๓. อุทายิวคฺโค
๑-๒. โพธายสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๐๒-๒๐๓. กิตฺตเกน นุ โข การเณน พุชฺฌนกองฺคา นาม วุจฺจนฺติ พุชฺฌนกสฺส ปุคฺคลสฺส องฺคาติ วตฺตพฺพตํ ลภนฺติ. มิสฺสกโพชฺฌงฺคา กถิตา สหวิปสฺสนา มคฺคโพชฺฌงฺคา กถิตาติ กตฺวา. ธมฺมปริจฺเฉโท กถิโต คณนามตฺเตน ปริจฺฉินฺทิตฺวา วุตฺตตฺตา น ภูมนฺตรปริจฺเฉโท, วิปสฺสนาทิปริจฺเฉโท วา.
๓-๕. ฐานิยสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๐๔-๒๐๖. กามราเคน คธิตพฺพฏฺฐานภูตา กามราคฏฺฐานิยาติ อาห ‘‘อารมฺมณธมฺมาน’’นฺติ. ‘‘มนสิการพหุลีการา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘อารมฺมเณเนว กถิต’’นฺติ วุตฺตํ. วุตฺตปริจฺเฉโทติ เอเตน น เกวลํ อารมฺมณวเสเนว, อถ โข อุปนิสฺสยวเสนเปตฺถ อตฺโถ ลพฺภตีติ ทสฺเสติ. ปฐมวคฺคสฺส หิ ทุติเย สุตฺเต อุปนิสฺสยวเสเนว อตฺโถ ทสฺสิโต. มิสฺสกโพชฺฌงฺคา กถิตา อวิภาเคเนว กถิตตฺตา. อปริหานิเยติ ตีหิ สิกฺขาหิ อปริหานาวเห.
๖-๗. ตณฺหกฺขยสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๐๗-๒๐๘. ‘‘โส มํ ปุจฺฉิสฺสตี’’ติ อธิปฺปาเยน ภควตา โอสาปิตเทสนํ. ปตฺถฏตฺตา ภาวนาปาริปูริยา วิตฺถาริตํ คตตฺตา. มหนฺตภาวนฺติ ภาวนาวเสเนว มหตฺตํ คตตฺตา. ตโต เอว วฑฺฒิปฺปมาณา. นีวรณวิคเม สมฺภวโต ปจฺจยโต พฺยาปาโท วิคโต โหตีติ อาห – ‘‘นีวรณานํ ทูรีภาเวน พฺยาปาทวิรหิตตฺตา’’ติ. ตณฺหามูลกนฺติ ตณฺหาปจฺจยํ. ยญฺหิ ตณฺหาสหคตํ อสหคตมฺปิ ตณฺหํ อุปนิสฺสาย นิปฺผนฺนํ, สพฺพํ ตํ ตณฺหามูลกํ. ปหียติ อนุปฺปาทปฺปหาเนน. ตณฺหาทีนํเยว ขยา, น เตสํ สงฺขารานํ ขยา. เอเตหิ ตณฺหกฺขยาทิปเทหิ.
๘. นิพฺเพธภาคิยสุตฺตวณฺณนา
๒๐๙. นิพฺพิชฺฌนฺตีติ นิพฺเพธา, นิพฺพิชฺฌนธมฺมา ธมฺมวินยาทโย, ตปฺปริยาปนฺนตาย นิพฺเพธภาเค คโต นิพฺเพธภาคิโย, ตํ นิพฺเพธภาคิยํ. เตนาห ‘‘นิพฺพิชฺฌนโกฏฺฐาสิย’’นฺติ. ภาเวตฺวา ฐิเตน จิตฺเตน. วิปสฺสนามคฺคมฺปิ คเหตฺวา ‘‘มคฺคโพชฺฌงฺคา มิสฺสกา’’ติ วุตฺตา. เตหีติ โพชฺฌงฺเคหิ ภาวิตํ จิตฺตํ. เต วา โพชฺฌงฺเค ภาเวตฺวา ฐิตํ จิตฺตํ นาม ผลจิตฺตํ, ตสฺมา นิพฺพตฺติตโลกุตฺตรเมว. ตมฺปีติ ผลจิตฺตมฺปิ มคฺคานนฺตรตาย มคฺคนิสฺสิตํ กตฺวา มิสฺสกเมว กเถตุํ วฏฺฏติ ‘‘โพธาย สํวตฺตนฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา.
๙. เอกธมฺมสุตฺตวณฺณนา
๒๑๐. สํโยชนสงฺขาตา วินิพนฺธาติ กามราคาทิสํโยชนสญฺญิตา พนฺธนา. ปรินิฏฺฐเปตฺวา คหณาติ คิลิตฺวา วิย ปรินิฏฺฐเปตฺวา คหณาการา.
๑๐. อุทายิสุตฺตวณฺณนา
๒๑๑. พหุกตํ วุจฺจติ พหุกาโร พหุมาโน, นตฺถิ เอตสฺส พหุกตนฺติ อพหุกโต, อกตพหุมาโน. ธมฺโม อุปฺปชฺชมาโน อุกฺกุชฺชนฺโต วิย นิรุชฺฌมาโน อวกุชฺชนฺโต วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อุกฺกุชฺชํ วุจฺจติ อุทโย, อวกุชฺชํ วโย’’ติ. ปริวตฺเตนฺโตติ อนิจฺจาติปิ ทุกฺขาติปิ อนตฺตาติปิ. ‘‘เอโส หิ เต อุทายิ มคฺโค ปฏิลทฺโธ, โย เต…เป… ตถตฺตาย อุปเนสฺสตี’’ติ ปริโยสาเน ภควโต วจนญฺเจตฺถ สาธกํ ทฏฺฐพฺพํ. เตน เตนากาเรน วิหรนฺตนฺติ เยน สมฺมสนากาเรน วิปสฺสนาวิหาเรน วิหรนฺตํ. ตถาภาวายาติ ขีณาสวภาวปจฺจเวกฺขณาย. เตนาห – ‘‘ขีณา ชาตีติ…เป… ตํ ทสฺเสนฺโต เอวมาหา’’ติ.
อุทายิวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.