๘. วิภงฺคสุตฺตวณฺณนา

๘. เอเกน ปริยาเยน อฏฺฐงฺคิกมคฺคํ วิภชิตฺวาติ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติอาทินา เอเกน ปริยาเยน อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ วิภาเคน ทสฺเสตฺวา ‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, สมฺมาทิฏฺฐี’’ติอาทินา ปุน อปเรน ปริยาเยน วิภชิตุกาโม. อุคฺคหธารณปริจยญาณานิปิ สวนญาเณ เอว อวโรธํ คจฺฉนฺตีติ ‘‘สวนสมฺมสนปฏิเวธปจฺจเวกฺขณวเสนา’’ติ วุตฺตํ.

กมฺมฏฺฐานาภินิเวโสติ กมฺมฏฺฐานปฏิปตฺติ. ปุริมานิ เทฺว สจฺจานิ อุคฺคณฺหิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาปนฺติ นิโรธมคฺเคสุ นินฺนภาวํ ทสฺเสติ, น อภินนฺทนํ, ตนฺนินฺนภาโว เอว จ ตตฺถ กมฺมกรณํ ทฏฺฐพฺพํ. เอเกเนวากาเรน สจฺจานํ ปฏิเวธนิมิตฺตตา, โส เอว อภิมุขภาโว เตสํ สมาคโมติ เอกาภิสมโย.

อสฺสาติ ญาณสฺส, โยคิโน วา. เอตฺถ จ เกจิ ‘‘โลกิยญาณมฺปิ ปฏิเวโธ สพฺพสฺส ยาถาวโพธภาวโต’’ติ วทนฺติ. นนุ อุคฺคหาทิปฏิเวโธ จ ปฏิเวโธว, น จ โส โลกุตฺตโรติ? ตํ น, เกวเลน ปฏิเวธ-สทฺเทน อุคฺคหาทิปฏิเวธานํ อวจนียตฺตา, ปฏิเวธนิมิตฺตตฺตา วา อุคฺคหาทิวเสน ปวตฺตํ ทุกฺขาทีสุ ปุพฺพภาเค ญาณํ ‘‘ปฏิเวโธ’’ติ วุจฺจติ, น ปฏิเวธตฺตา, ปฏิเวธภูตเมว ปน ญาณํ อุชุกํ ปฏิเวโธติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. กิจฺจโตติ ปริญฺญาทิกิจฺจโต. อารมฺมณปฏิเวโธติ สจฺฉิกิริยาปฏิเวธมาห. กิจฺจโตติ อสมฺโมหปฏิเวธํ. อุคฺคหาทีหิ สจฺจสฺส ปริคฺคณฺหนํ ปริคฺคโห.

ทุทฺทสตฺตาติ อนธิคตญาเณน ยาถาวสรสลกฺขณโต ทฏฺฐุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา อุปฺปตฺติโต ปากฏานิปิ. เตนาห ‘‘ทุกฺขสจฺจํ หี’’ติอาทิ. อุภยนฺติ ปุริมํ สจฺจทฺวยํ. ปโยโคติ กิริยา, วายาโม วา. ตสฺส มหนฺตตรสฺส อิจฺฉิตพฺพตํ ทุกฺกรตรตญฺจ อุปมาหิ ทสฺเสติ ‘‘ภวคฺคคฺคหณตฺถ’’นฺติอาทินา. ยถา ปุริมํ สจฺจทฺวยํ วิย เกนจิ ปริยาเยน อปากฏตาย ปรมคมฺภีรตฺตา อุคฺคหาทิวเสน ปุพฺพภาเค ปวตฺติเภทํ คเหตฺวา ‘‘ทุกฺเข ญาณ’’นฺติอาทินา จตุพฺพิธํ กตฺวา วุตฺตํ. เอกเมว ตํ ญาณํ โหติ เอกาภิสมยวเสเนว ปวตฺตนโต.

กามปจฺจนีกฏฺเฐนาติ กามานํ อุชุปจฺจนีกภาเวน. กามโต นิสฺสฏภาเวนาติ กาเมหิ วิสํยุตฺตภาเวน. กามํ สมฺมสนฺตสฺสาติ ทุวิธมฺปิ กามํ อนิจฺจาทิโต สมฺมสนฺตสฺส. ปชฺชติ ปวตฺตติ เอเตนาติ ปทํ, กามสฺส ปทนฺติ กามปทํ, กามสฺส อุปฺปตฺติการณสฺส ฆาโต สมุคฺฆาโต, ตํ กามปทฆาตํ. เตนาห ‘‘กามวูปสม’’นฺติ. กาเมหิ วิวิตฺตํ กามวิวิตฺตํ. โส เอว จ เนสํ อนฺโต สมุจฺเฉทวิเวเกติ กตฺวา ตสฺมึ สาเธตพฺเพ อุปฺปนฺโนติ วุตฺตํ ‘‘กามวิวิตฺตนฺเต อุปฺปนฺโน’’ติ. กามโต นิกฺขมตีติ นิกฺขโม, โส เอว เนกฺขมฺมสงฺกปฺโป. อิมสฺมิญฺจ เนกฺขมฺมสงฺกปฺปสฺส สทฺทตฺถวิภาเวน ยถาวุตฺโต กามปจฺจนีกฏฺฐาทิโก อตฺถนิทฺธารณวิเสโส อนฺโตคโธ.

เอเสว นโยติ อิมินา พฺยาปาทปจฺจนีกฏฺเฐน วิหึสาย ปจฺจนีกฏฺเฐนาติอาทิกํ อพฺยาปาทาวิหึสาสงฺกปฺปานํ อตฺถุทฺธารณวิธึ อติทิสติ. เนกฺขมฺมสงฺกปฺปาทโยติ อาทิ-สทฺเทน อพฺยาปาทอวิหึสาสงฺกปฺเป เอว สงฺคณฺหาติ. กาม…เป… สญฺญานนฺติ กามวิตกฺกาทิวิรติสมฺปยุตฺตานํ เนกฺขมฺมาทิสญฺญานํ. นานตฺตาติ นานาขณิกตฺตา. ตีสุ ฐาเนสูติ ติปฺปกาเรสุ การเณสุ. อุปฺปนฺนสฺสาติ อุปฺปชฺชนารหสฺส. ภูมิลทฺธอุปฺปนฺนํ อิธาธิปฺเปตํ. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. ปทจฺเฉทโตติ การณุปจฺเฉทโต. ปทนฺติ หิ อุปฺปตฺติการณนฺติ วุตฺโตวายมตฺโถ. อนุปฺปตฺติสาธนวเสนาติ ยถา สงฺกปฺโป อายตึ นุปฺปชฺชติ, เอวํ อนุปฺปตฺติสาธนวเสน. สมฺมาทิฏฺฐิ วิย เอโกว กุสลสงฺกปฺโป อุปฺปชฺชติ.

จตูสุ ฐาเนสูติ วิสํวาทนาทีสุ จตูสุ วีติกฺกมฏฺฐาเนสุ. ปพฺพชิตานํ มิจฺฉาชีโว นาม อาหารนิมิตฺตโกติ อาห ‘‘ขาทนียโภชนียาทีนํ อตฺถายา’’ติ. สพฺพโส อเนสนาย ปหานํ สมฺมาอาชีโวติ อาห ‘‘พุทฺธปฺปสตฺเถน อาชีเวนา’’ติ. กมฺมปถปตฺตานํ วเสน ‘‘สตฺตสุ ฐาเนสู’’ติ วุตฺตํ. อกมฺมปถปตฺตาย หิ อเนสนาย โส ปทฆาตํ กโรติเยว.

ตถารูเป วา อารมฺมเณติ ยสฺมึ อารมฺมเณ อิมสฺส ปุพฺเพ กิเลสา น อุปฺปนฺนา, ตสฺมึ เอว. อนุปฺปนฺนานนฺติ อนุปฺปาทสฺสปิ ปตฺถนาวเสน อนุปฺปนฺนานํ. วีริยจฺฉนฺทนฺติ วีริยสฺส นิพฺพตฺเตตุกามตาฉนฺทํ. ‘‘ฉนฺทสมฺปยุตฺตวีริยญฺจา’’ติ วทนฺติ. วีริยเมว ปน อนุปฺปนฺนากุสลานุปฺปาทเน ลพฺภมานฉนฺทตาย ธุรสมฺปคฺคหตาย ฉนฺทปริยาเยน วุตฺตํ. ตถา หิ วีริยํ – ‘‘อนิกฺขิตฺตฉนฺทตา อนิกฺขิตฺตธุรตา’’ติ (ธ. ส. ๒๖) นิทฺทิฏฺฐํ. โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา จิตฺตํ ปคฺคหิตํ กโรติ. ปธานนฺติ ปธานภูตวีริยํ.

อุปฺปตฺติปพนฺธวเสนาติ นิรนฺตรุปฺปาทนวเสน. จตูสุ ฐาเนสุ กิจฺจสาธนวเสนาติ ยถาวุตฺเตสุ จตูสุ ฐาเนสุ ปธานกิจฺจสฺส นิปฺผาทนวเสน อนุปฺปาทนาทิวเสน. กิจฺจสาธนวเสนาติ กายเวทนาจิตฺตธมฺเมสุ สุภสุขนิจฺจอตฺตคาหวิธมนวเสน อสุภทุกฺขานิจฺจานตฺตสาธนวเสน.

อยนฺติ ยถาวุตฺโต สทิสาสทิสตาวิเสโส. อสฺสาติ มคฺคสฺส. เอตฺถ กถนฺติ ยทิ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานโต ปฏฺฐาย ยาว สพฺพภวคฺคา ฌานงฺคมคฺคงฺคโพชฺฌงฺคานํ สทิสตา, เอวํ สนฺเต ‘‘อารุปฺเป จตุกฺกปญฺจกชฺฌานํ อุปฺปชฺชติ, ตญฺจ โลกุตฺตร’’นฺติ เอตฺถ กถํ อตฺโถ คเหตพฺโพติ อาห ‘‘เอตฺถาปี’’ติอาทิ. ตํฌานิกาวาติ ปฐมชฺฌานาทีสุ ยํ ฌานํ มคฺคปฏิลาภสฺส ปาทกภูตํ, ตํฌานิกาว อสฺส อริยสฺส อุปริปิ ตโย มคฺคา. เอวนฺติ วุตฺตากาเรน. ปาทกชฺฌานเมว นิยเมติ อารุปฺเป จตุกฺกปญฺจกชฺฌานุปฺปตฺติยํ. วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา ขนฺธาติ สมฺมสิตขนฺเธ วทนฺติ. ปุคฺคลชฺฌาสโย นิยเมติ ปาทกสมฺมสิตชฺฌานานํ เภเท. ยสฺมา สงฺขารุเปกฺขาญาณเมว อริยมคฺคสฺส โพชฺฌงฺคาทิวิเสสํ นิยเมติ, ตโต ทุติยาทิปาทกชฺฌานโต อุปฺปนฺนสฺส สงฺขารุเปกฺขาญาณสฺส ปาทกชฺฌานาติกฺกนฺตานํ องฺคานํ อสมาปชฺชิตุกามตาวิราคภาวโต อิตรสฺส จ อตพฺภาวโต ตีสุปิ วาเทสุ วิปสฺสนาว นิยเมตีติ เวทิตพฺโพ, ตสฺมา วิปสฺสนานิยเมเนว หิ ปฐมวาเทปิ อปาทกชฺฌานาทิปาทกาปิ มคฺคา ปฐมชฺฌานิกา โหนฺติ. อิตเรหิ จ ปาทกชฺฌาเนหิ วิปสฺสนานิยเมหิ ตํตํฌานิกาว. เอวํ เสสวาเทสุ วิปสฺสนานิยโม ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพ. ทุติยวาเท ตํตํฌานิกตา สมฺมสิตสงฺขารวิปสฺสนานิยเมหิ โหติ. ตตฺร หิ วิปสฺสนา ตํตํวิราคภาวนา ภาเวตพฺพา, น โสมนสฺสสหคตา อุเปกฺขาสหคตา หุตฺวา ฌานงฺคาทินิยมํ มคฺคสฺส กโรตีติ เอวํ วิปสฺสนานิยโม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อิมสฺมิญฺจ วาเท ปาทกสมฺมสิตชฺฌานุปนิสฺสยสพฺภาเว อชฺฌาสโย เอกนฺเตน โหตีติ ‘‘ปุคฺคลชฺฌาสโย นิยเมตีติ วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ, อฏฺฐกถายํ ปน วิสุทฺธิมคฺคสฺส เอติสฺสา อฏฺฐกถาย เอกสงฺคหิตตฺตา ‘‘เตสํ วาทวินิจฺฉโย…เป… เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. ปุพฺพภาเคติ วิปสฺสนากฺขเณ.

วิภงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.