๑. ชราธมฺมสุตฺตวณฺณนา

๕๑๑. ปมุเข, ปาสาทสฺส จ ปจฺฉิมภาเค อาตโป ปจฺฉาตโป, ตสฺมึ ปจฺฉาตเป. โส หิ ปาสาทสฺส ปมุขภาเวน กโต. กึ ปน ภควโต วชิรสารํ สรีรํ โอตาเปตพฺพํ โหตีติ อาห – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติอาทิ. อยญฺจ อิมํ สุตฺตํ เทสิตสมเย. น สกฺโกติ พฺยามปฺปภาย กายจิ ปภาย อนภิภวนียตฺตา. กิญฺจาปิ พุทฺธาภา สูริยาภาย อนภิภวนียา, ฆมฺมสภาวตาย ปน รสฺมีนํ ปริโต ผรนฺตี สูริยาภา ติขิณา อุณฺหาติ อาห ‘‘รสฺมิเตช’’นฺติ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยเถว หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สุวณฺณาวฏฺฏํ วิยาติ อจฺเฉ สุวณฺณปตฺเต วินิวตฺตอาวฏฺฏํ วิย. ครหณจฺฉริยํ นาม กิเรตํ ‘‘อจฺฉริยเมตํ อวิสิจฺเฉผลวท’’นฺติอาทีสุ วิย. น เอวเมตรหีติ อตฺตโน ปากฏวเสน วทติ, น อิตเรสมฺปีติ. สิราชาลาติ สิราสนฺตานา. เอวรูปํ น โหตีติ อญฺเญสํ ปากติกสตฺตานํ วุตฺตาการํ วิย น โหติ ปุญฺญสมฺภารสฺส อุฬารตมตฺตา วิปจฺจนสฺส ปริยนฺตคตตฺตา. เตนาห ‘‘อญฺเญสํ อปากฏ’’นฺติ. วลิยาวฏฺฏกนฺติ อปฺปกํ วลิยาวฏฺฏํ. เตนาห ‘‘เกสคฺคปฺปมาณ’’นฺติ. สพฺพานีติ สิราชาลานิ. ปุรโต วงฺโกติ โถกํ ปุรโต นตมตฺตํ สนฺธายาห. เตน วุตฺตํ ‘‘สฺวายํ อญฺเญสํ อปากโฏ’’ติ. นยคฺคาหโตติ อนุมานโต. ธี ตนฺติ ธี-สทฺทโยเค อุปโยควจนํ. ธีติ ชิคุจฺฉนตฺเถ นิปาโต. ธิกฺกาโรติ ชิคุจฺฉาปโยโค. ตํ ผุสตูติ ตุยฺหํ ปาปุณาตุ.