๗. จิตฺตสํยุตฺตํ

๑. สํโยชนสุตฺตวณฺณนา

๓๔๓. โภคคามนฺติ โภคุปฺปตฺติคามํ. ปวตฺตตีติ อปฺปฏิหตํ หุตฺวา ปวตฺตติ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺติยา.

สํโยชนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปฐมอิสิทตฺตสุตฺตวณฺณนา

๓๔๔. อวิสารทตฺตาติ ปญฺหํ พฺยากาตุํ เวยฺยตฺติยาภาเวน อสมตฺถตฺตา. อุปาสโก เถเรสุ พฺยากาตุํ อสกฺโกนฺเตสุ สยํ พฺยากาตุกาโม ปุจฺฉติ, น วิเหสาธิปฺปาโย. ปฐมวจเนน อพฺยากโรนฺเต ทิสฺวาว ปุนปฺปุนํ ปุจฺฉิตํ วิเหโส วิย โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘วิเหเสตี’’ติ.

ปฐมอิสิทตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ทุติยอิสิทตฺตสุตฺตวณฺณนา

๓๔๕. อวนฺติยาติ อวนฺติรฏฺเฐ, ตํ ปน มชฺฌิมปเทสโต ทกฺขิณทิสายํ. เตนาห ‘‘ทกฺขิณาปเถ’’ติ. อธิปฺปาเยนาติ ตสฺส วจนสฺส อนุโมทนาธิปฺปาเยน วทติ, น ปน ตโต กิญฺจิ คเหตุกามตาธิปฺปาเยน.

ทุติยอิสิทตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. มหกปาฏิหาริยสุตฺตวณฺณนา

๓๔๖. เตสํ อนุชานนฺโตติ เตสํ ทาสกมฺมกรานํ เสสเก ยถารุจิ วิจารณํ อนุชานนฺโต. กุธิตนฺติ พลวตา สูริยสนฺตาเปน สงฺกุถิตํ. เตนาห ‘‘เหฏฺฐา’’ติอาทิ. อติติขิณนฺติ อติวิย ติกฺขธาตุกํ. อสมฺภินฺนปทนฺติ อญฺญตฺถ อนาคตตฺตา ติปิฏเก อโวมิสฺสกปทํ, อิเธว อาคตปทนฺติ อตฺโถ. ปฏิลียมาเนนาติ ปฏิกํเสน วิเสสเนน วิลียมาเนน กาเยน.

เอตฺถ จาติ เอตสฺมึ อธิฏฺฐานิทฺธิกรเณ. อพฺภมณฺฑปํ กตฺวาติ สมนฺตโต ฉาทนวเสน มณฺฑปํ วิย เมฆปฏลํ อุปฺปาเทตฺวา. เทโวติ เมโฆ. เอกเมกํ ผุสิตกํ ผุสายตุ ชาลวินทฺธํ วิย วสฺสตุ. เอวํ วุตฺตปฺปกาเรน นานาปริกมฺมํ นานาธิฏฺฐานํ เอกโต ปริกมฺมํ เอกโต อธิฏฺฐานนฺติ จตุกฺกเมตฺถ สมฺภวตีติ ทสฺเสติ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทินา. ยถา ตถาติ ยถาวุตฺเตสุ จตูสุ ปกาเรสุ เยน วา เตน วา ปกาเรน กโรนฺตสฺส. กตปริกมฺมสฺสาติ ‘‘เอวํ วา เอวํ วา โหตู’’ติ ปวตฺติตปริกมฺมจิตฺตสฺส. ‘‘ปริกมฺมานนฺตเรนาติ อธิฏฺฐานจิตฺตุปฺปาทนตฺถํ สมาปนฺนปาทกชฺฌานโต วุฏฺฐาย อธิฏฺฐานจิตฺตสฺส เอกาวชฺชนวีถิยํ ปวตฺตปริกมฺมํ สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ.

มหกปาฏิหาริยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ปฐมกามภูสุตฺตวณฺณนา

๓๔๗. เอลํ วุจฺจติ โทโส, ตํ เอตสฺส นตฺถีติ เนลํ, ตํ องฺคํ เอตสฺสาติ เนลงฺโค, สุวิสุทฺธสีลคุโณ. เตนาห ‘‘เนลงฺคนฺติ โข, ภนฺเต, สีลานเมตํ อธิวจน’’นฺติ. อฏฺฐกถายํ ปน โทสาภาวเมว ทสฺเสตุํ ‘‘เนลงฺโคติ นิทฺโทโส’’ติ วุตฺตํ. เอตํ ภิกฺขุํ อาคจฺฉนฺตนฺติ มหากปฺปินตฺเถรํ สนฺธาย วุตฺตํ. อตฺตโน ทิฏฺเฐน กเถสีติ อตฺตโน สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ปจฺจกฺขโต อุปลกฺขิเตน อตฺเถน กเถสิ. อยํ ปน นยคฺคาเหนาติ อยํ ปน คหปติ อสุตฺวา เกวลํ นยคฺคาเหน อาห.

ปฐมกามภูสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ทุติยกามภูสุตฺตวณฺณนา

๓๔๘. นิโรธํ วลญฺเชติ อนาคามิภาวโต. อิเม สงฺขาราติ อิเม ‘‘กายสงฺขาโร, วจีสงฺขาโร, จิตฺตสงฺขาโร’’ติ วุจฺจมานา ตโย สงฺขารา. สทฺทโตปิ, อตฺถโตปิ อญฺญมญฺญํ มิสฺสา, ตโต เอว อาลุฬิตา อากุลา, อวิภูตา ทุพฺพิภาวนา, ทุทฺทีปนา อสงฺกรโต ทีเปตุํ ทุกฺกรา. ตถา หิ กุสลเจตนา เอว ‘‘กายสงฺขาโร’’ติปิ วุจฺจติ, ‘‘วจีสงฺขาโร’’ติปิ, ‘‘จิตฺตสงฺขาโร’’ติปิ. อสฺสาสปสฺสาสาปิ กตฺถจิ ‘‘กายสงฺขาโร’’ติ, วิตกฺกวิจาราปิ ‘‘วจีสงฺขาโร’’ติ วุจฺจนฺติ, สญฺญาเวทนาปิ ‘‘จิตฺตสงฺขาโร’’ติ วุจฺจนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตถา หี’’ติอาทิ. ตตฺถ อากฑฺฒิตฺวา คหณํ อาทานํ, สมฺปตฺตสฺส หตฺเถ กรณํ คหณํ, คหิตสฺส วิสฺสชฺชนํ มุญฺจนํ, ผนฺทนํ โจปนํ ปาเปตฺวา นิปฺผาเทตฺวา. หนุสญฺโจปนนฺติ กายวิญฺญตฺติวเสน ปุพฺพภาเค หนุสญฺโจปนํ กตฺวา. เอวญฺหิ วจีเภทกรณํ. เอวํ อิเมติอาทิ ยถาวุตฺตสฺส อตฺถสฺส นิคมนํ.

ปทตฺถํ ปุจฺฉติ อิตรสงฺขาเรหิ ปทตฺถโต วิเสสํ กถาเปสฺสามีติ. กายนิสฺสิตาติ เอตฺถ กายนิสฺสิตตา จ เนสํ ตพฺภาวภาวิตาย เวทิตพฺพา, น กายสฺส นิสฺสยปจฺจยตาวเสนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘กาเย สติ โหนฺติ, อสติ น โหนฺตี’’ติ อาห. กาโยติ เจตฺถ กรชกาโย ทฏฺฐพฺโพ. จิตฺตนิสฺสิตาติ จิตฺตํ นิสฺสาย ตํ นิสฺสยปจฺจยภูตํ ลภิตฺวา อุปฺปนฺนา.

‘‘สมาปชฺชามี’’ติ ปทสฺส สมีเป วุจฺจมานํ ‘‘สมาปชฺชิสฺส’’นฺติ ปทํ อาสนฺนานาคตกาลวาจี เอว ภวิตุํ ยุตฺตํ, น อิตรนฺติ อาห – ‘‘ปททฺวเยน เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติกาโล กถิโต’’ติ. ตยิทํ ตสฺส ตถา วตฺตพฺพตาย วุตฺตํ, น ปน ตสฺส ตถา จิตฺตปวตฺติสมฺภวโต. สมาปนฺเนปิ เอเสว นโย. ปุริเมหีติ ‘‘สมาปชฺชิสฺสํ สมาปชฺชามี’’ติ ทฺวีหิ ปเทหิ. ปจฺฉิเมนาติ ‘‘สมาปนฺโน’’ติ ปเทน.

ภาวิตํ โหติ อุปฺปาทิตํ โหติ นิโรธสมาปนฺนตฺถาย. อนุปุพฺพสมาปตฺติสมาปชฺชนสงฺขาตาย นิโรธภาวนาย ตํ จิตฺตํ ภาวิตํ โหติ. เตนาห ‘‘ยํ ต’’นฺติอาทิ. ทุติยชฺฌาเนเยวาติ ทุติยชฺฌานกฺขเณ นิรุชฺฌติ. ตตฺถ อนุปฺปชฺชนโต อนุปฺปาทนโต เหฏฺฐา นิโรโธติ อธิปฺเปโต. จตุนฺนํ อรูปกฺขนฺธานํ ตชฺชา ปริกมฺมสิทฺธา ยา อปฺปวตฺติ, ตตฺถ ‘‘นิโรธสมาปตฺติสญฺญา’’ติ, ยา เนสํ ตถา อปฺปวตฺติ. สา ‘‘อนฺโตนิโรเธ นิรุชฺฌตี’’ติ วุตฺตา.

‘‘จิตฺตสงฺขาโร นิรุทฺโธ’’ติ วจนโต ตทญฺเญสํ อนิโรธํ อิจฺฉนฺตานํ วาทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จิตฺตสงฺขาโร นิรุทฺโธติ วจนโต’’ติอาทึ วตฺวา ตตฺถ อติปฺปสงฺคทสฺสนมุเขน ตํ วาทํ นิเสเธตุํ ‘‘เต วตฺตพฺพา’’ติอาทิมาห. อภินิเวสํ อกตฺวาติ ยถาคเต พฺยญฺชนมตฺเต อภินิเวสํ อกตฺวา. อาจริยานํ นเยติ อาจริยานํ ปรมฺปราคเต ธมฺมนเย ธมฺมเนตฺติยํ ฐตฺวา.

กิริยมยปวตฺตสฺมินฺติ ปริตฺตภูมกกุสลากุสลธมฺมปพนฺเธ วตฺตมาเน. ตสฺมิญฺหิ วตฺตมาเน กายิก-วาจสิก-กิริยสมฺปวตฺติ โหติ, ทสฺสน-สวนาทิวเสน อารมฺมณคฺคหเณ ปวตฺตมาเนติ อตฺโถ. เตนาห – ‘‘พหิทฺธารมฺมเณสุ ปสาเท ฆฏฺเฏนฺเตสู’’ติ. มกฺขิตานิ วิยาติ ปุญฺฉิตานิ วิย โหนฺติ ฆฏฺฏนาย วิพาธิตตฺตา. เอเตนายํ ฆฏฺฏนา ปญฺจทฺวาริกวิญฺญาณานํ เวคสา อุปฺปชฺชนาย น อารมฺมณนฺติ ทสฺเสติ. เตเนวาห – ‘‘อนฺโตนิโรเธ ปญฺจ ปสาทา อติวิย วิโรจนฺตี’’ติ.

ตโต ปรํ สจิตฺตโก ภวิสฺสามีติ อิทํ อตฺถโต อาปนฺนํ คเหตฺวา วุตฺตํ – ‘‘เอตฺตกํ กาลํ อจิตฺตโก ภวิสฺสามี’’ติ เอเตเนว ตสฺส อตฺถสฺส สิทฺธตฺตา. ยํ เอวํ ภาวิตนฺติ เอตฺถ วิสุํ จิตฺตสฺส ภาวนา นาม นตฺถิ, อทฺธานปริจฺเฉทํ ปน กตฺวา นิโรธสมาปตฺตตฺถาย กาตพฺพปริกมฺมภาวนาย เอว ตสฺส สิชฺฌนโต.

สา ปเนสา นิโรธกถา. ทฺวีหิ พเลหีติ สมถวิปสฺสนาพเลหิ. ตโย จ สงฺขารานนฺติ ติณฺณํ กายวจีจิตฺตสงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา. โสฬสหิ ญาณจริยาหีติ อนิจฺจานุปสฺสนาทีนํ อฏฺฐนฺนํ อนุปสฺสนาญาณานํ, อฏฺฐนฺนญฺจ มคฺคผลญาณานํ วเสน อิมาหิ โสฬสหิ ญาณปฺปวตฺตีหิ. นวหิ สมาธิจริยาหีติ อฏฺฐ สมาปตฺติโย อฏฺฐ สมาธิจริยา, ตาสํ อุปจารสมาธิ สมาธิภาวสามญฺเญน เอกา สมาธิจริยาติ เอวํ นวหิ สมาธิจริยาหิ. วสีภาวตาปญฺญาติ วสีภาวตาสงฺขาตา ปญฺญา. สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค กถิตา, เต ตาว อาการา ติฏฺฐนฺตุ, สรูปมตฺตสฺส ปนสฺส วตฺตพฺพนฺติ อาห – ‘‘โก ปนายํ นิโรโธ นามา’’ติ. ยทิ ขนฺธานํ อปฺปวตฺติ, อถ กิมตฺถเมตํ ฌานสุขาทึ วิย สมาปชฺชนฺตีติ อาห ‘‘สงฺขาราน’’นฺติอาทิ.

ผลสมาปตฺติจิตฺตนฺติ อรหตฺตํ อนาคามิผลจิตฺตํ. ‘‘ตโต ปรํ ภวงฺคสมเย’’ติ วุตฺตตฺตา อาห ‘‘กึ ปน…เป… น สมุฏฺฐาเปตี’’ติ. สมุฏฺฐาเปติ รูปสมุปฺปาทกตฺตา. อิมสฺสาติ นิโรธํ สมาปนฺนภิกฺขุโน. สา น สมุฏฺฐาเปตีติ สา จตุตฺถชฺฌานิกา ผลสมาปตฺติ น สมุฏฺฐาเปติ อสฺสาสปสฺสาเส. ผลสมาปตฺติยา จตุตฺถชฺฌานิกภาโว กถํ นิจฺฉิโตติ อาห – ‘‘กึ วา เอเตนา’’ติอาทิ. วกฺขมานากาเรนปิ ปริหาโร โหตีติ. สนฺตสมาปตฺติโตติ นิโรธสมาปตฺติเมว สนฺธาย วทติ. อพฺโพหาริกา โหนฺติ อติสุขุมสภาวตฺตา, สญฺชีวตฺเถรสฺส ปุพฺเพ สมาปตฺติกฺขเณ อสฺสาสปสฺสาสา อพฺโพหาริกภาวํ คจฺฉนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภวงฺคสมเยเนเวตํ กถิต’’นฺติ.

กิริยมย …เป… อุปฺปชฺชตีติ กสฺมา วุตฺตํ? นนุ ภวงฺคุปฺปตฺติกาลมฺปิ วิตกฺกวิจารา อุปฺปชฺชนฺเตวาติ? กิญฺจาปิ อุปฺปชฺชนฺติ, วจีสงฺขารลกฺขณปฺปตฺตา ปน น โหนฺตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘กึ ภวงฺค’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

สุญฺญโต ผสฺโสติอาทโย สคุเณนปิ อารมฺมเณนาติ อารมฺมณภูตเมตํ. สุญฺญตา นาม ผลสมาปตฺติ นิจฺจสุขอตฺตสภาวโต สุญฺญตฺตา. ‘‘สุญฺญโต ผสฺโส’’ติ วุตฺตํ วุตฺตนเยน สุญฺญสภาวตฺตา. อนิมิตฺตา นาม ผลสมาปตฺติ ราคนิมิตฺตาทีนํ อภาวโต. อปฺปณิหิตา นาม ผลสมาปตฺติ ราคปณิธิอาทีนมภาวโต. เสสํ วุตฺตนยเมว. เตนาห ‘‘อนิมิตฺตปฺปณิหิเตสุปิ เอเสว นโย’’ติ. ราคนิมิตฺตาทีนนฺติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน สงฺขารนิมิตฺตสฺสปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ยทคฺเคน ผลสมาปตฺติสมฺผสฺโส สุญฺญโต นาม, ตทคฺเคน ผลสมาปตฺติปิ สุญฺญตา นาม, ผสฺสสีเสน ปน เทสนา อาคตาติ ตถา วุตฺตํ. อนิมิตฺตปฺปณิหิเตสุปิ เอเสว นโย.

อาคมนํ เอตฺถ, เอตายาติ วา อาคมนิกา, สา เอว อาคมนิยา ก-การสฺส ย-การํ กตฺวา. วุฏฺฐาติ นิมิตฺตโต มคฺคสฺส อุปฺปาทเนน. อนิมิตฺตา นาม นิจฺจนิมิตฺตสฺส อุคฺฆาฏนโต. เอตฺถ จ วุฏฺฐานเมว ปมาณํ, น ปริคฺคหทสฺสนานิ. อปฺปณิหิตา นาม สุขปณิธิยา ปฏิปกฺขโต. สุญฺญตา นาม อตฺตทิฏฺฐิยา อุชุปฏิปกฺขตฺตา สตฺตสุญฺญตาย สุทิฏฺฐตฺตา. มคฺโค อนิมิตฺโต นาม วิปสฺสนาคมนโต. ผลํ อนิมิตฺตํ นาม มคฺคาคมนโต. วิกปฺโป อาปชฺเชยฺย อาคมนสฺส ววตฺถานสฺส อภาเวน, วิปสฺสนาย อนิมิตฺตาทินามลาโภ อววตฺถิโตติ อธิปฺปาโย. เตน วุตฺตํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ยสฺมา ปน สา มคฺควุฏฺฐานกาเล เอวรูปาปิ โหตีติ ตสฺส วเสน มคฺคผลานํ วิย ผสฺสสฺสปิ ปวตฺติรูปตฺตา ยถาวุตฺโต วิกปฺโป อนวสโรติ ทฏฺฐพฺพํ. ตโย ผสฺสา ผุสนฺตีติ ปุคฺคลเภทวเสน วุตฺตํ. น หิ เอกํเยว ปุคฺคลํ เอตสฺมึ ขเณ ตโย ผสฺสา ผุสนฺติ. ‘‘ติวิโธ ผสฺโส ผุสตี’’ติ วา ภวิตพฺพํ. ยสฺมา ปน ‘‘นิโรธผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐิตสฺสา’’ติอาทิ ยสฺส ยถาวุตฺตา ตโย เอว ผสฺสา สมฺภวนฺติ, ตสฺส อนวเสสคฺคหณวเสเนว วุตฺตํ ‘‘ตโย ผสฺสา ผุสนฺตี’’ติ.

นิพฺพานํ วิเวโก นาม สพฺพสงฺขารวิวิตฺตภาวโต. ตสฺมึ วิเวเก เอกนฺเตเนว นินฺนโปณตฺตา เอว หิ เต ปฏิปฺปสฺสทฺธสพฺพุสฺสุกฺกา อุตฺตมปุริสา จตุนฺนํ ขนฺธานํ อปฺปวตฺตึ อนวเสสคฺคหณลกฺขณํ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺตีติ.

ทุติยกามภูสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. โคทตฺตสุตฺตวณฺณนา

๓๔๙. เนสนฺติ อปฺปมาณเจโตวิมุตฺติ-อากิญฺจญฺญเจโตวิมุตฺติสญฺญิตานํ ฌานานํ. อตฺโถปิ นานาติ อาเนตฺวา โยชนา. ผรณอปฺปมาณตาย ‘‘อปฺปมาณา เจโตวิมุตฺตี’’ติ ลทฺธนามํ พฺรหฺมวิหารชฺฌานนฺติ อาห ‘‘ภูมนฺตรโต’’ติอาทิ. อากิญฺจญฺญา เจโตวิมุตฺตีติ อากิญฺจญฺญายตนชฺฌานนฺติ อาห ‘‘ภูมนฺตรโต’’ติอาทิ. วิปสฺสนาติ อนิจฺจานุปสฺสนา, สพฺพาปิ วา. ปมาณกรโณ นาม ยสฺส สยํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส คุณาภาวทสฺสนวเสน ปมาณกรณโต.

ผรณอปฺปมาณตายาติ ผรณวเสน อปฺปมาณโคจรตาย. นิพฺพานมฺปิ อปฺปมาณเมว ปมาณโคจรานํ กิเลสานํ อารมฺมณภาวสฺสปิ อนาคมนโต. ขลนฺติ ขเล ปสาริตสาลิสีสาทิภณฺฑํ. กิญฺเจหีติ มทฺทสฺสุ. เตนาห ‘‘มทฺทนฏฺโฐ’’ติ. อารมฺมณภูตํ, ปลิพุทฺธกํ วา นตฺถิ เอตสฺส กิญฺจนนฺติ อกิญฺจนํ, อกิญฺจนเมว อากิญฺจญฺญํ.

รูปนิมิตฺตสฺสาติ กสิณรูปนิมิตฺตสฺส. น คหิตาติ สรูปโต น คหิตา, อตฺถโต ปน คหิตา เอว. เตนาห – ‘‘สา สุญฺญา ราเคนาติอาทิวจนโต สพฺพตฺถ อนุปวิตฺถาวา’’ติ.

นานาติ สทฺทวเสน. เอกตฺถาติ อารมฺมณวเสน อารมฺมณภาเวน เอกสภาวา. เตนาห ‘‘อปฺปมาณํ…เป… เอกตฺถา’’ติ. อารมฺมณวเสนาติ อารมฺมณสฺส วเสน. จตฺตาโร หิ มคฺคา, จตฺตาริ ผลานิ อารมฺมณวเสน นิพฺพานปวิฏฺฐตาย เอกตฺถา เอการมฺมณา. อญฺญสฺมึ ปน ฐาเนติ อิทํ วิสุํ วิสุํ คเหตฺวา วุตฺตํ อปฺปมาณาทิ ปริยายวุตฺตํ, นิพฺพานํ อารพฺภ ปวตฺตนโต. ตสฺมา ‘‘อญฺญสฺมิ’’นฺติ อิทํ เตน เตน ปริยาเยน ตตฺถ ตตฺถ อาคตภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ.

โคทตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. นิคณฺฐนาฏปุตฺตสุตฺตวณฺณนา

๓๕๐. อาคตาคโมติ วาจุคฺคตปริยตฺติธมฺโม. วิญฺญาตสาสโนติ ปฏิวิทฺธสตฺถุสาสโน. เตนาห ‘‘อนาคามี’’ติอาทิ. นคฺคโภคฺคนฺติ อวสนภาเวน นคฺคํ, กุฏิลชฺฌาสยตาย โภคฺคํ, ตโต เอว นิสฺสิริกํ. นคฺคตาย หิ โส รูเปน นิสฺสิริโก, โภคฺคตาย จิตฺเตน. ภควโต สทฺธายาติ ภควติ สทฺธาย. ตสฺมึ สทฺทหนา โอกปฺปนา ตสฺส สทฺธาติปิ วตฺตพฺพตํ ลภติ. คจฺฉามีติ อาคจฺฉามิ, พุชฺฌามีติ อตฺโถ. เอตํ นิคณฺเฐน ปุจฺฉิตมตฺถมาห.

กายํ อุนฺนาเมตฺวาติ กายํ อพฺภุนฺนาเมตฺวา. กุจฺฉึ นีหริตฺวาติ ปิฏฺฐิยา นินฺนมเนน กุจฺฉึ ปุรโต นีหริตฺวา. คีวํ ปสารณวเสน ปคฺคยฺห ปคฺคเหตฺวา สพฺพํ ทิสํ เปกฺขมาโน. สพฺพมิทํ นิคณฺฐสฺส ปหฏฺฐาการทสฺสนตฺถํ ‘‘อิทานิ สมณสฺส โคตมสฺส อุปริ วาทํ อาโรเปตุํ ลพฺภตี’’ติ. เตนาห ‘‘วาตํ วา โส’’ติอาทิ. สการณาติ ยุตฺติสหิตา. ปญฺหมคฺโคติ ปญฺหสงฺขาโต วีมํสา, เอวํ ภวิตพฺพนฺติ จิตฺเตเนว ปริวีมํสา ปญฺหา. เอโก อุทฺเทโสติ เอกํ อุทฺทิสนํ อตฺถสฺส สํขิตฺตวจนํ. เวยฺยากรณนฺติ นิทฺทิสนํ อตฺถสฺส วิจาเรตฺวา กถนํ. เอวนฺติ อิมินา นเยน. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ ปญฺหุทฺเทสเวยฺยากรเณสุ อตฺโถ วิตฺถารโต เวทิตพฺโพ.

นิคณฺฐนาฏปุตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อเจลกสฺสปสุตฺตวณฺณนา

๓๕๑. อลํ สมตฺโถ อริยภาวายาติ อลมริโย. เญยฺยชานนฏฺเฐน ญาณเมว ปจฺจกฺขโต ทสฺสนฏฺเฐน ญาณทสฺสนํ, โสเยว อติสยฏฺเฐน ญาณทสฺสนวิเสโส. ปาวฬา วุจฺจติ อานิสทปเทโส, ตํ ปาวฬํ รโชหรณตฺถํ นิปฺโผฏียติ เอตายาติ ปาวฬนิปฺโผฏนา, โมรปิญฺฉวตฺติ.

อเจลกสฺสปสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. คิลานทสฺสนสุตฺตวณฺณนา

๓๕๒. มตฺตราชา นาม เอโก ภุมฺมเทโว ภูตาธิปติ สุราโปตลรุกฺขนิวาสี. เตน วุตฺตํ ‘‘มตฺตราชกาเล’’ติ. ‘‘โอสธิติณวนปฺปตีสู’’ติ วตฺวา เต ยถากฺกมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘หรีตกา…เป… รุกฺเขสุ จา’’ติ อาห. ปตฺถนาวเสน จิตฺตํ ฐเปหิ. สมิชฺฌิสฺสตีติ ยถาธิปฺปายํ สมิชฺฌิสฺสติ. เตน หีติ ยสฺมา ตํ เทวาปิ อาสนฺนมรณํ มญฺญนฺติ, ตสฺมา สา วรเมว ภวิสฺสติ, ตํ ตุมฺหากํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสตีติ อธิปฺปาโย.

คิลานทสฺสนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จิตฺตสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.