๖. ทุติยกามภูสุตฺตวณฺณนา

๓๔๘. นิโรธํ วลญฺเชติ อนาคามิภาวโต. อิเม สงฺขาราติ อิเม ‘‘กายสงฺขาโร, วจีสงฺขาโร, จิตฺตสงฺขาโร’’ติ วุจฺจมานา ตโย สงฺขารา. สทฺทโตปิ, อตฺถโตปิ อญฺญมญฺญํ มิสฺสา, ตโต เอว อาลุฬิตา อากุลา, อวิภูตา ทุพฺพิภาวนา, ทุทฺทีปนา อสงฺกรโต ทีเปตุํ ทุกฺกรา. ตถา หิ กุสลเจตนา เอว ‘‘กายสงฺขาโร’’ติปิ วุจฺจติ, ‘‘วจีสงฺขาโร’’ติปิ, ‘‘จิตฺตสงฺขาโร’’ติปิ. อสฺสาสปสฺสาสาปิ กตฺถจิ ‘‘กายสงฺขาโร’’ติ, วิตกฺกวิจาราปิ ‘‘วจีสงฺขาโร’’ติ วุจฺจนฺติ, สญฺญาเวทนาปิ ‘‘จิตฺตสงฺขาโร’’ติ วุจฺจนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตถา หี’’ติอาทิ. ตตฺถ อากฑฺฒิตฺวา คหณํ อาทานํ, สมฺปตฺตสฺส หตฺเถ กรณํ คหณํ, คหิตสฺส วิสฺสชฺชนํ มุญฺจนํ, ผนฺทนํ โจปนํ ปาเปตฺวา นิปฺผาเทตฺวา. หนุสญฺโจปนนฺติ กายวิญฺญตฺติวเสน ปุพฺพภาเค หนุสญฺโจปนํ กตฺวา. เอวญฺหิ วจีเภทกรณํ. เอวํ อิเมติอาทิ ยถาวุตฺตสฺส อตฺถสฺส นิคมนํ.

ปทตฺถํ ปุจฺฉติ อิตรสงฺขาเรหิ ปทตฺถโต วิเสสํ กถาเปสฺสามีติ. กายนิสฺสิตาติ เอตฺถ กายนิสฺสิตตา จ เนสํ ตพฺภาวภาวิตาย เวทิตพฺพา, น กายสฺส นิสฺสยปจฺจยตาวเสนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กาเย สติ โหนฺติ, อสติ น โหนฺตี’’ติ อาห. กาโยติ เจตฺถ กรชกาโย ทฏฺฐพฺโพ. จิตฺตนิสฺสิตาติ จิตฺตํ นิสฺสาย ตํ นิสฺสยปจฺจยภูตํ ลภิตฺวา อุปฺปนฺนา.

‘‘สมาปชฺชามี’’ติ ปทสฺส สมีเป วุจฺจมานํ ‘‘สมาปชฺชิสฺส’’นฺติ ปทํ อาสนฺนานาคตกาลวาจี เอว ภวิตุํ ยุตฺตํ, น อิตรนฺติ อาห – ‘‘ปททฺวเยน เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติกาโล กถิโต’’ติ. ตยิทํ ตสฺส ตถา วตฺตพฺพตาย วุตฺตํ, น ปน ตสฺส ตถา จิตฺตปวตฺติสมฺภวโต. สมาปนฺเนปิ เอเสว นโย. ปุริเมหีติ ‘‘สมาปชฺชิสฺสํ สมาปชฺชามี’’ติ ทฺวีหิ ปเทหิ. ปจฺฉิเมนาติ ‘‘สมาปนฺโน’’ติ ปเทน.

ภาวิตํ โหติ อุปฺปาทิตํ โหติ นิโรธสมาปนฺนตฺถาย. อนุปุพฺพสมาปตฺติสมาปชฺชนสงฺขาตาย นิโรธภาวนาย ตํ จิตฺตํ ภาวิตํ โหติ. เตนาห ‘‘ยํ ต’’นฺติอาทิ. ทุติยชฺฌาเนเยวาติ ทุติยชฺฌานกฺขเณ นิรุชฺฌติ. ตตฺถ อนุปฺปชฺชนโต อนุปฺปาทนโต เหฏฺฐา นิโรโธติ อธิปฺเปโต. จตุนฺนํ อรูปกฺขนฺธานํ ตชฺชา ปริกมฺมสิทฺธา ยา อปฺปวตฺติ, ตตฺถ ‘‘นิโรธสมาปตฺติสญฺญา’’ติ, ยา เนสํ ตถา อปฺปวตฺติ. สา ‘‘อนฺโตนิโรเธ นิรุชฺฌตี’’ติ วุตฺตา.

‘‘จิตฺตสงฺขาโร นิรุทฺโธ’’ติ วจนโต ตทญฺเญสํ อนิโรธํ อิจฺฉนฺตานํ วาทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จิตฺตสงฺขาโร นิรุทฺโธติ วจนโต’’ติอาทึ วตฺวา ตตฺถ อติปฺปสงฺคทสฺสนมุเขน ตํ วาทํ นิเสเธตุํ ‘‘เต วตฺตพฺพา’’ติอาทิมาห. อภินิเวสํ อกตฺวาติ ยถาคเต พฺยญฺชนมตฺเต อภินิเวสํ อกตฺวา. อาจริยานํ นเยติ อาจริยานํ ปรมฺปราคเต ธมฺมนเย ธมฺมเนตฺติยํ ฐตฺวา.

กิริยมยปวตฺตสฺมินฺติ ปริตฺตภูมกกุสลากุสลธมฺมปพนฺเธ วตฺตมาเน. ตสฺมิญฺหิ วตฺตมาเน กายิก-วาจสิก-กิริยสมฺปวตฺติ โหติ, ทสฺสน-สวนาทิวเสน อารมฺมณคฺคหเณ ปวตฺตมาเนติ อตฺโถ. เตนาห – ‘‘พหิทฺธารมฺมเณสุ ปสาเท ฆฏฺเฏนฺเตสู’’ติ. มกฺขิตานิ วิยาติ ปุญฺฉิตานิ วิย โหนฺติ ฆฏฺฏนาย วิพาธิตตฺตา. เอเตนายํ ฆฏฺฏนา ปญฺจทฺวาริกวิญฺญาณานํ เวคสา อุปฺปชฺชนาย น อารมฺมณนฺติ ทสฺเสติ. เตเนวาห – ‘‘อนฺโตนิโรเธ ปญฺจ ปสาทา อติวิย วิโรจนฺตี’’ติ.

ตโต ปรํ สจิตฺตโก ภวิสฺสามีติ อิทํ อตฺถโต อาปนฺนํ คเหตฺวา วุตฺตํ – ‘‘เอตฺตกํ กาลํ อจิตฺตโก ภวิสฺสามี’’ติ เอเตเนว ตสฺส อตฺถสฺส สิทฺธตฺตา. ยํ เอวํ ภาวิตนฺติ เอตฺถ วิสุํ จิตฺตสฺส ภาวนา นาม นตฺถิ, อทฺธานปริจฺเฉทํ ปน กตฺวา นิโรธสมาปตฺตตฺถาย กาตพฺพปริกมฺมภาวนาย เอว ตสฺส สิชฺฌนโต.

สา ปเนสา นิโรธกถา. ทฺวีหิ พเลหีติ สมถวิปสฺสนาพเลหิ. ตโย จ สงฺขารานนฺติ ติณฺณํ กายวจีจิตฺตสงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา. โสฬสหิ ญาณจริยาหีติ อนิจฺจานุปสฺสนาทีนํ อฏฺฐนฺนํ อนุปสฺสนาญาณานํ, อฏฺฐนฺนญฺจ มคฺคผลญาณานํ วเสน อิมาหิ โสฬสหิ ญาณปฺปวตฺตีหิ. นวหิ สมาธิจริยาหีติ อฏฺฐ สมาปตฺติโย อฏฺฐ สมาธิจริยา, ตาสํ อุปจารสมาธิ สมาธิภาวสามญฺเญน เอกา สมาธิจริยาติ เอวํ นวหิ สมาธิจริยาหิ. วสีภาวตาปญฺญาติ วสีภาวตาสงฺขาตา ปญฺญา. สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค กถิตา, เต ตาว อาการา ติฏฺฐนฺตุ, สรูปมตฺตสฺส ปนสฺส วตฺตพฺพนฺติ อาห – ‘‘โก ปนายํ นิโรโธ นามา’’ติ. ยทิ ขนฺธานํ อปฺปวตฺติ, อถ กิมตฺถเมตํ ฌานสุขาทึ วิย สมาปชฺชนฺตีติ อาห ‘‘สงฺขาราน’’นฺติอาทิ.

ผลสมาปตฺติจิตฺตนฺติ อรหตฺตํ อนาคามิผลจิตฺตํ. ‘‘ตโต ปรํ ภวงฺคสมเย’’ติ วุตฺตตฺตา อาห ‘‘กึ ปน…เป… น สมุฏฺฐาเปตี’’ติ. สมุฏฺฐาเปติ รูปสมุปฺปาทกตฺตา. อิมสฺสาติ นิโรธํ สมาปนฺนภิกฺขุโน. สา น สมุฏฺฐาเปตีติ สา จตุตฺถชฺฌานิกา ผลสมาปตฺติ น สมุฏฺฐาเปติ อสฺสาสปสฺสาเส. ผลสมาปตฺติยา จตุตฺถชฺฌานิกภาโว กถํ นิจฺฉิโตติ อาห – ‘‘กึ วา เอเตนา’’ติอาทิ. วกฺขมานากาเรนปิ ปริหาโร โหตีติ. สนฺตสมาปตฺติโตติ นิโรธสมาปตฺติเมว สนฺธาย วทติ. อพฺโพหาริกา โหนฺติ อติสุขุมสภาวตฺตา, สญฺชีวตฺเถรสฺส ปุพฺเพ สมาปตฺติกฺขเณ อสฺสาสปสฺสาสา อพฺโพหาริกภาวํ คจฺฉนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภวงฺคสมเยเนเวตํ กถิต’’นฺติ.

กิริยมย …เป… อุปฺปชฺชตีติ กสฺมา วุตฺตํ? นนุ ภวงฺคุปฺปตฺติกาลมฺปิ วิตกฺกวิจารา อุปฺปชฺชนฺเตวาติ? กิญฺจาปิ อุปฺปชฺชนฺติ, วจีสงฺขารลกฺขณปฺปตฺตา ปน น โหนฺตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘กึ ภวงฺค’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

สุญฺญโต ผสฺโสติอาทโย สคุเณนปิ อารมฺมเณนาติ อารมฺมณภูตเมตํ. สุญฺญตา นาม ผลสมาปตฺติ นิจฺจสุขอตฺตสภาวโต สุญฺญตฺตา. ‘‘สุญฺญโต ผสฺโส’’ติ วุตฺตํ วุตฺตนเยน สุญฺญสภาวตฺตา. อนิมิตฺตา นาม ผลสมาปตฺติ ราคนิมิตฺตาทีนํ อภาวโต. อปฺปณิหิตา นาม ผลสมาปตฺติ ราคปณิธิอาทีนมภาวโต. เสสํ วุตฺตนยเมว. เตนาห ‘‘อนิมิตฺตปฺปณิหิเตสุปิ เอเสว นโย’’ติ. ราคนิมิตฺตาทีนนฺติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน สงฺขารนิมิตฺตสฺสปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ยทคฺเคน ผลสมาปตฺติสมฺผสฺโส สุญฺญโต นาม, ตทคฺเคน ผลสมาปตฺติปิ สุญฺญตา นาม, ผสฺสสีเสน ปน เทสนา อาคตาติ ตถา วุตฺตํ. อนิมิตฺตปฺปณิหิเตสุปิ เอเสว นโย.

อาคมนํ เอตฺถ, เอตายาติ วา อาคมนิกา, สา เอว อาคมนิยา ก-การสฺส ย-การํ กตฺวา. วุฏฺฐาติ นิมิตฺตโต มคฺคสฺส อุปฺปาทเนน. อนิมิตฺตา นาม นิจฺจนิมิตฺตสฺส อุคฺฆาฏนโต. เอตฺถ จ วุฏฺฐานเมว ปมาณํ, น ปริคฺคหทสฺสนานิ. อปฺปณิหิตา นาม สุขปณิธิยา ปฏิปกฺขโต. สุญฺญตา นาม อตฺตทิฏฺฐิยา อุชุปฏิปกฺขตฺตา สตฺตสุญฺญตาย สุทิฏฺฐตฺตา. มคฺโค อนิมิตฺโต นาม วิปสฺสนาคมนโต. ผลํ อนิมิตฺตํ นาม มคฺคาคมนโต. วิกปฺโป อาปชฺเชยฺย อาคมนสฺส ววตฺถานสฺส อภาเวน, วิปสฺสนาย อนิมิตฺตาทินามลาโภ อววตฺถิโตติ อธิปฺปาโย. เตน วุตฺตํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ยสฺมา ปน สา มคฺควุฏฺฐานกาเล เอวรูปาปิ โหตีติ ตสฺส วเสน มคฺคผลานํ วิย ผสฺสสฺสปิ ปวตฺติรูปตฺตา ยถาวุตฺโต วิกปฺโป อนวสโรติ ทฏฺฐพฺพํ. ตโย ผสฺสา ผุสนฺตีติ ปุคฺคลเภทวเสน วุตฺตํ. น หิ เอกํเยว ปุคฺคลํ เอตสฺมึ ขเณ ตโย ผสฺสา ผุสนฺติ. ‘‘ติวิโธ ผสฺโส ผุสตี’’ติ วา ภวิตพฺพํ. ยสฺมา ปน ‘‘นิโรธผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐิตสฺสา’’ติอาทิ ยสฺส ยถาวุตฺตา ตโย เอว ผสฺสา สมฺภวนฺติ, ตสฺส อนวเสสคฺคหณวเสเนว วุตฺตํ ‘‘ตโย ผสฺสา ผุสนฺตี’’ติ.

นิพฺพานํ วิเวโก นาม สพฺพสงฺขารวิวิตฺตภาวโต. ตสฺมึ วิเวเก เอกนฺเตเนว นินฺนโปณตฺตา เอว หิ เต ปฏิปฺปสฺสทฺธสพฺพุสฺสุกฺกา อุตฺตมปุริสา จตุนฺนํ ขนฺธานํ อปฺปวตฺตึ อนวเสสคฺคหณลกฺขณํ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺตีติ.

ทุติยกามภูสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.