๑-๒. อวิชฺชาสุตฺตาทิวณฺณนา

๑-๒. ปุพฺพงฺคมาติ ปุพฺเพจรา. อวิชฺชา หิ อญฺญาณลกฺขณา สมฺมุยฺหนากาเรน อารมฺมเณ ปวตฺตตีติ สมฺปยุตฺตธมฺมานมฺปิ ตทาการานุวิธานตาย ปจฺจโย โหติ. ตถา หิ เต อนิจฺจาสุภทุกฺขานตฺตสภาเวปิ ธมฺเม นิจฺจาทิโต คณฺหนฺติ, อยมสฺสา เตสํ สหชาตวเสน ปุพฺพงฺคมตา. ยํ ปน โมเหน อภิภูโต ปาปกิริยาย อาทีนวํ อปสฺสนฺโต ปาณํ หนติ, อทินฺนํ อาทิยติ, กาเมสุ มิจฺฉา จรติ, มุสา ภณติ, อญฺญมฺปิ วิวิธํ ทุสฺสีลฺยํ อาจรติ, อยมสฺส สหชาตวเสน จ อุปนิสฺสยวเสน จ ปุพฺพงฺคมตา. สมาปชฺชนายาติ ตพฺภาวาปชฺชนาย อกุสลปฺปตฺติยา. สภาวปฏิลาภายาติ อตฺตลาภาย. เตนาห ‘‘อุปฺปตฺติยา’’ติ. สา ปเนสา วุตฺตากาเรน อกุสลานํ ปุพฺพงฺคมภูตา อวิชฺชา อุปฺปชฺชตีติ สมฺพนฺโธ. ยเทตนฺติ ยํ เอตํ ปาปาชิคุจฺฉนตาย ปาปโต อลชฺชนาการสณฺฐิตํ อหิริกํ, ปาปานุตฺราสตาย ปาปโต อภายนาการสณฺฐิตญฺจ อโนตฺตปฺปํ, เอตํ ทฺวยํ อนุเทว อนฺวาคตเมว. อนุ-สทฺเทน เจตฺถ เอตนฺติ อุปโยควจนํ. อนุเทวาติ เอตสฺส อตฺโถ สเหว เอกโตติ. เอตฺถ อวิชฺชาย วุตฺตนยานุสาเรน ตปฺปฏิปกฺขโต จ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส – ตตฺถ ยถา อกุสลกมฺมปถวเสน ปวตฺติยํ ปุพฺพงฺคมตา อวิชฺชาย, เอวํ กุสลกมฺมปถวเสน ปุญฺญกิริยวตฺถุวเสน จ ปวตฺติยํ วิชฺชาย ปุพฺพงฺคมตา วตฺตพฺพา. วีมํสาธิปติวเสน ปวตฺติยํ อาธิปจฺจาการวเสน จ ปุพฺพงฺคมตา เวทิตพฺพา. ทฺวีเหวาติ จ อวธารณํ อาธิปจฺจาการสฺส สหชาเตเนว สงฺคเหตพฺพโต.

ลชฺชนาการสณฺฐิตาติ ปาปโต ชิคุจฺฉนาการสณฺฐิตา. ภายนาการสณฺฐิตนฺติ อุตฺตสนาการสณฺฐิตํ. เอตฺถาติ หิริโอตฺตปฺเป. วิทติ, วินฺทตีติ วา วิชฺชา. วิทฺทสูติ จ สปฺปญฺญปริยาโยติ อาห ‘‘วิทฺทสุโนติ วิทุโน’’ติ. ยาถาวทิฏฺฐีติ อวิปรีตา ทิฏฺฐิ, สํกิเลสโต นิยฺยานิกทิฏฺฐิ. สมฺมาทิฏฺฐิ ปโหตีติ เอตฺถ สา วิชฺชา สมฺมาทิฏฺฐิ เวทิตพฺพา. น เอกโต สพฺพานิ ลพฺภนฺติ สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีวานํ ปุพฺพาภิสงฺขารสฺส อเนกรูปตฺตา. โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ เอกโต ลพฺภนฺติ กิจฺจโต ภินฺนานมฺปิ ตาสํ ตตฺถ สรูปโต อภินฺนตฺตา. เอกา เอว หิ วิรติ มคฺคกฺขเณ ติสฺสนฺนมฺปิ วิรตีนํ กิจฺจํ สาเธนฺตี ปวตฺตติ, ยถา เอกา เอว สมฺมาทิฏฺฐิ ปริชานนาทิวเสน จตุพฺพิธกิจฺจํ สาเธนฺตี ปวตฺตติ. ตานิ จ โข สพฺพานิ อฏฺฐปิ ปฐมชฺฌานิเก มคฺเค ลพฺภนฺตีติ โยชนา. ปฐมชฺฌานิเกติ ปฐมฌานวนฺเต.

ตถาภูตสฺสาติ อริยมคฺคสมงฺคิโน. ยสฺมา มหาสฬายตนสุตฺเต วุตฺตํ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ ปญฺจนฺนํ เอว องฺคานํ วเสนา’’ติ, ตสฺมา ปญฺจงฺคิโก โลกุตฺตรมคฺโค โหติ. ‘‘ปุพฺเพว โข ปนา’’ติ หิ วจนํ ตทา มคฺคกฺขเณ วิรตีนํ อภาวํ ญาเปติ, ตสฺมา กามาวจรจิตฺเตสุ วิย โลกุตฺตรจิตฺเตสุ วิรติ อนิยตาติ อธิปฺปาโย. ปริสุทฺธภาวทสฺสนนฺติ ปริสุทฺธสีลภาวทสฺสนตฺถํ. อยมตฺโถ ทีปิโต, น อริยมคฺเค วิรตีนํ อภาโว.

ยทิ เอวํ กสฺมา อภิธมฺเม มคฺควิภงฺเค ปญฺจงฺคิกวาโร อาคโตติ อาห ‘‘ยมฺปิ อภิธมฺเม’’ติอาทิ. ตนฺติ ‘‘ปญฺจงฺคิโก มคฺโค โหตี’’ติ วจนํ. ‘‘เอกํ กิจฺจนฺตรํ ทสฺเสตุํ วุตฺต’’นฺติ วตฺวา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺมิญฺหิ กาเล’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมิญฺหิ กาเลติ โลกิยกาเล. เตน ‘‘เอกํ กิจฺจนฺตร’’นฺติ วุตฺตํ อฏฺฐงฺคิกกิจฺจํ ทสฺเสติ. วิรติอุปฺปาทเนน มิจฺฉาวาจาทีนิ ปุคฺคเลน มคฺคสมเย ปชหาเปนฺตีติ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนิ ‘‘ปญฺจ การกงฺคานี’’ติ วุตฺตานิ. สมฺมาวาจาทิกิริยา หิ วิรติ, ตญฺจ เอตานิ การาเปนฺตีติ. วิรติวเสนาติ วิรมณกิริยาวเสน การาปกภาเวน, กตฺตุภาเวน วาติ อตฺโถ. ‘‘วิรติตฺตยวเสนา’’ติ วา ปาโฐ.

สมฺมากมฺมนฺโต ปูรตีติ อิเมหิ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีหิ สมฺมากมฺมนฺตกิจฺจํ ปูรติ นาม เตหิ วีริยาทิเกหิ ตทตฺถสิทฺธิโต. ตมฺปิ สนฺธาย ‘‘เอกํ กิจฺจนฺตรํ ทสฺเสตุ’’นฺติ วุตฺตํ. อิมํ กิจฺจนฺตรํ ทสฺเสตุนฺติ โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณปิ อิมาเนว ปญฺจ สมฺมาวาจาทิวิรติตฺตยสฺส เอกกฺขเณ การาปกงฺคานีติ ทสฺเสตุํ. เอวํ วุตฺตนฺติ ‘‘ตสฺมึ สมเย ปญฺจงฺคิโก มคฺโค โหตี’’ติ (วิภ. ๔๙๔) เอวํ วุตฺตํ. โลกิยมคฺคกฺขเณ ปญฺเจว โหนฺติ, วิรติ ปน อนิยตา, ตสฺมา ‘‘ฉองฺคิโก’’ติ อวตฺวา ‘‘ปญฺจงฺคิโก’’อิจฺเจว วุตฺตํ. ตยิทํ อภิธมฺเม ปญฺจงฺคิกวารเทสนาย การณกิตฺตนมคฺโค, อริยมคฺโค ปน อฏฺฐงฺคิโกวาติ ทสฺเสตุํ, ‘‘ยา จ, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทิกา ทส, ตปฺปจฺจยา อกุสลา จ ทสาติ วีสติ อกุสลปกฺขิยา, สมฺมาทิฏฺฐิอาทิกา ทส, ตปฺปจฺจยา กุสลา จ ทสาติ วีสติ กุสลปกฺขิยา มหาจตฺตารีสกสุตฺเต วุตฺตา. มหาจตฺตารีสกนฺติ ตสฺเสตํ นามํ. มิสฺสโกว กถิโต โลกุตฺตรสฺสปิ อิธ ลพฺภมานตฺตา.

ยสฺมา โกสลสํยุตฺเตปิ อิธ จ เถเรน ‘‘อุปฑฺฒมิทํ, ภนฺเต, พฺรหฺมจริยสฺสา’’ติอาทินา วุตฺตํ ‘‘มา เหวํ อานนฺทา’’ติอาทินา ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘สกลเมวิทํ อานนฺทา’’ติอาทินา ภควตา เทสิตํ สุตฺตํ อาคตํ. ตสฺสตฺโถ โกสลสํยุตฺตวณฺณนายํ วุตฺโต, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โกสลสํยุตฺเต วุตฺตตฺถเมวา’’ติ.

อวิชฺชาสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.