๓. เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา

๖๒๐. ‘‘สา อโหสิ สุวณฺณมาลา’’ติ วจนโต ฐเปตฺวา สหธมฺมิเก อญฺเญสํ ยถาสุขํ รูปิยํ ทาตุํ วฏฺฏติ อุคฺคณฺหาเปตุํ, สโพฺยหาราเปภุญฺจาติ อาจริโย, วีมํสิตพฺพํ อิทฺธิมสฺส อิทฺธิวิสยตฺตา.

๖๒๒. ‘‘เยสํ มํสํ กปฺปตี’’ติ วจเนน เยสํ มํสํ น กปฺปติ, เตสํ สปฺปิอาทิ กิญฺจาปิ น กปฺปติ, น ปน นิสฺสคฺคิยวตฺถูติ เวทิตพฺพํ. ตถา น ปณีตโภชนวตฺถูติ. อุคฺคหิตกํ กตฺวา นิกฺขิตฺตนฺติ อชฺโฌหรณตฺถํ นิกฺขิตฺตํ. อิตรญฺหิ ปฏิคฺคเหตฺวา อชฺโฌหริตุํ วฏฺฏติ. อุภเยสมฺปีติ ปจฺฉาภตฺตํ ปฏิคฺคหิเตหิ, ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิเตหิ จ กตานํ. ‘‘มํสสฺส อกปฺปิยตฺตา’’ติ การณปติรูปกํ วตฺวา. ขาทึสูติ ‘‘วิกาเล เกวลํ นวนีตเมว ขาทิตุกาเมน ทธิตกฺกคตานิ อปเนตพฺพานิ, ปจิตุกามสฺส สามํปากํ น โหตีติ เถรสฺส อธิปฺปาโย’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ขยํ คมิสฺสตี’’ติ วจนโต ขีรํ ปกฺขิปิตฺวา ปกฺกสปฺปิ วิกาเล กปฺปตีติ สิทฺธํ. เภสชฺเชหีติ ยาวชีวิกเภสชฺเชหิ. กตเตลํ ปุเรภตฺตนฺติ อปจิตฺวา กตํ เอว. อุโณฺหทเกนาติ ตาปนภาวํ ทีเปตีติ เกจิ, ตํ น สุนฺทรํ. นิพฺพฏฺฏิตตฺตาติ ปิญฺญากาทิโต. ‘‘เตลตฺถาย ปฏิคฺคหิต…เป… ทุกฺกฏเมวา’’ติ วจนโต อเตลตฺถาย ปฏิคฺคหิเตหิ, สตฺตาหาติกฺกนฺเตหิปิ กตเตลํ กตทิวสโต ปฏฺฐาย สตฺตาหํ วฏฺฏตีติ ฉายา ทิสฺสติ, กรมนฺทํ รุกฺขสาโรติ เกจิ.

๖๒๓. อวสกสเฏ ยสฺมา ขีราทีนิ ปกฺขิปิตฺวา เตลํ ปจนฺติ, ตสฺมา กสฏํ น วฏฺฏติ, เตลเมว วฏฺฏติ, เตน วุตฺตํ ‘‘ปกฺกเตลกสเฏ วิย กุกฺกุจฺจายตี’’ติ. วสาย สทฺธึ ปกฺกตฺตา น วฏฺฏตีติ เจ? วทถ, ภนฺเต, นวนีเต ทธิคุฬิกาติอาทิสมฺพนฺโธ. มธุมฺหิ จตฺตาโร กาลิกา ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพา, อุจฺฉุมฺหิ จ, กถํ? สมกฺขิกํ เสฬกํ มธุ ยาวกาลิกํ. อเนลกํ อุทกสมฺภินฺนํ ยามกาลิกํ, อสมฺภินฺนํ สตฺตาหกาลิกํ, มธุสิฏฺฐํ ปริสุทฺธํ ยาวชีวิกํ. ตถา อุจฺฉุ วา รโส วา สกสโฏ ยาวกาลิโก, นิกฺกสโฏ อุทกสมฺภินฺโน ยามกาลิโก, อสมฺภินฺโน สตฺตาหกาลิโก, สุกฺขกสฏํ ยาวชีวิกนฺติ เวทิตพฺพํ. กสฺมา? อุทกสมฺเภทวิเสสโต.

กึ วุตฺตํ โหติ? จตูสุ กาลิเกสุ ปุพฺพํ ปุพฺพํ ครุกํ, อปรํ อปรํ ลหุกํ. เตสุ จายํ อุทกสมฺเภโท ครุกํ ลหุกํ กโรติ, ลหุกญฺจ ครุกํ. อมฺพรสาทีนิ หิ ยาวกาลิกตฺตา ครุกานิ, อุทกสมฺเภโท ปน ตานิ อมฺพปานาทิสมญฺญํ ทตฺวา ลหุกานิ ยามกาลิกานิ กโรติ. ‘‘ผาณิตํ นาม อุจฺฉุมฺหา นิพฺพตฺตนฺติ อุจฺฉุรสํ อุปาทายา’’ติ อฏฺฐกถาวจนโต อุจฺฉุรโส สตฺตาหกาลิโกติ สิทฺธํ. ตตฺถ ‘‘อุทกสมฺเภโท ตํ ยามกาลิกํ กโรตี’’ติอาทึ พหุํ วตฺวา โยชิตา.

อปิเจตฺถ อุจฺฉุรโส ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุจฺฉุรส’’นฺติ (มหาว. ๓๐๐) อนุญฺญาตตฺตา คุโฬทกํ วิย อุจฺฉุรสสามญฺญโต อุทเกน อสมฺภินฺโนปิ อคิลานสฺส วฏฺฏติ, เตเนวาห อฏฺฐกถายํ ‘‘อุจฺฉุรโส นิกสโฏ ปจฺฉาภตฺตํ วฏฺฏตี’’ติ (มหา. อฏฺฐ. ๓๐๐). อยํ สพฺโพ โน ตกฺโกติ อาจริโย. เกจิ ปนาหุ ‘‘ผาณิตํ นาม อุจฺฉุมฺหา นิพฺพตฺต’นฺติ วจนโต, ‘อุจฺฉุรสํ อุปาทายา’ติ อฏฺฐกถาวจนโต จ อุจฺฉุรโส ผาณิตเมว, ตสฺมา คุเฬ วิย ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ. เกจิ ‘‘วุตฺตนเยน สตฺตาหกาลิโกว สมาโน ‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุจฺฉุรส’นฺติ วิสุํ อนุญฺญาตตฺตา อสมฺภินฺโนปิ อคิลานสฺส วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. เกจิ ‘‘วุตฺตนเยน วิสุํ อนุญฺญาตตฺตา เอว สมฺภินฺโน วา อสมฺภินฺโน วา ยามกาลิโกว, คุโฬทกํ ปน สตฺตาหกาลิกเมวา’’ติ วทนฺติ. เกจิ ‘‘คุโฬทกํ วิย โส ทุวิโธปิ สตฺตาหกาลิโกเยวา’’ติ วทนฺติ.

ตตฺถายํ ปฐมาจริยวาเท วิจารณา – ผาณิตานุมติยาเยว อุจฺฉุรสานุมติยา สิทฺธิโต วิสุํ ‘‘อุจฺฉุรส’’นฺติ อุทฺธริตฺวา อนุมติ นิรตฺถิกาติ อาปชฺชติ, ตถา ‘‘อุจฺฉุรโส นิกสโฏ ปจฺฉาภตฺตํ วฏฺฏตี’’ติ อฏฺฐกถาปิ นิรตฺถิกา. ‘‘สตฺตาหํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยาติ, น จ ตถา สกฺกา วตฺตุํ. ปจฺฉาภตฺตํ วฏฺฏนกรสาธิการตฺตาติ เจ? น, ตสฺมึ อธิกาเร สตฺตาหกาลิกสฺส อวตฺตพฺพปฺปสงฺคโต. กาลเภทํ อนเปกฺขิตฺวา รสาธิกาเร โอติณฺณตฺตา วุตฺโตติ เจ? น สกฺกา ‘‘นิกสโฏ สตฺตาหํ วฏฺฏตี’’ติ วตฺตุํ. ปจฺฉาภตฺตํ วฏฺฏนกรสาธิการตฺตา น วตฺตพฺพนฺติ เจ? น, เอวญฺหิ วุตฺเต ตทญฺญรโส วิย อยมฺปิ ปจฺฉาภตฺตเมว วฏฺฏติ, น ตโต ปรนฺติ อาปชฺชติ. ตโต ปรํ อปริโภคตฺตา ‘‘ปจฺฉาภตฺตํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตนฺติ เจ? น, ยาวกาลิกภาวปฺปสงฺคโต. น โส ปสงฺโค อาภิโทสิกสฺสาปิ อุจฺฉุรสสฺส ปาเกน ผาณิตาทิภาวปฺปสงฺคโต. อยเมว ตติยจตุตฺถาจริยวาเทสุ วิจารณา. ทุติยวาเท วิจารณา วุตฺตา, วิมทฺโท ปเนตฺถ เภสชฺชกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๐๐) อาวิ ภวิสฺสติ. ผาณิตํ นาม อุจฺฉุมฺหา นิพฺพตฺตนฺติ มธุกตาลนาฬิเกรผาณิตาทิโต อุกฺกฏวตฺถุโต นิสฺสคฺคิยวตฺถุผาณิตสฺส วิเสสวจนํ, เตเนตํ ปญฺญายติ ‘‘นิสฺสคฺคิยวตฺถุภูตํ อิธ ผาณิตํ นาม อุจฺฉุมฺหา นิพฺพตฺตเมว, น มธุกาทิโต นิพฺพตฺต’’นฺติ. เอตฺตาวตา ยํกิญฺจิ อุจฺฉุมฺหา นิพฺพตฺตํ, น ตํ สพฺพํ ผาณิตเมว นามาติ สาธิตํ โหติ. เตเนว ขนฺธเก ผาณิตํ ปฐมํ อนุชานิตฺวาว ปจฺฉา อุจฺฉุรโส อนุญฺญาโต, ตถา ตตฺเถว คุฬํ, คุโฬทกญฺจ.

อุจฺฉุรสํ อุปาทาย อปกฺกา วาติอาทิมฺหิ ปน เยสํ ลทฺธิ ‘‘อุจฺฉุรโส ยามกาลิโก’’ติ. ‘‘เต อปกฺกา วาติ สามํ ภิกฺขุนา อปกฺกา วา. อวตฺถุกปกฺกา วาติ วินา วตฺถุนา ปกฺกา วา’’ติ อตฺถํ วณฺณยนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ ‘‘อุจฺฉุรสํ อุปาทายา’’ติ อิมสฺส วจนสฺส ปโยชนาภาวปฺปสงฺคโต, ภิกฺขุโน ปจนาธิการาภาวา. สามปาโก อิธาธิปฺเปโตติ เจ? สามํ อปกฺกสฺส อุจฺฉุรสสฺส เตสํ อตฺตโนมติยา ผาณิตภาวสิทฺธิโต จ ปรโต ‘‘ปุเรภตฺตํ ปฏิคฺคหิเตน อปริสฺสาวิตอุจฺฉุรเสน กตผาณิต’’นฺติอาทินยทสฺสนโต จ ตํ อยุตฺตํ, ตตฺถ ‘‘อปริสฺสาวิตอุจฺฉุรเสน สยํกตํ นิรามิสเมว วฏฺฏตี’’ติ วจนํ ยํ ตตฺถ กสฏํ สามปากํ น ชเนติ, สวตฺถุกปฏิคฺคหิตกตํเยว ตํ กโรตีติ ทีเปติ, ตสฺมา ปฏิคฺคเหตุํ น วฏฺฏติ วิกาเลติ โปราณา. ‘‘โกฏฺฏิตอุจฺฉุผาณิตํ ‘รชนปากํ วิย โอฬาริกํ สวตฺถุกปกฺกํ นาม โหตี’ติ สญฺญาย ปุเรภตฺตเมว วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถาจริยา ‘‘เอวํ ผาณิตคฺคหณํ อมธุรํ, ตสฺมา ปจฺฉาภตฺตํ น วฏฺฏตี’’ติ วทึสุ. กึ มธุรตาย, อมธุรตาย วาติ? อตฺถเมว ทสฺเสตุํ มหาปจฺจริยํ ตถา วุตฺตนฺติ อุปติสฺสตฺเถโร อาห กิร. ตํ ยุตฺตนฺติ อุจฺฉุโต นิพฺพตฺตตฺตา วุตฺตํ, เตเนวาห ‘‘ขณฺฑสกฺขรํ ปน…เป… วฏฺฏตี’’ติ. ‘‘ตํ ขีรฆเฏ ปกฺขิปิตฺวา ปจนฺตี’’ติ ลิขิตํ. ชลฺลิกา นาม เผณาทิ.

เภสชฺโชทิสํ วทนฺเตน อิตเร อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตา. ‘‘อาหารตฺถํ ผริตุํ สมตฺถานี’’ติ ขนฺธเก (มหาว. ๒๖๐) ‘‘ยํ เภสชฺชญฺเจว อสฺส เภสชฺชสมฺมตญฺจ โลกสฺส, อาหารตฺถญฺจ ผเรยฺยา’’ติ วุตฺตตฺตา วุตฺตํ. เอตฺถ วิจารณา เภสชฺชกฺขนฺธเก อาวิ ภวิสฺสติ.

๖๒๔. ทฺวารวาตปานกวาฏานีติ ทฺวารสฺส จ วาตปานานญฺจ กวาฏานิ. กสาวปกฺเขปมตฺเตน หิ ตานิ อตฺตโน สภาวํ ปริจฺจชิตานิ โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘มกฺเขตพฺพานี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘กสาโว นาม กนกลมฺพาทีนิปี’’ติ วทนฺติ. อธิฏฺเฐตีติ ‘‘อิทานิ อชฺโฌหรณียํ น ภวิสฺสติ, พาหิรปริโภโค ภวิสฺสตี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทติ. อิธ ‘‘วิกปฺเปตี’’ติ ปทํ นตฺถิ. อธิฏฺฐานมฺปิ มุขารุฬฺหิยา วุตฺตํ ‘‘อิมํ นวนีตํ อธิฏฺฐามี’’ติ อวตฺตพฺพโต.

๖๒๕. ปริภุญฺชิตุํ ปน น วฏฺฏตีติ วิสฺสาสาภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. สเจ สวิสฺสาโส, วฏฺฏตีติ ‘‘ปริภุญฺช ตฺว’’นฺติ เอตฺตาวตา วิสฺสชฺชิตํ โหติ, ตสฺมา อุภินฺนํ อนาปตฺตีติ สมฺพนฺโธ. สเจ น วิสฺสชฺชิตํ, อาปตฺติ โหตีติ สิทฺธํ. ตสฺมา อุภินฺนํ สนฺตกํ จีวรํ อญฺญตเรน สมฺมุขีภูเตน อธิฏฺฐาตพฺพํ. โน เจ อธิฏฺฐาติ, นิสฺสคฺคิยํ โหตีติปิ ยุชฺชติ. กากนิกมตฺตญฺเจ มูลํ อทินฺนํ, ‘‘น อธิฏฺฐานุปคํ…เป… สกภาวํ น อุเปตี’’ติ อิมินา เอตํ สทิสํ น โหติ, อาภิธมฺมิกคณานํ ทินฺนํ วิย จ น โหติ. กสฺมา? อาภิธมฺมิกา หิ อนุปสมฺปนฺนาปิ โหนฺติ, ปจฺฉา อาภิธมฺมิกภูตานมฺปิ ตํ สาธารณํ โหตีติ. เอตฺถ เทฺวปิ อุปสมฺปนฺนา เอว, ทฺวินฺนมฺปิ ตตฺถ ยถากามกรณียตา อตฺถิ มมตฺตญฺจ, น เอวํ ตทญฺเญสํ สาธารณํ, น จ เทฺว ตโย ภิกฺขู ‘‘เอกโต วสฺสิสฺสามา’’ติ กโรนฺติ, รกฺขติ ตาว. ‘‘อวิภตฺตตฺตา อนาปตฺตี’’ติ อิมินา จ อิทํ สทิสํ, เยน มูเลน ปฏิคฺคหิตํ, ตสฺส สเจ อิตโร เทติ, โส วา ตํ อิตรสฺส เทติ, สติ ปฏิคฺคหเณ สตฺตาหาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยตฺตา, ตสฺมา ตํ จีวรํ ทฺวีสุ สมฺมุขีภูเตน เอเกน อธิฏฺฐาตพฺพํ. กิญฺจาปิ เอตฺถ ปโยโค น ทิสฺสติ สมานปริกฺขารานํ ทฺวินฺนํ อธิฏฺฐานปโยคาภาวโต, ตถาปิ สมานสพฺพภณฺฑกานํ ทฺวินฺนํ เตลาทิ เยน ปฏิคฺคหิตํ, ตสฺส กาลาติกฺกเม อาปตฺติสมฺภวโต, อนธิฏฺฐาเน ทุลฺลภวิเสสเหตุตฺตา จ ‘‘อธิฏฺฐาตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ อยุตฺตํ ปตฺตจีวรสตฺตาหกาลิกานํ อสทิสวิธานตฺตา. เอตฺถ ปตฺตจีวรญฺหิ อตฺตโน สนฺตกภาวํ อุปคตเมว อนธิฏฺฐหนฺตสฺส กาลาติกฺกเม อาปตฺติ, สตฺตาหกาลิกํ ปน ปรสนฺตกสาธารณมฺปิ ปฏิคฺคหิตํ ปฏิคฺคาหกสฺส กาลาติกฺกเม อาปตฺติกรํ. ปฏิคฺคหณญฺเจตฺถ ปมาณํ, น ตตฺถ สกสนฺตกตา, สตฺตาหกาลิกญฺจ นิสฺสคฺคิยํ, สพฺเพสมฺปิ อนชฺโฌหรณียํ. ปตฺตจีวรํ อญฺญสฺส ปริภุญฺชโต อนาปตฺติ. อิทญฺจ กาลาติกฺกนฺตมฺปิ นิสฺสชฺชิตฺวา ปจฺฉา ลทฺธํ กปฺปติ. ปตฺตจีวรํ ปน ตํ ตสฺส วินยกมฺมนฺติ กปฺปตีติ. อวิภตฺตสฺสปิ อิมสฺส ทานํ รุหติ, น ปตฺตจีวรสฺส. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘ทฺวินฺนํ สนฺตกํ โหติ…เป… สเจปิ อวิภชิตฺวา สทฺธิวิหาริกาทีนํ เทนฺติ, อทินฺนเมว โหตี’’ติ. ยสฺส ทานเมว น รุหติ, ตสฺส กุโต อธิฏฺฐานํ. เอโก เจ ปตฺตจีวรํ ทสเม ทิวเส อิตรสฺส เทติ. ตโต ปฏฺฐาย โส ทส ทิวเส ปริหริตุํ ลภติ, น ตถา สตฺตาหกาลิกนฺติ สพฺพถา อุปปริกฺขิยมานํ สริกฺขํ นกฺขมตีติ น ตํ สารโต ทฏฺฐพฺพนฺติ อาจริยสฺส ตกฺโก. ‘‘วินยกมฺมวเสน ปน อนิสฺสชฺชิตฺวา สหสา วิรุชฺฌิตฺวา กสฺสจิ ปริจฺจตฺตมฺปิ ปุน ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ, สเจ เทสนฺตริตํ, สมุทฺทนฺตริตํ วา จีวรํ นิสฺสคฺคิยํ ชาตํ, ตํ อิธ ฐิเตน ภิกฺขุนา เอกสฺส วนฺเตน จิตฺเตน จตฺตํ กตฺวา อนเปกฺขิตฺวา อาปตฺตึ เทเสตฺวา ตสฺส วิสฺสาเสน ปุน คเหตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพํ, ‘‘ปตฺตาทีสุ จ อยเมว นโย’’ติ จ วุตฺตํ, ‘‘ตาลนาฬิเกรผาณิตมฺปิ สตฺตาหกาลิกํ เอวา’’ติ จ. ‘‘ทฺวินฺนํ สนฺตกํ เอเกน ปฏิคฺคหิตํ สตฺตาหกาลิกํ สตฺตาหาติกฺกเม อาปตฺตึ น กโรติ, ปริภุญฺชิตุํ ปน ทฺวินฺนมฺปิ น วฏฺฏตี’’ติ จ ‘‘ปรสนฺตกํ ปฏิคฺคเหตฺวา ฐปิเตปิ เอเสว นโย’’ติ จ เกจิ วทนฺติ. ทุกฺกฏวตฺถุภูตํ สปฺปิอาทิ นิสฺสชฺชิตพฺพํ ปุน ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ วิธานํ น ทิสฺสตีติ.

เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.