๑๑. เอกาทสมาทิสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๒๑๔. อุปจารํ สนฺธาย กถิตนฺติ ‘‘ทฺวาทสหตฺถํ อุปจาโร’’ติ ลิขิตํ.

๑๒๒๑. สุตฺตนฺเต โอกาสํ การาเปตฺวา วินยํ วา อภิธมฺมํ วา ปุจฺฉตีติ เอตฺถ จ ตีณิ ปิฏกานิ อตฺตโน อตฺตโน นาเมน วุตฺตานีติ กตฺวา อภิธมฺโม พุทฺเธน ภาสิโต เอวาติ ทีปิตํ โหติ.

๑๒๒๔-๕. ถโน จ อุทโร จ ถนุทรา. ‘‘สํกจฺจิกาย ปมาณํ ติริยํ ทิยฑฺฒหตฺถา’’ติ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ. ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ โอกฺกมนฺติยา’’ติ พหูสุ โปตฺถเกสุ, สงฺฆาทิเสสกณฺเฑ วิย ‘‘อุปจารํ อติกฺกมนฺติยา’’ติ ปาโฐ อปฺปเกสุ, โสว ปาโฐ. อฏฺฐกถายํ ‘‘ปริกฺเขปํ อติกฺกมนฺติยาติ เอเกน ปาเทน อติกฺกนฺเต ทุกฺกฏํ, ทุติเยน ปาจิตฺติยํ. อุปจาเรปิ เอเสว นโย’’ติ วจนมฺปิ ‘‘อุปจารํ อติกฺกมนฺติยา’’ติ ปาโฐติ ทีเปตีติ โน ตกฺโกติ อาจริโย.

เอกาทสมาทิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ฉตฺตุปาหนวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิคมนวณฺณนา

คิรคฺคสมชฺชาทีนิ ‘‘อจิตฺตกานิ โลกวชฺชานี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘นจฺจ’’นฺติ วา ‘‘คนฺโธ’’ติ วา อชานิตฺวาปิ ทสฺสเนน, วิลิมฺปเนน วา อาปชฺชนโต วตฺถุอชานนจิตฺเตน อจิตฺตกานิ. ‘‘นจฺจ’’นฺติ วา ‘‘คนฺโธ’’ติ วา ชานิตฺวา ปสฺสนฺติยา, วิลิมฺปนฺติยา จ อกุสลตฺตา เอว โลกวชฺชานิ. โจริวุฏฺฐาปนาทีนิ ‘‘โจรี’’ติอาทินา วตฺถุํ ชานิตฺวา กรเณ เอว อาปตฺติสพฺภาวโต สจิตฺตกานิ. อุปสมฺปทาทีนํ เอกนฺเตน อกุสลจิตฺเตเนว อกตฺตพฺพตฺตา ปณฺณตฺติวชฺชานิ. ‘‘อิธ สจิตฺตกาจิตฺตกตา ปณฺณตฺติชานนาชานนตาย อคฺคเหตฺวา วตฺถุชานนาชานนตาย คเหตพฺพา’’ติ ลิขิตํ. อนุคณฺฐิปเท ปน ‘‘คิรคฺคสมชฺชาทีนิ ‘อจิตฺตกานิ โลกวชฺชานี’ติ วุตฺตตฺตา ‘นจฺจ’นฺติ วา ‘สงฺฆาณี’ติ วา ‘คนฺโธ’ติ วา ตสฺส นามวเสน อชานิตฺวา มายาการสฺส มายานิ สีสฏฺฐิอาทีนิ ปฏิสงฺขาย ปสฺสนฺติยา, อกฺขมาลาทิอตฺถาย สงฺฆาณึ กฏิยา พนฺธนฺติยา, ‘เสทคนฺธํ อปเนตฺวา พุทฺธปูชํ กริสฺสามี’ติ อุปฺปนฺเนน จิตฺเตน คนฺธํ วิลิมฺเปตฺวา นหายนฺติยา จ อาปตฺติสพฺภาวโต นาเมน สทฺธึ นามวเสน วา วตฺถุสฺส อชานนจิตฺเตน อจิตฺตกานิ นาม. น อนฺธกาเร ‘กฏิสุตฺตมิท’นฺติ สญฺญาย สงฺฆาณึ คเหตฺวา กฏิยํ ธารณกาเล, มตฺติกาสญฺญาย จ คนฺธํ คเหตฺวา วิลิมฺปนกาเล อาปตฺติสพฺภาวโต ‘อจิตฺตกานี’ติ วตฺตพฺพานิ. ตสฺมึ กาเล อนาปตฺติ, เตเนว สงฺฆาณิยา อสงฺฆาณิสญฺญาวาเรปิ ‘อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’ติ ปาฬิ น วุตฺตา. ยถา ‘เขตฺตอาพาธปจฺจยา, กฏิสุตฺตกํ ธาเรตี’ติ วจนโต วินาปิ อกุสเลน สงฺฆาณิอาทีนิ สกฺกา ธาเรตุนฺติ สิทฺธํ, เอวํ อาพาธปจฺจยา วินาปิ อกุสเลน น สกฺกา สุรํ ปาตุนฺติ สิทฺธํ ‘อนาปตฺติ อาพาธปจฺจยา มชฺชํ ปิวตี’ติ ปาฬิยา อภาวโต. อกุสเลน วินา มธุปุณฺณมุฏฺฐิยํ ปกฺขิตฺตมชฺชสฺส อชฺโฌหรณกาลาทีสุ สุราปานาปตฺตึ อาปชฺชตีติ จ สิทฺธํ ‘มชฺเช อมชฺชสญฺญี ปิวติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’ติ (ปาจิ. ๓๒๘) วุตฺตตฺตา. กึพหุนา, กามโภคสญฺญาย สทฺธึ ‘สงฺฆาณี’ติ จ ‘คนฺโธ’ติ จ ชานิตฺวา วินา อนาปตฺติการเณน ธาเรนฺติยา เอกนฺตากุสลตฺตา โลกวชฺชานิ นาม วุจฺจนฺติ. อิมินา อุปาเยน เสเสสุปิ นโย เนตพฺโพ. เอตฺถ สุราปานาธิกาเร อุปติสฺสตฺเถรวาโท’’ติ วุตฺตํ. อสํกจฺจิกสิกฺขาปเท ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารํ โอกฺกมนฺติยาติ ปาโฐ’’ติ จ ‘‘ปณีตโภชนวิญฺญตฺติ, อเจลกสิกฺขาปทํ, นิมนฺติตสฺส จาริตฺตาปชฺชนํ, ทุฏฺฐุลฺลปฺปฏิจฺฉาทนํ, อูนวีสติวสฺสุปสมฺปทํ, มาตุคาเมน สทฺธึ สํวิธาย อทฺธานคมนํ, ราชนฺเตปุรปฺปเวสนํ, สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา วิกาเล คามปฺปเวสนํ, นิสีทนํ, วสฺสิกสาฏิกนฺติ ปาโฐ’’ติ จ วุตฺตํ.

นิคมนวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปาจิตฺติยกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุภโตวิภงฺคฏฺฐกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส