๑. อวิชฺชาวคฺโค
๑-๒. อวิชฺชาสุตฺตาทิวณฺณนา
๑-๒. ปุพฺพงฺคมาติ ปุพฺเพจรา. อวิชฺชา หิ อญฺญาณลกฺขณา สมฺมุยฺหนากาเรน อารมฺมเณ ปวตฺตตีติ สมฺปยุตฺตธมฺมานมฺปิ ตทาการานุวิธานตาย ปจฺจโย โหติ. ตถา หิ เต อนิจฺจาสุภทุกฺขานตฺตสภาเวปิ ธมฺเม นิจฺจาทิโต คณฺหนฺติ, อยมสฺสา เตสํ สหชาตวเสน ปุพฺพงฺคมตา. ยํ ปน โมเหน อภิภูโต ปาปกิริยาย อาทีนวํ อปสฺสนฺโต ปาณํ หนติ, อทินฺนํ อาทิยติ, กาเมสุ มิจฺฉา จรติ, มุสา ภณติ, อญฺญมฺปิ วิวิธํ ทุสฺสีลฺยํ อาจรติ, อยมสฺส สหชาตวเสน จ อุปนิสฺสยวเสน จ ปุพฺพงฺคมตา. สมาปชฺชนายาติ ตพฺภาวาปชฺชนาย อกุสลปฺปตฺติยา. สภาวปฏิลาภายาติ อตฺตลาภาย. เตนาห ‘‘อุปฺปตฺติยา’’ติ. สา ปเนสา วุตฺตากาเรน อกุสลานํ ปุพฺพงฺคมภูตา อวิชฺชา อุปฺปชฺชตีติ สมฺพนฺโธ. ยเทตนฺติ ยํ เอตํ ปาปาชิคุจฺฉนตาย ปาปโต อลชฺชนาการสณฺฐิตํ อหิริกํ, ปาปานุตฺราสตาย ปาปโต อภายนาการสณฺฐิตญฺจ อโนตฺตปฺปํ, เอตํ ทฺวยํ อนุเทว อนฺวาคตเมว. อนุ-สทฺเทน เจตฺถ เอตนฺติ อุปโยควจนํ. อนุเทวาติ เอตสฺส อตฺโถ สเหว เอกโตติ. เอตฺถ อวิชฺชาย วุตฺตนยานุสาเรน ตปฺปฏิปกฺขโต จ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส – ตตฺถ ยถา อกุสลกมฺมปถวเสน ปวตฺติยํ ปุพฺพงฺคมตา อวิชฺชาย, เอวํ กุสลกมฺมปถวเสน ปุญฺญกิริยวตฺถุวเสน จ ปวตฺติยํ วิชฺชาย ปุพฺพงฺคมตา วตฺตพฺพา. วีมํสาธิปติวเสน ปวตฺติยํ อาธิปจฺจาการวเสน จ ปุพฺพงฺคมตา เวทิตพฺพา. ทฺวีเหวาติ จ อวธารณํ อาธิปจฺจาการสฺส สหชาเตเนว สงฺคเหตพฺพโต.
ลชฺชนาการสณฺฐิตาติ ปาปโต ชิคุจฺฉนาการสณฺฐิตา. ภายนาการสณฺฐิตนฺติ อุตฺตสนาการสณฺฐิตํ. เอตฺถาติ หิริโอตฺตปฺเป. วิทติ, วินฺทตีติ วา วิชฺชา. วิทฺทสูติ จ สปฺปญฺญปริยาโยติ อาห ‘‘วิทฺทสุโนติ วิทุโน’’ติ. ยาถาวทิฏฺฐีติ อวิปรีตา ทิฏฺฐิ, สํกิเลสโต นิยฺยานิกทิฏฺฐิ. สมฺมาทิฏฺฐิ ปโหตีติ เอตฺถ สา วิชฺชา สมฺมาทิฏฺฐิ เวทิตพฺพา. น เอกโต สพฺพานิ ลพฺภนฺติ สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวานํ ปุพฺพาภิสงฺขารสฺส อเนกรูปตฺตา. โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ เอกโต ลพฺภนฺติ กิจฺจโต ภินฺนานมฺปิ ตาสํ ตตฺถ สรูปโต อภินฺนตฺตา. เอกา เอว หิ วิรติ มคฺคกฺขเณ ติสฺสนฺนมฺปิ วิรตีนํ กิจฺจํ สาเธนฺตี ปวตฺตติ, ยถา เอกา เอว สมฺมาทิฏฺฐิ ปริชานนาทิวเสน จตุพฺพิธกิจฺจํ สาเธนฺตี ปวตฺตติ. ตานิ จ โข สพฺพานิ อฏฺฐปิ ปฐมชฺฌานิเก มคฺเค ลพฺภนฺตีติ โยชนา. ปฐมชฺฌานิเกติ ปฐมฌานวนฺเต.
ตถาภูตสฺสาติ อริยมคฺคสมงฺคิโน. ยสฺมา มหาสฬายตนสุตฺเต วุตฺตํ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ ปญฺจนฺนํ เอว องฺคานํ วเสนา’’ติ, ตสฺมา ปญฺจงฺคิโก โลกุตฺตรมคฺโค โหติ. ‘‘ปุพฺเพว โข ปนา’’ติ หิ วจนํ ตทา มคฺคกฺขเณ วิรตีนํ อภาวํ ญาเปติ, ตสฺมา กามาวจรจิตฺเตสุ วิย โลกุตฺตรจิตฺเตสุ วิรติ อนิยตาติ อธิปฺปาโย. ปริสุทฺธภาวทสฺสนนฺติ ปริสุทฺธสีลภาวทสฺสนตฺถํ. อยมตฺโถ ทีปิโต, น อริยมคฺเค วิรตีนํ อภาโว.
ยทิ เอวํ กสฺมา อภิธมฺเม มคฺควิภงฺเค ปญฺจงฺคิกวาโร อาคโตติ อาห ‘‘ยมฺปิ อภิธมฺเม’’ติอาทิ. ตนฺติ ‘‘ปญฺจงฺคิโก มคฺโค โหตี’’ติ วจนํ. ‘‘เอกํ กิจฺจนฺตรํ ทสฺเสตุํ วุตฺต’’นฺติ วตฺวา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมิญฺหิ กาเล’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมิญฺหิ กาเลติ โลกิยกาเล. เตน ‘‘เอกํ กิจฺจนฺตร’’นฺติ วุตฺตํ อฏฺฐงฺคิกกิจฺจํ ทสฺเสติ. วิรติอุปฺปาทเนน มิจฺฉาวาจาทีนิ ปุคฺคเลน มคฺคสมเย ปชหาเปนฺตีติ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนิ ‘‘ปญฺจ การกงฺคานี’’ติ วุตฺตานิ. สมฺมาวาจาทิกิริยา หิ วิรติ, ตญฺจ เอตานิ การาเปนฺตีติ. วิรติวเสนาติ วิรมณกิริยาวเสน การาปกภาเวน, กตฺตุภาเวน วาติ อตฺโถ. ‘‘วิรติตฺตยวเสนา’’ติ วา ปาโฐ.
สมฺมากมฺมนฺโต ปูรตีติ อิเมหิ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีหิ สมฺมากมฺมนฺตกิจฺจํ ปูรติ นาม เตหิ วีริยาทิเกหิ ตทตฺถสิทฺธิโต. ตมฺปิ สนฺธาย ‘‘เอกํ กิจฺจนฺตรํ ทสฺเสตุ’’นฺติ วุตฺตํ. อิมํ กิจฺจนฺตรํ ทสฺเสตุนฺติ โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณปิ อิมาเนว ปญฺจ สมฺมาวาจาทิวิรติตฺตยสฺส เอกกฺขเณ การาปกงฺคานีติ ทสฺเสตุํ. เอวํ วุตฺตนฺติ ‘‘ตสฺมึ สมเย ปญฺจงฺคิโก มคฺโค โหตี’’ติ (วิภ. ๔๙๔) เอวํ วุตฺตํ. โลกิยมคฺคกฺขเณ ปญฺเจว โหนฺติ, วิรติ ปน อนิยตา, ตสฺมา ‘‘ฉองฺคิโก’’ติ อวตฺวา ‘‘ปญฺจงฺคิโก’’อิจฺเจว วุตฺตํ. ตยิทํ อภิธมฺเม ปญฺจงฺคิกวารเทสนาย การณกิตฺตนมคฺโค, อริยมคฺโค ปน อฏฺฐงฺคิโกวาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘ยา จ, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทิกา ทส, ตปฺปจฺจยา อกุสลา จ ทสาติ วีสติ อกุสลปกฺขิยา, สมฺมาทิฏฺฐิอาทิกา ทส, ตปฺปจฺจยา กุสลา จ ทสาติ วีสติ กุสลปกฺขิยา มหาจตฺตารีสกสุตฺเต วุตฺตา. มหาจตฺตารีสกนฺติ ตสฺเสตํ นามํ. มิสฺสโกว กถิโต โลกุตฺตรสฺสปิ อิธ ลพฺภมานตฺตา.
ยสฺมา โกสลสํยุตฺเตปิ อิธ จ เถเรน ‘‘อุปฑฺฒมิทํ, ภนฺเต, พฺรหฺมจริยสฺสา’’ติอาทินา วุตฺตํ ‘‘มา เหวํ อานนฺทา’’ติอาทินา ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘สกลเมวิทํ อานนฺทา’’ติอาทินา ภควตา เทสิตํ สุตฺตํ อาคตํ. ตสฺสตฺโถ โกสลสํยุตฺตวณฺณนายํ วุตฺโต, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โกสลสํยุตฺเต วุตฺตตฺถเมวา’’ติ.
อวิชฺชาสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. สาริปุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๓. สาวกโพธิ สาวกปารมิโย, ตปฺปริยาปนฺนํ ญาณํ สาวกปารมิญาณํ, ตํ ปน ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ ตตฺถปิ ธมฺมเสนาปติโน เอว สวิเสสํ มตฺถกํ ปตฺตํ, น อิตเรสนฺติ อาห – ‘‘สาวก…เป… อปฺปตฺตตายา’’ติ. ตสฺมา ตสฺส มตฺถกปฺปตฺติยา มคฺคพฺรหฺมจริเย อิชฺฌนฺเต ตสฺส เอกเทโส อิธ อิชฺฌติ, น สกลนฺติ. น หิ อทฺธพฺรหฺมจริยํ นาม อตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ, ‘‘สกลมฺปิ …เป… ลพฺภตี’’ติ, ตํ ปน ภณฺฑาคาริโก นาญฺญาสิ ญาณสฺส สาวกวิสเยปิ สปฺปเทสิกตฺตา, ธมฺมเสนาปติ ปน ญาณสฺส ตตฺถ นิปฺปเทสิกตฺตา อญฺญาสีติ. เตนาห – ‘‘อานนฺทตฺเถโร…เป… อญฺญาสี’’ติ. เอวมาหาติ ‘‘สกลมิทํ, ภนฺเต’’ติ เอวํ อโวจ.
สาริปุตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ชาณุสฺโสณิพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๔. วฬวาภิ-สทฺโท วฬวาปริยาโยติ อาห ‘‘จตูหิ วฬวาหิ ยุตฺตรเถนา’’ติ. โยธรโถติ โยเธหิ ยุชฺฌนตฺถํ อาโรหิตพฺพรโถ. อลงฺการรโถ มงฺคลทิวเสสุ อลงฺกตปฏิยตฺเตหิ อาโรหิตพฺพรโถ. ฆนทุกุเลน ปริวาริโตติ รชตปฏฺฏวณฺเณน เสตทุกุเลน ปฏิจฺฉาทิโต. ปฏิจฺฉาทนตฺโถ หิ อิธ ปริวารสทฺโท. รชตปนาฬิสุปริกฺขิตฺตา เสตภาวกรณตฺถํ.
ฉนฺนํ ฉนฺนํ มาสานนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. เอกวารํ นครํ ปทกฺขิณํ กโรตีติ อิทํ ตสฺมึ ฐานนฺตเร ฐิเตน กาตพฺพํ จาริตฺตํ. นครโต น ปกฺกนฺตาติ นครโต พหิ น คตา. มงฺคลวจเน นิยุตฺตา มงฺคลิกา, สุวตฺถิวจเน นิยุตฺตา โสวตฺถิกา. อาทิ-สทฺเทน ถุติมาคธวนฺทิกาจริยเก สงฺคณฺหาติ. สุกปตฺตสทิสานิ วณฺณโต.
วณฺณคีตนฺติ ถุติคีตํ. พฺรหฺมภูตํ เสฏฺฐภูตํ ยานํ, พฺรหฺมภูตานํ เสฏฺฐภูตานํ ยานนฺติ วา พฺรหฺมยานํ. วิชิตตฺตา วิเสเสน ชินนโต. ราคํ วินยมานา ปริโยสาเปตีติ สพฺพมฺปิ ราคํ สมุจฺเฉทวินยวเสน วิเนติ, อตฺตโน กิจฺจํ ปริโยสาเปติ. กิจฺจปริโยสาปเนเนว หิ สยมฺปิ ปริโยสานํ นิปฺผตฺตึ อุปคจฺฉติ. เตนาห ‘‘ปริโยสานํ คจฺฉติ นิปฺผชฺชตี’’ติ.
ธุรนฺติ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘ตตฺรมชฺฌตฺตตายุเค ยุตฺตา’’ติ. อีสาติ ยุคสนฺธาริกา ทารุยุคฬา. ยถา วา พาหิรํ ยุคํ ธาเรติ, ตสฺสา ฐิตาย เอว กิจฺจสิทฺธิ, เอวํ กิริยาวเสน ลทฺธพเลน ตตฺรมชฺฌตฺตตายุเค ถิรํ ธาเรติ, เตเหว อริยมคฺครถสฺส ปวตฺตนํ. หิริคฺคหเณน เจตฺถ ตํสหจรณโต โอตฺตปฺปมฺปิ คหิตํเยว โหติ. เตนาห ‘‘อตฺตนา สทฺธิ’’นฺติอาทิ. นาฬิยา มินมาโน ปุริโส วิย อารมฺมณํ มินาตีติ มโน. กตรํ ปน ตํ มโน, กถญฺจสฺส โยตฺตสทิสตาติ อาห ‘‘วิปสฺสนาจิตฺต’’นฺติอาทิ. เตน โยตฺตํ วิยาติ โยตฺตนฺติ ทสฺเสติ. โลกิยวิปสฺสนาจิตฺตํ อติเรกปญฺญาส กุสลธมฺเม เอกาพทฺเธ เอกสงฺคหิเต กโรตีติ สมฺพนฺโธ. เต ปน ‘‘ผสฺโส โหติ…เป… อวิกฺเขโป โหตี’’ติ จิตฺตงฺควเสน ธมฺมสงฺคเห (ธ. ส. ๑) อาคตนเยเนว เวทิตพฺพา. โลกุตฺตรวิปสฺสนาจิตฺตนฺติ มคฺคจิตฺตํ อาห. อติเรกสฏฺฐีติ เต เอว สมฺมากมฺมนฺตาชีเวหิ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยาทีหิ จ สทฺธึ อติเรกสฏฺฐิ กุสลธมฺเม. เอกาพทฺเธติ เอกสฺมึ เอว อารมฺมเณ อาพทฺเธ. เอกสงฺคเหติ ตเถว วิปสฺสนากิจฺจวเสน เอกสงฺคเห กโรติ. ปุพฺพงฺคมภาเวน อารกฺขํ สาเรตีติ อารกฺขสารถี. ‘‘ยถา หิ รถสฺส…เป… สารถี’’ติ วตฺวา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โยคฺคิโย’’ติ วุตฺตํ. ธุรํ วาเหติ โยคฺเค. โยเชติ โยคฺเค สมคติยญฺจ. อกฺขํ อพฺภญฺชติ สุขปฺปวตฺตนตฺถํ. รถํ เปเสติ โยคฺคโจทเนน. นิพฺพิเสวเน กโรติ คมนวีถิยํ ปฏิปาทเนน สนฺนิโยเชติ. อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานาติ อารกฺขํ ปจฺจุปฏฺฐเปติ อสมฺโมสสภาวตฺตา. คติโยติ ปวตฺติโย, นิปฺผตฺติโย วา. สมเนฺวสตีติ คเวสติ.
อริยปุคฺคลสฺส นิพฺพานํ ปฏิมุขํ สมฺปาปเน รโถ วิยาติ รโถ. ปริกโรติ วิภูสยตีติ ปริกฺขาโร, วิภูสนํ, สีลญฺจ อริยมคฺคสฺส วิภูสนฏฺฐานิยํ. เตน วุตฺตํ ‘‘จตุปาริสุทฺธิสีลาลงฺกาโร’’ติ, สีลภูสโนติ อตฺโถ. วิปสฺสนาสมฺปยุตฺตานนฺติ โลกิยาย โลกุตฺตราย จ วิปสฺสนาย สมฺปยุตฺตานํ. วิธินา อีเรตพฺพโต ปวตฺเตตพฺพโต วีริยํ, สมฺมาวายาโม. สมํ สมฺมา จ ธิยตีติ สมาธิ, ธุรญฺจ ตํ สมาธิ จาติ ธุรสมาธิ, อุเปกฺขา ธุรสมาธิ เอตสฺสาติ อุเปกฺขาธุรสมาธิ, อริยมคฺโค อุเปกฺขาสงฺขาตธุรสมาธีติ อตฺโถ. อฏฺฐกถายํ ปน พฺยญฺชนํ อนาทิยิตฺวา ธุรสมาธิสทฺทานํ ภินฺนาธิกรณตา วุตฺตา. ปโยคมชฺฌตฺเตติ วีริยสมตาย. อนิจฺฉาติ อิจฺฉาปฏิปกฺขา. เตนาห ‘‘อโลภสงฺขาตา’’ติ. ปริวารณนฺติ ปริวาโร, ปริจฺฉโทติ อตฺโถ.
เมตฺตาติ เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ. ตถา กรุณา. ปุพฺพภาโคติ อุภินฺนมฺปิ อุปจาโร. เทฺวปิ กายจิตฺตวิเวกา วิย ปุพฺพภาคธมฺมวเสน วุตฺตา. อริยมคฺครเถติ ปริสุทฺธมคฺคสงฺขาเต รเถ. อริยมคฺครโถ จ มคฺครโถ จาติ อริยมคฺครโถ, เอวํ เอกเสสนเยน วา อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘อิมสฺมึ โลกิยโลกุตฺตรมคฺครเถ ฐิโต’’ติ. สนฺนทฺธจมฺโมติ โยคาวจรสฺส ปฏิมุกฺกจมฺมํ. น นํ เต วิชฺฌนฺตีติ วจนปถา น นํ วิชฺฌนฺติ. ธมฺมเภทนวเสน น ภญฺชติ, ตสฺส อริยมคฺคสฺส รถสฺส สมฺมา โยชิตสฺส อนฺตรา ภงฺโค นตฺถีติ อตฺโถ.
อตฺตโน ปุริสการํ นิสฺสาย ลทฺธตฺตา อตฺตโน สนฺตาเนติ อธิปฺปาโย. อนุตฺตรนฺติ อุตฺตรรหิตํ. ตโต เอว เสฏฺฐยานํ, นสฺส เกนจิ สทิสนฺติ อสทิสํ. ธิติสมฺปนฺนตาย ธีรา ปณฺฑิตปุริสา โลกมฺหา นิยฺยนฺติ คจฺฉนฺติ. ‘‘ชยํ ชย’’นฺติ คาถายํ วจนวิปลฺลาเสน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ชินนฺตา ชินนฺตา’’ติ.
ชาณุสฺโสณิพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕-๖. กิมตฺถิยสุตฺตาทิวณฺณนา
๕-๖. นิยมตฺโถติ อวธารณตฺโถ. เตน นิยเมน อวธารเณน – อญฺญํ มคฺคํ ปฏิกฺขิปติ อิโต อญฺญสฺส นิยฺยานิกมคฺคสฺส อภาวโต. ‘‘ทุกฺขสฺส ปริญฺญตฺถ’’นฺติ วุตฺตตฺตา วฏฺฏทุกฺขํ กถิตํ. อริยมคฺเค คหิเต ตสฺส ปุพฺพภาคมคฺโค วิปสฺสนาย คหิโต เอวาติ ‘‘มิสฺสกมคฺโค กถิโต’’ติ วุตฺตํ. อุตฺตานเมว อปุพฺพสฺส อภาวา. อยํ ปน วิเสโส ‘‘ราคกฺขโย’’ติอาทีหิ ยทิปิ นิพฺพานํ วุตฺตํ. ตถาปิ อรหตฺตํ วิย พฺรหฺมจริยมฺปิ. เตน นิพฺพานํ เอว วุจฺจติ ‘‘อิทํ พฺรหฺมจริยปริโยสาน’’นฺติ.
กิมตฺถิยสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ทุติยอญฺญตรภิกฺขุสุตฺตวณฺณนา
๗. ราควินยาทิปเทหิ นิพฺพานํ วาปิ วุจฺเจยฺย อรหตฺตํ วาปิ. ยสฺมา โส ภิกฺขุ อุภยตฺถปิ นิวิฏฺฐพุทฺธิ, ตสฺมา ภควา ตสฺส อชฺฌาสยวเสน ‘‘นิพฺพานธาตุยา โข เอต’’นฺติอาทินา นิพฺพานธาตุํ วิสฺสชฺเชตฺวา ปุน ‘‘อาสวานํ ขโย เตน วุจฺจตี’’ติ อาห. ยสฺมา อริยมคฺโค ราคาทิเก สมุจฺเฉทวเสน วิเนติ, อาสวญฺจ สพฺพโส เขเปติ, เตน จ วุตฺตํ นิพฺพานํ อรหตฺตญฺจ, ตสฺมา ตทุภยํ ‘‘ราควินโยติอาทิ นามเมวา’’ติ วุตฺตํ. อนุสนฺธิกุสลตาย ปุจฺฉนฺโต เอตํ อโวจาติ อิมินา ‘‘ปุจฺฉานุสนฺธิ อิธ ลพฺภตี’’ติ ทีปิตํ, อชฺฌาสยานุสนฺธิปิ เอตฺถ ลพฺภเตวาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ทุติยอญฺญตรภิกฺขุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. วิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๘. เอเกน ปริยาเยน อฏฺฐงฺคิกมคฺคํ วิภชิตฺวาติ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติอาทินา เอเกน ปริยาเยน อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ วิภาเคน ทสฺเสตฺวา ‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, สมฺมาทิฏฺฐี’’ติอาทินา ปุน อปเรน ปริยาเยน วิภชิตุกาโม. อุคฺคหธารณปริจยญาณานิปิ สวนญาเณ เอว อวโรธํ คจฺฉนฺตีติ ‘‘สวนสมฺมสนปฏิเวธปจฺจเวกฺขณวเสนา’’ติ วุตฺตํ.
กมฺมฏฺฐานาภินิเวโสติ กมฺมฏฺฐานปฏิปตฺติ. ปุริมานิ เทฺว สจฺจานิ อุคฺคณฺหิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาปนฺติ นิโรธมคฺเคสุ นินฺนภาวํ ทสฺเสติ, น อภินนฺทนํ, ตนฺนินฺนภาโว เอว จ ตตฺถ กมฺมกรณํ ทฏฺฐพฺพํ. เอเกเนวากาเรน สจฺจานํ ปฏิเวธนิมิตฺตตา, โส เอว อภิมุขภาโว เตสํ สมาคโมติ เอกาภิสมโย.
อสฺสาติ ญาณสฺส, โยคิโน วา. เอตฺถ จ เกจิ ‘‘โลกิยญาณมฺปิ ปฏิเวโธ สพฺพสฺส ยาถาวโพธภาวโต’’ติ วทนฺติ. นนุ อุคฺคหาทิปฏิเวโธ จ ปฏิเวโธว, น จ โส โลกุตฺตโรติ? ตํ น, เกวเลน ปฏิเวธ-สทฺเทน อุคฺคหาทิปฏิเวธานํ อวจนียตฺตา, ปฏิเวธนิมิตฺตตฺตา วา อุคฺคหาทิวเสน ปวตฺตํ ทุกฺขาทีสุ ปุพฺพภาเค ญาณํ ‘‘ปฏิเวโธ’’ติ วุจฺจติ, น ปฏิเวธตฺตา, ปฏิเวธภูตเมว ปน ญาณํ อุชุกํ ปฏิเวโธติ วตฺตพฺพตํ อรหติ. กิจฺจโตติ ปริญฺญาทิกิจฺจโต. อารมฺมณปฏิเวโธติ สจฺฉิกิริยาปฏิเวธมาห. กิจฺจโตติ อสมฺโมหปฏิเวธํ. อุคฺคหาทีหิ สจฺจสฺส ปริคฺคณฺหนํ ปริคฺคโห.
ทุทฺทสตฺตาติ อนธิคตญาเณน ยาถาวสรสลกฺขณโต ทฏฺฐุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา อุปฺปตฺติโต ปากฏานิปิ. เตนาห ‘‘ทุกฺขสจฺจํ หี’’ติอาทิ. อุภยนฺติ ปุริมํ สจฺจทฺวยํ. ปโยโคติ กิริยา, วายาโม วา. ตสฺส มหนฺตตรสฺส อิจฺฉิตพฺพตํ ทุกฺกรตรตญฺจ อุปมาหิ ทสฺเสติ ‘‘ภวคฺคคฺคหณตฺถ’’นฺติอาทินา. ยถา ปุริมํ สจฺจทฺวยํ วิย เกนจิ ปริยาเยน อปากฏตาย ปรมคมฺภีรตฺตา อุคฺคหาทิวเสน ปุพฺพภาเค ปวตฺติเภทํ คเหตฺวา ‘‘ทุกฺเข ญาณ’’นฺติอาทินา จตุพฺพิธํ กตฺวา วุตฺตํ. เอกเมว ตํ ญาณํ โหติ เอกาภิสมยวเสเนว ปวตฺตนโต.
กามปจฺจนีกฏฺเฐนาติ กามานํ อุชุปจฺจนีกภาเวน. กามโต นิสฺสฏภาเวนาติ กาเมหิ วิสํยุตฺตภาเวน. กามํ สมฺมสนฺตสฺสาติ ทุวิธมฺปิ กามํ อนิจฺจาทิโต สมฺมสนฺตสฺส. ปชฺชติ ปวตฺตติ เอเตนาติ ปทํ, กามสฺส ปทนฺติ กามปทํ, กามสฺส อุปฺปตฺติการณสฺส ฆาโต สมุคฺฆาโต, ตํ กามปทฆาตํ. เตนาห ‘‘กามวูปสม’’นฺติ. กาเมหิ วิวิตฺตํ กามวิวิตฺตํ. โส เอว จ เนสํ อนฺโต สมุจฺเฉทวิเวเกติ กตฺวา ตสฺมึ สาเธตพฺเพ อุปฺปนฺโนติ วุตฺตํ ‘‘กามวิวิตฺตนฺเต อุปฺปนฺโน’’ติ. กามโต นิกฺขมตีติ นิกฺขโม, โส เอว เนกฺขมฺมสงฺกปฺโป. อิมสฺมิญฺจ เนกฺขมฺมสงฺกปฺปสฺส สทฺทตฺถวิภาเวน ยถาวุตฺโต กามปจฺจนีกฏฺฐาทิโก อตฺถนิทฺธารณวิเสโส อนฺโตคโธ.
เอเสว นโยติ อิมินา พฺยาปาทปจฺจนีกฏฺเฐน วิหึสาย ปจฺจนีกฏฺเฐนาติอาทิกํ อพฺยาปาทาวิหึสาสงฺกปฺปานํ อตฺถุทฺธารณวิธึ อติทิสติ. เนกฺขมฺมสงฺกปฺปาทโยติ อาทิ-สทฺเทน อพฺยาปาทอวิหึสาสงฺกปฺเป เอว สงฺคณฺหาติ. กาม…เป… สญฺญานนฺติ กามวิตกฺกาทิวิรติสมฺปยุตฺตานํ เนกฺขมฺมาทิสญฺญานํ. นานตฺตาติ นานาขณิกตฺตา. ตีสุ ฐาเนสูติ ติปฺปกาเรสุ การเณสุ. อุปฺปนฺนสฺสาติ อุปฺปชฺชนารหสฺส. ภูมิลทฺธอุปฺปนฺนํ อิธาธิปฺเปตํ. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. ปทจฺเฉทโตติ การณุปจฺเฉทโต. ปทนฺติ หิ อุปฺปตฺติการณนฺติ วุตฺโตวายมตฺโถ. อนุปฺปตฺติสาธนวเสนาติ ยถา สงฺกปฺโป อายตึ นุปฺปชฺชติ, เอวํ อนุปฺปตฺติสาธนวเสน. สมฺมาทิฏฺฐิ วิย เอโกว กุสลสงฺกปฺโป อุปฺปชฺชติ.
จตูสุ ฐาเนสูติ วิสํวาทนาทีสุ จตูสุ วีติกฺกมฏฺฐาเนสุ. ปพฺพชิตานํ มิจฺฉาชีโว นาม อาหารนิมิตฺตโกติ อาห ‘‘ขาทนียโภชนียาทีนํ อตฺถายา’’ติ. สพฺพโส อเนสนาย ปหานํ สมฺมาอาชีโวติ อาห ‘‘พุทฺธปฺปสตฺเถน อาชีเวนา’’ติ. กมฺมปถปตฺตานํ วเสน ‘‘สตฺตสุ ฐาเนสู’’ติ วุตฺตํ. อกมฺมปถปตฺตาย หิ อเนสนาย โส ปทฆาตํ กโรติเยว.
ตถารูเป วา อารมฺมเณติ ยสฺมึ อารมฺมเณ อิมสฺส ปุพฺเพ กิเลสา น อุปฺปนฺนา, ตสฺมึ เอว. อนุปฺปนฺนานนฺติ อนุปฺปาทสฺสปิ ปตฺถนาวเสน อนุปฺปนฺนานํ. วีริยจฺฉนฺทนฺติ วีริยสฺส นิพฺพตฺเตตุกามตาฉนฺทํ. ‘‘ฉนฺทสมฺปยุตฺตวีริยญฺจา’’ติ วทนฺติ. วีริยเมว ปน อนุปฺปนฺนากุสลานุปฺปาทเน ลพฺภมานฉนฺทตาย ธุรสมฺปคฺคหตาย ฉนฺทปริยาเยน วุตฺตํ. ตถา หิ วีริยํ – ‘‘อนิกฺขิตฺตฉนฺทตา อนิกฺขิตฺตธุรตา’’ติ (ธ. ส. ๒๖) นิทฺทิฏฺฐํ. โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา จิตฺตํ ปคฺคหิตํ กโรติ. ปธานนฺติ ปธานภูตวีริยํ.
อุปฺปตฺติปพนฺธวเสนาติ นิรนฺตรุปฺปาทนวเสน. จตูสุ ฐาเนสุ กิจฺจสาธนวเสนาติ ยถาวุตฺเตสุ จตูสุ ฐาเนสุ ปธานกิจฺจสฺส นิปฺผาทนวเสน อนุปฺปาทนาทิวเสน. กิจฺจสาธนวเสนาติ กายเวทนาจิตฺตธมฺเมสุ สุภสุขนิจฺจอตฺตคาหวิธมนวเสน อสุภทุกฺขานิจฺจานตฺตสาธนวเสน.
อยนฺติ ยถาวุตฺโต สทิสาสทิสตาวิเสโส. อสฺสาติ มคฺคสฺส. เอตฺถ กถนฺติ ยทิ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานโต ปฏฺฐาย ยาว สพฺพภวคฺคา ฌานงฺคมคฺคงฺคโพชฺฌงฺคานํ สทิสตา, เอวํ สนฺเต ‘‘อารุปฺเป จตุกฺกปญฺจกชฺฌานํ อุปฺปชฺชติ, ตญฺจ โลกุตฺตร’’นฺติ เอตฺถ กถํ อตฺโถ คเหตพฺโพติ อาห ‘‘เอตฺถาปี’’ติอาทิ. ตํฌานิกาวาติ ปฐมชฺฌานาทีสุ ยํ ฌานํ มคฺคปฏิลาภสฺส ปาทกภูตํ, ตํฌานิกาว อสฺส อริยสฺส อุปริปิ ตโย มคฺคา. เอวนฺติ วุตฺตากาเรน. ปาทกชฺฌานเมว นิยเมติ อารุปฺเป จตุกฺกปญฺจกชฺฌานุปฺปตฺติยํ. วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา ขนฺธาติ สมฺมสิตขนฺเธ วทนฺติ. ปุคฺคลชฺฌาสโย นิยเมติ ปาทกสมฺมสิตชฺฌานานํ เภเท. ยสฺมา สงฺขารุเปกฺขาญาณเมว อริยมคฺคสฺส โพชฺฌงฺคาทิวิเสสํ นิยเมติ, ตโต ทุติยาทิปาทกชฺฌานโต อุปฺปนฺนสฺส สงฺขารุเปกฺขาญาณสฺส ปาทกชฺฌานาติกฺกนฺตานํ องฺคานํ อสมาปชฺชิตุกามตาวิราคภาวโต อิตรสฺส จ อตพฺภาวโต ตีสุปิ วาเทสุ วิปสฺสนาว นิยเมตีติ เวทิตพฺโพ, ตสฺมา วิปสฺสนานิยเมเนว หิ ปฐมวาเทปิ อปาทกชฺฌานาทิปาทกาปิ มคฺคา ปฐมชฺฌานิกา โหนฺติ. อิตเรหิ จ ปาทกชฺฌาเนหิ วิปสฺสนานิยเมหิ ตํตํฌานิกาว. เอวํ เสสวาเทสุ วิปสฺสนานิยโม ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพ. ทุติยวาเท ตํตํฌานิกตา สมฺมสิตสงฺขารวิปสฺสนานิยเมหิ โหติ. ตตฺร หิ วิปสฺสนา ตํตํวิราคภาวนา ภาเวตพฺพา, น โสมนสฺสสหคตา อุเปกฺขาสหคตา หุตฺวา ฌานงฺคาทินิยมํ มคฺคสฺส กโรตีติ เอวํ วิปสฺสนานิยโม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อิมสฺมิญฺจ วาเท ปาทกสมฺมสิตชฺฌานุปนิสฺสยสพฺภาเว อชฺฌาสโย เอกนฺเตน โหตีติ ‘‘ปุคฺคลชฺฌาสโย นิยเมตีติ วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ, อฏฺฐกถายํ ปน วิสุทฺธิมคฺคสฺส เอติสฺสา อฏฺฐกถาย เอกสงฺคหิตตฺตา ‘‘เตสํ วาทวินิจฺฉโย…เป… เวทิตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. ปุพฺพภาเคติ วิปสฺสนากฺขเณ.
วิภงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. สูกสุตฺตวณฺณนา
๙. สูกนฺติ สาลิยวาทีนํ วาลมาห. โส หิ นิกนฺตกสทิโส ปฏิมุขคตํ หตฺถํ วา ปาทํ วา ภินฺทติ, ตสฺมา เภทํ อิจฺฉนฺเตน อุทฺธคฺคํ กตฺวา ฐปิตํ สมฺมาปณิหิตํ นาม, ตถา อฏฺฐปิตํ มิจฺฉาปณิหิตํ นามาติ วุตฺตํ. มิจฺฉาปณิหิตายาติ กมฺมสฺสกตปญฺญาย มิจฺฉาฐปนํ นาม – ‘‘อิเม สตฺตา กมฺมวเสน สุขทุกฺขํ ปจฺจนุภวนฺติ, ตํ ปน กมฺมํ อิสฺสรสฺส อิจฺฉาวเสน พฺรหฺมา นิมฺมินาตี’’ติอาทินา มิจฺฉาปกปฺปนํ. เกจิ ปน ‘‘นตฺถิ ทินฺนนฺติอาทินา นเยน ปวตฺติ, ตสฺส วา ญาณสฺส อปฺปวตฺตี’’ติ วทนฺติ. มคฺคภาวนายาติ เอตฺถาปิ มิจฺฉามคฺคสฺส ปวตฺตนํ, อริยมคฺคสฺส วา อปฺปวตฺตนํ มิจฺฉาฐปนํ. เตนาห ‘‘อปฺปวตฺติตตฺตา’’ติ. อวิชฺชํ ภินฺทิสฺสตีติ อวิชฺชํ สมุจฺฉินฺทิสฺสติ. มคฺคนิสฺสิตํ กตฺวา มคฺเค เอว ปกฺขิปิตฺวา. ตญฺหิ ญาณํ มคฺคสฺส มูลการณํ มคฺเค สิทฺเธ ตสฺส กิจฺจสฺส มตฺถกปฺปตฺติโต. ‘‘สมฺมาปณิหิตาย ทิฏฺฐิยา สมฺมาปณิหิตาย มคฺคภาวนายา’’ติ วุตฺตตฺตา มิสฺสกมคฺโค กถิโต. ฉวิเภทสทิโส เจตฺถ อวิชฺชาเภโท, โลหิตุปฺปาทสทิโส โลกุตฺตรมคฺคภาโว ทฏฺฐพฺโพ.
สูกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. นนฺทิยสุตฺตวณฺณนา
๑๐. ฉนฺนปริพฺพาชโก วตฺถจฺฉาทิยา ฉนฺนงฺคปริพฺพาชโก, น นคฺคปริพฺพาชโก.
อวิชฺชาวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.