๓. ปหานสุตฺตวณฺณนา
๒๕๑. สพฺพมฺปิ อฏฺฐสตปเภทํ ตณฺหํ ฉินฺทิ สมุจฺเฉทปหานวเสน ปชหิ. เตนาห ‘‘สมุจฺฉินฺที’’ติ. ยทคฺเคน ตณฺหา สพฺพโส สมุจฺฉินฺนา, ตทคฺเคน สพฺพานิปิ สญฺโญชนานีติ อาห ‘‘ทสวิธมฺปี’’ติอาทิ. สมฺมาติ สุฏฺฐุ. ปหานญฺจ นาม อุปาเยน ญาเยน ปหานนฺติ อาห ‘‘เหตุนา การเณนา’’ติ. ทสฺสนาภิสมยาติ อสมฺโมหปฏิเวธา. อรหตฺตมคฺโค หิ อุปฺปชฺชมาโนว สภาวปฏิจฺฉาทกํ โมหํ วิทฺธํเสนฺโต เอว ปวตฺตติ, เตน มาโน ยาถาวโต ทิฏฺโฐ นาม โหติ, อยมสฺส ทสฺสนาภิสมโย. ยถา หิ สูริเย อุฏฺฐิเต อนฺธกาโร วิทฺธํสิยมาโน วิหโต, เอวํ อรหตฺตมคฺเค อุปฺปชฺชมาเน โส สพฺพโส ปหีโน เอว โหติ, น ตสฺมึ สนฺตาเน ปติฏฺฐํ ลภติ, อยมสฺส ปหานาภิสมโย. เตน วุตฺตํ ‘‘อรหตฺตมคฺโค หี’’ติอาทิ. กิจฺจวเสนาติ อสมฺโมหปฏิเวธสงฺขาตสฺส ทสฺสนกิจฺจสฺส อนิปฺผาทนวเสน.
เย อิเม จตฺตาโร อนฺตาติ สมฺพนฺโธ. มริยาทนฺโตติ มริยาทสงฺขาโต อนฺโต. เอส นโย เสสตฺตเยปิ. เตสูติ จตูสุ อนฺเตสุ. อทุํ จตุตฺถโกฏิสงฺขาตํ สพฺพสฺเสว วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตํ ปริจฺเฉทํ อรหตฺตมคฺเคน มานสฺส ทิฏฺฐตฺตา ปหีนตฺตา จ อกาสีติ โยชนา. สมุสฺสโย อตฺตภาโว.
น ริญฺจตีติ น วิเวเจติ น วิสฺสชฺเชติ. เตนาห ‘‘สมฺปชญฺญํ น ชหตี’’ติ, สมฺปชญฺญํ น ปริจฺจชตีติ อตฺโถ. สงฺขฺยํ โนเปตีติ อิมสฺส ‘‘ทิฏฺฐธมฺเม อนาสโว’’ติ อิมสฺส วเสน อตฺถํ วทนฺโต ‘‘รตฺโต ทุฏฺโฐ’’ติ อโวจ สอุปาทิเสสนิพฺพานวเสน. สงฺขฺยํ โนเปตีติ วา ทิฏฺเฐ-ธมฺเม อนาสโว ธมฺมฏฺโฐ เวทคู กายสฺส เภทา มนุสฺโส เทโวติ วา ปญฺญตฺตึ น อุเปตีติ อนุปาทิเสสนิพฺพานวเสนปิ อตฺโถ วตฺตพฺโพ. เอตฺถ จ สุขาทีสุ เวทนาสุ ยถากฺกมํ ราคานุสยาทโย กถิตาติ อาห – ‘‘อิมสฺมึ สุตฺเต อารมฺมณานุสโย กถิโต’’ติ. โย หิ ราคาทิ ปจฺจยสมวาเย อติอิฏฺฐาทีสุ อุปฺปชฺชนารโห มคฺเคน อปฺปหีโน, โส ‘‘ราคานุสโย’’ติอาทินา วุตฺโต, อปฺปหีนตฺโถ โส มคฺเคน ปหาตพฺโพ, น ปริยุฏฺฐานาภิภวตฺโถติ.
ปหานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.