๔-๕. ภารทฺวาชสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๒๗-๑๒๘. กามํ อญฺเญปิ ปพฺพชิตา ยุตฺตกาเล ปิณฺฑํ อุลมานา จรนฺติเยว, อยํ ปน โอทริโต, เตเนว การเณน ปพฺพชิโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปิณฺฑํ อุลมาโน’’ติอาทิมาห. ฆํสนฺโตวาติ ภูมิยํ ฆํสนฺโต เอว ปตฺตํ ฐเปติ. ปริกฺขีณนฺติ สมนฺตโต ปริกฺขีณํ. นาฬิโก …เป… ชาตํ, อติเรกปตฺตฏฺฐปนสฺส ปฏิกฺขิตฺตตฺตา อญฺญํ น คณฺหาติ. ‘‘อินฺทฺริยภาวนนฺติ จกฺขาทิปญฺจินฺทฺริยภาวน’’นฺติ เกจิ วทนฺติ, ตถา วิปสฺสนาภินิเวสํ กตฺวา อุปริวิปสฺสนํ วฑฺฒิตฺวาติ อธิปฺปาโย. อปเร ปน ‘‘สทฺธาปญฺจมานํ อินฺทฺริยานํ วเสน วิปสฺสนาภินิเวสํ กตฺวา เตน สุเขน อภิญฺญาปหานานํ สมฺปาทนวเสน อินฺทฺริยํ ภาเวตฺวา’’ติ วทนฺติ.
อุปสงฺกมตีติ เอตฺถ ยถา โส ราชา อุปสงฺกมิ, ตํ อาคมนโต ปฏฺฐาย ทสฺเสตุํ ‘‘เถโร กิรา’’ติอาทิ อารทฺธํ. มหาปานํ นาม อญฺญํ กมฺมํ อกตฺวา ปานปสุโต หุตฺวา สตฺตาหํ ตทนุรูปปริชนสฺส สุราปิวนํ. เตนาห ‘‘มหาปานํ นาม ปิวิตฺวา’’ติ. สาลิถุเสหีติ รตฺตสาลิถุเสหิ. ฑยฺหมานํ วิย กิปิลฺลิกทํสนชาตาหิ ทุกฺขเวทนาหิ. มุขสตฺตีหิ วิชฺฌึสุ วลฺลภตาย. อิตฺถิโลโล หิ โส ราชา.
ปเวณินฺติ เตสํ สมาทานปเวณึ พฺรหฺมจริยปพนฺธํ. ปฏิปาเทนฺตีติ สมฺปาเทนฺติ. ครุการมฺมณนฺติ ครุกาตพฺพอารมฺมณํ, อวีติกฺกมิตพฺพารมฺมณนฺติ อตฺโถ. อสฺสาติ รญฺโญ. จิตฺตํ อโนตรนฺตนฺติ ปสาทวีถึ อโนตรนฺตํ อนุปคจฺฉนฺตํ. วิเหเฐตุนฺติ วิพาธิตุํ.
โลภสฺส อปราปรุปฺปตฺติยา พหุวจนวเสน ‘‘โลภธมฺมา’’ติ วุตฺตํ. อุปฺปชฺชนฺตีติปิ อตฺโถ เยว, ยสฺมา อุปฺปชฺชมาโน โลภธมฺโม อตฺตโน เหตุปจฺจเย ปริคฺคหาเปนฺโต ชานาเปนฺโต วิย สหติ ปวตฺตตีติ. อิมเมว กายนฺติ เอตฺถ สมูหตฺเถ เอว กาย-สทฺโท คพฺภาสยาทิฏฺฐาเนสุ อุปฺปชฺชนธมฺมสมูหวิสยตฺตา, อิตเร ปน กายูปลกฺขิตตาย ‘‘กาโย’’ติ เวทิตพฺพา. อุตฺตานเมว เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา.
ภารทฺวาชสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.