๔. นีวรณวคฺโค

๓-๔. อุปกฺกิเลสสุตฺตาทิวณฺณนา

๒๑๔-๒๑๕. น จ ปภาวนฺตนฺติ น จ ปภาสมฺปนฺนํ. ปภิชฺชนสภาวนฺติ ตาเปตฺวา ตาลเน ปภงฺคุตํ. อวเสสํ โลหนฺติ วุตฺตาวเสสํ ชาติโลหํ, วิชาติโลหํ, กิตฺติมโลหนฺติ ปเภทํ สพฺพมฺปิ โลหํ. อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทาเนนาติ เอตฺถ นนุ โลกิยกุสลจิตฺตสฺสปิ สุวิสุทฺธสฺส อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทาเนน อุปกฺกิเลสตาติ? สจฺจเมตํ, ยสฺมึ ปน สนฺตาเน นีวรณานิ ลทฺธปติฏฺฐานิ, ตตฺถ มหคฺคตกุสลสฺสปิ อสมฺภโว, ปเคว โลกุตฺตรกุสลสฺส, ปริตฺตกุสลํ ปน ยถาปจฺจยํ อุปฺปชฺชติ. นีวรเณ หิ วูปสนฺเต สนฺตาเน อุปฺปตฺติยา อปริสุทฺธํ โหติ, อุปกฺกิลิฏฺฐํ นาม โหติ, อปริสุทฺธทีปกปลฺลิกวฏฺฐิเตลาทิสนฺนิสฺสโย ทีโป วิย, อปิจ นิปฺปริยายโต อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทาเนเนว เตสํ อุปกฺกิเลสตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยทคฺเคน หี’’ติอาทิมาห. อารมฺมเณ วิกฺขิตฺตปฺปตฺติวเสน จุณฺณวิจุณฺณตา เวทิตพฺพา. น อาวรนฺตีติ กุสลธมฺเม อุปฺปชฺชิตุํ อปฺปทานวเสน น อาวรนฺติ, อถ โข เตสํ อุปฺปตฺติยา โหนฺติ. น ปฏิจฺฉาเทนฺตีติ น วินนฺธนฺติ. จตุภูมกจิตฺตสฺสาติ จตุตฺถภูมกกุสลจิตฺตสฺส อนุปกฺกิเลสา, เตหิ อกิลิสฺสนโต.

๘. อาวรณนีวรณสุตฺตวณฺณนา

๒๑๙. ปญฺญา ทุพฺพลา โหติ, น พลวตี ปฏิปกฺเขน อุปกฺกิลิฏฺฐภาวโต. เตนาห ‘‘มนฺทา อวิสทา’’ติ.

ปญฺจ นีวรณา ทูเร โหนฺติ อาวรณาภาวโต. ตเมว ปีตินฺติ สปฺปายธมฺมสวเน อุปฺปนฺนํ ปีตึ. ตสฺสา ตทา อุปฺปนฺนาการสลฺลกฺขเณน อวิชหนฺโต ปุนปฺปุนํ ตสฺสา นิพฺพตฺตเนน. เตนาห ‘‘ปญฺจ นีวรเณ วิกฺขมฺเภตฺวา’’ติ. อิทํ สนฺธายาติ เอตฺตเก ทิวเสปิ น วินสฺสนฺติ, สา ธมฺมปีติ ลทฺธปจฺจยา หุตฺวา วิเสสาวหาติ อิมมตฺถํ สนฺธาย เอตํ ‘‘อิมสฺส ปญฺจ นีวรณา ตสฺมึ สมเย น โหนฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปีติปาโมชฺชปกฺขิยาติ ปีติปาโมชฺชปจฺจยา. นสฺสนฺตีติ นิโรธปจฺจยวเสน ปวตฺตนโต นสฺสนฺติ. สภาคปจฺจยวเสน ปุน อุปฺปชฺชนฺตาปิ…เป… วุจฺจติ กิจฺจสาธนวเสน ปวตฺตนโต.

๙. รุกฺขสุตฺตวณฺณนา

๒๒๐. อภิรุหนกาติ สมีปรุกฺเข อภิภวิตฺวา รุหนกา. อฏฺฐิกจฺฉโกติ อฏฺฐิพหุลกจฺฉโก. กปิถนสทิสผลตฺตา กปิตฺถโนติ ลทฺธนาโม.

๑๐. นีวรณสุตฺตวณฺณนา

๒๒๑. อนฺธภาวกรณา ปญฺญาจกฺขุสฺส วิพนฺธนโต. ตถา หิ เต ‘‘อจกฺขุกรณา ปญฺญานิโรธิกา’’ติ วุตฺตา. วิหนติ วิพาธตีติ วิฆาโต, ทุกฺขนฺติ อาห ‘‘วิฆาตปกฺขิยาติ ทุกฺขปกฺขิกา’’ติ. นิพฺพานตฺถาย น สํวตฺตนฺตีติ อนิพฺพานสํวตฺตนิกา. มิสฺสกโพชฺฌงฺคาว กถิตา ปุพฺพภาคิกานํ กถิตตฺตา.

นีวรณวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.