๕-๖. ปุณฺณสุตฺตาทิวณฺณนา
๘๘-๘๙. ตนฺติ จกฺขุรูปทฺวยํ. เตนาห ‘‘จกฺขุญฺเจว รูปญฺจา’’ติ. นนฺทิสมุทยาติ นนฺทิยา สมุทยตณฺหาย เสสการเณหิ นนฺทิยา สมุทิติ สโมธานํ นนฺทิสมุทโย, ตสฺมา นนฺทิสมุทยา. เตนาห ‘‘ตณฺหาย สโมธาเนนา’’ติ. ปญฺจกฺขนฺธสงฺขาตสฺส ทุกฺขสฺส สโมธาเนน สมุทิติ ปวตฺติเยวาติ สห สมุทเยน ทุกฺขสฺส ทสฺสิตตฺตา ‘‘วฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา’’ติ วุตฺตํ. นิโรธูปาเยน สทฺธึ นิโรธสฺส ทสฺสิตตฺตา ‘‘วิวฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา’’ติ. ปุจฺฉานุสนฺธิอาทีสุ อญฺญตโร น โหตีติ อาห – ‘‘ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธี’’ติ.
จณฺฑาติ โกธนา. ทุฏฺฐาติ โทสวนฺโตติ อตฺโถ. กิพฺพิสาติ ปาปา. กกฺขฬาติ ทารุณา. ฆฏิกมุคฺคเรนาติ เอกสฺมึ ปกฺเข ฆฏิกํ ทสฺเสตฺวา กเตน รสฺสทณฺเฑน. สตฺตานํ สสนโต สตฺถํ, ตโต เอว ชีวิตสฺส หรณโต หารกญฺจาติ สตฺถหารกํ. อินฺทฺริยสํวโร ‘‘ทโม’’ติ วุตฺโต มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ ทมนโต. ปญฺญา ‘‘ทโม’’ติ วุตฺตา กิเลสวิเสวิตานํ ทมนโต วูปสมนโต. อุโปสถกมฺมํ ‘‘ทโม’’ติ วุตฺตํ กายทฺวาราทีหิ อุปฺปชฺชนกอสมสฺส ทมนโต. ขนฺติ ‘‘ทโม’’ติ เวทิตพฺพา อกฺขนฺติยา ทมนโต วูปสมนโต. เตนาห ‘‘อุปสโมติ ตสฺเสว เววจน’’นฺติ.
เอตฺถาติ สุนาปรนฺตชนปเท. เอเต เทฺวติ อยํ ปุณฺณตฺเถโร ตสฺส กนิฏฺโฐติ เอเต เทฺว ภาตโร. อาหจฺจ อฏฺฐาสิ อุฬารํ พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ อุปฺปาเทตฺวา. สตฺต สีหนาเท นทิตฺวาติ มมฺมจฺเฉทกานมฺปิ อกฺโกสปริภาสานํ ขมเน สนฺโตสาภาวทีปนํ, ปาณิปฺปหารสฺส, เลฑฺฑุปฺปหารสฺส, ทณฺฑปฺปหารสฺส, สตฺถปฺปหารสฺส, ชีวิตโวโรปนสฺส, ขมเน สนฺโตสาภาวทีปนญฺจาติ เอวํ สตฺต สีหนาเท นทิตฺวา. จตูสุ ฐาเนสุ วสิตตฺตา ปาฬิยํ วสนฏฺฐานํ อนุทฺเทสิกํ กตฺวา ‘‘สุนาปรนฺตสฺมึ ชนปเท วิหรติ’’อิจฺเจว วุตฺตํ.
จตูสุ ฐาเนสูติ อพฺพุหตฺถปพฺพเต, สมุทฺทคิริวิหาเร, มาตุลคิริมฺหิ, มกุฬการามวิหาเรติ อิเมสุ จตูสุ ฐาเนสุ. ตนฺติ จงฺกมํ อารุยฺห โกจิ ภิกฺขุ จงฺกมิตุํ สมตฺโถ นตฺถิ มหตา สมุทฺทปริสฺสเยน ภาวนามนสิการสฺส อนภิสมฺภุณนโต. อุปฺปาติกนฺติ อุปฺปาตกรํ มหาสงฺโขภํ อุฏฺฐเปตฺวา. สมฺมุเขติ อนิลปเทเส. ปฏิเวเทสุนฺติ ปเวเทสุํ.
อารทฺธกาลโต ปฏฺฐายาติ มณฺฑลมาฬสฺส กาตุํ ปถวีมิตกาลโต ปภุติ. สจฺจพนฺเธน ปญฺจสตานิ ปริปูเรตุํ ‘‘เอกูนปญฺจสตาน’’นฺติ วุตฺตํ. คนฺธกุฏินฺติ เชตวนมหาวิหาเร มหาคนฺธกุฏึ.
สจฺจพนฺธนาโมติ สจฺจพนฺเธ ปพฺพเต จิรนิวาสิตาย ‘‘สจฺจพนฺโธ’’เตฺวว ลทฺธนาโม. อรหตฺตํ ปาปุณีติ ปญฺจาภิญฺญาปริวารํ อรหตฺตํ อธิคจฺฉิ. เตนาห ‘‘มคฺเคเนวสฺส อภิญฺญา อาคตา’’ติ.
ตสฺมึ สนฺนิปติตา มหาชนา เกจิ โสตาปนฺนา, เกจิ สกทาคามิโน, เกจิ อนาคามิโน, เกจิ อรหนฺโต อเหสุํ. ตตฺถาปิ เกจิ เตวิชฺชา, เกจิ ฉฬภิญฺญา, เกจิ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺตา อเหสุํ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘มหาชนสฺส พนฺธนโมกฺโข ชาโต’’ติ. เย ปน ตตฺถ สรณคมนปญฺจสีลทสสีลสมาทาเนน ลทฺธานุคฺคหา, เตสํ เทวตานญฺจ วเสน ‘‘มหนฺตํ พุทฺธโกลาหลํ อโหสี’’ติ วุตฺตํ.
อรุณํ ปน มหาคนฺธกุฏิยํเยว อุฏฺฐเปสิ เทวตานุคฺคหตฺถญฺเจว กุลานุทยาย จ. อปายมคฺเค โอตาริโต ‘‘โกจิ โลกสฺส สชิตา อตฺถิ, ตสฺส วเสน ปวตฺติสํหารา โหนฺติ, เตเนวายํ ปชา สนาถา โหติ, ตํ ยุญฺชติ จ ตสฺมึ ตสฺมึ กมฺเม’’ติ มิจฺฉาคาเหหิ. ปริจริตพฺพํ ยาจิ ‘‘เอตฺถ มยา จิรํ วสิตพฺพ’’นฺติ.
ฉฏฺฐนฺติ พาหิยสุตฺตํ. ตํ อุตฺตานเมว เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา.
ปุณฺณสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.