๘. สงฺขธมสุตฺตวณฺณนา

๓๖๐. ‘‘โย โกจิ ปุริโส ปาณาติปาตี มุสาวาที, สพฺโพ โส อาปายิโก’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘ยํพหุลํ ยํพหุลํ กโรติ, เตน ทุคฺคตึ คจฺฉตี’’ติ วทนฺโต อตฺตนาว อตฺตโน วาทํ ภินฺทติ. เอวํ สนฺเตติ ยทิ พหุโส กเตน ปาปกมฺเมน อาปายิโก, ‘‘โย โกจิ ปาณมติปาเตตี’’ติอาทิวจนํ มิจฺฉาติ. จตฺตาริ ปทานีติ ‘‘โย โกจิ ปาณมติปาเตตี’’ติอาทินา นเยน วุตฺตา จตฺตาโร อตฺถโกฏฺฐาสา. ทิฏฺฐิยา ปจฺจยา โหนฺติ ‘‘อตฺถิ โข ปน มยา’’ติอาทินา อโยนิโส อุมฺมุชฺชนฺตสฺส. พลสมฺปนฺโนติ สมตฺโถ. สงฺขธมโกติ สงฺขสฺส ธมนกิจฺเจ เฉโก. อทุกฺเขนาติ สุเขน. อุปจาโรปิ อปฺปนาปิ วฏฺฏติ อุภินฺนํ สามญฺญวจนภาวโต. อปฺปมาณกตภาโว ลพฺภเตว. ตถา หิ ตํ กิเลสานํ วิกฺขมฺภนสมตฺถตาย ทีฆสนฺตานตาย วิปุลผลตาย จ ‘‘มหคฺคต’’นฺติ วุจฺจติ.

น โอหียตีติ ยสฺมึ สนฺตาเน กามาวจรกมฺมํ, มหคฺคตกมฺมญฺจ กตูปจิตํ วิปากทาเน ลทฺธาวสรํ หุตฺวา ฐิตํ, เตสุ กามาวจรกมฺมํ อิตรํ นีหริตฺวา สยํ ตตฺถ โอหียิตฺวา อตฺตโน วิปากํ ทาตุํ น สกฺโกติ, มหคฺคตกมฺมเมว ปน อิตรํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากํ ทาตุํ สกฺโกติ ครุภาวโต. เตนาห ‘‘ตํ กามาวจรกมฺม’’นฺติอาทิ. กิเลสวเสนาติ ปาปกมฺมสฺส มูลภูตกิเลสวเสน. ปาณาติปาตาทโย หิ โทสโมหโลภาทิมูลกิเลสสมุฏฺฐานา. กิเลสวเสนาติ วา กมฺมกิเลสวเสน. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปาณาติปาโต โข, คหปติปุตฺต, กมฺมกิเลโส’’ติอาทิ (ที. นิ. ๓.๒๔๕). ยถานุสนฺธินาว คตนฺติ ยถานุสนฺธิสงฺขาตอนุสนฺธินา โอสานํ คตํ สํกิเลสสมฺมุเขน อุฏฺฐิตาย โวทานธมฺมวเสน นิฏฺฐาปิตตฺตา.

สงฺขธมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.