๙. ฉนฺนวคฺโค

๑. ปโลกธมฺมสุตฺตวณฺณนา

๘๔. อนิจฺจลกฺขณเมว กถิตํ, ตญฺจ ปริยาเยน, อนิจฺจลกฺขเณ กถิเต อิตรลกฺขณานิ กถิตาเนว โหนฺติ พฺยภิจารภาวโต.

๒. สุญฺญตโลกสุตฺตวณฺณนา

๘๕. อตฺตโน อิทนฺติ อตฺตนิยนฺติ อาห ‘‘อตฺตโน สนฺตเกนา’’ติ.

๓. สํขิตฺตธมฺมสุตฺตวณฺณนา

๘๖. วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ ขนฺธิยวคฺเค ขนฺธวเสน อาคตํ, อิธ อายตนวเสนาติ อยเมว วิเสโส.

๔. ฉนฺนสุตฺตวณฺณนา

๘๗. สพฺพนิมิตฺเตหิ ปฏิสลฺลียติ เอเตนาติ ปฏิสลฺลานํ, ผลสมาปตฺติ. ชีวิตหารกสตฺถํ ชีวิตสฺส หรณโต, สตฺตานญฺจ สสนโต หึสนโต. ปริจริโตติ ปยิรุปาสิโต. เตน ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชินฺติ ทีเปติ.

อนุปวชฺชนฺติ ปเรหิ น อุปวทิตพฺพํ. ตํ ปเนตฺถ อายตึ อปฺปฏิสนฺธิภาวโต โหตีติ อาห ‘‘อปฺปวตฺติก’’นฺติ. ‘‘เนตํ มมา’’ติอาทีนิ วทนฺโต อรหตฺเต ปกฺขิปิตฺวา กเถสิ. ปุถุชฺชนภาวเมว ทีเปนฺโต วทติ อกตกิจฺจภาวทีปเนน. กิญฺจาปิ เถโร ปุจฺฉิตํ ปญฺหํ อรหตฺเต ปกฺขิปิตฺวา กเถสิ, ‘‘น สมนุปสฺสามี’’ติ ปน วทนฺโต กิญฺจิ นิปฺผตฺตึ น กเถสิ, ตสฺมา ‘‘อิทมฺปิ มนสิ กาตพฺพ’’นฺติ อิทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ.

กิเลสปสฺสทฺธีติ กิเลสปริฬาหวูปสโม. ภวตฺถาย ปุน ภวตฺถาย. อาลยนิกนฺติ ปริยุฏฺฐาเนติ ภวนฺตเร อเปกฺขาสญฺญิเต อาลเย นิกนฺติยา จ ปริยุฏฺฐานปฺปตฺติยา. อสติ อวิชฺชมานาย. ปฏิสนฺธิวเสน อญฺญภวโต อิธาคมนํ อาคติ นาม. จุติวเสน คมนนฺติ จวนวเสน อิโต คติ. อนุรูปคมนํ คติ นาม ตทุภยํ น โหติ. จุตูปปาโต อปราปรภวนวเสน จุติ, อุปปชฺชนวเสน อุปปาโต, ตทุภยมฺปิ น โหติ. เอวํ ปน จุตูปปาเต อสติ เนวิธ น อิธ โลเก. น หุรํ น ปรโลเก โหติ. ตโต เอว น อุภยตฺถ โหติ. อยเมว อนฺโต อยํ อิธโลเก ปรโลเก จ อภาโวเยว ทุกฺขสฺส ปริโยสานํ. อยเมวาติ ยถาวุตฺโต เอว – เอตฺถ เอตสฺมึ ปาเฐ ปรมฺปราคโต ปมาณภูโต อตฺโถ.

เย ปนาติ สมฺมวาทิโน สนฺธาย วทติ. อนฺตราภวํ อิจฺฉนฺติ ‘‘เอวํ ภเวน ภวนฺตรสมฺพนฺโธ ยุชฺเชยฺยา’’ติ. นิรตฺถกํ อนฺตราภวสฺส นาม กสฺสจิ อภาวโต. จุติกฺขนฺธานนฺตรญฺหิ ปฏิสนฺธิกฺขนฺธานํเยว ปาตุภาโว. เตนาห ‘‘อนฺตราภวสฺส…เป… ปฏิกฺขิตฺโตเยวา’’ติ. ตตฺถ ภาโวติ อตฺถิตา. อภิธมฺเม กถาวตฺถุปฺปกรเณ (กถา. ๕๐๕-๕๐๗) ปฏิกฺขิตฺโตเยว. ยทิ เอวํ ‘‘อนฺตเรนา’’ติ อิทํ กถนฺติ อาห ‘‘อนฺตเรนา’’ติอาทิ. วิกปฺปโต อญฺญํ วิกปฺปนฺตรํ, ตสฺส ทีปนํ ‘‘อนฺตเรนา’’ติ วจนํ. น อนฺตราภวทีปนํ ตาทิสสฺส อนุปลพฺภนโต ปโยชนาภาวโต จ. ยตฺถ หิ วิปากวิญฺญาณสฺส ปจฺจโย, ตตฺถสฺส นิสฺสยภูตสฺส วตฺถุสฺส สหภาวีนญฺจ ขนฺธานํ สมฺภโวติ สทฺธึ อตฺตโน นิสฺสเยน วิญฺญาณํ อุปฺปชฺชเตวาติ นาสฺส อุปฺปตฺติยา เทสทูรตา เวทิตพฺพา. ‘‘เนว อิธ น หุร’’นฺติ วุตฺตทฺวยโต อปรํ วิกปฺเปน ‘‘น อุภย’’นฺติ, ตตฺถปิ น โหติเยวาติ อธิปฺปาโย. ‘‘อนฺตเรนา’’ติ วา ‘‘วินา’’ติ อิมินา สมานตฺโถ นิปาโต, ตสฺมา เนวิธ, น หุรํ, อุภยํ วินาปิ เนวาติ อตฺโถ.

อาหรีติ ฉินฺนวเสน คณฺหิ. เตนาห ‘‘กณฺฐนาฬํ ฉินฺที’’ติ. ปริคฺคณฺหนฺโตติ สมฺมสนฺโต. ปรินิพฺพุโต ทีฆรตฺตํ วิปสฺสนายํ ยุตฺตปยุตฺตภาวโต. ‘‘อนุปวชฺชํ ฉนฺเนน ภิกฺขุนา สตฺถํ อาหริต’’นฺติ, กเถสีติ อเสกฺขกาเล พฺยากรณํ วิย กตฺวา กเถสิ.

อิมินาติ ‘‘อุปวชฺชกุลานี’’ติ อิมินา วจเนน. เถโรติ สาริปุตฺตตฺเถโร. เอวนฺติ เอวํ ปุพฺพกาเลสุ สํสฏฺฐวิหารี หุตฺวา ฐิโต ปจฺฉา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสตีติ อาสงฺกนฺโต ปุจฺฉติ. เสสํ อุตฺตานเมว.

ฉนฺนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕-๖. ปุณฺณสุตฺตาทิวณฺณนา

๘๘-๘๙. ตนฺติ จกฺขุรูปทฺวยํ. เตนาห ‘‘จกฺขุญฺเจว รูปญฺจา’’ติ. นนฺทิสมุทยาติ นนฺทิยา สมุทยตณฺหาย เสสการเณหิ นนฺทิยา สมุทิติ สโมธานํ นนฺทิสมุทโย, ตสฺมา นนฺทิสมุทยา. เตนาห ‘‘ตณฺหาย สโมธาเนนา’’ติ. ปญฺจกฺขนฺธสงฺขาตสฺส ทุกฺขสฺส สโมธาเนน สมุทิติ ปวตฺติเยวาติ สห สมุทเยน ทุกฺขสฺส ทสฺสิตตฺตา ‘‘วฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา’’ติ วุตฺตํ. นิโรธูปาเยน สทฺธึ นิโรธสฺส ทสฺสิตตฺตา ‘‘วิวฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา’’ติ. ปุจฺฉานุสนฺธิอาทีสุ อญฺญตโร น โหตีติ อาห – ‘‘ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธี’’ติ.

จณฺฑาติ โกธนา. ทุฏฺฐาติ โทสวนฺโตติ อตฺโถ. กิพฺพิสาติ ปาปา. กกฺขฬาติ ทารุณา. ฆฏิกมุคฺคเรนาติ เอกสฺมึ ปกฺเข ฆฏิกํ ทสฺเสตฺวา กเตน รสฺสทณฺเฑน. สตฺตานํ สสนโต สตฺถํ, ตโต เอว ชีวิตสฺส หรณโต หารกญฺจาติ สตฺถหารกํ. อินฺทฺริยสํวโร ‘‘ทโม’’ติ วุตฺโต มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ ทมนโต. ปญฺญา ‘‘ทโม’’ติ วุตฺตา กิเลสวิเสวิตานํ ทมนโต วูปสมนโต. อุโปสถกมฺมํ ‘‘ทโม’’ติ วุตฺตํ กายทฺวาราทีหิ อุปฺปชฺชนกอสมสฺส ทมนโต. ขนฺติ ‘‘ทโม’’ติ เวทิตพฺพา อกฺขนฺติยา ทมนโต วูปสมนโต. เตนาห ‘‘อุปสโมติ ตสฺเสว เววจน’’นฺติ.

เอตฺถาติ สุนาปรนฺตชนปเท. เอเต เทฺวติ อยํ ปุณฺณตฺเถโร ตสฺส กนิฏฺโฐติ เอเต เทฺว ภาตโร. อาหจฺจ อฏฺฐาสิ อุฬารํ พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ อุปฺปาเทตฺวา. สตฺต สีหนาเท นทิตฺวาติ มมฺมจฺเฉทกานมฺปิ อกฺโกสปริภาสานํ ขมเน สนฺโตสาภาวทีปนํ, ปาณิปฺปหารสฺส, เลฑฺฑุปฺปหารสฺส, ทณฺฑปฺปหารสฺส, สตฺถปฺปหารสฺส, ชีวิตโวโรปนสฺส, ขมเน สนฺโตสาภาวทีปนญฺจาติ เอวํ สตฺต สีหนาเท นทิตฺวา. จตูสุ ฐาเนสุ วสิตตฺตา ปาฬิยํ วสนฏฺฐานํ อนุทฺเทสิกํ กตฺวา ‘‘สุนาปรนฺตสฺมึ ชนปเท วิหรติ’’อิจฺเจว วุตฺตํ.

จตูสุ ฐาเนสูติ อพฺพุหตฺถปพฺพเต, สมุทฺทคิริวิหาเร, มาตุลคิริมฺหิ, มกุฬการามวิหาเรติ อิเมสุ จตูสุ ฐาเนสุ. ตนฺติ จงฺกมํ อารุยฺห โกจิ ภิกฺขุ จงฺกมิตุํ สมตฺโถ นตฺถิ มหตา สมุทฺทปริสฺสเยน ภาวนามนสิการสฺส อนภิสมฺภุณนโต. อุปฺปาติกนฺติ อุปฺปาตกรํ มหาสงฺโขภํ อุฏฺฐเปตฺวา. สมฺมุเขติ อนิลปเทเส. ปฏิเวเทสุนฺติ ปเวเทสุํ.

อารทฺธกาลโต ปฏฺฐายาติ มณฺฑลมาฬสฺส กาตุํ ปถวีมิตกาลโต ปภุติ. สจฺจพนฺเธน ปญฺจสตานิ ปริปูเรตุํ ‘‘เอกูนปญฺจสตาน’’นฺติ วุตฺตํ. คนฺธกุฏินฺติ เชตวนมหาวิหาเร มหาคนฺธกุฏึ.

สจฺจพนฺธนาโมติ สจฺจพนฺเธ ปพฺพเต จิรนิวาสิตาย ‘‘สจฺจพนฺโธ’’เตฺวว ลทฺธนาโม. อรหตฺตํ ปาปุณีติ ปญฺจาภิญฺญาปริวารํ อรหตฺตํ อธิคจฺฉิ. เตนาห ‘‘มคฺเคเนวสฺส อภิญฺญา อาคตา’’ติ.

ตสฺมึ สนฺนิปติตา มหาชนา เกจิ โสตาปนฺนา, เกจิ สกทาคามิโน, เกจิ อนาคามิโน, เกจิ อรหนฺโต อเหสุํ. ตตฺถาปิ เกจิ เตวิชฺชา, เกจิ ฉฬภิญฺญา, เกจิ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺตา อเหสุํ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘มหาชนสฺส พนฺธนโมกฺโข ชาโต’’ติ. เย ปน ตตฺถ สรณคมนปญฺจสีลทสสีลสมาทาเนน ลทฺธานุคฺคหา, เตสํ เทวตานญฺจ วเสน ‘‘มหนฺตํ พุทฺธโกลาหลํ อโหสี’’ติ วุตฺตํ.

อรุณํ ปน มหาคนฺธกุฏิยํเยว อุฏฺฐเปสิ เทวตานุคฺคหตฺถญฺเจว กุลานุทยาย จ. อปายมคฺเค โอตาริโต ‘‘โกจิ โลกสฺส สชิตา อตฺถิ, ตสฺส วเสน ปวตฺติสํหารา โหนฺติ, เตเนวายํ ปชา สนาถา โหติ, ตํ ยุญฺชติ จ ตสฺมึ ตสฺมึ กมฺเม’’ติ มิจฺฉาคาเหหิ. ปริจริตพฺพํ ยาจิ ‘‘เอตฺถ มยา จิรํ วสิตพฺพ’’นฺติ.

ฉฏฺฐนฺติ พาหิยสุตฺตํ. ตํ อุตฺตานเมว เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา.

ปุณฺณสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗-๘. ปฐมเอชาสุตฺตาทิวณฺณนา

๙๐-๙๑. เอชติ ฉฬารมฺมณนิมิตฺตํ กมฺปตีติ เอชา. เตนาห ‘‘จลนฏฺเฐนา’’ติ. อาพาธนฏฺเฐน ปีฬนฏฺเฐน. อนฺโต โทสนฏฺเฐนาติ อนฺโตจิตฺเต เอว ปทุสฺสนฏฺเฐน. นิกนฺตนฏฺเฐนาติ ฉินฺทนฏฺเฐน. เหฏฺฐา คหิตเมวาติ เหฏฺฐา มญฺญิตสมุคฺฆาตสารุปฺปสุตฺเต อาคตเมว. วุตฺตนยเมว มญฺญิตสมุคฺฆาตสุตฺเต.

ปฐมเอชาสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙-๑๐. ปฐมทฺวยสุตฺตาทิวณฺณนา

๙๒-๙๓. ทฺวยนฺติ ทุกํ. ปาฬิยํ อาเมฑิตโลเปน นิทฺเทโสติ อาห ‘‘เทฺว เทฺว โกฏฺฐาเส’’ติ. เอวเมตนฺติ เอวํ อนิจฺจาทิภาเวน เอตํ จกฺขุรูปญฺจาติ ทฺวยํ. จลตีติ อนวฏฺฐาเนน ปจลติ. พฺยถตีติ ชราย มรเณน จ ปเวธติ. เหตุ เจว อุปฺปตฺตินิมิตฺตตฺตา. สหคตีติ สหปฺปวตฺติ, ตาย คเหตพฺพตฺตา ‘‘สงฺคตี’’ติ ผสฺโส วุตฺโต. เอส นโย เสสปททฺวเยปิ. ยสฺมา จ สํคจฺฉมานธมฺมวิมุตฺตา สงฺคติ นาม นตฺถิ, ตถา สนฺนิปาตสมวายา, เตสํ วเสน นิพฺพตฺโต ผสฺโส ตถา วุจฺจตีติ. เตนาห ‘‘อิมินา’’ติอาทิ.

วตฺถูติ จกฺขุ นิสฺสยปจฺจยาทิภาเวน. อารมฺมณนฺติ รูปํ อารมฺมณปจฺจยาทิภาเวน. สหชาตา ตโย ขนฺธา เวทนาทโย, เต สหชาตาทิปจฺจยภาเวน. อยํ เหตูติ อยํ ติวิโธ เหตู. ผสฺเสนาติอาทีสุ อยํ สงฺเขปตฺโถ – ยสฺมา รูปารมฺมเณ ผสฺเส อตฺตโน ผุสนกิจฺจํ กโรนฺเต เอวํ เวทนา อนุภวนกิจฺจํ, สญฺญา สญฺชานนกิจฺจํ กโรติ, ตสฺมา ‘‘ผสฺเสน ผุฏฺฐเมวา’’ติอาทิวุตฺตเมว อตฺถํ อิทานิ ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน ทสฺเสตุํ ‘‘ผุฏฺโฐ’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปญฺเจว ขนฺธา ภควตา สมตึสาย อากาเรหิ วุตฺตา. กสฺมาติ อาห ‘‘กถ’’นฺติอาทิ. รุกฺขสาขาสุ รุกฺขโวหาโร วิย เอเกกธมฺเมปิ ขนฺธโวหาโร โหติเยว. เตนาห ภควา – ‘‘วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติ (ยม. ขนฺธยมก ๒).

ปฐมทฺวยสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ฉนฺนวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.