๔. กาณมาตาสิกฺขาปทวณฺณนา

๓๑-๓. ปฏิยาโลกนฺติ ปจฺฉิมํ เทสํ. ปูวคณนายาติ อติริตฺตปูวคณนายาติ อตฺโถ. สเจ ‘‘อปาเถยฺยาทิอตฺถาย สชฺชิต’’นฺติ สญฺญาย คณฺหาติ, อจิตฺตกตฺตา สิกฺขาปทสฺส อาปตฺติ เอว. อถ อุคฺคหิตํ คณฺหาติ, น มุจฺจติเยว. อสํวิภาเค ปน อนาปตฺติ อกปฺปิยตฺตา. อจิตฺตกตา ปญฺญตฺติชานนาภาเวเนว, น วตฺถุชานนาภาเวนาติ เอเก. น, มาติกาฏฺฐกถายํ ‘‘ปาเถยฺยาทิอตฺถาย สชฺชิตภาวชานน’’นฺติ องฺเคสุ อวุตฺตตฺตา. โปราณคณฺฐิปเท ปเนวํ วุตฺตํ ‘‘เอเกน วา อเนเกหิ วา ทฺวตฺติปตฺตปูเรสุ คหิเตสุ เตสํ อนาโรจเนน วา สยํ วา ชานิตฺวา โย อญฺญํ คณฺหาติ, ตสฺส ทุกฺกฏํ. เอกโต ตีสุ, จตูสุ วา ปวิฏฺเฐสุ เอเกน เจ เทฺวปตฺตปูรา คหิตา, ทุติเย เทฺว คณฺหนฺเต ปฐโม เจ น นิวาเรติ, ปฐมสฺส ปาจิตฺติยํ. นิวาเรติ เจ, อนาปตฺติ, ทุติยสฺเสว ทุกฺกฏ’’นฺติ. สเจ สญฺจิจฺจ น วทติ, โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตนเยน ปาจิตฺติยํ, มาติกาฏฺฐกถาวเสน (กงฺขา. อฏฺฐ. กาณมาตาสิกฺขาปทวณฺณนา) ทุกฺกฏํ. ‘‘อติเรกปฏิคฺคหณ’’นฺติ ตตฺถ ปญฺจมํ องฺคํ วุตฺตํ, ตสฺมา อปฺปฏิคฺคหิตตฺตา น ปาจิตฺติยํ, กตฺตพฺพากรณโต ปน ทุกฺกฏํ. อญฺญถา กิริยากิริยํ อิทํ อาปชฺชติ, อนิวารณํ, อนาโรจนํ วา ฉฏฺฐงฺคํ วตฺตพฺพํ สิยา. เอกนิกายิกานํ วาติ เอตฺถ ‘‘อาสนฺนวิหารภิกฺขู, อาสนฺนอาสนสาลาคตา วา สเจ วิสภาเคหิ อานีตํ น ปฏิคฺคณฺหนฺติ, ‘อารามิกาทีนํเยว วา ทาเปนฺตี’ติ ชานาติ, ยตฺถ ปริโภคํ คจฺฉติ, ตตฺถ ทาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ทฺวตฺติปตฺตปูรา’ติ วจนโต ปจฺฉิอาทีสุ อธิกมฺปิ คณฺหโต อนาปตฺตี’’ติ เกจิ วินยธรมานิโน วทนฺติ, ตํ เตสํเยว นิสีทตุ, อาจริยา ปน ‘‘ปจฺฉิอาทีสุปิ อุกฺกฏฺฐปตฺตสฺส ปมาณวเสน ทฺวตฺติปตฺตปูรา คเหตพฺพา. อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทกถา เหสา’’ติ วทนฺติ.

กาณมาตาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.