปสคฺโค. เตโชธาตุสมาปตฺตีสุ กุสโล อิจฺเจวตฺโถ. อุทิจฺฉเรติ อุลฺโลเกสุํ. ‘‘สํปริวาเรสุ’’นฺติ จ ลิขิตํ. อิติ เอวํ ภณนฺตีติ อตฺโถ. หตาติ สมาติ อตฺโถ, กาฬกาว โหนฺตีติ กิเรตฺถ อธิปฺปาโย. อีสกมฺปิ พฺยาปารํ อกตฺวา อุปสมานุรูปํ ติฏฺฐนฺติ. เย จ อเนกวณฺณา อจฺจิโย โหนฺตีติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘นีลา อถ โลหิติกา’’ติอาทิมาห.
๔๐. จตุทฺทิสาติ จตูสุ ทิสาสุ.
๔๔. ปํสุกูลํ อุปฺปนฺนนฺติ ปริเยสมานสฺส ปฏิลาภวเสน อุปฺปนฺนํ โหติ. จิตฺตวิจิตฺตปาฏิหีรทสฺสนตฺถาย จ สา ปริเยสนา. สา อยํ สายํ. ตา อิมา ตยิมา. เทฺว เอกโต คเหตฺวา วทติ. อายามิ อหํ อายมหํ. เอตนฺติ เอตสฺส. ยถา มยนฺติ ยสฺมา มยํ.
๕๐-๕๑. อุทกวาหโกติ อุทโกโฆ. อุทกโสโตติ โปราณา. ‘‘ยาย ตฺว’’นฺติ ปุพฺพภาควิปสฺสนาปฏิปทํ สนฺธาย วุตฺตํ. จิรปฏิกาติ จิรปภุติ, นาคทมนโต ปฏฺฐาย จิรปฏิกา. ‘‘จิรปฏิสงฺขา’’ติปิ วทนฺติ. เกสมิสฺสนฺติอาทิมฺหิ อพฺโพกิณฺณํ วิสุํ วิสุํ พนฺธิตฺวา ปกฺขิตฺตตฺตา เกสาทโยว เกสมิสฺสาติ โปราณา. ขาริกาชมิสฺสนฺติ เอตฺถ ขารี วุจฺจติ ตาปสปริกฺขาโร. ชฏิเล ปาเหสีติ เทฺว ตโย ตาปเส ปาเหสิ. ‘‘โสฬสาติเรกอฑฺฒอุฑฺฒานิ ปาฏิหาริยสหสฺสานี’’ติ วุตฺตํ.
๕๔. อคฺคิหุตฺเต กตปริจยตฺตา ภควา เตสํ อาทิตฺตปริยาย-มภาสิ (สํ. นิ. ๔.๒๘). ตตฺถ เอกจฺจํ อารมฺมณวเสน อาทิตฺตํ จกฺขาทิ ราคคฺคินา, เอกจฺจํ สมฺปโยควเสน จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา เวทยิตาทิเกเนว, เอกจฺจํ อภิภูตตฺเถน จกฺขาทิ เอว ชาติอาทินา, เอกจฺจํ ปจฺจยตฺเถน, ตเทว โสกาทินาติ ยถาสมฺภวเมตฺถ อาทิตฺตตา เวทิตพฺพา. เอตฺถ กิญฺจาปิ ทุกฺขลกฺขณเมเวกํ ปากฏํ, ตทนุสาเรน ปน อิตรํ ลกฺขณทฺวยมฺปิ เตหิ ทิฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ ทุกฺขาการสฺส อิตราการทีปนโต. สนฺตสุขตณฺหาภินิวิฏฺฐตฺตา ปเนสํ ทุกฺขลกฺขณปุพฺพงฺคมา เทสนา กตาติ เวทิตพฺพา.
อุรุเวลปาฏิหาริยกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
พิมฺพิสารสมาคมกถาวณฺณนา
๕๕-๗. วตฺถุกามภูตา อิตฺถิโย กามิตฺถิโย. ทุติยาทโย อสฺสาสกา. ยสฺมา อนุปฺปนฺเน เอว ภควติ พุทฺธโกลาหลํ โลเก ปฐมเมว วสฺสสหสฺสํ อุปฺปชฺชติ. พฺรหฺมาโน จ พฺราหฺมณวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา เวเทสุ สหสฺสตฺตยมตฺตํ พุทฺธปฏิสํยุตฺตํ ปริยตฺตึ ปกฺขิปิตฺวา วาเจนฺติ, ภควโต ชาติโต ปฏฺฐาย จ พุทฺธกถา ลกฺขณญฺญูหิ พฺราหฺมเณหิ อุปฺปาทิตา, ปตฺถฏา โลเก, ตสฺมา ยุชฺชนฺติ, น อญฺญถา. ‘‘ตมทฺทส พิมฺพิสาโร, ปาสาทสฺมึ ปติฏฺฐิโต’’ติอาทิคาถาหิ โพธิสตฺตกาเล เอว อภิสิตฺตตา พิมฺพิสารสฺส สิทฺธา.
๕๘. อิธาวุโส ขีณาสโว ภิกฺขุ ปญฺจงฺควิปฺปหีโน โหติ ฉฬงฺคสมนฺนาคโต เอการกฺโข จตุราปสฺเสโน ปณุนฺนปจฺเจกสจฺโจ สมวยสฏฺเฐสโน อนาวิลสงฺกปฺโป ปสฺสทฺธกายสงฺขาโร สุวิมุตฺตจิตฺโต สุวิมุตฺตปญฺโญติ (ที. นิ. ๓.๓๔๘, ๓๖๐; อ. นิ. ๑๐.๑๙) ทส อริยวาสา นาม. รูปารูปสมาปตฺติโย อฏฺฐ นิโรธสมาปตฺติ มหากรุณาสมาปตฺตีติปิ โปราณา. ตตฺถ นีวรณา ปญฺจงฺคา จ. ฉฬงฺคุเปกฺขา ฉฬงฺคา. สตารกฺเขน เอการกฺขา. สงฺขาย เอกํ ปฏิเสวติ, อธิวาเสติ, ปริวชฺเชติ, สงฺขาย เอกํ วิโนเทตีติ อยํ จตุราปสฺเสโน. ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ ปุถุปจฺเจกสจฺจานิ จตฺตาริ ปหีนานิ, เอวํ ปณุนฺนปจฺเจกสจฺโจ. กาเมสนา ภเวสนา ปหีนา โหติ, พฺรหฺมจริเยสนา ปฏิปฺปสฺสทฺธา, เอวํ สมวยสฏฺเฐสโน. กามพฺยาปาทวิหึสาสงฺกปฺโป ปหีโน โหติ, เอวํ อนาวิลสงฺกปฺโป, สุขสฺส จ ปหานา…เป… จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ เอวํ สุวิมุตฺตจิตฺโต โหติ. ราโค ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล…เป… อนุปฺปาทธมฺโมติ ปชานาติ, โทโส, โมโห อนุปฺปาทธมฺโมติ ปชานาติ, เอวํ สุวิมุตฺตปญฺโญติ.
‘‘ฐานาฐานํ วิปากญฺจ, ญาณํ สพฺพตฺถคามินึ;
อเนกธาตุโย โลกํ, อธิมุตฺติญฺจ ปาณินํ.
‘‘ชานาติ อินฺทฺริยานญฺจ, ปโรปริยตํ มุนิ;
ฌานาทิสํกิเลสาทิ-ญาณํ วิชฺชตฺตยํ ตถา’’ติ. –
อิมานิ ทส พลานิ. อเสกฺขงฺคานิ นาม อเสกฺขา สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… อเสกฺขวิมุตฺติ อเสกฺขวิมุตฺติญาณทสฺสนนฺติ. ตตฺถ ทสมํ อเสกฺขํ. เอเตหิ ทสหิ จุเปโต ปารมีหีติ โปราณา.
พิมฺพิสารสมาคมกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปพฺพชฺชากถาวณฺณนา
๖๐. กึ กาหสีติ กึ กาหติ. ‘‘กึ กโรติ, กึ กโรสี’’ติ วา พฺยญฺชนํ พหุํ วตฺวาติ อตฺโถ. ปฏิปาเทนฺโตติ นิคเมนฺโต. ‘‘ปจฺจพฺยถา, ปจฺจพฺยถ’’นฺติปิ ปฐนฺติ. กปฺปนหุเตหีติ เอตฺถ ทสกานํ สตํ สหสฺสํ, สหสฺสานํ สตํ สตสหสฺสํ, สตสหสฺสานํ สตํ โกฏิ, โกฏิสตสหสฺสานํ สตํ ปโกฏิ, ปโกฏิสตสหสฺสานํ สตํ โกฏิปโกฏิ, โกฏิปโกฏิสตสหสฺสานํ สตํ นหุตนฺติ เวทิตพฺพํ. กปฺปนหุเตหีติ เอวมนุสารโต อพฺภตีตํ นามาติ ขนฺธกภาณกานํ ปาโฐติ.
๖๓. ‘‘กุลจฺเฉทายา’’ติ ปาโฐ, กุลุปจฺเฉทายาติ อตฺโถ. มนุสฺสา ‘‘ธมฺเมน กิร สมณา สกฺยปุตฺติยา นยนฺติ, นาธมฺเมนา’’ติ น ปุน โจเทสุนฺติ เอวํ ปาฐเสเสน สมฺพนฺโธ กาตพฺโพ.
เอตฺตาวตา เถโร นิทานํ นิฏฺฐเปสีติ เวทิตพฺพํ. โหนฺติ เจตฺถ –
‘‘ยํ ธมฺมเสนาปติ เอตฺถ มูล-
คนฺถสฺส สิทฺธิกฺกมทสฺสเนน;
นิทานนิฏฺฐานมกํสุ ธมฺม-
สงฺคาหกา เต วินยกฺกมญฺญู.
‘‘นิทานลีนตฺถปทานเมว,
นิทานิฏฺฐานมิทํ วิทิตฺวา;
อิโต ปรํ เจ วินยตฺถยุตฺต-
ปทานิ วีมํสนเมว เญยฺย’’นฺติ.
สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปพฺพชฺชากถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุปชฺฌายวตฺตกถาวณฺณนา
๖๔. พุทฺธุปชฺฌายกานํ อิตเรสํ เอหิภิกฺขูนํ นิวาสนปารุปนกปฺปโต เนสํ วิสุํ วิสุํ สทิสตฺตา ‘‘ทุนฺนิวตฺถา ทุปฺปารุตา อนากปฺปสมฺปนฺนา’’ติ วุตฺตา. น เกวลญฺจ อิตฺถมฺภูตา ปิณฺฑาย จรนฺติ, อปิจ มนุสฺสานํ ภุญฺชมานานํ อุปรีติอาทิ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ปิปาสาสหนโต, อิตเรสํ อากปฺปสมฺปตฺติยา ปสนฺนตฺตา จ.
๖๕. เกน โก อุปชฺฌาโย คเหตพฺโพติ? ‘‘ตทา โส ยสฺส สนฺติเก ปพฺพาชิโต, เอตรหิ ยสฺส สนฺติเก อุปสมฺปทาเปกฺโข โหติ. อุปชฺฌาเยน จ สาธูติ สมฺปฏิจฺฉนํ สนฺธายา’’ติ เกหิจิ ลิขิตํ. ตํ เต เอวํ ชานนฺติ ‘‘อุปชฺฌาเยน ‘สาหู’ติอาทินา สมฺปฏิจฺฉิเต สทฺธิวิหาริกสฺส ‘สาธุ สุฏฺฐุ สมฺปฏิจฺฉามี’ติ วจนํ เกวลํ ภิกฺขูหิ อาจิณฺณเมว, น กตฺถจิ ทิสฺสติ, ตสฺมา วินาปิ เตน อุปชฺฌาโย คหิโตว โหตี’’ติ. ตตฺถ สาหูติ สาธูติ วุตฺตํ โหติ. ลหูติ ลหุ, ตฺวํ มม น ภาริโยสีติ วุตฺตํ โหติ. โอปายิกนฺติ อุปายปฏิสํยุตฺตํ, อิมินา อุปาเยน ตฺวํ เม อิโต ปฏฺฐาย ภาโร ชาโตสีติ อตฺโถ. ปติรูปนฺติ อนุรูปํ เต อุปชฺฌายคฺคหณนฺติ อตฺโถ.
๖๖. ตาทิสเมว มุขโธวโนทกํ อุตุมฺหิ เอกสภาเคติ. อิโต ปฏฺฐายาติ ‘‘น อุปชฺฌายสฺส ภณมานสฺสา’’ติ เอตฺถ วุตฺตน-การโต ปฏฺฐาย. เตน ‘‘นาติทูเร คนฺตพฺพํ, นาจฺจาสนฺเน คนฺตพฺพ’’นฺติ เอตฺถ วุตฺตน-กาเรน อนาปตฺตีติ ทีเปตีติ เอเก. สจิตฺตกา อยํ อาปตฺติ, อุทาหุ อจิตฺตกาติ? อนาทริยปจฺจยตฺตา สจิตฺตกา. อนาทริยปจฺจยตา กถํ ปญฺญายตีติ เจ? อนาทริยปจฺจเยหิ สงฺคหิตนฺติ. ปาติโมกฺขุทฺเทเส เสขิยานํ คณปริจฺเฉทากรณญฺหิ ขนฺธกปริยาปนฺนาปตฺติยา สงฺคณฺหนตฺถํ. อิทํ ปน ลกฺขณํ จาริตฺเตเยว เวทิตพฺพํ, น วาริตฺเต อกปฺปิยมํสขาทนาทิอาปตฺตีนํ อจิตฺตกตฺตา. ขนฺธกวาริตฺตานํ เตหิ สงฺคโห, เสขิยวาริตฺเตเยว อจิตฺตเกหิ สูโปทนวิญฺญตฺติปจฺจยาทีหีติ อาจริโย. ยตฺถ ยตฺถ น-กาเรน ปฏิเสโธ กรียติ, กึ สพฺพตฺถ ทุกฺกฏาปตฺตีติ? อาม. ยตฺถ อฏฺฐกถาย นโย น ทสฺสิโต, ตตฺถ สพฺพตฺถ. ปรโต หิ อฏฺฐกถายํ ‘‘สเจ ปน กาฬวณฺณกตา วา สุธาพทฺธา วา โหติ นิรชมตฺติกา, ตถารูปาย ภูมิยา ฐเปตุํ วฏฺฏตี’’ติอาทินา นเยน นโย ทสฺสิโต.
เอตฺถาห – ยสฺมา ปาฬิยํเยว ‘‘สเจ อุปชฺฌายสฺส อนภิรติ อุปฺปนฺนา โหติ, ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ (มหาว. ๖๖) ภควโต วจนวเสน อฏฺฐกถายํ วุตฺตนโย ยุตฺโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘นาติทูเร นาจฺจาสนฺเน’’ติ เอตฺถ โก ภควโต วจนเลโสติ? วุจฺจเต – ‘‘ปฐมตรํ อาคนฺตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตพฺพ’’นฺติอาทีนิ วทนฺติ เทสนิยมนโต. อุปชฺฌาเยน อนุมตํเยว ปฐมคมนนฺติ เจ? น, อสิทฺธตฺตา, สิทฺเธปิ ยถาวุตฺตนยสิทฺธิโต จ. น หิ วาริตฺตสฺส อนุมติ อนาปตฺติกรา โหติ, เอวํ สนฺเตปิ วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. โกฏฺฐกนฺติ ทฺวารโกฏฺฐกํ. น นิสฺสชฺชิตพฺพํ, น นิทหิตพฺพํ วา.
อุปชฺฌายวตฺตกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นสมฺมาวตฺตนาทิกถาวณฺณนา
๖๘. อธิมตฺตํ เคหสฺสิตเปมํ น โหตีติ เอตฺถ เคหสฺสิตเปมํ น อกุสลมิจฺเจว ทฏฺฐพฺพํ ขีณาสวานมฺปิ สาธารณตฺตา อิมสฺส ลกฺขณสฺส. น ขีณาสวานํ อสมฺมาวตฺตนาภาวโตติ เจ? น, เตสํ น ปณาเมตพฺพํ ตํสมนฺนาคมนสิทฺธิโต, ตสฺมา ‘‘มเมส ภาโร’’ติ มมตฺตกรณํ ตตฺถ เปมนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘เอโก วตฺตสมฺปนฺโน…เป… เตสํ อนาปตฺตี’ติ เอตฺถ วิย สเจ เอโก วตฺตสมฺปนฺโน ภิกฺขุ ‘ภนฺเต, ตุเมฺห อปฺโปสฺสุกฺกา โหถ, อหํ ตุมฺหากํ สทฺธิวิหาริกํ, อนฺเตวาสิกํ วา คิลานํ วา อุปฏฺฐหิสฺสามิ, โอวทิตพฺพํ โอวทิสฺสามิ, อิติ กรณีเยสุ อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชิสฺสามี’ติ วทติ, เต เอวาสทฺธิวิหาริกาทโย ‘ภนฺเต, ตุเมฺหว เกวลํ อปฺโปสฺสุกฺกา โหถา’ติ วทนฺติ, วตฺตํ วา น สาทิยนฺติ, ตโต ปฏฺฐาย อาจริยุปชฺฌายานํ อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ.
นสมฺมาวตฺตนาทิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ราธพฺราหฺมณวตฺถุกถาวณฺณนา
๗๓. ‘‘ปูติมุตฺตนฺติ มุตฺตํ ปูติกาโย วิยา’’ติ วตฺวาปิ ‘‘ปูติภาเวน มุตฺตํ ปฏินิสฺสฏฺฐํ เภสชฺชํ ปูติมุตฺตเภสชฺช’’นฺติ ลิขิตํ. สพฺพตฺถ อิตฺถนฺนาโมติ เอโกว น-กาโร โหติ.
ราธพฺราหฺมณวตฺถุกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อาจริยวตฺตกถาวณฺณนา
๗๖. ‘‘อายสฺมโต นิสฺสาย วจฺฉามี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อายสฺมโต โอวาทํ นิสฺสาย วสามี’’ติ ปาฐเสสวเสน เวทิตพฺพา. นิสฺสายาติ วา นิสฺสยา, นิสฺสเยนาติ วุตฺตํ โหติ. อายสฺมโตติ วา อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ.
อาจริยวตฺตกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิกถาวณฺณนา
๘๓. ทิสํ คโตติ ตตฺถ ธุรนิกฺขิตฺตวาโส หุตฺวา ติโรคามํ คโต. ยตฺถ นิสฺสโย ลพฺภติ, ตตฺถ คนฺตพฺพนฺติ เอตฺถาปิ อุปชฺฌาเย วุตฺตนเยเนว ‘‘กติปาเหน คมิสฺสามี’’ติ คมเน เจส อุสฺสาโห รกฺขติ. มา อิธ ปฏิกฺกมีติ มา อิธ คจฺฉ. สภาคา นาม อุปชฺฌายสฺส สิสฺสา. ตตฺถ นิสฺสยํ คเหตฺวา. ยทิ เอวํ โก วิเสโสติ เจ? เตน อิทํ วุจฺจติ ‘‘อปฺเปว นาม ขเมยฺยา’’ติ. วสิตุํ วฏฺฏตีติ อุปชฺฌาเยน ปริจฺจตฺตตฺตา อุปชฺฌายสโมธานํ นิรตฺถกนฺติ อตฺโถ. สเจ อุปชฺฌาโย จิเรน อนุคฺคเหตุกาโม โหติ, ตโต ปฏฺฐาย อุปชฺฌาโยว นิสฺสโย. อุปชฺฌาโย เจ อลชฺชี โหติ, สทฺธิวิหาริเกน อเนกกฺขตฺตุํ วาเรตฺวา อวิรมนฺตํ อุปชฺฌายํ ปหาย วินาปิ นิสฺสยปณามเนน อญฺญสฺส สนฺติเก นิสฺสยํ คเหตฺวา วสิตพฺพํ. อุปชฺฌายสฺส เจ ลิงฺคํ ปริวตฺตติ, เอกทิวสมฺปิ น รกฺขติ. ปกฺขปณฺฑโก เจ โหติ, นิสฺสยชาติโก เจ ‘‘อุปชฺฌายสฺส สุกฺกปกฺขํ อาคเมหี’’ติ วทติ, สยเมว วา อาคเมติ, วฏฺฏติ. อุปชฺฌาโย เจ อุกฺเขปนิยกมฺมกโต โหติ, นานาสํวาสกภูมิยํ ฐิตตฺตา นิสฺสโย ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. สมฺมาวตฺตนฺตํ ปน ปสฺสิตฺวา กมฺมปฏิปฺปสฺสทฺธึ อาคเมตุํ ลภติ. มานตฺตาจารี เจ โหติ, อพฺภานํ อาคเมตพฺพํ. ทีฆํ เจ ปริวาสํ จรติ, อญฺญสฺส สนฺติเก นิสฺสโย คเหตพฺโพ, อุปชฺฌายสโมธานํ อปฺปมาณํ. ปริวาสมานตฺตจารินา หิ น นิสฺสโย ทาตพฺโพ. ยํ ปน ปาริวาสิกกฺขนฺธกฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘‘สทฺธิวิหาริกานมฺปิ สาทิยนฺตสฺส ทุกฺกฏเมวา’’ติอาทิ (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๕), ตํ ยถาวุตฺตมตฺถํ สาเธติ เอว. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘สเจ สทฺธาปพฺพชิตา กุลปุตฺตา ‘ตุเมฺห, ภนฺเต, วินยกมฺมมตฺตํ กโรถา’’ติ วตฺวา วตฺตํ กโรนฺติเยว, คามปฺปเวสนํ อาปุจฺฉนฺติเยว, ตํ วาริตกาลโต ปฏฺฐาย อนาปตฺตี’’ติ. ตํ วตฺตสาทิยนปจฺจยา ทุกฺกฏาภาวมตฺตทีปนตฺถํ, สทฺธิวิหาริกานํ สาเปกฺขตํ วา สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตสฺมา เต เจ อุปชฺฌาเยน วาริตานุรูปเมว ปฏิปชฺชนฺติ, นิสฺสโย เตสํ ปฏิปฺปสฺสทฺโธติ สิทฺธํ โหติ.
เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา นิวตฺตตีติ ‘‘เอตฺตาวตา ทิสาปกฺกนฺโต นาม โหติ, ตสฺมา อนฺเตวาสิเก อนิกฺขิตฺตธุเรปิ นิสฺสโย ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. อาจริยุปชฺฌายา เทฺว เลฑฺฑุปาเต อนติกฺกมฺม เลฑฺฑุปาตทฺวยพฺภนฺตเร ติโรวิหาเรปิ ปริกฺขิตฺเต, อปริกฺขิตฺเต วา วสิตุํ วฏฺฏตี’’ติ ลิขิตํ. อปริกฺขิตฺเตเยวาติ โน ตกฺโกติ อาจริโย, เอตฺถ ปน อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานโต วิมุตฺเต อญฺญสฺมึ วิหาเร วสนฺตีติ อธิปฺปาโย. วิหาโรติ เจตฺถ ‘‘ตาทิสสฺส วิหารสฺส อนฺเต ฐิตา เอกา กุฏิกา อธิปฺเปตาติ อุปติสฺสตฺเถโร’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘สเจ อุโภปิ อาจริยนฺเตวาสิกา เกนจิ…เป… นิสฺสโย น ปฏิปฺปสฺสมฺภตี’’ติ อิมินา สามญฺญโต วุตฺเตน อฏฺฐกถาวจเนน ธมฺมสิริตฺเถรวาโท สเมติ. อปริกฺขิตฺเต วาติ ทฺวินฺนํ เลฑฺฑุปาตานํ อนฺโต ปริกฺขิตฺโต วา โหติ อปริกฺขิตฺโต วา. ‘‘พหิสีม’’นฺติ จ วุตฺตตฺตา อนฺโตวิหารสีมายํ เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวาปิ วสิตุํ วฏฺฏตีติ สิทฺธตฺตา ปน อุปติสฺสตฺเถรวาโท น สเมติ. เอกาวาเส หิ ปริกฺขิตฺเต วา อปริกฺขิตฺเต วา อนฺตมโส อนฺโตติโยชเนปิ วสโต นิสฺสโย น ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. โส จ อุปจารสีมาย ปริจฺฉินฺโน, สา จ อุปจารสีมา ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขเปน อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐาเนน ปริจฺฉินฺโน เอกาวาโส.
อุโปสถกฺขนฺธเก เอกาวาสวิมติยํ สีมาย อนุญฺญาตตฺตาติ เจ? น, จีวรกฺขนฺธกฏฺฐกถาย วิจาริตตฺตา. ยถาห ‘‘สีมฏฺฐกสงฺโฆ ภาเชตฺวา คณฺหาตู’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙). กตรสีมาย ภาเชตพฺพํ? มหาสิวตฺเถโร กิราห ‘‘อวิปฺปวาสสีมายา’’ติ. ตโต นํ อาหํสุ ‘‘อวิปฺปวาสสีมา นาม ติโยชนาปิ โหติ, เอวํ สนฺเต ติโยชเน ฐิตา ลาภํ คณฺหิสฺสนฺติ, ติโยชเน ฐตฺวา อาคนฺตุกวตฺตํ ปูเรตฺวา อารามํ ปวิสิตพฺพํ ภวิสฺสติ, คมิโก ติโยชนํ คนฺตฺวา เสนาสนํ อาปุจฺฉิสฺสติ, นิสฺสยปฏิปฺปนฺนสฺส ติโยชนาติกฺกเม นิสฺสโย ปฏิปฺปสฺสมฺภิสฺสติ, ปาริวาสิเกน ติโยชนํ อติกฺกมิตฺวา อรุณํ อุฏฺฐาเปตพฺพํ ภวิสฺสติ, ภิกฺขุนิยา ติโยชเน ฐตฺวา อารามปฺปเวสนา อาปุจฺฉิตพฺพา ภวิสฺสติ, สพฺพเมตํ อุปจารสีมาปริจฺเฉทวเสน กาตุํ วฏฺฏตีติ. ตสฺมา อนฺโตอุปจารสีมาย เลฑฺฑุปาตทฺวยํ อติกฺกมิตฺวาปิ วสโต นิสฺสโย ติโยชนาติกฺกเม นิสฺสโย น ปฏิปฺปสฺสมฺภตีติ สิทฺธํ. กามญฺเจตฺถ อุปจารสีมาย ติโยชนปฺปมาณาย, อติเรกาย วา ยถาวุตฺตโทสปฺปสงฺโค สิยาติ. สา หิ อาวาเสสุ วฑฺฒนฺเตสุ วฑฺฒติ, ปริหายนฺเตสุ ปริหายตีติ วุตฺตตฺตา, ตสฺมา ตาทิสสฺส วิหารสฺส อนฺเต ฐิตา เอกา กุฏิ วิหาโรติ อิธาธิปฺเปตา. สาปิ ตสฺเสว วิหารสฺส กุฏิกาว โหตีติ กตฺวา โส อาวาโส โหติ. นานาวาโส เอว เจ อธิปฺเปโต, ‘‘อนฺเต ฐิตา กุฏิกา’’ติ น วตฺตพฺพํ. ทฺวินฺนํ เลฑฺฑุปาตานํ อพฺภนฺตเร ปน อปริกฺขิตฺเต นานาวาเส นิสฺสโย น ปฏิปฺปสฺสมฺภตีติ ยฺวายํ ‘‘โน ตกฺโก’’ติ วุตฺโต, โส ตาทิเส นานาวาเส เสนาสนคฺคาหสฺส อปฺปฏิปฺปสฺสทฺธินเยน วุตฺโต. เสนาสนคฺคาโห หิ ‘‘คหเณน คหณํ อาลโย ปฏิปฺปสฺสมฺภตี’’ติ ลกฺขณตฺตา อิตรตฺถ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. ตตฺรายํ ปาฬิ ‘‘เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต เอโก ทฺวีสุ อาวาเสสุ วสฺสํ วสิ…เป… เทถ, ภิกฺขเว, โมฆปุริสสฺส เอกาธิปฺปาย’’นฺติ (มหาว. ๓๖๔). อฏฺฐกถายญฺจสฺส เอวํ วุตฺตํ ‘‘อิทญฺจ นานาลาเภหิ นานูปจาเรหิ เอกสีมวิหาเรหิ กถิตํ, นานาสีมวิหาเร ปน เสนาสนคฺคาโห ปฏิปฺปสฺสมฺภตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๖๔). อปริกฺขิตฺตา นานาวาสา เอกูปจารสงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ. ปริกฺขิตฺตญฺจ เอกูปจารํ อปริกฺขิตฺตสงฺขฺยํ คจฺฉติ. เอตฺตาวตา เลฑฺฑุปาตทฺวยพฺภนฺตเร อปริกฺขิตฺเต อญฺญสฺมึ วิหาเร วสโต นิสฺสโย ปน น ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, ปริกฺขิตฺเต ปฏิปฺปสฺสมฺภติ เอวาติ อยมตฺโถ สาธิโตติ. เอตฺถาห – เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวาว สโตปิ นิสฺสโย น ปฏิปฺปสฺสมฺภติ. วุตฺตญฺหิ นิสฺสคฺคิยฏฺฐกถายํ ‘‘สเจ คจฺฉนฺตานํเยว อสมฺปตฺเตสุ ทหเรสุ อรุณํ อุคฺคจฺฉติ, จีวรํ นิสฺสคฺคิยํ โหติ, นิสฺสโย ปน น ปฏิปฺปสฺสมฺภตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๙๕)? วุจฺจเต – ตํ อุปชฺฌาเยน สมาคเม สอุสฺสาหตาย วุตฺตํ. อิธ ธุววาสํ สนฺธาย, ตสฺมา อญฺญมญฺญํ น วิโลเมนฺติ. เกจิ ปน ‘‘เทฺว เลฑฺฑุปาตํ อติกฺกมฺมาติ อิทํ เทวสิกํ อาโรเจตฺวา วสนวเสน วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตเมวาติ มม ตกฺโก. เทวสิกํ อาโรเจตฺวา วตฺถพฺพนฺติ หิ เนว ปาฬิยํ น อฏฺฐกถายํ ทิสฺสติ, ตญฺจ ปน อปกตญฺญูหิ อาจิณฺณนฺติ เวทิตพฺพํ.
นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุปสมฺปาเทตพฺพปญฺจกกถาวณฺณนา
๘๔. น อเสกฺเขน สีลกฺขนฺเธนาติอาทิ ‘‘อตฺตานเมว ปฐมํ, ปติรูเป นิเวสเย’’ติ (ธ. ป. ๑๕๘) วจนวเสน วุตฺตํ, น อาปตฺติองฺควเสน. นีลสมาโยคโต นีลํ วิย วุตฺตํ ‘‘อเสกฺเขน วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธนา’’ติ. อธิสีเล สีลวิปนฺโน นาม อาปชฺชิตฺวา อวุฏฺฐิโต.
อุปสมฺปาเทตพฺพปญฺจกกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อญฺญติตฺถิยปุพฺพวตฺถุกถาวณฺณนา
๘๖. โย โส อญฺญติตฺถิยปุพฺโพติ เอตฺถ เทฺว อตฺถวิกปฺปา – ตสฺส ปสูรสฺส ภิกฺขุภาวํ สนฺธาย อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ, โส ภิกฺขุ ตํเยว ติตฺถายตนํ สงฺกมีติ อยเมโก อตฺโถ. เอวํ ติตฺถิยปกฺกนฺตโก ปุน คิหิเวเสน อาคโต อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ, โส อาคโต น อุปสมฺปาเทตพฺโพติ อยเมโก อตฺโถ. ตํ อญฺญติตฺถิยปกฺกนฺตกํ ฐเปตฺวา ‘‘โย โส, ภิกฺขเว, อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ’’ติ เอตฺถ น คิหิเวสธารโณว ปุพฺพสทฺเทน วุตฺโต, กินฺตุ ตสฺมึ อตฺตโน ยถาสมาทินฺนติตฺถิยเวเส ฐิโตปิ. ทิฏฺฐิวเสน อติตฺถิยภูตตฺตา อติตฺถิยปุพฺโพ, โส ปนาคโต วิพฺภนฺโต อาคจฺฉติ, ตสฺส ปริวาสทานกิจฺจํ นตฺถิ. กึ อิมสฺส อญฺญติตฺถิยปุพฺพสฺส ภิกฺขุเวสํ คเหตฺวา สรณคมเนน สามเณรปพฺพชฺชา ชาตา, น ชาตาติ? กิญฺเจตฺถ ยทิ ชาตา, ‘‘โย โส, ภิกฺขเว, อญฺโญปิ อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อากงฺขติ ปพฺพชฺชํ, อากงฺขติ อุปสมฺปทํ, ตสฺส จตฺตาโร มาเส ปริวาโส ทาตพฺโพ’’ติ (มหาว. ๘๖) วจนํ วิรุชฺฌติ. อถ น ชาตา, ปริวาสกมฺมวาจาย ปพฺพชฺชาย อปรามสนํ วิรุชฺฌตีติ. ตตฺถ มหาวิหารวาสิโน ‘‘สามเณรสฺเสว สโต ปริวาโส ทาตพฺโพ’’ติ วทนฺติ. อิตเร ตถา น วทนฺติ. เต หิ ‘‘เอวํ อาราธโก โข ภิกฺขเว อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ อาคโต อุปสมฺปาเทตพฺโพ’ติ (มหาว. ๘๗) สุตฺตปทํ ปริหริตพฺพํ, ปุเร จ ปจฺฉา จ ‘อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ’ติ วจนสามญฺญโต น สามเณโร ชาโตติ เจ, ยทิ เอวํ อปพฺพาเชตฺวาว อุปสมฺปาเทตพฺโพติ อาปชฺชติ. ตโต จ สพฺพปฐมํ วุตฺตสุตฺตํ วิรุชฺฌติ. ‘ติตฺถายตนํ สงฺกนฺโต’ติ ปาโฐปิ น สุนฺทรํ. ปาณาติปาตาทีสุ อญฺญตรํ สเจ ภินฺทติ, จตฺตาโร มาเส ปริปุณฺเณปิ ปุน ปริปูเรตพฺพํ วิย ทิสฺสติ. วุตฺตมฺปิ ตสฺส สํวรํ ภิกฺขุกรณตฺถาย อนุญฺญาตตฺตา สีเล วตฺตพฺพํ นตฺถี’’ติ วทนฺติ, วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ. สรณานิ สเจ ภิชฺชนฺติ สามเณรสฺเสว.
อญฺญติตฺถิยปุพฺพวตฺถุกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.