๕. ชราวคฺโค

๑. ชราธมฺมสุตฺตวณฺณนา

๕๑๑. ปมุเข, ปาสาทสฺส จ ปจฺฉิมภาเค อาตโป ปจฺฉาตโป, ตสฺมึ ปจฺฉาตเป. โส หิ ปาสาทสฺส ปมุขภาเวน กโต. กึ ปน ภควโต วชิรสารํ สรีรํ โอตาเปตพฺพํ โหตีติ อาห – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติอาทิ. อยญฺจ อิมํ สุตฺตํ เทสิตสมเย. น สกฺโกติ พฺยามปฺปภาย กายจิ ปภาย อนภิภวนียตฺตา. กิญฺจาปิ พุทฺธาภา สูริยาภาย อนภิภวนียา, ฆมฺมสภาวตาย ปน รสฺมีนํ ปริโต ผรนฺตี สูริยาภา ติขิณา อุณฺหาติ อาห ‘‘รสฺมิเตช’’นฺติ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวตุํ ‘‘ยเถว หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

สุวณฺณาวฏฺฏํ วิยาติ อจฺเฉ สุวณฺณปตฺเต วินิวตฺตอาวฏฺฏํ วิย. ครหณจฺฉริยํ นาม กิเรตํ ‘‘อจฺฉริยเมตํ อวิสิจฺเฉผลวท’’นฺติอาทีสุ วิย. น เอวเมตรหีติ อตฺตโน ปากฏวเสน วทติ, น อิตเรสมฺปีติ. สิราชาลาติ สิราสนฺตานา. เอวรูปํ น โหตีติ อญฺเญสํ ปากติกสตฺตานํ วุตฺตาการํ วิย น โหติ ปุญฺญสมฺภารสฺส อุฬารตมตฺตา วิปจฺจนสฺส ปริยนฺตคตตฺตา. เตนาห ‘‘อญฺเญสํ อปากฏ’’นฺติ. วลิยาวฏฺฏกนฺติ อปฺปกํ วลิยาวฏฺฏํ. เตนาห ‘‘เกสคฺคปฺปมาณ’’นฺติ. สพฺพานีติ สิราชาลานิ. ปุรโต วงฺโกติ โถกํ ปุรโต นตมตฺตํ สนฺธายาห. เตน วุตฺตํ ‘‘สฺวายํ อญฺเญสํ อปากโฏ’’ติ. นยคฺคาหโตติ อนุมานโต. ธี ตนฺติ ธี-สทฺทโยเค อุปโยควจนํ. ธีติ ชิคุจฺฉนตฺเถ นิปาโต. ธิกฺกาโรติ ชิคุจฺฉาปโยโค. ตํ ผุสตูติ ตุยฺหํ ปาปุณาตุ.

๒. อุณฺณาภพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา

๕๑๒. อญฺญมญฺญสฺสาติ อญฺโญ อญฺญสฺส. น ปจฺจนุโภติ อตฺตโน อวิสยภาวโต. อิทานิ ตํ อญฺญวิสยตํ อนฺวยโต พฺยติเรกโต วิภาเวตุํ ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

วิสยานิ ปฏิสรนฺติ เอตฺถาติ ปฏิสรณํ. อินฺทฺริยวิญฺญาณานิ หิ อสติปิ ตาทิเส อธิปฺปาเย อตฺตโน อารมฺมณสฺส ยาถาวโต สมฺปชานนโต ปเวทนวิชานนานิ กโรนฺตานิ วิย ปวตฺตนฺติ, ตถา โลกสฺส อญฺญตฺถ สิทฺธิโต. เตนาห ภควา – ‘‘มโน ปฏิสรณํ, มโนว เนสํ โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภตี’’ติ มโนทฺวาริกชวนมโน หิ สวิเสสํ มโนวิสยํ ปจฺจนุโภติ, ปญฺจทฺวาริกชวนมโน มนนมตฺตเมว ปจฺจนุภวติ. รชฺชนาทิคฺคหณญฺเจตฺถ นิทสฺสนมตฺตํ, ตสฺมา สทฺทหนาทิปิ คหิตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ, ปญฺจทฺวารปฺปวตฺติวเสน ตถา วุตฺตํ. เอกสฺมึ ปน ทฺวาเรติ จกฺขุทฺวาเร.

ทุพฺพลโภชกาติ อปฺปานุภาวา ราชโภคฺคา. อายนฺติ โภคุปฺปตฺติฏฺฐานํ. โยตฺตพนฺธาทินิมิตฺตํ ลทฺธพฺพกหาปโณ โยตฺตกหาปโณ. อทฺทุพนฺธาทินิมิตฺตํ คเหตพฺพกหาปโณ อทฺทุกหาปโณ. มาฆาตโฆสนาย กตาย หึสานิมิตฺตํ คเหตพฺพกหาปโณ มาปหารกหาปโณ. ตสฺส ปริมาณํ ทสฺเสตุํ ‘‘อฏฺฐกหาปโณ’’ติอาทิ วุตฺตํ. สตวตฺถุกนฺติ สตกรีสวตฺถุกํ.

มคฺคสตีติ อริยมคฺคสติ. ภาวนมนุยุญฺชนฺตสฺส หิ ชวนมโน อุสฺสกฺกิตฺวาว มคฺคสตึ ปฏิสรติ ตปฺปริโยสานตฺตา. ตนฺติ นิพฺพานํ. สาติ ผลวิมุตฺติ. ปฏิสรติ อคฺคมคฺคสติยา. ผลวิมุตฺติ นิพฺพานนฺติ อุภยํ มคฺคสฺส สิทฺธาเยวาติ. อารมฺมณวเสน นตฺถิ เอตสฺส ปฏิสรณนฺติ อปฺปฏิสรณํ อสงฺขตามตสฺส สนฺตินิจฺจสภาวตฺตา. สยํ ปน สพฺเพสํเยว อริยานํ ปฏิสรณํ. เตนาห ‘‘นิพฺพานํ อรหโต คตี’’ติ (ปริ. ๓๓๙). นิพฺพานํ อนุปวิฏฺฐํ นิพฺพานนิสฺสยตฺตา. น ตโต ปรํ คจฺฉติ คตสฺส อญฺญสฺส ตาทิสสฺส อภาวา. นิพฺพานํ ปริ สพฺพโส โอสานนฺติ นิพฺพานปริโยสานํ.

มูลชาตา ชาตมูลา. ตโต เอว ปติฏฺฐิตา. กา ปนสฺสาติ อาห ‘‘มคฺเคน อาคตสทฺธา’’ติ. มคฺโค ทฬฺหาย อสํหาริยสทฺธาย มูลํ ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตานิ เจว วิจิกิจฺฉาจิตฺตญฺจาติ ปญฺจ อกุสลจิตฺตานิ สมุจฺเฉทวเสน ปหีนานิ. ปญฺจ นีวรณานีติ เอตฺถ อปายคมนียานิ ปฐมมคฺเคเนว ปหีนานิ, อิตรานิ วิกฺขมฺภนวเสน ฌาเนน ปหีนานีติ ปญฺจสุ โอรมฺภาคิยกิเลสสํโยชเนสุ เอกเทสวิคเมเนว พหิทฺธาสํโยชโน วิย ชาโตติ วุตฺตํ ‘‘ฌานอนาคามิฏฺฐาเน ฐิโต’’ติ. เตนาห ‘‘โส อปริหีน…เป… นิพฺพาเยยฺยา’’ติ.

๕. ปฐมปุพฺพารามสุตฺตวณฺณนา

๕๑๕. ปุพฺพโกฏฺฐเก เอวํ อาคตสุตฺตํ อาทึ กตฺวา ผลินฺทฺริยาเนว กถิตานิ อคฺคผลวเสน เทสนาย อาคตตฺตา.

๑๐. อาปณสุตฺตวณฺณนา

๕๒๐. อุปริ สห วิปสฺสนาย ตโย มคฺคาติ วิปสฺสนาย สห โสตาปตฺติผลโต อุปริ ตโย มคฺคา. มคฺคาธิคเมน อิทานิ ปจฺจกฺขภูตตฺตา ‘‘อิเม โข เต ธมฺมา’’ติ วุตฺตา. ตตฺถ ยํ อคฺคภูตํ, ตสฺส วเสน ทสฺเสตุํ ‘‘อรหตฺตผลินฺทฺริยํ นามา’’ติ วุตฺตํ อินฺทฺริยภาวสามญฺเญน เอกชฺฌํ กตฺวา. อติวิชฺฌิตฺวา ปสฺสามีติ สจฺฉิกตฺวา ยาถาวโต ปสฺสามิ. จตูหิ อินฺทฺริเยหีติ วีริยินฺทฺริยาทีหิ จตูหิ อินฺทฺริเยหิ. สา วิปสฺสนามคฺคผลสหคตา สิยาติ มิสฺสกา วุตฺตา.

ชราวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.