๒. ตาลปุฏสุตฺตวณฺณนา

๓๕๔. วาโลติ วุจฺจติ ตาโล, ตสฺส ตาลปุฏํ นาม. ยถา อามลกีผลสมานกํ, โส ปน ตาลสทิสมุขวณฺณตฺตา ตาลปุโฏติ เอวํนามโก. เตนาห ‘‘ตสฺส กิรา’’ติอาทิ. อภินีหารสมฺปนฺโน อเนเกสุ กปฺเปสุ สมฺภตสาวกโพธิสมฺภาโร. ตถา เหส อสีติยา มหาสาวเกสุ อพฺภนฺตโร ชาโต. สหสฺสํ เทนฺติ นจฺจํ ปสฺสิตุกามา. สมชฺชเวสนฺติ เนปจฺจเวสํ. กีฬํ กตฺวาติ นจฺจกีฬิตํ กีฬิตฺวา, นจฺจิตฺวาติ อตฺโถ.

ปุพฺเพ ตถาปวตฺตวุตฺตนฺตทสฺสเน สจฺเจน, ตพฺพิปริยาเย อลิเกน. ราคปจฺจยาติ ราคุปฺปตฺติยา การณภูตา. มุขโต…เป… ทสฺสนาทโยติ อาทิ-สทฺเทน มุขโต อคฺคิชาลนิกฺขมทสฺสนาทิเก สงฺคณฺหาติ. อญฺเญ จ…เป… อภินยาติ กามสฺสาทสํยุตฺตานํ สิงฺคารหสฺสอพฺภุตรสานญฺเจว ‘‘อญฺเญ จา’’ติ วุตฺตสนฺตพีภจฺฉรสานญฺจ ทสฺสนกา อภินยา. โทสปจฺจยาติ โทสุปฺปตฺติยา การณภูตา. หตฺถปาทจฺเฉทาทีติ อาทิ-สทฺเทน สงฺคหิตานํ รุทฺทวีรภยานกรสานํ ทสฺสนกา อภินยา. โมหปจฺจยาติ โมหุปฺปตฺติยา การณภูตา. เอวมาทโยติ อาทิ-สทฺเทน สงฺคหิตานํ กรุณาสนฺตภยานกรสานํ ทสฺสนกา อภินยา. เต หิ รเส สนฺธาย ปาฬิยํ ‘‘เย ธมฺมา รชนียา, เย ธมฺมา โทสนียา, เย ธมฺมา โมหนียา’’ติ จ วุตฺตํ.

นฏเวสํ คเหตฺวาว ปจฺจนฺติ กมฺมสริกฺขวิปากวเสน. ตํ สนฺธายาติ ตํ ยถาวุตฺตํ นิรเย ปจฺจนํ สนฺธาย. เอตํ ‘‘ปหาโส นาม นิรโย, ตตฺถ อุปปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. ยถา โลเก อตฺถวิเสสวเสน สกมฺมกานิปิ ปทานิ อกมฺมกานิ ภวนฺติ ‘‘วิมุจฺจติ ปุริโส’’ติ, เอวํ อิธ อตฺถวิเสสวเสน อกมฺมกํ สกมฺมกํ กตฺวา วุตฺตํ – ‘‘นาหํ, ภนฺเต, เอตํ โรทามี’’ติ. โก ปน โส อตฺถวิเสโส? อสหนํ อกฺขมนํ, ตสฺมา น โรทามิ น สหามิ, น อกฺขมามีติ อตฺโถ. โรทนการณญฺหิ อสหนฺโต เตน อภิภูโต โรทติ. ตเมวสฺส สกมฺมกภาวสฺส การณภูตํ อตฺถวิเสสํ ‘‘น อสฺสุวิโมจนมตฺเตนา’’ติ วุตฺตํ. มตํ วา, อมฺม, โรทนฺตีติ เอตฺถาปิ มตํ โรทนฺติ, ตสฺส มรณํ น สหนฺติ, นกฺขมนฺตีติ ปากโฏยมตฺโถติ.

ตาลปุฏสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.