๑. ปพฺพตวคฺโค
๑.หิมวนฺตสุตฺตวณฺณนา
๑๘๒. พุชฺฌติ จตุสจฺจํ อริยสาวโก เอตายาติ โพธํ, ธมฺมสามคฺคี, อริยสาวโก ปน จตุสจฺจํ พุชฺฌตีติ โพธิ. องฺคาติ การณา. ยาย ธมฺมสามคฺคิยาติ สมฺพนฺโธ. ตณฺหาวเสน ปติฏฺฐานํ, ทิฏฺฐิวเสน อายูหนา. สสฺสตทิฏฺฐิยา ปติฏฺฐานํ, อุจฺเฉททิฏฺฐิยา อายูหนา. ลีนวเสน ปติฏฺฐานํ, อุทฺธจฺจวเสน อายูหนา. กามสุขานุโยควเสน ปติฏฺฐานํ, อตฺตกิลมถานุโยควเสน อายูหนา. โอฆตรณสุตฺตวณฺณนายํ (สํ. นิ. ๑.๑) –
‘‘กิเลสวเสน ปติฏฺฐานํ, อภิสงฺขารวเสน อายูหนา. ตณฺหาทิฏฺฐีหิ ปติฏฺฐานํ, อวเสสกิเลสาภิสงฺขาเรหิ อายูหนา, สพฺพากุสลาภิสงฺขารวเสน ปติฏฺฐานํ, สพฺพโลกิยกุสลาภิสงฺขารวเสน อายูหนา’’ติ –
วุตฺเตสุ ปกาเรสุ อิธ อวุตฺตานํ วเสน เวทิตพฺโพ. กิเลสสนฺตานนิทฺทาย อุฏฺฐหตีติ เอเตน สิขาปตฺตวิปสฺสนาสหคตานมฺปิ สติอาทีนํ โพชฺฌงฺคภาวํ ทสฺเสติ. จตฺตารีติอาทินา มคฺคผเลน สหคตานํ. สตฺตหิ โพชฺฌงฺเคหิ ภาวิเตหิ สจฺจปฏิเวโธ โหตีติ กถมิทํ ชานิตพฺพนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ยถาหา’’ติอาทิ. ฌานงฺคมคฺคงฺคาทโย วิยาติ เอเตน โพธิโพชฺฌงฺคสทฺทานํ สมุทายาวยววิสยตํ ทสฺเสติ. เสนงฺครถงฺคาทโย วิยาติ เอเตน ปุคฺคลปญฺญตฺติยา อวิชฺชมานปญฺญตฺติภาวํ ทสฺเสติ.
โพธาย สํวตฺตนฺตีติ โพชฺฌงฺคาติ วุตฺตํ ‘‘การณตฺโถ องฺคสทฺโท’’ติ. พุชฺฌตีติ โพธิ, โพธิยา เอว องฺคาติ โพชฺฌงฺคาติ วุตฺตํ ‘‘พุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา’’ติ. วิปสฺสนาทีนํ การณานํ พุชฺฌิตพฺพานํ สจฺจานํ อนุรูปํ ปจฺจกฺขภาเวน ปฏิมุขํ อวิปรีตํ สมฺมา พุชฺฌนฺตีติ เอวํ วตฺถุวิเสสทีปเกหิ อุปริมคฺเคหิ อนุพุชฺฌนฺตีติอาทินา วุตฺตโพธิสทฺเทหิ นิปฺปเทเสน วุตฺตํ ‘‘พุชฺฌนตาสามญฺเญน สงฺคณฺหาตี’’ติ. เอตฺถ จ ลีนปติฏฺฐาน-กามสุขลฺลิกานุโยค-อุจฺเฉทาภินิเวสานํ ธมฺมวิจย-วีริยปีติปธาน-ธมฺมสามคฺคี ปฏิปกฺโข. อุทฺธจฺจายูหนอตฺตกิลมถานุโยค-สสฺสตาภินิเวสานํ ปสฺสทฺธิสมาธิ-อุเปกฺขาปธาน-ธมฺมสามคฺคี ปฏิปกฺโข. สติ ปน อุภยตฺถาปิ อิจฺฉิตพฺพา. ตถา หิ สา สพฺพตฺถิกา วุตฺตา.
สํ-สทฺโท ปสํสายํ. ปุนเทว สุนฺทโร จ อตฺโถปีติ อาห ‘‘ปสตฺโถ สุนฺทโร จ โพชฺฌงฺโค’’ติ. อภินิพฺพตฺเตตีติ อภิวิสิฏฺฐภาเวน นิพฺพตฺเตติ สวิเสสภาวํ วทติ. ‘‘เอเก วณฺณยนฺตี’’ติ วตฺวา ตตฺถ ยถาวุตฺตวิเวกตฺตยโต อญฺญํ วิเวกทฺวยํ อุทฺธริตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘เต หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ฌานกฺขเณ ตาว กิจฺจโต วิกฺขมฺภนวิเวกนิสฺสิตํ, วิปสฺสนากฺขเณ อชฺฌาสยโต ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิเวกนิสฺสิตํ ภาเวตีติ. เตนาห – ‘‘อนุตฺตรํ วิโมกฺขํ อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’’ติ. ตตฺถ ตตฺถ นิจฺฉยตาย กสิณชฺฌานคฺคหเณน อนุปฺปาทานมฺปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ.
หิมวนฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. กายสุตฺตวณฺณนา
๑๘๓. ติฏฺฐนฺติ เอเตนาติ ฐิติ, การณํ. กมฺมอุตุจิตฺตาหารสญฺญิโต จตุพฺพิโธ ปจฺจโย ฐิติ เอตสฺสาติ ปจฺจยฏฺฐิติโก. อาหารปจฺจยสทฺทา หิ เอกตฺถา. สุภมฺปีติ กามจฺฉนฺโท ปจฺจโย, อสุเภ สุภากาเรน ปวตฺตนโต สุภนฺติ วุจฺจติ. เตน การเณน ปวตฺตนกสฺส อญฺญสฺส กามจฺฉนฺทสฺส นิมิตฺตตฺตา สุภนิมิตฺตนฺติ. สุภสฺสาติ ยถาวุตฺตสฺส สุภสฺส. อารมฺมณมฺปีติ สุภากาเรน, อิฏฺฐากาเรน วา คยฺหมานํ รูปาทิอารมฺมณมฺปิ สุภนิมิตฺตํ วุตฺตากาเรน. อนุปายมนสิกาโรติ อากงฺขิตสฺส หิตสุขสฺส อนุปายภูโต มนสิกาโร, ตโต เอว อุปฺปถมนสิกาโรติ อโยนิโสมนสิกาโร. ตสฺมินฺติ ยถานิทฺธาริเต กามจฺฉนฺทภูเต ตทารมฺมณภูเต จ ทุวิเธปิ สุภนิมิตฺเต. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สุภารมฺมเณ’’อิจฺเจว วุตฺตํ. อตฺถิ, ภิกฺขเว, สุภนิมิตฺตนฺติอาทีติ อาทิ-สทฺเทน กามจฺฉนฺทนีวรณสฺส อาหารทสฺสนปาฬิ อุตฺตานาติ กตฺวา วุตฺตํ – ‘‘เอวํ สพฺพนีวรเณสุ โยชนา เวทิตพฺพา’’ติ.
ปฏิโฆปิ ปฏิฆนิมิตฺตํ ปุริมุปฺปนฺนสฺส ปจฺฉา อุปฺปชฺชนกสฺส นิมิตฺตภาวโต. ปฏิฆารมฺมณํ นาม เอกูนวีสติ อาฆาตวตฺถุภูตา สตฺตสงฺขารา. อรตีติ ปนฺตเสนาสนาทีสุ อรมณํ. อุกฺกณฺฐิตาติ อุกฺกณฺฐภาโว. ปนฺเตสูติ ทูเรสุ, วิวิตฺเตสุ วา. อธิกุสเลสูติ สมถวิปสฺสนาธมฺเมสุ. อรติ รติปฏิปกฺโข. อรติตาติ อรมณากาโร. อนภิรตีติ อนภิรตภาโว. อนภิรมณาติ อนภิรมณากาโร. อุกฺกณฺฐิตาติ อุกฺกณฺฐนากาโร. ปริตสฺสิตาติ อุกฺกณฺฐนวเสเนว ปริตสฺสนา.
อาคนฺตุกํ, น สภาวสิทฺธํ. กายาลสิยนฺติ นามกาเย อลสภาโว. สมฺโมหวิโนทนิยํ ปน ‘‘ตนฺทีติ ชาติอาลสิย’’นฺติ วุตฺตํ. วทตีติ เอเตน อติสีตาทิปจฺจยา สงฺโกจาปตฺตึ ทสฺเสติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ กิเลสวตฺถุวิภงฺเค (วิภ. อฏฺฐ. ๘๕๗). ตนฺทีติ ชาติอาลสิยํ. ตนฺทิยนาติ ตนฺทิยนากาโร. ตนฺทิมนกตาติ ตนฺทิยา อภิภูตจิตฺตตา. อลสสฺส ภาโว อาลสฺยํ. อาลสฺยายนากาโร อาลสฺยายนา. อาลสฺยายิตสฺส ภาโว อาลสฺยายิตตฺตํ. อิติ สพฺเพหิปิ อิเมหิ ปเทหิ กิเลสวเสน กายาลสิยํ กถิตํ.
กิเลสวเสนาติ สมฺโมหวเสน. กายวินมนาติ กายสฺส วิรูปโต นมนา. ชมฺภนาติ ผนฺทนา. ปุนปฺปุนํ ชมฺภนา วิชมฺภนา. อานมนาติ ปุรโต นมนา. วินมนาติ ปจฺฉโต นมนา. สนฺนมนาติ สมนฺตโต นมนา. ปณมนาติ ยถา หิ ตนฺตโต อุฏฺฐิตเปสกาโร กิญฺจิเทว อุปริฏฺฐิตํ คเหตฺวา อุชุํ กายํ อุสฺสาเปติ, เอวํ กายสฺส อุทฺธํ ฐปนา. พฺยาธิยกนฺติ อุปฺปนฺนพฺยาธิตา. อิติ สพฺเพหิปิ อิเมหิ ปเทหิ กิเลสวเสน กายผนฺทนเมว กถิตํ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๕๘).
ภตฺตปริฬาโหติ ภตฺตวเสน ปริฬาหุปฺปตฺติ. ภุตฺตาวิสฺสาติ ภุตฺตวโต. ภตฺตมุจฺฉาติ ภตฺตเคลญฺญํ. อติภุตฺตปจฺจยา หิ มุจฺฉาปตฺโต วิย โหติ. ภตฺตกิลมโถติ ภุตฺตปจฺจยา กิลนฺตภาโว. ภตฺตปริฬาโหติ ภตฺตทรโถ. กุจฺฉิปูรํ ภุตฺตวโต หิ ปริฬาหุปฺปตฺติยา อุปหตินฺทฺริโย วิย โหติ, กาโย ขิชฺชติ. กายทุฏฺฐุลฺลนฺติ ภุตฺตภตฺตํ นิสฺสาย กายสฺส อกมฺมญฺญตา.
จิตฺตสฺส ลียนากาโรติ อารมฺมเณ จิตฺตสฺส สงฺโกจปฺปตฺติ. จิตฺตสฺส อกลฺยตาติ จิตฺตสฺส คิลานภาโว. คิลาโนติ อกลฺลโก วุจฺจติ. ตถา จาห ‘‘นาหํ, ภนฺเต, อกลฺลโก’’ติ. อกมฺมญฺญตาติ จิตฺตเคลญฺญสงฺขาโต อกมฺมญฺญนากาโร. โอลียนาติ โอลียนากาโร. อิริยาปถิกมฺปิ จิตฺตํ ยสฺส วเสน อิริยาปถํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต โอลียติ, ตสฺส ตํ อาการํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘โอลียนา’’ติ. ทุติยปทํ อุปสคฺเคน วฑฺฒิตํ. ลีนนฺติ อวิปฺผาริกตาย สงฺโกจปฺปตฺตํ. อิตเร เทฺว อาการนิทฺเทสา. ถินนฺติ อวิปฺผาริกตาย อนุสฺสาหนา อสงฺคหนสงฺคหนํ. ถิยนากาโร ถิยนา. ถิยิตตฺตนฺติ ถิยิตสฺส อากาโร, อวิปฺผาริกตาติ อตฺโถ.
เจตโส อวูปสโมติ จิตฺตสฺส อวูปสนฺตตา อสนฺนิสินฺนภาโว. เตนาห – ‘‘อวูปสนฺตากาโร’’ติ. อตฺถโต ปเนตนฺติ สฺวายํ อวูปสนฺตากาโร วิกฺเขปสภาวตฺตา วิกฺเขปเหตุตาย จ อตฺถโต เอตํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจเมว.
วิจิกิจฺฉาย อารมฺมณธมฺมา นาม ‘‘พุทฺเธ กงฺขตี’’ติอาทินา อาคตอฏฺฐกงฺขาวตฺถุภูตา ธมฺมา. ยสฺมา วิจิกิจฺฉา พฺยาปาทาทโย วิย อนุ อนุ อุคฺคหณปจฺจยา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา กงฺขาฏฺฐานียํ อารมฺมณเมว ทสฺสิตํ ‘‘วิจิกิจฺฉาย อารมฺมณธมฺมา’’ติ. ยสฺมา ปุริมุปฺปนฺนา วิจิกิจฺฉา ปจฺฉา วิจิกิจฺฉาย ปจฺจโย โหติ, ตสฺมา วิจิกิจฺฉาปิ วิจิกิจฺฉาฏฺฐานียธมฺมา เวทิตพฺพา. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – ติฏฺฐนฺติ ปวตฺตนฺติ เอตฺถาติ ฐานียา, วิจิกิจฺฉา เอว ฐานียา วิจิกิจฺฉาฏฺฐานียา. อฏฺฐกถายํ ปน อารมฺมณสฺสปิ ตตฺถ วิเสสปจฺจยตํ อุปาทาย ‘‘กามจฺฉนฺโท วิจิกิจฺฉาติ อิเม เทฺว ธมฺมา อารมฺมเณน กถิตา’’ติ วุตฺตํ. สุภนิมิตฺตสฺส หิ ปจฺจยภาวมตฺตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ, ตถาปิ ยถา ‘‘ปฏิฆมฺปิ ปฏิฆนิมิตฺต’’นฺติ กตฺวา ‘‘พฺยาปาโท อุปนิสฺสเยน กถิโต’’ติ วุตฺตํ, เอวํ สุภมฺปิ สุภนิมิตฺตนฺติ กตฺวา กามจฺฉนฺโท อุปนิสฺสเยน กถิโตติ สกฺกา วิญฺญาตุํ. เสสา ถินมิทฺธอุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจานิ. ตตฺถ ถินมิทฺธํ อญฺญมญฺญํ สหชาตาทิวเสน ปจฺจโย, ตถา อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจนฺติ. อุภเยสมฺปิ อุปนิสฺสยโกฏิยา ปจฺจยภาเว วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ อาห ‘‘สหชาเตน จ อุปนิสฺสเยน จา’’ติ.
ยสฺมา สติ นาม ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติอาทินา เตสํ เตสํ ธมฺมานํ อนุสฺสรณวเสน วตฺตติ, ตสฺมา เต ธมฺมา สติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานียา นาม. โลกุตฺตรธมฺเม จ อนุสฺสวาทิวเสน คเหตฺวา ตถา ปวตฺตเตว. เตน วุตฺตํ ‘‘สติยา’’ติอาทิ.
โกสลฺลํ วุจฺจติ ปญฺญา, ตโต อุปฺปนฺนา โกสลฺลสมฺภูตา. อนวชฺชสุขวิปากาติ อนวชฺชา หุตฺวา สุขวิปากา วิปจฺจนกา. ปททฺวเยน ปจฺจยโต สภาวโต กิจฺจโต ผลโต กุสลธมฺมํ ทสฺเสติ. อกุสลนิทฺเทเสปิ เอเสว นโย. สาวชฺชาติ คารยฺหา. อนวชฺชาติ อคารยฺหา. หีนา ลามกา. ปณีตา เสฏฺฐา. กณฺหา กาฬกา อสุทฺธา. สุกฺกา โอทาตา สุทฺธา. ปฏิภาค-สทฺโท ปฐเม วิกปฺเป สทิสโกฏฺฐาสตฺโถ, ทุติเย ปฏิปกฺขโกฏฺฐาสตฺโถ, ตติเย นิคฺคเหตพฺพปฏิปกฺขโกฏฺฐาสตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
กุสลกิริยาย อาทิกมฺมภาเวน ปวตฺตวีริยํ ธิติสภาวตาย ธาตูติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อารมฺภธาตูติ ปฐมารมฺภวีริย’’นฺติ. ลทฺธาเสวนํ วีริยํ พลปฺปตฺตํ หุตฺวา ปฏิปกฺขํ วิธมตีติ อาห – ‘‘นิกฺกมธาตูติ โกสชฺชโต นิกฺขนฺตตฺตา ตโต พลวตร’’นฺติ. อธิมตฺตาธิมตฺตตรานํ ปฏิปกฺขธมฺมานํ วิธมนสมตฺถํ ปฏุปฏุตราทิภาวปฺปตฺตํ โหตีติ อาห – ‘‘ปรกฺกมธาตูติ ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนตาย ตโตปิ พลวตร’’นฺติ.
ติฏฺฐติ ปวตฺตติ เอตฺถาติ ฐานียา. อารมฺมณธมฺมา, ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ฐานียาติ ปีติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานียาติ ‘‘ปีติยา อารมฺมณธมฺมา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมา อปราปรุปฺปตฺติยา ปีติปิ ตถา วตฺตพฺพตํ ลภตีติ วุตฺตํ วิสุทฺธิมคฺเค ‘‘ปีติยา เอว ตํ นาม’’นฺติ. ทรถปสฺสทฺธีติ ทรโถ กิเลสปริฬาโห, โส ปสฺสมฺภติ เอตายาติ ทรถปสฺสทฺธิ, กายปสฺสทฺธิยา เวทนาทิขนฺธตฺตยสฺส วิย รูปกายสฺสปิ ปสฺสมฺภนํ โหติ, จิตฺตปสฺสทฺธิยา จิตฺตสฺเสว ปสฺสมฺภนํ, ตโต เอเวตฺถ ภควตา ลหุตาทีนํ วิย ทุวิธตา วุตฺตา. ตถา สมาหิตาการํ สลฺลกฺเขตฺวา คยฺหมาโน สมโถว สมถนิมิตฺตํ, ตสฺส อารมฺมณภูตํ ปฏิภาคนิมิตฺตมฺปิ. วิวิธํ อคฺคํ เอตสฺสาติ พฺยคฺโค, วิกฺเขโป. ตถา หิ โส อนวฏฺฐานรโส ภนฺตตาปจฺจุปฏฺฐาโน วุตฺโต. เอกคฺคภาวโต พฺยคฺคปฏิปกฺโขติ อพฺยคฺโค, สมาธิ, โส เอว นิมิตฺตนฺติ ปุพฺเพ วิย วตฺตพฺพํ. เตนาห ‘‘ตสฺเสว เววจน’’นฺติ.
โย อารมฺมเณ อิฏฺฐานิฏฺฐาการํ อนาทิยิตฺวา คเหตพฺโพ มชฺฌตฺตากาโร, โย จ ปุพฺเพ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาวเสน อุปฺปนฺโน มชฺฌตฺตากาโร, ทุวิโธปิ โส อุเปกฺขาย อารมฺมณธมฺโมติ อธิปฺเปโตติ อาห – ‘‘อตฺถโต ปน มชฺฌตฺตากาโร อุเปกฺขาฏฺฐานียา ธมฺมาติ เวทิตพฺโพ’’ติ. อารมฺมเณน กถิตา อารมฺมณสฺเสว เตสํ วิเสสปจฺจยภาวโต. เสสาติ วีริยาทโย จตฺตาโร ธมฺมา. เตสญฺหิ อุปนิสฺสโยว สาติสโย อิจฺฉิตพฺโพติ.
กายสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สีลสุตฺตวณฺณนา
๑๘๔. ขีณาสวสฺส โลกุตฺตรํ สีลํ นาม มคฺคผลปริยาปนฺนา สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวา สีลลกฺขณปฺปตฺตา ตทญฺเญ เจตนาทโย. โลกิยํ ปน กิริยาพฺยากตจิตฺตปริยาปนฺนํ จาริตฺตสีลํ, วาริตฺตสีลสฺส ปน สมฺภโว เอว นตฺถิ วิรมณวเสน ปวตฺติยา อภาวโต. ‘‘ปุพฺพภาคสีลํ โลกิยสีล’’นฺติ เกจิ.
จกฺขุทสฺสนนฺติ จกฺขูหิ ทสฺสนํ. ลกฺขณสฺส ทสฺสนนฺติ สภาวธมฺมานํ สงฺขตานํ ปจฺจตฺตลกฺขณสฺส ญาตปริญฺญาย, อนิจฺจาทิสามญฺญลกฺขณสฺส ตีรณปริญฺญาย ทสฺสนํ. ปชหนฺโตปิ หิ เต ปหาตพฺพาการโต ปสฺสติ นาม. นิพฺพานสฺส ตถลกฺขณํ มคฺคผเลหิ ทสฺสนํ, ตํ ปน ปฏิวิชฺฌนํ. ฌาเนน ปถวีกสิณาทีนํ, อภิญฺญาหิ รูปานํ ทสฺสนมฺปิ ญาณทสฺสนเมว. จกฺขุทสฺสนํ อธิปฺเปตํ สวนปยิรุปาสนานํ ปรโต คหิตตฺตา. ปญฺหปยิรุปาสนนฺติ ปญฺหปุจฺฉนวเสน ปยิรุปาสนํ อญฺญกมฺมตฺถาย อุปสงฺกมนสฺส เกวลํ อุปสงฺกมเนเนว โชติตตฺตา.
อริยานํ อนุสฺสติ นาม คุณวเสน, ตตฺถาปิ ลทฺธโอวาทาวชฺชนมุเขน ยถาภูตสีลาทิคุณานุสฺสรณนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ฌานวิปสฺสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อญฺเญสํเยว สนฺติเกติ อริเยหิ อญฺเญสํ สาสนิกานํเยว สนฺติเก. เตนาห – ‘‘อนุปพฺพชฺชา นามา’’ติ. อญฺเญสูติ สาสนิเกหิ อญฺเญสุ ตาปสปริพฺพาชกาทีสุ. ตตฺถ หิ ปพฺพชฺชา อริยานํ อนุปพฺพชฺชา นาม น โหตีติ วุตฺตํ.
สตสหสฺสมตฺตา อเหสุํ สมนฺตปาสาทิกตฺตา มหาเถรสฺส. ลงฺกาทีเปติ นิสฺสยสีเสน นิสฺสิตสลฺลกฺขณํ. น หิ ปพฺพชฺชา ทีปปฏิลทฺธา, อถ โข ทีปนิวาสิอาจริยปฏิลทฺธา. มหินฺท…เป… ปพฺพชนฺติ นาม ตสฺส ปริวารตาย ปพฺพชฺชายาติ.
สรตีติ ตํ โอวาทานุสาสนิธมฺมํ จินฺเตติ จิตฺเต กโรติ. วิตกฺกาหตํ กโรตีติ ปุนปฺปุนํ ปริวิตกฺกเนน ตทตฺถํ วิตกฺกนิปฺผาทิตํ กโรติ. อารทฺโธ โหตีติ สมฺปาทิโต โหติ. ตํ ปน สมฺปาทนํ ปาริปูริ เอวาติ อาห ‘‘ปริปุณฺโณ โหตี’’ติ. ตตฺถาติ ยถาวุตฺเต ธมฺเม. ญาณจารวเสนาติ ญาณสฺส ปวตฺตนวเสน. เตสํ เตสํ ธมฺมานนฺติ ตสฺมึ ตสฺมึ โอวาทธมฺเม อาคตานํ รูปารูปธมฺมานํ. ลกฺขณนฺติ วิเสสลกฺขณํ สามญฺญลกฺขณญฺจ. ปวิจินตีติ ‘‘อิทํ รูปํ เอตฺตกํ รูป’’นฺติอาทินา วิจยํ อาปชฺชติ. ญาณญฺจ โรเปตีติ ‘‘อนิจฺจํ จลํ ปโลกํ ปภงฺคู’’ติอาทินา ญาณํ ปวตฺเตติ. วีมํสนํ…เป… อาปชฺชตีติ รูปสตฺตการูปสตฺตกกฺกเมน วิปสฺสนํ ปจฺจกฺขโต วิย อนิจฺจตาทีนํ ทสฺสนํ สมฺมสนํ อาปชฺชติ.
อุภยมฺเปตนฺติ ผลานิสํสาติ วุตฺตทฺวยํ. อตฺถโต เอกํ ปริยายสทฺทตฺตา. ปฏิกจฺจาติ ปเคว. มรณกาเลติ มรณกาลสมีเป. สมีปตฺเถ หิ อิทํ ภุมฺมนฺติ อาห ‘‘มรณสฺส อาสนฺนกาเล’’ติ.
โส ติวิโธ โหติ ญาณสฺส ติกฺขมชฺฌมุทุภาเวน. เตนาห ‘‘กปฺปสหสฺสายุเกสู’’ติอาทิ. อุปหจฺจปรินิพฺพายี นาม อายุเวมชฺฌํ อติกฺกมิตฺวา ปรินิพฺพายนโต. ยตฺถ กตฺถจีติ อวิหาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ. สปฺปโยเคนาติ วิปสฺสนาญาณสงฺขารสงฺขาเตน ปโยเคน, สห วิปสฺสนาปโยเคนาติ อตฺโถ. สุทฺธาวาสภูมิยํ อุทฺธํเยว มคฺคโสโต เอตสฺสาติ อุทฺธํโสโต. ปฏิสนฺธิวเสน อกนิฏฺฐภวํ คจฺฉตีติ อกนิฏฺฐคามี.
อวิหาทีสุ วตฺตมาโนปิ เอกํสโต อุทฺธํคมนารโห ปุคฺคโล อกนิฏฺฐคามี เอว นามาติ วุตฺตํ ‘‘เอโก อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามีติ ปญฺจ โหนฺตี’’ติ. เตสนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. อุทฺธํโสตภาวโต ยทิปิ เหฏฺฐิมาทีสุปิ อริยภูมิ นิพฺพตฺตเตว, ตถาปิ ตตฺถ ภูมีสุ อายุํ อคฺคเหตฺวา อกนิฏฺฐภเว อายุวเสเนว โสฬสกปฺปสหสฺสายุกตา ทฏฺฐพฺพา. ‘‘สตฺต ผลา สตฺตานิสํสา ปาฏิกงฺขา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘อรหตฺตมคฺคสฺส ปุพฺพภาควิปสฺสนา โพชฺฌงฺคา กถิตา’’ติ วุตฺตํ. สตฺตนฺนมฺปิ สหภาโว ลพฺภตีติ ‘‘อปุพฺพํ อจริมํ เอกจิตฺตกฺขณิกา’’ติ วุตฺตํ. ตยิทํ ปาฬิยํ ตตฺถ ตตฺถ ‘‘ตสฺมึ สมเย’’ติ อาคตวจเนน วิญฺญายติ, โพชฺฌงฺคานํ ปน นานาสภาวตฺตา ‘‘นานาลกฺขณา’’ติ วุตฺตํ.
สีลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. วตฺถสุตฺตวณฺณนา
๑๘๕. ‘‘สติสมฺโพชฺฌงฺโค’’ติ เอวํ เจ มยฺหํ โหตีติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค นาม เสฏฺโฐ อุตฺตโม ปวโร, ตสฺมาหํ สติสมฺโพชฺฌงฺคสีเสน ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา วิหริสฺสามีติ เอวํ เจ มยฺหํ ปุพฺพภาเค โหตีติ อตฺโถ. ‘‘อปฺปมาโณ’’ติ เอวํ มยฺหํ โหตีติ สฺวายํ สติสมฺโพชฺฌงฺโค, สพฺพโส ปมาณกรกิเลสาภาวโต อปฺปมาณธมฺมารมฺมณโต จ อปฺปมาโณติ เอวํ มยฺหํ อนฺโตสมาปตฺติยํ อสมฺโมหวเสน โหติ. สุปริปุณฺโณติ ภาวนาปาริปูริยา สุฏฺฐุ ปริปุณฺโณติ เอวํ มยฺหํ อนฺโตสมาปตฺติยํ อสมฺโมหวเสน โหตีติ. ติฏฺฐตีติ ยถากาลปริจฺเฉทสมาปตฺติยา อวฏฺฐาเนน ตปฺปริยาปนฺนตาย สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ ปฏิพนฺธวเสน. อุปฺปาทํ อนาวชฺชิตตฺตาติ อุปฺปาทสฺส อนาวชฺชเนน อสมนฺนาหาเรน. อุปฺปาทสีเสน เจตฺถ อุปฺปาทวนฺโตว สงฺขารา คหิตา. อนุปฺปาทนฺติ นิพฺพานํ อุปฺปาทาภาวโต อุปฺปาทวนฺเตหิ จ วินิสฺสฏตฺตา. ปวตฺตนฺติ วิปากปฺปวตฺตํ. อปฺปวตฺตนฺติ นิพฺพานํ ตปฺปฏิกฺเขปโต. นิมิตฺตนฺติ สพฺพสงฺขารนิมิตฺตํ. อนิมิตฺตนฺติ นิพฺพานํ. สงฺขาเรติ อุปฺปาทาทิอนามสเนน เกวลเมว สงฺขารคหณํ. วิสงฺขารนฺติ นิพฺพานํ. อาวชฺชิตตฺตา อาวชฺชิตกาลโต ปฏฺฐาย อารพฺภ ปวตฺติยา สติสมฺโพชฺฌงฺโค ติฏฺฐติ. อฏฺฐหากาเรหีติ อฏฺฐหิ การเณหิ. ชานาตีติ สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตกาเล ปชานาติ. อฏฺฐหากาเรหีติ อุปฺปาทาวชฺชนาทีหิ เจว อนุปฺปาทาวชฺชนาทีหิ จ วุตฺตาการวิปรีเตหิ อฏฺฐหิ อากาเรหิ จวนฺตํ สมาปตฺติวเสน อนวฏฺฐานโตปิ คจฺฉนฺตํ จวตีติ เถโร ปชานาตีติ.
ผลโพชฺฌงฺคาติ ผลสมาปตฺติปริยาปนฺนา โพชฺฌงฺคา. กึ ปน เต วิสุํ วิสุํ ปวตฺตนฺตีติ อาห ‘‘ยทา หี’’ติอาทิ. สีสํ กตฺวาติ ปธานํ เสฏฺฐํ กตฺวา. ตทนฺวยาติ ตทนุคตา สติสมฺโพชฺฌงฺคํ อนุคจฺฉนกา. ตญฺจ โข ตถา กตฺวา ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขณวเสน. เกจิ ปน ‘‘ตํ ปจฺจเวกฺขณาทิกํ กตฺวา’’ติ วทนฺติ.
วตฺถสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ภิกฺขุสุตฺตวณฺณนา
๑๘๖. โพธายาติ เอตฺถ โพโธ นาม พุชฺฌนํ, ตํ ปน กิสฺส เกนาติ ปุจฺฉนฺโต ‘‘กึ พุชฺฌนตฺถายา’’ติ วตฺวา ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มคฺเคนา’’ติอาทิมาห. มคฺเคน นิพฺพานํ พุชฺฌนตฺถาย สํวตฺตนฺติ, ปจฺจเวกฺขณาย กตกิจฺจตํ พุชฺฌนตฺถาย สํวตฺตนฺติ, ปฐมวิกปฺเป สจฺฉิกิริยาภิสมโย เอว ทสฺสิโตติ เตน อตุฏฺเฐ ‘‘มคฺเคน วา’’ติ ทุติยวิกปฺปมาห. วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตนฺติ ปเทหิ สพฺพํ มคฺคกิจฺจํ ตสฺส ผลญฺจ ทสฺสิตํ. นิโรธนิสฺสิตนฺติ อิมินา นิพฺพานสจฺฉิกิริยา. กามาสวาปิ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติอาทินา กิเลสปฺปหานํ. วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณํ โหตีติอาทินา ปจฺจเวกฺขณา ทสฺสิตา.
ภิกฺขุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖-๗. กุณฺฑลิยสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๘๗-๑๘๘. นิพทฺธวาสวเสน อาราเม นิสีทนสีโลติ อารามนิสาที. ปริสํ โอคาโฬฺห หุตฺวา จรตีติ ปริสาวจโรติ อาห – ‘‘โย ปนา’’ติอาทิ. เอวนฺติ อิมินากาเรน. คหณนฺติ นิคฺคหณํ. เตน ปุจฺฉาปทสฺส อตฺถํ วิวรติ. นิพฺเพฐนนฺติ นิคฺคหนิพฺเพฐนํ. เตน วิสฺสชฺชนปทสฺส อตฺถํ วิวรติ. อิมินา นเยนาติ เอเตน ‘‘อิติวาโท’’ติ เอตฺถ อิติ-สทฺทสฺส อตฺถํ ทสฺเสติ. อุปารมฺภาธิปฺปาโย วทติ เอเตนาติ วาโท, โทโส. อิติวาโท โหตีติ เอวํ อิมสฺส อุปริ วาทาโรปนํ โหติ. อิติวาทปฺปโมกฺโขติ เอวํ ตโต ปโมกฺโข โหติ. เอวํ วาทปฺปโมกฺขานิสํสํ ปเรหิ อาโรปิตโทสสฺส นิพฺเพฐนวเสน ทสฺเสตฺวา อิทานิ โทสปเวทนวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘อยํ ปุจฺฉาย โทโส’’ติอาทิ วุตฺตํ.
เอตฺตกํ ฐานนฺติอาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ‘‘ตีณิ สุจริตานี’’ติ เอตฺตกํ ฐานํ. อิมํ เทสนนฺติ ‘‘อินฺทฺริยสํวโร โข’’ติอาทินยปฺปวตฺตํ อิมํ เทสนํ. นาภิชฺฌายตีติ น อภิชฺฌายติ. นาภิหํสตีติ น อภิตุสฺสติ. โคจรชฺฌตฺเต ฐิตํ โหตีติ กมฺมฏฺฐานารมฺมเณ สมาธานวเสน ฐิตํ โหติ อวฏฺฐิตํ. เตนาห ‘‘สุสณฺฐิต’’นฺติ. สุสณฺฐิตนฺติ สมฺมา อวิกฺเขปวเสน ฐิตํ. กมฺมฏฺฐานวิมุตฺติยาติ กมฺมฏฺฐานานุยุญฺชนวเสน ปฏิปกฺขโต นีวรณโต วิมุตฺติยา. สุฏฺฐุ วิมุตฺตนฺติ สุวิมุตฺตํ. ตสฺมึ อมนาปรูปทสฺสเน น มงฺกุ วิลกฺโข น โหติ. กิเลสวเสน โทสวเสน. อฏฺฐิตจิตฺโต อถทฺธจิตฺโต. โกเวเสน หิ จิตฺตํ ถทฺธํ โหติ, น มุทุกํ. อทีนมานโสติ โทมนสฺสวเสน โย ทีนภาโว, ตทภาเวน นิทฺโทสมานโส. อปูติจิตฺโตติ พฺยาปชฺชาภาเวน สีติภูตจิตฺโต.
อิเมสุ ฉสุ ทฺวาเรสุ อฏฺฐารส ทุจฺจริตานิ โหนฺติ ปจฺเจกํ กายวจีมโนทุจฺจริตเภเทน. ตานิ วิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเตติ นยทานมตฺตเมตํ. เตน ‘‘อนิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต โทสํ อุปฺปาเทนฺตสฺสา’’ติอาทินา ติวิธทุจฺจริตํ นีหริตฺวา วตฺตพฺพํ, ตถา ‘‘มชฺฌตฺตารมฺมเณ โมหํ อุปฺปาเทนฺตสฺสา’’ติอาทินา จ. มโนทุจฺจริตาทิสามญฺเญน ปน ตีณิเยว ทุจฺจริตานิ โหนฺตีติ เวทิตพฺพํ.
ปญฺญตฺติวเสนาติ วตฺถุํ อนามสิตฺวา ปิณฺฑคหณมุเขน เกวลํ ปญฺญตฺติวเสเนว. ภาวนาปฏิสงฺขาเนติ ภาวนาสิทฺเธ ปฏิสงฺขาเน, ภาวนาย ปฏิสงฺขาเน วาติ อตฺโถ. อิมานีติ ยถาวุตฺตานิ ฉทฺวารารมฺมณานิ. ทุจฺจริตานีติ ทุจฺจริตการณานิ. อปฺปฏิสงฺขาเน ฐิตสฺส ทุจฺจริตานิ สุจริตานิ กตฺวา. ปริณาเมตีติ ปริวตฺเตติ ทุจฺจริตานิ ตตฺถ อนุปฺปาเทตฺวา สุจริตานิ อุปฺปาเทนฺโต. เอวนฺติ วุตฺตปฺปกาเรน. อินฺทฺริยสํวโร…เป… เวทิตพฺโพ อินฺทฺริยสํวรสมฺปาทนวเสน ติณฺณํ สุจริตานํ สิชฺฌนโต. เตนาห ‘‘เอตฺตาวตา’’ติอาทิ. เอตฺตาวตาติ อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ‘‘ตีณิ สุจริตานิ ปริปูเรนฺตี’’ติ ปทํ, เอตฺตาวตา. สีลานุรกฺขกํ อินฺทฺริยสํวรสีลนฺติ จตุปาริสุทฺธิสีลสฺส อนุรกฺขกํ อินฺทฺริยสํวรสีลํ กถิกํ. กถํ ปน ตเทว ตสฺส อนุรกฺขกํ โหตีติ? อปราปรุปฺปตฺติยา อุปนิสฺสยภาวโต.
ตีณิ สีลานีติ อินฺทฺริยสํวร-อาชีวปาริสุทฺธิ-ปจฺจยสนฺนิสฺสิต-สีลานิ. โลกุตฺตรมิสฺสกาติ โลกิยาปิ โลกุตฺตราปิ โหนฺตีติ อตฺโถ. สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานนฺติ โลกุตฺตรานํ สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ. มูลภูตา สติปฏฺฐานา ปุพฺพภาคา, เต สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘จตฺตาโร โข, กุณฺฑลิย, สติปฏฺฐานา ภาวิตา พหุลีกตา สตฺต โพชฺฌงฺเค ปริปูเรนฺตี’’ติ. เตปีติ ยถาวุตฺตสติปฏฺฐานา. สติปฏฺฐานมูลกา โพชฺฌงฺคาติ โลกิยสติปฏฺฐานมูลกา โพชฺฌงฺคาว. ปุพฺพภาคาวาติ เอตฺถ เกจิ ‘‘ปุพฺพภาคา จา’’ติ ปาฐํ กตฺวา ‘‘ปุพฺเพว โลกุตฺตรา ปุพฺพภาคา จา’’ติ อตฺถํ วทนฺติ. วิชฺชาวิมุตฺติมูลกาติ ‘‘สตฺต โข, กุณฺฑลิย, โพชฺฌงฺคา ภาวิตา พหุลีกตา วิชฺชาวิมุตฺตึ ปริปูเรนฺตี’’ติ เอวํ วุตฺตา โพชฺฌงฺคา โลกุตฺตราว วิชฺชาวิมุตฺติสหคตภาวโต.
กุณฺฑลิยสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. อุปวานสุตฺตวณฺณนา
๑๘๙. ปจฺจตฺตนฺติ กรณนิทฺเทโส อยนฺติ อาห – ‘‘อตฺตนาวา’’ติ. กุรุมาโนเยวาติ อุปฺปาเทนฺโต เอว. กมฺมฏฺฐานวิมุตฺติยา สุฏฺฐุ วิมุตฺตนฺติ กมฺมฏฺฐานมนสิกาเรน นีวรณานํ ทูรีภาวโต เตหิ สุฏฺฐุ วิมุตฺตํ. อตฺถํ กริตฺวาติ ภาวนามนสิการํ อุตฺตมํ กตฺวา. ‘‘มหา วต เม อยํ อตฺโถ อุปฺปนฺโน’’ติ อตฺถิโก หุตฺวา.
๙. ปฐมอุปฺปนฺนสุตฺตวณฺณนา
๑๙๐. ตถาคตสฺส ปาตุภาวาติอาทินา พุทฺธุปฺปาทกาเล เอว โพชฺฌงฺครตนปฏิลาโภติ ทสฺเสติ.
ปพฺพตวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.