๔. วตฺถสุตฺตวณฺณนา

๑๘๕. ‘‘สติสมฺโพชฺฌงฺโค’’ติ เอวํ เจ มยฺหํ โหตีติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค นาม เสฏฺโฐ อุตฺตโม ปวโร, ตสฺมาหํ สติสมฺโพชฺฌงฺคสีเสน ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา วิหริสฺสามีติ เอวํ เจ มยฺหํ ปุพฺพภาเค โหตีติ อตฺโถ. ‘‘อปฺปมาโณ’’ติ เอวํ มยฺหํ โหตีติ สฺวายํ สติสมฺโพชฺฌงฺโค, สพฺพโส ปมาณกรกิเลสาภาวโต อปฺปมาณธมฺมารมฺมณโต จ อปฺปมาโณติ เอวํ มยฺหํ อนฺโตสมาปตฺติยํ อสมฺโมหวเสน โหติ. สุปริปุณฺโณติ ภาวนาปาริปูริยา สุฏฺฐุ ปริปุณฺโณติ เอวํ มยฺหํ อนฺโตสมาปตฺติยํ อสมฺโมหวเสน โหตีติ. ติฏฺฐตีติ ยถากาลปริจฺเฉทสมาปตฺติยา อวฏฺฐาเนน ตปฺปริยาปนฺนตาย สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ ปฏิพนฺธวเสน. อุปฺปาทํ อนาวชฺชิตตฺตาติ อุปฺปาทสฺส อนาวชฺชเนน อสมนฺนาหาเรน. อุปฺปาทสีเสน เจตฺถ อุปฺปาทวนฺโตว สงฺขารา คหิตา. อนุปฺปาทนฺติ นิพฺพานํ อุปฺปาทาภาวโต อุปฺปาทวนฺเตหิ จ วินิสฺสฏตฺตา. ปวตฺตนฺติ วิปากปฺปวตฺตํ. อปฺปวตฺตนฺติ นิพฺพานํ ตปฺปฏิกฺเขปโต. นิมิตฺตนฺติ สพฺพสงฺขารนิมิตฺตํ. อนิมิตฺตนฺติ นิพฺพานํ. สงฺขาเรติ อุปฺปาทาทิอนามสเนน เกวลเมว สงฺขารคหณํ. วิสงฺขารนฺติ นิพฺพานํ. อาวชฺชิตตฺตา อาวชฺชิตกาลโต ปฏฺฐาย อารพฺภ ปวตฺติยา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ. อฏฺฐหากาเรหีติ อฏฺฐหิ การเณหิ. ชานาตีติ สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตกาเล ปชานาติ. อฏฺฐหากาเรหีติ อุปฺปาทาวชฺชนาทีหิ เจว อนุปฺปาทาวชฺชนาทีหิ จ วุตฺตาการวิปรีเตหิ อฏฺฐหิ อากาเรหิ จวนฺตํ สมาปตฺติวเสน อนวฏฺฐานโตปิ คจฺฉนฺตํ จวตีติ เถโร ปชานาตีติ.

ผลโพชฺฌงฺคาติ ผลสมาปตฺติปริยาปนฺนา โพชฺฌงฺคา. กึ ปน เต วิสุํ วิสุํ ปวตฺตนฺตีติ อาห ‘‘ยทา หี’’ติอาทิ. สีสํ กตฺวาติ ปธานํ เสฏฺฐํ กตฺวา. ตทนฺวยาติ ตทนุคตา สติสมฺโพชฺฌงฺคํ อนุคจฺฉนกา. ตญฺจ โข ตถา กตฺวา ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขณวเสน. เกจิ ปน ‘‘ตํ ปจฺจเวกฺขณาทิกํ กตฺวา’’ติ วทนฺติ.

วตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.