๑๐. สฬวคฺโค
๑. อทนฺตอคุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๙๔. อทมิตาติ ทมํ นิพฺพิเสวนภาวํ อนีตา. อโคปิตาติ สติสงฺขาตาย วติยา น รกฺขิตา. อปิหิตาติ สติกวาเฏน น ปิหิตา. จตูหิปิ ปเทหิ อินฺทฺริยานํ อนาวรณเมวาห. อธิกํ วหนฺตีติ อธิวาหา, ทุกฺขสฺส อธิวาหา ทุกฺขาธิวาหา. นิรเยสุ อุปฺปชฺชนกํ เนรยิกํ. อาทิ-สทฺเทน เสสปาฬึ สงฺคณฺหาติ.
สเฬวาติ ฉ-การสฺส ส-กาโร, ฬ-กาโร ปทสนฺธิกโร. ยตฺถาติ นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมํ. อนวสฺสุตา อตินฺตาติ ราเคน อเตมิตา.
อสฺสาทิตนฺติ อสฺสาทํ อิตํ อุปคตํ. เตนาห ‘‘อสฺสาทวนฺต’’นฺติ. สุขทุกฺขนฺติ อิฏฺฐานิฏฺฐํ. อนฺวยตีติ อนฺวโย, เหตุ. ผสฺโสติ อนฺวโย เอตสฺสาติ ผสฺสนฺวยนฺติ อาห – ‘‘ผสฺสเหตุก’’นฺติ. ‘‘อวิรุทฺธ’’อิติ วิภตฺติโลเปน นิทฺเทโส.
ปปญฺจสญฺญาติ ตณฺหาทิสมธูปสํหตสญฺญา. เตนาห ‘‘กิเลสสญฺญาย ปปญฺจสญฺญา นาม หุตฺวา’’ติ. ปปญฺจสญฺญา เอเตสํ อตฺถีติ ปปญฺจสญฺญา, อิตรีตรา นรา. ปปญฺจยนฺตาติ สํสาเร ปปญฺจํ จิรายนํ กโรนฺตา. สญฺญิโนติ เคหสฺสิตสญฺญาย สญฺญาวนฺโต. มโนมยํ วิตกฺกนฺติ เกวลํ มนสา สมฺภาวิตํ มิจฺฉาวิตกฺกํ. อิรียตีติ อิริยํ ปฏิปตฺตึ อิรียติ ปฏิปชฺชติ.
สุฏฺฐุ ภาวิโตติ สุฏฺฐุภาวํ สุภาวนํ อิโต ภาวิตภาวิโต. ผุฏฺฐสฺส จิตฺตนฺติ เตน ยถาวุตฺตผสฺเสน ผุฏฺฐํ อสฺส จิตฺตํ. น วิกมฺปเต กฺวจีติ กิสฺมิญฺจิ อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมเณ น กมฺปติ. ปารคาติ ปารคามิโน ภวถ.
อทนฺตอคุตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. มาลุกฺยปุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๙๕. อปสาเทตีติ ตชฺเชติ. อุสฺสาเทตีติ อุกฺกํเสติ. อยํ กิร เถโร มาลุกฺยปุตฺโต. ปมชฺชิตฺวาติ โยนิโสมนสิการสฺส อนนุยุชฺชเนน ปมชฺชิตฺวา.
ยตฺราติ ปจฺจตฺตํ วจนาลงฺกาเร. นามาติ อสมฺภาวเน อปสาทนปกฺเข, อุสฺสาทนปกฺเข ปน สมฺภาวเน. กึ ชาตนฺติ กึ เตน มหลฺลกภาเวน ชาตนฺติ มหลฺลกภาวํ ติณายปิ อมญฺญมาโน วทติ. เตนาห ‘‘ยทิ…เป… อนุคฺคณฺหนฺโต’’ติ. อนุคฺคณฺหนฺโตติ อจินฺเตนฺโต. มาทิสานํ ภควโต โอวาโท อุปการาวโหติ เอตรหิ โอวาทญฺจ ปสํสนฺโต.
‘‘อทิฏฺฐา อทิฏฺฐปุพฺพา’’ติอาทินา ปริกปฺปวเสน วุตฺตนิทสฺสนํ ‘‘ยถา เอเตสุ ฉนฺทาทโย น โหนฺติ, เอวมิตเรสุปิ ปริญฺญาเตสู’’ติ นยปฏิปชฺชนตฺถํ, เตสมฺปิ อิเมหิ สมาเนตพฺพตฺตา. เตน วุตฺตํ ‘‘สุปินกูปมา กามา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๓๔; ๒.๔๖; ปาจิ. ๔๑๗; จูฬว. ๖๕).
จกฺขุวิญฺญาเณน ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตนฺติ จกฺขุวิญฺญาณสฺส รูปายตนํ ยตฺตโก คหณากาโร, ตตฺตกํ. กิตฺตกํ ปมาณนฺติ อตฺตสํเวทิยํ ปรสฺส น ทิสิตพฺพํ, กปฺปนามตฺตํ รูปํ. เตนาห ‘‘จกฺขุวิญฺญาณํ หี’’ติอาทิ. รูเปติ รูปายตเน. รูปมตฺตเมวาติ นีลาทิเภทํ รูปายตนมตฺตํ, น นีลาทิ. วิเสสนิวตฺตนตฺโถ หิ อยํ มตฺต-สทฺโท. ยทิ เอวํ, เอว-กาโร กิมตฺถิโย? จกฺขุวิญฺญาณญฺหิ รูปายตเน ลพฺภมานมฺปิ นีลาทิวิเสสํ ‘‘อิทํ นีลํ นาม, อิทํ ปีตํ นามา’’ติ น คณฺหาติ. กุโต นิจฺจานิจฺจาทิสภาวตฺถนฺติ สํหิตสฺสปิ นิวตฺตนตฺถํ เอวการคฺคหณํ. เตนาห ‘‘น นิจฺจาทิสภาว’’นฺติ. เสสวิญฺญาเณหิปีติ ชวนวิญฺญาเณหิปิ.
ทิฏฺฐํ นาม จกฺขุวิญฺญาณํ รูปายตนสฺส ทสฺสนนฺติ กตฺวา. เตนาห ‘‘รูเป รูปวิชานน’’นฺติ. จกฺขุวิญฺญาณมตฺตเมวาติ ยตฺตกํ จกฺขุวิญฺญาณํ รูปายตเน คหณมตฺตํ, ตํมตฺตเมว เม สพฺพํ จิตฺตํ ภวิสฺสตีติ อตฺโถ. ‘‘ราคาทิรเหนา’’ติ วา ปาโฐ. ทิฏฺฐํ นาม ปทตฺถโต จกฺขุวิญฺญาเณน ทิฏฺฐํ รูปํ. ตตฺเถวาติ จกฺขุวิญฺญาเณน ทิฏฺฐมตฺเต รูเป. จิตฺตตฺตยํ ทิฏฺฐมตฺตํ นาม จกฺขุวิญฺญาณํ วิย ราคาทิวิรเหน ปวตฺตนโต. เตนาห ‘‘ยถา ต’’นฺติ อาทิ.
มโนทฺวาราวชฺชเนน วิญฺญาตารมฺมณํ วิญฺญาตนฺติ อธิปฺเปตํ ราคาทิวิรเหน วิญฺเญยฺยโต. เตนาห ‘‘ยถา อาวชฺชเนนา’’ติอาทิ.
ตทาติ ตสฺมึ กาเล, น ตโต ปฏฺฐายาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ ทสฺเสติ. ‘‘ทิฏฺฐมตฺต’’นฺติอาทินา เยสํ ราคาทีนํ นิวตฺตนํ อธิปฺเปตํ, เต ‘‘เตนา’’ติ เอตฺถ ต-สทฺเทน ปจฺจามสียนฺตีติ ‘‘เตน ราเคน วา รตฺโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถาติ วิสเย ภุมฺมํ, วิสยภาโว จ วิสยินา สมฺพนฺธวเสน อิจฺฉิตพฺโพติ วุตฺตํ ‘‘ปฏิพทฺโธ’’ติอาทิ.
สตีติ รูปสฺส ยถาสภาวสลฺลกฺขณา สติ มุฏฺฐา ปิยนิมิตฺตมนสิกาเรน อนุปฺปชฺชนโต น ทิสฺสติ นปฺปวตฺตติ. อชฺโฌสาติ อชฺโฌสาย. คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา อตฺตนิยกรเณน.
อภิชฺฌา จ วิเหสา จาติ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห – ‘‘อภิชฺฌาย จ วิเหสาย จา’’ติ. อตฺถวเสน วิภตฺติปริณาโมติ อาห – ‘‘อภิชฺฌาวิเหสาหี’’ติ. อาจินนฺตสฺสาติ วฑฺเฒนฺตสฺส. ปฏิสฺสโตติ ปติสฺสโต สพฺพตฺถ สติยา ยุตฺโต. เสวโต จาปีติ เอตฺถ จ-สทฺโท อปิ-สทฺโท จ นิปาตมตฺตนฺติ ‘‘เสวนฺตสฺส’’อิจฺเจว อตฺโถ วุตฺโต.
มาลุกฺยปุตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ปริหานสุตฺตวณฺณนา
๙๖. ปริหานสภาวนฺติ อนวชฺชธมฺเมหิ ปริหายนสภาวํ. อภิภวิตานีติ อภิภูตานิ นิพฺพิเสวนภาวากาเรน. สรสงฺกปฺปาติ ตสฺมึ ตสฺมึ วิสเย อนวฏฺฐิตภาเวน สงฺกปฺปา. สํโยชนิยาติ สํโยเชตพฺพา. สํโยชนานญฺหิ ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติยา โอกาสํ เทนฺโต กิเลสชาตํ อธิวาเสติ นาม. กิเลโส เอว กิเลสชาตํ. อารมฺมณํ ปน จิตฺเต กโรนฺโต อธิวาเสติ นาม. ฉนฺทราคปฺปหาเนน น ปชหติ อารมฺมณํ, กิเลสํ ปน อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทเนน เอว. อภิภวิตํ อายตนนฺติ กถิตํ อธิวาสนาทินา. ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปริหานธมฺโม โหตี’’ติ ธมฺมํ ปุจฺฉิตฺวา ตํ วิภชนฺเตน ภควตา ‘‘ตญฺเจ ภิกฺขุ อธิวาเสตี’’ติอาทินา ปุคฺคเลน ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน ธมฺโม ทสฺสิโต.
ปริหานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปมาทวิหารีสุตฺตวณฺณนา
๙๗. น ปิทหิตฺวา จกฺขุนฺทฺริยํ น ปิทหิตฺวา สญฺฉาทิตฺวา ฐิตสฺส. พฺยาสิญฺจตีติ กิเลเสหิ วิเสเสน อาสิญฺจติ. กิเลสตินฺตนฺติ กิเลเสหิ อวสฺสุตํ. ทุพฺพลปีติ ตรุณา น พลปฺปตฺตา. พลวปีติ อุพฺเพคา ผรณปฺปตฺตา จ ปีติ. ทรถปฺปสฺสทฺธีติ กายจิตฺตทรถวูปสมลกฺขณา ปสฺสทฺธิ. น อุปฺปชฺชนฺติ ปจฺจยปรมฺปราย อสิทฺธตฺตา. ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปมาทวิหารี โหตี’’ติอาทินา ปุคฺคลํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ปาโมชฺชํ น โหติ, ปาโมชฺชํ ชายตี’’ติอาทินา จ, ธมฺเมน ‘‘ปมาทวิหารี อปฺปมาทวิหารี’’ติ จ ปุคฺคโล ทสฺสิโต.
ปมาทวิหารีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. สํวรสุตฺตวณฺณนา
๙๘. อิทนฺติ ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, อสํวโร’’ติ? อิทํ วจนํ. ปหาตพฺพธมฺมกฺขานวเสนาติ ปหาตพฺพธมฺมสฺเสว กถนํ วุตฺตํ. ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, อสํวโร โหตี’’ติ ธมฺมํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา’’ติอาทินา ธมฺโมว วิภตฺโต.
สํวรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. สมาธิสุตฺตวณฺณนา
๙๙. จิตฺเตกคฺคตายาติ สมถวเสน จิตฺเตกคฺคตาย. ปริหายมาเนติ ตสฺส อลาเภน ปริหายมาเน. กมฺมฏฺฐานนฺติ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ, สมถเมว วา.
๗. ปฏิสลฺลานสุตฺตวณฺณนา
๑๐๐. กมฺมฏฺฐานนฺติ สมถวิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ.
๘-๙. ปฐมนตุมฺหากํสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๐๑-๑๐๒. อุปมํ ปริวาเรตฺวาติ อุปมํ ปริหริตฺวา. สุทฺธิกวเสนาติ อุปมาย วินา เกวลเมว.
๑๐. อุทกสุตฺตวณฺณนา
๑๐๓. อุทโกติ ตสฺส นามํ. เวทํ ญาณํ. สพฺพํ ชิตวาติ สพฺพชิ. อวขตนฺติ นิขตํ. อุจฺฉาทนธมฺโมติ อุจฺฉาเทตพฺพสภาโว. ปริมทฺทนธมฺโมติ ปริมทฺทิตพฺพสภาโว. ปริหโตติ ปริหริโต. โอทนกุมฺมาสูปจยุจฺฉาทนปริมทฺทนปเทหีติ วตฺตพฺพํ. อุจฺฉาทนํ วา ปริมทฺทนมตฺตเมวาติ กตฺวา น คหิตํ.
อุทกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สฬวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุติโย ปณฺณาสโก.